กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 32 : เซียนวานรไร้ผู้ต้าน
ตูมมมม!
ซือตู๋ หมิงหลางเพียงแค่ตวัดกระบี่ เส้นสายอัสนี
ขนาดยักษ์ก็ปาเข้าใส่พื้นปฐพีไปตามแนวลาดเอียง
จนกลายเป็นตอตะโก!
เพียงแต่ อู่ อวี้ ยังสามารถหลบหนีได้ โดยที่ไม่ได้รับ
บาดเจ็บอันใด
” แค่การโจมตีปกติ ก็เทียบเท่าได้กับสายอัสนี
อสรพิษก่อนหน้านี้ เคล็ดวิชาเต๋าต้องห้าม ช่าง
แข็งแกร่งอย่างยิ่ง” อู่ อวี้อยู่ในห้วงภวังค์ความคิด ใน
เวลานี้ซือตู๋ หมิงหลางก าลังไล่ตามเขาอยู่ พลัง
ท าลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวของมัน ได้กวาดผ่าน
พื้นดินบริเวณรอบ ๆ จนไหม้เกรียม ในสายตาของ
ผู้ชมดูยามนี้ อู่ อวี้พยายามหลบหนีราวกับหนูติดจั่น
หลายต่อหลายครั้ง ที่กระบี่อัสนีผ่าลงข้าง ๆ กาย
ของเขา บังเกิดเสียงดังกึกก้อง ส่งผลให้ร่างกายของ
เขาสั่นสะท้านไม่น้อย ในเวลานี้ยังไม่มีช่องโหว่ใด ๆ
ให้อู่ อวี้สามารถสวนกลับได้ เห็นได้ชัดว่าซือตู๋ หมิง
หลางต้องการบดขยี้เขาให้สิ้นซาก!
ซูหยานหลี่ คาดว่าเฟิงซัวหยาคงอยู่ไม่ไกลจากที่นี่
มากนัก แต่หลังจากที่นางสังเกตเห็น ดวงตาสีฟ้า
เย็นเยียบของหลานฮั้วหยุน นางก็รู้ได้ทันทีว่ามันสาย
เกินไป
” อู่ อวี้ ” ในสายตาของชิงเหมิงนั้น ในเวลานี้อู่ อวี้
โดนไล่ต้อนกดดันอย่างสมบูรณ์ ใบหน้าของนางซีด
เผือดลงทันที นางรู้ดีว่าการประลองในครั้งนี้ไร้ซึ่ง
กฎเกณฑ์ข้อห้ามใดๆ แม้กระทั่งวิชาเต๋าต้องห้าม ซึ่ง
มันท าให้นางโกรธ โกรธจนน้ าตาหลั่งริน
สาวกทุกคนเงียบกริบ แม้จะรู้ว่าหลานฮั้วหยุนนาง
นั้นปรนเปรอให้ท้ายลูกศิษย์ตนเองกระท าผิด โดย
การให้มันใช้เคล็ดวิชาเต๋าต้องห้าม เพื่อสังหารฆ่าล้าง
อู่ อวี้ให้สิ้นซากไป ซึ่งเป็นการกระท าที่อุกอาจอย่าง
ยิ่ง … แม้กระทั่งเหล่าผู้อาวุโสที่อยู่ข้าง ยังถูกกักขัง
พลังด้วยพลังอ านาจที่เหนือกว่าของนาง เหล่าผู้
อาวุโสแสดงสีหน้าหนักใจ เคร่งเครียดออกมาให้เห็น
อย่างชัดเจน
“อู่ อวี้ เจ้าจะหนีไปไหน!”
ขณะที่อู่ อวี้ก าลังวิ่งหลบหนี ซือตู๋ หมิงหลางก็กลาย
ร่างเป็นสายอัสนีวิ่งไล่ตามเขาอย่างมุ่งมั่น และ
ถึงแม้ว่าร่างของมันถูกปกคลุมไปด้วยสายอัสนี แต่
มันก็ยังสามารถเย้ยหยันอู่ อวี้ได้
“ตายซะ!”
พลังท าลายล้างระเบิดออกอย่างรุนแรงมาก!
ส าหรับซือตู๋ หมิงหลางแล้ว นี่จะต้องเป็นจุดจบของ
อู่ อวี้อย่างแน่นอน
แต่ มันไม่ได้สังเกตสีหน้าของอู่ อวี้ เลยแม้แต่น้อยว่า
สีหน้าของอู่ อวี้เวลานี้ ยังคงสงบเยือกเย็นอย่างไม่น่า
เชื่อ เขายังคงยิ้มออกมาอย่างผู้ไร้ซึ่งความกังวล
และ คิดกับตนเองอยู่ในห้วงภวังค์ว่า ” ซือตู๋ หมิง
หลางท าได้เพียงสะกดข่มข้าเท่านั้น แต่ข้าได้
เตรียมพร้อมมาก่อนหน้า เพื่อการนี้โดยเฉพาะ ข้า
เพียงแค่ปล่อยให้เจ้าแสดงพลังอ านาจไปก่อน ข้า
ก าลังแค่รอเวลาที่จะโต้กลับอีกครั้งเท่านั้น ”
นับตั้งแต่ อู่ อวี้ สละร่างเข้าสู่ขั้นเซียนวานรจ าแลง
เขาก็มีไพ่ตายไม้เด็ดรออยู่
ในสถานการณ์ปัจจุบัน ซือตู๋ หมิงหลาง ก าลัง
พยายามสะกดของเขาด้วยอัสนี! ซึ่งอู่ อวี้ก าลังรอ
ช่วงเวลานี้อยู่ มันคือเวลาที่จะงัดไพ่ใบเด็ดออกมา!
ก่อนที่กระบี่ดึงอัสนีจะทันได้โจมตีอีกครั้ง ด้วยเคล็ด
วิชาสถิตร่างมารอัสนี ฉับพลันดวงตาทั้งสองข้างของ
อู่ อวี้ ก็เริ่มแปรเปลี่ยนขึ้น!
” เซียนวานรจ าแลง ! ”
ดวงตาสีด าได้เปลี่ยนแปลงเป็นประกายสีทองที่เร่า
ร้อน ทันใดนั้นประกายแสงสีทองเจิดจ้าก็ระเบิดขึ้น
ในขั้นตอนนี้ร่างกายของเขากลายเป็นทองค าไปอย่าง
สมบูรณ์ ! ภาพที่เหล่าศิษย์เห็นตอนนี้เปลวเพลิง
ทองค าที่ก าลังลุกโชนโชติช่วง ราวกลับดวงอาทิตย์
ดวงที่สอง ความร้อนแรงของมันนั้นแทบจะเผาไหม้
สายตาของฝูงชน!
เพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น คลื่นสีทองก็ระเบิดออกมา
จากใจกลางของดวงตาทั้งสอง พลังของมันได้ม้วน
กวาดผ่านไปรอบๆ จนท าให้ทุกสิ่งทุกอย่าง
สั่นสะเทือน!
ฝูงชนต่างตกตะลึงกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
กร๊อบบบบ~ แกร๊บบบ ~
สิ่งแรกที่เกิดขึ้นคือ เสียงกระดูกของอู่ อวี้เริ่ม
แตกหัก และ หนาขึ้น ในเวลานี้ความสูงของเขาพุ่ง
ทะยานเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 ฉือ เรียวแขนอันทรงพลัง
ต้นขา แผ่นหลัง ช่วงเอวสะโพก ส่วนอื่น ๆ ได้ขยาย
ใหญ่ขึ้นเป็น 2 เท่า กล่าวง่าย ๆ ว่าตอนนี้ตัวของมัน
นั้นไม่ต่างอะไรไปจากอสูรยักษ์!
ใบหน้าของเขาเริ่มแปรเปลี่ยนกลายเป็นวานร ซึ่ง
หากน าไปเปรียบเทียบแล้วใบหน้าในตอนนี้ของ อู่
อวี้ ช่างเหมือนกับวานรอย่างแท้จริง ซึ่งหากน ามา
เปรียบเทียบกับมนุษย์ คงกล่าวได้ว่าจะต้องเป็น
มนุษย์ที่มีรูปโฉมงดงาม แต่หากน ามาเปรียบเทียบ
กับความน่าสะพรึงกลัวโหดร้ายแล้วล่ะก็ ฟันของมัน
มีความแหลมคมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเฉพาะในตอนนี้
มีประกายทองค าไหลเวียนอยู่!
เห็นได้อย่างชัดเจนว่าในตอนนี้ ร่างกายของ อู่ อวี้
เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เส้นขนทั่วร่างของเขา
กลายเป็นสีทองเปล่งประกาย ยกเว้นส่วนมือ และ
เท้า ของเขาเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นมันได้ถูกปก
คลุมไปด้วย เส้นขนสีทอง!
นับว่าโชคยังดีกางเกงที่ อู่ อวี้ สวมใส่นั้นมีความ
ยืดหยุ่นเพียงพอ ท าให้ตะเข็บของมันไม่ถูกฉีกขาด
ในตอนนี้ ส่วนร่างกายท่อนบน เสื้อของเขาได้ฉีกขาด
ออกอย่างสมบูรณ์ ท าให้เผยให้เห็นสัญลักษณ์ ’卍
’ สีทองอร่ามที่อยู่กลางแผ่นหลัง ซึ่งเป็นเหมือนดั่ง
หัวใจหลักของ อู่ อวี้ สัญลักษณ์นี้คือการเชื่อมโยง
ระหว่างสวรรค์กับปฐพี
ในเวลานี้ อู่ อวี้ ได้กลายเป็นวานรอย่างแท้จริง !
ร่างกายสูงตระหง่านตั้งตรงสมบูรณ์อย่างยิ่ง ! ขนสี
ทองส่องประกายเจิดจ้าราวกับดวงอาทิตย์ แม้ว่า
รูปลักษณ์ในตอนนี้ของเขาจะดูป่าเถื่อนโหดร้าย แต่
มันก็ไม่ได้ลดทอนความงามเลยแม้แต่น้อย คงกล่าว
ได้ว่ายังคงเป็นวานรที่มีรูปโฉมลักษณะงดงามกว่า
มนุษย์
ภาพลักษณ์ของเขาในตอนนี้ ดูป่าเถื่อนโหดร้าย
ต่อต้านทัดทานสวรรค์ เป็นเหมือนดั่งปีศาจผู้ชั่วร้าย
เปี่ยมล้นไปด้วยคุณสมบัติความงามของบุรุษเพศ
ผู้สร้างความสั่นสะเทือน! เพียงแค่เหลือบแลก็ท าให้
หัวใจของคนผู้นั้นสั่นสะท้าน ท่วมท้นไปด้วยความ
หวาดกลัว โดยไม่ต้องกล่าวถึงดวงตาสีทองอันเร่า
ร้อนราวกับแสงของดวงอาทิตย์!
ด้านหน้าของ อู่ อวี้ ขณะนี้คือร่างของ ซือตู๋ หมิง
หลาง ก าลังอยู่ในสภาวะการสถิตร่างมารอัสนี แต่
ขนาดร่างกายของเขาไม่ต่างอะไรจากเด็กน้อย ซึ่งมี
ความสูงเพียงครึ่งหนึ่งของร่างกาย อู่ อวี้ เพียง
เท่านั้น
” เปี่ยมล้นไปด้วยพลังแห่งความบ้าคลั่งอย่าง
แท้จริง !”
นี่คือการสละร่างในขั้น เซียนจ าแลงวานร
อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึงพลังที่พุ่งทะลักออกมาจากร่างกาย
ของตนเอง ความแข็งแกร่งทางร่างกายของเขา
ในตอนนี้ อยู่ในระดับที่เรียกได้ว่า 5000 อาชาศึก ยัง
ถือว่าน้อยเกินไป พลังวัตรของเขาในตอนนี้ หาก
เปรียบเทียบกับอาชาศึกแล้วนั้นมากกว่า7000 อาชา
ศึก !
ด้วยพลังอันมหาศาลนี้ สามารถต่อสู้กับนักรบได้กว่า
7000 คน !
ไม่ใช่แค่พลัง และ ความแข็งแกร่งอย่างเดียวเท่านั้น
ที่เพิ่มสูงขึ้น หลังการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่เซียนจ าแลง
วานรนี้ ภายในจิตวิญญาณของเขา ยังได้ผลกระทบ
มากมายมหาศาล เช่นเขารู้สึกได้ว่าตนเองนั้นบ้าคลั่ง
และ กระหายเลือดเป็นอย่างยิ่ง ราวกับว่าร่างกาย
ของเขาก าลังจะระเบิดแตกเป็นเสี่ยงๆ ในเวลานี้
ภายในหัวใจของเต้นถี่รัวด้วยความระทึก และ เขาก็
ไม่อาจจะสะกดข่มมันลงได้ แม้ว่ามันจะไม่ใช่ครั้งแรก
ของเขาที่ได้เข้าสู่การกลายร่างในขั้นเซียนวานร
จ าแลง ความรู้สึกของเขาก็ยังคงเป็นเช่นเดิมเหมือน
ในครั้งแรก ความรู้อันพลุ่งหล่าน ความบ้าคลั่ง ซึ่งท า
ให้จิตใจของเขาเต็มไปด้วยความว้าวุ่น
ก่อนหน้านี้เขาได้ฝึกซ้อม เพื่อเปลี่ยนร่างเพื่อเข้าสู่
สภาวะแห่งเซียนวานรจ าแลงมาแล้วหลายครั้ง แต่ใน
ทุกๆครั้งเขาก็ไม่อาจที่จะควบคุมตนเองได้เลยแม้แต่
น้อย เมื่อเขาเข้าสู่สถานะนี้เขาจะบดขยี้ทุกสิ่งทุก
อย่างที่ขวางหน้าจนพังพินาศย่อยยับ
ประโยชน์อันมหาศาล ที่ได้จากการเข้าสู่สภาวะแห่ง
เซียนวานรจ าแลงในครั้งนี้ นั่นก็คือพลังอันมหาศาล
แต่แน่นอนว่ามันย่อมมีข้อเสีย ประการแรกก็คือ
พลังมหาศาลที่ว่านี้ เมื่อใช้ไปเพียงแค่ชั่วครู่เท่านั้น ก็
จะท าให้ผู้ใช้รู้สึกเหนื่อยล้าลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้
ร่างจ าแลงเซียนวานรนั้น กลับคืนสู่รูปแบบเดิมของ
มนุษย์ และ เขาต้องใช้เวลาเพื่อฟื้นฟูพลังให้กลับคืน
มา อย่างสมบูรณ์เท่านั้น ถึงจะสามารถใช้ได้อีกครั้ง
ประการที่สองก็คือ แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขา
สามารถเข้าสู่สภาวะแห่งเซียนวานรจ าแลงได้ แต่เขา
ก็ยังไม่สามารถควบคุมความคุ้มคลั่งได้อย่างเต็มร้อย
อยู่ดี มันจึงท าให้เขาลังเลในทุกครั้งที่จะใช้มันขึ้นมา
แต่ทว่าฝ่ายตรงข้ามนั้นเป็นผู้ใช้พลังสถิตร่างมาร
อัสนี จึงท าให้ อู่ อวี้ ไร้ซึ่งทางเลือก
” นั่นมันอะไรกัน ”
ไม่ใช่ข้อสงสัยของ ซือตู๋ หมิงหลาง เพียงผู้เดียว
เท่านั้นที่ตกตะลึงกับภาพที่เห็น แต่ฝูงชนโดยรอบก็
ตกตะลึงกับภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏขึ้นด้วยเช่นกัน
หากร่างกาย อู่ อวี้ ไร้ซึ่งกลิ่นอายปีศาจแผ่ออก
มาแล้วล่ะก็ มันก็อาจจะท าให้ฝูงชนต่างคิดได้ว่านี่คือ
ร่างจริงของ อู่ อวี้
ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เมื่อเขาอยู่ในร่างเซียนวานร
จ าแลง ทั้งจิตใจ วิสัยทัศน์ และ กายาเพชรอมตะอัน
ยอดเยี่ยม นั้นก็คือราชาวานรโดยเนื้อแท้ ที่แตกต่าง
ออกไปในเวลานี้ก็แค่เพียง เขาไม่มีชุดเกราะ กับ
มงกุฎสีทองเพียงเท่านั้น
” หะ…เหตุใด อู่ อวี้ ถึงเป็นเช่นนี้ มันหมายความ
ว่าเช่นไร ?”
” ข้าเองก็ไม่ทราบได้ !”
แน่นอนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส าหรับเหล่าศิษย์
สาวกนั้น มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง แม้แต่
โม่ซือซู ในหัวใจของเขายังเต็มไปด้วยความห่วงกังวล
ซึ่งในเวลานี้เขายังคงตกตะลึงกับภาพที่เห็น สายตา
ของเขาจับจ้องไปยังร่างของ อู่ อวี้ พร้อมกับกล่าว
ขึ้นมาอย่างแผ่วว่า ” ในต าราจารึกโบราณได้กล่าวไว้
ว่า ในโลกวรยุทธแล้วมีการกลายร่างเช่นนี้เกิดขึ้น ซึ่ง
มันคือหนึ่งในเคล็ดวิชาแห่งเต๋า แต่ … เขาฝึกฝน
เพียงล าพังคิดวิธีเช่นนี้ออกได้อย่างไร หรือ ว่าเขามี
โลหิตของวานรไหลเวียน ”
โม่ซือซูได้คิดว่าตนเองนั้นรู้จักมันมากพอแล้ว ไม่
คาดคิดว่าตัวเขาจะยังรู้จักมันไม่ดีพอ
แม้ โม่ซือซู จะล่วงรู้เรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว แต่ตัวเขาไม่
อาจศึกษาเข้าถึงมันได้อย่างลึกซึ้ง
สีหน้าในตอนนี้ของหลานฮั้วหยุน แสดงออกได้อย่าง
ชัดเจนว่าตอนนี้จิตใจของนางนั้นขุ่นมัวอย่างยิ่ง
แม้แต่นางเองก็ยังรู้สึกประหลาดใจกับเคล็ดวิชานี้
นางคิดว่ามันต้องไม่ใช่เคล็ดวิชาเต๋าอย่างแน่นอน แต่
มันก็ไม่ใช่เคล็ดวิชาเต๋าต้องห้ามเช่นกัน แต่มันคือการ
เปลี่ยนแปลงทางสายเลือด
แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น ก็ปรากฏแก่สายตา
ของฝูงชนอีกครั้ง ในเวลานี้ อู่ อวี้ อาจจะสังหาร
ซือตู๋ หมิงหลาง!
เซียนวานรจ าแลง ปะทะ มารอัสนี!
กระบี่ปราบมารที่อยู่ในมือของ อู่ อวี้ มันก าลัง
สะท้านเล็กน้อย
เคร้ง เคร้ง !
อู่ อวี้ กระชับกระบี่ปราบมารในมือ จากนั้นก็ตวัดฟัน
ผ่าออกไป ในทุก ๆ การโจมตีถูกผสานเข้ากับวิชาลับ
เปลวอัคคีทองค าปลิดชีพมังกร ทางด้าน ซือตู๋ หมิง
หลาง ไม่ยอมน้อยหน้าเช่นกัน มันตวัดกระบี่โจมตี
ออกด้วยคลื่นสะบั้นปราณกระบี่อัสนี การโจมตีด้วย
กระบวนท่าสังหารจากทั้งสอง ถูกกระตุ้นขึ้นอย่าง
ฉับพลัน พลังมหาศาลพวยพุ่งทะลักออกมา ทันใด
นั้นความเร็วในการโจมตีของคนทั้งสองก็พุ่งทะยาน
ขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ เป็นเวลาเดียวกับคนทั้งสองพุ่ง
เข้าปะทะกัน
” อู่ อวี้ สมองของเจ้า ได้กลายเป็นสัตว์เดรัจฉานไป
เสียแล้ว ฮ่าฮ่า!!! ” เคล็ดวิชาสถิตร่างมารอัสนีของ
ซือตู๋ หมิงหลางนั้น ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าร่างเทวะ
ศักดิ์สิทธิ์ของ อู่ อวี้ แต่ประการใดความบ้าคลั่งของ
มันทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทางฝั่งของ อู่ อวี้ ก็เต็ม
ไปด้วยความเกรี้ยวกราด!
” โฮกกกกก !!! ” อู่ อวี้ สูดหายใจเข้ายาวเหยียด
ทันใดนั้นมวลพลังมหาศาลถูกดึงขึ้นมาจากช่องท้อง
โคจรพุ่งเข้าสู่ทรวงอก หลังจากนั้นก็บังเกิดเป็นเสียง
ร้องค ารามของอสูรยักษ์ ดังสะเทือนเลือนลั่นไปทั่ว
ทั้งสนามประลอง
อารมณ์ของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยโทสะ และ ความ
บ้าคลั่งอันเกรี้ยวกราด
กระบวนท่า มังกรสังหารไร้ต้าน!
พลังมหาศาลถูกตวัดฟันผ่าออกไป!
กระบี่ปะทะกระบี่!
เคร้ง! ชิ้ง!
บัดนี้ฝูงชนได้ประจักษ์แก่สายตา อู่ อวี้ ตวัดฟัน
กระบี่ปราบมารลงมาด้วยพลังอ านาจต่อต้านสวรรค์
แม้แต่ศาสตราแห่งเต๋ากระบี่ดึงอัสนีก็ยังถูกผ่า
ออกเป็นสองส่วน และเมื่อศาสตราเต๋าถูกท าลาย
ประกายอัสนีจ านวนนับไม่ถ้วนก็ระเบิดขึ้น พวยพุ่ง
อัดกระแทกเข้าใส่ร่างของ อู่ อวี้ ขนสีทองตามร่าง
ของเขาถูกกระแสอัสนีฟาดผ่าเข้าใส่ จนบัดนี้พวกมัน
พันกันอย่างยุ่งเหยิง การฟาดผ่าของสายอัสนีในครั้ง
นี้ ดูราวกับปรารถนาเจาะทะลวงเข้าไปผิวหนังของ
เขา ปรารถที่จะท าลายอวัยวะภายในของ อู่ อวี้ ให้
หมดเสียจนสิ้น !
แต่หลังจากที่เขากลายร่างเป็นเซียนวานรจ าแลง
เลือดเนื้อ และ อวัยวะทุกส่วนภายในกายของ อู่ อวี้
ก็แข็งแกร่งทนทานอย่างถึงที่สุด แค่เพียงกระแสอัสนี
เล็กน้อยไม่อาจเจาะทะลวงผ่านชั้นผิวหนังของเขาไป
ได้ เพียงไม่นานกระแสอัสนีก็ถูกก าราบด้วยโลหิต
นักรบทองค า ในเวลานี้ศาสตราเต๋าของซือ ตู๋ หมิง
หลาง ท าได้เพียงสร้างบาดแผลเล็กน้อย ทิ้งไว้บน
ร่างกายของ อู่ อวี้ เท่านั้น!
แต่!
หลังจากศาตราเต๋าของ ซือตู๋ หมิงหลาง ถูกท าลาย
ลงไป อู่ อวี้ ยังคงอยู่ภายใต้ความเกรี้ยวกราดบ้าคลั่ง
กระบี่ในมือของเขานั้นยังคงฟาดฟันเข้าใส่ ซือตู๋ หมิง
หลาง อย่างต่อเนื่อง ซือตู๋ หมิงหลางไม่คาดคิดว่า
ศาสตราเต๋าของมันจะถูกท าลายลงได้อย่างง่ายดาย
เพียงแค่ปะทะกับคมกระบี่ และ พลังของ อู่ อวี้
เพียงชั่วพริบตา กระบี่ที่ถูกตวัดฟาดฟันออกมาอย่าง
บ้าคลั่ง ก็ผ่าลงไปบนร่างของ ซือตู๋ หมิงหลาง ตั้งแต่
ศีรษะจรดปลายเท้า ร่างของมันถูกผ่าออกเป็นสอง
ส่วนในพริบตา!
“อ๊ากกกก !!!”
ร่างสถิตมารอัสนีถูกผ่าจนขาดครึ่ง ร่างของมัน
ระเบิดแยกออกจากกัน ทันทีที่คมกระบี่ของ อู่ อวี้
ฟันผ่านร่างของมัน เสียงกรีดร้องอันโหยหวน
เจ็บปวดทรมานของ ซือตู๋ หมิงหลาง ดังขึ้นแค่เพียง
ชั่วขณะ จากนั้นมันก็เงียบสงบลง ร่างทั้งสองส่วน
ของมันลอยกระเด็นแยกออกจากกันไปคนละทิศคน
ละทาง ร่างส่วนหนึ่งกระเด็นไปทางด้านซ้าย และ
อีกส่วนหนึ่งกระเด็นไปทางด้านขวา ฉับพลันเสียง
ร้องค ารามของอัสนีก็พวยพุ่งออกจากร่างซากทั้งสอง
นั้น และแล้วซากร่างทั้งสองชิ้นก็ร่วงหล่นลงสู่
พื้น คงต้องกล่าวว่าสภาพร่างที่ล่วงลงสู่พื้นนั้น มี
สภาพไหม้เกรียมไม่ต่างจากท่อนไม้ที่ถูกไฟคลอกจน
กลายเป็นสีด าตอตะโก ไม่มีหลักฐานหลงเหลือ ว่า
มันเคยเป็นชิ้นเนื้อของมนุษย์มาก่อน
“ถอดร่างจ าแลง!”
หลังจากช่วงเวลาแห่งการสังหาร อารมณ์ของอู่ อวี้
ก็เกรี้ยวกราดมากยิ่งขึ้น หลังหลังจากทุกอย่างสิ้นสุด
สถานการณ์ในตอนนี้ก็เริ่มผ่อนคลายลง ท าให้เขา
สามารถกลับมาควบคุมตัวเองได้อีกครั้ง ความสงบ
เริ่มปรากฏขึ้นภายในจิตใจ จากนั้นร่างเซียนวานร
จ าแลงก็ถูกถอดถอนออกไป ส่งผลให้ในเวลานี้ร่าง
ของ อู่ อวี้ กลับคืนสู่รูปกายมนุษย์ บนร่างกายของ
เขามีเพียงส่วนล่างเท่านั้นที่ยังหลงเหลืออยู่ กางเกงที่
ยังคงสวมใส่อยู่ได้ ส่วนอาภรณ์ด้านบนหายไปไม่มี
เหลือ กางเกงของเขาถูกคัดสรรมาเป็นพิเศษ ส าหรับ
การเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ร่างจ าแลงเซียนวานร
บนสนามประลองเซียนไท่ ทุกคนสามารถมองเห็น
ดวงอาทิตย์ ที่ก าลังคล้อยต่ าลงไปในภูเขาได้อย่าง
ชัดเจน เมื่อดวงตะวันลับขอบฟ้าความมืดสลัวก็ค่อย
ๆ คืบคลานเข้ามาปกคลุม คาดว่าอีกเพียงไม่นานมัน
ก็จะเลือนหายไปอย่างสมบูรณ์ หลังจากนั้นความมืด
ก็เริ่มเข้าปกคลุมเทือกเขาคราม ความมืดมิดที่ดูราว
กับอสูรกายขนาดยักษ์ เริ่มเข้าปลกคลุมท้องนภา บน
สนามประลองเซียนไท่ ได้ปรากฏเงามืดมากมายขึ้น
เป็นพิเศษ
เมื่อสีจากบนท้องฟ้าถูกผลัดเปลี่ยน ร่างกายของอู่
อวี้ก็เริ่มหดตัวลง ทั้งความสูง อวัยวะภายในกระดูก
และ อื่น ๆ นอกจากนี้ยังเค้าโครงหน้าของวานร ที่
ตอนนี้ได้เปลี่ยนกลับเป็นรูปลักษ์ของใบหน้าของ
มนุษย์ปกติ กลับกลายเป็นผิวที่เรียบเนียนขึ้นอีกครั้ง
คงไม่มีผู้ใดสามารถคาดคิดได้ว่า ผิวที่เรียบเนียน
เช่นนี้ จะมีขนมากมายขึ้นปกคุลม
เกรงว่าภาพปรากฏการครั้งนี้ คงติดตาตรึงใจผู้คนที่
อยู่ในสนามประลองแห่งนี้ไปอีกนานเท่านาน!
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:.com_logo.pngภาพของดวง
ตะวันลับขอบฟ้า วานรสีทอง ซากจ าท าเมินของ
ชิ้นส่วนศพทั้งสอง เศษหิน เศษดินแตกกระจัด
กระจายไปทั่วทุกแห่งหน … และ สายตาที่จ้องมอง
ด้วยความตกตะลึงอันนับไม่ถ้วน
ทุกอย่างเงียบสงบลง
” ข้าาไม่ได้ตาฟาดไปใช่ไหม?” โม่ซือซู ท าพัดร่วง
ลงพื้นด้วยความตกตะลึง ดวงตาของมันแทบจะหลุด
ออกมาจากเบ้า
สิ่งที่เขาก าลังสงสัยแน่นอนว่า มีผู้คนจ านวนมากก็
สงสัยด้วยเช่นกัน มันไม่ใช่เรื่องตลกที่สุดสร้างขึ้น
เมื่อมองไปรอบๆ ผู้คนทั้งหมดต่างแหงนหน้ามองขึ้น
ไปด้านบน ภายในสายตาของพวกมันเต็มไปด้วย
ความหวาดกลัวและ เคารพเทิดทูนในคราเดียวกัน
ซึ่งเพียงสิ่งนี้ก็สามารถอธิบายถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นใน
ยามนี้ได้ อย่างน้อยที่สุดภายในนิกายกระบี่สวรรค์ อู่
อวี้ ผู้นี้จะต้องพุ่งทะยานดุจดาราที่ส่องประกาย ซือตู๋
หมิงหลางไม่เพียงแต่ไม่สามารถก าจัดอุปสรรคขวาก
หนามอย่าง อู่ อวี้ ลงได้ แต่มันยังได้กลายเป็นหินให้
อู่ อวี้เหยียบย่ าข้ามผ่านไปด้วย
ภาพที่ทุกคนเห็นคือ ศพสภาพร่างกายไหม้เกรียม
ต านานทั้งหมด และ ความรุ่งโรจน์ที่มันสร้างขึ้นมา
ถูกบดขยี้ทิ้งในคราเดียว ด้วยบุรุษปีศาจผู้มากล้นไป
ด้วยพรสวรรค์ ดวงดาราที่ส่องสว่างอีก 1 ดวงได้ตก
ตายไปในสถานที่แห่งนี้ อย่างไรก็ตาม ได้ปรากฏ
ปีศาจน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าขึ้น ในสถานที่แห่งนี้
เช่นกัน
ณ สนามประลองเซียนไท่ การต่อสู้ระหว่างเซียน
แท้จริง!
แน่นอนว่านอกจาก อู่ อวี้ แล้ว หลานฮั้ว หยุน ก็อยู่
ที่นี่เช่นเดียวกัน!
“สัตว์เดรัจฉาน เจ้าบังอาจสังหารศิษย์ของข้า!”
เสียงของผู้พิทักษ์สูงสุดได้ดังขึ้นในหูของทุกผู้คน
อย่างฉับพลัน เสียงของนางเต็มไปด้วยความหนาว
เย็น พร้อมกับกลิ่นอายแห่งการสังหาร
………………………………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน