กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 312 : เฉิน ฟูหยู
เสียงปรบมือนี้ได้ดังเข้ามาในโสตประสาท ขณะที่
เสียงปรบมือดังขึ้น พลันรับรู้ถึงกลิ่นหอมที่ได้โชย
มาจากด้านหลัง ทำให้ทุกคนต้องถูกดึงดูดโดยธรร
มาชาติ
อู่ อวี้ หลี่ อี้จุ้น ไปั๋หลี่ เฟยหงและทุกคนหันกลับไป
มองที่ประตู พบว่าด้านนอกประตูมีผู้ฝึกตนที่เป็น
ผู้เยาว์อยู่กว่าสิบคน ส่วนใหญ่เป็นสาวงามวัยเยาว์
ที่ดูงดงามและสูงศักดิ์ ซึ่งไม่ได้สวมใส่ชุดคลุมกระบี่
บนร่างของพวกนางเต็มไปด้วยเครื่องประดับต่าง
นานา แต่ละคนต่างก็เป็นสาวงามล่มเมือง กลุ่ม
สาวงามเช่นพวกนางไม่ว่าจะ หัวเราะ ส่งเสียงคิก
คัก หรือแสดงอากัปกิริยาใดๆ ต่างก็ดึงดูดผู้คนได้
ทั้งสิ้น
กลุ่มของดรุณีน้อยเหล่านี้แตกต่างจากผู้ฝึกตน
กระบี่สตรีส่วนใหญ่ พวกนางชื่นชอบการแต่งตัว
ทั้งยังค่อนข้างที่จะดูมีความชำนาญอีกด้วย แต่ละ
คนประทินโฉมหน้าด้วยแปั้ง ดูแล้วส่องประกาย
สดใส แสดงความงามของใบหน้าได้อย่างสมบูรณ์
ความงามของพวกนางราวกับฤดูใบไม้ผลิ งดงาม
จนทำให้คนอื่นต้องอิจฉา
อย่างไรก็ตามในคนกลุ่มนี้ เห็นได้ชัดว่ายังมีบุรุษอยู่
ผู้หนึ่ง เด็กหน่มผู้นั้นมีรูปร่างไม่สูงมาก อีกทั้งยังสูง
ไม่ถึงหัวไหล่ของสาวงามที่อยู่รอบกายตัวมันเสีย
ด้วยซ้ำ การแต่งตัวของบุรุษผู้นี้ ดูจัดจ้านและ
ค่อนข้างจะมีรสนิยมเสียยิ่งกว่า ไปั๋หลี่ เฟยหง เสีย
อีก มันได้ควงแขนสาวงามที่อยู่รอบกาย แกว่ง
แขนไปมา ซึ่งเหล่าหญิงสาวกำลังต่างพากันพูดคุย
หัวเราะคิกคักพร้อมค่อยๆเดินเข้ามาข้างใน และ
บัดนี้ อู่ อวี้ ได้มองไปยังพวกมันที่กำลังปรบมือและ
ส่งเสียงออกมาอย่างไม่วางตา
เด็กหนุ่มผู้นี้ดูเจ้าสำอาง ดูหยิ่งผยอง ไม่เห็นใครอยู่
ในสายตา แต่เมื่อพบกับ อู่ อวี้ ก็กล่าวออกมา
อย่างปากกล้า “ช่างเป็นมหาวิถีเชื่อมสวรรค์ที่ยอด
เยี่ยม น่าสนใจจริงๆ ยามใดที่รู้สึกเหงา ก็สามารถ
แยกร่างออกมาสักสองสามคน แล้วก็พูดคุยกับ
ตนเองได้ ฮ่า ฮ่า……”
“คุณชายเฉินนี่ช่างแย่จริงๆ เห็นได้ชัดว่าพลัง
อิทธิฤทธิ์ที่ร้ายกาจเช่นนี้ กล่าววาจาเช่นนี้ได้เยี่ยง
ไรกัน?”
“ใช่แล้ว คุณชายเฉิน ที่ท่านกล่าวออกมามันไม่น่า
ฟังเอาเสียเลย”
กลุ่มสาวงามที่อยู่ล้อมรอบ ‘คุณชายเฉิน’ ต่างพา
กันพูดคุยหยอกล้อกันและกัน
นี่ จะต้องเป็นบุตรของชนชั้นสูงคนใดคนหนึ่งอย่าง
แน่นอน ในโลกแห่งการฝึกตนเช่นนี้ อู่ อวี้ แทบจะ
ไม่ค่อยได้พบกับบุคคลเช่นนี้มากเท่าใดนัก แต่บนซู
ซันแห่งนี้ ก็ยังมีคนเช่นนี้อยู่เหมือนกัน อย่างไรก็
ตามมันได้ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกว่าช่างขันเสียจริง
เนื่องจาก คุณชายเฉิน ช่างเป็นคนที่จองหองดีแท้
เมื่อได้เห็นคนผู้นี้ หลี่ อี้จุ้น ก้าวออกไปเบื้องหน้า ดู
เหมือนไม่กล้าที่จะทำเป็นละเลยได้ เอ่ยถามว่า
“ศิษย์น้องเฉินมาที่วิหารเลื่อนขั้นเซียน มีธุระอันใด
รึ?”
คุณชายเฉินสะบัดมือออกไป ให้กลุ่มสาวงามที่อยู่
เบื้องหลังก้าวถอยหลังออกไป และชี้เป็นที่
เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง กล่าวว่า “นี่ก็คือน้องสาวที่แสน
น่ารักของข้า วันนี้นางมาที่นี่เพื่อเลื่อนขั้นเป็น
สาวกขั้นกระบี่ปฐพี อยากให้เจ้าช่วยให้นางผ่าน
สักหน่อย”
เมื่อพวกมันกล่าวออกมาเช่นนี้ ไปั๋หลี่ เฟยหง กับ
อู่ อวี้ ที่ยืนอยู่เบื้องหลัง จึงได้แต่เงียบงัน พร้อมกับ
ไปั๋หลี่ เฟยหง ที่แนะนำกับ อู่ อวี้ ว่า “เจ้าเด็กคนนี้
มีนามว่า ‘เฉิน ฟูั่หยู’ ว่ากันว่าเติบโตขึ้นมาในเขต
แดนเซียนซูซัน เป็นลูกชายของจอมกระบี่
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ผู้หนึ่ง เจ้าอย่าได้ดูเพียงแต่ท่าที
เอ้อระเหยลอยชายของมัน ความจริงแล้วมันได้รับ
การสั่งสอนโดยบิดาของมัน เป็นคนมีพรสวรรค์
แม้ว่าจะมีอายุเพียงยี่สิบปี แต่ก็ดูเหมือนว่าอยู่ใน
ขั้นสร้างแกนนภาระดับที่เก้าแล้ว หรืออาจจะถึง
ระดับที่สิบก็เป็นได้ พรสวรรค์เช่นนี้ ถือเป็นระดับ
หัวกะทิของนิกายเซียนซูซัน ทั้งยังมีบิดามันคอย
หนุนหลัง ในอนาคตมันจะต้องกลายเป็นบุคคลที่
ยิ่งใหญ่ในซูซันแห่งนี้คนหนึ่งอย่างแน่นอน เป็น
ตัวตนที่ไม่อาจจะไปยั่วยุได้”
ความจริงแล้ว อู่ อวี้ ก็ไม่ได้ดูถูกมันแต่อย่างใด เขา
สามารถที่จะสัมผัสได้ว่าอีกฝั่ายจะต้องเป็นผู้ฝึกตน
ที่แข็งแกร่งผู้หนึ่ง เพียงแต่ว่านิสัยค่อนข้างที่จะ
อวดโอ้ถือดีเกินไปหน่อย แต่ถ้าหากลองนึกภาพดู
ว่ามีบิดาเป็นถึงจอมกระบี่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์แห่งซู
ซัน เป็นคนที่มี่ภูมิหลังเช่นนี้ แล้วจะไม่เย่อหยิ่งได้
อย่างไร?
“ความเป็นจริงเหล่าบุคคลที่เติบโตอยู่บนเทือกเขา
ชิงเทียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขตแดนกระบี่สวรรค์
หรือแม้กระทั่งเติบโตบนเขตแดนเซียนซูซัน ต่างก็
เกิดมาอยู่เหนือกว่าผู้อื่น สำหรับพวกมันแล้ว เขต
แดนกระบี่สามัญยังไม่นับได้ว่าเป็นสาวกของนิกาย
เซียนซูซัน ดังนั้นเมื่อมาที่นี่ จึงปรากฎนิสัยชอบดู
ถูกเหยียดหยามผู้อื่นออกมา ไม่เพียงแต่ เฉิน ฟูั่หยู
ผู้นี้เท่านั้น แต่พวกมันทั้งหมดต่างก็เป็น
เช่นเดียวกันทั้งสิ้น เจ้าจะต้องทำตัวให้คุ้นชินและ
อย่าไปมีเรื่องกับพวกมันเด็ดขาด” ไปั๋หลี่ เฟยหง
ยังคงรับผิดชอบทำหน้าดูแล อู่ อวี้ อยู่ ทั้งยังรู้ว่า อู่
อวี้ เป็นเด็กหนุ่มเลือดร้อนไฟแรง จึงได้เตือนเขา
อย่างระมัดระวัง เฉิน ฟูั่หยู มักจะเดินไปทั่ว
เทือกเขาชิงเทียน พร้อมชอบที่จะให้คนอื่นเรียก
เขาว่า ‘คุณชายเฉิน’ นำพาสาวงามที่อยู่ด้านแห่
ไปทั่วนิกาย
เมื่อ ไปั๋หลี่ เฟยหง เตือน อู่ อวี้ หลี่ อี้จุ้น ก็ได้ถาม
ว่า “ศิษย์น้องเฉิน ข้าขอถามน้องสาวของเจ้า
หน่อย ว่านางฝึกฝนเคล็ดมหาวิถีเชื่อมสวรรค์อะไร
มา ช่วยแสดงออกมาสักหน่อยได้หรือไม่?”
แน่นอนว่า นี่ไม่ใช่น้องสาวที่แท้จริงของมัน แต่ว่า
เป็นหนึ่งในสาวงามที่อยู่ข้างกายมัน ยามที่ หลี่ อี้
จุ้น มองไปก็รู้ได้ว่าสตรีนางนี้อยู่ในขั้นสร้างแกน
นภาระดับที่ห้า แต่ว่ารากฐานจะไม่ค่อยมั่นคงนัก
ดูเหมือนว่าจะบริโภคเม็ดยาสร้างแกนนภาไปเป็น
จำนวนมากเสียมากกว่า
เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ เฉิน ฟูั่หยู รู้สึกไม่ค่อยพอใจ
กล่าวว่า “พลังอิทธิฤทธิ์ไม่ใช่จะฝึกฝนกันได้ภายใน
ไม่กี่เดือน ซึ่งข้าที่ได้มอบมหาวิถีเต๋าเชื่อมสวรรค์
หนึ่งเคล็ดวิชา แต่ภายในเวลาไม่กี่เดือน นางกลับ
ฝึกฝนสำเร็จแล้ว เจ้าจะต้องเลื่อนขั้นให้นาง
กลายเป็นสาวกขั้นกระบี่ปฐพี ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็
ปล่อยให้ข้า เฉิน ฟูั่หยู จัดการเอง”
เห็นได้ชัดว่า มันกำลังทำการละเมิดกฏอยู่
ถึงแม้ว่า เฉิน ฟูั่หยู จะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ หลี่ อี้จุ้น
อย่างไรก็ตาม หลี่ อี้จุ้น ก็ไม่อาจล่วงเกินสถานะ
ของอีกฝั่ายได้ นอกจากนี้การปลูกฝังมหาวิถีเชื่อม
สวรรค์ถือว่าไม่ได้เป็นเรื่องยากแต่อย่างใด สิ่งที่
สำคัญจริงๆก็คือระดับของมหาวิถีเชื่อมสวรรค์เสีย
มากกว่า เหล่าบรรดาจำนวนสตรีหญิงสาวของเฉิน
ฟูั่หยู มีอยู่มากมาย แน่นอนว่ามันจะต้องมอบมหา
วิถีเชื่อมสวรรค์วิชาหนึ่งไว้ให้ ถ้าหากต้องการที่จะ
ฝึกฝนบ่มเพาะมันจึงไม่ใช่เรื่องยากอันใด หากมัน
ยังคงยืนกรานเช่นนี้อยู่ หลี่ อี้จุ้น จึงไม่อยากจะ
ค้านอะไร และกล่าวไปว่า “เรื่องนี้ไม่มีปัญหา ข้าก็
จะส่งมอบ ‘ตราสาวกขั้นกระบี่ปฐพี’ และบันทึก
ข้อมูลประจำตัวของสาวกขั้นกระบี่ปฐพีลงไป”
“ยังถือว่าเจ้า หลี่ อี้จุน พอจะมีความเป็นธรรมอยู่
บ้าง จงมั่นใจเถอะ หลังจากนี้เจ้าจะต้องได้รับ
รางวัลแน่นอน” เฉิน ฟูั่หยู ยิ้มขึ้น แล้วโอบกอด
สาวงามที่อยู่ข้างกายของมัน
หลี่ อี้จุ้น ส่งมอบตราสาวกกระบี่ปฐพีให้กับดรุณี
น้อยนางนั้น และทำการบันทึกข้อมูลลงไป กล่าว
ออกมาว่า “เรื่องต่างๆได้ถูกจัดการแล้ว ศิษย์น้อง
เฉิน เจ้าสามารถไปได้แล้ว”
เฉิน ฟูั่หยู ยิ้มเล็กน้อย โอบกอดสาวงามทั้งซ้าย
และขวา หลังจากนั้น หลี่ อี้จุ้น หันกลับไปมอง อู่
อวี้ จึงกล่าวว่า ”ได้ยินมาว่าเด็กคนนี้เป็นคนที่อยู่
อันดับหนึ่งบนรายนามเซียนหมื่นกระบี่ไม่ใช่หรือ?
ถึงแม้ว่ารายนามเซียนหมื่นกระบี่จะเป็นเพียงสิ่ง
สามัญ แต่ทุกคนที่ได้ที่หนึ่ง ดูเหมือนว่าจะมี
ความสามารถอยู่บ้าง เมื่อครู่นี้ข้ายังมองมิค่อยชัด
ถึงที่มาที่ไปของพลังอิทธิฤทธิ์นี้ แต่ดูเหมือนว่ามัน
จะลึกลับอยู่บ้าง?”
มันหันมามุ่งความสนใจมาที่ อู่ อวี้ อีกครั้ง อู่ อวี้ รู้
ว่าอาจจะต้องมีปัญหาตามมาแน่นอน
แน่นอนว่า เฉิน ฟูั่หยู จ้องมองไปที่ อู่ อวี้ แล้ว
กล่าวว่า “คนไหนกันนะ โอ้ใช่ เจ้านั่นแหละ แสดง
ให้ข้าได้ประจักษ์ชัดๆสิ ว่ามหาวิถีเชื่อมสวรรค์ที่
สำแดงออกมา มันเรียกว่าอะไร ?”
อู่ อวี้ ยังคงยืนนิ่งอยู่
เหล่าสาวงามที่อยู่รอบกาย กล่าวออกมาอย่าง
กังวลว่า “โอ้ คุณชายเฉินเรียกเจ้าอยู่นะ หูเจ้า
หนวกหรืออย่างไร ทำไมถึงได้โง่เง่าเช่นนี้ ทำไมถึง
ยังไม่รีบตอบกลับคุณชายเฉินอีก?”
“เจ้าอย่าได้ยั่วให้คุณชายเกิดโทสะ มิเช่นนั้นเจ้า
จะต้องไม่มีที่ยืนภายในนิกายเซียนซูซันอย่าง
แน่นอน เจ้าจะต้องถูกโยนไปทิ้งไว้ที่ห้วงสมุทร
ปีศาจอนันต์ เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าจะมาร้องไห้ฟูม
ฟายภายหลัง ก็มิได้ประโยชน์อันใด”
เฉิน ฟูั่หยู ยิ้มเหยียดขึ้น เชิดศีรษะมอง อู่ อวี้ ด้วย
ความทระนงตนเป็นอย่างยิ่ง
หลี่ อี้จุ้น กล่าวออกมาว่า “ศิษย์น้องเฉิน คนผู้นี้ก็
คือ อู่ อวี้ เป็นสหายของข้าเอง เจ้าอย่าได้สร้าง
ความยากลำบากให้เขาเลย เขาคงไม่กล้าแสดงสิ่ง
ใดต่อหน้าเจ้าหรอก”
“สามหาว ข้า เฉิน ฟูั่หยู คิดที่จะทำอะไร แล้วเจ้า
เกี่ยวอันใดด้วย? เป็นสหายของเจ้าแล้วมันเป็น
อย่างไร? ข้าแค่อยากดูพลังอิทธิฤทธิ์ของเขาเพียง
เท่านั้น จะได้เป็นการเปิดหูเปิดตา พวกเจ้าจะไม่ไว้
หน้าข้าหน่อยหรือ?” ใบหน้าของ เฉิน ฟูั่หยู เย็น
ยะเยือกขึ้น หลังจากที่ได้ฟังประโยคนี้ มันก็เอ่ยขัด
หลี่ อี้จุ้น ออกมา
กลุ่มของสาวงามต่างพากันตะโกนด่าทอออกมา
“สวรรค์ พวกเจ้ากล้ายั่วยุให้ คุณชายเฉินเกิดโทสะ
รึ ไม่รู้หรือว่าเจ้ากำลังทำผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง!
โดยเฉพาะเจ้าที่เป็นเจ้าวิหารแห่งนี้ กลับกล้า
ตะโกนเรียกขาน ศิษย์น้องเฉินออกมาห้วนๆได้
เยี่ยงไร?“
“ใช่แล้ว ช่างไม่รู้จักเจียมกะลาหัว ว่าเจ้ามันเป็น
ตัวอะไร ใยกล้าเรียกขานตนเองเป็นศิษย์พี่ของ
คุณชายเฉิน หน้าไม่อายจริงๆ”
อู่ อวี้ และ ไปั๋หลี่ เฟยหง มองหน้ากันและกัน ใน
ใจพลันรู้สึกหดหู่เป็นอย่างยิ่ง จึงเตรียมตัวสำแดง
วิชา ‘ร่างอวตารนอกวิถี’ ให้ เฉิน ฟูั่หยู ผู้นี้ได้เห็น
กล่าวได้ว่า เฉิน ฟูั่หยู ถึงแม้จะเหมือนเป็นไอโง่ที่
หยิ่งทระนงในตนเองและชอบดูถูกเหยียดหยาม
ผู้อื่น แต่มันกลับเข้าใจถึงแก่นแท้แห่ง มหาวิถี
เชื่อมสวรรค์ เป็นอย่างดีแน่นอน ดังนั้นเมื่อครั้งที่
มันเคยเห็น อู่ อวี้ สำแดงพลังอิทธิฤทธิ์ออกมา
จะต้องทำให้มันเกิดจิตใจละโมบโลภขึ้นมาอย่าง
แน่นอน
แต่ไม่ว่าจะมาไม้ไหนก็ต้องรับมือเอาไว้ให้ได้
ถึงแม้ว่าตัวตนของ เฉิน ฟูั่หยู นั้นจะมีสถานะ
เช่นเดียวกับ เฉิน ซิงหยู๋ แต่ อู่ อวี้ ก็เกียจคร้าน
เกินไปที่จะไปตอแยกับมัน เนื่องจากว่าอีกฝั่ายเอา
แต่ใจ เขาจึงไม่ถือสาอะไรมากนัก พร้อมกล่าว
ออกไปว่า “เฉิน ฟูั่หยู ต้องการที่จะเห็นอิทธิฤทธิ์
ของข้า นั้นย่อมได้ แต่ในโลกนี้การจะมาขอให้คน
อื่นทำสิ่งใดโดยไม่มีเหตุผลที่ดีพอ มันถูกแล้วรึ ?
ถ้าหากเจ้าบอกเหตุผลดีๆออกมาได้สักข้อ ข้าก็จะ
แสดงให้เจ้าได้ชมดู ”
เขาไม่ใช่คนโง่ อีกฝั่ายนั้นแข็งแกร่ง เห็นได้ชัดว่า
ในวันนี้เขายากที่จะหลบลี้หนีออกไปได้ แต่ด้วย
นิสัยของเขา จะปล่อยให้ เฉิน ฟูั่หยู ผู้นี้เข้ามา
คุกคามเขาฝั่ายเดียวแบบได้อย่างไร?
“หืม?” เฉิน ฟูั่หยู พลันจ้องเขม็งอย่างไม่วางตา
มันไม่คาดคิดว่า อู่ อวี้ จะมีฝีปากเช่นนี้ เมื่อ อู่ อวี้
กล่าวออกมาเช่นนี้ มันจึงรู้สึกอึ้งเล็กน้อย หลังจาก
นั้นก็หัวเราะเยาะเย้ยออกมา บัดนี้มันได้หัวเราะจน
ตัวโยกไปข้างหน้า อีกทั้งเหล่ากลุ่มสาวงามที่อยู่
เบื้องหลังต่างก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างหนัก
หน่วง พวกมันมองไปที่ อู่ อวี้ เหมือนกับว่ากำลัง
จ้องมองไปยังพวกบ้านนอก
“คุณชายเฉิน นานมากแล้วที่ไม่มีใครอาจหาญมา
เรียกท่านห้วนๆเช่นนี้”
“นอกจากนี้ เจ้าบ้านนอกนี่ ยังจะมาต่อรองถาม
ความเอาจากท่าน แบบนี้ท่านควรจะมอบสิ่งใดให้
มันดีหล่ะ?”
“หึหึ นี่เป็นเรื่องตลกที่สุดที่ข้าเพิ่งจะเคยพบเคย
เจอในปีนี้เลยทีเดียว เจ้าบ้านนอกผู้นี้ช่างเหลือเกิน
จริงๆ มันมิได้เข้าใจอะไรเลยจริงๆ สิ่งที่เรียกว่า
อันดับหนึ่งบนรายนามเซียนหมื่นกระบี่ในสายตา
ของพวกอัจฉริยะแห่งเทือกเขาชิงเทียน มันก็ไม่
แตกต่างจากเศษสวะ เหล่าบรรดาลูกหลานผู้
แข็งแกร่งจึงไม่มีใครต้องการจะลดตัวลงไปเกลือก
กลั้วกับอีแค่อันดับหนึ่งของเขตแดนกระบี่สามัญ!”
พวกมันพูดคุยออกมาอย่างออกรสชาติ ซึ่งตัว เฉิน
ฟูั่หยู มันไม่ได้รู้สึกโกรธ แต่กลับรู้สึกสนุกสนาน
แทน
“มามา ท่านปูั่จะมอบบางสิ่งให้กับเจ้าเอง เอาเป็น
เม็ดยาสร้างแกนนภาสักหนึ่งเม็ดดีหรือไม่?” เฉิน ฟูั่
หยู โยนเม็ดยาสร้างแกนนภาหนึ่งเม็ดไปทาง อู่ อวี้
โอ้ว
อู่ อวี้ รับเม็ดยาสร้างแกนนภานั้นเอาไว้ และบดมัน
จนละเอียด ดวงตาของเขาลุกโชนขั้นด้วยเปลว
เพลิง พร้อมกล่าวออกมาทีละคำ “หนึ่งเม็ด ไม่
เพียงพอ ข้าต้องการหนึ่งหมื่นเม็ด”
หนึ่งหมื่น?
ในเวลานี้ ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ย่อมตระหนักได้
ทันทีว่า อู่ อวี้ ไม่ได้เอ่ยวาจาล้อเล่นแต่อย่างใด
ไปั๋หลี่ เฟยหง รู้สึกจนปัญญาจนทำได้เพียงแค่ถอน
หายใจ แน่นอนว่าเขารู้ว่านี่ก็คือ อู่ อวี้ ไม่มีใคร
สามารถจะข่มขู่หรือดูถูกเหยียดหยามเขาได้
หลี่ อี้จุ้น รู้สึกตึงเครียดจนต้องขมวดคิ้วลง เห็นได้
ชัดว่ามันกำลังจ้องเขม็งไปทาง อู่ อวี้
รอยยิ้มของ เฉิน ฟูั่หยู กลายเป็นแข็งทื่อ พร้อม
แสดงสีหน้าเย็นชาออกมาแล้วกล่าวถามว่า “นี่เจ้า
กล้ากล่าววาจาสามหาวกับข้าเช่นนี้รึ?”
“แน่นอน นั่นก็ขึ้นอยู่กับเจ้า เฉิน ฟูั่หยู ว่ามีเม็ดยา
สร้างแกนนภาถึงหนึ่งหมื่นเม็ดหรือไม่”
“ข้าจะมอบเม็ดยาหนึ่งหมื่นเม็ดให้กับเจ้า แต่ว่า
เจ้ามีปัญญาที่จะนำมันไปได้หรือไม่?” เฉิน ฟูั่หยู
ยิ้มเย้ยหยันออกมา
อู่ อวี้ อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “ตราบใดที่เจ้า
ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า ข้าก็สามารถชิงมันไปได้อย่าง
สบายๆ ไม่ใช่ว่าเจ้าต้องการที่จะชมมหาวิถีเชื่อม
สวรรค์ของข้าหรือไร? ทำไมไม่มาต่อสู้กันหล่ะ ข้า
จะทำให้เจ้าได้เห็นอย่างชัดเจนเอง ดีหรือไม่?”
“เจ้าหลานชาย คิดที่จะลองสู้กับท่านปูั่เช่นนั้นรึ?”
เฉิน ฟูั่หยู รู้สึกงงงัน
“คนที่แพ้ ต้องกลายเป็นหลานชาย เจ้ากล้าหรือไม่
ล่ะ ” อู่ อวี้ เอ่ยถ้อยคำวาจาท้าทาย
ทำให้เหตุการณ์เริ่มลุกลามบานปลาย
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ