กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 319 : เฉิน ชิงเหยา
ภายใต้การเฝั้าจับตาดูของสาวกระดับกระบี่ปฐพี ดู
เหมือนจำนวนฝูงชนจะเพิ่มมากขึ้น อู่ อวี้ ยังคงยืน
โดดเด่นตระหง่านอยู่กลางเวที ‘สนามประลอง
เซียน’ มาเป็นเวลานานกว่าสามวันสามคืนแล้ว
การประลองคู่อื่น ๆ บน ‘ สนามประลองเซียน ’
ได้หยุดลงเป็นการชั่วคราว บัดนี้มีสาวกระดับกระบี่
ปฐพีนับพันนับหมื่นจากทั่วทุกสารทิศ หลั่งไหลมา
รวมตัวกันอยู่ที่นี่ บางคนยืนอยู่บนพื้นเฝั้าดูการ
ประลอง บางคนยืนอยู่บนกระบี่บินล่องลอยอยู่บน
ท้องนภา รับชมการประลองนี้
ข่าวคราวเรื่อง อู่ อวี้ ได้ดวลฝีมืออยู่บนสังเวียน
เวทีของ ‘ สนามประลองเซียน ’ ได้แพร่สะพัด
กระจายไปทั่วทั้งอาณาเขตกระบี่ปฐพี ซึ่งโดยส่วน
ใหญ่แล้วสาวกที่ปิดด่านฝึกตนจะไม่ทราบเกี่ยวกับ
เรื่องนี้ แต่หลังจากทราบข่าวเรื่อง พวกเขาก็ตาม
เหล่าสาวกที่รวมตัวกันก่อนมาติด ๆ
แน่นอนว่ายังมีสาวกหลายคนรู้สึกเลือดในกาย
เดือดพล่าน กระตือรือร้นปรารถนาใคร่อยาก
ประลองดูบ้าง
ท่ามกลางสาวกมากมายทั้งหมดนี้ ส่วนใหญ่ไม่เคย
เห็นฝีมือของ อู่ อวี้ มากก่อน ดังนั้นบางคนจึงไม่
อยากจะเชื่อนัก
อย่างไรก็ตาม เม็ดยาสร้างแกนนภา 2,000 เม็ด
สาวกกระบี่ปฐพีหลายคนยังไม่อาจคว้าครองมาได้
ด้วยเหตุนี้ตลอดวันที่ผ่าน จึงมีสาวกอย่างต่ำกว่า
ร้อยรู้สึกลังเลไม่แน่ใจ การท้าประลองครั้งนี้ได้ไป
กระตุ้นโลหิตนักสู้ ภายในกายของสาวกบางคนจน
เดือดพล่านปรารถนาที่จะขึ้นเวทีประลอง แต่
สุดท้ายก็ต้องล้มเลิกล่าถอยกลับคืนมาดังเดิม นั่น
เป็นเพราะรางวัลเดิมพันต้องใช้ เม็ดยาสร้างแกน
นภา 2,000 เม็ด ซึ่งนับว่ามากมายอย่างยิ่ง
เดิมที อู่ อวี้ ตั้งใจไว้ว่าหากภายใน 10 วันไม่มีผู้ใด
มาท้าประลอง เขาก็จะจากไปทันที เนื่องจากว่าอยู่
ไปก็เสียเวลาเปล่า ๆ
แท้จริงแล้ว อู่ อวี้ ได้สร้างแรงกดดันให้แก่ สาวก
10 อันดับแรกของรายนามเซียนกระบี่ปฐพีอย่าง
มหาศาล อย่างไรเสียสาวกเหล่านี้ก็มีศักดิ์ศรีเป็นถึง
สาวก 10 อันดับแรกของรายนามเซียนกระบี่ปฐพี
หลังจากเวลาล่วงเลยไปกว่า 3 วัน อู่ อวี้ ก็ไม่ได้
คาดหวังอะไรอีกและเตรียมพร้อมจะจากไป แต่
ทันใดนั้นก็มีคนผู้หนึ่งปรากฏกายขึ้นบนสนาม
ประลอง โดยไม่พูดพร่ำทำเพลงใด ๆ คนผู้นั้นดึง
ถุงจักรวาลของตนเองออกมา แล้วโยนลงไปบนพื้น
สนามประลอง
อู่ อวี้ เงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าบุรุษหนุ่มผู้นี้มีพลัง
ฝีมือล้ำเลิศอย่างยิ่ง ดวงตาเต็มไปด้วยแสงประกาย
เจิดจ้า คาดว่าบุรุษผู้นี้จะมีอายุอานามมากกว่า อู่
อวี้ เล็กน้อย เมื่อประเมินจากภาพรวมแล้ว
ประมาณการได้ บุรุษหนุ่มผู้นี้คงเป็นอัจฉริยะที่มี
ฝีมืออยู่ในระดับเดียวกับ เหอ ไท่เหยา นอกจากนี้
เขายังเป็น 10 อันดับแรก ของรายนามเซียนกระบี่
ปฐพี
” ข้ามีนามว่า ‘ ซื่อคง อู่เซิง ‘ ปัจจุบันเป็นผู้ครอง
อันดับ 1 ใน รายนามเซียนกระบี่ปฐพี ข้าได้ยินมา
ว่าท่านอยู่บนสังเวียนท้าประลอง ข้าจึงมาเปิดหู
เปิดตารับคำชี้แนะจากท่าน ซื่อคง อู่เซิง กล่าวขึ้น
อย่างสุภาพ
อู่ อวี้ มองไปยังเขา หนุ่มผู้นี้มีฝีมืออยู่ในระดับ
มหาวิถีสร้างแกนนภา ขั้นที่ 7 เกือบจะเข้าสู่ ขั้นที่
8 อยู่รอมร่อเต็มที ซึ่งหากเมื่อเข้าถึงขั้นที่ 8 ได้
เขาก็สามารถกลายเป็นสาวกระดับกระบี่แก่นแท้ได้
ทันที โดยเฉพาะพลังจากแกนกำเนิดของเขา ดู
แล้วช่างร้ายกาจอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังมีคุณภาพ
แกนภาอยู่ในระดับสูงสุด อาจจะกล่าวได้ว่าสาวก
ฝีมือระดับสร้างแกนนภา ขั้นที่ 8 ยังแทบไม่อาจ
ต่อกรกับเขาได้
อู่ อวี้ กล่าวขึ้นว่า ” เจ้าคงได้ยินเรื่องที่ เฉิน ฟูั่หยู
พ่ายแพ้ให้แก่ข้า ในเมื่อเจ้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้า หาใช่คู่
ต่อสู้ที่จะประมือกับข้าได้ ไฉนถึงยังยอมเสีย เม็ดยา
สร้างแกนนภา 2,000 เม็ด นี้อีก ? ”
หลังจาก อู่ อวี้ ยืนหยัดอยู่บนสนามประลองมา
นานกว่าสามวัน ทำให้เขาตระหนักว่าตัวตนของ
ของเขาได้ครอบงำอยู่ภายในจิตใจของสาวกกระบี่
ปฐพีจำนวนมาก
ซื่อคง อู่เซิง ยิ้มแล้วกล่าวว่า ” เม็ดยาสร้างแกน
นภา 2,000 เม็ด หากสามารถแลกเปลี่ยนปะมือกับ
สุดยอดอัจฉริยะผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั้งซูซัน ข้า
คิดว่ามันคุ้มค่ายิ่งนัก ”
ช่างห้าวหาญ เปิดเผยยิ่งนัก!
อู่ อวี้ พึงพอใจกับคู่ต่อเช่นนี้ เป็นผู้ที่มีความ
ทะเยอทะยานมีแรงปรารถนาอันแรงกล้า เป็นผู้มี
เจตจำนงเด็ดเดี่ยว หาก อู่ อวี้ เป็นมัน ก็คงจะ
กระทำเช่นนี้เช่นกัน
ณ ช่วงเวลาทุกผู้คนที่เฝั้าชมดูต่างต้องกลั้นหายใจ
หวืด!
อันที่จริงแล้ว ซื่อคง อู่เซิง ได้ถือกระบี่ไว้ในมือ แต่
ที่สร้างความประหลาดใจให้แก่ อู่ อวี้ อย่างยิ่งก็คือ
ณ เวลานี้ กระบี่ 3 เล่มซึ่งเหมือนกันทุกประการ
กำลังถูกควบคุมบินโอบล้อมฉวัดเฉวียนอยู่รอบ
กายของมัน เมื่อต้องกระทบกับแสง คมกระบี่ได้
สาดประกายแสงสะท้อนวิวับ เฉกเช่นดั่งดวงดารา
สีครามเปล่งประกายแสงรัศมี
” สามกระบี่ดารา ” ซื่อคง อู่เซิง เปล่งเสียงตะโกน
ชื่อกระบวนท่า
” ถ้าเช่นนั้น ข้าจะใช้เพียงเพลงหมัด” อู่ อวี้
เคลื่อนกายออกไป ความเร็วฝีเท้าของเขาพุ่ง
ทะยานสูงขึ้นอย่างฉับพลัน กายเนื้อของ อู่ อวี้
เป็นเช่นดังสัตว์ร้าย ชั่วขณะที่เขาเคลื่อนตัวไปนั้น
ราวกับว่าทั่วทั้งสนามประลองเซียนกำลังสั่นไหว
บังเกิดเป็นเสียงดัง ตู้ม! ขึ้นหนึ่งครั้ง บัดนี้ อู่ อวี้
มาปรากฏตัวอยู่ตรงด้านหน้า ซื่อคง อู่เซิง
” รับมือ! ” อู่ อวี้ ร้องตะโกนขึ้น หมัดทะลวงพวย
พุ่งออกไปด้วยความเร็วสูงสุด ซื่อคง อู่เซิง ตก
ตะลึงมองดูกำปันไปที่กำลังพุ่งเข้ามาใกล้ ยังไม่
อาจหลบเลี่ยงได้ เนื่องจากเขาพบว่าความเร็วของ
ตนไม่อาจเทียบเท่าทันกับความเร็วของ อู่ อวี้ ได้
ซึ่งนี่เป็นระดับความเร็วที่สามารถบดขยี้เขาได้
อย่างแน่นอน อีกทั้งตัวเขาในตอนนี้ยังไม่มี
คุณสมบัติเพียงพอที่จะต้านรับ กำปันอัดกระแทก
ใส่ร่างของ ซื่อคง อู่เซิง จนลอยกระเด็นออกจาก
สนามประลอง
วู้วววว!
ทุกผู้คนลุกฮือ ส่งเสียงร้องตะโกนด้วยความตื่นเต้น
ลุ้นระทึก เมื่อเห็นว่า อู่ อวี้ ใช้ศิลปะการต่อสู้อัน
เรียบง่ายที่สุดในการโจมตี เพียงหมัดเดียว ก็
สามารถคว่ำฝั่ายตรงข้าม ซึ่งเป็นอันดับ 1 ใน
รายนามเซียนกระบี่ปฐพี ลงได้ในชั่วพริบตา ด้วย
ชัยชนะในครั้งนี้ ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้แล้วว่า อู่
อวี้ คือสุดยอดอัจฉริยะอย่างแท้จริง
ร่างของ ซื่อคง อู่เซิง ม้วนกลิ้งตลบไปหลายรอบ
หลังจากร่างกายได้หยุดลง พลันพบว่าในเวลานี้
ร่างของตนไม่อาจขยับเขยื้อนได้ เฉกเช่นดังเป็น
อัมพาต ทำให้เขารู้สึกว่าพลังกำปันของ อู่ อวี้ ช่าง
ร้ายกาจน่าเกรงกลัวยิ่งนัก ช่างเป็นประสบการณ์
ยากจะลืมเลือน ในวันนี้มันทำให้เขารู้สึกว่าตนถูก
บดขยี้จนราบคาบงอย่างแท้จริง
” ข้าขอตัวลา !” ซื่อคง อู่เซิง รีบกล่าวอำลาแล้ว
จากไป
คาดว่ามันน่าจะกลับไปยังถ้ำเซียนของตนเอง
” น่าจะได้รับการรู้แจ้งขึ้นมาบ้างสินะ? ” อู่ อวี้ มิได้
มีเจตนาร้ายแอบแฝง เนื่องด้วยเพราะฝีมือของ ซื่อ
คง อู่เซิง ใกล้ยกระดับสู่ขอบเขตใหม่ ฉะนั้น อู่ อวี้
จึงปรารถนาสร้างโอกาสให้แก่เขา ด้วยการบ่ม
เพาะเมล็ดพันธุ์ขึ้นในจิตใจ ดังนั้น อู่ อวี้ จึง
ตัดสินใจใช้การโจมตีแบบเรียบง่ายที่สุด หวังว่าจะ
ไปช่วยเปิดปมในใจ เพื่อให้เขามีความก้าวหน้าขึ้น
” เม็ดยาสร้างแกนนภา 2,000 เม็ด แลกเปลี่ยนกับ
การยกระดับเข้าสู่ สร้างแกนนภา ขั้นที่ 8
กลายเป็นสาวกระดับกระบี่แก่นแท้ ถือเป็นการ
แลกเปลี่ยนที่ไม่เลวสำหรับเจ้า” การที่ได้ต่อสู้กับ
ซื่อคง อู่เซิง ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกยินดีอย่างยิ่ง
” ผู้ชนะคือ อู่ อวี้ ได้รับเม็ดยาสร้างแกนนภา
2,000 เม็ด จาก ซื่อคง อู่เซิง ” สาวกกระบี่แก่นแท้
ซึ่งเป็นกรรมการตัดสินชี้ขาดในการประลองครั้งนี้
ร้องปั่าวประกาศขึ้น
ฝูงชนส่งเสียงโห่ร้อง สายตาที่จับจ้องมองไปยัง อู่
อวี้ เปียมล้นไปด้วยความหวาดกลัว แลชื่นชม
สรรเสริญเยินยอ
” อู่ อวี้ ท่านได้อยู่เหนือเหล่าสาวกกระบี่ปฐพีอย่าง
สิ้นเชิงแล้ว ”
” ใช่… ข้าคิดว่าอาณาเขตกระบี่ปฐพี ไม่เพียงพอ
สำหรับท่านอีกต่อไป ด้วยความแข็งแกร่งใน
ปัจจุบันของท่าน ไม่จำเป็นต้องทนปฏิบัติตามกฎ
อันเก่าแก่คร่ำครึของซูซัน ข้าคิดว่าผู้อาวุโส
เหล่านั้นควรเปิดใจให้กว้าง ปล่อยวิหคตนนี้ให้โผ
บินออกจากกรงออกไปสู่โลกกว้างได้อย่างอิสระ
ช่วยสนับสนุนส่งเสริมเขาให้ก้าวเข้าสู่ อาณาเขต
กระบี่แก่นแท้ กล่าวตามตรง ทุกสรรพสิ่งในอาณา
เขตกระบี่ปฐพีแห่งนี้ ไม่คู่ควรกับท่านอีกต่อไป”
แม้กระทั่งเหล่า สาวกระดับกระบี่แก่นแท้ ก็ยัง
กล่าวขึ้นว่า “ถูกต้องแล้ว ด้วยความสำเร็จของเจ้า
กระทั่ง สาวกขั้นกระบี่แก่นแท้ ยังหาใช่คู่ต่อสู้ของ
เจ้าไม่ ด้วยความแข็งแกร่งของเจ้า หากต้องทน
ดักดานอยู่ภายใน อาณาเขตกระบี่ปฐพีแห่งนี้ ข้า
คิดว่ามันช่างน่าเสียดายจริง ๆ หากข้าเป็นเจ้าข้า
จะนำเรื่องนี้ไปหารือกับ จอมกระบี่ชิงเหอ ว่า
สามารถส่งเจ้าไปยังอาณาเขตกระบี่แก่นแท้ได้
หรือไม่ เพราะอย่างไรภายใน อาณาเขตกระบี่ปฐพี
แห่งนี้ หากให้ควานหาจนทั่ว ก็คงพบเจอแค่เพียง
หินรองเท้าขนาดย่อม ๆ ให้เจ้าเพียงเท่านั้น เจ้า
เองก็ไม่รู้สึกพึงพอใจใช่หรือไม่? แม้แต่ ‘สนาม
ประลองเซียน’ ยังมิอาจหาคู่ต่อสู้ด้วยได้”
ทุกผู้คนซึ่งเต็มไปด้วยความปรารถนาดี ต่างกล่าว
เรื่องนี้ขึ้นอย่างพร้อมเพียง
แท้จริงแล้วหากพวกเขาไม่พูดขึ้น อู่ อวี้ ก็ไม่เคย
คาดคิดถึงเรื่องนี้แม้แต่น้อย
เมื่อลองคิดใคร่ครวญดูแล้ว ก็พบว่าเรื่องนี้เป็น
ความจริงอยู่บางส่วน ภายในอาณาเขตกระบี่ปฐพี
แห่งนี้ ถือได้ว่า อู่ อวี้ มีความแข็งแกร่งสูงสุด
ท่ามกลางเหล่าสาวกทั้งหมด ด้วยความสำเร็จใน
ปัจจุบันของเขา เขาควรไปยังอาณาเขตกระบี่แก่น
แท้ ซึ่งมีทรัพยากรระดับสูงกว่ามากรออยู่ เช่น
ศาสตราเต๋า วิญญาณเซียน แลเคล็ดวิชาเต๋า!
ภายในสถานที่แห่งนั้น ยังมีโอกาสให้เขาได้รับ
ทรัพย์สมบัติเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
หากยังดื้อดึงอยู่ใน อาณาเขตกระบี่ปฐพี ต่อไป ก็มี
แต่จะส่งผลเสียต่อตัวเขาเองเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ด้วยกฎระเบียบอันเข้มงวดของซูซัน
ผู้ที่สามารถเลื่อนขั้นกลายเป็นสาวกระดับกระบี่
แก่นแท้ได้ ต้องมีความแข็งแกร่งอยู่ในสร้างแกนภา
ขั้นที่ 8 เท่านั้น แต่ตัว อู่ อวี้ ไม่มีผู้อาวุโส หรือ
จอมกระบี่ คนใดหนุนหลัง แล้วจะมีผู้ใดออก
รับหน้าให้แก่เขา?
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ อู่ อวี้ ก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นใน
หู
“อู่ อวี้ จงมาตำหนักจ้าวอาณาเขต!”
อู่ อวี้ ตกตะลึงอย่างยิ่ง จากนั้นเขาก็หันไปมองรอบ
ๆ แต่ก็ไม่มีผู้ใดที่มีลักษณะน้ำเสียงเช่นบุรุษผู้นี้
เสียงของคนผู้นี้ดังก้องกังวานขึ้นอย่างชัดเจน ไร้
ซึ่งกิเลสใด ๆ เจือปนอยู่ เป็นความสงบนิ่งที่ทำให้
ผู้รับฟังรู้สึกอึดอัดได้
” จอมกระบี่ชิงเหอ เฉิน ชิงเหยา ” เมื่อ อู่ อวี้ คาด
เดาได้ว่าเป็นเสียงของผู้ใด ทันใดนั้นก็บังเกิดเป็น
ความตื่นเต้นขึ้นเล็กน้อย เขากล่าวอำลาสาวก
กระบี่ปฐพี พร้อมกับกลุ่มควบคุมกระบี่บิน พุ่ง
ทะยานไปยังทิศทางของตำหนักเจ้าในอาณาเขต
” การที่เขาเรียกหาข้าไปพบในครั้งนี้ น่าจะ
เกี่ยวข้องกับตราประทับคำสาปของ วูซาน เซี่ยชือ
” ระหว่างที่ อู่ อวี้ กำลังบินเข้าไปใกล้อาณาเขต
กระบี่ เขาก็ตรวจสอบด้านหลังมือไปด้วย บัดนี้มัน
ได้จางหายไปแล้ว แปรเปลี่ยนกลายเป็นเงา
เลือนลางสายหนึ่งปกคลุมอยู่
เพียงไม่นานนัก อู่ อวี้ ก็มาถึงตำหนัก จ้าวอาณา
เขต มีผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่งกำลังรอเขาอยู่ จากนั้น
ก็นำเขาไปหา เฉิน ชิงเหยา
ตำหนัก จ้าวอาณาเขต มีขนาดใหญ่โตเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อผ่านชั้นทางเดินเข้ามามากมาย ในที่สุดเขาก็
มาถึงส่วนลึกภายในตำหนักจ้าวอาณาเขต ผนัง
กำแพงในส่วนลึกนี้เป็นเสมือนดั่งดวงดาราบน
สวรรค์ก็มิปาน หลังจากที่ อู่ อวี้ เดินเข้ามาถึง
ภายในห้องโถงใหญ่ พื้นใต้ฝั่าเท้าของเขาก็แปร
เปลี่ยนเป็นว่างเปล่า ราวกับว่าเขาได้เหยียบย่าง
เข้ามาภายในเอกภพ เปียมล้นไปด้วยหมู่มวลดารา
บนฟากฟั้า ร่างของเขาล่องลอยไปรอบ ๆ อย่างไม่
อาจควบคุมได้ ท่ามกลางความว่างเปล่านี้ ทำให้ อู่
อวี้ จำเป็นต้องใช้เคล็ดกระบี่บินจักรพรรดิ เพื่อ
รักษาความมั่นคงของตนเองเอาไว้ เมื่อมองไกล
ออกไป เขาแลเห็นดวงดาราส่องแสงประกาย
แพรวพราวแวววับ
บนธารดาราสวรรค์อันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ ช่างดู
งดงามตระการตาโออ่าไร้ขอบเขต
ในส่วนลึกของท้องนภา ซึ่งเปียมล้นด้วยหมู่มวล
ดารานั้น มีคนผู้หนึ่งกำลังรอคอยตัวเขาอยู่ อู่ อวี้
รีบเร่งความเร็วทะยานเข้าไป เมื่อเข้าไปใกล้ เขาก็
แลเห็นคนผู้หนึ่งซึ่งมีแสงดาราส่องประกายออกมา
จากร่าง ยากที่จะมองเห็นใบหน้าของเขาได้อย่าง
ชัดเจน นัยน์ตาคู่สีไพลิน ส่องประกายแวววับ ตรา
ตรึงฝังลึกลงไปในจิตใจของ อู่ อวี้
“อู่ อวี้ น้อมคารวะ จอมกระบี่ชิงเหอ” อู่ อวี้ ก้ม
คารวะบุคคลด้านหน้าของเขา แท้จริงแล้วสามารถ
กล่าวได้ว่า จอมกระบี่ชิงเหอ มีอิทธิพลต่อชะตา
กรรมของเขาอย่างใหญ่หลวง
เฉิน ชิงเหยา กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า ”
ให้ข้าดูซิ”
อู่ อวี้ รีบส่งมือออกไปให้ดู
ฝั่ายตรงข้ามตรวจสอบดูสองสามครา จากนั้นก็
แสดงท่าทางครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ แล้วกล่าวว่า ” มัน
หาได้หายไปแต่ประการใด เพียงแต่มันได้ซึมซับ
เข้าสู่ร่างกายของเจ้าแล้ว ซึ่งอาจจะหลบซ่อนอยู่
มุมใดมุมหนึ่งของร่างกาย ข้าขอบอกตามความ
จริง ในบันทึกประวัติศาสตร์ของทวีปแห่งทวย ยัง
ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับปีศาจ วูซาน เซี่ยชือ อยู่เลย
ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดล่วงรู้เกี่ยวกับพลังอิทธิฤทธิ์ของ
มัน ไม่มีวิธีทำลายบัญญัติเวทย์นี้ได้ ข้าเองก็ได้ไต่
ถามเรื่องนี้กับท่านอาจารย์แล้ว แม้แต่ท่านก็ยังไร้
ซึ่งหนทาง ”
เขาพูดออกมาอย่างเปิดเผยไม่อ้อมค้อม ครั้งแรกที่
ได้พบหน้ากับ อู่ อวี้ ก็มอบข่าวร้ายให้เสียแล้ว
ถึงกระนั้น อู่ อวี้ ก็ยังคงรู้สึกขอบคุณเขาอยู่ดี
เนื่องจากอย่างไรแล้ว จอมกระบี่ชิงเหอก็ถือเป็นผู้มี
ศักดิ์สูงส่ง แต่ด้วยปัญหาของ อู่ อวี้ ถึงขนาดไปไต่
ถาม 1 ใน 7 กระบี่เซียนแห่งซูซัน แสดงให้เห็นว่า
เขาเป็นคนที่ไม่ว่าจะกระทำอะไร ก็จะกระทำอย่าง
สุดฝีมือ
” ข้าควรทำเช่นไร ? ” อู่ อวี้ ไต่ถาม
เฉิน ชิงเหยา กล่าวว่า ” นับจากนี้ข้าจะลอง
ตรวจสอบข้อมูลเก่า ๆ ดูว่าพอจะมีข่าวอันใดพอ
เป็นประโยชน์ได้บ้าง ส่วนเจ้าก็ทดลองสลายมัน
ออกด้วยตัวเองดูก่อนว่าทำได้หรือไม่ แต่ถ้าไม่ ก็คง
ไม่มีหนทางอื่นแล้ว เจ้าคงทำได้เพียงรอเท่านั้น”
” ขอบคุณท่านจอมกระบี่ ” เนื่องจากนี้เป็นปัญหา
ของตัวเขา ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องตั้งมั่น มีสติ
แก้ไขปัญหาอย่างระมัดระวัง
” เจ้าลองเล่าให้ข้าฟังเกี่ยวกับประสบการณ์ เมื่อ
ครั้งที่ได้ไปอยู่ภายใน ‘ อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘
รวมถึงเรื่องราวของ วูซาน เซี่ยชือ กับ จิ่วอิง ”
หลังจากได้พูดคุยกับจอมกระบี่ชิงเหอ ทำให้ อู่ อวี้
รู้สึกนับถือชายผู้นี้ เขาจึงยอมเล่าเรื่องราว
ประสบการณ์ เมื่อครั้งอยู่ในแดนปีศาจให้ฟังอย่าง
หมดเปลือก เมื่อ เฉิน ชิงเหยา ได้ยินเรื่องราว
ทั้งหมด เขาก็ขบคิดอย่างฉงนสงสัยอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า ” ข้าคิดว่า มันน่าจะเกี่ยวข้อง
กับ จิ่วอิง ไม่ได้มีเปั้าหมายอยู่ที่เจ้า แต่ควรจะมุ่ง
เปั้าไปที่ จิ่วอิง มากกว่า ”
” จิ่วอิง? ” นับว่าเป็นสิ่งที่ อู่ อวี้ ไม่เคยคาดคิด เมื่อ
ได้ยินเขาพูดเช่นนี้ ตนก็คิดว่ามีโอกาสเป็นไปได้จริง
ๆ เนื่องจาก วูซาน เซี่ยชือ ไม่มีสัมพันธ์อันใด
เกี่ยวข้องกับตัวเขา …
” จักรพรรดิอิง กับ จักรพรรดิจู้ ต่อสู้ห้ำหั่นแย่งชิง
อำนาจกัน ฉะนั้นการที่ วูซาน เซี่ยชือ ต้องการให้
จิ่วอิง ตกตายย่อมถือเป็นเรื่องธรรมดาอย่างยิ่ง
เพียงแค่ในตอนนี้ เราไม่รู้วิธีว่าจะแก้ไขบัญญัติเวท
นี้อย่างไร หากอนาคตภายภาคหน้าเจ้ามีโอกาสได้
เจอกับ จิ่วอิง อีก ก็ให้ไต่ถามข้อสงสัยในเรื่องนี้ แต่
อย่างไรก็ตาม ข้าขอแนะนำว่าจากนี้เป็นต้นไป เจ้า
อย่าไม่มีสัมพันธ์เกี่ยวดองกับ จิ่วอิง จะดีกว่า มัน
จะดีสำหรับเจ้า เจ้าเข้าใจในความหมายที่ข้ากำลัง
จะสื่อใช่หรือไม่? ”
สำหรับซูซันแล้ว ปีศาจถือเป็นสิ่งต้องห้ามสูงสุด
เหตุผลนี้ อู่ อวี้ ยอมเข้าใจอย่างแน่นอน อีกทั้ง
เฉิน ชิงเหยา ยังบอกเล่าเรื่องนี้ให้เขาฟังด้วย
ตัวเอง
” ข้าเข้าใจดีขอรับ ข้าเองก็คิดว่าพวกเราทั้งสองคง
ไม่มีโอกาสได้พบเจอกันอีก ” อู่ อวี้ ทำได้เพียงแค่
ยิ้มรับ ในเวลานี้เขาคงต้องรอให้ เฉิน ชิงหยู๋
ค้นพบเบาะแสอย่างอื่นอีกเท่านั้น
” ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ” เฉิน ชิงหยู๋กล่าว
“เชิญท่านกล่าว ”
” อาณาเขตกระบี่ปฐพี หาได้มีประโยชน์กับเจ้าไม่
ข้าจะส่งเจ้าไปยัง อาณาเขตแก่นแท้ ข้าได้พูดคุย
ฝากฝังกับ จ้าวอาณาเขตแก่นแท้ เอาไว้แล้ว แต่
การกระทำทั้งหมดนี้ถือเป็นการละเมิดกฎ ดังนั้น
เขาจึงมีเงื่อนไขเอาไว้ว่า เจ้าจะต้องท้าแย่งชิง
อันดับที่ 9 มาจากสาวกระดับกระบี่แก่นแท้ ที่มี
รายนามอยู่ภายใน ‘ รายนามเซียนกระบี่แก่นแท้ ‘
หากเจ้าสามารถทำได้ เจ้าจะได้รับข้อยกเว้นเป็น
กรณีพิเศษ ให้เจ้าได้เข้าไปเป็นสาวกระดับกระบี่
แก่นแท้ได้ล่วงหน้า ข้าคงต้องบอกเจ้าว่าการข้าม
ระดับขั้นเช่นนี้ ภายในนิกายเซียนซูซัน ตั้งแต่อดีต
จวบจนปัจจุบันยังไม่เคยมีมาก่อน ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ โลหิตภายในกายของ อู่ อวี้ ก็เดือด
พลุ่งพล่านขึ้นอย่างฉับพลัน
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ