กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 301 : ปศาจโลหิต
ณ อาณาเขตล่าด่านที่สอง
ลึกลงไปภายในชั้นใต้ดินอันมืดสนิท เป็นความมืดที่
เรียกได้ว่าไม่สามารถมองเห็นได้แม้แต่นิ้วมือ ได้มี
การเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตอยู่ภายในนั้น นั่นก็คือ
จิ่วอิง
ด้วยอุปนิสัยของ จิ่วอิง เวลาบำเพ็ญตนเขาชื่น
ชอบสภาพแวดล้อมอันมืดสนิทเป็นอย่างยิ่ง
เนื่องจากภายใต้ความมืดมิดนี้มันจะทำให้ตน
สามารถยกระดับพื้นฐานฝึกตน ได้อย่างรวดเร็ว
มากขึ้น
เมื่อได้ล่วงรู้ข่าวคราวสำคัญ ซึ่งเกิดขึ้นภายใน
อาณาเขตล่าที่หก ว่า บัดนี้ อู่ อวี้ สามารถมีชัย
เหนือ วานรศิลาทองคำ ทั้งยังออกไปจาก ‘ อาณา
เขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘ ข่าวคราวนี้ทำให้ จิ่วอิงรู้สึก
ตกตะลึงอย่างยิ่ง
หลังจากแสดงท่าทีตื่นตระหนก เขาก็ยิ้มแล้วกล่าว
ขึ้นว่า ” ในที่สุดเขาก็ทำได้ วานรศิลาทองคำ เจ้า
หมายปลิดชีพ อู่ อวี้ ข้าจะจดจำความแค้นนี้ไว้”
ในราตรีดึกสงัด ร่างมหึมาของ จิ่วอิง อยู่ลึกลงไป
ภายในชั้นใต้ดิน มันยกศีรษะแหงนมองขึ้นไปบน
ท้องนภาเป็นครั้งคราว ด้วยสายตาเย็นเยียบ เหล่า
ผู้ฝึกตนที่เผลอบุกรุกเข้ามาภายในอาณาเขตนี้โดย
บังเอิญ จะรีบออกไปในทันที
ความจริงแล้วหากมี ‘เหยื่อ’ คนใดหาญกล้ามาท้า
ทาย จิ่วอิง ยังไม่นานพวกมันก็จะพบว่า ถึงแม้ จิ่
วอิง จะมีข่าวลือเรื่องความขี้ขลาด แต่ข่าวลือนี้หา
ได้เกี่ยวข้องกับตัวตนฝีมือความแข็งแกร่งแท้จริง
ของมันไม่ ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของ จิ่
วอิง กล่าวได้ว่าภายใน ห้วงทะเลปีศาจอนันต์ แห่ง
นี้ไม่มีผู้ใดเทียบเคียงกับมันได้ ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่อง
ยากหากมันจะฝั่าด่านของ ‘ อาณาเขตล่าแห่ง
เกียรติยศ ‘
” สุดท้ายก็ไม่มีโอกาสได้เจอ เลยไม่มีโอกาส
แลกเปลี่ยนพูดคุยกัน แต่ก็นะ… อนาคตภายภาค
หน้าก็มีโอกาสได้พบเจอกันอีก”
” หากเจ้ากลับไปที่ซูซัน ข้าก็จะเร่งรีบหาทางออก
จาก ‘ อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘ ให้จงได้ อีกสัก
1 หรือ 2 ปี หรืออาจมากกว่านั้น เมื่อได้พบกันอีก
ครา ดูสิว่าผู้ใดจะก้าวรุดหน้ามากกว่ากัน! ”
หลายปีมานี้ มี อู่ อวี้ เพียงผู้เดียวเท่านั้น ไม่ว่าจะ
เป็นในแง่ของพรสวรรค์ หรือ คุณสมบัติ ทำให้ จิ่
วอิง รู้สึกว่าเขาสามารถเทียบเคียงกับตนเองได้
ด้วยเหตุนี้ จิ่วอิง จึงรู้สึกกดดันอยู่ไม่น้อย
” ขอเวลาอีกนิด ด้วยความรวดเร็วในการฝึกตนบ่ม
เพาะ จากตระกูลจิ่วอิงของเรา มาดูกันซิว่า เมื่อถึง
ตอนนั้น อู่ อวี้ เจ้าจะไล่ตามข้าทันหรือไม่? ”
” บิดาของข้ากล่าวว่า ตระกูล จิ่วอิง ของเรา ถือ
เป็นปีศาจอันดับหนึ่งในทวีปแห่งทวยเทพ
สายโลหิตของข้าสูงส่งเหนือกว่าปีศาจทั้งมวลใน
โลกปีศาจแห่งนี้ ด้วยสายโลหิตนี้ ข้าไม่มีทางให้
พ่ายแพ้อย่างแน่นอน”
จิ่วอิง ชูศีรษะทั้ง 9 ขึ้น มองไปยังสถานที่อัน
ห่างไกล ศีรษะที่อยู่ตรงใจกลาง กล่าวพึมพำขึ้นมา
ว่า ” อู่ อวี้ หากได้พบพานกันอีกครา หวังว่าเมื่อ
ถึงยามนั้นเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง”
ก่อนหน้านี้ มันไม่เคยมีเปั้าหมายให้แข่งขัน
ทว่าคราวนี้มันได้ค้นพบเปั้าหมายนั้นแล้ว
……
ภายในห้วงทะเลปีศาจอนันต์ มวลหมู่เมฆเมฆา
ม้วนเกลือกกลิ้งเคลื่อนคล้อย ทั้งยังถือเป็น
มหาสมุทรอันแท้จริงแผ่ขยายทอดยาวผ่านท้อง
นภา บนอาณาเขตไร้สิ้นสุดแห่งนี้ได้ถูกความมืดมิด
ปกคลุมตลอดกาล กลิ่นอายปีศาจแผ่ขยายปกคลุม
ไปทั่วทั้งดินแดน ส่งผลให้ปีศาจเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ
ก่อกำเนิดขึ้น 、ทั้งปราณพิษ、ปราณโลหิต、
ปราณหยินพิษ ท่ามกลางพลังปราณ และ กลิ่น
อายต่างๆมากมายซึ่งหล่อเลี้ยงอยู่ตลอดกาล
ดังนั้นจึงทำให้มีปีศาจก่อกำเนิดขึ้น
สำหรับ ห้วงทะเลปีศาจอนันต์ ได้ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึก
ปวดเศียรเวียนเกล้าพอควรทีเดียว ที่นี่คือสรวง
สวรรค์ของเหล่าปีศาจ ด้วยเพราะอายหยินที่
กระจายตัวปกคลุมอยู่ตลอดทั้งปี มันได้กัดกร่อน
แกนกำเนิดของ อู่ อวี้ จนผุพังเสื่อมสลาย ขณะที่
เขาอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เพราะเหตุใดเผ่าพันธุ์ปีศาจถึง
ได้มีความแข็งแกร่งยิ่งนัก อีกทั้งไม่มีทางกำจัดพวก
มันออกไปจนสิ้นได้
เมื่อเหยียบก้าวมาถึง ห้วงทะเลปีศาจอนันต์
ภายใต้กลิ่นอายพิษนี้ ให้ความรู้สึกเฉกเช่นเดียวกับ
กำลังนั่งอยู่ภายในนาวา ที่กำลังจมดิ่งลงสู่ห้วง
มหาสมุทร
อู่ อวี้ ห้อมล้อมด้วยกลิ่นอายปีศาจจากทั่วทุก
ทิศทาง ส่งผลให้หนังศีรษะของเขาด้านชา จนต้อง
รีบเร่งติดตาม เจียง จูเยว่ ไป
ระหว่างการเดินทาง เจียง จูเยว่ ไม่พูดไม่จาแม้แต่
น้อย ถึงแม้ อู่ อวี้ จะซักถามแต่มันก็หาได้ตอบ
คำถามเขาไม่ แต่เมื่อ อู่ อวี้ เริ่มเคลื่อนไหวเสียงดัง
มันจึงตอบเขาด้วยท่าทางปนก่นด่าอย่างเบื่อหน่าย
ขึ้นว่า ” เจ้าเคลื่อนไหวดังมากเช่นนี้ หากไปดึงดูด
ความสนใจของปีศาจที่มีฝีมือเหนือกว่าข้าเข้าให้
ข้าก็คงไม่อาจช่วยเจ้าได้! ในเมื่อเจ้ารนหาที่ตาย
เช่นนี้! ถ้าเจ้าถูกสังหารจนตกตายลงไป ข้าจะถือ
ว่าได้ทำดีที่สุดแล้ว ”
สุนัขล่าจันทรา มีความอดทนอดกลั้นน้อยนิดยิ่งนัก
ถึงแม้ อู่ อวี้ จะรู้สึกไม่พอใจ แต่เพราะความ
จำเป็นที่ต้องให้ปีศาจตนนี้นำทาง จึงทำให้เขาต้อง
จำใจปิดปากเงียบ
เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านมา หลายต่อหลายครั้งเขาก็
สัมผัสได้ว่าปีศาจอยู่ใกล้ ๆ หัวใจของเขาเต้นถี่รัว
เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายปีศาจเข้มข้นแผ่กระจาย
ออกมา ขณะ อู่ อวี้ กำลังเดินผ่าน เส้นขนของเขา
ก็รุกชูชัน ประหนึ่งว่าลูกแกะกำลังเข้าไปในฝูงหมา
ปั่า ซึ่งเปียมล้นไปด้วยความกระหายเลือดจากทั่ว
ทุกหนทุกแห่ง ราวกับว่าสามารถถูกกลืนกินได้ทุก
เมื่อ
เขามุ่งหน้าไปทางทิศใต้อย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อต้อง
พบเจออาณาเขตของปีศาจที่ทรงพลังแข็งแกร่ง
เขาก็จะเดินอ้อมเลือกเฟั้นหาเส้นทางปลอดภัยมาก
ที่สุด อู่ อวี้ สามารถรู้สึกได้อย่างแจ่มแจ้งว่า ใน
เวลานี้กลิ่นอายหมอกพิษที่เคยหนาแน่นได้เจือจาง
ลดลง ซึ่งถือได้ว่าเป็นสัญญาณที่ดี
เนื่องจากว่าอาณาเขตแห่งนี้ มีปีศาจอาละวาด
ขวักไขว่อยู่ให้ควั่กไปทั่ว อู่ อวี้ จึงไม่อาจผ่อน
คลายลงได้ ยังคงต้องระมัดระวังตัวออกไป
เนื่องจากเขายังพบเจอกับปีศาจ ที่มีฝีมืออยู่ใน
ระดับสร้างแกนปีศาจอยู่หลายต่อหลายครั้ง ซึ่งทำ
ให้จิตใจของ อู่ อวี้ รู้สึกตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่ง
หากพวกมันเหล่านั้นไม่โดน เจียง จูเยว่ หยุดเอาไว้
ก่อน เกรงว่าปั่านนี้พวกมันคงได้กลืนกิน อู่ อวี้ จน
ตกตายไปไม่เหลือซาก
ห้วงทะเลปีศาจอนันต์ มีปีศาจอาศัยอยู่นับหมื่นพัน
ตลอดการเดินทาง อู่ อวี้ ได้พบเห็นปีศาจมากมาย
หลากหลายชนิด
นอกจากนั้นก็ยังมีสัตว์อาศัยอยู่ สัตว์เหล่านี้ล้วนมี
แนวโน้มจะกลายเป็นปีศาจเช่น วิหค กุ้ง หอย ปู
ปลา ภายในแม่น้ำทะเลสาบ หนอนแมลงสัตว์มีพิษ
ต่าง ๆ ภายในปั่า หรือแม้แต่ต้นไม้โบราณ รวมถึง
สิ่งสกปรกปฏิกูล ก็มีโอกาสที่จะกลายเป็นปีศาจ
เช่นเดียวกัน สรุปก็คือทุกสรรพสิ่งล้วนมีโอกาสที่
จะกลายเป็นปีศาจในการทั้งสิ้น หาใช่แค่ สัตว์ปั่า
หรือ วิหค เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ห้วงทะเลปีศาจอนันต์ ไม่อาจล่วงรู้เวลาว่าเป็น
กลางวันหรือราตรี เนื่องจากสถานที่แห่งนี้มืดมิด
เฉกเช่นยามราตรีอยู่ตลอดกาล
อู่ อวี้ กับ เจียง จูเยว่ เคลื่อนผ่านเทือกทิวเขา ใช้
ใบไม้ต้นไม้บนเทือกเขาหลบซ่อนเร้นอำพรางกาย
ระหว่างการเดินทางเคลื่อนไหว อู่ อวี้ เงียบเฉย
ตลอดทาง ขณะที่ เจียง จูเยว่ ก็ยังคงมุ่งหน้าต่อไป
พวกเขาทั้งสองเร่งรีบเดินทางอย่างสุดฝีเท้ามา
หลายวันแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะแกนกำเนิดของ อู่ อวี้
ฟืนคืนกลับได้อย่างรวดเร็ว เกรงว่าเขาคงได้เหน็ด
เหนื่อยจนแทบปางตาย ระหว่างการเดินทางมา
เนิ่นนานแล้ว
“หึ! นับว่าบุญกะลาหัวแค่ไหนแล้ว ที่เจ้ายังมีชีวิต
รอดผ่านจาก ห้วงทะเลปีศาจอนันต์ มาได้ แล้วเจ้า
ยังคิดให้เราหาบเกี้ยวไปส่งอีกเช่นนั้นหรือ ?” เมื่อ
เห็นว่า อู่ อวี้ แสดงท่าทางเบื่อหน่าย เจียง จูเยว่ ก็
หัวเราะขึ้นเสียงดัง
อู่ อวี้ รู้สึกเกียจคร้านที่มานั่งใส่ใจกลับถ้อยวาจา
ของมัน
ขณะนั้นเอง ท่าทีของ เจียง จูเยว่ ก็แปร
เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นอย่างฉับพลัน มันแหงนหน้า
มองขึ้นไปบนฟากฟั้า ซึ่งเป็นอาณาเขตของเมฆ
เมฆาสีแดง กำลังลอยม้วนเกลือกกลิ้งอ้อยอิ่ง
จากนั้นสีหน้าของมันก็เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย
ความจริงแล้วภายใน ห้วงทะเลปีศาจอนันต์ พื้นที่
บริเวณทั้งหมดนั้นมืดดำสนิท แต่ทว่าพื้นที่ขนาด
ใหญ่ด้านหน้าเสมือนดั่งถูกอาบชโลมไปด้วยโลหิตสี
แดงฉาน ท่ามกลางสายธารหมู่เมฆาโลหิต ท้วมล้น
ไปด้วยกลิ่นอายโลหิตหนาแน่นเข้มข้น หากมอง
เพียงผิวเผิน จะแลเห็นเสมือนกับว่าเป็นห้วง
ทะเลสาบโลหิตขนาดใหญ่ เนื่องจากสายโลหิต
หนาแน่นมากเกินไป ดังนั้นมันจึงระเหยอาบย้อม
หมู่เมฆาจนกลายเป็นสีแดงฉาน
” พื้นที่ด้านหน้า คืออาณาเขตของ ‘ปีศาจโลหิต’
ในเผ่าพันธุ์ปีศาจของข้า มันมีชื่อเสียงเลื่องลือเป็น
ถึงจอมปีศาจ! หาได้มีฝีมืออ่อนด้อยกว่า สาวกขั้น
กระบี่สวรรค์ของเจ้าแต่อย่างใด มีผู้คนนับหมื่นนับ
พัน ถูกสังหารตกตายด้วยน้ำมือของมัน! ฉะนั้นเรา
ต้องพยายามหลบเลี่ยง ‘ทะเลโลหิต’ เอาไว้ เราทั้ง
สองไม่สามารถเคลื่อนไหวเสียงดังได้แม้แต่น้อย
หากเจ้าเกิดถูกพบตัว เข้า ก็อย่ามากล่าวหาว่าข้า
ไม่เตือนล่ะ ” เจียง จูเยว่ กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียง
หนาวเย็น
“ปีศาจโลหิต?” อู่ อวี้ จ้องมองไปยังที่แห่งนั้น ซึ่งมี
กลิ่นอายปีศาจแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทุกแห่งหน
เหนือทะเลโลหิตมีหมอกโลหิตปกคลุมอยู่หนาแน่น
ราวกับว่ามีวิญญาณของผู้ที่ตกตายไปได้กรีดร้อง
โหยหวนอย่างทุกข์ทรมานอยู่ ฟังดูแล้วชวนน่าขน
ลุก น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
แม้กระทั่งปีศาจด้วยกันเองยังต้องการหลบเลี่ยงมัน
“ถ้าปีศาจโลหิตน่าสะพรึงกลัวมากขนาดนั้น เหตุใด
เราถึงไม่เลี่ยงไปเส้นทางอื่นล่ะ?” อู่ อวี้ ซักถามขึ้น
“ผายลมเถอะ หากใช้เส้นทางอื่น ก็ยังมีปีศาจ
แข็งแกร่ง และ น่าสะพรึงกลัวยิ่งเสียกว่านี้รอเรา
อยู่ เจ้าไม่มีทางจัดการได้อย่างแน่นอน! เจ้ามั่นใจ
ได้ แค่พยายามหลีกเลี่ยงทะเลโลหิตเอาไว้ แล้วมุ่ง
ไปข้างหน้า เจ้าก็จะปลอดภัย หลังจากนั้นเจ้าก็จะ
ออกไปจากห้วงเมฆาหลวงตา ได้อย่างไร้รอยขีด
ข่วน ” เจียง จูเยว่ กล่าวขึ้นอย่างหนาวเย็น
อันที่จริงแล้ว หากมิใช่มันเป็นผู้นำทาง เขาคงก้าว
เข้าสู่อาณาเขตของปีศาจตนอื่น ๆ ไปแล้ว
เทือกเขาเหล่านี้ล้วนถูกถือครองโดยจอมปีศาจ
เมื่อต้องเผชิญกับปีศาจแข็งแกร่งเช่นนี้เข้าย่อมไม่
อาจดูแลตนเองได้ ต่อให้เขาสามารถเก็บตาปีศาจ
ได้จนครบ 50 ชิ้น แล้วออกมาจาก ‘ อาณาเขตล่า
แห่งเกียรติยศ ‘ ได้ก็ตาม
“ไปเถอะ!”
เจียง จูเยว่ ไม่ได้กล่าวอันใดมากนัก จากนั้นมันก็
เปลี่ยนร่างกลับคืนสู่รูปแบบของสุนัขจันทรา พุ่ง
ทะยานไปข้างหน้าทันที มันข้ามผ่านหลีกเลี่ยง
ทะเลโลหิต แต่ก็ไม่ได้หลุดออกจากเส้นทางหลัก
มากนัก ส่วน อู่ อวี้ ก็ติดตามมันไปอย่างกระชั้นชิด
แต่ก็ยังเผลอจ้องมองลงไปยังทะเลโลหิตด้านล่าง
อย่างไม่รู้ตัว ท่ามกลางความเลือนราง ประหนึ่งว่า
เขาได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนของเหล่าวิญญาณ
สายลมอันโบกสะบัดพัดพริ้วโชยมา นั้นหนาแน่น
ไปด้วยกลิ่นอายโลหิต
” ร่ำลือกันว่า ปีศาจโลหิต บำเพ็ญตน กำเนิดขึ้นมา
จากแอ่งโลหิตของผู้ฝึกตนโบราณ หลังจากผ่านคืน
วันอันยาวนาน มันได้ถูกหล่อหลอมขึ้นจากความ
คลั่งแค้นชิงชัง จนกระทั่งสามารถเปิดวิญญาณ
แห่งภูมิปัญญา ก่อกำเนิดเป็นปีศาจ ปีศาจชนิดนี้
ถือเป็นปีศาจพิเศษสุดในเผ่าพันธุ์ปีศาจของเรา แต่
ทว่ามันก็น่าสะพรึงกลัวมากด้วยเช่นกัน” สุนัขจัน
ทรากล่าวขึ้นด้วยจิตใจเปียมล้นไปด้วยความ
หวาดกลัว
มันคือปีศาจ ที่ถือก่อกำเนิดขึ้นมาจากแอ่งโลหิต
หมักหมม!
บนโลกอันกว้างใหญ่นี้ เปียมล้นไปด้วยเรื่อง
มหัศจรรย์พิสดารพันลึกอยู่มากมาย
หลังจากพูดคุย สุนัขจันทราก็พยายามรีบเร่งฝีเท้า
มากยิ่งขึ้น ส่วน อู่ อวี้ จมอยู่ในสภาวะตึงเครียด
เมื่อเขาเดินทางมาได้ถึงครึ่งทาง ก็สัมผัสได้ถึง
ความผิดปกติ ราวกับว่ามีผู้คนกำลังจ้องมอง
ตนเองอยู่ หลายครั้งหลายหนรู้สึกว่าเบื้องหลังมี
สายตามากมายจับจ้อง จนทำให้เขารู้สึกขนลุกขน
พอง ระหว่างที่กำลังเร่งฝีเท้าเดินทางอย่างสุดขีด
อยู่นั้น ฉับพลันเขาก็หยุดชะงักฝีเท้าพร้อมกลับหัน
มามองเบื้องหลัง ภายในส่วนลึกของทะเลสาบ
โลหิต ทันใดนั้นเองกระแสสายโลหิตก็ระเบิดพวย
พุ่งขึ้น ธารโลหิตสาดกระจายมายังทิศทางนี้
“เจ้า!”
เมื่อสุนัขจันทราเห็นว่า เขายังไม่ยอมออกมาจาก
อาณาเขตครึ่งทาง มันก็หันกลับมาพร้อมกับตะโกน
ขึ้น เมื่อมันเห็นว่าหมอกโลหิตกำลังพวยพุ่งมาจาก
เบื้องหลังของ อู่ อวี้ เจียง จูเยว่ ก็ตกตะลึงอย่าง
สิ้นเชิง แม้กระทั่งร่างกายของหมาปั่าสีดำสนิทของ
มัน ยังให้ความรู้สึกซีดเผือดราวกับคนตายใน
บัดดล ก้อนเหงื่อเย็นเยียบหยาดไหลลงมา แข้งขา
ไร้เรี่ยวแรงทรุดลงไปด้านหน้า บัดนี้มันกำลังคุกเข่า
พร้อมกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแลร่างกายสั่นระรัวว่า
“นะ ∼ น้อมคารวะท่านจอมปีศาจโลหิต! ข้าน้อย
สุนัขจันทรา ได้รับคำสั่งจากจักรพรรดิ ให้พา
มนุษย์ผู้หนึ่งออกจากอาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ
การปฏิบัติหน้าที่ของข้าในวันนี้ ได้พยายามหลบ
เลี่ยง ‘ทะเลโลหิต’ ไม่คาดคิดว่าจะไปสร้างความ
รำคาญใจให้แก่ท่านจอมปีศาจ ข้าน้อยสมควรตาย
หมื่น ๆ ครั้ง หมื่น ๆ ครั้ง!
เมื่อแลเห็นการแสดงออกของสุนัขจันทราแล้ว
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องล้อเล่น
อู่ อวี้ รู้ได้ในทันทีว่า ยามนี้ตนเองกำลังพบเจอกับ
ปัญหาอันใหญ่หลวงเข้าเสียแล้ว
เพียงชั่วพริบตา หมอกโลหิตก็แผ่ขยายหนาแน่น
จนปกคลุมไปทั่วทั้งผืนฟั้า พร้อมทั้งก่อรูปเป็น
วงกลมห้อมล้อมร่างกายของ อู่ อวี้ กับ สุนัข
จันทราไว้ หมอกโลหิตเริ่มปกคลุมหนาแน่นมากขึ้น
เรื่อย ๆ เพียงชั่วอึดใจ โลกที่พวกเขามองเห็นก็
แปรเปลี่ยนกลายเป็นโลหิตอย่างสิ้นเชิง หมุนวนไป
รอบทิศทางอย่างต่อเนื่อง ปลดปล่อยบรรยากาศ
อันน่าสะพรึงกลัว พร้อมกับกลิ่นอายโลหิตเข้มข้น
หนาแน่น ช่างน่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง
“ทำไม ถึงมีมนุษย์อยู่ที่นี่?”
ท่ามกลางบรรยากาศอันน่าประหวั่นพรั่นพรึง มี
เสียงของสตรีผู้หนึ่งดังขึ้นมาจากหมอกโลหิต นาง
กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงฉงนสงสัย ภายในน้ำเสียงนั้น
แฝงไว้ด้วยความกระวนกระวายสั่นเครือเล็กน้อย
ซึ่งมันทำให้เขารับรู้ได้ถึงความแปลกประหลาด
ของ ‘ปีศาจโลหิต’ มากยิ่งขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้เห็นท่า
แล้วคงยากที่จะรับมือกับมันได้
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สุนัขจันทราก็กล่าวขึ้นอย่าง
รวดเร็วว่า “มนุษย์ผู้นี้คือสหายของบุตรจักรพรรดิ
อิง ถูกจอมปีศาจ ‘อสรพิษปา’ พาตัวมายังอาณา
เขตล่าแห่งเกียรติยศอย่างไม่ได้ตั้งใจ ข้าน้อยรับ
บัญชาจาก จิ่วอิง ให้พาตัวมนุษย์ผู้นี้ออกจากห้วง
เมฆาลวงตา”
“บุตรของจักรพรรดิอิงงั้นหรือ? ร่ำลือกันว่า จิ่วอิง
ผู้นี้ไม่กล้าสังหารแม้กระทั่งมนุษย์ตัวเล็ก ๆ… ” มี
เสียงอันน่าสะพรึงกลัวดังขึ้น
ในเวลานั้นเอง หมอกโลหิตก็แพร่กระจายออก
พร้อมทั้งรวมตัวเป็นคลื่นโลหิตมาปรากฏอยู่เบื้อง
หน้าของ อู่ อวี้ ในที่สุดก็รวมตัวกลายเป็นมนุษย์
โลหิตผู้หนึ่ง จากนั้นมนุษย์โลหิตผู้นี้ก็เกิดการ
เปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ ก่อกำเนิดเนื้อหนังขึ้นบน
ร่างกาย ในสายตาของ อู่ อวี้ จากโลหิตรูปร่างคน
ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นมนุษย์ผู้หนึ่ง เมื่อแลเห็น
อย่างชัดเจน มนุษย์ผู้นี้ก็คือสตรีผู้มีรูปโฉมงดงาม
เป็นสตรีสาวเยาว์วัยซึ่งดูบริสุทธิ์ผุดผ่อง เสมือนดั่ง
มนุษย์ในใต้หล้าทุกประการ มีเพียงดวงตาเท่านั้นที่
เป็นสีโลหิตบริสุทธิ์ ไม่มีส่วนลูกตาขาวอยู่ภายใน
จึงให้ความรู้สึกที่ค่อนข้างน่าสะพรึงกลัวอยู่บ้าง
นางจับจ้องไปยัง อู่ อวี้ จากนั้นก็ยิ้มขึ้นพร้อมกับ
กล่าวว่า “เสี่ยวอิงเอ๋ย…เข้าใจเลือกสหายเหลือเกิน
มนุษย์ผู้นี้ช่างน่าอร่อยยิ่งนัก”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ