กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 315 : เขตแดนเทวะไรเงา
” เจ้าแพ้แล้ว แต่ยังอยากจะสู้ต่ออีกเช่นนั้นหรือ ? ”
ด้วยเพราะ เม็ดยาสร้างแกนนภา 10,000 เม็ด อู่
อวี้ จึงรู้สึกหงุดหงิดขุ่นเคือง
สำหรับโลกของผู้ฝึกตน ศักดิ์ฐานะภูมิหลังถือว่า
สำคัญอย่างยิ่ง แต่ทว่าในท้ายสุดแล้วเขาก็จัดการ
เจ้าเด็กน้อยผู้นี้ด้วยตนเอง ดังนั้นตั้งแต่เริ่มต้น อู่
อวี้ จึงหาได้แยแส ‘บุตรชายของจอมกระบี่ซูซัน’ ผู้
นี้แม้แต่น้อย
เฉิน ฟูั่หยู หลงระเริงไปตามเสียงสรรเสริญเยินยอ
จนจิตใจของมันจึงเปรียบเสมือนกับม้าที่ทะยาน
ออกไปอย่างไม่อาจหยุดยั้ง แล้วเช่นนี้มันจะทราบ
ได้อย่างไรว่าอะไรเป็นอะไร?
โดยทฤษฎีแล้ว ผู้ฝึกตนมีเพียงแค่ แข็งแกร่ง และ
อ่อนแอ เท่านั้น
เมื่อ เฉิน ฟูั่หยู ตกเป็นฝั่ายถูกสวมมงกุฎ ‘ผู้พ่าย
แพ้’ เสียเอง โทสะภายในหัวใจของมันก็ทวีคูณ
เพิ่มขึ้นยังไม่เคยปรากฏมาก่อน เกียรติยศศักดิ์ศรี
ตลอดชีวิตของมัน บัดนี้ได้ถูก อู่ อวี้ บดขยี้เสียจน
ปนปี มันคือการเหยียบย่ำหยามเกียรติอย่างรุนแรง
กล่าวได้ว่าเวลานี้ เฉิน ฟูั่หยู โกรธจนขนหัวลุกตั้ง
ชูชัน หาได้มีภาพลักษณ์อันสดใสมีชีวิตชีวาเช่นดัง
เคย ซึ่งหากให้บรรยายสภาพของมันในตอนนี้แล้ว
ก็ เส้นขนทั้งร่างของมันลุกตั้งชูชันราวกับว่าโดน
สายอสนียบาตฟาดผ่า ทันใดนั้นเอง ก็บังเกิดเสียง
หวีดหวิวขึ้นจากภายในแกนกำเนิดของมัน
เนื่องจากมันมีระดับการฝึกตนอยู่ในระดับสร้าง
แกนนภาขั้นที่ 9 ส่งผลให้แกนกำเนิดของมันกว้าง
ใหญ่ดั่งมหาสมุทร เกิดเป็นพลังอำนาจมหาศาล
หมุนวนโคจรแผ่กระจายคลื่นพลังไปทั่วทั้งร่าง
ตราประทับอิทธิฤทธิ์ บนแกนกำเนิดของมัน เริ่ม
หมุนวนโคจรพร้อมทำงาน ยามนี้ภายในดวงตา
ของ เฉิน ฟูั่หยู เปียมล้นไปด้วยความกระหาย
โลหิตอย่างสุดแสน เตรียมทุ่มเทพลังทั้งหมดเพื่อ
จัดการกับ อู่ อวี้ ความเกลียดชังที่มีต่อศัตรูเบื้อง
หน้า รุนแรงจนแทบจะเผาไหม้มันให้กลายเป็นเถ้า
เถ้าธุลีลงได้
“เขตแดนเทวะไร้เงา” อู่ อวี้ นึกถึงคำกล่าวอธิบาย
จาก หลี่ อี้จุ้น แน่นอนว่า มหาวิถีเชื่อมสวรรค์ เป็น
พลังอิทธิฤทธิ์ที่ จอมกระบี่แห่งซูซัน เลือกสรร
ให้แก่บุตรชายของมันด้วยตนเอง เช่นนั้นมันย่อม
ไม่ธรรมดาอย่างอย่างแน่นอน ว่ากันว่า เฉิน ฟูั่หยู
เคยเปิดเผยไพ่ตายก้นหีบของมันเพียงแค่ 3 ครั้ง
เท่านั้น และครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 4 ชั่วอึดใจต่อมา
เหล่าฝูงชนที่อยู่ด้านล่างต่างก็พากันแสดงท่าทาง
ตื่นเต้นประทับใจออกมาอย่างถึงที่สุด บังเกิดเป็น
เสียงแซ่งซ้องสรรเสริญดังกึกก้องขึ้นขจรขจายไป
ไกลนับพันลี้
ชั่วขณะนี้เอง ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง
ขึ้นกับผิวหนังของ เฉิน ฟูั่หยู เพียงชั่วพริบตา ร่าง
ของมันก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นสีดำทมิฬอย่าง
สิ้นเชิง ทันใดนั้นเองความมืดมิดก็แผ่ขยายออก
โดยมีร่างของมันเป็นจุดศูนย์กลาง อำนาจพลัง
อิทธิฤทธิ์พุ่งทะยานสูงขึ้น กลืนกินทุกสรรพสิ่งที่มัน
เคลื่อนผ่าน ซึ่งทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกราวกับว่า ตนเอง
กำลังติดอยู่ภายในคุกดวงใจกระบี่ ความมืดมิด
ทมิฬ แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งสนามประลองเป็น
ตายอย่างสิ้นเชิง
มหาวิถีเชื่อมสวรรค์ชนิดนี้ ดูเหมือนว่าจะทำให้
เฉิน ฟูหยู สร้างเป็นเขตแดนเฉพาะตัวของมัน
ขึ้นมาได้ ภายในเขตแดนนี้ นอกจากตัวมันแล้ว ทุก
ผู้คนจะสูญเสียการมองเห็น ท่ามกลางความมืดมิด
อย่างสิ้นเชิงนี้ มิอาจมองเห็นได้แม้แต่เงาของ
ตนเอง
สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเขานี้ตอนนี้เงียบเชียบราวกับ
ความตาย ทั้งยังมิอาจสัมผัสได้ถึงการดำรงอยู่ของ
เฉิน ฟูหยู แม้แต่น้อย ทว่าความจริงแล้วมันยังคง
ยืนอยู่ตรงนั้น บางทีชั่วอึดใจต่อมามันอาจจะโจมตี
เข้าใส่เขาอย่างรุนแรง ก็อาจเป็นได้
เมื่อมองดูจากภายนอกของสนามประลองเป็นตาย
จะสามารถแลเห็นได้อย่างชัดเจนว่า อู่ อวี้ กำลัง
ถูกปกคลุมอยู่ภายในดวงตะวันสีดำทมิฬอย่าง
สมบูรณ์ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นภายในเขตแดน ไม่มีผู้ใด
สามารถมองเห็นหรือล่วงรู้ได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า
มหาวิถีเชื่อมต่อสวรรค์ของ เฉิน ฟูหยู น่า
สะพรึงกลัวมากเพียงใด ร่ำลือกันว่า มันเป็นหนึ่ง
ในมหาวิถีเชื่อมต่อสวรรค์ของ ‘จอมกระบี่ชื่ออิง’
” เห็นทีครานี้ อู่ อวี้ คงไม่โชคดีแล้วล่ะมั้ง?”
เขตแดนเทวะไร้เงา คือเขตแดนที่อยู่ภายใต้การ
ควบคุมของ เฉิน ฟูั่หยู อย่างสมบูรณ์ หาก อู่ อวี้
ติดอยู่ภายในเขตแดนนี้ ก็เท่ากับว่ามันได้พ่ายแพ้
ไปแล้ว
ท่ามกลางความมืดมิด เฉิน ฟูั่หยู เสมือนดั่ง
วิญญาณราตรี มันเคลื่อนไหวไปมารอบ ๆ ดั่งภูติ
พราย ทั้งยังไร้ซึ่งซุ่มเสียงใด ๆ แน่นอนว่านี่คือ
ศาสตร์แห่งการโจมตีของมือสังหาร เขตแดนเทวะ
ไร้เงาที่ผนึกตัวเขาไว้ภายใน ทำให้ อู่ อวี้ สูญเสีย
การรับรู้ถึงร่องรอยของฝั่ายตรงข้าม เป็นผลให้
ยามนี้เขารู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบจนผมลุกตั้งชูชัน
“ข้าจะจัดการขยี้เจ้าเสีย”
อู่ อวี้ ได้สำแดงอิทธิฤทธิ์อีกครั้ง ทันใดนั้นก็ปรากฏ
ร่างอวตาร 3 ร่าง ซึ่งดูเหมือนกับ อู่ อวี้ ทุก
ประการขึ้น พลังอิทธิฤทธิ์ ‘อวตารนอกวิถี’ จัดอยู่
ในประเภทการโจมตีรูปแบบบริสุทธิ์ ซึ่งอยู่เหนือยิ่ง
กว่าการโจมตีรูปแบบอื่น ๆ ทันใดนั้นเองทั้ง 4 คน
ก็เปลี่ยนแปลงตำแหน่ง พร้อมกับทะยานร่าง
ออกไป กล่าวตาม อู่ อวี้ ปรารถนาเพียงแค่ให้พวก
มันหลอกล่อคู่ต่อสู้เท่านั้น หลังจากที่คนทั้งสี่
กระจายตัวกันออกไป ถึงแม้ฝั่ายตรงข้ามจะ
แข็งแกร่งแค่ไหน ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าคนไหนคือ
เขาตัวจริง
“เฉิน ฟูั่หยู เจ้าจะทำอันใดได้?” อู่ อวี้ ทั้ง 4 คน
กล่าวขึ้นอย่างพร้อมเพียง
ความจริงแล้ว อู่ อวี้ สามารถแยกอวตารออกมา
เป็น 10 ร่างได้ แต่เขาไม่ต้องการเปิดเผยเคล็ดวิชา
ของตนเองออกมาจนหมด
ท่ามกลางความมืดมิด อู่ อวี้ ทำให้ เฉิน ฟูั่หยู
บังเกิดโทสะขึ้น เห็นได้ชัดว่าเมื่อ อู่ อวี้ ใช้พลัง
อิทธิฤทธิ์ออกมาอีกครั้ง ก็ทำให้มันต้องพบเจอกับ
ปัญหาอย่างสิ้นเชิง ถึงแม้ว่ามันจะมีโอกาสในการ
สังหาร แต่ถ้าหากมันโจมตีถูก อู่ อวี้ ผิดคนแล้วล่ะ
ก็ ตำแหน่งของมันจะถูกเปิดเผยทันที
มันไม่ทราบว่าโทสะที่พวยพุ่งขึ้นของมัน ได้
เปิดเผยตำแหน่งของตนเอง ถึงแม้มันจะกลายเป็น
เงา แลอยู่ในเขตแดนอันมืดมิด แต่เมื่อใดที่มันมี
โทสะ จะทำให้ทั่วทั้งร่างของมันปกคลุมไปด้วย
กลิ่นอายแห่งโทสะและเจตนาฆ่าฟันอย่างรุนแรง
ซึ่งสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนภายในความมืด
มิดนี้!
ถึงแม้ว่ามหาวิถีเชื่อมสวรรค์ของ เฉิน ฟูั่หยู จะ
พิเศษมากเพียงใด แต่ตัวของมันนั้นก็อ่อน
ประสบการณ์เกินไป เต๋าของจอมกระบี่ชื่ออิงเป็น
เสมือนดั่งศาสตร์แห่งการลอบสังหาร ซึ่ง อู่ อวี้
เคยพบเห็นมือสังหารในโลกมนุษย์มามากมาย ข้อ
พื้นฐานสุดที่มือสังหารจำเป็นต้องมี นั่นก็คือความ
สงบนิ่ง มือสังหารไม่อาจเปิดเผยอารมณ์ความรู้สึก
ของตนเองออกมาโดยง่าย เมื่อ อู่ อวี้ รับรู้ได้ถึง
ตำแหน่งของมัน เขาก็พุ่งเข้าโจมตีทันที
ชั่วพริบตาที่ อู่ อวี้ ระบุตำแหน่งของมันได้
พลังอันมหาศาลก็ถูกปลดปล่อยออกมาในทันที
ร่างอวตารทั้ง 3 ซึ่งกระจายออกไปยัง 3 ทิศทาง
กวัดแกว่งศาสตราเต๋าเชื่อมจิตในมือของพวกมัน
ปลดปล่อยวิชากระบี่โจมตีเข้ามาทันที อย่างไรก็
ตามพวกมันไม่ได้โจมตีเข้าใส่ เฉิน ฟูั่หยู โดยตรง
แต่กระทำเพียงแค่ปิดล้อมไม่ให้ เฉิน ฟูั่หยู หลบหนี
ออกไปยังทิศทางอื่น ในเวลาเดียวกันนั้นเอง อู่ อวี้
ตัวจริงก็โจมตีเข้าใส่มันทันที ศาสตราเต๋าเชื่อมจิต
ในมือของเขา ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นเสาเก้า
จัตุรัสสยบมาร เสาทั้งเก้าได้ผสานรวมเป็นหนึ่ง
เดียว หนึ่งพลองสะเทือนไปถึงสวรรค์!
“เก้าจัตุรัสแดนทำลายล้าง!”
เขตแดนเทวะไร้เงา เป็นหนึ่งเขตแดนที่ดำรงอยู่
ก่อนแล้ว
วิชาเวทเก้าจัตุรัสแดนทำลายล้าง ถือเป็นวิชาที่มี
ผลต่อการทำลายล้างเขตแดน เมื่อพลองถูกฟาด
ออกไป ทันใดนั้นเองแสงสีทองก็ส่องสว่างขึ้น แสง
สีทองนี้ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นคมกรงเล็บแลคม
เขี้ยวของมังกร พุ่งทะยานไปฉีกกระชากเขตแดน
เทวะไร้เงาอย่างโหดเหี้ยม ปลดปล่อยพลังอำนาจ
อันทรงพลังถึงขีดสุด ท่ามกลางแกนกำเนิดอันไร้
สิ้นสุด ควบคู่ไปกับกายเนื้ออันแข็งแกร่งหาใด
เปรียบ ความเร็วในการโจมตีของ อู่ อวี้ พุ่งทะยาน
ขึ้นเป็นประวัติการณ์ เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ เฉิน
ฟูั่หยู ถูกเคล็ดวิชากระบี่ของร่างอวตารทั้ง 3 สกัด
กั้นเอาไว้
“เจ้า!”
เฉิน ฟูั่หยู รู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง ในช่วงเวลา
จวนตัวเช่นนี้จึงใช้ กระบี่แก่นชาดจำแลง ขึ้นมา
สกัดกั้นปั้องกัน แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเสา
ของ อู่ อวี้ นั้นมีความแข็งแกร่งมากเกินไป บัดนี้
เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร จึงได้อัดกระแทกเข้าใส่
ศาสตราเต๋าของมันจนกระเด็นลอยไป จากนั้นก็
ฟาดเสาเข้าใส่ เกราะจันทราเงิน ตามมาด้วยเสียง
ดังสนั่น ตึ้ง!!!! เกราะถูกบดขยี้จนแตกออกบังเกิด
เป็นแตกร้าวดังออกมาให้ได้ยิน เปรี๊ยะ∼∼ ร่าง
ของ เฉิน ฟูั่หยู ลอยละลิ่วกระเด็นออกไปตามแรง
ฟาด โลหิตกระอักพวยพุ่งออกมาจากปาก ทั้ง
กระดูกแลอวัยวะภายในถูกบดขยี้แตกละเอียดเป็น
ชิ้น ๆ ส่งผลให้โลหิตสาดทะลักออกมาจากทุกอณูรู
ขุมขน
นี่คืออีกหนึ่งกระบวนท่าทำลายล้าง!
ณ เวลานี้ เขตแดนเทวะไร้เงา ได้แตกสลายราวกับ
กระจกแตกร้าวพังทลาย
กล่าวได้ว่าขณะนี้ผู้คนที่อยู่ด้านหน้า ต่างประจักษ์
แก่สายตาว่าการต่อสู้ซึ่งมันเกิดขึ้นภายใน เขตแดน
เทวะไร้เงา ได้ถูกบดขยี้ลงจนสิ้น พวกมันทุกคู่คน
ต่างเห็นภาพของ เฉิน ฟูั่หยู ลอยกระเด็นออกมา
พร้อมกับกระอักโลหิต พวกเขาต่างแลเห็น อู่ อวี้
ทุบทำลายทุกสรรพสิ่งจนแตกเป็นชิ้น ๆ ส่วน เฉิน
ฟูั่หยู ร่างของมันร่วงตกอัดกระแทกลงสู่พื้น ภาพที่
แลเห็น คือสภาพของผู้พ่ายแพ้อย่างราบคาบ ทั้ง
สรรพางค์ร่างกายของมันยังสั่นสะท้าน ดวงตาสี
ขาวซีด มันช่างเป็นภาพของผู้พ่ายแพ้ที่น่า
อเนจอนาถน่าสังเวชเสียนี่กระไร
ในชั่วขณะนั้น อู่ อวี้ ลดระดับลงสู่พื้นอย่างเงียบ ๆ
ร่างอวตารกลับกลายเป็นเส้นผม แลเก็บเสาเก้า
จัตุรัสสยบมาร ทุกสรรพสิ่งล้วนสงบนิ่งผ่อนคลาย
ลง
ถ้าให้กล่าวตามจริง หากเป็นผู้อื่น ๆ มีฝีมืออยู่ใน
ระดับ สร้างแกนนภา ขั้นที่ 9 เช่นนี้ แล้วต้องมา
เผชิญหน้ากับ อู่ อวี้ มันผู้นั้นคงได้พ่ายแพ้ เพียง
แค่ในกระบวนท่าเดียวเท่านั้น การที่ เฉิน ฟูั่หยู ยื้อ
เวลาการต่อสู้เอาไว้ได้นานพอสมควร เกิดจาก
ปัจจัยเสริมต่าง ๆ ของมัน ไม่ว่าจะเป็นศาศตรา
เต๋าเชื่อมจิตชั้นเลิศ ,เคล็ดวิชาเต๋า , พลังอิทธิฤทธิ์
, พลังของแกนกำเนิด ส่งผลให้พลังรบของมัน
เทียบเท่าได้กับ มหาวิถีสร้างแกนนภาขั้นที่ 10 อู่
อวี้ จึงต้องต่อสู้ยืดเยื้อยาวนานเช่นนี้
ทว่าการต่อสู้ครั้งนี้ อู่ อวี้ หาได้ทุ่มพละกำลัง
ทั้งหมดที่มีไม่
หากถ้าเขาใช้เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง แน่นอนว่าตัว
เขาสามารถส่ง เฉิน ฟูั่หยู ลงนรกได้ในทันที แต่
เนื่องจากเขาไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสังหารจน
มันแตกดับตกตายไป
ด้วยสภาพของ เฉิน ฟูั่หยู อ่านดูเหมือนว่ามันจะ
ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่แท้จริงแล้ว อู่ อวี้ ได้ยั้งมือ
ให้แกมัน มันจึงแค่หมดกำลังไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อสู้
แม้แต่แรงจะดึงยันต์ออกมาก็ไม่มี แต่ด้วย
ทรัพยากรอันเฟืองฟูอุดมสมบูรณ์ของ เฉิน ฟูั่หยู
จะทำให้พลังของมันฟืนฟูกลับคืนมาภายในครึ่ง
เดือน คาดว่าอีกไม่นานมันก็จะกลับมามีชีวิตชีวา
กระโดดโลดเต้นได้เช่นเดิม
“อู่ อวี้! ” ไปั๋หลี่ เฟยหง กับ หลี่ อี้จุ้น รีบกระโดด
เข้ามาหา อู่ อวี้ พร้อมกับยืนอยู่ข้าง ๆ เพื่อเฝั้าดู
สถานการณ์ความเคลื่อนไหวของ เฉิน ฟูั่หยู ทั้ง
สองก็จับจ้องมอง อู่ อวี้ ราวกับกำลังมองดูสัตว์
ประหลาด แม้แต่ถ้อยคำที่เอ่ยมาก็ยังสั่นเครือ
ตะกุกตะกัก
” ชะ ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก พลังยุทธ์การต่อสู้เจ้า
ไม่ได้อยู่แค่ในระดับกระบี่ปฐพีแล้ว แต่มันเป็นของ
ระดับแก่นแท้ แม้แต่ข้าที่หมั่นฝึกฝนมานานหลาย
ปี ยังเกือบจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้า ? ” ถ้าให้เทียบ
ความรู้สึกเป็นกังวลเกี่ยวกับ เฉิน ฟูั่หยู แล้ว คง
ต้องกล่าวว่า ไปั๋หลี่ เฟยหง รู้สึกประหลาดใจใน
ความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ มากเสียยิ่งกว่า
หลี่ อี้จุ้น ดวงตาเบิกกว้างขนาดจ้องมอง อู่ อวี้
ด้วยความหวาดกลัวไม่อยากจะเชื่อสายตา อันที่
จริงแล้วพวกเขาต่างยังไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใด
เฉิน ฟูั่หยู ถึงพ่ายแพ้ให้แก่ อู่ อวี้ อย่างหมดรูปได้
เช่นนี้ …
ฉิน เฟิงหลิง ตกใจอย่างสุดขีดจนหน้าขาวซีด คน
เร่งรีบถลาเข้าไปดูอาการของ เฉิน ฟูั่หยู อย่าง
รวดเร็ว
ณ เวลานี้ การต่อสู้ได้สิ้นสุดลงแล้ว ผู้คนหลายพัน
คนรายล้อมอยู่โดยรอบ หลายคนพึ่งมาถึงจึงทันได้
เห็นเพียงแค่ฉากสุดท้ายเท่านั้น ทว่าภาพรวมก็
สามารถอธิบายให้ผู้ชมเข้าใจถึงสถานการณ์อัน
สิ้นสุด ทุกสรรพสิ่งเงียบกริบราวกับความตาย ไร้
ซึ่งแม้แต่เสียงขับขานของวิหค ทุกคนอึ้งตะลึงกับ
ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเขาต่างจ้องมอง อู่
อวี้ สลับกับร่างของ เฉิน ฟูั่หยู ซึ่งกระทั่งบัดนี้
พวกเขายังไม่อยากเชื่อสายตาของตนเอง อนึ่งดัง
ว่าพวกเขากำลังฝันไป …
” นี่มันวันนรกแตกหรือไร ? ” หลายคนรู้สึกเช่นนั้น
“อา!” เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์ซึ่งปรากฏขึ้นภายใน
สนามประลองเป็นตาย กลุ่มสาวงามผู้เคยเบ่งบาน
มีชีวิตชีวา บัดนี้ต่างสลดหดหู่เศร้าเสียใจไปตาม ๆ
พวกนางรายล้อมร่างของ เฉิน ฟูั่หยู ร่ำไห้ปานจะ
ขาดใจ ราวกับว่า เฉิน ฟูั่หยู ได้ตกตายวิญญาณ
แตกดับไปเสียแล้ว ถึงกระนั้นเหล่าสาวงามก็ยัง
มองย้อนกลับไปทาง อู่ อวี้ ด้วยท่าทางตกใจ ใน
คราแรกพวกนางทั้งหมดไม่กล้ามองเขาอย่างเต็ม
ตานัก แต่หลังจากสังเกตเห็นว่า เฉิน ฟูั่หยู ยัง
ไม่ได้ตกตายไป จึงทำให้ความกล้าของพวกนาง
กลับคืนมาอีกครั้ง หลังจากนั้นพวกนางก็เริ่มแผด
เสียงตะโกน
“อู่ อวี้ เจ้าช่างรนหาที่ตายยิ่งนัก! ช่างเหิมเกริม
อะไรเช่นนี้ ถึงหาญกล้ามาทำร้ายบุตรชายของ
จอมกระบี่ชื่ออิง! เจ้าไปกินดีเสือดาวมาหรือไรถึงได้
หาญกล้าเยี่ยงนี้!”
” เรื่องนี้จะต้องรู้ถึงหูของท่าน จอมกระบี่ชื่ออิง เจ้า
จะต้องไม่ตายดีแน่! ยังไม่รีบคุกเข่าขอขมาอีก บาง
ทีมันอาจจะช่วยให้เจ้ามีชีวิตรอด! ”
” ให้ตายเถิดสวรรค์ แม้แต่คุณชายเฉิน เจ้ายังกล้า
ทำร้ายจนเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้ สมอง
ของเจ้าคงมีปัญหาจริง ๆ เจ้าช่างรนหาที่ตายโดย
แท้!”
ท่ามกลางผู้คนจำนวนมาก อู่ อวี้ ยังคงแสดงสีหน้า
ไม่แยแส จากนั้นก็สาวเท้าก้าวเดินเข้าไปหา เฉิน
ฟูั่หยู กลุ่มสาวงามกรีดร้องขึ้นทันทีหลังจากเห็น
การเคลื่อนไหวของ อู่ อวี้ พวกนางหวาดกลัว ตื่น
ตะลึงจนพากันแตกหือ ดั่งวิหคตื่นเกาทัณฑ์แหวก
ทางให้แก่ อู่ อวี้ ก้าวผ่านได้อย่างสะดวก
ในความเป็นจริงแล้ว เฉิน ฟูั่หยู หาได้เป็นลมหมด
สติแต่อย่างใด มันยังคงมีสติรับรู้ทุกสรรพสิ่ง ใน
เวลานี้มันพยายามพยุงกายยืนขึ้น โดยได้รับความ
ช่วยเหลือ ฉิน เฟิงหลิง แต่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงกำลังต่อสู้
ดวงตาของคนทั้งสองสาดปะทะกันอีกครั้ง ใน
สายตาท้วมท้นไปด้วยความเกลียดชังอย่างลึกซึ้ง
ดูเหมือนว่าโทสะที่เคยมีได้แปรเปลี่ยนกลายเป็น
ความเกลียดชัง ฝังลึกเข้าไปภายในกระแส
สายโลหิต อู่ อวี้ ล่วงรู้ดีว่าคนเหล่านี้ล้วนเป็น
ลูกหลานสืบสายโลหิตของผู้แข็งแกร่ง ไม่ควรอย่าง
ยิ่งที่จะไปกระตุ้นโทสะความเกลียดชังของพวก
” เฉิน ฟูั่หยู ในฐานะที่เจ้าเป็นถึงบุตรชายของ จอม
กระบี่ชื่ออิง คงไม่เคยพ่ายแพ้มาก่อนใช่หรือไม่ ?”
อู่ อวี้ มองมันด้วยสายตากวนโทสะ จากนั้นก็ยิ้ม
ขึ้นที่มุมปากจาง ๆ
ดวงตาของ เฉิน ฟูั่หยู แดงปานโลหิตขณะจ้องมอง
อู่ อวี้ ในยามนี้ร่างของมันสั่นสะท้านด้วยความ
เกลียดชังอย่างสุดแสน แต่มันก็หาได้ตอบโต้คำพูด
ของ อู่ อวี้ กลับไปไม่ ทว่าสิ่งที่มันกระทำคือการส่ง
‘ยันต์สัญญาณสื่อสาร’ ให้ ฉิน เฟิงหลิง แทน
พร้อมกับกระแอมไอแล้วกล่าวว่า ” เรียกบิดาของ
ข้ามา วันนี้มันจะต้องไม่ตายดี”
อู่ อวี้ ประเมินมันสูงมากเกินไป แค่พ่ายแพ้เพียง
ครั้งถึงกลับต้องกรีดร้องหาบิดา
ฉิน เฟิงหลิง ซึ่งตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้า
คาย มันรู้สึกอับอายยิ่งนัก เนื่องจากเพียงแค่พ่าย
แพ้การต่อสู้ แต่ถึงกลับถึงขนาดต้องวุ่นวายกับ
เรียก จอมกระบี่ชื่ออิง …
ไปั๋หลี่ เฟยหง รู้สึกกังวลกับสถานการณ์โดยรวมที่
เกิดขึ้น มันจึงรีบกล่าวขึ้นอย่างรวดเร็วว่า ” คุณ
ชายเฉิน เรื่องนี้นับว่าไม่สมควรอย่างยิ่ง เนื่องจาก
เรื่องระหว่างท่าน กับ อู่ อวี้ เป็นเพียงการประลอง
ปกติ แลกเปลี่ยนฝีมือของรุ่นเเยาว์เท่านั้น แล้วเหตุ
ไฉนท่านจะต้องไปรบกวน จอมกระบี่ชื่ออิง ด้วย
เล่า ? อู่ อวี้ ยังอยู่ในวัยหนุ่มแน่น แน่นอนว่ามัน
ย่อมไม่ต้องปรารถนาการถวงถาม เม็ดยาสร้างแกน
นภา 10,000 เม็ด จากท่าน ขอท่านโปรดอย่าทำ
ให้เรื่องเล็ก ต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่โตไปโดยใช่
เหตุ ”
เฉิน ฟูั่หยู ขี้เกียจที่จะฟังมันจึงส่งสัญญาณไปที่
ฉิน เฟิงหลิง
หลังจากนั้น อู่ อวี้ ได้หยุด ไปั๋หลี่ เฟยหง แล้ว
กล่าวขึ้นว่า ” ไม่ต้องกังวล หาก จอมกระบี่ชื่ออิง
มาที่นี่จริง ข้าเองก็อยากจะรู้นักว่าเขาสามารถ
สังหารข้าได้หรือไม่ ? ในเมื่อบุตรชายของเขาเป็นผู้
ริเริ่มท้าประลองข้าก่อน อีกทั้งยังยืนยันที่จะวาง
เดิมพัน แลเขาต่อสู้กับข้าในสนามประลองเป็นตาย
แห่งนี้ ข้าอุตส่าห์ยั้งมือไว้ไมตรีไม่สังหารมัน แต่
เมื่อพ่ายแพ้ กลับกรีดร้องเรียกหาบิดา ช่างน่า
ขบขันยิ่งนัก ตลอดชั่วชีวิตข้า อู่ อวี้ ยังไม่เคยพบ
เจอคนเช่นนี้มาก่อน คนเช่นนี้ไม่มีคุณค่าพอที่จะมา
เป็นคู่ต่อสู้ของข้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า! พวกท่านทั้งหลายจง
ตอบข้ามา ว่าพวกท่านคิดเห็นเช่นเดียวกับข้า
หรือไม่ ? ”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ