กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 314 : จอมกระบี่ชื่ออิง
กระบี่ในมือของมันมีชื่อเรียกว่า ‘กระบี่แก่นชาด
จำแลง’ ว่ากันว่ามันคือ ‘ศาสตราเต๋าเชื่อมจิต’ ชั้น
เลิศ ซึ่งมีราคาค่างวดมากกว่า เสาเก้าจัตุรัสสยบ
มาร ถึงสองเท่า
ในความเป็นจริงแล้วทั้งหมดเป็นเพราะว่า เฉิน ฟูั่
หยู ไม่สามารถใช้ศาสตราเต๋าเชื่อมจิตระดับสูงกว่า
นี้ได้อีก นั่นเป็นเพราะมันไม่อาจควบคุม มิฉะนั้น
มันคงไม่มาหยุดอยู่ที่ ‘ กระบี่แก่นชาดจำแลง’ เพียง
เท่านั้น
นอกจากนี้ มันยังสวมใส่ชุดเกราะอยู่บนร่าง ซึ่งมี
ราคาค่างวดมากกว่า 2,000 แต้มความสำเร็จ ทั้ง
เกราะนี้ยังเป็นศาสตราเต๋าเชื่อมจิตเช่นเดียวกัน
นามว่า ‘เกราะจันทราเงิน’ ซึ่งจำเป็นต้องปลูกฝังลง
ไปในแกนกำเนิดด้วย ‘วงเวทย์ไร้พ่ายจันทราเงิน’
หากไม่ใช่ยอดฝีมือผู้อยู่ในระดับมหาวิถีสร้างแกน
นภา ขั้นที่ 9 แล้วละก็ คงยากที่จะทำให้ เฉิน ฟูั่หยู
บาดเจ็บได้
นอกจากนี้มันยังมีอำนาจเคล็ดวิชาเต๋า กับ พลัง
อิทธิฤทธิ์
ข่าวดีก็คือว่า เฉิน ฟูั่หยู นี่พื้นฐานฝึกตนอยู่ใน
ระดับสร้างแกนนภา ขั้นที่ 9 ยังไม่ถึงขั้นที่ 10
เพียงแต่แกนภาของมันมีคุณภาพอยู่ในระดับสูงสุด
ว่ากันว่าบิดาของมันก็คือ จอมกระบี่ชื่ออิง
ยามนี้ในมือของ เฉิน ฟูั่หยู ถือจับกระบี่แก่นชาด
จำแลง ด้านข้างมีร่างเงาจำแลงคอยสนับสนุนอยู่
นอกจากนี้ยังมี เกราะจันทราเงิน ซึ่งมีความ
แข็งแกร่งอย่างยิ่ง หากมองจากภาพรวมแล้วคาด
ว่ามันจะมีความแข็งแกร่งเหนือกว่า วานรศิลา
ทองคำ เสียอีก หากกล่าวถึงระดับพลังคงเทียบได้
กับผู้อยู่ใน มหาวิถีสร้างแกนนภา ขั้นที่ 10
ถ้าไม่ใช่เพราะมันมีทุกอย่างเพียบพร้อม เฉิน ฟูั่หยู
คงจะไม่บันดาลโทสะมากมายเช่นนี้ ฝั่ายตรงข้ามมี
พื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับเพียงแค่ สร้างแกนนภา
ขั้นที่ 6 เท่านั้น ซึ่งสามารถเอาชนะสาวกแกน
สามัญ ขั้นที่ 7 ได้รึเปล่าก็ยังไม่รู้เลย แต่มันกลับ
หาญกล้าบังอาจพูดจากับตนเองเช่นนี้ได้อย่างไร ?
เพียงชั่วพริบตา ผู้คนหลายร้อยคนต่างก็แห่แหน
พูดคุยกันอยากคึกครื้นถึงเรื่องนี้ จนดังระงมเซ็งแซ่
ไปทั่ว
เฉิน ฟูั่หยู เกลียจคร้านเกินไปที่จะใช้ร่างกายของ
ตนเองออกไปจัดการ ดังนั้นมันจึงใช้ ‘ร่างเงา
จำแลง’ พุ่งเข้าหา อู่ อวี้ หมายมาดสังหาร ในยาม
นี้หนึ่งคน หนึ่งร่างจำแลง ต่างถือจับ ‘กระบี่แก่น
ชาดจำแลง’ ในมือด้วยกันทั้งคู่
” ร่างเงาจำแลงของมัน คล้ายคลึงกับร่างอวตาร
ของข้า แต่ของมันถูกสร้างขึ้นมาจากรากฐานเซียน
หากมองไปถึงการบ่มเพาะในอนาคต แน่นอนว่า
ย่อมไม่มีทางเทียบเคียงกับร่างอวตารนอกวิถีของ
ข้าได้”
เมื่อคาดคะเนจากสายตา ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว
หรือ พลังในการโจมตี ทำให้ อู่ อวี้ ได้ข้อสรุปของ
ร่างเงาจำแลงนี้อย่างสมบูรณ์ ว่ามันหาได้มีภัย
คุกคามแก่ตนเองไม่ เขาจึงรู้สึกผ่อนคลายอย่างยิ่ง
จากนั้นก็ชัก ‘กระบี่เต๋าหยินหยาง’ มือข้างหนึ่งถือ
กระบี่สีดำ ส่วนอีกข้างหนึ่งถือกระบี่สีขาว พลัน
ตวัดฟันกระบี่ออกไปทันที
แม้ว่า ‘กระบี่เต๋าหยินหยาง’ จะไม่แข็งแกร่งเท่ากับ
ของศาสตราของ เฉิน ฟูั่หยู แต่เมื่อมันอยู่ในมือ
ของ อู่ อวี้ ทำให้ปราณกระบี่อันเกรียงไกรไร้สิ้นสุด
ซึ่งแผ่ขยายออกมาจากศาสตราเต๋า ก็หาได้อ่อนแอ
แม้แต่น้อย
เชร้ง!
ร่างเงาจำแลงที่เต็มไปด้วยปราณกระบี่ได้พวยพุ่ง
ออกไปพร้อมกระบี่ในมือหมายมาดสังหาร ทันใด
นั้นทั่วทุกสารทิศก็ถูกปกคลุมไปด้วยเงากระบี่สีดำ
ในแบบที่เรียกว่าปิดซ่อนผืนฟั้าบดบังผืนปฐพี
โดยเฉพาะเงากระบี่ที่พุ่งเลียดมาด้วยเร็วเหนือ
เหนือพื้นดินด้านหน้า อู่ อวี้ แม้มันจะไม่สามารถ
มองเห็น แต่กลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความ
ตายเข้มข้นอย่างยิ่ง
“กระบี่หยางนิลกาฬปลิดเทวะ!”
ในเวลานี้ อู่ อวี้ กำลังเผชิญหน้ากับ เฉิน ฟูั่หยู เมื่อ
เขาเอ่ยนำวิชาขึ้น ปราณกระบี่อันหนาวเย็นสาย
หนึ่งก็ถูกปลดปล่อยออกไป คลื่นแห่งปราณกระบี่
อันเย็นยะเยือกนี้ สามารถแช่แข็งร่างเงาจำแลง
ของ เฉิน ฟูั่หยู ที่โจมตีเข้ามาได้ ทำให้ความเร็ว
ของมันลดลงเป็นอย่างมาก
“กระบี่หยางพิสุทธิ์มลายสูญ”
จากนั้นเขาก็โจมตีออกไปด้วยกระบี่อีกเล่มหนึ่ง
ปรากฏเป็นปราณหยางอันแข็งกล้าระเบิดพวยพุ่ง
ออกมา ก่อรูปเป็นพายุทองคำ ขณะที่การโจมตีถูก
ปลดปล่อยออกไปจนเกิดการฉีกกระชากดังขึ้น ร่าง
เงาจำแลงของ เฉิน ฟูั่หยู พลันถูกพายุกระบี่
ทองคำฉีกกระชากเป็นชิ้นๆ จนกลับคืนสู่รูปแบบ
เงาไปอยู่ใต้ฝั่าเท้าของ เฉิง ฟูั่หยู ดังเดิม
ช่วงเริ่มต้นแห่งการต่อสู้ อู่ อวี้ สามารถทำลายการ
โจมตีของ เฉิน ฟูั่หยู ลงได้อย่างง่ายดาย
เมื่อ อู่ อวี้ กวัดแกว่งกระบี่ในมือทั้งสอง สีหน้า
แสดงถึงความเย้ยหยัน ขณะจ้องมอง เฉิน ฟูั่หยู
หลายร้อยคนที่นี่กำลังเกิดความแตกตื่นโกลาหล
พวกมันคิดว่า เฉิน ฟูั่หยู สามารถเอาชนะ อู่ อวี้
ได้อย่างง่ายดาย แต่ผู้ใดจะไปคาดคิด อู่ อวี้ กลับ
เป็นฝั่ายที่สามารถต้านรับการโจมตีของมันเอาไว้
แทน
” คุณชายเฉิน เจ้าคนผู้นี้ชอบสร้างปัญหาจริงๆ สี
หน้าอันภาคภูมิใจของมันช่างน่าขยะแขยงเสีย
เหลือเกิน ท่านช่วยรีบสังเคราะห์มันให้ลงนรกเสีย
ไว ๆ สายตาของน้องสาวผู้นี้จะได้ไม่แปดเปือน”
“ใช่ … ท่าทีของมันช่างหยิ่งยโสยิ่งนัก!”
กลุ่มสตรีรูปโฉมงามที่ยืนอยู่ด้านล่างสนามประลอง
เป็นตาย ส่งเสียงบทสนทนาดุเดือดดังกระฉ่อนไป
ทั่ว
เมื่อ เฉิน ฟูั่หยู เห็นว่ารากฐานเรียนของตนเองถูก
ทำลายลงอย่างง่ายดาย มันก็ตระหนักได้ว่าตน
ประเมินฝั่ายตรงข้ามต่ำเกินไป นึกเสียใจที่ไม่ได้รีบ
ฉกฉวยโอกาสแรกให้ตนเองได้เปรียบเอาไว้ก่อน อู่
อวี้ ต่อสู้ด้วยท่าทีผ่อนคลายปราศจากความกังวล
ใด ๆ แล้วมองดู เฉิน ฟูั่หยู ผู้ซึ่งพยายามดิ้นรน
ต่อสู้ ราวกับเป็นเพียงเรื่องตลกขบขันของตนเอง
ทำให้โทสะภายในหัวใจของ เฉิน ฟูั่หยู ลุกโชนโหม
กระหน่ำ กระพือเผาไหม้ด้วยโทสะโกรธเกรี้ยว
อย่างที่สุด
“คนผู้นี้ช่างต่ำช้าน่ารังเกียจ!” เฉิน ฟูั่หยู ตะโกน
กรีดร้องราวกับเสียงสายฟั้าฟาด ทันใดนั้นแกน
กำเนิดคุณภาพสูงของสร้างแกนนภา ขั้นที่ 9 ก็ถูก
ปลดปล่อยระเบิดพวยพุ่งขึ้น ฉับพลัน วงเวทย์บน ‘
กระบี่แก่นชาดจำแลง ‘ ได้หมุนมวลโคจรแสดงถึง
ว่ามันกำลังเปิดใช้งาน จากนั้นร่างของ เฉิน ฟูั่หยู
ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับว่ามันไม่เคยมี
ตัวตนอยู่จุดนั้น ไม่สามารถมองเห็น อีกทั้งยังไม่
สามารถสัมผัสถึงการมีอยู่ของมันได้ สำหรับ อู่ อวี้
แล้ว ความรู้สึกในยามนี้ประหนึ่งว่ากระบี่มัจจุราช
กำลังพวยพุ่งมาจากทั่วทุกทิศทาง!
ราวกับว่า กระบี่แก่นชาดจำแลง จะปรากฏขึ้นมา
ยังที่แห่งใดก็ได้
กระบี่แก่นชาดจำแลง กวัดแกว่งพริ้วไหวราวกับ
เริงระบำ เฉิน ฟูั่หยู ซ่อนเร้นกายอยู่ภายในเงามืด
เฉกเช่นดั่งมือสังหาร เป็นมือสังหารที่ไม่อาจ
มองเห็นได้ ถึงแม้ร่างของมันจะค่อนข้างเล็กแต่
กลับสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว เพียงชั่ว
พริบตามันก็วนอยู่รอบ ๆ อู่ อวี้ เช่นดั่งภูตผี ใน
เวลานี้ผู้คนที่เฝั้ามองดูการต่อสู้ไม่อาจล่วงรู้
ตำแหน่งชัดเจนของ เฉิน ฟูั่หยู ได้
ตู้มมมม!!!
ทันใดนั้นปราณกระบี่นับไม่ถ้วน ลอยคว้างอยู่กลาง
อากาศ ปรากฏการณ์นี้ราวกับพายุคลั่งอย่าง
แท้จริง ซึ่งกำลังหมุนวนอยู่รอบตัวของ อู่ อวี้ ราว
กับว่าจะมีกระบี่แต่ละเล่มพร้อมที่จะปักเข้าใส่
หัวใจเขาอยู่ตลอดเวลา
” นี่คือ ‘เคล็ดกระบี่แก่นเงาสังหาร’ ?”
หลี่ อี้จุ้น ชี้แนะแก่เขาว่า เฉิน ฟูั่หยู ได้ฝึกฝนเคล็ด
วิชาเต๋ากระบี่ที่ดีที่สุด ความสามารถคือมือสังหาร
ไร้เงา ขณะที่มันต้องการสังหาร ฝั่ายตรงข้ามจะไม่
สามารถมองเห็นมันได้
ณ เวลานี้ อู่ อวี้ ไม่สามารถเห็นร่องรอยของ เฉิน
ฟูั่หยู ได้ทำให้เขาตระหนักได้ว่า นอกจากแกน
กำเนิดของมันแล้ว มันยังมีเคล็ดวิชาเต๋าชั้นเลิศอีก
ด้วย ราวกับว่ามันเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของเขา
แค่เพียงชั่วอึดใจ มันก็สามารถพรากชีวิตของ อู่
อวี้ ไปได้
แม้แต่สาวงามที่อยู่ด้านล่างก็ยังลุกฮือพร้อมกับ
แสดงท่าทีคลั่งไคล้อย่างที่สุด
” เจ้าคนโง่เง่าน่าสมเพช บังอาจมายั่วโทสะของ
คุณชายเฉิน ยังไม่รู้จักเจียมกะลาหัวตนเอง ว่าจะ
ถูกส่งลงนรกในไม่ช้า”
” พวกเจ้าดูสีหน้ามันสิ เห็นหรือไม่ว่ามันซีดเผือด
มากเพียงใด ดู ๆ นั่น คงเกือบจะร่ำไห้แล้วใช่
หรือไม่? ดิ้นรนไปก็ไร้ประโยชน์ เมื่ออยู่ภายใต้
เคล็ดกระบี่แก่นเงาสังหาร คราวนี้แหละทั่วทั้งร่าง
ของมันจะพรุนไปด้วยรูกระบี่ ว่ากันว่าครั้งหนึ่ง
ปีศาจที่มีฝีมืออยู่ในระดับสร้างแกนปีศาจ ขั้นที่ 10
ยังเคยถูกคุณชายเฉินจะฉีกกระชากร่างมันเป็นชิ้น
ๆ มาแล้ว นับประสาอะไรกับเจ้าขยะไร้ค่าที่
ปรารถนาจะกลายเป็นสาวกท่านกระบี่ปฐพี ”
กล่าวตามตรง หาก ไปั๋หลี่ เฟยหง ต้องติดอยู่
ภายในวงล้อมเคล็ดวิชาเต๋านี้ ตัวมันก็ยังไม่รู้ว่าจะ
หาทางออกอย่างไรได้เช่นไร อีกทั้ง เฉิน ฟูั่หยู ยัง
มาไม่ถึง ทำให้อารมณ์ของเขาในชั่วขณะนี้รู้สึกตรึง
เครียดเป็นอย่างยิ่ง
กลับกัน อู่ อวี้ หาได้รู้สึกกดดันแม้แต่น้อย เขาจับ
จ้องไปยังฝั่ายตรงข้าม ซึ่งกำลังสบโอกาสโจมตี
หมายมาดสังหารเขา อย่างไรก็ตามก่อนที่การ
โจมตีนั้นจะเข้ามาถึง อู่ อวี้ ก็แย้มยิ้มขึ้น พร้อมกับ
กล่าวว่า ” มีแค่นี้เองเหรอ … ถ้าเช่นนั้นก็ขอดูเสีย
หน่อยว่าเจ้าจะมีปัญญาทำอะไรได้หรือไม่ ? ”
เขาดึงผมสีทองออกมา 3 เส้น จากนั้นก็เปั่าออกไป
เพียงชั่วอึดใจ เส้นผมนั้นก็แปรเปลี่ยนกลายเป็น
คนสามคน ซึ่งเหมือนกับ อู่ อวี้ ทุกประการ ไม่ว่า
จะมองอย่างไรก็ไม่สามารถแลเห็นได้ถึงความ
แตกต่างผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย ร่างอวตารทั้ง 3 ของ
อู่ อวี้ ที่ปรากฏกายขึ้น ได้เริ่มเคลื่อนไหวอย่าง
รวดเร็วฉับพลัน แม้กระทั่งศาสตราเต๋าเชื่อมจิต
ต่างชนิดในมือของพวกมัน ยังโจมตีสาดประสาน
เปลี่ยนแปลงผกผันอย่างพร้อมเพียง ไม่ต้อง
กล่าวถึง เฉิง ฟูั่หยู แม้กระทั่ง หลี่ อี้จุ้น ซึ่งมีความ
แข็งแกร่งอยู่ในขั้น ตำหนักม่วงทะเลมรกต ยังไม่
อาจแยกแยะความแตกต่างได้ ร่างของ อู่ อวี้ ทั้ง 4
นั้นมีความคล้ายคลึงกันทุกประการ
หวืด!
อู่ อวี้ ออกคำสั่งภายในจิตใจให้เริ่มเคลื่อนไหว
ทันใดนั้นคนทั้ง 4 ก็ทะยานฝั่าออกจากวงล้อมจาก
4 ทิศทาง ซึ่งยากจะแยกแยะความแตกต่างได้ การ
เคลื่อนไหวอันฉับพลันนี้ ทำให้ เฉิง ฟูั่หยู ต้อง
ชะงักไปจังหวะหนึ่ง มันกำลังลอบโจมตี อู่ อวี้ แต่
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้านี้ ทำให้มันคิดขึ้นมาว่าผู้ใด
คือ อู่ อวี้ ตัวจริงกันแน่?
“เช่นนั้น ก็ไปลงนรกด้วยกันให้หมด!”
หากมันไม่สามารถโจมตีอย่างรวดเร็ว ก็เท่ากับว่า
มันได้พลาดโอกาสดีที่สุดไปแล้ว ดังนั้นมันจึง
ปลดปล่อยเงาปราณกระบี่ออกมามากมาย ทันใด
นั้นปราณกระบี่ทั้งหมดก็ผสานหลอมรวมเข้า
ด้วยกัน บังเกิดเป็นเสียงคำรามดังกึกก้อง พลัง
อำนาจสะเทือนฟั้าสะเทือนดิน ปราณกระบี่ทุกเล่ม
พุ่งโจมตีเข้าใส่ อู่ อวี้ อย่างพร้อมเพรียง
“โอ้” อู่ อวี้ กระหยิ่มยิ้มย่องขึ้นภายในจิตใจ ความ
จริงแล้วถือเป็นเรื่องยากที่จะต้านรับปราณกระบี่
เอาไว้ทั้งหมด แต่เขาก็หาได้รู้สึกกดดันแม้แต่น้อย
ไม่ อย่างไรเสียเขาก็ปรารถนาคว้าชัยชนะในการ
ต่อสู้ครั้งนี้อย่างงดงาม
ตูมมมมม!
ในเวลานั้นเอง ร่างของ อู่ อวี้ ทั้ง 4 คน ก็เข้า
ปะทะกับเงาปราณกระบี่นับหมื่นนับพัน คมกระบี่
ซึ่งแฝงเร้นอยู่อย่างนับไม่ถ้วน มิอาจโจมตีสร้าง
ความเสียหายให้แก่ อู่ อวี้ ได้แม้แต่ปลายเส้นขน อู่
อวี้ ปลดปล่อยวิชากระบี่ออกมา เพื่อต้านรับการ
โจมตี ชั่วขณะหลังจากรับการโจมตีครั้งแรกของ
เฉิน ฟูั่หยู เอาไว้ได้
พริบตาต่อมา
ท่ามกลาง อู่ อวี้ ทั้ง 4 ทันใดนั้น อู่ อวี้ ร่างจริงก็
ทะยานออกมา ศาสตราเต๋าเชื่อมจิตในมือ
แปรเปลี่ยนกลายเป็น ‘เสาเก้าจตุรัสสยบมาร’
พร้อมทั้งใช้ กายาสักการะราชันมณีจันทราพุทธ
เจ้าทองคำ พุ่งทะยานฝั่าออกมาจากวงล้อมเงา
ปราณกระบี่ ชั่วพริบตานั้นเอง เสาเก้าจัตุรัสสยบ
มารก็ขยายใหญ่ขึ้น เสายืดขยายยาวออกไปกว่า
ร้อยจั้ง พร้อมฟาดอัดกระแทกลงไปเบื้องหน้าของ
เฉิน ฟูั่หยู!
ซึ่งขณะนี้ เฉิน ฟูั่หยู กำลังควบคุม ‘เคล็ดกระบี่
แก่นเงาสังหาร’ อยู่ มันรับรู้ได้ว่าการโจมตีนี้รุนแรง
อย่างยิ่ง ดังนั้นมันจึงรั้งเงาปราณกระบี่กลับมา
ปั้องกันไว้ด้านหน้า พร้อมทั้งอาศัยการปั้องกันจาก
‘เกราะจันทราเงิน’ เพื่อต้านรับการโจมตีที่ถาโถม
เข้ามาอย่าง ฉับพลันของ อู่ อวี้
ตูม ตูม ตูม!
อู่ อวี้ ฟาดเสาเก้าจัตุรัสสยบมารขนาดมหึมา โจมตี
เข้าไปต่อเนื่องสามครั้ง ด้วยการโจมตีสามครั้งนี้
มันได้บดขยี้ทำลายกำแพงเงาสีดำ พร้อมทั้งอัด
กระแทกเข้าใส่ร่างของ เฉิน ฟูั่หยู จนร่างของมัน
ลอยละลิ่วปลิวละล่องกระเด็นออกไป ชั่วขณะการ
โจมตีถาโถมเข้ามา เกราะจันทราเงิน ก็เริ่มทำงาน
ปรากฏเป็นค่ายกลเวทย์เบื้องหน้าของมัน แต่ทว่า
ด้วยการโจมตีเพียงครั้งแรกของ อู่ อวี้ ทำให้ค่าย
กลเวทย์ต้องสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ร่างของ เฉิน
ฟูั่หยู ลอยละลิ่วปลิวกระเด็นออกไป พร้อมทั้งร่วง
หล่นอัดกระแทกเข้าใส่ สนามประลองเป็นตาย
อย่างรุนแรง!
ปัง ปัง ปัง!
จนกระทั่งเวลานี้ ร่างอวตารทั้ง 3 ของ อู่ อวี้ ก็
สลายกลายเป็นหมอกควันหายไปต่อหน้าต่อตาฝูง
ชน ซึ่งแท้จริงแล้ว มันได้กลายเป็นขนสีทอง 3 เส้น
ลอยกลับขึ้นไปบนศีรษะของ อู่ อวี้
บูม!
เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร ในมือของ อู่ อวี้ ถูก
กระแทกลงสู่สนามประลองเป็นตาย ทันใดนั้นก็
บังเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง จากสนาม
ประลองเหล็กกล้าเบื้องล่าง คลื่นพลังแผ่ขยาย
ออกไป ตามมาด้วยเสียงดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่ว
ทุกทิศทาง เขายืนอยู่บนสนามประลองเป็นตาย
ด้วยท่าทางอันหยิ่งทะนงเป็นอย่างยิ่ง ส่วนสภาพ
ของ เฉิน ฟูั่หยู ร่างของมันถูกอัดกระแทกเข้าไปใน
พื้นสนามประลองเป็นตาย กล่าวได้ว่าสถานการณ์
ของ เฉิน ฟูั่หยู ในยามนี้พ่ายแพ้อย่างหมดรูป
ความต่างชั้นของระดับพลังฝีมือ แสดงออกมาให้
เห็นอย่างเด่นชัด
ความจริงแล้วทุกอย่างได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เฉิน
ฟูั่หยู ลอบโจมตีโดยใช้วิชากระบี่แก่นเงาสังหาร
ส่วนทางฝังของ อู่ อวี้ ก็แสดงพลังของมหาวิถี
เชื่อมสวรรค์ ต่อต้านการโจมตีของ เฉิน ฟูั่หยู
กลับไป ชั่วอึดใจนั่นเอง ในระหว่างที่ฝูงชนกำลัง
กังวลความเป็นความตายของ อู่ อวี้ ร่างของ เฉิน
ฟูั่หยู ก็ร่วงหล่นลงมาอัดกระแทกเข้าใส่พื้นสนาม
ประลอง จนฝุั่นควันแพร่กระจายปกคลุมไปทั่ว
เนื่องจากทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเพียงเสี้ยวพริบตา
ผู้คนส่วนใหญ่จึงไม่ทันได้ตอบสนอง
ทั้ง หลี่ อี้จุ้น, ไปั๋หลี่ เฟยหง, ฉิน เฟิงหลง คน
ทั้งหมดต่างตกตะลึงไปตาม ๆ กัน พวกเขายืนนิ่ง
ค้างอยู่นาน ปากอ้าค้าง ดวงตาเบิกกว้าง จ้อง
มองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“ไม่ใช่ว่าสิ่งที่ อู่ อวี้ แสดงให้เราเห็น เป็นการฝืน
ชะตาฟั้าลิขิตสวรรค์เช่นนั้นหรือ? เฉิน ฟูั่หยู เป็น
บุตรชายของจอมกระบี่ชื่ออิง ถูกฟูมฟักเลี้ยงดูมา
ด้วยความรักใคร่ เพียบพร้อมทุกสรรพสิ่ง ตั้งแต่
เล็กจนเติบใหญ่ได้รับทรัพยากรไม่ขาดมือ ถึงแม้จะ
มีอายุมากกว่า อู่ อวี้ ถึงยี่สิบปี ทั้งยังได้รับการ
ชี้แนะเป็นการส่วนตัวจาก จอมกระบี่ชื่ออิง แล้ว
มันพ่ายแพ้ให้แก่ อู่ อวี้ ได้อย่างไรกัน? ”
“ กายเนื้อของ อู่ อวี้ แข็งแกร่งอย่างถึงที่สุด ไม่มี
ผู้ใดเทียบเคียงกับมันได้ แต่มันมีระดับการฝึกตน
อยู่ในสร้างแกนนภาขั้นที่ 5 … โอ้ ไม่สิ มันบรรลุถึง
ขั้นที่ 6 แล้ว ช่างเป็นความรุดหน้าที่รวดเร็วอย่าง
ยิ่ง อย่างไรก็ตาม เฉิน ฟูั่หยู ก็มีระดับการฝึกตนอยู่
ในมหาวิถีสร้างแกนนภาขั้นที่ 9 ทั้งยังร่ำลือกันว่า
ผู้อยู่ในขั้นที่ 10 นั้นหาใช่คู่ต่อสู้ของมันไม่…”
“เป็นไปได้อย่างไรกัน ข้าตาฟาดไปแล้วอย่างนั้น
หรือ? ว่าที่ข้าเห็นเป็นเรื่องจริง?”
มีผู้คนมากมายอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ได้เห็น
เหตุการณ์ที่ อู่ อวี้ สามารถเอาชนะ เหอ ชิงเหยา
กับ จ้าว ซวนเซียน ในสนามประลองหมื่นเซียน
กระบี่มาได้ แต่สิ่งที่เห็นเบื้องหน้านั้น กลับยิ่งน่าตก
ตะลึงเสียกว่าจนไม่สามารถนำมาเทียบได้
คงไม่ต้องกล่าวถึงพวกเขา เมื่อแลมองสหายหญิง
สาวของ เฉิน ฟูั่หยู พวกนางทั้งหมดต่างพากันอ้า
ปากค้าง สีหน้าซีดเผือด บางคนแม้กระทั่งล้มลงไป
ก้นจ้ำเบ้ากับพื้น ร่างกายไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจนหมด
สภาพ ถ้าจะให้กล่าวยังไม่เกินจริงคงต้องกล่าวว่า
สภาพของพวกมันยามนี้เปรียบเช่นดั่งบุปผาที่แบ่ง
บาน แต่ไร้ซึ่งสีสันแลความงดงาม
พวกมันทุกคนอยากจะคิดว่า ภาพที่เห็นตรงหน้านี้
เป็นเพียงแค่ภาพลวงตาเท่านั้น แต่ความจริงที่อยู่
ตรงหน้าแม้แต่สวรรค์ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้!
” ไม่ใช่ว่า อู่ อวี้ เป็นสัตว์ประหลาดที่จุติลงมาจาก
สวรรค์งั้นหรือ? ไม่อย่างนั้นมันจะทำเช่นนี้ได้
อย่างไร? ”
ในเวลานี้ฝูงชนกำลังสนทนาการถึงความน่า
สะพรึงกลัวของ อู่ อวี้ เนื่องจากเกราะจันทราเงิน
ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง เฉิน ฟูั่หยู จึงตก
อยู่ในสภาพอเนจอนาถอย่างสมบูรณ์ ร่างของมัน
นอนกองอยู่บนสนามประลองเป็นตาย ระหว่างนั้น
มันก็ได้ยินบทสนทนาเหล่านี้ โทสะของมันจึงพวย
พุ่งขึ้นไปถึงสวรรค์ เกรงว่าตลอดชีวิตของมัน คง
ไม่เคยรู้สึกมีโทสะมากมายขนาดนี้มาก่อน
สำหรับ เฉิน ฟูั่หยู แล้ว มันเป็นเสมือนดั่งบุตรแห่ง
ราชสีห์ มันสามารถเล่นอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าอย่าง
ภาคภูมิ แม้แต่ฝูงสัตว์ปั่าก็ยังหลบเลี่ยงหลีกหนี
ด้วยความหวาดกลัว ยอมศิโรราบให้แก่มัน แต่
แล้วลูกหมาปั่าตัวหนึ่งก็วิ่งออกมาจากฝูง พุ่งตรง
มาทางมัน มันจึงรู้สึกว่ากำลังถูกลูกหมาปั่าตัวนั้น
กำลังสะกดข่มตนอยู่ แล้วจะต้องให้มันกล้ำกลืน
ความรู้สึกนี้โดยไม่ให้เกิดโทสะได้อย่างไร?
“อู่ อวี้!”
เฉิน ฟูั่หยู แผดเสียงกรีดร้อง พร้อมกลับวิ่งเข้าสู่
สนามประลองเป็นตายอย่างกระหืดกระหอบ บัดนี้
ดวงตาของมันเป็นสีแดงก่ำราวดั่งโลหิต
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ