กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 310 : วิหารเลื่อนขั้นเซียน
สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว อิทธิฤทธิ์ ร่างอวตารนอกวิถี
คือสิ่งที่บดขยี้มุมมองความเชื่อของ อู่ อวี้ อย่าง
สิ้นเชิง
มันคือวิชาเวทอันมหัศจรรย์ยิ่งกว่า เคล็ดตรึงกายา
แลเคล็ดระเบิดพลังคลั่ง
ถึงแม้ร่างอวตารทั้ง 10 ร่าง จะเหมือนกับ อู่ อวี้
แต่พวกมันก็สามารถฝึกฝนแบ่งแยกไปตาม
แนวทางของตนเองได้ ตราบใดที่ อู่ อวี้ ยินดีให้ร่าง
อวตารฝึกฝน พวกมันก็จะก้าวหน้าขึ้น เพราะ
อย่างไรแล้ว พวกมันก็ถือเป็นส่วนหนึ่งในร่างกาย
ของ อู่ อวี้
พลังอำนาจจากแกนนภาภายในร่างอวตารทั้ง 10
หากทั้งหมดหลอมรวมเข้าด้วยกัน บางทีอาจ
แข็งแกร่งยิ่งกว่า อู่ อวี้เลยก็ได้ กล่าวได้ว่า ระดับ
พลังอำนาจแกนนภาของร่างอวตารแต่ละตัวนั้น
เทียบเท่าได้กับมหาวิถีสร้างแกนนภาขั้นที่ 5 หรือ
อาจสูงยิ่งกว่านั้น เพราะไม่ว่าอย่างไรแล้วคุณภาพ
แกนนภาของพวกมัน ก็เทียบเท่าได้กับ อู่ อวี้
ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือ พวกมันไม่ได้มี
กายเนื้อฝืนชะตาท้าลิขิตสวรรค์เช่นเดียวกับ อู่ อวี้
กายเนื้อที่แข็งแกร่งไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า แกนนภา
ไม่สามารถถ่ายโอนไปยังร่างอวตารได้
ร่างอวตารเหล่านี้ มีรูปแบบในการต่อสู้แลวิชาเต๋า
ต่าง ๆ เช่นเดียวกับ อู่ อวี้ หรือแม้กระทั่งสามารถ
ฝึกตนไปตามวิถีแห่งเต๋า รวมถึงการกลั่นสกัดเม็ด
ยาสร้างแกนนภา ยกระดับแกนกำเนิด นอกจากนี้
ยังสามารถใช้ มหาเคล็ดวิถีเทียนเซียน ปรับแต่ง
ยกระดับแกนนภาได้อีกด้วย อีกทั้งพลังรบยังถือได้
ว่า ทรงพลังน่าตื่นตะลึงเป็นอย่างยิ่ง
จุดอ่อนเพียงอย่างเดียวก็คือ กายเนื้อของพวกเขา
อ่อนแอเป็นอย่างมาก ถึงแม้พลังโจมตีจะรุนแรง
มากเพียงใด แต่ทว่าตราบใดที่ถูกฝั่ายตรงข้าม
โจมตี แม้คู่ต่อสู้คนนั้นจะไม่ได้แข็งแกร่งก็ตามที
มันก็สามารถทำให้ร่างอวตารนั้น สูญสลาย
กลายเป็นเส้นผมกลับคืนสู่ร่างกายของ อู่ อวี้ ได้
และ หลังจากนั้นจำเป็นต้องใช้เวลาพักฟืนอีกครู่
หนึ่ง จนกว่าจะกลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์ ถึงจะ
สามารถใช้งานได้อีกครั้ง
ความแข็งแกร่งทางกายเนื้อของ อู่ อวี้ อยู่เหนือ
เกินกว่าสร้างแกนนภาขั้นที่ 5 แต่ความแข็งแกร่ง
ทางกายเนื้อของร่างอวตารนั้นอยู่ต่ำกว่าเล็กน้อย
นั่นก็คือมีเพียงความสามารถในการต่อต้านการ
โจมตีจากพลังในระดับสร้างแกนนภาขั้นที่ 3 ได้
เท่านั้นอู่ อวี้ คิดว่าตนเองควรฝึกฝนเคล็ดวิชาเต๋า
สายปั้องกันบางชนิด เพื่อให้ร่างอวตารสามารถใช้
มันปั้องกันตนเองได้ ระมัดระวังไม่ให้พวกมันสูญ
สลายกลับคืนกลายเป็นเส้นผมเร็วเกินไปนัก…
ถึงกระนั้น การที่ ร่างอวตารนอกวิถี สามารถ
ปลดปล่อยเคล็ดวิชาเต๋าของเขาออกมาได้ทุกชนิด
มันได้สร้างความตกตะลึงให้แก่ อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง
แล้ว
สิ่งที่น่าประหลาดใจมากที่สุดก็คือ ร่างอวตาร
สามารถฝึกฝนบ่มเพาะวิถีเต๋าตามเส้นทางของ
ตนเองได้ เกรงว่าอาจจะสามารถปรับแต่งยกระดับ
แกนนภาได้อีกด้วย แค่เพียงพวกมันสามารถเพิ่ม
ความแข็งแกร่งของตนเองได้ ก็ถือว่าน่าอัศจรรย์
มากแล้ว บางทีหากวันใดเขาสามารถขึ้นไปบน
สวรรค์มีอำนาจเทียมฟั้า แค่เพียงเส้นผม 1 เส้นบน
ศีรษะของเขา อาจสามารถครอบครองสวรรค์และ
ปฐพีแห่งนี้เลยก็ได้
นอกจากนี้ ผมแต่ละเส้นของเขาหรือก็คือร่าง
อวตาร ที่สามารถครอบครองศาสตราเต๋าเชื่อมจิต
เฉพาะของตนได้!
ยกเว้นการรู้แจ้งบนการฝึกตนในเส้นทางนั้นๆ
พวกเขาจะไม่สามารถฝึกฝนวิถีแห่งการบ่มเพาะ
ใหม่ได้ ในหลาย ๆ แง่มุม ร่างอวตารทั้ง 10 ของ
เขาก็ไม่ต่างจากคนจริง ๆ เลย ซึ่งตัวประหลาดทั้ง
10 คนนี้ เป็นส่วนหนึ่งในร่างกายของ อู่ อวี้
เช่น อู่ อวี้ ออกคำสั่งให้ ร่างอวตารนั่งขัดสมาธิ
ล้อมรอบตัว อู่ อวี้ ไว้ตรงกลาง จากนั้นก็ให้พวก
มันมุ่งมั่นปรับแต่งแกนนภาของตนเอง
“อัศจรรย์! ช่างน่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง!”
เมื่อไหร่ที่เขา บ่มเพาะอิทธิฤทธิ์จนถึงขั้นที่ 3 หาก
มีอวตารอยู่นับร้อยร่าง ทุกอย่างก็คงจะวุ่นวาย
มากกว่านี้
เนื่องจากอวตารทั้ง 10 ร่าง เป็น 10 ร่างแรก และ
ฝึกตนมานานสุด หากในอนาคตหลังจากมีร่าง
อวตารเพิ่มขึ้น พวกมันจะถือเป็นอวตาร 10 ร่างที่
แข็งแกร่งมากที่สุด
หากไม่นับเรื่องที่พวกมันเป็นอมตะแล้ว ร่างอวตาร
นั้นแทบจะเหมือนกับ อู่ อวี้ ทุกประการ แม้กระทั่ง
จังหวะลมหายใจก็ยังคล้ายคลึงกัน ซึ่งเขาคิดว่า
สามารถใช้มันหลอกลวงผู้คนจำนวนมากได้
บางครั้งบางคราว อู่ อวี้ ก็ไม่จำเป็นต้องกระทำ
อะไรบางอย่างด้วยตนเอง
“พวกเขาสามารถพัฒนาตนเองได้ อย่างไรก็ตามดู
เหมือนว่าพวกมันจะมีข้อจำกัดในด้านแกนกำเนิด
อยู่ เนื่องจากมันไม่ได้มีความแข็งแกร่งเท่ากับข้า
หากข้าฝึกฝนบ่มเพาะอิทธิฤทธิ์จนบรรลุถึงขั้นที่ 2
ขีดจำกัดแกนกำเนิดก็จะเพิ่มสูงขึ้น อวตารทุกคน
คงจะสามารถบ่มเพาะแกนกำเนิด ซึ่งอยู่ในระดับ
เดียวกับข้าได้ แน่นอนว่าการปรับแต่งยกระดับ
แกนนภาด้วยความเร็วระดับนี้เป็นเรื่องยากที่จะ
บรรลุได้ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เม็ดยาสร้างแกนนภา
จำนวนมหาศาล ”
ในเวลานี้ เขามีผมมหัศจรรย์อยู่ 10 เส้น
ถึงแม้ว่าอวตารของเขา จะมีแกนกำเนิดอยู่ใน
ระดับเดียวกับ อู่ อวี้ แต่ก็ยังไม่สามารถนำมา
เปรียบเทียบกับตัวเขาได้ ข้อแตกต่างแบ่งเป็นสาม
หัวข้อใหญ่ ๆ ก็คือ หนึ่งคือกายเนื้อ สองคือเคล็ด
แปลงกายอสูร สามก็คือพวกมันมีความต้านทาน
ต่ำเกินไป
ส่วนขั้นที่ 3 ทำให้สามารถแยกร่างออกมาได้
ทั้งหมด 90 ร่าง ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะ
บรรลุถึงขั้นนี้ได้ ซึ่งเขาจำเป็นต้องใช้โอสถเป็น
จำนวนมหาศาล เนื่องจากยังอยู่ห่างไกลจากระดับ
นี้มาก เขาพยายามครุ่นคิด หากตอนนี้เขาบรรลุถึง
ขั้นที่ 3 เขาจำเป็นต้องใช้เม็ดยาสร้างแกนนภากว่า
300,000 เม็ดเพื่อทำให้ร่างอวตารทั้ง 90 ร่างบรรลุ
ถึงระดับสูงสุดในมหาวิถีสร้างแกนภาขั้นที่ 5 ถือ
เป็นจำนวนมหาศาลจนน่าใจหาย อย่างไรก็ตาม
ความแข็งแกร่งเริ่มต้นของร่างอวตาร ก็ใช่ว่าจะไร้
ประโยชน์ซะทีเดียว …
ส่วนอวตาร 10 ร่างในตอนนี้ หากไม่ใช่เพราะฉี
เทียนต้าเซิ่นช่วยเขาประทับตราอิทธิฤทธิ์ด้วย
ตนเอง เพื่อเปลี่ยนแปลงผมทั้ง 10 เส้น เขาก็คง
จำเป็นต้องใช้เม็ดยาสร้างแกนนภากว่า 30,000
เม็ด เพื่อให้พวกมันสามารถออกมาเช่นนี้ได้
” ดูเหมือนว่า ร่างอวตารนอกวิถี จะเป็นอิทธิฤทธิ์ที่
เผาผลาญเงินตราเป็นอย่างยิ่ง” เมื่อคิดขึ้นมาถึง
ตรงนี้ อู่ อวี้ ก็อดรู้สึกเศร้าใจขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
การฝึกฝนจนบรรลุสู่วิถีสวรรค์ที่แท้จริง เงินตรา
แล ทรัพยากร ถือได้ว่ามีความสำคัญสูงสุด เช่น
การยกระดับแกนกำเนิดของอวตารทั้ง 10 ร่างนี้
จำเป็นต้องใช้เม็ดยาสร้างแกนนภาจำนวนมาก แล
เม็ดยาสร้างแกนนภาที่ อู่ อวี้ ที่มีอยู่ในตอนนี้ก็ยัง
ไม่เพียงพอให้ตัวเขาใช้เลย…
ในความเป็นจริงอิทธิฤทธิ์ของเซียนอมตะ ก็
เหมือนกับเคล็ดวิชาตรึงกายา แลเคล็ดระเบิดพลัง
คลั่ง แน่นอนว่า อู่ อวี้ ย่อมไม่สามารถทำความ
เข้าใจในหลักการนี้ได้มากนัก จุดที่ยากสุดของ ฉี
เทียนต้าเซิ่น ก็ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว สำหรับอนาคตใน
ภายภาคหน้า อู่ อวี้ จำเป็นต้องอุทิศตนเพื่อขัด
เกลาให้มีความก้าวรุดหน้าเพิ่มขึ้น อย่างน้อย 3
หรือ 4 ขั้น เขาไม่จำเป็นต้องทำความเข้าใจใน
รายละเอียดต่าง ๆ ของวิชาเวทมหัศจรรย์อย่าง
ลึกซึ้งเกินไปนัก
ตัวอย่างเช่น เหตุใดตราประทับอิทธิฤทธิ์จึงต้องอยู่
ภายในแกนนภาของเขา นอกจากนี้คนอื่น ๆ เป็น
เช่นนี้หรือไม่ โดยทั่วไปแล้ว นี่ถือเป็นเรื่องยากที่จะ
เข้าใจได้
กลุ่มอวตารที่อยู่ข้างกายเขา กำลังยกระดับ
ปรับแต่งแกนนภาด้วยวิธีเฉกเช่นเดียวกัน ช่างเป็น
ภาพที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง
” ถึงแม้เจ้าพวกนี้จะมีร่างกายที่เปราะบาง แต่ถ้า
หากร่วมมือกัน 10 คนแล้วก็ น่าจะสามารถชนะ
ระดับสร้างแกนนภา ขั้นที่ 7 ได้ แต่อย่างไรก็ตาม
คุณค่าของเจ้าพวกนี้เหนือกว่านั้นมาก อนาคต
หลังจากนี้ของพวกมันคงไม่อาจคาดเดาได้”
สำหรับตอนนี้พลังอิทธิฤทธิ์ยังถือเป็นขั้นแรก
เท่านั้น แต่ อู่ อวี้ คิดว่า พวกมันทุกตัวสามารถ
ยกระดับพลังไปสู่จุดสูงสุดได้ เกรงว่าพวกมันจะ
สามารถเข้าสู่ระดับสร้างแกนนภาขั้นที่ 6 ได้ด้วย
ตนเอง แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงต้องเข้าสู่ระดับ
สร้างแกนนภาขั้นที่ 6 เสียก่อน เมื่อมหาวิถี
เชื่อมต่อสวรรค์ ร่างอวตารนอกวิถี บรรลุถึงขั้นที่ 2
แกนกำเนิดของร่างอวตารทั้ง 10 ก็น่าจะเข้าสู่
ระดับเดียวกับ อู่ อวี้ ตาม ซึ่งประสิทธิภาพแลพลัง
อำนาจของมัน เกรงว่าจะเทียบเท่าได้กับผู้อยู่ใน
มหาวิถีสร้างแกนภา ขั้นที่ 7
ด้วยมหาวิถีเชื่อมสวรรค์นี้ ทำให้ อู่ อวี้ กลายเป็น
สาวกระดับปฐพี
อย่างไรก็ตาม เฉิน ชิงหยู๋ ไม่รู้ว่าเมื่อ 3 วันก่อน อู่
อวี้ ได้ยกระดับจนสามารถใช้มาหาวิธีเชื่อมสวรรค์
ได้ เท่ากับในตอนนี้เขากลายเป็นสาวกระดับกระบี่
ปฐพี ซึ่งถือว่าเร็วกว่าที่คาดคิดจากเดิมเล็กน้อย
ถึงกระนั้นเขาก็ยังปรารถนาที่พบเจอกับ หนานกง
เหว่ย ก่อน ดังนั้นจึงเฝั้ารออยู่ที่นี่อีกสักระยะหนึ่ง
ทำให้เขายังไม่ได้เดินทางไปยังอาณาเขตกระบี่
ปฐพี ด้วยเกรงว่านางจะหาเขาไม่พบ
เพราะฉะนั้นเขาจึงตัดสินใจจะอยู่ที่นี่ต่อไปก่อน
เพื่อยกระดับปรับแต่งแกนนภา
ในระหว่างกระบวนการเชื่อมต่อรับรู้ถึง มหาวิถี
เชื่อมสวรรค์ ทำให้ อู่ อวี้ ได้รับความรู้แจ้ง ในสิ่งที่
เรียกว่าเต๋าของวิถีแห่งการฝึกตนได้อย่างลึกซึ้ง
มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้บังเกิดเป็นความเชื่อมั่นอยู่ลึก
ๆ ภายในจิตใจว่า เขาจะสามารถปรับแต่งยกระดับ
แกนนภาได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
ในเวลาเดียวกันนั้นเองเขาก็เดินทางไปยัง วิหาร
บัญญัติเต๋า กับ มหาวิหารศาสตราเต๋า เพื่อ
แลกเปลี่ยนเคล็ดวิชาเต๋า กับ ศาสตราเต๋า เป็น
จำนวนมาก โดยใช้สองพันแต้มความสำเร็จที่มี
ท่ามกลางศาสตราเต๋าเชื่อมจิตมากมาย พลัน
แจกจ่ายให้เหล่าร่างอวตารทั้งหลายทำพันธะ
สัญญา พร้อมกับฝึกฝนวิชาเต๋าเฉพาะตัวของ
ตนเอง ตราบใดที่ตัวเขาสามารถฝึกฝนจนสำเร็จ
ร่างอวตารก็สามารถแสดงผลได้อย่างง่ายดาย ใน
หมู่วิชาทั้งหมดมีอยู่ 3 ชนิดที่เป็นวิชาเวทช่วยชีวิต
เพื่อคอยช่วยเหลือร่างอวตารที่ ‘การปั้องกัน’ ยัง
อ่อนด้อยอยู่ …
การปรับแต่งพันธะสัญญาเต๋าของศาสตราเต๋าทั้ง
10 ชิ้น เป็นที่น่าพอใจสำหรับ อู่ อวี้ อย่างยิ่ง
หลังจากร่างอวตารได้รับศาสตราเต๋า กับ เคล็ด
วิชาเต๋าต่าง ๆ ร่างอวตารของเขาก็จะมีพลังมาก
ขึ้น
หากร่างอวตารตัวใดตัวหนึ่งสามารถทำสำเร็จ ร่าง
อวตารที่เหลือก็จะพลอยสำเร็จไปด้วย
อู่ อวี้ กำลังคิดถึงเคล็ดวิชาเต๋าในขั้นต่อไป
เนื่องจากต้องใช้ เม็ดยาสร้างแกนนภา จำนวนมาก
ในการยกระดับปรับแต่งแกนนภา ด้วยการรู้แจ้งถึง
พลังอิทธิฤทธิ์มันได้นำมาซึ่งความเชื่อมั่นอย่างยิ่ง
ทำให้ความเร็วในการยกระดับแกนนภาทวีเพิ่มขึ้น
อย่างฉับพลัน ปรากฎเป็นประสบการณ์ล้ำลึก
ลึกซึ้งอย่างใหญ่หลวง แลหลังจากผสานเข้ากับ
แกนนภาครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้เกิดการเรียนรู้แล้ว
เพิ่มความชำนาญมากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่า อู่ อวี้ จะใช้
เม็ดยาสร้างแกนนภา เร่งความเร็วมากยิ่งขึ้น แต่
แกนนภา ของเขาก็มีเสถียรภาพมั่นคงแข็งแกร่ง
เป็นอย่างยิ่ง
ซึ่งมันทำให้ อู่ อวี้ มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ทั้ง
ความเชื่อมั่นของตัวเขา แลความรู้แจ้งในเต๋า
รวมถึงเจตจำนงแห่งจิตของตัวเขาเอง มีผลต่อการ
ยกระดับปรับแต่ง แกนนภา อย่างใหญ่หลวงมาก
ระหว่างสนทนาเต๋าเพิ่มความรู้แจ้งของฉีเทียนต้า
เซิ่น ทำให้ อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึงเต๋าแห่งการฝืนชะตา
ฟั้า ซึ่งอยู่ลึกลงไปภายในร่างของเขา ทั้งถ้อยคำ
แห่งเต๋าเหล่านี้ ยังผสมผสานหลอมรวมเข้าไป
ภายในส่วนลึกแกนนภาของเขา ส่งผลให้ความเร็ว
ในการปรับแต่งยกระดับแกนนภา พุ่งทะยานสูงขึ้น
อย่างน่าเหลือเชื่อ!
แม้แต่แกนนภาของร่างอวตารทั้ง 10 ตน ก็
เจริญเติบโตเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน อู่ อวี้ ใช้เม็ดยา
สร้างแกนนภาหมดไปกว่า 1000 เม็ด แต่อย่างไรก็
ตาม เม็ดยาสร้างแกนนภา จำนวนเท่านี้ยังถือว่า
เล็กน้อยมากเกินไป ดังนั้นมันจึงไม่ได้แสดง
ประสิทธิภาพออกมาอย่างชัดเจนนัก
เม็ดยาสร้างแกนนภา ที่เหลือติดตัวเขาอยู่ 2,000
เม็ด ถูกเขานำมาใช้ปรับแต่งยกระดับให้ตนเอง
หลังจากเวลาล่วงเลยผ่านไปกว่าสามเดือน เขาใช้
เม็ดยาสร้างแกนนภา หมดไปกว่า 3,000 เม็ด
แม้แต่แต้มความสำเร็จ 2,000 แต้มก็ถูกใช้หมดไป
จนไม่มีเหลือ ในเวลานี้พื้นฐานการฝึกตนของ อู่
อวี้ เกือบจะทะลวงเข้าถึงระดับ สร้างแกนนภาขั้น
ที่ 6 ทว่าช่างน่าเศร้าเพราะในเวลานี้ทรัพยากร
จำเป็นในการยกระดับ มันได้หดหายร่อยหรอจน
เกลี้ยงคลัง เมื่อเม็ดยาสร้างแกนนภาหมดลง การ
ยกน้ำหนักไปสู่ลำดับขั้นต่อไปจึงชะลอช้าลงด้วย
เมื่อเวลาเพิ่มมากขึ้น การฝึกฝนบำเพ็ญตนก็
เพิ่มขึ้นตามลำดับ
ยามนี้ทั้ง วิญญาณแห่งสติปัญญา รวมถึงความร้
แจ้งในเคล็ดวิชาเต๋า ต่างเพิ่มมากยิ่งขึ้นไม่น้อยเลย
ทีเดียว
หลังจากผ่านไปสองเดือน ในที่สุดพื้นฐานการฝึก
ตนของ อู่ อวี้ ก็ข้ามผ่านเข้าสู่ระดับ สร้างมหาวิถี
แกนนภา ขั้นที่ 6 รวมถึงแกนนภาของร่างอวตารก็
พัฒนาขึ้นมากเช่นกัน โดยต้องใช้เม็ดยาสร้างแกน
นภา มากกว่า 10,000 เม็ด แต่ความสามารถใน
การยกระดับของร่างอวตารนับว่าไร้ขีดจำกัด กว่า
ร่างอวตารจะมีความแข็งแกร่งเช่นนี้ คงต้องกล่าว
ว่าสูญเสียไปมาก เนื่องจากพื้นฐานการฝึกตนของ
อู่ อวี้ นั้นแข็งแกร่งเกินไป
ด้วยเหตุนี้ ถึงแม้ อู่ อวี้ จะได้เข้าสู่ระดับสร้างแกน
นภาขั้นที่ 6 แล้ว แต่เขาก็หาได้รู้สึกดีใจมีความสุข
แม้แต่น้อย ทั้งยังคงรู้สึกหดหู่เศร้าเสียใจ ที่ต้อง
สูญเสียทรัพยากรอันมีค่าไปมากมาย
ช่างน่าหดหู่ยิ่งนัก!
ในเวลานี้ไม่ว่าจะเป็น เม็ดยาสร้างแกนนภา หรือ
แม้แต่แต้มความสำเร็จ ก็ถูกใช้ไปจนหมดเกลี้ยง!
เขาพบว่าพลังอิทธิฤทธิ์นี้ ช่างเผาผลาญทรัพยากร
เสียจนน่าหวั่นกลัว
อย่างไรก็ตาม ความคิดเรื่องจะสร้างกองทัพร่าง
อวตารล้านร่างก็ยังคงไม่หมดไป เขาเข้าใจอย่าง
ลึกซึ้งว่าการฝึกฝนบ่มเพาะพลังอิทธิฤทธิ์นี้ ไม่อาจ
หยุดกระทำลงได้
เมื่อเขาเข้าสู่ระดับ มหาวิถีสร้างแกนนภา ขั้นที่ 6
แล้ว แม้แต่ผู้ที่อยู่ในขั้นที่ 10 ก็แทบจะไม่อาจ
ต่อกรกับเขาได้ อู่ อวี้ คาดการณ์ว่าแม้แต่สาวก
ระดับแก่นแท้ ซึ่งมีฝีมือแข็งแกร่งมากที่สุดก็ยังไม่
อาจเทียบเคียงกับเขาได้
ถึงเขาจะก้าวรุดหน้าได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ แต่ใน
ที่สุดหมิงซวงก็สบโอกาสที่จะเย้าแหย่เขา
” ฮ่า ๆ ช่างน่าสังเวชยิ่งนัก! เจ้าแตกต่างจากหญิง
ชราในอดีตมากจริง ๆ การได้เห็นเจ้ายากจนแร้ง
แค้น ไร้ซึ่งทรัพยากรเช่นนี้ ข้าไม่เคยคาดคิดเลยว่า
เจ้าจะมีวิธีใช้ร่างอวตารเช่นนี้อยู่ด้วย ฮ่าฮ่าฮ่า”
หลังจากผ่านไป 5 เดือน ความเชี่ยวชาญในการใช้
งานพลังอิทธิฤทธิ์ก็ถือได้ว่าก้าวรุดหน้าไปได้อย่าง
รวดเร็วมาก ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวล เท่ากับว่า
ยามนี้ อู่ อวี้ พร้อมแล้วที่จะไป ‘ วิหารเซียนเลื่อน
ขั้นเซียน ‘ เพื่อยกระดับสถานะจากสาวกแกน
สามัญเป็น สาวกระดับกระบี่ปฐพี
แต่ลึกในจิตใจของเขา ก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่ยังไม่อาจ
เข้าใจ
เหตุใด หนานกง เหว่ย ถึงยังไม่มาหาเขาเสียที
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ