กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 311 : หลี่ อี้จุน
ข่าวคราวของ อู่ อวี้ ขาดหายไปจากอาณาเขต
กระบี่สามัญกว่าครึ่งปีแล้ว ซึ่งบัดนี้เขาได้
กลายเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ครองอันดับ 1 ใน
รายนามหมื่นเซียนกระบี่ อย่างเป็นทางการ
หากกล่าวตามเหตุผล เมื่อ หนานกง เหว่ย ออกมา
จากถ้ำกำเนิดใหม่แห่งซูซัน นางก็ควรล่วงรู้ถึงข่าว
คราวของตนเอง
ด้วยเหตุนี้ อู่ อวี้ จึงสามารถคาดเดาได้ว่า นาง
ยังคงอยู่ภายใน ถ้ำกำเนิดใหม่แห่งซูซัน นางจึงหา
ได้รู้ถึงข่าวคราวอย่างของเขาไม่
” ไม่ใช่เรื่องที่ข้าจะมามัวแต่นั่งรอคอย หากข้าย้าย
เข้าไปอยู่ในอาณาเขตกระบี่ปฐพี นางก็หน้าจะ
ล่วงรู้ถึงสถานที่ ๆ จะหาตัวข้าได้ ”
เมื่อไตร่ตรองได้เช่นนี้ อู่ อวี้ จึงลุกขึ้นแล้วเดินทาง
ออกไป พร้อมกับกระตุ้นพลังเล็กน้อย จากนั้น ร่าง
อวตารทั้งสิบ ก็กลายเป็นเส้นผมสีทองหลบซ่อนอยู่
ภายในเส้นผมบนศีรษะของ อู่ อวี้ บุคคลภายนอก
ไม่อาจพบเห็น หรือ ระแคะระคายได้แม้แต่น้อย
” พื้นฐานการฝึกตนของเราอยู่ในระดับ สร้างแกน
นภา ขั้นที่ 6 ส่วนแกนกำเนิดแทบจะมีความ
แข็งแกร่งใกล้เคียงกับ มหาวิถีสร้างแกนนภา ขั้นที่
8 ”
ผลจาก กายาเพชรอมตะ และ มหาเคล็ดวิถีเทียน
เซียน ช่างน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าความ
จริงแล้ว มันจะค่อย ๆ แสดงพลังออกมาให้เห็น
แต่มันก็ทำให้ อู่ อวี้ ดูผิดมนุษย์มนาเข้าไปทุกขณะ
หลังออกมาจากยอดเขาเทียมฟั้า อู่ อวี้ เขาก็ไปหา
ไปั๋หลี่ เฟยหง เป็นคนแรก นั่นเพราะการยกศักดิ์
ฐานะเป็นระดับ กระบี่ปฐพี จำเป็นต้องมีเจ้าวิหาร
เป็นผู้พาไป เนื่องจาก ไปั๋หลี่ เฟยหง เป็นทั้งเจ้า
วิหาร และ ประมุขวังในเวลาเดียวกัน จึง
จำเป็นต้องให้เขานำทางไปยัง ‘วิหารเลื่อนขั้น
เซียน’
” อู่ อวี้ มาเยี่ยมเยือนเช่นนี้ คาดว่าฝนฟั้าคงตกผิด
ฤดูกาลเป็นแน่!” แรกมาถึงเขาก็พบกับ ไปั๋หลี่ เฟ
ยหง พี่กำลังนอนเกียจคร้านอยู่บนธารน้ำแข็ง
ใบหน้าของเขาแดงก่ำเนื่องจากดื่มเมรัยจนเมามาย
ไปั๋หลี่ เฟยหง เป็นคนเรียบง่าย ไร้ซึ่งพันธะผูกพัน
ใด ๆ ตลอดทั้งวันเขาเอาแต่ดื่มสำมะเลเทเมา ดู
เหมือนว่าเขาจะหาได้สนใจการยกระดับเข้าสู่ขั้น
หนักม่วงทะเลมรกตไม่
” ประมุขวังไปั๋หลี่ ในวันนี้ข้าอยากจะไป ‘ วิหาร
เลื่อนขั้นเซียน ‘ เพื่อกลายสาวกระดับกระบี่ปฐพี”
อู่ อวี้กล่าวพร้อมกับโค้งมือคารวะ
” พร้อมแล้วงั้นหรือ? ฮ่า ๆ ดูเหมือนหน้าที่ของข้า
จะเสร็จสิ้นแล้วสินะ เช่นนั้นขอเวลาแต่งตัวซัก
ประเดี๋ยว จากนั้นเราจะไปที่นั่นกันทันที ” ไปั๋หลี่
เฟยหง กระโดดออกมาจากธารน้ำแข็ง จากนั้นก็ใช้
เคล็ดวิชาเต๋าสายนอกหลายอย่าง เคล็ดทำความ
ชำระล้าง แลวิชาอื่น ๆ อีกสองสามวิชา พร้อมทั้ง
เปลี่ยนเป็นชุดกระบี่คลุมยาว ชั่วพริบตาเขาก็
กลายเป็นบุรุษผู้หล่อเหลา
เฉิน ชิงหยู๋ ขอให้เขาดูแล อู่ อวี้ แล้วในตอนนี้
กำลังไปยังเขาชิงเทียนซูซัน เห็นได้อย่างชัดเจนว่า
อนาคตหลังจากนี้ของเขาย่อมไม่อาจคาดเดาได้
” ไปกันเถอะ … ข้าจะไปส่งเจ้าที่ วิหารเลื่อนขั้น
เซียน เช่นนั้นข้าต้องมีหน้ามีตากับเขาบ้าง ฮ่าฮ่า”
ถึงแม้เขาจะเปลี่ยนชุดจนดูหล่อเหลาผิดหูผิดตา
แต่ท่วงท่าเดินส่ายไปส่ายมา ก็ยังคงหาได้
เปลี่ยนแปลงไปไม่
อู่ อวี้ ยิ้มเล็กน้อย จากนั้นก็ขี่กระบี่บินตามมันไปยัง
ทิศทางของอาณาเขตกระบี่ปฐพี ซึ่งเป็นที่ตั้งของ
วิหารเลื่อนขั้นเซียน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว วิหาร
เลื่อนขั้นเซียน อยู่ไม่ไกลจาก วังกระบี่มหาสงคราม
ซึ่งอยู่ในชัยภูมิดีที่สุดของอาณาเขตกระบี่สามัญ
” มิได้พบเจอกันเพียงไม่นาน ไม่เพียงแต่เรียนรู้
มหาวิถีเชื่อมสวรรค์ ยังบรรลุถึงระดับ สร้างแกน
นภาขั้นที่ 6 ด้วยงั้นหรือ ? ไม่เลวเลยนี่ อีกไม่นาน
หลังจากนี้ เจ้าจะกลายเป็นตำนานของสาวกระดับ
กระบี่ปฐพีอย่างแน่นอนที่สุด” ไปั๋หลี่ เฟยหง กล่าว
ขึ้นอย่างมั่นอกมั่นใจ
” ท่านก็กล่าวชมเกินไป ”
ในไม่ช้าพวกเขาก็มาถึง ‘วิหารเลื่อนขั้นเซียน’
สาวกคนใดที่บรรลุเงื่อนไขระดับ กระบี่ปฐพี คนผู้
นั้นจะต้องไปยังเขาชิงเทียนซูซัน เพื่อกลายเป็น
สาวกระดับกระบี่ปฐพีอย่างแท้จริง แต่ก่อนอื่นใด
จะต้องไปยัง ‘วิหารเลื่อนขั้นเซียน’ เสียก่อน
หลังจากผ่านการทดสอบประเมินผลจาก ‘วิหาร
เลื่อนขั้นเซียน’ เสร็จสิ้นลงแล้ว หลังจากนั้นสาวกผู้
นั้นก็จะยกระดับตราสาวกแกนสามัญ กลายเป็น
‘ตราสาวกกระบี่ปฐพี’ เพื่อจะได้เข้าสู่อาณาเขต
กระบี่ปฐพี ไม่เช่นนั้นจะถูกค่ายกลเวทย์ขับไล่
ออกไป
ณ เชิงเขาชิงเทียนซูซัน มีช่องหุบเขาขนาดใหญ่อยู่
‘วิหารเลื่อนขั้นเซียน’ อยู่ที่ปลายเชิงเขาชิงเทียนซู
ซัน หลังจากเข้าไปในวิหารเลื่อนขั้นเซียนแล้ว จะ
มีเส้นทางนำขึ้นไปสู่ เขาชิงเทียนซูซัน
‘วิหารเลื่อนขั้นเซียน’ ประกอบขึ้นมาจากใบกระบี่
มากมาย ทั้งสูงใหญ่เกรียงไกร ทั้งยังเปียมล้นไป
ด้วยปรานกระบี่อันหนาแน่น สาวกทั้งหมดจะต้อง
ก้มศีรษะให้แก่มันอย่างช่วยไม่ได้ หากมองดูจาก
ระยะไกลแล้ว วิหารแห่งนี้ดูเสมือนดั่งโลหะยักษ์
ขนาดใหญ่
อันที่จริงแล้วผู้ที่สามารถเข้าสู่ ‘วิหารเลื่อนขั้น
เซียน’ ได้นั้น จะนับว่าเป็นผู้มีเกียรติอย่างสูง
เมื่อมีโอกาสได้มายืนอยู่ตรงหน้าทางเข้า ‘วิหาร
เลื่อนขั้นเซียน’ ทั้งทีเขาจึงอดไม่ได้ที่จะมองสำรวจ
รอบ ๆ ยอดเขาสูงถูกห้อมล้อมปกคลุมไปด้วยเมฆ
เมฆาอย่างสมบูรณ์ ทั้งยังมีราชวังสีขาวอันงดงาม
ตั้งตระหง่านอยู่ นับเป็นทิวทัศน์อันสวยงามยอด
เยี่ยมอย่างยิ่ง นอกจากสิ่งที่ปรากฏยังมี นก
กระเรียนเซียนหลากหลายสายพันธุ์ชนิด รวมถึง
สัตว์วิญญาณศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ ซึ่งกำลังบินวนเวียน
อยู่โดยรอบ ทั่วทั้งยอดเขาสูงที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ
น้ำแข็งแลหมู่มวลบุปผาอย่างสิ้นเชิง เห็นได้ชัดว่า
สถานที่แห่งนี้งดงามราวกับสวรรค์ก็มิปาน
” เจ้าเห็นอันใดที่วิหารคู่เซียนงั้นหรือ ? หนุ่มน้อย
หรือว่าเจ้ากำลังนึกถึงความรักยามใบไม้ผลิอยู่ ? ”
ไปั๋หลี่ เฟยหง หยอกเย้าไปตามประสา
” ที่นี่คือวิหารคู่เซียนเช่นนั้นหรือ? ”
อู่ อวี้ กวาดสายสายตายิ่งขึ้น สถานที่แห่งนี้ได้
เตือนถึงคำพูดของเหว่ยเอ๋อ ที่นางกล่าวเอาไว้ก่อน
จากไป
” ไปกันเถอะ ตามข้ามา ” ไปั๋หลี่ เฟยหง กับ อู่ อวี้
บินถลาลงสู่พื้นดิน จากนั้นทั้งคู่ก็ก้าวไปบนบันได
ของ ‘ วิหารเลื่อนขั้นเซียน ‘ ซึ่งประกอบขึ้นมาจาก
ใบกระบี่ เขาก้าวขึ้นไปทีละขั้น ๆ ผ่านไปเพียงไม่
นานนัก ประตูขนาดใหญ่ก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้า
พวกเขา คนทั้งสองพักเปิดประตูเดินเข้าไปด้านใน
ทันใดนั้นแสงสว่างจ้าก็สาดส่องออกมา ราวกับมี
โลกอีกใบอยู่ในนี้ ผนังและกำแพงทั้งหมดถูกเรียง
ซ้อนขึ้นมาจากใบกระบี่ ทั่วทั้งวิหารเลื่อนขั้นเซียน
ต่างเปียมล้นไปด้วยปราณกระบี่อันหนาแน่น
แม้แต่ ไปั๋หลี่ เฟยหง เมื่อเหยียบก้าวเข้ามาในที่
แห่งนี้ สีหน้าของเขาก็ยังแปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง
‘วิหารเลื่อนขั้นเซียน’ มีขนาดใหญ่โตโอฬาร ตรง
บริเวณด้านหน้าในที่ห่างไกลมีคนผู้หนึ่งยืนอยู่ ณ
ตำแหน่งที่อยู่ไกลสุดมีคนผู้หนึ่งนั่งอยู่บนแท่นสูง
คาดว่าน่าจะเป็นเจ้าวิหาร ตรงด้านล่างมีเก้าอี้ตัว
เล็ก ๆ วางอยู่กว่าสิบตัว ซึ่งแต่ละตัวมีคนผู้หนึ่งนั่ง
อยู่ ทั้ง 10 คนนี้ล้วนเป็นผู้ดูแลของ ‘วิหารเลื่อนขั้น
เซียน’ นอกจากนี้ยังมีคนอื่น ๆ อีก บุคคลเหล่านี้
ล้วนมาด้วยจุดประสงค์เดียวกับ อู่ อวี้ นั่นก็คือ
ยกระดับขั้นกลายเป็นระดับกระบี่ปฐพี
” เจ้าวิหาร ‘วิหารเลื่อนขั้นเซียน’ มีนามว่า ‘หลี่ อี้
จุ้น’ เขามีนิสัยตรงฉินเที่ยงธรรม ไม่เห็นแก่หน้า
อินทร์หน้าผมทั้งสิ้น เจ้ามั่นใจได้ เขาจะไม่ทำให้
เจ้ายุ่งยากลำบากใจเป็นแน่ ” ไปั๋หลี่ เฟยหง แอบ
กระซิบกับเขา
อู่ อวี้ แหงนหน้ามองชายผู้นั่งอยู่บนตำแหน่งสูงสุด
เขาสวมชุดคลุมกระบี่ ผมสั้น เปียมไปด้วยลักษณะ
แห่งผู้ยิ่งใหญ่เกรียงไกรที่สามารถชายตามองได้ไป
ทั่วโลกหล้า
“เพราะเหตุใด?” อู่ อวี้ ซักถาม
เขาคาดเดาว่า หลี่ อี้จุ้น เป็นสาวกอยู่ในระดับ
กระบี่โลกา หากให้กล่าวเขาน่าจะมีพื้นฐานฝึกตน
อยู่ในระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต
ไปั๋หลี่ เฟยหง หัวเราะแล้วกล่าวขึ้นว่า ” ฮ่ะ ๆ ๆ
เขาคือหนึ่งในผู้ที่ทำตัวเป็นดั่งคางคกริอยากกินเนื้อ
หงส์ฟั้า อย่าง เฉิน ชิงหยู๋ นางเห็นเจ้าเป็นดั่ง
น้องชายแท้ ๆ เช่นดั่งหากรักบ้านก็ต้องรักอีกาใน
บ้านด้วย เขาจะต้องให้ความใส่ใจกับเจ้าเป็นพิเศษ
อย่างแน่นอน”
เมื่อ หลี่ อี้จุ้น รู้ว่า ไปั๋หลี่ เฟยหง ได้เอ่ยถึงตน มัน
ก็เงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อมองเห็น อู่ อวี้
ดวงตาทรงอำนาจก็แปรเปลี่ยนเป็น ‘อ่อนโยน’
จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นพร้อมกับเอื้อมมือออกไปหยุด
สาวกที่กำลังทำการประเมิน จากนั้นคนก็ลุกจาก
เก้าอี้พร้อมเหินเวหาออกมา 2-3 ก้าว หลังจากนั้น
พลันยิ้มให้กับ อู่ อวี้ แล้วกล่าวขึ้นว่า ” เป็น อู่ อวี้
ผู้อยู่ในอันดับ 1 ของ ‘ รายนามหมื่นเซียนกระบี่’
คาดว่ายามนี้เจ้าคงบ่มเพาะพลังอิทธิฤทธิ์ได้แล้ว
ถึงได้มาเยือน ‘วิหารเลื่อนขั้นเซียน’ ของข้าเช่นนี้ ”
” เช่นนั้นแล้วข้าจะแสดงให้ท่านเจ้าวิหารหลี่ ได้
ประจักษ์แก่สายตา” อู่ อวี้กล่าว
” จะเรียกข้าว่าศิษย์พี่หลี่ก็ได้ ” เมื่อ หลี่ อี้จุ้น บิน
มาถึงพื้นดินทำให้เห็นว่าชายผู้นี้มีร่างกายกำยำ
อย่างยิ่ง มันรีบปรี่เข้ามาพูดคุยทักทาย อู่ อวี้ อย่าง
รวดเร็ว
” เจ้าคางคกหลี่ อู่ อวี้ จะมายกระดับเป็นสาวก
ระดับกะบี่ปฐพี เจ้ากำลังมาทำเหลวไหลอะไรอยู่
เหตุใดถึงไม่เร่งรีบดำเนินการประเมินผล? ” ไปั๋หลี่
เฟยหง เบ้ปากขณะกล่าว
” เจ้าสุกร ไปั๋หลี่ เฟยหง! ” หลี่ อี้จุ้น โกธรจนเครา
กระดิก แต่เขาก็ไม่ได้กระทำอันใด การแสดงออก
เช่นนี้ทำให้เห็นได้ชัดว่าพวกเขาทั้งสองคุ้นเคยกัน
อย่างยิ่ง ดูเหมือนว่าจะมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน
อยู่บ้าง เพราะไม่ว่าจะอย่างไร พวกเขาก็ถือเป็น
บุคคลชั้นนำภายในอาณาเขตกระบี่สามัญมาก่อน
” อู่ อวี้ ถึงแม้เจ้าจะปลูกฝังพลังอิทธิฤทธิ์แล้ว แต่
ยังคงต้องตรวจสอบพลังอิทธิฤทธิ์ของเจ้า เจ้าของ
ไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ ?” หลี่ อี้จุ้น ไปถามขึ้นอย่าง
อ่อนโยน
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นว่าเขามีน้ำใจกับตน มันก็ทำให้ตน
รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย หลังจากนั้นเขาก็กล่าวขึ้นอย่าง
รวดเร็วว่า ” ไม่มีปัญหา ศิษย์พี่หลี่เชิญตรวจสอบ
ข้าเหมือนเช่นดังคนปกติทั่วไป”
ทันทีที่ อู่ อวี้ มาถึง ผู้เข้าประเมินคนอื่น ๆ ก็มายืน
รออยู่ด้านข้าง แท้จริงแล้วพวกมันหาได้เร่งรีบอัน
ใด แต่ในทางกลับกันพวกมันแทบไม่อาจทนรอการ
แสดงของ อู่ อวี้ ว่าผู้มีพรสวรรค์อย่างเขา พลัง
อิทธิฤทธิ์แรกของมันจะยอดเยี่ยมมากเพียงใด?
“พูดก็พูดเถอะ ข้าเองก็ยังไม่ทราบว่าพลังอิทธิฤทธิ์
ที่ อู่ อวี้ บ่มเพาะนั้นคืออะไร ” ไปั๋หลี่ เฟยหง
กล่าว
เงื่อนไขของการกลายเป็นสาวกระดับกระบี่ปฐพี
ต้องแสดงพลังอิทธิฤทธิ์ต่อหน้าของ หลี่ อี้จุ้น ซึ่ง
ผู้ดูแลทั้ง 10 กับ หลี่ อี้จุ้นจะทำการตรวจสอบอีก
รอบหนึ่งว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมหรือไม่ ในเวลานี้
ทุกคนรวมทั้ง หลี่ อี้จุ้น ต่างอยากเห็นพลัง
อิทธิฤทธิ์ของ อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง
แน่นอน เขาตระหนักดีว่า อู่ อวี้ นั้นกลายเป็น
สาวกระดับกระบี่ปฐพีแล้ว ซึ่งมันหาได้มีปัญหา
อะไรกับเรื่องนี้ไม่ ทั้งยังกล่าวได้อีกว่า ด้วยความ
แข็งแกร่งของ อู่ อวี้ ในปัจจุบัน ท่ามกลางเหล่า
สาวกกระบี่ปฐพี ชื่อของเขาจะทะยานขึ้นไปยังร้อย
อันดับแรกของ ‘รายนามเซียนกระบี่ปฐพี’ ได้อย่าง
ไม่ต้องสงสัย
“เชิญท่านทั้งสองรับชม” อู่ อวี้ ยิ้มขึ้นจาง ๆ
“ตกลง ข้าจะเป็นผู้พิสูจน์เอง” หลี่ อี้จุ้น บอกให้ทุก
คนถอยห่างออกไป มันสังหรณ์ว่า มหาวิถีเชื่อม
สวรรค์ของ อู่ อวี้ ต้องทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น
ตนจึงเตรียมพร้อมรับมืออย่างสุดกำลัง
ในเวลานี้ทุกคนกำลังจ้องมองไปยัง อู่ อวี้ อย่าง
ตรึงเครียด
ทันใดนั้นเอง ดวงตาของ หลี่ อี้จุ้น ก็เบิกกว้างขึ้น
เนื่องจากไม่คาดคิดว่า การเคลื่อนไหวเพื่อเปิดใช้
งานอิทธิฤทธิ์ของ อู่ อวี้ นั้น จะเล็กน้อยอย่างยิ่ง
เล็กน้อยเสียจนทำให้พวกเขาต้องตกตะลึง
ท่ามกลางความคาดหวังจากฝูงชน อู่ อวี้ เอื้อมมือ
ขึ้นไปดึงเส้นผมสีทองออกมา 3 เส้น จากนั้นก็เปั่า
มันออกไป ฟูั่ววว∼เส้นผมที่ถูกเปั่าออกไปนั้นค่อย
ๆ ม้วนขดเป็นวงกลม หลังจากผ่านไปชั่วขณะหนึ่ง
มันก็กลายเป็นคน 3 คนที่ดูเหมือนกับ อู่ อวี้ ทุก
ประการ เมื่อคนทั้งหมดยืนอยู่ร่วมกัน ก็ไม่อาจ
มองเห็นความแตกต่างได้แม้แต่น้อย
“เป็นไปได้อย่างไร!” ทั้ง หลี่ อี้จุ้น และ ไปั๋หลี่ เฟ
ยหง รวมถึงทุก ๆ คนที่อยู่ตรงนั้น ต่างพากันอ้า
ปากค้าง จ้องมองไปยัง อู่ อวี้ ทั้ง 4 คนด้วยดวงตา
เบิกกว้าง
“นี่มันพลังอิทธิฤทธิ์ สร้างร่างอวตารงั้นหรือ? มัน
เป็นร่างเงา หรือ เป็นร่างอวตารจริง ๆ กันแน่?
ทำไมถึงได้คล้ายคลึงกันเช่นนี้? ข้าไม่อาจมองเห็น
ถึงความแตกต่างได้แม้แต่น้อย?” หลี่ อี้จุ้น ถามขึ้น
อย่างรวดเร็ว
” ท่านอยากลองทดสอบดูไหมล่ะ? ” อู่ อวี้ ยิ้ม
เล็กน้อย สำหรับพลังอิทธิฤทธิ์ ‘ร่างอวตารนอก
วิถี’ เขารู้สึกมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง
“ได้ โจมตีเข้ามาเลย!” หลี่ อี้จุ้น ยิ้มขึ้นอย่างเบิก
บาน จากนั้นมันก็ชี้นิ้วมายัง อู่ อวี้
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ย่อมไม่ขัดข้องต่อการท้าทายของ
เขา ท่ามกลางสายตาของฝูงชน ซึ่งเปียมล้นไป
ด้วยความใคร่รู้เป็นอย่างยิ่ง เมื่อ อู่ อวี้ เปิดถุง
จักรวาล ทันใดนั้นเองก็มีกระบี่ 3 เล่มบินทะยาน
ออกมาจากภายในถุง อวตารทั้ง 3 ร่างได้ทำพันธะ
สัญญากับศาสตราเต๋าเชื่อมจิต 3 ชิ้น เมื่อมันถือ
ศาสตราเต๋าเอาไว้ ก็หาได้ดูแตกต่างจากคนจริง ๆ
แม้แต่น้อย
“ลงมือ” อู่ อวี้ คิดขึ้นมาในใจ จากนั้นร่างอวตารทั้ง
สามก็พุ่งเข้าจู่โจมทันที
หวืด!
อวตารทั้ง 3 พุ่งตัวเข้าโจมตี หลี่ อี้จุ้น จาก 3
ทิศทาง โคจรพลังจากแกนกำเนิด พร้อมทั้ง
ปลดปล่อยวิชากระบี่ออกมา อวตารทุกคนต่างมี
ลักษณะเหมือนกับ อู่ อวี้ ทุกประการ ซึ่งมันทำให้
ฝูงชนรู้สึกตื่นตะลึงเป็นอย่างยิ่ง
“กระบี่ไร้ลักษณ์สังหารเทพ!”
“สุดยอดกระบี่ไร้ลักษณ์สังหารเทพ!”
“วิชากระบี่จ้าวสมุทร!”
อวตารทั้ง 3 ต่างปลดปล่อยเคล็ดวิชาเต๋าทั้ง 3
ชนิดออกมาอย่างพร้อมเพียงกัน ซึ่งมันคือการฝึก
ตนในวิถีกระบี่เช่นเดียวกับ อู่ อวี้ ในเวลานี้ร่าง
อวตารทั้ง 3 ซึ่งมีความแข็งแกร่งอยู่ในสร้างแกน
นภาขั้นที่ 6 กำลังโจมตีเข้าใส่ หลี่ อี้จุ้น สามวิชา
กระบี่ที่ถาโถมโจมตีเข้ามานี้ หลี่ อี้จุ้น คิดว่ามัน
เป็นเพียงภาพลวงตาเพียงเท่านั้น
จนกระทั่งการโจมตีเริ่มกระชั้นชิดเข้ามา เขาจึง
สัมผัสได้ถึงภัยคุกคามที่พวยพุ่งขึ้นมาอย่างฉับพลัน
ชั่วพริบตานั้นเองร่างกายของ หลี่ อี้จุ้น ก็
แปรเปลี่ยนกลายเป็นเหล็กกล้า เคล็ดวิชาเต๋ากระบี่
ทั้ง 3 ปลดปล่อยพลังอำนาจสะเทือนฟั้าสะเทือน
ดิน โจมตีเข้าใส่ร่างกายของมันอย่างรุนแรง ตูมตูม
ตูม!! ปรากฏเป็นเสียงดังกระหึ่มกึกก้อง กดดันจน
หลี่ อี้จุ้น ล่าถอยออกไปหลายก้าว
ความจริงแล้วหากใช้ร่างอวตารทั้ง 10 โจมตีเข้าใส่
พร้อมกัน กระทั่ง อู่ อวี้ ก็ไม่จำเป็นต้องลงมือเอง
หากว่า อู่ อวี้ มีเม็ดยาสร้างแกนนภามากเพียงพอ
คาดว่าสร้างแกนภาขั้นที่ 8 และ สร้างแกนนภาขั้น
ที่ 9 ก็ยังสามารถขับเคี่ยวได้อย่างสูสี
เนื่องจาก อวตารทั้ง 10 ร่างมีพื้นฐานมาจากที่
เดียวกัน ระดับในการประสานร่วมมือกันของพวก
มัน จึงอาจกล่าวได้ว่า ไม่มีทางพบเห็นได้ในใต้หล้า
นี้
“ช่างมหัศจรรย์ยิ่งนัก!” หลี่ อี้จุ้น สามารถปั้องกัน
คลื่นแห่งการโจมตีครั้งแรกที่ถาโถมเข้ามาเอาไว้ได้
ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะกล่าวชื่นชมสรรเสริญขึ้นมา
แท้จริงแล้ว เขาไม่ทราบว่า อู่ อวี้ มีขีดจำกัดความ
แข็งแกร่งมากน้อยเพียงใด ดังนั้นเมื่อมันเห็นว่าร่าง
จำแลงทั้ง 3 สามารถกดดันจนทำให้ตนต้องล่าถอย
ไปได้ แน่นอนย่อมเกิดความคิดขึ้นได้ว่าเป็น
อิทธิฤทธิ์ที่ไม่เลวเลยทีเดียว จนกระทั่งยามนี้เขายัง
รู้สึกว่า ร่างอวตารทั้งสาม แข็งแกร่งยิ่งกว่า อู่ อวี้
เสียอีก
ความจริงแล้ว อู่ อวี้ ยังปรารถนาให้ร่างอวตาร
โจมตีต่อไป แต่เขาก็สั่งให้มันหยุด เนื่องจากไม่
ต้องการเปิดเผยพลังอิทธิฤทธิ์ ‘ร่างอวตารนอกวิถี’
มากเกินไป
” ศิษย์พี่หลี่ มหาวิถีเชื่อมสวรรค์นี้มาจากมรดก ‘ผู้
เปลี่ยนเต๋านิรมิต’ ด้วยพลังอิทธิฤทธิ์นี้ ข้ามี
คุณสมบัติพอจะกลายเป็นสาวกระดับกระบี่ปฐพี
แล้วหรือไม่?” อู่ อวี้ ไต่ถาม
“แน่นอน แน่นอน! ประเสริฐยิ่งนัก ทำให้ข้าได้พบ
เจอกับประสบการณ์ที่ดีเช่นนี้” หลี่ อี้จุ้น พยักหน้า
ซ้ำแล้วซ้ำอีก พร้อมกับกล่าวขึ้นด้วยท่าทีผวา
เล็กน้อย
” ช่างมหัศจรรย์ยิ่งนัก อนาคตข้างหน้าต้องสดใส
รุ่งโรจน์อย่างแน่นอน ” ไปั๋หลี่ เฟยหง พยักหน้า
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงปรบมือดังขึ้นมาจากด้าน
นอกวิหารเลื่อนขั้นเซียน
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ