กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 321 : กระบี่เทวะแปดขุนเขานรก
ยามเมื่อมาถึงที่ อู่ อวี้ พลันได้ยินคนอื่นพูดคุย เขา
จึงรู้ว่า อันดับที่ 9 ของรายนามเซียนกระบี่แก่นแท้
ก็คือบุตรชายของ ‘จอมกระบี่ตงหยู’ ที่เป็นจ้าว
อาณาเขตของอาณาเขตกระบี่แก่นแท้
คาดว่าเมื่อตอนที่ เฉิน ชิงเหยา และ จอมกระบี่ตง
หยู ได้หารือกัน สาวกขั้นกระบี่แก่นแท้ที่มีนามว่า
‘เสี่ยว หวนซาน’ ก็น่าจะอยู่ด้วยพอดี
อู่ อวี้ รู้สึกกดดันเป็นอย่างยิ่ง ก่อนหน้านี้ที่วิหาร
เลื่อนขั้นเซียนในเขตแดนกระบี่สามัญ เขาได้ไปขัด
แข้งขัดขา เฉิน ฟูั่หยู ที่เป็นบุตรชายของจอมกระบี่
ชื่ออิง อีกทั้งในตอนนี้ยามที่มาอยู่ในวิหารเลื่อนขั้น
เซียน ก็ยังเกิดปัญหาขึ้นกับคนที่เป็นถึงบุตรชาย
ของ ‘จอมกระบี่ตงหยู’
อาจจะเป็นไปได้ว่าตนเองและเหล่าบุตรชายของ
จอมกระบี่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์แต่ละคน เกิดมาเพื่อ
เป็นศัตรูที่ไม่อาจอยู่ร่วมฟั้าเดียวกันได้?
เขาเกิดมาเป็นเชื้อพระวงศ์ อย่างน้อยในอาณาจักร
บูรพาเยว่อู่ก็ถือว่าเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงโดดเด่น
ไพร่ฟั้าประชาชนจำนวนมากต้องอิจฉาตัวเขา แต่
เมื่อเข้ามาอยู่ในโลกแห่งการฝึกตนแล้ว จึงค้นพบ
ได้ว่าต้นกำเนิดของตัวเองต้อยต่ำเพียงใด เมื่อมอง
ไปถึงต้นกำเนิดของตนเอง ทำให้ได้รู้ว่าเหนือฟั้ายัง
มีฟั้า เหนือคนยังมียอดคน
ตัวอย่างเช่น พวก เฉิน ฟูั่หยู เซี่ยว หวนซาน ทั้ง
ยังมี หนานกง เหว่ย อีกด้วย
ข้างกายของ เฉิน ฟูั่หยู ในครั้งนี้ไม่ได้มีกลุ่มสาว
งามคอยล้อมรอบอีกแล้ว แต่น่าจะเป็นสหายที่อยู่
ในขั้นกระบี่แก่นแท้ของมัน พวกมันต่างจ้องมองไป
ที่ อู่ อวี้ ด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรจนสามารถรู้สึก
ได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เฉิน ฟูั่หยู เมื่อมันมองมายัง อู่
อวี้ สายตาของมันก็ได้ลุกโชนขึ้นด้วยเปลวเพลิง
มันอยากที่จะพุ่งเข้าไปเข่นฆ่าสังหาร อู่ อวี้ ด้วย
มือของมันเอง
คาดว่าในตอนนี้ มันกำลังฝึกฝนตัวเองอย่างหนัก
แล้วรอคอยหาโอกาส กู้หน้าของมันคืน
เมื่อมันได้พ่ายแพ้ภายใต้เงื้อมมือของ อู่ อวี้ ทำให้
ชื่อเสียงที่มันมีมาหลายสิบปี ต้องถูกทำลายจนปั่น
ปี
วิหารเลื่อนขั้นเซียนเต็มไปด้วยบรรยากาศคึกคัก
รอการมาถึงตัวเอกของงานอีกคน ภายใต้การรอ
คอยด้วยความตื่นเต้นและคาดหวังของทุกคน
เซี่ยว หวนซาน ค่อยๆบินมาด้วยท่าทีเอ้อละเหย
ลอยชาย สาวกขั้นกระบี่แก่นแท้ที่อยู่เบื้องหน้าต่าง
เงียบสงัดลง และเปิดทางให้กับผู้ฝึกตนอัจฉริยะที่
อยู่ในอันดับที่9ของรายนามเซียนกระบี่แก่นแท้เข้า
มา
อู่ อวี้ มองไปทางเขาอย่างไม่วางตา อีกฝั่ายเป็นผู้ที่
ร่างกายกำยำและใหญ่โตผู้หนึ่ง คนผู้นี้มีความสูง
มากกว่าและดูเป็นชายชาตรีมากกว่า อู่ อวี้ มันมี
ผมสั้น เส้นผมแหลมคมราวกับเข็ม ตัวมันเปลือย
อกท่อนบน สวมใส่เพียงแต่กางเกงตัวเดียว
ปรากฎให้เห็นถึงร่างกายกำยำสีคล้ำ บนร่างของ
มันมีแผลเป็นอยู่มากมาย ราวกับเป็นที่รอยแผล
แห่งเกียรติยศในการต่อสู้ แสดงถึงความห้าวหาญ
ของตน
ดวงตาทั้งคู่แหลมคมราวกับกระบี่ เจาะทะลวงทุก
สิ่ง ในตอนที่กำลังย่างเดินมานั้น แผ่นดินขนาด
ใหญ่ที่อยู่ใต้เท้ายังต้องสั่นคลอน
พริบตาเดียว อู่ อวี้ ก็รู้ว่า นี่คือบุตรแห่งงจอมกระบี่
ตงหยู มันได้รับมรดกสืบทอดมาจากบิดาของตน
แผ่นดินที่อยู่ใต้ฝั่าเท้านี้ ราวกับตกอยู่ภายใต้การ
ควบคุม ทุกๆการเคลื่อนไหวล้วนส่งผลกระตบต่อ
เส้นชีพจรของแผ่นดินทั้งสิ้น
ในเวลานี้ เซี่ยว หวนซาน เดินผ่าน เฉิน ฟูั่หยู เฉิน
ฟูั่หยู ก็ได้พยักหน้าให้กับมัน เซี่ยว หวนซาน พลัน
เข้าใจได้ในทันที ตนจึงแสดงท่าทางผ่อนคลาย
และยกยิ้มขึ้นเบาๆ ตอบ เฉิน ฟูั่หยู กลับไป เมื่อ
เฉิน ฟูั่หยู เห็นเช่นนั้นมันก็ได้หัวเราะขึ้นมา
จากนั้นหันกลับไปมอง อู่ อวี้ ซึ่งในสายตาของมัน
แฝงเอาไว้ด้วยเลศนัยบางอย่าง
“พวกมันต่างก็เป็นบุตรชายของจอมกระบี่
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ แน่นอนว่าจะต้องนับถือเป็นพี่
เป็นน้อง” เซี่ยว หวนซาน ต้องการจะช่วยระบาย
ความโกรธแค้นแทน เฉิน ฟูั่หยู ในเรื่องนี้ อู่ อวี้ ไม่
รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย และดูเหมือนว่าใน
ตอนที่ เฉิน ชิงเหยา และ จอมกระบี่ตงหยู กำลัง
ปรึกษากัน เซี่ยว หวนซาน ผู้นี้ก็ได้เสนอตัวเอง
ออกมาเอง
“มาเริ่มกันเถอะ” เซี่ยว หวนซาน ผู้นี้ดูก้าวร้าว
หาวหาญหาผู้ใดเปรียบ เงาร่างอันกำยำซึ่งกล่าว
ออกมาแต่ละคำ เปรียบเสมือนเสียงของหินก้อน
ยักษ์กระทบกับพื้นดิน ก่อให้เกิดเป็นเสียงดังสนั่น
ภายใต้ท่าทีอันน่าเกรงขามของมัน ทำให้เหล่า
สาวกขั้นกระบี่ปฐพีต้องถอยห่างออกไป ส่วนสาวก
ขั้นกระบี่แก่นแท้จำนวนมากก็ได้เปิดพื้นที่ให้
ภายในพื้นที่กว้างใหญ่แห่งนี้ จึงเหลือเพียงแค่ อู่
อวี้ กับ เซี่ยว หวนซาน เผชิญหน้ากัน และบัดนี้
เซี่ยว หวนซาน ได้ส่งแรงกดดันมหาศาล เข้ามา
กดดัน อู่ อวี้
“ขั้นสร้างแกนนภาระดับที่สิบ ทั้งยังอยู่ในสิบ
อันดับของรายนามเซียนหมื่นกระบี่แก่นแท้ ด้วย
พลังที่ไม่เป็นสองรองจาก ไปั๋หลี่ เฟยหง ไม่ต้อง
สงสัยเลยว่าคู่ต่อสู้คนนี้จะเป็นขีดจำกัดของข้า
ในตอนนี้!”
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับ เซี่ยว หวนซาน จิต
วิญญาณต่อสู้ของ อู่ อวี้ ที่ได้สงบลงไปนานแล้ว
ในท้ายที่สุดก็ปะทุขึ้น กล่าวโดยสัตย์จริงว่า
หลังจากที่เขาต่อสู้กับวานรศิลาทองคำ อู่ อวี้ ก็ไม่
เคยพบกับศัตรูที่ทำให้เขาอยากจะเข้าไปต่อสู้ด้วย
ได้โดยแท้จริงอีกเลยนับแต่นั้น!
หลังจากที่ทะลวงเข้าสู้ขั้นสร้างแกนนภาระดับที่6
ตอนที่ต่อสู้กับ เฉิน ฟูั่หยู อู่ อวี้ สามารถเอาชนะมา
ได้อย่างสบาย แต่ เซี่ยว หวนซาน ผู้นี้ที่ปรากฏตัว
ออกมา อู่ อวี้ รู้ว่าความสามารถของเขาจะ
สามารถทะลายขีดจำกัดในตอนนี้ไปได้
ด้วยพรสวรรค์อันร้ายกาจ พลังของแกนกำเนิดที่
รุนแรงเกรี้ยวกราด พลังจิตวิญญาณอันแข็งแกร่ง
ศาสตราเต๋า ยันต์เวทย์มนต์ เคล็ดวิชาเต๋า พลัง
อิทธิฤทธิ์ ที่ดีที่สุดที่อยู่ในมือ กำลังรบของมันจึงได้
อยู่บนจุดสูงสุดของขั้นสร้างแกนนภา จนเกือบที่จะ
ทะลวงเข้าสู้ขั้นตำหนักม่วงทะเลมรกตแล้ว
คู่ต่อสู้เช่นนี้ เป็นขีดจำกัดที่ เฉิน ชิงเหยา เลือกให้
ตัวเขาเอง การต่อสู้ที่เสียเปรียบเช่นนี้ แพ้ชนะ
แม้แต่ อู่ อวี้ เองก็ยังยากจะคาดเดา แล้วคู่ต่อสู้
เช่นนี้ จะไม่ทำให้เลือดในกายเดือดพล่านได้เช่นไร?
ในตอนนี้ ดวงตาทั้งสองข้างของ อู่ อวี้ ราวกับมี
เปลวไฟกำลังลุกโชน
เซี่ยว หวนซาน ผู้นั้นเป็นคนตรงไปตรงมาและ
หยาบคาย ชั่วพริบตาที่ทั้งสองคนสบตากัน มันก็
ไม่ได้เอ่ยทักทายออกมา แม้แต่คำพูดสักคำมันก็
เกียจคร้านเกินจะเอ่ยกับ อู่ อวี้ คนเร่งดึงศาสตรา
เต๋าเชื่อมจิต ออกมาจากถุงจักรวาล
นั่นก็คือกระบี่ยักษ์สีดำคล้ำเล่มหนึ่ง ตรงด้ามจับ
เป็นเหมือนกับขุนเขา ด้านบนใบมีดขนาดใหญ่
ปรากฎสายธาราหมุนวนอยู่ จริงๆแล้วมันก็คือวง
เวทย์ทั้งแปด วงเวทย์น้ำวนนั้น หากมองแบบ
หยาบๆ ก็จะเหมือนกับหลุมลึก เป็นเหมือนกับ
เส้นทางที่จะนำไปสู่นรก ลักษณะเช่นนี้ได้ดึงดูด
สายตาของผู้คำจำนวนมาก ระหว่างที่กวัดแกว่งไป
มา ทั้วทั้งวิหารเลื่อนขั้นเซียนถึงกับสั่นสะท้าน
สามารถเห็นได้ว่ามันมีผลกระทบต่อแผ่นดินมาก
ขนาดไหน
“กระบี่เทวะแปดขุนเขานรก! เซี่ยว หวนซาน ใช้
กระบี่นี้ แสดงให้เห็นว่าเขายอมรับให้ อู่ อวี้ เป็นคู่
ต่อสู้ของเขา!”
หนึ่งกระบี่กวาดออกไป สวรรค์สะท้านแผ่นดิน
สะเทือน
ดวงดาวที่โดดเด่นทั้งหลายยังต้องก้มหัวและยัง
ต้องหลีกทางให้ เพื่อหลีกเลี่ยงลูกหลงจาก เซี่ยว
หวนซาน
ดวงตาทั้งสองข้างของ เซี่ยว หวนซาน จ้องมองไป
ที่ อู่ อวี้ ราวกับว่ากำลังจ้องไปที่เหยื่อของตนเอง
ในตอนนี้มันได้ชูกระบี่ยักษ์ของมันขึ้นพร้อมปรากฎ
มุมปากยกเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน แม้แต่คำพูดก็ยัง
คร้านจะเอื้อนเอ่ยออกมา ในเวลานี้เอง จุดสีทองใน
จุดตันเถียนของมัน ก็สำแดงพลังของตราประทับ
อิทธิฤทธิ์ออกมา แสงสีทองถูกปลดปล่อยออกมา
จากร่างกาย พริบตาเดียวก็ปกคลุมทั่วทั้งสนาม
แม้แต่จุดที่เหล่าสาวกขั้นกระบี่แก่นแท้อยู่ก็ถูกปก
คลุมไปด้วยแสงนี้โดยสิ้นเชิง ซึ่งแสงนี้ได้ครอบคลุม
ไปถึงครึ่งหนึ่งของวิหารเลื่อนขั้นเซียน
“เขตแดนหัวใจปฐพี!” สาวกที่ติดอยู่ในอาณาเขต
นี้ ฉับพลันก็อุทานออกมา
ตูม!
หนึ่งเสียงสั่นสะท้านทุกสิ่ง
เคล็ดมหาวิถีเชื่อมสวรรค์ ถูกเปิดใช้งานออกมา
อู่ อวี้ เป็นคนแรกที่แบกรับแรงกระแทกนี้ ทันใด
นั้นเขารู้สึกเหมือนกับว่ามีภูเขาขนาดใหญ่ลูกหนึ่ง
บดขยี้ลงมายังศีรษะของตนเอง เขากำลัง
เผชิญหน้าคู่ต่อสู้ที่เป็นภูเขาขนาดใหญ่ การขยับ
เคลื่อนไหวจึงกลายเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยากยิ่ง!
ตัวเขาก็ถือว่ายังดีอยู่ แต่สาวกขั้นกระบี่แก่นแท้
บางคนที่อยู่ตรงชายขอบ ถูกกดดันจนต้องลงไป
หมอบกับพื้นดิน ไม่สามารถขยับไหวได้ และเกือบ
ที่จะพลังทลายวิหารเลื่อนขั้นเซียนแห่งนี้ลงมา นี่
ทำให้ทุกคนต้องหอบหายใจ พวกเขาต่างรู้สึกว่า
ตนเองได้ตกตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง
“นี่มันสุดยอดเคล็ดวิชามหาวิถีเชื่อมสวรรค์!” อู่
อวี้ ก็ดูเหมือนจะเข้าใจมันบ้างแล้ว ว่าอิทธิฤทธิ์
ของเขตแดนหัวใจปฐพี จะช่วยเพิ่มแรงโน้มถ่วง
ให้กับพื้นที่รอบด้าน ภายใต้แรงกดดันเช่นนี้ อู่ อวี้
ก็เหมือนกับจะต้องแบกภูเขามาต่อสู้กับ เซี่ยว
หวนซาน
ภายใต้พลังอิทธิฤทธิ์ของ เซี่ยว หวนซาน มันก็
เหมือนกับปลาได้น้ำ
ยามเมื่อมันเห็น อู่ อวี้ ยังสามารถยืนอยู่ภายใต้
‘เขตแดนหัวใจปฐพี’ อยู่ได้ จึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
ออกมาอย่างเย้ยหยัน พร้อมกล่าวว่า “ถือว่าไม่เลว
ความจริงแล้วเจ้ามีคุณสมบัติที่จะเข้าสู่อาณาเขต
กระบี่แก่นแท้”
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่มันจะทำต่อไปเป็นสิ่งที่ทำให้
ต้องตกตะลึงจนตาค้าง หลังจากที่ อู่ อวี้ ยืนอยู่ตรง
ใจกลางของ เขตแดนหัวใจปฐพี ชั่วพริบตานั้นมัน
ก็กวาดมือออก โบกสะบัด ‘กระบี่เทวะแปดขุนเขา
นรก’ ใช้ออกถึงสุดยอดเคล็ดวิชาเต๋ากระบี่ สำแดง
พลังของมันออกมาโดยไม่กล่าวสิ่งใด พุ่งตรงเข้าไป
เข่นฆ่าสังหาร อู่ อวี้ ในระหว่างนั้นก็ราวกับเกิดภับ
พิบัติฟั้าถล่มดินทลายออกมา แม้แต่วิหารเลื่อนขั้น
เซียน ก็สั่นคลอนอย่างรุนแรง
“เคล็ดวิชากระบี่ถล่มหมื่นขุนเขา!”
“เซี่ยว หวนซาน ใช้พลังอำนาจทั้งหมดตั้งแต่เริ่ม
ดูเหมือนว่ามันมีความจำเป็นบางอย่างที่จะต้อง
เอาชนะ อู่ อวี้ ให้ได้”
“เขตแดนหัวใจปฐพี ผนวกกับ กระบี่เทวะแปด
ขุนเขานรก ทั้งยังมีเคล็ดวิชากระบี่ถล่มหมื่นขุนเขา
เพิ่มเข้าไปอีก อยากจะรู้ว่าแม้แต่ขั้นตำหนักม่วง
ทะเลมรกต มีใครจะสามารถต่อต้านมันได้บ้าง?”
บรรดาผู้ได้รับความพ่ายแพ้จาก เซี่ยว หวนซาน
พลันอดไม่ได้ที่จะมีความสุข เพราะถึงแม้พวกเขา
จะพ่ายแพ้ก็ตามที แต่ก็ไม่ใช่น่าเรื่องเสียใจแต่
อย่างใด อีกทั้งยังได้รับการเก็บเกี่ยวประสบการณ์
จากการต่อสู้อีกด้วย
เมื่อเคล็ดวิชากระบี่นี้ปรากฏออกมา และ อู่ อวี้ ซึ่ง
ยังคงจมเข้าไปอยู่ในโลกของแผ่นดินรอบด้านนี้
ชั่วพริบตาที่กระบี่เทวะแปดขุนเขานรกพุ่งเข้ามา
เขาก็สามารถมองเห็นด้านหลังของ เซี่ยว หวน
ซาน ปรากฎยอดเขานับหมื่นซึ่งกำลังพังถล่ม ก้อน
หินดินโคลนทั้งหมดถูกรวมเข้ามาอยู่บน กระบี่เท
วะแปดขุนเขานรก หนึ่งกระบี่ สำแดงพลังอำนาจ
ของขุนเขาขนาดใหญ่อันไร้จุดสิ้นสุดได้ ซึ่งมัน
เพียงพอที่จะฉีกกระชากเทือกเขาที่ยิ่งใหญ่ให้พลัง
ทลายลงอย่างง่ายดาย
การโจมตีนี้ผสานเข้ากับแรงกดดันของ เขตแดน
หัวใจปฐพี คาดว่าอาจะจะเทียบเท่ากับผู้แข็งแกร่ง
ขั้นตำหนักม่วงทะเลมรกตทั่วๆไปได้เลย
เมื่อเผชิญหน้ากับแรงกดดันเช่นนี้ อู่ อวี้ กลับไม่
ปรากฎความรู้สึกหวาดกลัวแต่อย่างใด เพียงแต่ว่า
โลหิตอันร้อนแรงของเขาพลันพวยพุ่งระเบิดขึ้น
รุนแรงยิ่งขึ้นและบ้าคลั่งยิ่งขึ้นพร้อมคำคามออกมา
ด้วยเสียงอันสะเทือนเลือนลั่น บัดนี้ร่างกายของ
เขาใช้ออกด้วยเคล็ดร่างจำแลงเซียนวานรอย่าง
ทันที ยามที่วานรสีทองปรากฏตัวออกมา มันมี
สูงส่งเสียยิ่งกว่า เซี่ยว หวนซาน หากมอง
เปรียบเทียบกันแล้ว วานรตัวนี้ยังมีความบ้าคลั่ง
เสียยิ่งกว่า เซี่ยว หวนซาน อย่างมหาศาล!
เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง
เป็นเวลานานแล้วที่เขาไม่ได้ใช้เคล็ดร่างจำแลง
เซียนวานร ในเวลานี้กายเนื้อของ อู่ อวี้ พุ่ง
ทะยานถึงขีดสูงสุด แขนของเขาขยายขนาด
ยิ่งขึ้นไปอีก แสงสีทองพลันสาดประกายออกมาจน
ดูน่าเกรงขามและรุนแรงยิ่งขึ้น ในตอนนี้ เสาเก้า
จัตุรัสสยบมารที่อยู่ในมือก็ขยายขนาดใหญ่ขึ้น
มังกรทั้งเก้าที่ขดตัวอยู่บนเสา พลันร้องเสียง
คำรามออกมาอย่างรุนแรง!
ตูม!
“เก้าจัตุรัสทำลายล้าง!”
ภายใต้แรงกดดันของเขตแดนหัวใจปฐพี ยิ่งมายิ่ง
กดดันมากเท่าไหร่ เคล็ดระเบิดพลังคลั่งของ อู่ อวี้
ก็ยิ่งบ้าคลั่งรุนแรงมากขึ้น ในเวลานี้วงเวทย์ที่อยู่
บนเสาเก้าจัตุรัสสยบมารทำงานอย่างดุเดือด แกน
นภาผนวกกับพลังกายเนื้อ ทั้งยังผสานเข้ากับ
เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง ทำให้ยามนี้เขาแข็งแกร่ง
ที่สุดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หนึ่งคน หนึ่งวานร
เร่งพุ่งปะทะกันอย่างรุนแรง!
เซี่ยว หวนซาน โจมตีตอบกลับไปตรงๆ หมื่น
ขุนเขาที่อยู่รวมกันบนกระบี่บวกกับเขตแดนหัวใจ
ปฐพี สะบั้นลงไปบนหัวของ อู่ อวี้ ทันใดนั้น อู่ อวี้
ก็ระเบิดพลังพุ่งทะยานขึ้นไปบนฟั้า และยาม
นั้นเองพลองก็ฟาดทำลายลงมาที่เขตแดนหัวใจ
ปฐพี ชั่วพริบตา พลันปะทะชนเข้ากับขุนเขาของ
เซี่ยว หวนซาน อย่างรุนแรง!
ตูม!
ในตอนี้ วิหารเลื่อนขั้นเซียนเกิดการสั่นไหวอย่าง
รุนแรง ใบกระบี่ต่างแตกหักลงมาสู่พื้นดิน เจ้า
วิหารรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ไม่ได้ย้ายการต่อสู้ไป
ยังที่อื่น
ผลลัพธ์เป็นเช่นไร?
ในช่วงเวลานั้นที่กำลังจะเผชิญหน้ากัน ทุกคนคิด
ว่า ควรจะเป็น อู่ อวี้ ที่พ่ายแพ้และล่าถอยกลับไป
จนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ว่าฉับพลันนั้นเอง ผล
แพ้ชนะกลับได้ถูกตัดสินออกมาแล้ว ไม่ใช่ อู่ อวี้
ในร่างวานรที่ล้มลงไปกองบนพื้น แต่กลับเป็น
เซี่ยว หวนซาน
กระบี่เทวะแปดขุนเขานรก บินลอยออก และไปปัก
อยู่เบื้องหน้าของ เฉิน ฟูั่หยู
เซี่ยว หวนซาน คุกเข่าลงไปบนพื้น แขนทั้งสอง
ข้างมีโลหิตไหลมาอย่างต่อเนื่องไม่หยุด หลังจากที่
ถูกโจมตีอย่างรุนแรง กระทั่งมันเองยังรู้สึกตกตะลึง
ยิ่งกว่าใครๆ
ส่วนวานรสีทอง ได้กู่ร้องคำรามอยู่เหนือท้องนภา
จนสั่นคลอนสนามประลองได้ทั้งหมด ท่าทีอันบ้า
คลั่งของเขาทำให้ทุกคนรู้สึกเป็นกังวล จนกระทั่ง
อู่ อวี้ เปลี่ยนกลับไปอยู่ในรูปแบบมนุษย์ และ
ค่อยๆร่อนลงมาสู่พื้นดิน สายตาของเขาที่ค่อยๆ
สงบลงสลายไปพร้อมกับความกังวลของเหล่าผู้คน
ผลแพ้ชนะได้ถูกสรุปออกมาแล้ว
แต่คนส่วนใหญ่ยากที่จะทำใจยอมรับเรื่องนี้ได้ อู่
อวี้ ได้อยู่เหนือจินตนาการของพวกเขาทุกครั้งไป
พวกเขานั้นไม่อยากจะเชื่อว่า ไม่ใช่ อู่ อวี้ ที่พบกับ
ความพ่ายแพ้ย่อยยับ แต่กลับเป็น เซี่ยว หวนซาน
ที่อยู่ในรายนามเซียนหมื่นกระบี่แก่นแท้อันดับที่
เก้า
ไม่มีเคล็ดวิชาใดๆ ใช้เพียงแต่พละกำลังเพียงอย่าง
เดียวในการบดขยี้ ราวกับเป็นการปะทะกัน
ระหว่างแรดยักษ์ที่ต้องการจะวัดกำลังของตน ผู้ที่
อ่อนแอก็จะล้มไปกองบนพื้น ส่วนผู้ชนะก็จะได้
กลายเป็นราชา
ในตอนนี้ กระบี่เทวะแปดขุนเขานรกยังคงสั่นอย่าง
ต่อเนื่องอยู่เบื้องหน้าของ เฉิน ฟูั่หยู
สำหรับ เฉิน ฟูั่หยู ยามนี้มันมีใบหน้าซีดขาว
พร้อมตัวสั่นเทาเช่นเดียวกับ กระบี่เทวะแปด
ขุนเขานรก
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ