กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 318 : สนามประลองเซียน
วิหารศาตราเต๋า และ วิหารวิญญาณเซียนนั้นหา
ได้ง่ายมากในเขตแดนกระบี่ปฐพีแห่งนี้
อู่ อวี้ ออกมาจาก ถ้ำเซียนเทียมฟั้า เพื่อไป
แลกเปลี่ยนวัตถุดิบในการหลอมสกัดปรุงเม็ดยา
และการวาดสัญลักษณ์เวทย์จำนวนมาก จากนั้นก็
ไปยังวิหารเคล็ดวิชาเต๋าเพื่อแลกเปลี่ยนตำรา
หลอมสกัดปรุงเม็ดยาและตำราสัญลักษณ์เวทย์มา
ในตอนนี้เขามีความเข้าใจพื้นฐานในด้านของการ
หลอมสกัดปรุงเม็ดยาและสัญลักษณ์เวทย์ ในส่วน
ของสัญลักษณ์เวทย์ส่วนใหญ่ที่เขาได้มาจาก เฮย
ซาน กุ่ยอี้ เขายังไม่สามารถจะฝึกฝนมันได้ ดังนั้น
เขาจึงเก็บเรื่องของสัญลักษณ์เวทย์พวกนั้นไปก่อน
ตำราหลอมสกัดปรุงเม็ดยาเล่มใหม่ มีวิธีการหลอม
สกัดเม็ดยาสมุนไพรอยู่หลายร้อยแบบ เท่านั้นก็
เพียงพอที่จะให้ อู่ อวี้ ศึกษาได้อีกนาน
ส่วนในด้านของสัญลักษณ์เวทย์ เขามีความรู้แจ้ง
เพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย ซึ่งรวมถึง ‘ค่ายกลสังหาร’ และ
‘ค่ายกลปั้องกัน’ ในด้านการสร้างศาสตราเต๋าและ
ยันต์เวทย์ของเขานั้นกล่าวได้ว่าเขาถึงขอบเขต
ใหม่แล้ว จากนี้เขาจึงเตรียมตัวที่จะยกระดับให้
สูงขึ้นไปอีก
แม้กระทั่งเตาหลอมเม็ดยาสามขา ก็ได้ถูกยกระดับ
ให้สูงขึ้น ด้วยวิธีการเช่นนี้ ภายในชั่วพริบตา เม็ด
ยาสร้าแกนนภาหนึ่งหมื่นเม็ดที่ได้จาก เฉิน ฟูั่หยู ก็
หมดลงในพริบตา อู่ อวี้ ต้องการหาเคล็ดวิชา
กระบี่อีกสักวิชาที่นอกเหนือจาก ‘เคล็ดวิชากระบี่
สวรรค์ปฐพีหยินหยางไร้ลักษณ์’ แต่เขามีเม็ดยา
สร้างแกนนภาที่จะไปแลกไม่เพียงพอ
คู่แข่งที่อยู่เบื้องหน้าในยามนี้ เกือบจะทั้งหมดล้วน
เป็นสาวกขั้นกระบี่แก่นแท้ ในเรื่องของ
ประสิทธิภาพของเคล็ดวิชากระบี่ อู่ อวี้ ยังถือว่า
ล้าหลังพวกเขาอยู่มากนัก
แต่การที่ต้องกระเปั๋าแฟบเช่นนี้ จึงจำต้องยอมแพ้
ในเรื่องนี้ก่อน
ความจริงแล้วตอนที่อยู่ในวิหารศาสตราเต๋าและ
วิหารวิญญาณเซียน หลายๆคนก็ได้พบกับ อู่ อวี้
แล้ว ซึ่งพวกเขาต่างก็รู้จักเขาเป็นอย่างดี ยามที่ อู่
อวี้ เดินจากไป สาวกขั้นกระบี่ปฐพีรุ่นก่อนหลาย
คนพลันจับกลุ่มสนทนาเพื่อพูดคุยเรื่องของเขา ซึ่ง
ในสายตาของพวกเขาแฝงไปด้วยความหวาดกลัว
และชื่นชมในตัวของ อู่ อวี้
“กระทั่งบุตรชายของจอมกระบี่ชื่ออิง เฉิน ฟูั่หยู ก็
ยังพ่ายแพ้ เมื่ออยู่ต่อหน้า อู่ อวี้”
“เจ้าเด็กผู้นี้ ทั้งความกล้าหาญ และ พรสวรรค์
ต่างอยู่เหนือผู้อื่น จะต้องเติบโตยิ่งใหญ่ในภายภาค
หน้าแน่ (แบบว่าเป็นมังกรที่อยู่ในบ่อน้ำอะ นึกคำ
ไม่ออก) ”
“ได้ยินมาว่าในเขตแดนกระบี่ปฐพีทั้งหมด แทบจะ
ไม่มีใครสามารถเป็นคู่มือให้กับเขาได้อีกต่อไป
แล้ว”
“หากตอนที่เขาสามารถเอาชนะ เฉิน ฟูั่หยู ได้
ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแล้วละก็ นั่นถือว่าเขาเป็นอับดับ
หนึ่งในเขตแดนกระบี่ปฐพีไปโดยปริยายแล้ว”
“ได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้มีสาวกกระบี่ปฐพีคนหนึ่ง
ชื่อ จาง ฝูถู เป็นอาจารย์ของมัน แต่สำหรับเหล่า
สาวกขั้นกระบี่ปฐพีในยามนี้ นับว่าไม่เป็นตัวตนอัน
ใดเมื่ออยู่ต่อหน้าเขาเสียแล้ว”
ในเขตแดนกระบี่ปฐพี อู่ อวี้ กลายเป็นที่รู้จักในวง
กว้าง แม้กระทั่งในเขตแดนกระบี่แก่นแท้ก็มีไม่
น้อยที่รู้จักเขา หากไม่เป็นเพราะว่าจอมกระบี่ชิง
เหอสนใจในตัวของ อู่ อวี้ จะต้องมีจอมกระบี่
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิมากมายปรากฏตัวออกมา
เพื่อที่จะรับเขาไปเป็นศิษย์อย่างแน่นอน
“ดูเหมือนว่าเขาจะไปแลกเปลี่ยนวัตถุดิบในการ
หลอมสกัดปรุงเม็ดยาและวาดสัญลักษณ์เวทย์มา”
“เพิ่งจะอายุเท่านี้ ก็รู้แจ้งได้ถึงความสำคัญของ
การหลอมสกัดปรุงเม็ดยาและการวาดสัญลักษณ์
เวทย์แล้ว เจ้าเด็กผู้นี้ จะต้องมีอนาคตไร้ขีดจำกัด
อย่างแน่นอน”
“แน่นอนดูเหมือนว่าเด็กผู้นี้จะเป็นที่รู้จักอย่าง
แพร่หลาย เกรงว่าในอนาคตเขาจะต้องตกตายไป
เพราะความเลือดร้อนของตัวเขาเอง คนหนุ่มสมัย
นี้ไม่ค่อยรู้จักถึงความน่ากลัวของโลกใบนี้ ตัวเขา
เองก็ไม่มีภูมิหลังใดๆแท้ๆ แล้วคิดอะไรอยู่ถึงไป
เผชิญหน้าท้าทายกับ เฉิน ฟูั่หยู เช่นนั้น?”
ที่ใดที่ อู่ อวี้ ผ่านไป จะมีเสียงกระซิบกระซาบและ
สายตาจ้องมองมาแทบไม่ขาดสาย
ในอดีตที่ผ่านมา อู่ อวี้ มีนิสัยชอบดื่มด่ำไปกับการ
เติบโตบนโลกของการฝึกตน
หลังจากที่เขากลับมายังถ้ำเซียนเทียมฟั้า เพื่อที่จะ
ยกระดับให้เข้าสู่ขั้นสร้างแกนนภาระดับที่เจ็ด เขา
จึงเริ่มที่จะไตร่ตรองถึงเม็ดยาสมุนไพรชนิดใหม่ๆ
และการคัดลอกสัญลักษณ์เวทย์รูปแบบใหม่ๆ ซึ่ง
ยามนี้เวลาในชีวิตประจำวันของเขาค่อนข้างที่จะ
ยุ่งมาก ถึงแม้ว่าจะรู้สึกเหงา แต่ก็เพื่อเพิ่มความ
แข็งแกร่ง
“ผู้ที่ได้รับพลังอิทธิฤทธิ์มา สามารถกล่าวได้ว่าร้อย
ปีผ่านไป หัวใจจะพบกับความสงบ จะสามารถ
ค้นพบเต๋าได้”
ดังนั้นเขาจึงคิดว่า ความเหงาสำหรับเขาแล้วย่อม
ไม่นับเป็นอันใดอันหนึ่งที่ควรค่าแก่การสนใจ ใน
นิกายเซียนซูซันที่กว้างใหญ่ไพศาลเช่นนี้ แต่ละคน
จะต้องไล่ตามเต๋าของตนเอง ถึงแม้ว่าเวลาหนึ่ง
ร้อยปีจะเป็นระยะเวลานาน แต่สำหรับเหล่าผู้ฝึก
ตนมันก็เป็นเพียงเวลาแค่ชั่วพริบตา
การฝึกตน เป็นเช่นเดียวกับ การที่วิ่งไล่ตามพระ
อาทิตย์อันแสนร้อนระอุซึ่งอยู่ไกลเกินไป คน
จำนวนนับไม่ถ้วนก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่
คนส่วนมากมักจะตกตายไประหว่างทาง สูญสลาย
กลับสู่เถ้าธุลีและจางหายไป
ภายในถ้ำเซียนเทียมฟั้า อู่ อวี้ หมุนเวียนเข้าออก
‘ห้องฝึกตน’ ‘ห้องหลอมสกัดปรุงยา’ ‘ห้อง
ศาสตราเต๋า’ อยู่บ่อยครั้งภายในความเงียบสงัดนี้
เขายังคงไตร่ตรองอย่างต่อเนื่อง ไล่ล่าเพื่อที่จะ
พัฒนาจิตใจตนเอง ในเวลาเดียวกันเขาก็ได้เตรียม
ตัวเพื่อเพิ่มเม็ดยาต่างๆให้กับตนเอง
อย่างไรก็ตาม เรื่องเหล่านี้จะต้องใช้ทรัพยากร
จำนวนมาก ภายใต้การสูบกลืนทรัพยากรจำนวน
มากนี้ ย่อมไม่สามารถอยู่ได้นาน การแลกเปลี่ยน
วัตถุดิบต่างๆเขาก็ใช้ไปจนหมดแล้ว ในการหลอม
ศาสตราเต๋า หลอมสกัดปรุงเม็ดยา ส่วนใหญ่แล้วก็
จะไม่ค่อยมีประโยชน์กับตัวเขาเองมากนัก
สามารถทำได้เพียงแค่ส่งต่อให้กับสาวกขั้นแกน
กระบี่สามัญคนอื่นๆ ซึ่งมันก็ไม่สามารถเปลี่ยนมา
เป็นเงินได้มากเท่าไหร่
เขาในตอนนี้เพิ่งจะเริ่มออกวิ่งเท่านั้น การหลอม
สกัดปรุงเม็ดยาที่มหัศจรรย์หรือว่าจะเป็นศาสตรา
เต๋าที่สั่นคลอนฟั้าดินออกมา สิ่งเหล่านั้นถือเป็น
เรื่องที่น่าเหลือเชื่อ
หัวใจแห่งเต๋าของ อู่ อวี้ ในตอนนี้ยังคงบริสุทธิ์เป็น
อย่างมาก จึงเป็นเหตุที่สามารถทำให้เขาอดทนต่อ
ความเหงาได้ถึงเพียงนี้ และนี่ก็เป็นสาเหตุที่เขา
ขลุกอยู่ภายในถ้ำเซียนเทียมฟั้าแห่งนี้
แน่นอนว่าในบางครั้งเขาก็ฟังการเคลื่อนไหวของ
โลกภายนอก คอยจับตาดูว่าจะมีใครเข้ามาใกล้เขา
หรือไม่ อาจจะเป็น เฉิน ซิงเหยา หรือว่า เฉิน ซิง
หยู๋ หรือว่าอาจจะเป็น หนานกง เหว่ย ก็ได้
แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่เป็นเช่นนั้น
หลายเดือนผ่านไป
อู่ อวี้ พบว่า สถานะการเงินของเม็ดยาสร้างแกน
นภาและแต้มความสำเร็จของเขาหมดสิ้นลงแล้ว
เขาจึงตระหนักได้ว่าถึงเวลาที่เขาควรจะออกไป
เสาะหาทรัพยากรสำหรับการฝึกตนแล้ว
ในเวลานี้ อู่ อวี้ รู้สึกได้ว่า ถ้าหากตนเองเป็น
เหมือนกับ เฉิน ฟูั่หยู ที่มีบิดาเป็นถึงจอมกระบี่
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ ต้องการสิ่งใดก็สามารถมีได้
………
“ครั้งก่อนที่ต่อสู้เดิมพันกับ เฉิน ฟูั่หยู ถือได้ว่าเป็น
เป็นวิธีที่อันตรายอย่างยิ่ง แน่นอนว่าวิธีนั้นไม่
สามารถจะใช้ได้บ่อยครั้ง หากต้องการเม็ดยาสร้าง
แกนนภา จะต้องพึ่งพาวิธีการที่ซื่อสัตย์สุจริตและ
ได้มาด้วยตัวเอง”
เขาจดจำได้ว่า ในเขตแดนกระบี่ปฐพีมีอยู่หลายวิธี
ที่จะทำให้ได้รับแต้มความสำเร็จ วิธีแรก ที่แห่งนี้ก็
มีสถานที่ที่เรียกว่า ‘หุบเหวปีศาจ’ มันถูกเรียกว่า
‘เจดีย์ผนึกปีศาจแปดชั้น’ เพียงเข้าไปทำการ
สังหารปีศาจ ก็จะทำให้สามารถได้รับแต้ม
ความสำเร็จ แต่อย่างไรก็ตามสถานที่แห่งนี้จะ
ได้รับแต้มความสำเร็จต่ำที่สุด ซึ่งสถานที่เช่นนี้ อู่
อวี้ ไม่ต้องการที่จะกลับเข้าไปอีก
วิธีที่สอง คือการไปปฏิบัตภารกิจของซูซัน เพื่อ
แลกเปลี่ยนเป็นแต้มความสำเร็จ เช่นเดียวกับ
ภารกิจของ เฮยซาน กุ่ยอี้ โดยทั่วไปแล้วจะต้อง
ออกไปข้างนอกนิกาย ถึงแม้ว่าจะได้รับแต้ม
ความสำเร็จที่น่าพึงพอใจ แต่ปัญหาก็คือต้อง
ออกไปจากนิกายเซียนซูซัน อู่ อวี้ กลัวว่าเมื่อ
หนานกง เหว่ย ออกมาแล้วจะไม่สามารถหาตัวเขา
เองได้พบ ดังนั้นจึงยอมแพ้ให้กับวิธีนี้
ส่วนวิธีที่สาม ก็คือ ‘สนามประลองเซียน’
นี่ก็คือเปั้าหมายของ อู่ อวี้ ในครั้งนี้
สนามประลองเซียน เป็นสถานที่ที่แปลกแห่งหนึ่ง
ซึ่งในเขตแดนกระบี่สามัญจะไม่มีที่แห่งนี้ อาณา
เขตมหาวงตรสี่วิถีกระบี่แต่ละเขตจะมีสนาม
ประลองเซียนประจำอยู่ และสนามประลองเซียน
ของเขตแดนกระบี่ปฐพี จะมีเพียงสาวกขั้นกระบี่
ปฐพีเท่านั้นที่สามารถเข้าร่วมได้
รูปแบบของสนามประลองเซียน คล้ายกับ การท้า
ทาย เฉิน ฟูั่หยู ของ อู่ อวี้ ในครั้งก่อน
ภายในสนามประลองเซียน แต่ละแห่ง จะมีสนาม
ประลองเดี่ยวนับร้อยแห่ง ในสนามประลองแต่ละ
แห่ง จะมีสาวกขั้นกระบี่แก่นแท้คอยกำกับดูแล
รับผิดชอบในการตัดสินอย่างยุติธรรม และปั้องกัน
ไม่ให้มีผู้เสียชีวิต
การประลองของทั้งสองฝั่าย จะต้องเกิดจากความ
สมัครใจ ขึ้นมาเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและ
กัน แบ่งแยกแพ้ชนะ และไม่ให้มากจนมากเกินไป
การตกตายไปจึงต้องไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
กระทั่งว่าฝั่ายตรงข้ามจะได้รับบาดเจ็บสาหัส คนที่
ก่อเรื่องก็จะต้องได้รับบดลงโทษอย่างร้ายแรง
และแน่นอนว่าส่วนสำคัญที่สุดของการประลองนี้ก็
คือการเดิมพัน
กล่าวได้ว่า ขอแค่มีสนามประลองเดี่ยวที่ว่างเปล่า
อยู่สักหนึ่งแห่ง อู่ อวี้ ก็สามารถที่จะขึ้นไปยืนได้
ก่อน และหลังจากนั้นก็นำเม็ดยาหนึ่งพันเม็ด
ออกมาเพื่อเดิมพัน และผู้ที่มาเห็นก็เพียงแค่เข้าไป
ท้าทาย ซึ่งหากเอาชนะ อู่ อวี้ ได้ ก็จะได้รับเม็ดยา
สร้างแกนนภาหนึ่งพันเม็ดนี้ไป
แน่นอนว่า ผู้มาท้าทายก็จะต้องนำเม็ดยาสร้าง
แกนนภาออกมาหนึ่งพันเม็ด หรือสิ่งของที่มูลค่า
เทียบเท่า และ อู่ อวี้ ก็จะต้องเห็นพ้องต้องกันด้วย
จึงจะสามารถมาประลองชี้แนะได้
คนที่แข็งแกร่งมากเกินไป จะไม่สามารถเข้าร่วม
สนามประลองเซียนได้ เนื่องจากว่าถึงแม้จะมายืน
อยู่บนลานประลองก็ไม่มีใครหาญกล้าที่จะเข้าไป
ทำการท้าทายอยู่ดี…….
อู่ อวี้ ยังไม่เคยไปยังสนามประลองนี้มาก่อน ดังนั้น
เขาจึงต้องการที่จะสัมผัสกับมัน ดูว่าจะมีพวกใช้
เงินมือเติบมาท้าทายตนเองหรือไม่ อย่างไรก็ตาม
ตอนนี้เขาไม่มีเงินเหลือแม้แต่แดงเดียว เมื่อคิดไป
คิดมาแล้ว เขาก็หยิบศาตราเต๋าเชื่อมจิตของร่าง
อวตารออกมาจนทำให้มูลค่าถึงสองพันเม็ดยา
สร้างแกนนภา หากใครสามารถชนะ อู่ อวี้ ได้ ก็
นำสิ่งของเหล่านี้ไปขึ้นเงินแปรเปลี่ยนเป็นเม็ดยา
สร้างแกนนภา
หลังจากที่เตรียมตัวเสร็จแล้ว เขาก็ออกมาจากถ้ำ
เซียนเทียมฟั้า ขี่กระบี่บินจักรพรรดิมุ่งหน้าไปที่
‘สนามประลองเซียน’ ในทันที
สนามประลองเซียนเป็นเกาะลอยฟั้าขนาดใหญ่ที่
ลอยอยู่ด้านข้างของเทือกเขาชิงเทียน
เส้นผ่าศูนย์กลางมีมากกว่าสองร้อยลี้ และมีสนาม
ประลองอยู่นับร้อยแห่ง สนามประลองแต่ละแห่ง
จะมีสาวกขั้นกระบี่แก่นแท้เป็นผู้ดูแล
เขายืนอยู่บนนภากาศอันว่างเปล่า อย่างน้อยก็มี
สาวกขั้นกระบี่ปฐพีถึงสองพันคนที่กำลังขยับไหว
และสื่อสารกันเพื่อตามหาคู่ต่อสู้ตนเองสามารถท้า
ทายได้ กล่าวโดยทั่วไปแล้ว ทั้งสองฝั่ายต่างก็คิด
ว่าตนเองสามารถเอาชนะได้ การต่อสู้จึงเกิดขึ้น
มิฉะนั้นหากตนไม่คิดว่าจะสามารถเอาชนะอีกฝั่าย
ได้ ย่อมไม่อยากเสียเวลาไปท้าทายเพื่อเสียเดิมพัน
โดยเปล่าประโยชน์
ทุ่งหญ้าสีเขียวขจีที่เชิญชวนให้ไปนอนบนสนาม
ประลองเซียน ทั่วทั้งเกาะนี้มีค่ายกลคอยประคอง
เกาะขนาดใหญ่ให้ลอยอยู่กลางอากาศ และค่ายกล
นี้ก็คอยดูดซับกลิ่นอายของฟั้าดิน เพื่อช่วยให้ค่าย
กลนี้สามารถลอยต่อไปได้เรื่อยๆ
อู่ อวี้ ใช้กระบี่บินจักรพรรดิบินเข้ามา และร่อนลง
บนพื้น หมอกเซียนที่กระจายอยู่บนสนามประลอง
เซียนพลันม้วนขดกัน เหล่าสาวกขั้นกระบี่ปฐพี
ทั้งหมดต่างต่อสู้ เดินไปเดินมา และส่งเสียงตะโกน
จึงทำให้ทิวทัศน์ของดินแดนแห่งนี้งดงามไม่ต่าง
จากดินแดนแห่งสรวงสวรรค์
อู่ อวี้ หันไปรอบๆ พลันเห็นว่ายังมีสนามประลอง
หนึ่งที่ยังว่างอยู่ เขาจึงรีบขึ้นไป โดยไม่กล่าวสิ่งใด
คนเร่งนำเอาศาสตราเต๋าสิบชิ้นออกมาเพื่อทำการ
เดิมพัน จากนั้นก็หันไปกล่าวกับสาวกขั้นกระบี่
ปฐพีทั้งหลายที่อยู่ด้านล่าง “ข้าน้อย อู่ อวี้
ประสงค์จะให้ทุกท่านมาชี้แนะ บนตัวข้าไม่มีสมบัติ
อื่นๆแล้ว มีเพียงแค่ศาสตราเต๋าเหล่านี้ ซึ่งหากนับ
รวมกันจะมูลค่าถึงสองพันเม็ดยาสร้างแกนนภา
ข้าหวังว่าทุกท่านจะไม่เยาะเย้ยข้า”
เขากล่าวออกมาตรงๆ ในตอนนี้สนามประลองนับ
ร้อยไม่ได้มีการเดิมพันถึงจำนวนสองพันเม็ดยา
สร้างแกนนภาเช่นนี้ อู่ อวี้ ไม่รู้ว่าเงินทั้งหลายมัน
ยากที่จะได้รับมา การต่อสู้หนึ่งครั้งก็คือการเดิมพัน
ในทันใดนั้นสาวกขั้นกระบี่ปฐพีทั่วทั้ง ‘สนาม
ประลองเซียน’ จึงรู้สึกหวาดกลัวขึ้น
“มิผิด นี่ก็คือ อู่ อวี้ ! ที่สามารถเอาชนะ เฉิน ฟูั่หยู
แล้วเพิ่งจะเข้ามาสู่เขตแดนกระบี่ปฐพีมาได้ไม่
นาน”
“เขามาที่สนามประลองเซียนแล้ว!”
ตลอดทั่วทั้งเขตแดนกระบี่ปฐพี ในขณะนี้ อู่ อวี้
ถือเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงมากที่สุด เมื่อเขาปรากฏ
กายออกมา จึงดึงดูดความสนใจของสนาม
ประลองเซียนได้เป็นอย่างดี คนมากมายต่างเข้ามา
ล้อมรอบสนามประลองนี้กันอย่างรวดเร็ว เหล่า
สาวกกระบี่ปฐพีที่กำลังมองหาโอกาสจะท้าทาย
ต่างก็มาอยู่ด้านหน้าของ อู่ อวี้ ทำให้สนามรบอื่นๆ
แทบจะไม่มีผู้คนเข้าร่วมชม
อู่ อวี้ คาดไม่ถึงว่าเมื่อตนปรากฏตัวขึ้นแล้วจะทำ
ให้เกิดการเคลื่อนไหวได้มากขนาดนี้ ในตอนนี้
ตนเองกำลังยืนอยู่บนสนามประลองเซียน มีคนนับ
ร้อยนับพันอยู่รอบๆกำลังจับจ้องมาที่ตัวเองอยู่
แต่คนที่อยากจะท้าทายตนกลับมีไม่มาก เนื่องส่วน
ใหญ่แล้วเข้ามาเพื่อรับชมความสนุกเท่านั้น
ด้านข้างสาวกขั้นกระบี่แก่นแท้กำลังทำการ
ตรวจสอบและประกาศออกมา “สิ่งของเหล่านั้น
มันมีมูลค่ามากกว่าสองพันเม็ดยาสร้างแกนนภา มี
ใครต้องการจะมาท้าทาย อู่ อวี้ หรือไม่? ตราบใดที่
สามารถเอาชนะเขาได้ เม็ดยาสร้างแกนนภา
เหล่านี้ก็จะตกเป็นของคนผู้นั้น”
ณ เบื้องล่างสนามประลองมีคนหัวเราะขึ้นพร้อม
กล่าวว่า “พวกข้าหาใช่คนโง่เขลา ข่าวลือว่า อู่
อวี้ สามารถล้ม เฉิน ฟูั่หยู ผู้ซึ่งเป็นสาวกขั้นกระบี่
แก่นแท้ที่อยู่ในขั้นสร้างแกนนภาระดับที่9มาได้ ก็
ถือว่าเป็นอันดับหนึ่งของเขตแดนกระบี่ปฐพีไป
แล้ว ยังไงเม็ดยาสร้างแกนนภาสองพันเม็ดนี้ พวก
ข้าไม่สามารถจะเอามันมาได้”
มีผู้คนจำนวนมากต่างพากันหัวเราะ
อู่ อวี้ รู้สึกหดหู่เป็นอย่างยิ่ง เขาตระหนักได้เป็น
การยากยิ่งนักที่จะมีคนมาท้าทายตน
สาวกขั้นกระบี่ปฐพีทั้งหมดที่อยู่ในที่แห่งนี้ พวก
เขาต่างคิดว่าตนไม่สามารถเอาชนะ อู่ อวี้ ได้อย่าง
แน่นอน
อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังไม่ได้ออกไป ไม่แน่ว่าอาจจะ
มีใครหาญกล้าออกมาก็เป็นได้? เมื่อถึงเวลานั้น
เขาก็จะได้รับเม็ดยาสร้างแกนนภาสองพันเม็ดมา
อยู่ในมือ นี่เป็นวิธีที่จะทำให้ได้แต้มความสำเร็จมา
อย่างรวดเร็วที่สุดแล้ว
สาวกขั้นกระบี่ปฐพีที่อยู่ด้านล่างหลายคนต่างก็ยัง
ไม่ได้เดินออกไป ซึ่งแต่ละคนมองหน้ากันและกัน
และมีบางคนกล่าวออกมาว่า “ไม่แน่ว่าการ
ประลองในครั้งนั้นอาจจะเป็นโชคช่วย? เขาดู
เหมือนว่าจะอยู่ในขั้นสร้างแกนนภาอันดับที่หก
เท่านั้น ไม่มีใครกล้าที่จะไปท้าทายเขาเลยรึ?”
“ใช่แล้ว คนที่อยู่สิบอันดับแรกของ ‘รายนามเซียน
กระบี่ปฐพี’ ไม่มีความกล้าสักคนเลยหรือ?”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ