กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 305 : ไสศึกที่ปศาจสงมา
หลังจาก เฉิน ชิงหยู๋ กล่าวเสร็จสิ้น นางก็ไม่ได้
สอบถามรายละเอียดอะไรมากนัก เนื่องจาก
ทั้งหมดมันเป็นประสบการณ์ส่วนตัวของ อู่ อวี้ ใน
เมื่อเวลานี้เขากลับมาแล้ว ฉะนั้นคนอื่นจึงไม่ควร
กล่าวซักไซ้อันใดอีก
อู่ อวี้ รู้สึกเกียจคร้านจะอยู่ที่นี่ต่อ เขาอยากจะกลับ
วิหารสงครามเซียนเต็มแก่แล้ว ประการแรกก็คือ
รอให้ หนานกง เหว่ย ได้ยินข่าวคราวเรื่องของเขา
กลับมา หลังจากนั้นก็เฝั้ารอให้นางมาหาตนเองใน
ภายหลัง ประการที่สองคือเขาต้องการกลับไป
ฝึกฝนมหาวิถีเชื่อมสวรรค์ เพราะมันคือกุญแจ
สำคัญทั้งผู้ฝึกตน และ ปีศาจที่ใช้ในการต่อสู้
สังหาร นอกจากนี้มหาวิถีเชื่อมสวรรค์ คือสิ่งที่ทำ
ให้เขาได้ก้าวไปอยู่บนเขาชิงเทียนซูซัน ซึ่งถือเป็น
หนึ่งในความใฝั่ฝันของ อู่ อวี้ อีกทั้งมันยังเป็น
ความใฝั่ฝันของ เฟิง ซัวหยา ด้วยอีกคน
เขาไม่คาดคิดว่าหลังจาก เฉิน ชิงหยู๋ กล่าวเสร็จ
สิ้น ทันใดนั้นบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งที่นั่งอยู่ด้านบนสุด
ของ รายนามหมื่นเซียนกระบี่ ก็บินลงมา จากนั้นก็
ร่อนลงมาหยุดอยู่ตรงด้านหน้า อู่ อวี้ ใบหน้าของ
บุรุษหนุ่มผู้นี้ละเอียดอ่อนสง่างาม ดูโดดเด่นเป็น
อย่างยิ่ง สีหน้าของมันบ่งบอกว่าต้องการมาหา
เรื่องอย่างเต็มที่ จ้องมองดวงตาของ อู่ อวี้ อย่าง
ยั่วยุท้าทาย คิ้วขมวดเข้าหากันอย่างเอาเรื่อง
จากนั้นก็กล่าวขึ้นว่า ” อู่ อวี้ ก่อนเจ้าจะหายตัวไป
เจ้าอยู่อันดับ 1 ของ รายนามหมื่นเซียนกระบี่ ใน
เมื่อวันนี้เจ้ากลับมาแล้ว ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้ายัง
จะรักษาอันดับ 1 ไว้ได้อยู่อีกหรือไม่ ? ข้าไม่เชื่อว่า
เจ้าจะรักษามันไว้ได้ ฉะนั้นข้าจึงอยากจะท้า
ประลองกับเจ้า! ”
อู่ อวี้ จดจำเด็กหนุ่มผู้นี้ได้ ตอนนั้นตนเองประลอง
กับ จ้าว ซวนเซียน และ เหอ ไท่เหยา เด็กหนุ่มผู้นี้
อยู่อันดับ 5 ของ รายนามหมื่นเซียนกระบี่
หลังจากคนอื่น ๆ กลายเป็นสาวกระดับปฐพีไปกัน
หมดแล้ว จึงทำให้ลำกับของมันกระโดดขึ้นมาเป็น
อันดับหนึ่ง
แต่เพราะยามนี้ อู่ อวี้ หวนกลับมาแล้ว ดังนั้น
ลำดับแรกจึงไม่ใช่ของมันต่อไป มันจึงแสดง
ออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนว่า มันไม่อาจยอมรับใน
ข้อนี้ได้
ด้วยวัยที่ยังไม่มากของเด็กหนุ่มผู้นี้ กล่าวได้ว่ามัน
จะต้องเป็นผู้มีพรสวรรค์ไม่ด้อยกว่า จ้าว ซวน
เซียน อย่างแน่นอน
เมื่อสาวกแกนสามัญคนอื่น ๆ ของซูซันได้ยินมัน
พูดเช่นนี้ออกมา ความโกลาหลวุ่นวายก็บังเกิดขึ้น
พวกเขาต่างส่งเสียงโห่ร้องสนับสนุนการท้า
ประลองในครั้งนี้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วพวกเขา
เพียงใคร่รู้ว่า หลังจากผ่านมา 2 – 3 ปี ฝีมือของ อู่
อวี้ ก้าวรุดหน้าไปอย่างไรบ้าง? จะดีขึ้น หรือ แย่ลง
กว่าในตอนแรก?
“อู่ อวี้ รับท้าประลองเล้ยยย!”
” ถูกต้องแล้ว เวลาก็ผ่านมาเนิ่นนานผู้ใดจะไปรู้ว่า
ฝีมือของเจ้า ยังคงเป็นอันดับ 1 ของ รายนามหมื่น
เซียนกระบี่ อยู่หรือไม่!”
” ในฐานะที่เจ้าเคยเป็นอันดับ 1 ของ รายนามหมื่น
เซียนกระบี่ ฉะนั้นเจ้าต้องยอมรับการท้าประลอง
ของผู้เป็นอันดับ 1 คนใหม่ เจ้าคือผู้ที่เอาชนะ จ้าว
ซวนเซียน ในตอนแรกไม่ใช่หรือไร ? ”
ยามนี้ผู้คนจำนวนมากส่งเสียงโห่ร้องโกลาหลกัน
ทั่ว หากตนเองปฏิเสธการท้าประลองในครั้งนี้ เห็น
ทีว่าคงไม่แคล้วจะต้องถูกเย้ยหยันถากถาง
เฉิน ชิงหยู๋ ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน อันที่จริง
หลังจากที่นางได้พูดคุยกับ อู่ อวี้ ก็สามารถทำให้
นางสรุปได้ว่าเขาจะต้องเป็นอันดับ 1 รายนาม
หมื่นเซียนกระบี่ แต่เด็กหนุ่มผู้นี้ยังคงติดใจจึง
ปฏิเสธที่จะยอมรับ จึงได้มาท้าประลอง อู่ อวี้
อย่างมั่นอกมั่นใจเช่นนี้ แสดงว่ามันต้องเตรียมวาง
อุบายไว้เล่นงาน อู่ อวี้ อย่างแน่นอนที่สุด ในความ
เป็นจริงนางนั้นมีเจตนาดี เนื่องจากผู้ฝึกตนบนโลก
นี้ทั้งหมด สิ่งที่ถือเป็นพื้นฐานมากที่สุดก็คือ
ความสามารถ การที่ อู่ อวี้ ได้แสดงฝีมือความ
แข็งแกร่งตั้งแต่แรก เพื่อสร้างชื่อเสียงให้แก่ตนเอง
ก็นับว่าคุ้มค่าสมควร ผู้เยาว์ที่อยู่ด้านหลังของเขา
เปรียบเช่นดั่งปลาคาร์พในสายนที ซึ่งพวกเขาต้อง
เห็นกับตาเท่านั้นถึงจะยอมเชื่อแต่โดยดี
หากกวาดตามองรอบ ๆ เขาซูซันแห่งนี้ จะเห็น
ผู้เยาว์หนุ่มสาวจำนวนมาก สำหรับเด็กหนุ่มแล้ว
พวกเขาจะเปียมล้นไปด้วยความกระตือรือร้น ส่วน
สำหรับเด็กสาวจิตใจของพวกนางจะมีความ
ยืดหยุ่นมากกว่า ด้วยเพราะเพิ่งอยู่ในวัยหนุ่มสาว
ไร้ซึ่งประสบการณ์ชีวิต ทำให้พวกนางบริสุทธิ์ไร้
เดียงสามากเกินไป
บางคนสุภาพอ่อนน้อม บางคนขี้สงสัยไม่เชื่อถือสิ่ง
ใดง่าย ๆ บางคนริษยาผู้อื่น บางคนโง่เขลาเจ้า
โทสะ บางคนก็ไม่แยแสผู้ใด
อู่ อวี้ พยักหน้ารับอย่างลังเล ” ย่อมได้… เช่นนั้น
เชิญเจ้าลงมือได้เลย ”
นี้เป็นเพียงแค่คำตอบไว้หน้าเท่านั้น แต่ใจจริงแล้ว
ภายในจิตใจของเขานั้นเปียมล้นไปด้วยความ
ภาคภูมิใจและหยิ่งทะนง ถึงแม้เขาจะกล่าวตอบ
กลับไปอย่างสุภาพ แต่ทว่าต้องเผชิญหน้ากับชาย
หนุ่มผู้อยู่อันดับ 1 ของ รายนามหมื่นเซียนกระบี่ผู้
นี้ … ถ้าให้กล่าวตามสัตย์จริง อู่ อวี้ หาได้รู้จัก
ชื่อเสียงเรียงนามของมันแม้แต่น้อย
” ดูถูกเหยียดหยามข้าเช่นนี้ ข้าจะให้เจ้าได้ชดใช้!”
เด็กหนุ่มกรีดร้อง พร้อมยกกระบี่พุ่งเข้าโจมตีทันที
ทันใดนั้นกระบี่ในมือของมันก็เปลี่ยนเป็น กระบี่
หลายพันเล่ม หลังจากนั้นก็มีทั้งหมดก็หลอมรวม
สาดผสานกัน กลายเป็นวิหคขนาดยักษ์ ปีกของมัน
แผ่ขยายมีความยาวกว่าร้อยจั้ง เสียงคำรามหวีด
หวิวสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่ว ในทุก ๆ ที่ ๆ มัน
ไปชั้นบรรยากาศตรงนั้นจะบังเกิดการบิดเบี้ยว
มวลหมู่เมฆาแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ
อู่ อวี้ มองไปด้านหน้า อนึ่งว่าโลกที่อยู่ตรง
ด้านหน้าเขาทั้งหมด เป็นเช่นดั่งคมกระบี่ที่สามารถ
เฉือนเนื้อโลหิตของเขา
ในเวลานี้กระบี่นับพันราวกับหนามแหลมคม กำลัง
พุ่งตรงเข้ามาจากทั่วทุกทิศทาง ซึ่งหากมองดูจาก
ระยะไกลจะทำให้แลเห็นเสมือนว่า วิหคยักษ์กำลัง
ทะยานเข้ามากลืนกิน อู่ อวี้
“เสียสติไปใหญ่แล้วหรือไร ถึงไม่ยอมหลบการ
โจมตี!” สาวกกระบี่สามัญมากมายต่างตกตะลึงไป
ตาม ๆ กัน พร้อมกับจ้องมองไปยัง อู่ อวี้ ด้วย
ท่าทางหลือเชื่อ
ผู้ฝึกตนกระบี่ย่อมสามารถมองเห็นได้ว่า อู่ อวี้ หา
ได้แยแสการโจมตีนี้แม้แต่น้อย
แต่ในความเป็นจริงนั้นถือเป็นเรื่องปกติ แม้แต่
ปีศาจที่มีฝีมืออยู่ในระดับ สร้างแกนปีศาจ ขั้นที่ 9
อย่างวานรศิลาทองคำยังต้องพ่ายแพ้ให้แก่ อู่ อวี้
มาแล้ว ซึ่งความแข็งแกร่งนั้นใกล้เคียงกับ ไปั๋หลี่
เฟยหง หากให้เปรียบเทียบกับเด็กหนุ่มผู้นี้ สำหรับ
เขาแล้วก็เหมือนกับกำลังต่อสู้กับเด็กน้อยวัย 3
ขวบเท่านั้น แล้วไฉนเขาต้องหลบเลี่ยงการโจมตี
ของเด็กน้อยเช่นนี้ด้วยเล่า
ชั่วอึดใจต่อมา ภาพฉากนี้ทำให้สีหน้าของสาวกซู
ซันนับร้อยนับพัน ต้องนิ่งค้างราวกับถูกแช่แข็ง ท้ง
ยังทำให้จิตใจของพวกมันรู้สึกยอมรับอย่าง
สมบูรณ์
เนื่องจากนั่นคือกระบี่นับพัน แต่ อู่ อวี้ กลับไม่ขยับ
เขยื้อนไหวติงแม้แต่น้อย กระบี่ทั้งหมดพวยพุ่งเข้า
ใส่ลงบนร่างของ อู่ อวี้ เฉกเช่นดั่งห่าพิรุณขนาด
ใหญ่ กระบี่แหลมคมนับไม่ถ้วนทิ่มแทงกรีดเฉือน
โลหิตเถือเนื้อหนังของ อู่ อวี้ สิ่งที่น่าสะพรึงกลัว
อย่างยิ่งนั่นก็คือ คมกระบี่ ซึ่งหากห่าพิรุณกระบี่ตก
ทิ่มแทงเข้าใส่ก้อนศิลา ก้อนศิลายังถูกบดขยี้จนปัน
ปีไม่เหลือซาก แต่ทว่ากระบี่นับร้อยนับพันเหล่านี้
กลับไม่สามารถสร้างริ้วรอยขีดข่วนให้แก่ร่างกาย
ของ อู่ อวี้ ได้แม้แต่น้อย
ภาพฉากดังกล่าวทำให้ อู่ อวี้ ต้องขบคิดกับตัวเอง
ว่า กายาเพชรอมตะ ขั้นสมบูรณ์ ก็สมควรที่จะเกิด
ผลลัพธ์เช่นนี้แล้ว
ต่อให้เป็นเต๋ากระบี่ฝืนลิขิตสวรรค์ ก็ยังยากที่จะ
สร้างรอยขีดข่วนให้แก่ร่างกายเขาได้
ชริ้ง ชริ้ง ชริ้ง!
ทันใดนั้นเสียงการโจมตีก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงเข้มข้น
แต่แล้ว อู่ อวี้ กลับหายตัวไปในพริบตา
” เป็นไปได้อย่างไร!? ” ชายหนุ่มหน้าซีดขาวลง
ทันทีด้วยความหวาดกลัวอย่างจับใจ ในเวลานี้มัน
เพิ่งจะค้นพบความห่างชั้นอย่างใหญ่หลวงของ
ระดับฝีมือ ทันใดนั้นเอง อู่ อวี้ ก็มาปรากฏตัวอยู่
ตรงหน้าของมัน จากนั้น อู่ อวี้ ก็ปล่อยหมัดอัด
กระแทกใส่ใบหน้าของมัน จนร่างของมันปลิว
กระเด็นลอยออกไป ฟันฟางแตกหักโลหิตกลบปาก
“เหวออออ!” ภายในจิตใจของเด็กหนุ่มผู้นี้ได้รับ
การกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง มันหวาดกลัว
เสียจนร่ำไห้ออกมา แม้ว่าเด็กหนุ่มผู้นี้จะมีฝีมือล้ำ
เลิศเพียงใด แต่ก็ยังอ่อนเยาว์ยิ่งนัก จิตใจหาได้
เติบโตเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งไม่อาจเปรียบได้กับ อู่ อวี้ ถึง
จะกำเนิดเติบโตจากในวัง แต่ต้องอยู่ท่ามกลางกล
อุบายเล่ห์เหลี่ยมล่อหลอกสารพัด ฉะนั้นจึงไม่มี
ทางเอามาเปรียบกันได้
เด็กหนุ่มผู้นี้รีบคลานหนีออกไปอย่างลนลาน โดย
ไม่รู้สึกละอายใจ หรือ เกรงกลัวว่าจะเสียหน้า
แม้แต่น้อย หลังจากมันหลบหนีหางจุกตูดไปแล้ว
อู่ อวี้ ก็หันมองรอบ ๆ ยามนี้ ทั่วทั้งเขาหมื่นเซียน
กระบี่บิน เงียบกริบราวกับไร้ซึ่งมีสิ่งมีชีวิตใด ๆ
สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องมายัง อู่ อวี้ เป็นตาเดียว
บัดนี้ความกังขาภายในจิตใจของพวกมันทุกผู้คน
ได้จางหายไปเป็นปลิดทิ้ง สำหรับพวกมันแล้ว ถ้า
อู่ อวี้ ไม่ใช่สัตว์ประหลาด เขาจะมีชีวิตรอดผ่าน
ห้วงทะเลปีศาจอนันต์ ออกมาได้อย่างไร ?
การต่อสู้นี้ได้แสดงให้เห็นว่า อู่ อวี้ เป็นสิ่งมีชีวิตซึ่ง
เปรียบเสมือนดั่งสัตว์ประหลาด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกายเนื้อของเขา มีความ
แข็งแกร่งยิ่งกว่าปีศาจเสียด้วยซ้ำ ภาพฉากการ
ประลองในวันนี้ ได้ทำให้ชื่อเสียงของเขาเลื่องลือ
ดังกระฉ่อนแพร่กระจายไปทั่ว
“ร่ำลือกันว่า สาวกขั้นกระบี่ปฐพี ทั้ง 4 คน ได้ถูก
เฮยซาน กุ่ยอี้ สังหารจนตกตายไป แม้กระทั่ง เหอ
เต้าจื้อ ซึ่งมีความแข็งแกร่งอยู่ในมหาวิถีสร้างแกน
นภาขั้นที่ 7 ก็ยังเสร็จมัน อย่างไรก็ตามในท้ายสุด
แล้วเจ้าผู้ฝึกตนนอกรีตนั่น ก็ถูกสังหารลงด้วย
น้ำมือของ อู่ อวี้ ”
” การที่เจ้าเด็กหนุ่มผู้นี้ กล้ากระทำตัวโอหังหยิ่ง
ผยอง ก็สมควรแก่พรสวรรค์ของมันแล้ว”
หลังจากนั้น เสียงพูดคุยชื่นชมก็ดังขึ้น
” ข้าไม่ทราบจริง ๆ เลยว่า จอมกระบี่ชิงเหอที่ให้
ความสนใจกับอัจฉริยะผู้นี้ ทำไมถึงยังไม่ยินยอม
รับเขาเป็นศิษย์เสียที?”
นี่คือคำถามของผู้คนจำนวนมาก ซึ่งยังหาคำตอบ
ไม่ได้
“คราแรก อู่ อวี้ อยู่ในระดับ มหาวิถีสร้างแกนนภา
ขั้นที่ 3 แต่มันก็สามารถอยู่ในอันดับ 1 ของ
รายนามหมื่นเซียนกระบี่ ได้แล้ว แต่ในยามนี้เขา
กลับอยู่ใน มหาวิถีสร้างแกนนภา ขั้นที่ 5 คงไม่
ต้องกล่าวอันใดให้มากความแล้ว”
เมื่อมีอาวุโสกล่าวถึงระดับการฝึกตนของ อู่ อวี้
เหล่าอัจฉริยะมากมาย ต่างพากันถอนหายใจ
ออกมาด้วยความโล่งอก
“หากดูจากความผิดมนุษย์มนาของ อู่ อวี้ ในอดีต
คาดว่าในตอนนี้ ตัวของเขาน่าจะมีความแข็งแกร่ง
อยู่ในระดับ มหาวิถีสร้างแกนนภา ขั้นที่ 7 แน่นอน
ว่าสาวกเหล่านั้นย่อมไม่ใช่คู่มือของเขา รวมถึง
สาวกส่วนใหญ่ในระดับกระบี่ปฐพีด้วย ข้าไม่รู้ว่า
เขาเริ่มปลูกฝัง มหาวิถีเชื่อมต่อสวรรค์ แล้วหรือยัง
หากว่าปลูกฝังมหาวิถีเชื่อมต่อสวรรค์แล้ว ก็คงจัด
ได้ว่าเป็นสาวกขั้นกระบี่ปฐพีอีกผู้หนึ่ง การมีชื่อ
เป็นอันดับหนึ่งอยู่บน รายนามหมื่นเซียนกระบี่ หา
ได้มีประโยชน์อันใดกับเขาแม้แต่น้อย”
หลังจาก อู่ อวี้ ได้รับฟังบทสนทนาของฝูงชนมา
มากพอสมควรแล้ว เขาก็รีบประสานมือคารวะ
ให้กับผู้คน เพื่อเป็นการกล่าวเป็นนัยว่า การแสดง
ในครั้งนี้สิ้นสุดลงแล้ว พร้อมกับเอ่ยว่า ” เช่นนั้น
ข้าน้อย อู่ อวี้ จะไม่ขอสร้างความวุ่นวายให้กับการ
ประลองหมื่นเซียนกระบี่ … ข้าขออำลา”
ก่อนหน้านี้ เฉินชิง หยู๋ บอกให้เขาไปรับแต้ม
ความสำเร็จ 2000 แต้ม นางได้บอกกล่าวเรื่องนี้
กับผู้ดูแลของวิหารความสำเร็จเอาไว้ก่อน
เรียบร้อยแล้ว
ขณะ อู่ อวี้ กำลังจะก้าวลงจากสนามประลอง
ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น คนผู้นั้นกล่าวขึ้นว่า
“ช้าก่อน จะรีบร้อนไปไหนกัน”
อู่ อวี้ มองย้อนกลับไป ท่ามกลางฝูงชนจากทิศ
ตะวันออก มีชายหญิงคู่หนึ่งขี่กระบี่บินจับมือมา
หยุดอยู่เบื้องหน้า อู่ อวี้ ทั้งคู่รูปโฉมงดงามเป็น
อย่างยิ่ง เมื่อฝั่ายตรงข้ามเข้ามาใกล้ จนสามารถ
สัมผัสได้ถึงความอิจฉาริษยา แลความหยิ่งพยอง
ปรากฏว่าพวกมันเป็นสาวกขั้นกระบี่ปฐพี คนผู้นี้ก็
คือ ผู้ได้รับการยอมรับเป็นศิษย์จากจอมกระบี่แห่ง
ซูซัน จ้าว ซวนเซียน กับ เหอ ไท่เหยา
อู่ อวี้ ได้ลืมเลือนคนทั้งสองไปแล้ว แต่บัดนี้พวก
มันกลับมาปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าฝูงชน แท้จริง
แล้วมีเจตนาอะไรกันแน่?
“เจ้ามีปัญหาอันใดกับข้า?” อู่ อวี้ รู้สึกไม่ค่อยถูก
ชะตากับคนทั้งสองนัก ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้อง
สุภาพกับพวกมัน
จ้าว ซวนเซียน จับมือที่ขาวประดุจหยกของ เหอ
ไทเหยา จากนั้นก็จ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยดวงตาซึ่ง
เต็มเปียมไปด้วยจิตสังหาร มันพยักหน้าขึ้นลง
อย่างช้า ๆ พร้อมกับกล่าว ” นั่นหาใช่ตัวตนที่
แท้จริงของมัน ในนามของเหล่าสาวกแห่งซูซัน ข้า
ต้องการไขข้อกังขา เกี่ยวกับเจ้าบางประการให้
กระจ่างแจ้ง ”
หลังจากหายไปพักหนึ่ง แลเห็นคู่ต่อสู้ของมันฟืน
คืนกลับมาจากความตาย พวกมันจึงไม่ยินยอม
ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไป อู่ อวี้ ตระหนักถึง
เรื่องนี้อย่างชัดเจน
“ถ้าเจ้าจะกล่าวผายลมอันใด ก็อย่าดึงผู้อื่นเข้าไป
ร่วมด้วย” อู่ อวี้ กล่าว
“โอหังนัก!” เหอชิง เหยา จ้องมองไปยัง อู่ อวี้
อย่างหนาวเย็น
จ้าว ซวนเซียน จ้องมองไปยัง อู่ อวี้ พร้อมกับ
กล่าวขึ้นว่า ” ข้าสงสัยมากจริง ๆ เจ้าอยู่ภายใน
ห้วงทะเลปีศาจอนันต์ มานานกว่า 2 ปี เกิดอะไร
ขึ้นในที่แห่งนั้นบ้าง? ปีศาจตนใดที่จับตัวเจ้าไปไว้
ในห้วงทะเลปีศาจอันนั้น? แล้วทำไมมันต้องจับตัว
เจ้าไป? เจ้าหลบหนีออกมาจากที่แห่งใด แล้วใช้วิธี
ใดหลบหนีออกมา? อู่ อวี้ เจ้าไม่สามารถปิดบัง
เรื่องราวที่ผ่านมาได้ พวกเราเหล่าพี่น้องแห่งซูซัน
ต้องการคำอธิบายจากเจ้า”
เหอ ไท่เหยา กล่าวสนับสนุนขึ้นว่า “ใช่แล้ว ถ้าเจ้า
ไม่อาจไขข้อกังขานี้ให้กระจ่างแจ้งได้ เราก็มีสิทธิ์
จะสงสัยตัวเจ้า ว่าในช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา เจ้า
ได้กลายเป็นพรรคพวกของปีศาจไปแล้ว! เจ้าถูก
ปีศาจควบคุม แล้วส่งตัวกลับมายังซูซัน โดยมี
เปั้าหมายแฝงเร้น! ”
เมื่อ เหอ ไทเหยา กล่าวขึ้นมาเช่นนี้ ทันใดนั้นก็
บังเกิดเป็นความโกลาหลครั้งใหญ่ขึ้น ก่อนหน้านี้
ทุกผู้คนหาได้คำนึงถึงความเป็นไปได้ในข้อนี้ไม่ แต่
เมื่อพิจารณาอย่างรอบคอบ สิ่งที่ เหอ ไท่เหยา กับ
จ้าว ซวนเซียน กล่าวมานั้นก็พอมีความเป็นไปได้
อยู่บ้าง เนื่องจาก อู่ อวี้ ไม่ได้อธิบายเรื่องราวที่
เกิดขึ้นอย่างชัดเจน จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเป็นอย่างที่
พวกมันกล่าวขึ้นมาจริง ๆ
คำพูดเหล่านี้ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างใหญ่หลวง
จนทำให้ อู่ อวี้ ตกเป็นฝั่ายเสียเปรียบ เฉิน ชิงหยู๋
จ้องมองไปที่พวกมันอย่างเย็นชา จากนั้นก็กล่าว
ขึ้นด้วยโทสะว่า ” ข้าจะทำให้เจ้าเข้าใจอย่าง
ชัดเจน นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของ อู่ อวี้ ไม่จำเป็นต้อง
ปั่าวประกาศให้โลกหล้าได้ล่วงรู้ เรื่องที่เจ้ากังขา
ช่างเป็นเรื่องเหลวไหลสิ้นดี ทั้งหมดที่เจ้าต้องการ
ก็แค่ปรารถนาจะทำลายชื่อเสียงของเขาเท่านั้น
พวกเจ้าทั้งสองก็เป็นแค่คนที่พ่ายแพ้ให้กับ อู่ อวี้
ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ หากข้าเป็นเจ้า จะไม่
ยอมพูดพร่ำชักแม่น้ำทั้งห้าออกมาเช่นนี้ หากรู้สึก
อัปยศ ก็ท้าสู้กลับไปตรง ๆ ไฉนต้องสร้างเรื่อง
ขึ้นมาให้วุ่นวายเช่นนี้ด้วย? ”
“แน่นอนว่าขิงแก่ย่อมเผ็ดกว่า เมื่อคำกล่าวของ
เฉิน ชิงหยู๋ ดังขึ้น จ้าว ซวนเซียน กับ เหอ ไท่
เหยา ก็ถูกเปิดเผยเจตนาที่แท้จริงออกมาทั้งหมด
เป็นความจริงที่ว่าพวกมันต้องการฉวยโอกาสจาก
สถานการณ์ในตอนนี้ เหยียบย่ำทำลายชื่อเสียง
ของ อู่ อวี้ ให้ปั่นปี
เฉิน ชิงหยู๋ กล่าวต่อว่า “เจ้าเป็นเพียงสาวกระดับ
กระบี่ปฐพี ส่วนข้า เฉิน ชิงหยู๋ คือสาวกระดับ
โลกา หลังจาก อู่ อวี้ กลับมา ข้าก็พาตัวของเขาไป
สอบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตามกฎของซูซัน เอง
ไม่จำเป็นต้องแพร่งพรายเรื่องนี้ต่อหน้าธารกำนัล
อู่ อวี้ สามารถมีชีวิตรอดกลับมาจาก ห้วงทะเล
ปีศาจอนันต์ ซึ่งมีโอกาสตายสูงถึง 9 ใน 10 ส่วน
นี่คือความจริงที่เกิดขึ้น จงอย่าใช้จิตใจอันต่ำทราม
ของพวกเจ้ามาตัดสินวิญูชน ช่างน่าละอายใจยิ่ง
นัก จ้าว ซวนเซียน ไม่แปลกใจเลยจริง ๆ ที่พี่ชาย
ของข้าไม่สนใจเจ้า เนื่องจากเจ้ามีจิตใจคับแคบ ไร้
ซึ่งคุณธรรมเช่นนี้! ”
สำหรับ เฉิน ชิงหยู๋ ตราบใดที่ไม่ล่วงเกินนางมาก
เกินไป นางก็หาได้ใส่ใจไม่ แต่ จ้าว ซวนเซียน
หยาบช้ามากเกินไป ดังนั้นจึงทำให้นางมีโทสะ
อย่างยิ่ง
ด้วยคำกล่าวของของ เฉิน ชิงหยู๋ บวกกับศักดิ์
ฐานะของนางใน ซูซัน เช่นนี้ แม้ว่า จ้าว ซวน
เซียน จะกล่าวยั่วยุ หรือ พูดจายุแยงมากเพียงใด
ผู้คนส่วนใหญ่ก็ยังคงรู้สึกโล่งใจไปมากทีเดียว
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ