กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 317 : ถ้ําเซียนเทียมฟา
เทือกเขาชิงเทียน เป็นแกนหลักของนิกายเซียนซู
ซัน เปรียบเหมือนนกับโลกใบใหม่ของ อู่ อวี้
“ขี่กระบี่บินจักรพรรดิขึ้นมาสิ”
เฉิน ซิงหยู๋ ยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย พลันควบคุมกระบี่
บินทะยานไปขึ้นไปบนฟั้า อู่ อวี้ ก็รีบติดตามไป
อย่างใกล้ชิด เจาะทะลวงผ่านชั้นเมฆ พร้อมเงย
หน้าขึ้นไปมอง ปรากฎท้องฟั้าถูกปกคลุมด้วยเหล่า
เมฆาหลากสีสัน
หลังจากทะยานขึ้นไปอีกถึงหนึ่งชั่วยามเต็มๆ ก็
มาถึงยังเขตแดนกระบี่ปฐพี พื้นที่ที่อยู่เบื้องล่าง
ของเขาก็คือตีนเขาของเทือกเขาชิงเทียน
อู่ อวี้ ตอนนี้ยังอยู่ห่างไกลจากยอดเขาของ
เทือกเขาชิงเทียนอยู่มาก เขาได้มองขึ้นไป พร้อม
กับเห็นวังวิหารที่สวยและสง่างามอยู่มากมายนับ
ไม่ถ้วน ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเทือกเขาชิงเทียน และ
ในตัวอาคารสิ่งปลูกสร้างทั้งหลายก็มีการวางค่าย
กล อักขระเวทย์คุ้มกัน เอาไว้อีก
บนนภากาศ ค่ายกลลึกลับจำนวนมากที่กำลังถูก
เปิดใช้งานอยู่ แม้กระทั่งมีค่ายกลเวทย์ที่ประคอง
เกาะหนึ่งเกาะให้ลอยอยู่กลางอากาศ
อู่ อวี้ ในตอนนี้พอจะมีความเข้าใจในเรื่องของ
สัญลักษณ์เวทย์อยู่บ้าง แต่ก็เป็นเพียงแค่ขั้นเริ่มต้น
เท่านั้น
การเปิดใช้งานค่ายกลเวทย์และค่ายกลสังหารที่มี
ขนาดใหญ่เช่นนี้ ย่อมเต็มไปด้วยลึกลับและ
ซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง ในหมู่ค่ายเหล่านั้นค่ายกลที่
สมบูรณ์แบบที่สุดซึ่งคอยสนับสนุนเทือกเขาอยู่นั้น
เกรงว่าอาจจะถูกสร้างขึ้นโดยฝีมือของผู้แข็งแกร่ง
ขั้นจิตเทวะ ซึ่งสืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณ
ดินแดนที่เต็มไปด้วยค่ายกลซึ่งเปรียบเสมือนโลก
แห่งเทพเซียนที่สวยงามและมหัศจรรย์ปรากฏอยู่
เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ ในบัดดล
ในเขตแดนกระบี่ปฐพีแห่งนี้ จากวังวิหารแห่งหนึ่ง
ไปยังอีกแห่ง จะทำได้เพียงแค่ใช้กระบี่บิน
จักรพรรดิในการเดินทางสัญจรเท่านั้น เพราะว่า
เทือกเขาชิงเทียนนั้นอยู่ในลักษณะที่ตั้งฉากและสูง
ชัน ถ้าหากไม่ได้เป็นเพราะจำนวนอันมหาศาลของ
วิหารต่างๆ ทั้งยังมีการขุดสร้างเป็นถ้ำขึ้นมาอีก
มากมาย บนที่แห่งนี้ซึ่งเปียมไปด้วยกลิ่นอายฟั้า
ดิน แทบจะไม่มีที่ให้พอจะยืนได้เลย
เมื่อเทียบกับความยิ่งใหญ่ของเทือกเขาชิงเทียน
แล้ว เหล่าผู้ฝึกตนทั้งหลายต่างก็เป็นได้เพียงแค่มด
ปลวกตัวเล็กๆเท่านั้น ถึงแม้จะมีจำนวนมากมาย
มหาศาลขนาดไหน ทั้งยังมีวิหารที่ได้รับการ
สนับสนุนจากค่ายกลเวทย์และถ้ำ แต่ความจริง
แล้วมันกลับเล็กกระจ้อยยิ่งนักเมื่อเทียบกับ
เทือกเขาชิงเทียน
“ถ้ำเซียนในเขตแดนกระบี่ปฐพีนั้นมีถ้ำเซียนอยู่
เยอะที่สุด สาวกขั้นกระบี่ปฐพีทุกคน มีสิทธิ์ที่จะใช้
ถ้ำเซียนเหล่านี้มาใช้ในการฝึกตน และถ้ำเซียนแต่
ละแห่งจะมีปริมาณของกลิ่นอายฟั้าดินมากน้อย
แตกต่างกัน ครั้งนี้ข้าช่วยเลือกสถานที่ที่ดีที่สุด
ให้แก่เจ้า แน่นอนว่าหลังจากนี้อีกไม่กี่ปี เจ้าก็
น่าจะเลื่อนขั้นไปอยู่ เขตแดนกระบี่แก่นแท้ แล้ว”
อู่ อวี้ ใช้กระบี่บินจักรพรรดิบินตาม เฉิน ซิงหยู๋
บินไปรอบๆเทือกเขาชิงเทียน ตำแหน่งที่เรียกว่า
‘ตำหนักเจ้าอาณาเขต’ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของ
เทือกเขาชิงเทียน แต่ในตอนนี้พวกเขาอยู่ทางฝัง
ตะวันออก กล่าวได้ว่าเป็นเส้นทางที่ทอดยาวจน
เกือบวนครบรอบเทือกเขา
อู่ อวี้ พบเห็นถ้ำเซียนจำนวนมากนั้นกำลังปิดอยู่
อย่างไรก็ตามถ้ำส่วนใหญ่ทั้งหมดที่กำลังปิดอยู่
เห็นได้ชัดว่าถ้ำแห่งนั้นมีเจ้าของแล้ว
“ถ้ำเซียนของมหาวงจรสี่วิถีกระบี่แห่งซูซันทั้งหมด
จะมีการวางค่ายกลปั้องกันเอาไว้อยู่ จะต้องมีตรา
เปิดค่ายกลที่มีลักษณะพิเศษไม่ซ้ำถึงจะสามารถ
เปิดประตูถ้ำได้ ถ้าหากไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เป็น
เจ้าของ และใช้กำลังบุกรุกเข้าไปในถ้ำเซียนของ
ผู้อื่น จะต้องถูกลงโทษ อย่างน้อยนิกายเซียนก็
สามารถรับประกันได้ว่า เมื่อสาวกคนใดกำลังปิด
ด่านฝึกตนอยู่ ก็จะปลอดภัยและไม่ถูกผู้อื่นรบกวน
”
ในความเห็นของ อู่ อวี้ นิกายเซียนซูซันนั้นแบ่ง
แยกกันตามสถานะ มีโครงสร้างที่ซับซ้อนและ
เข้มงวด ทั้งยังมีกฏระเบียบที่เข้มงวดอีกด้วย
กองทัพของเหล่าผู้ฝึกตนก็เป็นเช่นดียวกับกอง
กำลังของทหาร สาวกแกนกระบี่สามัญกับสาวก
มหาวงจรสี่วิถีกระบี่ ก็เปรียบได้กับทหาร และ
นายพล ยังมีเจ็ดเซียนแห่งซูซันที่เป็นตัวตนระดับ
จอมพลในกองทัพอีกด้วย
ในชีวิตนี้สามารถเข้ามาอยู่ในสังคมเช่นนี้ ได้เห็นถึง
ทิวทัศน์อันงดงามของนิกายเซียนที่กว้างใหญ่ ก็ถือ
ว่าตายได้โดยไม่เสียชาติเกิดแล้ว เมื่อย้อนนึกไปถึง
ในปีนั้นที่นำทัพไปทำสงคราม ไหนเลยจะสามารถ
คิดไปถึงผู้คนที่สัญจรไปมาด้วยกระบี่บินจักรพรรดิ
บินไปมา ทั้งรอบด้านยังมีความสวยงามของ
ดินแดนเซียนเช่นเดียวกับวันนี้ได้?
หลังจากผ่านไปครึ่งวัน ก็มาถึงตำหนักเจ้าอาณา
เขตที่มีอำนาจมากที่สุดในเขตแดนกระบี่ปฐพี
ตำหนักเจ้าอาณาเขตนั้นเป็นวิหารสีทองอร่ามซึ่ง
ตั้งอยู่บนเทือกเขาชิงเทียน ราวกับเป็นกระบี่สีทอง
ที่ตั้งชี้ขึ้นไปบนฟั้าบนเทือกเขาชิงเทียน ซึ่งบน
ใบมีดอย่างน้อยก็มีวิหารตั้งอยู่นับพันแห่ง
และจอมกระบี่ซิงเหอ อาศัยอยู่บนนั้น
เมื่อเดินทางมาถึงตำหนักเจ้าอาณาเขตแห่งนี้ โดย
มี เฉิน ซิงหยู เป็นผู้นำทาง ทุกอย่างจึงผ่านไป
อย่างง่ายดาย แต่ยังไม่ทันได้เข้าไปในตำหนักเจ้า
อาณาเขต ก็มีคนส่ง ‘ตราเปิดค่ายกล’ มาให้
“มีถ้ำหมายเลขเก้ายังว่างอยู่ เจ้าสามารถตั้งชื่อให้
ถ้ำนี้ได้ ”
อู่ อวี้ เอ่ยปากออกมาว่า “ถ้ำเซียนเทียมฟั้า”
“ช่างเป็นชื่อที่องอาจสั่นคลอนฟั้าดิน”
หลังจากนั้น เฉิน ซิงหยู๋ ได้พา อู่ อวี้ ไปยัง ถ้ำ
เซียนเทียมฟั้า ระหว่างทางนางได้ แนะนำสิ่งต่างๆ
ที่อยู่ในเขตแดนกระบี่ปฐพีให้แก่ อู่ อวี้ ตำแหน่ง
ที่ตั้งของวิหารแต้มความสำเร็จ วิหารศาสตราวุธ
เต๋า วิหารเคล็ดวิชาและสถานที่อื่นๆอีกเช่น วิหาร
คู่เซียน วิหารเลื่อนขั้นเซียน วิหารเซียนเหิน
แม้กระทั่งสถานที่บางแห่งที่เขตแดนกระบี่สามัญไม่
มี แน่นอนว่ายังมีบางพื้นที่เป็นเขตหวงห้าม
“ถ้ำเซียนหมายเลขเก้า ในด้านของกลิ่นอายฟั้าดิน
จัดอยู่ในอันดับที่เก้าของเขตแดนกระบี่ปฐพี ถือได้
ว่าจัดอยู่ในระดับต้นๆ เป็นถ้ำเซียนที่ดีๆที่สุดที่ยัง
ว่างอยู่ในตอนนี้”
แน่นอนว่านี่เป็นเพราะความสัมพันธ์ของเขากับ
เฉิน ซิงหยู๋
อู่ อวี้ รู้สึกขอบคุณเป็นอย่างยิ่งแต่เขาก็ไม่ได้กล่าว
มากนัก เมื่อมาถึง ‘ถ้ำเซียนเทียมฟั้า’ เขาก็พบ
ประตูทางเข้าถ้ำเซียน บนประตูทางเข้ามีการวาง
ค่ายกลปั้องกันไว้อยู่ จะต้องวาง ‘ตราเปิดค่ายกล’
ลงบนค่ายกลปั้องกัน ประตูถ้ำเซียนถึงจะเปิดออก
ในความเป็นจริงนี่ก็คือค่ายกลแบบกุญแจแม่ลูก
ซึ่งค่ายกลเช่นนี้ถูกใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณใช้
สำหรับปกปั้องทรัพย์สินหรือที่อยู่อาศัย ถ้าหากไม่
มีตราเปิดค่ายกล แล้วคนนอกทำการโจมตีประตู
ค่ายกลนี้จะถูกกระตุ้นขึ้นมาปั้องกันต่อต้านเอาไว้
เว้นเสียแต่ว่าอีกฝั่ายแข็งแกร่งเกินไป จนค่ายกล
ปั้องกันก็จะไม่สามารถต้านรับเอาไว้ได้
“นี่เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันของผู้ฝึก
ตน ภายในนี้มีของที่พร้อมใช้งาน สิ่งของของเจ้า
ได้นำมาวางไว้ภายในนี้แล้ว ตราบใดที่เจ้ายังไม่ตก
ตายไป คนนอกก็ย่อมมิอาจทำลายบุกรุกเข้าไปได้
เจ้าสามารถวางใจได้”
ถ้าหากสิ้นชีวิตลงไปแล้ว สิ่งของต่างๆของสาวก
นิกายเซียนซูซัน ก็จะตกเป็นของนิกายเซียนซูซัน
ในทันที
เมื่อออกไปข้างนอก จะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่จะไม่
พกสิ่งของติดตัวไปมากนัก เผื่อบางครั้งถูกปล้นชิง
ไป ก็จะได้สูญเสียน้อยกว่า
เช่นสาวกมหาวงจรสี่วิถีกระบี่แห่งซูซัน จะนำ
สิ่งของมาใส่ไว้ภายในถ้ำเซียน ซึ่งมันเป็นสถานที่ที่
ปลอดภัยที่สุดแล้ว
เฉิน ซิงหยู๋ เป็นห่วงเขาอย่างมาก นางได้แนะนำ
รายระเอียดทั่วไปทั้งหมด หลังจากกล่าวจบ นางก็
กล่าวต่อว่า “ข้าอยู่ที่แห่งนี้นานเกินไปไม่ได้ ถ้า
หากว่าเจ้ามีเรื่องอะไรให้ช่วย เจ้าสามารถใช้ตรา
ประทับสื่อสารติดต่อมาที่ข้าได้ทันที”
การช่วยเหลือเหล่านี้ อู่ อวี้ ได้จดจำมันเอาไว้อยู่ใน
ใจแล้ว
ความเป็นจริงแล้วยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึก
จนปัญญา นั่นก็คือ ตราประทับคำสาปของ วูซาน
เซี่ยชือ เขายังไม่สามารถจะหาคนเพื่อสอบถาม
เรื่องนี้ได้ ในตอนนี้ เฉิน ซิงหยู๋ อยู่ที่นี่แล้ว อู่ อวี้
จึงยังไม่ปล่อยให้นางจากไป พร้อมเอ่ยออกมาว่า
“พี่สาวเฉิน ข้ามีเรื่องบางอย่างที่อยากจะสอบถาม
ท่านสักหน่อย”
“เรื่องอันใด?”
อู่ อวี้ เล่าถึงรายละเอียดเรื่องราวของ วูซาน
เซี่ยชือ ให้นางฟังทุกอย่าง
“เจ้าแน่ใจนะว่านั่นเป็นปีศาจโลหิตกับ วูซาน
เซี่ยชือ จริงๆ? เมื่อได้พบกับพวกมันแล้ว ทำไมมัน
ถึงปล่อยให้เจ้ามีชีวิตรอดกลับมาได้?” เฉิน ซิงหยู๋
นั้นตกใจมาก
“พี่สาวเฉินเคยได้ยินเรื่องของ วูซาน เซี่ยซือ ผู้นี้
มาก่อนหรือ?”
เฉิน ซิงหยู๋ พยักหน้าแล้วกล่าวว่า “นั่นแน่นอน วู
ซาน เซี่ยชือ ดูเหมือนว่าจะเป็นหนึ่งในปีศาจอันดับ
ต้นๆ ซึ่งไม่ได้แตกต่างกับ จิ่วอิง และมังกรประกาย
แสงเท่าใดนัก มีข่าวลือว่าพรสวรรค์ของมันน่า
หวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังมีมังกรประกายแสง
เป็นผู้หนุนหลัง สักวันหนึ่งในอนาคตมันจะต้องเป็น
จอมปีศาจตนหนึ่งอย่างแน่นอน”
เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ นางรีบคว้าหลังมือของ อู่ อวี้
ขึ้นมาพิจารณาดู แล้วถามว่า “ทำไม่ถึงไม่เห็นตรา
สาปเช่นที่เจ้าว่า?”
อู่ อวี้ กล่าวว่า “ตอนแรกมันมีสีเข้มข้นอย่างมาก
แต่ว่าหลังจากผ่านไปครึ่งเดือน มันก็หายไปอย่าง
สิ้นเชิง ตอนนี้กระทั่งข้าเองก็มองไม่เห็นแล้ว
เพียงแต่ข้ามีลางสังหรณ์ว่า ตราคำสาปนี้ยังคงมีอยู่
”
เฉิน ซิงหยู๋ ขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า “วูซาน เซี่ยชือ
ไม่สังหารเจ้าไป แต่กลับใช้แก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์
กับเจ้าหรือ มันมีเหตุผลอันใดถึงทำเช่นนี้? ว่ากัน
ว่า วูซาน เซี่ยชือ นั้นเป็นสุดยอดอัจฉริยะอันดับ
หนึ่งแห่งทวีปแห่งทวยเทพ เกรงว่าย่อมไม่มีใครรู้
ว่าแก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของมันคืออะไร เรื่องนี้
แม้แต่ข้าก็ยังหมดหนทาง คงต้องรอถามพี่ชายของ
ข้า อย่างไรก็ตามมันเป็นเรื่องยากที่จะล่วงรู้ว่ามัน
คิดจะทำสิ่งใด?”
วูซาน เซี่ยชือ นั้นเป็นเพียงแค่ปีศาจรุ่นเยาว์
เท่านั้น ว่ากันว่ามันเพิ่งจะทะลวงเข้าสู่ขั้นตำหนัก
ม่วงทะเลมรกตได้ไม่นาน ในตอนนี้จึงยังไม่เป็นภัย
ที่คุกคามเหล่าผู้ฝึกตนมากเท่าใดนัก ดังนั้น เฉิน
ซิงหยู๋ จึงไม่ได้เป็นห่วงว่ามันมีแผนการที่มันจะทำ
สิ่งใดกับนิกายเซียนซูซัน ซึ่งหากจะเป็นก็จะเป็น
อันตรายต่อ อู่ อวี้ อย่างเดียวเท่านั้น
“ข้าจะไปถามเขาในภายหลัง แต่ถ้าหากเขาก็ยังไม่
รู้อีก เช่นนั้นข้าก็ช่วยเจ้าไม่ได้แล้ว หลังจากที่เจ้า
กลับเข้าไปในถ้ำเซียน จงหมั่นให้ความสนใจกับ
การเคลื่อนไหวด้านนอกให้มาก หากว่าเขามีเวลา
เขาจะต้องมาหาเจ้าอย่างแน่นอน”
อู่ อวี้ รู้สึกโล่งใจเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากที่ เฉิน ซิงหยู่ จากไปแล้ว เขาก็ได้ปิด
ประตูถ้ำเซียนลง การตกแต่งภายในนั้นค่อนข้างที่
จะเป็นพื้นที่ปิดสนิท แต่ในด้านของค่ายกล
สามารถอธิบายได้ว่ามันพลังฟั้าดินอยู่เต็มเปียมจน
น่าหวาดกลัว มีกลิ่นอายฟั้าดินเต็มอยู่ทุกหนแห่ง
ดังเช่นดินแดนสวรรค์ในตำนาน
ภายในถ้ำเซียนมีห้องสำหรับฝึกตน ห้องที่ใช้เพื่อ
การรู้แจ้ง ห้องหลอมสกัดเม็ดยา ห้องศาสตราเต๋า
และห้องเก็บยันต์เวทย์ ในห้องฝึกตนเป็นสถานที่ที่
มีกลิ่นอายฟั้าดินหนาแน่นมากที่สุดในถ้ำเซียน
สภาพแวดล้อมเหมาะกับการฝึกตนมากกว่าเขต
แดนกระบี่สามัญมาก อย่างไรก็ตามอีกเขตแดน
สามมหาวงจรสี่วิถีกระบี่อื่นๆ ก็ยังไม่สามารถเทียบ
กับ อาณาเขตเซียนซูซันที่ เฉิน ฟูั่หยู เติบโตมาได้
อยู่ดี
ส่วนเรื่องของตราประทับคำสาปทำได้เพียงแค่รอ
เฉิน ซิงเหยา เข้ามาช่วยจัดการเท่านั้น
หลังจากที่ อู่ อวี้ ทำความคุ้นเคยกับถ้ำเซียนเทียม
ฟั้า เขาก็นั่งขัดสมาธิบนเบาะที่อยู่ในห้องฝึกตน
และทำจิตใจให้สงบครุ่นคิดถึงสิ่งต่างๆ
เบาะนั่งนี้ก็เป็นศาสตราเต๋าเชื่อมจิตด้วยเช่นกัน
มันสามารถรวบรวมพลังฟั้าดิน และส่งผ่านเข้าสู้ง
ร่างของ อู่ อวี้ ได้โดยตรง ซึ่งมันเหมาะสำหรับการ
ปรับแต่งแกนนภาเป็นอย่างยิ่ง
“ในตอนนี้ ยังมีอยู่อีกสามเรื่องที่ต้องจัดการ”
“เรื่องแรก ตราประทำคำสาปของ วูซาน เซี่ยชือ
เรื่องนี้ ในตอนนี้ตัวข้ายังไม่สามารถทำความเข้าใจ
มันได้ ต้องดูว่าจอมกระบี่ซิงเหอ จะสามารถให้
คำแนะนำให้กับข้าได้หรือไม่?”
“เรื่องที่สอง กลายเป็นสาวกขั้นกระบี่ปฐพี ดู
เหมือนว่าจะสามารถกลับไปที่อาณาจักรบูรพาเยว่
อู่ได้แล้ว” เขานั้นคิดถึง อู่ หยู เฟิง ซัวหยา และ ซู
หยานหลี่
“เรื่องที่สามก็คือ หนานกง เหว่ย”
เรื่องแรกเขาปล่อยมันไปก่อน แต่เรื่องที่สองกับ
สามเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องจัดการ
“หนานกง เหว่ย อาจจะยังไม่ออกมาจากถ้ำกำเนิด
ใหม่แห่งซูซัน แต่ก็น่าจะอีกไม่นาน ข้านั้นได้มาถึง
เขตแดนกระบี่ปฐพีแล้ว จึงน่าจะคิดว่ารั้งรอนางอยู่
ที่นี่อีกสักพัก บางทีข้าอาจจะกลับไปอาณาจักร
บูรพาเยว่อู่พร้อมกับนางและพานางไปพบกับ
พี่สาวของข้า”
อู่ อวี้ ตัดสินใจวางแผนอย่างรวดเร็ว
เลือกที่จะรอ หนานกง เหว่ย ก่อน แล้วค่อยจัดการ
เรื่องอื่น
“การประลองของข้าและ เฉิน ฟูั่หยู หลังจากที่
นางออกมาแล้ว ย่อมเป็นเรื่องง่ายดายที่นางจะได้
ยินถึงเรื่องนี้ และนางก็จะต้องมาหาข้าอย่าง
แน่นอน จากนั้นข้าก็จะสามารถฝึกตนได้อย่าง
สบายใจ”
สรุปว่า ในตอนนี้มีสิ่งที่ต้องทำเพียงอย่างเดียว นั่น
คือการฝึกตน
อีกอย่าง ในวันนี้เขายังตกถังข้าวสารโดยได้เม็ดยา
สร้างแกนนภามาอีก 10,000 เม็ดด้วยกัน
ดวงตาของ อู่ อวี้ พลันเปล่งประกาย แต่ก็ช่วย
ไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความโศกเศร้า “บิดามัน
เป็นถึงจอมกระบี่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์แห่งซูซัน ช่าง
น่าอิจฉาอย่างยิ่ง เม็ดยาสร้างแกนนภาหนึ่งหมื่น
เม็ด ถือว่าเป็นเรื่องง่ายๆสำหรับพวกมัน ถ้า
สามารถเจอกับคนที่ใช้เงินมือเติบเช่นนี้อีกครั้งก็คง
จะดีไม่น้อย”
เขาดึงผมออกมาสิบเส้นสร้างเป็นร่างอวตารของ
เขา
ร่างทั้งสิบร่างของเขา นั่งขัดสมาธิอยู่รอบตัวเขา
“ข้าไม่ต้องการเม็ดยาสร้างแกนนภา ในตอนนี้ข้า
ต้องการที่จะรู้แจ้งในเรื่องของ ‘เต๋า’ ให้ลึกซึ้งกว่า
นี้ จึงจะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับแกนกำเนิดของ
ตัวเองและปรับแต่งแกนนภาได้ อย่างไรก็ตามร่าง
อวตารของข้าก็ยังไม่ถึงขีดจำกัดที่จะทำการบ่ม
เพาะ”
อู่ อวี้ ในตอนนี้ร่ำรวยมั่งคั่ง ถึงแม้มันเป็นเงินที่
ได้มาโดยมิชอบ เขาก็ไม่รู้สึกแย่เลยแม้แต่น้อย คน
เร่งแจกจ่ายให้เม็ดยาออกไป ให้กับร่างอวตารแต่
ละคน
เขากำลังมุ้นเน้นไปที่การหลอมสกัดยาและวาด
อักขระเวทย์ เพราะว่าขั้นตอนทั้งสองนี้สามารถทำ
ให้เขาก้าวไปได้ไกลบนเส้นทางแห่งการฝึกตนที่
แท้จริง
ผ่านไปหนึ่งเดือน ร่างอวตารต่างบริโภคเม็ดยา
สร้างแกนนภาไปแล้วประมาณเจ็ดพันเม็ด ถือได้ว่า
อยู่ใจจุดที่อิ่มตัวแล้ว ตอนนี้เว้นเสียแต่ว่า อู่ อวี้ จะ
ฝึกเคล็ดมหาวิถีเชื่อมสวรรค์วิชาที่สอง หรือ
พยายามฝั่าทะลวงไปขั้นสร้างแกนนภาระดับที่เจ็ด
มิฉะนั้นแกนกำเนิดของร่างอวตาร ก็จะไม่สามารถ
เพิ่มขึ้นได้อีกแล้ว
ตอนนี้หากร่างอวตารทั้งสิบร่วมมือกันโดยที่ตนไม่
ลงมือ คาดว่าจะสามารถเอาชนะตัวตนที่อยู่ในขั้น
สร้างแกนนภาระดับที่เก้าได้อย่างสูสี
แน่นอนว่าร่างอวตารเหล่านี้มีพลังอำนาจมหาศาล
ทั้งยังสามารถช่วยเหลือในการต่อสู้ได้อีก อู่ อวี้ รู้
ชัดถึงเรื่องนี้ดี หลังจากที่ได้ต่อสู่กับ เฉิน ฟูั่หยู
ยังเหลือเม็ดยาสร้างแกนนภาอีกสามพันเม็ด อู่ อวี้
เตรียมตัวที่จะไปทำการแลกเปลี่ยนวัตถุดิบและ
ตำราในการหลอมสกัดปรุงเม็ดยาและวาดอักขระ
เวทย์ต่อไป
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ