กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 30 : ราชันย์เทพแห่งอสนีบาต
“ท ำไมอู่ อวี้ ถึงมีรูปร่ำงสูงยำวเช่นนี้” ชิงเหมิง ไม่
กล้ำที่จะเข้ำใกล้ ซู หยำนหลี่ กับ เหล่ำบรรดำศิษย์
สำยตรงคนอื่นๆของท่ำนเจ้ำนิกำย มิหน ำซ้ ำศิษย์ที่
ยืนอยู่ห่ำงๆบนเทือกเขำหวังเทียนยังบดบังนำงจนหัว
ของนำงโผล่พ้นออกมำได้เพียงเล็กน้อย แต่เมื่อได้
เห็นฉำกที่น่ำตกตะลึงเช่นนี้ มันก็ท ำให้ปำกนำงอ้ำจน
สำมำรถน ำไข่ทั้งใบยัดใส่ลงไป
เพรำะก่อนหน้ำนี้ อู่ อวี้ ยังมีรูปทรงผอมบำง ซ้ ำ
สรีระของทั้งคู่ยังไม่ต่ำงกันมำก แต่ในยำมนี้ หำกให้
ทั้งคู่ยืนเทียบกัน นำงคงจะสูงเทียบเท่ำส่วนท้องของ
อู่ อวี้ เพียงเท่ำนั้น
“นี่ก็จวนจะใกล้ถึงเวลำประลองรอบต่อไปแล้ว
ข้ำไม่อยำกจะเห็นเขำพ่ำยแพ้เลย” ชิงเหมิง ที่เฝ้ำ
มองอย่ำงเงียบงัน ยำมนี้ใบหน้ำของนำง ปรำกฏ
ควำมตึงเครียดฉำยออกมำ
ส ำหรับชิงเหมิงนั้น อู่ อวี้ เปรียบได้กับพี่ชำย
ผู้นึง จริงๆแล้วครั้นนำงยังอยู่บนอำณำจักรมนุษย์
นำงมีพี่ชำยอยู่คนหนึ่งเช่นกัน และเพรำะว่ำนำงได้
ก้ำวเข้ำสู่วิถีแห่งเซียน มันจึงท ำให้นำงไม่ได้เจอกับ
เขำอีก
เวลำเคลื่อนผ่ำนไปอย่ำงรวดเร็ว เหล่ำศิษย์ที่อยู่ใน
ขั้นหลอมรวมลมปรำณต่ำงก็เผด็จศึกพิชิตคู่ต่อสู้คู่
แล้วคู่เล่ำ บัดนี้กำลเวลำด ำเนินเข้ำสู่ช่วงยำมเย็น
ดวงอำทิตย์อัสดงดิ่งลงพสุธำ สำดแสงจำงๆผ่ำนมวล
เมฆำฉำบเป็นแสงสีทองสะท้อนเข้ำนัยน์ตำของเหล่ำ
ศิษย์สำวกทั้งหลำย แสงของตะวันที่ใกล้จะลับขอบ
ฟ้ำเช่นนี้ ก่อเป็นภำพที่ดูรำวกับปรำณกระบี่ก ำลังทิ้
มทะลวงสู่สวรรค์ก็มิปำน ต่อหน้ำปรำกฎกำรณ์อัน
งดงำมนี้ เหล่ำศิษย์สำวกที่ยืนอยู่บน เซียนไท่ นั้น
เปรียบได้กับเหล่ำฝูงมดประกอบภำพ
“บัดนี้ถึงกำรต่อสู้คู่สุดท้ำย ระหว่ำง ซือตู๋ หมิง
หลำง กับ อู่ อวี้!” ในช่วงควำมเงียบงันเข้ำปกคลุม
เสียงของอำวุโส มู่เกอ ก็ได้ดังกึกก้องกังวำนขึ้น ซึ่ง
เมื่อเสียงนี้ดังขึ้น เหล่ำผู้คนต่ำงก็พำกันกลั้นลม
หำยใจด้วยควำมตื่นเต้น ในที่สุดวันแห่งกำรตัดสิน
ชะตำนี้ก็ได้ด ำเนินมำถึงเสียที เกือบทุกคนต่ำงใจจด
ใจจ่อกับกำรประกำศนี้ เหล่ำศิษย์ที่อยู่บน เซียนไท่
จ ำนวนไม่น้อยที่สำมำรถรู้สึกได้ว่ำ หัวใจของพวกมัน
ก ำลังเต้นแรงมิอำจข่มสะกดควำมตื่นเต้นเอำไว้ได้
“ศิษย์น้อง อย่ำท ำให้ท่ำนอำจำรย์ต้องอับอำย
เด็ดขำด เมื่ออยู่บนลำนประลอง ตรำบใดที่ยังมีชีวิต
อยู่ ไม่ว่ำยังไงก็ต้องคว้ำชัยกลับมำให้จงได้!” เมื่อถึง
เวลำ ทันใดนั้นโม่ซือซูก็ได้กล่ำวออกมำอย่ำงเคร่ง
ครึม
แน่นอน เป็นเพรำะว่ำ ท่ำนเจ้ำนิกำย ได้คอย
ปกป้อง อู่ อวี้มำตลอด 1 ปี วันนี้จึงกล่ำวได้ว่ำ
เกี่ยวข้องกับศักดิ์ศรีของท่ำนเจ้ำนิกำยโดยตรง
“ย่อมได้” อู่ อวี้ ไม่ได้พูดพร่ ำท ำเพลงอะไร
มำกมำย มือหนึ่งคว้ำกุมกระบี่ปรำบมำร สองเท้ำก้ำว
ย่ ำไปเบื้องหน้ำเพียงไม่กี่ก้ำวเขำก็ได้มำถึงใจกลำง
ลำนต่อสู้ ขณะเดียวกันสำยตำนับไม่ถ้วนต่ำงจับจ้อง
มำยังเขำ เมื่อตอนที่เขำยังเป็นองค์ชำยแห่ง
อำณำจักรบูรพำเยว่อู่ เขำต่ำงก็กลำยเป็นจุดสนใจมำ
บ่อยครั้งจนคุ้นชินกับมันแล้ว เมื่อก้ำวเข้ำสู่วิถีแห่ง
เซียน เขำจึงยังคงสงบนิ่งได้อยู่เมื่อเจอกับเหตุกำรณ์
เช่นนี้
ทั้งโม่ซือซู, ซู หยำนหลี่ และชิงเหมิงต่ำงก็มองไปยัง
อู่ อวี้ ด้วยสำยตำที่ประกำยไปด้วยควำมคำดหวัง
เหล่ำศิษย์คนอื่นๆในนิกำยกระบี่สวรรค์ ที่จับจ้องไป
ยัง อู่ อวี้ นั้น ก็มีทั้งควำมสงสัยคับข้องใจในพลังและ
บำงส่วนก็มองด้วยควำมดูหมิ่น ดูแคลน
ส่วนซือตู๋ หมิงหลำงเอง ก็จับจ้องมำยัง อู่ อวี้ ด้วย
ควำมชิงชังอันเปี่ยมล้น
บนยอดเขำเองทั้งหลำนฮั้วหยุน กับเหล่ำอำวุโส
ระดับสูงต่ำงๆ ก็ก ำลังทอดสำยตำลงมำ เพื่อประเมิน
ควำมสำมำรถอีกเช่นกัน
บรรดำดวงตำทั้งหลำยล้วนแต่จับจ้องมำยังที่ อู่ อวี้
แต่เพียงผู้เดียว หำกเป็นคนทั่วๆไปคงจะกลัวหัวหด
ไม่ก็ขวัญกระเจิง แต่ อู่ อวี้ กลับรู้สึกตื่นเต้นและสนุก
ไปกับมัน เป็นเพรำะกำยำเพชรอมตะในร่ำงกำยที่ท ำ
ให้เหล่ำสำยตำทั้งหลำย เสมือนกลำยเป็นดั่งเปลว
เพลิงคอยแผดเผำ ท ำให้เลือดในกำยของเขำสูบฉีด
ด้วยควำมตื่นเต้นสุดระงับ!
ภำยใต้แสงตะวันที่ลำลับขอบฟ้ำ รำตรีเคลื่อนปก
คลุม ส่งผลท ำให้เห็นร่ำงกำยของเขำปรำกฎเพลิงสี
ทองลุกโชติช่วง คล้ำยดั่งดวงดำรำที่ก ำลังส่องแสง
ยำมค่ ำคืน และด้วยจิตวิญญำณแห่งเปลวเพลิงที่พลั่ง
พรูออกมำ มันได้เผยให้เห็นถึงร่ำงจ ำแลงของ รำชำ
วำนร ท่ำมกลำงเปลวเพลิงอันร้อนระอุที่สำยลมพัด
พำ ผ้ำคลุมของรำชำวำนรก็พลันปลิวไสวจนเกิดเสียง
กระพือตำมกระแส!
“อู่ อวี้ ในวันที่เจ้ำได้เก็บของที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมำ
เจ้ำยังจ ำควำมอับอำยครั้งนั้นได้หรือไม่ !” ในที่สุด
มันก็ถึงเวลำที่ซือตู๋ หมิงหลำงเฝ้ำรอคอยมำนำนแสน
นำน ควำมเกลียดชังที่ตรำตรึงอยู่ในจิตใจของเขำนั้น
ยำกจะเก็บมันไว้อีกต่อไปแล้ว บนร่ำงกำยของเขำก็
ได้ปรำกฎสำยฟ้ำขึ้นมำ ทันใดนั้นพลังศักดิ์สิทธิ์อัน
รุนแรงของเขำก็พลันปรำกฏขึ้น จนท ำให้ทั่วทั้งยอด
เขำนี้เกิดพำยุอันรุนแรงขึ้นมำ
“ซือตู๋ หมิงหลำง ในวันที่ข้ำได้สังหำรพี่ชำยทั้ง
สองของเจ้ำ แต่เจ้ำกลับไม่มีปัญญำท ำอะไร เจ้ำยังจ ำ
ได้อยู่รึเปล่ำ ?” ค ำกล่ำวของ อู่ อวี้ มันรำวกับ
สำยฟ้ำที่ฟำดลงกลำงใจของซือตู๋ หมิงหลำง ซึ่งค ำ
กล่ำวก่อนหน้ำนี้ของ อู่ อวี้ นั้น มันเป็นกำรรำด
น้ ำมันลงบนกองไฟก่อนเปิดศึก แล้วมันก็ได้ผลยิ่ง
เพรำะเมื่อมันได้ฟัง สมำธิและจิตใจที่มั่นคงของ ซือตู๋
หมิงหลำง ก็พังครืน ซ้ ำเพลิงแค้นที่สุมอยู่ในอกยัง
ระเบิดปะทุออกมำ
ปัง!
ซือตู๋ หมิงหลำงที่สุดแสนจะโกรธแค้น ได้ปลดปล่อย
พลังอันน่ำกลัวออกมำ กระทั้งเหล่ำศิษย์สำวกก็
สัมผัสถึงพลังนี้ได้ เป็นเหตุให้พวกมันเกิดควำม
หวำดกลัวจนตัวสั่นเทำ!
“เจ้ำ อู่ อวี้ นี่มันช่ำงหำญชำญชัยเสีย
จริง กระทั่งท่ำนผู้พิทักษ์ก็อยู่ที่นี่ กลับกล้ำพูดเช่นนี้
” เหล่ำบรรดำศิษย์สำวกนั้น พำกันแตกตื่นตกใจ
ปัจจุบันพวกมันต่ำงเชื่อหมดใจว่ำ อู่ อวี้ ต้องพ่ำยแพ้
ให้แก่ซือตู่ หมิงหลำง แต่กำรกระตุ้นอีกฝ่ำยเช่นนี้ ท ำ
ให้เหล่ำผู้คนคำดเดำกันไปต่ำงๆนำๆว่ำ อู่ อวี้ จะถูก
ซือตู๋ หมิงหลำง ปลิดชีพภำยในกี่ลมหำยใจ
“อู่ อวี้ ตำยซะ!!!”
“ในวันนี้ท่ำนเจ้ำนิกำยไม่อยู่ ซ้ ำยังเหลือแค่ท่ำนผู้
พิทักษ์ เกรงว่ำวันนี้คงจะไม่มีใครสำมำรถช่วยเหลือ
อู่ อวี้ ได้อย่ำงแน่นอน”
คนส่วนใหญ่ต่ำงก็มีควำมคิดดังที่กล่ำวมำ
ช่วงเวลำที่เหล่ำผู้คนก ำลังตั้งค ำถำม ซือตู๋ หมิงหลำง
ที่ไม่สำมำรถทนเห็นหน้ำ อู่ อวี้ ผู้นี้ได้อีกต่อไป ก็เริ่ม
เปิดฉำกใช้ศำสตรำแห่งเต๋ำออกมำ ยำมนี้พลังของมัน
ได้พุ่งทะยำนขึ้นสู่ท้องฟ้ำจนก่อเกิดเป็นแสง
สว่ำง ต่อมำก็มีบำงสิ่งหล่นลงมำสู่มือของมัน นั่นคือ
กระบี่เทวะไร้ต้ำน ตัวกระบี่ฉำบด้วยแสงสีฟ้ำครำม
เรืองออกมำอย่ำงเฉิดฉำย ขณะเดียวกันก็ได้เกิดเสียง
ฟ้ำร้องก้องค ำรำมขึ้นมำ ยำมที่ตัวกระบี่ของมันถูก
สะบัดออกไป จะเกิดเสียงระเบิดอันรุนแรงพร้อมกับ
แรงกดดันอันมหำศำลสำดกระจำยออกมำ ด้วยเหตุ
นี้มันจึงส่งผลให้เหล่ำผู้คนรอบๆถึงกับหูอื้ออึง มันงง
ไปชั่วขณะ
ส่วนด้ำมจับของมันก็เผยให้เห็นถึงสัญลักษณ์สำยฟ้ำ
อสนีบำต ซึ่งสัญลักษณ์นี้มันคือสิ่งที่ใช้ดูดซับพลังงำน
จำกสวรรค์และโลกโดยเปลี่ยนเป็นพลัง เห็นในชัดว่ำ
มันสำมำรถเรียกศำสตรำแห่งเต๋ำออกมำได้โดย
สมบูรณ์แบบ
และนี่คือศำสตรำแห่งเต๋ำที่มีแต่เพียงผู้เป็นเซียน
เท่ำนั้น จึงจักใช้มันได้
“กระบี่ดึงอสนี!”
พอหลังจำกที่ซือตู๋ หมิงหลำงน ำกระบี่ดึงอสนีออก
มำแล้ว สำยฟ้ำก็ได้มำผสำนเข้ำกับร่ำงกำยของเขำ
ในตอนนี้สำยฟ้ำที่ผสำนกับร่ำงกำยของเขำ รวมเข้ำ
ด้วยกันกับผมสีด ำสลวย ชักชวนให้ดูน่ำหลงใหลและ
งดงำมวิจิตรำ
ในตอนที่ถูกคุมขังอยู่ในช่วง 1 ปีมำนี้ อู่ อวี้ ก็พอได้
ยินมำบ้ำงว่ำ มันไม่เพียงแต่จะเข้ำสู่ขั้นหลอมรวม
ลมปรำณได้เท่ำนั้น แต่มันยังส ำเร็จวรยุทธเคล็ดวิชำ
‘รำชันย์อสนี’ ถือได้ว่ำเป็นอัจฉริยะที่ฟ้ำประทำน
ตอนที่ซือตู๋ หมิงหลำงอยู่ในขั้นฟ้ำนั้น พลังของเขำ
คือน้ ำและน้ ำแข็ง แต่หลำนฮั้วหยุนได้เล็งเห็นถึง
พรสวรรค์ของซือตู๋ หมิงหลำงที่มีต่อธำตุสำยฟ้ำ
ส ำหรับธำตุสำยฟ้ำนั้นมันคือวิชำเต๋ำที่มีพลังท ำลำย
ล้ำงสูงอย่ำงมำก และมันจะช่วยเพิ่มก ำลังรบให้แก่ผู้
ฝึกตน ดังนั้นนำงจึงปล่อยให้ซือตู๋ หมิงหลำงเรียนรู้
ฝึกฝน ‘รำชันย์อสนี’
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!
เมื่อ ซือตู๋ หมิงหลำง แหงนหน้ำขึ้น ท ำให้เห็น
สำยฟ้ำแล่นอยู่ในแววตำของมันตลอดเวลำ สำยตำที่
มันจ้องมองมำนั้น เต็มไปด้วยค ำว่ำ ‘ สังหำร! ‘
“อำภรณ์อสนี”
และนี่ก็คือวิชำเต๋ำ!
หนึ่งกระบี่ที่เปี่ยมด้วยพลัง ผนวกเข้ำกับสำยฟ้ำที่
พันรอบๆตัวรำวกับจะไม่ให้สิ่งใดแตะต้องมัน ท ำให้
มันดูประดุจดั่งพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ไร้ขีดจ ำกัด แถมที่
ปลำยกระบี่ยังมีสำยฟ้ำพุ่งพล่ำนแล่นทะยำนไป
มำ หำกว่ำมีสำยฟ้ำสำยใดสำยหนึ่งได้พุ่งตรงเข้ำไป
ยังหน้ำอกของ อู่ อวี้ เกรงว่ำอู่ อวี้ จะต้องตกลงไปสู่
ห้วงควำมตำยเป็นแน่แท้
เมื่อซือตู๋ หมิงหลำง เริ่มลงมือ ทันใดนั้นก็ได้เกิด
เสียงดังค ำรำมขึ้นมำ และจำกฉำกนี้ ก็ท ำให้เห็นว่ำ
ด้วยวิชำเต๋ำของมัน ที่เปี่ยมล้นด้วยพลังที่น่ำกลัว ชัก
น ำให้มันกลำยเป็นผู้ทีมีควำมแข็งแกร่งที่สุดใน 12
ผู้เข้ำร่วมกำรแข่งขัน
เทียบกันแล้ว แม้ อู่ อวี้ จะแข็งแกร่งเพียงใดก็ตำม
แต่สุดท้ำยขั้นหลอมรวมลมปรำณ ก็คือขั้นหลอมรวม
ลมปรำณอยู่วันยังค่ ำ เมื่อวิชำแห่งเต๋ำผนวกเข้ำกับ
ศำตรำแห่งเต๋ำแล้ว ผลลัพธ์จึงบังเกิดเป็นแรงกดดัน
อันมหำศำลถำโถมเข้ำหำ! ในตอนนี้เหล่ำบรรดำศิษย์
นิกำยกระบี่สวรรค์ สำมำรถจินตนำกำรได้แล้วว่ำ
ฉำกที่จะเห็นต่อไปนี้ เป็นผู้ใดที่ถูกสังหำร
“ตำยซะ!”
กำรที่มีผู้พิทักษ์คอยคุ้มกะลำหัวอยู่เช่นนี้ มันท ำให้
วันนี้ ซือตู๋ หมิงหลำง สังหำรผู้คนได้อย่ำงวำงใจ! เมื่อ
สำยฟ้ำผ่ำลงมำ มันกลับไม่ได้ผ่ำลงมำยังกระบี่ แต่
มันกลับผ่ำลงไปยังพื้นที่โดยรอบแทน ส่งผลท ำให้
เศษหินหรืออิฐบำงส่วนถูกเผำจนไหม้ด ำมะเมี่ยม
เป็นเช่นนี้ หัวใจของชิงเหมิงก็ตกลงไปอยู่ตำตุ่ม สี
หน้ำของนำงขำวซีดจนรำวกับคนที่ใกล้จะสิ้นใจตำย
อู่ อวี้ ท ำกำรโต้กลับในทันที ดูเหมือนว่ำเขำจะไร้ซึ่ง
พลังอย่ำงเห็นได้ชัด เขำท ำได้เพียงแค่กวัดแกว่ง
กระบี่ปัดป้อง
“เปลวอัคคีทองค ำผลำญฟ้ำ”
หลังจำกที่กวัดแกว่งกระบี่ออกไป อู่ อวี้ ก็ได้ใช้เคล็ด
วิชำ เปลวอัคคีทองค ำผลำญฟ้ำออกมำ
* เกร้ง~~~! *
เสียงอึกทึกดังขึ้น รำวกับลูกเหล็กหนักหมื่นกิโลกรัม
ตกลงมำจำกที่สูงจนท ำให้พื้นดินสั่นทะเทือนไปทั่ว
เป็นวงกว้ำง เสียงที่ดังกึกก้องนี้ท ำให้เหล่ำผู้คนเกิด
เสียงวิ้งขึ้นมำในหู และขณะนี้พวกเขำกลับพบว่ำ อู่
อวี้ ก ำลังกวัดแกว่งกระบี่ที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง
แถมควำมรุนแรงของมันยังมีชัยเหนือกว่ำ กระบี่ดึง
อสนี เสียอีก ด้วยควำมรุนแรงของมันท ำให้กระบี่ดึง
อสนีถูกซัดปลิวกระเด็นไปกว่ำ 30 จ้ำง!
พอได้เห็นฉำกที่ พลังของซือตู๋ หมิงหลำง ถูกเป่ำ
กระเด็นออกไป และกระบี่ปรำบมำรได้ส่องแสงรำว
กับพระอำทิตย์ พร้อมกับชำยหนุ่มที่มีเปลวเพลิงสี
ทองชุกโชนบนร่ำงกำยอยู่เบื้องหน้ำเช่นนี้แล้ว มันก็
ท ำให้ทั้ง เซียนไท่ ถึงกับเงียบสงัด ในชั่วเวลำอึดใจ
เดียว เกรงว่ำหำกมีเข็มเล็กๆตกกระทบพื้น คนที่อยู่
บริเวณทั่วทั้งเขำล้วนต่ำงได้ยิน
ควำมเงียบสงัดเช่นนี้กินเวลำค่อนข้ำงนำน จนกระทั่ง
ซือตู๋ หมิงหลำง ล้มลงกระแทกพื้น เกือบจะไหลตก
ลงไปสู่เบื้องล่ำง
“อึก” ซือตู๋ หมิงหลำง ได้แหงนหน้ำขึ้นมอง ใน
ที่นี้หำกกล่ำวว่ำผู้ใดไม่สำมำรถทนต่อสภำพที่น่ำ
อนำถเช่นนี้ได้ เห็นทีก็คงจะไม่พ้นตัวมันเอง
หำกดูจำกหลำยๆด้ำน กำรต่อสู้กันครั้งนี้ มันมี
โอกำสถึงเก้ำสิบเก้ำส่วนที่มันจะเอำชนะอีกฝ่ำย แล้ว
เหตุใดมันถึงตกเป็นรองเช่นนี้ ท ำไมอู่ อวี้ ที่ใช้พลัง
กำยล้วนๆ สำมำรถซัดเขำปลิวกระเด็นในสภำพที่น่ำ
สมเพช
ฉำกนี้ มีแค่ค ำว่ำ ‘น่ำเหลือเชื่อ’ ที่เห็นว่ำจะเหมำะ
ใช่แล้ว มันเป็นเพรำะหยดเลือดโลหิตวำนร ที่ท ำให้
อู่ อวี้ ก้ำวข้ำมผ่ำนควำมยำกล ำบำกในคืนแล้วคืนเล่ำ
จนในที่สุด วันนี้เขำก็ทะลวงชั้นฟ้ำขั้นที่ 9 ได้ส ำเร็จ
และพอเข้ำสู่ขั้น เซียนวำนรจ ำแลงแล้ว จำกเดิมที่เขำ
มีพลังวัตรอยู่ที่ 3,000 อำชำศึก ในตอนนี้เขำกลับมี
พลังวัตรอยู่ที่ 5,000 อำชำศึก แน่นอนว่ำด้วยพลัง
ขนำดนี้ย่อมจักต้องเหนือกว่ำซือตู๋ หมิงหลำง
ดังนั้นมันจึงเป็นเหตุที่ท ำให้กระบี่ของซือตู๋ หมิง
หลำง หลุดกระเด็นออกไป และเป็นต้นเหตุท ำให้
ผู้คนพำกันตกตะลึง
กระทั่งแววตำของ หลำนฮั้วหยุน ก็ยังเกิดกำร
เปลี่ยนแปลงขึ้นเล็กน้อย ในตอนนี้นำงก็เข้ำใจถึง
เหตุผลแล้วว่ำท ำไม เฟิงซัวหยำ (เจ้ำนิกำย) ถึง
ต้องกำรสนับสนุน อู่ อวี้ เช่นนี้
แน่นอนว่ำก่อนหน้ำนี้ อู่ อวี้ ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของซือ
ตู่ หมิงหลำง แม้แต่น้อย ทว่ำในตอนนี้เขำได้ข้ำมพ้น
ควำมทุกข์ทรมำนมำ ท ำให้เขำต้องดับเครื่องชนและ
สู้จนตัวตำย ดูเหมือนว่ำกำรต่อสู้จริงมันพึ่งจะเริ่มต้น
เท่ำนั้น!
พอเห็นว่ำริมฝีปำกของมันปรำกฏเลือดไหลออกมำ
มันก็เหยียดสองนิ้วแล้วสะบัดขึ้น ต่อมำกระบี่ดึงอสนี
ก็ได้มำอยู่ในมือของมันอีกครำ ด้วยควำมโกรธที่พุ่ง
ทะลวงสรวงสวรรค์ ท ำให้มันค่อยๆสำวเท้ำ
ออกมำ พร้อมกับกล่ำวออกมำด้วยควำมฉุนเฉียว
ชิงชังว่ำ “ท้องฟ้ำไร้ที่สิ้นสุด เหล่ำเซียนทรง
ประทับ โปรดส่งอสนีบำตลงมำสู่กระบี่ข้ำ”
จู่ๆท้องฟ้ำที่หลับใหลก็เปลี่ยน……อู่ อวี้ ได้แหงน
หน้ำขึ้นด้วยควำมตกตะลึง เพรำะในตอนนี้เขำได้เห็น
หมู่เมฆด ำทมิฬก่อตัว เสียงฟ้ำร้องก็ดังขึ้น พอมองลึก
เข้ำไป เขำก็พบกับสำยฟ้ำที่เลื้อยผ่ำนเมฆรำวกับ
อสรพิษ ซ้ ำร้ำยสิ่งปรำกฎอยู่ในเมฆด ำมันก็คือพลัง
อ ำนำจที่จักสังหำรผู้คนได้เพียงพลิกฝ่ำมือ!
“รำชันย์เทพแห่งอสนีบำต!!! แม้แต่กระดูกของเจ้ำ
ข้ำก็จะไม่เหลือทิ้งเอำไว้ ตำยซะ!!!”
……………………………………………………………
(´▽`).。o♡ เพลิน