กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 303 : วูซาน เซี่ยชือ
อู่ อวี้ ขี่กระบี่บินจักรพรรดิอยู่เหนือท้องนภาและ
หมู่เมฆสีขาว บินข้ามผ่านปุยเมฆ อาบไล้ไปด้วย
แสงอาทิตย์อันสดใส ทั่วทั้งร่างกายเต็มเปียมไป
ด้วยพละกำลัง
เขาบินไปด้วความเร็วสูง บินผ่านสายลมอันรุนแรง
ปล่อยให้เสื้อผ้าของเขาโบกสะบัดไปมา หัวใจของ
เขาในตอนนี้คิดถึงสถานที่ที่เขาจากมาเป็นอย่าง
มาก ดังนั้นจึงรีบมุ่งหน้าไปอย่างรวดเร็ว บัดนี้ภูเขา
ลำธารทั้งหลายต่างถูกทิ้งไว้เบื้องหลังและหายลับ
ไปในพริบตา
กระบี่บินล่องนภาเหนือใต้ผืนฟั้า ในใจของตนพลัน
รู้สึกอิสระเป็นอย่างยิ่ง!
ห้วงสมุทรปีศาจอนันต์ อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ
วันคืนที่ไร้ซึ่งแสงตะวัน มันได้กดขี่เขาเอาไว้จน
ยามนี้ต้องระบายออกมาให้หมด
ดวงอาทิตย์ส่องแสง หมู่นกและสรรพสัตว์วิ่งเล่น
ท่ามกลางปั่าไม้ ต้นไม้ใบหญ้าเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
ที่ตีนเขาอุดมไปด้วยต้นน้ำลำธาร ภายในภูเขาวิหค
ต่างพากันขับขานและหมู่ดอกไม้โชยกลิ่นหอม
ออกมา เขาได้กลับมาสู่โลกใบเดิม แม้แต่กลิ่นหอม
ของดอกไม้ที่บางเบาที่สุดซึ่งลอยอยู่กลางอากาศก็
ยังสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน
เขาต้องผ่านการต่อสู้เฉียดตายมานับครั้งไม่ถ้วน
เพื่อแลกกับอิสระภาพเช่นนี้
แน่นอนว่าการต่อสู้เฉียดตายมากมาย ได้นำพาการ
เปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่มามอบให้กับ อู่ อวี้ ทำให้
เขาได้ก้าวเขามาอยู่ในระดับของ ‘ผู้ฝึกตน’ อย่าง
แท้จริง
“ซูซัน! ซูซัน…….”
เขามองไปยังเทือกเขาชิงเทียนที่อยู่ห่างไกล
ดวงตาทั้งคู่สว่างไสว ออกเดินทางโดยไม่หยุดพัก
แม้เพียงวินาทีเดียว
ทั้งเขตแดนอันกว้างใหญ่ของเขตแดนกระบี่สามัญ
ทั้งเทือกเขาชิงเทียนที่น่าอัศจรรย์ ทั้งผู้ฝึกตนกระบี่
มากมาย และเซียนเต๋าอันไร้ซึ่งขอบเขต
ตอนนี้ อู่ อวี้ อยู่ไม่ไกลจากเทือกเขาชิงเทียนแล้ว
ทันใดนั้นเบื้องหลังของเขามีกลิ่นอายโลหิต
แพร่กระจายออกมา สิ่งนี่ทำให้อารมณ์ตื่นเต้นของ
อู่ อวี้ ต้องดับวูบลงไปอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่า
ทางฝังห้วงสมุทรปีศาจอนันต์ที่อยู่เบื้องหลังของ
เขา มีใครบางคนกำลังไล่ตามเขามา และกลิ่นอาย
โลหิตเช่นนี้ อู่ อวี้ มีความคุ้นเคยเป็นอย่างมาก
เขารีบร่อนลงไปอยู่บนพื้น ซ่อนอยู่ภายในหุบเขาที่
สีเขียวชอุ่ม จากนั้นลบกลิ่นอายของตัวเองออกไป
อย่างไรก็ตามอีกฝั่ายเห็นได้ชัดว่ากำลังไล่ตามเขา
อยู่ เมื่อ อู่ อวี้ ค้นพบถึงการดำรงอยู่ของมัน ฝั่าย
ตรงข้ามก็ได้ค้นพบตัว อู่ อวี้ ไปเรียบร้อยแล้ว
ดังนั้นในตอนที่ อู่ อวี้ เหินบินลงไปซ่อนตัวอยู่
ภายในหุบเขาและหันหลังกลับไป พบว่าเป็นหมอก
เมฆโลหิตกำลังลอยลงมาหาเขา ทันใดนั้นก็
กลายเป็นหมอกโลหิตขนาดใหญ่ ส่งเสียงกรีดร้อง
ออกมา ภายในชั่วพริบตาก็ครอบคลุมหุบเขาแห่งนี้
เอาไว้ได้ทั้งหมด
เดิมทีหุบเขาแห่งนี้มีสีเขียวชอุ่ม ภายในเวลาสั้นๆ
มันได้กลายเป็นเหมือนกับห้วงสมุทรปีศาจอนันต์
เต็มไปด้วยบรรยากาศของหมอกโลหิต ต้นไม้ใบ
หญ้าจำนวนมากเหี่ยวเฉาลงไปอย่างรวดเร็ว
กลายเป็นซากต้นไม้ที่น่าเกลียด เป็นเหมือนกับ
ซากศพแห้งเหี่ยวที่ถูกสูบเลือดออกไป บรรดา
สรรพสัตว์ทั้งหลายที่อยู่ในหุบเขาได้กลายเป็นเพียง
แค่ซากกระดูก แม้แต่แม่น้ำที่ใสกระจ่าง ใน
พริบตาเดียวมันก็เปลี่ยนกลายเป็นแม่น้ำโลหิต
นี่ต้องเป็นพลังอำนาจของปีศาจแน่นอน
ไม่ใช่เพียงแค่สัตว์เดรัจฉานเท่านั้น แม้แต่มวลหมู่
มนุษย์ ดวงวิญญาณของสิ่งมีชีวิตทั้งหมด ราวกับ
ล่วงลับไปสู่โลกหน้า
“ปีศาจโลหิต!”
ในตอนนี้ อู่ อวี้ ตื่นตัวจนถึงขีดสุด เบื้องหน้า
ปรากฏเป็นแม่น้ำโลหิตสายหนึ่ง เห็นได้ชัดว่ามา
ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ มันได้รวมตัวกัน
กลายเป็นดรุณีน้อยซึ่งมีนัยน์ตาโลหิตอันสูงศักดิ์
นางหนึ่ง มันก็คือปีศาจโลหิต เมื่อปีศาจโลหิตเห็น
อู่ อวี้ มันก็ส่งรอยยิ้มที่สามารถแทรกซึมเข้าไปใน
จิตวิญญาณของผู้คนที่พบเห็นได้ออกมา แล้ว
กล่าวว่า “วันนี้ข้าพาปีศาจที่มีชั้นสูงตนหนึ่งมา
แนะนำให้เจ้าได้รู้จัก”
ในตอนที่เพิ่งจะกล่าวจบไปนั้นเอง ด้านข้าง อู่ อวี้
ไม่ไกล แม่น้ำที่กลายเป็นแม่น้ำโลหิตฉับพลันมันก็
ม้วนกวาดขึ้นมา แม่น้ำโลหิตพลันระเบิดออก
กระจายขึ้นไปเต็มทั่วทั้งท้องนภา ทันใดนั้นก็มี
อสุรกายยักษ์ตนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นจากด้านใต้ของ
แม่น้ำ เมื่อมองไปคราแรก อู่ อวี้ คิดว่าอาจจะเป็น
อสรพิษโลหิตขนาดยักษ์ แต่เมื่อมองอย่างละเอียด
แล้วก็พบว่ามันไม่ใช่ ปีศาจตัวนี้ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึก
สั่นสะท้าน!
“มังกร?” อู่ อวี้ แทบจะสบถออกมา สำหรับมังกร
นั้น ความเป็นจริงเขาค่อนข้างที่จะคุ้นเคย ใน
ตำนานที่เกี่ยวกับมังกร มันถือเป็นสัตว์เทวะ
ประเภทหนึ่ง เป็นสัตว์ที่เป็นเหมือนกับสัญลักษณ์
ของสิ่งมงคล ในโลกของปุถุชน แม้แต่จะเป็นผู้ฝึก
ตนก็ยากที่จะสามารถพบเห็นได้ เกี่ยวกับมังกรที่
เป็นสัตว์เทวะ จะกล่าวอย่างไรดีว่าสายโลหิตของ
มัน กระทั่งอยู่เหนือกว่าจอมปีศาจอิงที่อยู่บนทวีป
แห่งทวยเทพ
บนเสาเก้าจัตุรัสสยบมาร ก็มีมังกรเทวะขดตัวพัน
อยู่รอบๆตัวเสา แน่นอนว่านั่นเป็นเพียงแค่ภาพใน
จินตนการ ในความเป็นจริงสิ่งที่เกี่ยวกับมังกรเท
วะนั้นล้วนสูงส่งเป็นอย่างยิ่ง
ปีศาจที่ออกมาจากแม่น้ำโลหิต ทั่วร่างของมันเต็ม
ไปด้วยสีแดงโลหิต เกล็ดมังกร สี่เท้าและสี่กรงเล็บ
บินทะยานขึ้นสู่ฟากฟั้า เมื่อมองไปยังศีรษะของมัน
จะสามารถเห็นได้ถึงฟันอันแหลมคมของมังกร
รูปร่างของมันคล้ายคลึงกับมังกรที่อยู่ในภาพวาด
เป็นอย่างยิ่ง หัวเหมือนวัว ดวงตาเหมือนกับกุ้ง ใบ
หูคล้ายช้าง แผงคอและหน้าท้องเหมือนกับอสรพิษ
มีเกล็ดดั่งมัจฉา กรงเล็บเฉกเช่นหงสาและอุ้งมือ
ราวกับพยัคฆ์
ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียว นี่คือสัตว์เทวะมังกรที่
มีชีวิตจริงๆ แต่มันไม่มีเขาของมังกร
แต่ยังไงมังกรเทวะก็คือสัตว์เทวะ คิดว่ามังกรที่อยู่
เบื้องหน้านี้เป็นอย่างไร ดุร้ายและเหี้ยมโหด
ภาพลักษณ์ที่แสดงออกมา ถึงมังกรตัวนี้เทียบไม่ได้
กับปีศาจโลหิตที่อยู่ข้างกายของมัน แต่ว่า
สายโลหิต พลังอำนาจ สามารถสะกดข่มปีศาจ
โลหิตได้ กระทั่งให้ความรู้สึกคล้ายคลึงกับจิ่วอิง!
นั่นเป็นดั่งกับปีศาจอันยิ่งใหญ่ ไม่แน่ว่าอาจจะ
ไม่ใช่สัตว์เทวะ แล้วท้ายที่สุดแล้วมันคือตัวกันแน่?
อู่ อวี้ จำได้อย่างรวดเร็ว สองปีที่ตัวเองติดอยู่ใน
อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ได้ยินถึงการดำรงอยู่
อันสูงส่งของปีศาจตนหนึ่ง
“ในหมู่ปีศาจ จอมปีศาจอันดับหนึ่งก็คือจักรพรรดิ
ปีศาจอิง ร่างเดิมของจิ่วอิง มีทั้งหมดเก้าหัว และ
นอกจากนี้ยังมี จอมปีศาจจู้ อีกตนหนึ่ง ว่ากันว่า
ความแข็งแกร่งของมันมีความใกล้เคียงกับ
จักรพรรดิปีศาจอิงเลยทีเดียว”
“จอมปีศาจจู้ ร่างเดิมของมันเป็นมังกรประกาย
แสง เมื่อมันกลายร่างแล้ว มันก็คือมังกรเทวะที่
แท้จริงดีๆนั่นเอง อย่างไรก็ตามเนื่องจากนิสัยอัน
เย็นชาและความดุร้ายของมัน มันจึงไม่ถูกนับว่า
เป็นสัตว์เทวะ แม้แต่มังกรที่แท้จริง ก็ไม่เต็มใจที่จะ
คลุกคลีกับมัน ดังนั้นมันจึงกลายมาเป็นปีศาจ แต่
สายโลหิตของมันก็ไม่อ่อนแอกว่าจิ่วอิงเลยแม้แต่
น้อย”
“จอมปีศาจจู้ไม่มีทายาท มีแต่บุตรบุญธรรม
นอกจากนี้ยังเป็นศิษย์ของมันอีกด้วย ว่ากันว่ามี
อายุมากกว่าจิ่วอิงถึงสองหรือสามเท่า อีกทั้งยังอยู่
ในขอบเขตตำหนักม่วงทะเลมรกต บุตรบุญธรรมผู้
นี้ได้ยินมาว่าถูกพาตัวมาจากดินแดนที่อยู่นอกทวีป
แห่งทวยเทพ มันก็เป็นมังกรเทวะตนหนึ่ง อย่างไร
ก็ตามสายเลือดนี้ยังคงอ่อนแอกว่ามังกรประกาย
แสงอยู่ ดูเหมือนมันจะมีชื่อเรียกว่า วูซาน
เซี่ยชือ”
มันไม่มีเขามังกร มันคือมังกรไร้เขา (หรือมังกรที่ยัง
โตไม่เต็มวัย อันนี้แปลได้สองความหมาย)
มังกรที่ไร้เขาเบื้องหน้า เห็นได้ชัดว่านั่นเป็นบุตร
บุญธรรมของจอมปีศาจจู้ มันมีนามว่า วูซาน
เซี่ยชือ ซึ่งเป็นมังกรเทวะเฉกเช่นเดียวกับ
จักรพรรดิจู้!
อู่ อวี้ จำได้ว่า มีข่าวลือว่า วูซาน เซี่ยชือ เป็นศัตรู
คู่อาฆาตกับจิ่วอิง! เรื่องนี้สามารถเข้าใจได้ไม่ยาก
นัก หนึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของจอมปีศาจจู้ อีกหนึ่ง
เป็นบุตรชายของจักรพรรดิปีศาจอิง มันเป็นการ
เผชิญหน้าของผู้ที่เป็นผู้สืบทอดของจอมปีศาจทั้ง
สอง จิ่วอิงมีนิสัยเมตตา แต่ วูซาน เซี่ยชือ ได้รับ
อิทธิพลมาจากจอมปีศาจจู้ ถึงแม้ว่าอายุจะยังไม่
มากเท่าไหร่ แต่ในทวีปแห่งทวยเทพทั้งหมด มันมี
ชื่อเสียงดังกระฉ่อน ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่รู้จักเพียงแต่
วูซาน เซี่ยชือ แต่ไม่รู้จักตัวตนของ จิ่วอิง
แม้แต่ในเผ่าพันธุ์ปีศาจ ชื่อเสียงของ วูซาน เซี่ยชือ
ก็ยังสะกดข่ม จิ่วอิง เมื่อเวลาผ่านไปทำให้มันมี
อิทธิพลมากกว่า จิ่วอิง จนเกิดความสั่นคลอน ว่า
กันว่านี่จึงเป็นเหตุผลที่จอมปีศาจอิงต้องการจะ
เปลี่ยนนิสัยของ จิ่วอิง
ไม่คาดคิดว่าตัวตนเช่นนี้จะออกมาตามล่า อู่ อวี้
พร้อมกับปีศาจโลหิต อู่ อวี้ รู้สึกราวกับว่าตนเอง
ร่วงหล่นมาจากสรวงสวรรค์และดิ่งสู่นรก
แต่เขาก็ยังคงสงบนิ่งอยู่
ในตอนนี้ วูซาน เซี่ยซือ บินออกมาจากแม่น้ำ
โลหิตพร้อมขดตัวอยู่เบื้องหน้า อู่ อวี้ หลังจากนั้น
เกล็ดมังกรและกายเนื้อของมันเกิดการ
เปลี่ยนแปลงจากมังกรกลายเป็นบุรุษผู้หนึ่ง นี่คือ
ชายหนุ่มผู้หนึ่งที่มีดวงตาและผมยาวสลวยสีโลหิต
ผมของมันยาวมาถึงเอว เริงระบำอยู่ท่ามกลางสาย
ลม ดวงตาสีโลหิตทั้งสองข้างส่องประกายแหลม
คมออกมา บนร่างของมันสวมใส่ชุดคลุมสีขาว
สะอาดสะอ้าน เป็นการจับคู่กันระหว่างสีแดงโลหิต
และสีขาว ที่ให้ความรู้สึกติดตาตรึงใจเป็นอย่างยิ่ง
ดวงตาของ วูซาน เซี่ยชือ ค่อนข้างเรียวและแหลม
คมยิ่ง ริมฝีปากบางปรากฎสีแดงระเรื่อ ดูแล้วเป็น
บุคคลที่สามารถสังหารคนได้โดยไม่กระพริบตา
เมื่อเผชิญหน้ากับอีกฝั่าย อู่ อวี้ รู้สึกว่าจริงๆแล้ว
ตัวตนที่อยู่เบื้องหน้านี้มีพลังอำนาจและพลัง
สายเลือดที่จะสะกดข่มปีศาจโลหิตเอาไว้ได้ อีกทั้ง
จิ่วอิง ก็ด้อยกว่ามันมาก
แน่นอนว่า จิ่วอิง ยังเยาว์วัยอยู่
ทั้งสายฝั่ายมองหน้ากัน วูซาน เซี่ยชือ ก็เปิดปาก
ของมันออกมา น้ำเสียงของมันนุ่มนวลเป็นอย่าง
ยิ่ง ราวกับเป็นสตรีเพศ มันกล่าวออกมาว่า “เจ้า
น่าจะเป็น อู่ อวี้ เจ้าคงรู้ว่าข้านั้นเป็นผู้ใดใช่
หรือไม่?”
น้ำเสียงนุ่มนวลของมัน ค่อยๆก้าวเข้ามาใกล้ๆ อู่
อวี้ พริบตาเดียวก็มายืนอยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้
อู่ อวี้ สงบจิตใจของตัวเองลง แล้วกล่าวออกไป
“แน่นอนข้ารู้ แต่ว่าเจ้าไล่ตามข้ามาเช่นนี้ มี
จุดประสงค์อะไร?”
“ไม่มีอะไร เขาเพียงแค่อยากรู้จักกับเจ้าที่เป็น
อัจฉริยะของนิกายเซียนซูซันเท่านั้น”
วูซาน เซี่ยชือ ยิ้มออกมาเล็กน้อย ทันใดนั้นก็สะบัด
มือออกไปเล็กน้อย พลันปรากฎข้อความสีโลหิต
เล็กๆฉับพลันนั้นก็สลักลงไปอยู่ที่หลังมือของ อู่ อวี้
ใบหน้าของ อู่ อวี้ เปลี่ยนไป เขายกมือขึ้นมาดู ก็
พบว่าด้านหลังมือขวาของเขาปรากฏเป็นตัวอักษร
ตัวหนึ่งขึ้น เป็นตัวอักษร “มังกร”!
มันมีขนาดเล็กเท่ากับปลายนิ้วก้อย อู่ อวี้ แทบจะ
ไม่รู้สึกถึงการคงอยู่ของมัน ซึ่งมันสามารถมองเห็น
ได้ด้วยตาเปล่า และไม่สามารถจะลบมันออกไปได้
“เจ้ากำลังทำสิ่งใด?” การเคลื่อนไหวของอีกฝั่าย
เกิดขึ้นในชั่วพริบตา อู่ อวี้ รู้ดีว่าตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้
ของมัน และในตอนนี้ก็กำลังถูกมันกดดันอยู่ จนไม่
สามารถต่อสู้กลับไปได้
“ฮี่ฮี่ มันเป็นเพียงแค่ของมีระลึกเล็กๆ เจ้าไม่ต้อง
กังวลเกี่ยวกับมันหรอก ตั้งแต่ที่เจ้าได้รู้จักข้าแล้ว
เช่นนั้นข้าก็จะไม่อยู่ที่นี่นานนัก หวังว่าเราจะได้พบ
กันอีกในวันหนึ่ง ” จากนั้น วูซาน เซี่ยชือ ได้กลาย
ร่างกลับไปอยู่ในร่างของมังกร พุ่งทะยานขึ้นไปบน
ฟากฟั้า คำรามก้องออกมา ส่วนปีศาจโลหิตก็ยิ้ม
ออกมาเล็กน้อย และแปลงกลับไปเป็นหมอกโลหิต
บินไปอยู่ข้างกายของมังกร จากนั้นทั้งสองก็มุ่งเข้า
สู่หมอกสีดำทมิฬที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอันแสน
จะมืดมนพร้อมจากไป
“นี่มันคืออะไรกัน?” อู่ อวี้ รู้เรื่องราวเกี่ยวกับ
ร่างกายตนเองเป็นอย่างดี และไม่รู้เกี่ยวกับ
สัญลักษณ์ที่อยู่บนมือโดยสิ้นเชิง เดิมทีมันส่องมีสี
แดงโลหิตชัดเจนแต่ในตอนนี้มันกลับจางลงไปแล้ว
มันใช้เวลาเพียงไม่นานก่อนที่จะกลายเป็นเพียงแค่
ร่องรอยเล็กๆ อู่ อวี้ ใช้พลังของแกนกำเนิดเพื่อลบ
มันออกไป แต่ก็ไม่ได้ผล สัญลักษณ์ แน่นอนว่ามัน
ก็ไม่สามารถใช้น้ำในการชะล้างมันได้
“มันไม่ใช่วิชาเวทย์ปีศาจ และก็ไม่ใช่อักขระเวทย์
ตามที่ข้าคาดเดา มันจะต้องเป็นแก่นพลังศักดิ์สิทธิ์
อย่างหนึ่งของ วูซาน เซี่ยชือ” หมิงซวง หัวเราะใน
คราวเคราะห์ของผู้อื่น
“แก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์? มันเล็กน้อยเช่นนี้เลย
หรือ?” เป็นเพราะว่ามันมีการเคลื่อนไหวเพียง
เล็กน้อย และแตกต่างจากแก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์
ของปีศาจตนอื่นๆ ดังนั้น อู่ อวี้ จึงไม่ได้เตรียมการ
รับมือมันเอาไว้
“แก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ไม่จำเป็นจะต้องเด่นชัด
ขนาดนั้น เคล็ดวิชามหาเต๋าเชื่อมสวรรค์บางวิชา
มันมีแม้กระทั่งสำแดงฤทธิ์เดชของมันออกมาโดยที่
ไม่สามารถรับรู้ได้ล่วงหน้า ซึ่งมันน่ากลัวเป็นอย่าง
มาก ” หมิงซวง กล่าว
“เจ้าพอรู้วิธีที่จะลบเจ้าสัญลักษณ์นี้หรือไม่? มันได้
เดินทางตามข้ามาเพื่อวางสัญลักษณ์นี้กับข้า มัน
จะต้องมีแผนการอะไรแน่นอน” ในใจของ อู่ อวี้
รู้สึกมืดมนเป็นอย่างยิ่ง เขาไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ วูซาน
เซี่ยชือ ต้องการจะทำนั้นคืออะไร
“น่าเสียดาย ที่ท่านย่าของเจ้ายังไม่มีพลังเพียง
พอที่จะทำอะไรได้” หมิงซวง แสดงออกว่านี่ไม่ใช่
เรื่องของตัวเอง และปล่อยมันไป
อู่ อวี้ ลองพยายามหลายวิธีแล้ว แต่มันก็ไม่สำเร็จ
ในตอนนี้ร่องรอยอันเจือจางนี้ยังไม่ได้ส่งผลกระทบ
อะไรต่อเขา แต่กระนั้นก็ยังไม่มีวิธีใดที่จะลบมัน
ออกไปได้
“วูซาน เซี่ยชือ!” ดวงตาทั้งคู่ของ อู่ อวี้ ลุกโชน
ขึ้น เห็นได้ชัดว่าอีกฝั่ายนับว่าตนเองเป็นเพียงแค่
เบี้ย
“ข้าไม่ควรจะอยู่ในที่แห่งนี้เป็นเวลานาน ข้าควร
จะหนีไปก่อน ไม่แน่ว่าเมื่อกลับไปถึงนิกายเซียนซู
ซัน อาจจะมีใครบางคนเข้าใจวิธีการที่จะกำจัด
สัญลักษณ์นี้ออกไปก็ได้” เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ อู่ อวี้ ก็
กลับขึ้นไปยืนอยู่บนกระบี่บินจักรพรรดิบินพร้อม
มุ่งหน้ากลับไปยังนิกายเซียนซูซัน
เมื่อมองลงไป เดิมทีหุบเขาสีเขียวแห่งนี้ ได้
กลายเป็นดินแดนแห่งความตายไปเรียบร้อยแล้ว
ไม่มีแม้แต่ต้นหญ้าสักต้นที่จะมีชีวิตอยู่ได้อีก
ความเกลียดชังที่มีต่อปีศาจโลหิตและ วูซาน
เสี่ยชือ มันได้ฝังลึกเข้าไปในจิตใจของเขา
อู่ อวี้ ได้จ้องมองไปที่สัญลักษณ์นี้มาตลอดทาง
เขารู้สึกว่าในวันหนึ่ง เจ้าสัญลักษณ์นี้จะต้องปะทุ
ออกมาอย่างแน่นอน หลังจากนั้นมันอาจจะทำบาง
สิ่งบางอย่างที่คาดไม่ถึง เมื่อถึงตอนนั้น วูซาน
เซี่ยชือ ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดจะยิ้มเยาะ
ออกมาอย่างแน่นอน
“พวกมันคิดจะทำอะไรกันแน่?”
คำถามนี้ คอยรบกวน อู่ อวี้ มาโดยตลอด
จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาได้มองเห็นเทือกเขาชิงเทียน
ที่สูงตระหง่านยื่นเข้าไปอยู่บนชั้นฟั้าแล้ว!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ