กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 322 : ศาสตราสถิตวิญญาณ
การปะทะกันด้วยพละกำลังเพียงอย่างเดียว ง่ายๆ
และตรงไปตรงมา ผลแพ้ชนะของการต่อสู้เช่นนี้
เห็นได้อย่างชัดเจนที่สุด ไม่มีทักษะ ช่องโหว่ หรือ
ว่าจุดอ่อนใดๆให้ปวดหัวทั้งสิ้น
มีเพียงสิ่งเดียวที่สามารถพิสูจน์ได้นั่นก็คือ
พละกำลังเพียงอย่างเดียว และ อู่ อวี้ ก็พิสูจน์ให้
เห็นแล้วว่าตนอยู่เหนือกว่า เซี่ยว หวนซาน
ยามเมื่อ เซี่ยว หวนซาน ล้มลงอยู่บนพื้น ในตอนนี้
ทุกคนก็ได้จับจ้องไปยัง อู่ อวี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า
ผู้คนจะรู้สึกตกตะลึงมากขนาดไหน จริงๆแล้ว อู่
อวี้ อยู่ในขั้นสร้างแกนนภาระดับที่6 กลับต่อสู้กับ
ระดับที่9ได้เช่นนี้ ก็เพียงพอที่จะอยู่เหนือ
จินตนาการของเหล่าสาวกนิกายเซียนซูซันแล้ว
อีกทั้งยังเอาชนะ เซี่ยว หวนซาน ผู้ที่อยู่อันดับที่9
ของ ‘รายนามเซียนหมื่นกระบี่แก่นแท้’ ด้วย
พละกำลังล้วนๆอีก นี่จึงกลายเป็นอีกเรื่องที่
สั่นคลอนสตินึกคิดของผู้คน
“พรสวรรค์ของเจ้าหนุ่มผู้นี้ หลังจากจบการต่อสู้นี้
ไป ผลการต่อสู้จะต้องถูกเล่าขาน ซึ่งมันจะ
สามารถสั่นคลอนอาณาเขตทั้งสี่ได้เลยทีเดียว
กระทั่งยังสามารถดึงดูดความสนใจของเหล่าจอม
กระบี่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์แห่งซูซันได้เป็นจำนวน
มากอย่างแน่นอน!”
“ด้วยพรสวรรค์ที่ส่องประกาย ได้สร้างความ
ประหลาดใจให้กับทุกคน หากดูจากสถานการณ์
ปัจจุบัน ในบรรดาคนรุ่นเดียวกันกับเขา ทั่วทั้ง
นิกายเซียนซูซัน คาดว่า อู่ อวี้ น่าจะอยู่ในอัจฉริยะ
ห้าอันดับแรก! อีกทั้งเขาเพิ่งจะมีอายุได้ยี่สิบปี ยัง
ไม่ถึงว่าแก่เกินไป”
“นอกจาก อู่ อวี้ แล้ว คนอื่นๆที่สามารถประสบ
ความสำเร็จได้เช่นนี้ ก็จะต้องพูดว่าล้วนเป็น
ลูกหลานของจอมกระบี่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์แห่งซู
ซันแทบทั้งสิ้น”
การต่อสู้นี้ได้ยกสถานะของ อู่ อวี้ ขึ้น อย่างชัดเจน
แน่นอน เพียงแค่รอการประกาศของเจ้าวิหาร
เลื่อนขั้นเซียน อู่ อวี้ ก็จะได้รับสถานะเป็นสาวก
ขั้นกระบี่แก่นแท้โดยชอบธรรมแล้ว
เหล่าสาวกคนอื่นๆต่างได้รับประสบการณ์จากการ
รับชมการต่อสู้ที่น่าตื่นตาเช่นนี้ บัดนี้ อู่ อวี้ มี
คุณสมบัติเข้าไปอยู่ในอาณาเขตกระบี่แก่นแท้
อาณาเขตกระบี่แก่นแท้ที่สูงกว่าแล้ว จะต้องพบ
เจอกับเหล่าสาวกที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า กลิ่นอายฟั้า
ดินที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้น ทรัพยากรทุกอย่างที่ดียิ่ง
กว่า
ส่วน เซี่ยว หวนซาน ที่พ่ายแพ้ก็ถูกลากตัวออกไป
เงาร่างของมันในยามนี้ช่างรู้สึกราวกับจิตวิญญาณ
หลุดลอยออกไป
อย่างไรก็ตาม ชีวิตคนเรามันก็เป็นเช่นนี้ เมื่อมีช่วง
ที่รุ่งโรจน์ก็มีวันที่จะสามารถกลายเป็นขั้นบันไดให้
ผู้อื่นก้าวผ่านได้เช่นกัน ยิ่งมีความรุ่งโรจน์ของครึ่ง
ชีวิตแรกมากเท่าไหร่ ยามที่แพ้ก็จะทำให้ผู้ชนะ
ได้รับชื่อเสียงและความสำเร็จมากเท่านั้น
รัศมีของ เซี่ยว หวนซาน ยิ่งมากเท่าไหร่ อู่ อวี้
ในตอนนี้ก็จะมากยิ่งกว่า
ดังนั้นสาวกขั้นกระบี่แก่นแท้จำนวนมาก จึงต่างไป
เข้าไปร่วมแสดงความยินดีกับ อู่ อวี้ มุ่งมั่นที่จะ
สร้างความประทับใจต่อผู้ที่มีชื่อเสียงในอนาคต
พวกของเซี่ยว หวนซาน ได้จากไปแล้ว แต่ส่วน
เหล่าสาวกขั้นกระบี่แก่นแท้ทั้งหลาย ต่างก็เข้ามา
พูดคุยทักทายอย่างไม่ขาดสาย เนื่องจากการที่เขา
กลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงโดยฉับพลันเช่นนี้ อู่ อวี้
จึงค่อนข้างรู้สึกอึดอัด
น่าอิจฉายิ่งนัก หลังจากนี้พวกเราไม่รู้ว่าจะมี
โอกาสไต่ไปถึงอาณาเขตกระบี่แก่นแท้ได้หรือไม่
การที่อยู่ในอาณาเขตกระบี่ปฐพีมานานนับห้าสิบปี
ทำให้ความหวังแทบจะริบหรี่เสียแล้ว”
“ว่ากันว่า อู่ อวี้ อยู่ในอาณาเขตกระบี่ปฐพี ยังไม่
ถึงครึ่งปีด้วยซ้ำ ช่างรวดเร็วยิ่งนัก”
ในระหว่างการกล่าวคำอำลาสาวกขั้นกระบี่ปฐพี
และการตอนรับของสาวกกระบี่แก่นแท้ อู่ อวี้ ถือ
ได้ว่าสับสนยุ่งเหยิงไปหมด ตั้งแต่หลังจากเดิน
ออกมาจากวิหารเลื่อนขั้นเซียน จากอาณาเขต
กระบี่ปฐพีมาจนถึงอาณาเขตกระบี่แก่นแท้
ตำแหน่งของเขาในนิกายเซียนซูซัน ได้ยกระดับขึ้น
อีกครั้ง
เมื่อมองไปรอบๆ อาณาเขตกระบี่แก่นแท้นั้นก็
ไม่ได้กว้างไปกว่าอาณาเขตกระบี่ปฐพีเท่าใดนัก
อีกทั้งผู้คนก็ยังมีน้อยยิ่งกว่า แต่ว่าเหล่าวังวิหาร
อาคารสิ่งปลูกสร้าง กลับเข้มงวดยิ่งกว่า และ
ซับซ้อนยิ่งกว่า รวมถึงยังมีค่ายกลต่างๆมากมาย
เห็นได้ชัดว่าที่แห่งนี้เป็นอาณาเขตที่สูงส่งกว่า
ทั้งสี่ทิศมีค่ายกลอยู่ทุกหนแห่ง ค่ายกลเหล่านี้
สามารถเปลี่ยนให้เทือกเขาชิงเทียนกลายเป็นปั้อม
ปราการสงครามได้ก็ว่าได้ ยากที่จะจินตนาการได้
ว่า จะมีใครมีพลังที่จะสามารถมาโจมตีนิกายเซียน
ซูซันเช่นนี้ได้?
ภายใต้การโอบล้อมของกลุ่มสาวกขั้นกระบี่แก่นแท้
อู่ อวี้ ก็ได้รับ ‘ตราเปิดค่ายกล’อันใหม่มา จ้าว
อาณาเขตกระบี่แก่นแท้ ได้จัดการมอบถ้ำเซียน
แห่งหนึ่งให้กับเขา ถึงแม้ว่าจะอยู่ในอันดับที่สอง
ร้อยกว่าๆ แต่อย่างไรก็ตามถ้ำเซียนที่เลวร้ายมาก
ที่สุดของอาณาเขตกระบี่แก่นแท้ ก็ยังดีกว่าถ้ำ
เซียนที่ดีที่สุดของอาณาเขตกระบี่ปฐพีอยู่วันยังค่ำ
ในหมู่พวกเขา อู่ อวี้ รู้จักผู้ฝึกตนขั้นกระบี่แก่นแท้
อยู่ไม่น้อย กระทั่งบางคนยังเป็นประมุขวังภายใน
อาณาเขตกระบี่สามัญ และในความเป็นจริงเวลา
ส่วนใหญ่ของ ไปั๋หลี่ เฟยหง ก็อยู่ในอาณาเขต
กระบี่แก่นแท้แห่งนี้เช่นกัน
ตัวอย่างให้เห็นก็คือ ประมุขวังกระบี่หยกคราม ซึ่ง
อยู่ข้างกายของ อู่ อวี้ นั่นเอง
เมื่อคิดไปถึงตอนที่ตนเองเพิ่งจะเข้านิกายเซียนซู
ซัน ตัวตนของประมุขวังผู้นี้ สูงส่งจนมิอาจเอื้อม
และไม่กี่ปีที่ผ่านมา อู่ อวี้ ในตอนนี้ก็ก้าวมาอยู่ใน
ระดับเดียวกับเขา กระทั่งประมุขวัง ก็ยังไม่ใช่คู่
ต่อสู้ของเขาอีกต่อไป
“ทุกท่านวันนี้ข้ามีความสุขเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบทุก
ท่าน แต่หลังจากที่ผ่านการประลองมา ข้าต้องการ
พักผ่อนสักเล็กน้อย ตอนนี้ข้าน้อยคงต้องขอตัวลา
ทุกท่านไปก่อน”
หลังจากที่เขาได้หาถ้ำเซียนของตัวเองเจอ อู่ อวี้
จึงมีโอกาสที่จะหลบเลี่ยงเหล่าสาวกนิกายเซียนซู
ซันซึ่งกำลังคอยตามตื้อเขา
แน่นอนพวกเขาย่อมรู้ว่าเวลาไหนควรถอย จะต้อง
ไม่เข้าไปตื้อ อู่ อวี้ ให้มากเกินไป สำหรับ อู่ อวี้ ที่มี
พรสวรรค์พอจะกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่เช่นนี้ได้ พวก
เขาจะต้องไม่เข้าไปล่วงเกินเป็นอันขาด
ถ้ำเซียนใหม่แห่งนี้ อู่ อวี้ ก็ยังคงตั้งชื่อว่า ‘ถ้ำเซียน
เทียมฟั้า’
ภายในถ้ำเซียนเทียมฟั้า ทรัพยากรในการฝึกตนแต่
ละชนิด กลิ่นอายฟั้าดิน ต่างก็มีมากกว่าอาณาเขต
กระบี่ปฐพีอย่างมหาศาล ถือได้ว่าช่วยเหลือ อู่ อวี้
ได้เป็นอย่างมากทีเดียว
หลังจากที่ปิดผนึกถ้ำเซียนเทียมฟั้าไป อู่ อวี้ ก็เข้า
ไปนั่งขัดสมาธิอยู่ในห้องฝึกตน
“เหว่ยเอ๋อร์ กำลังปิดด่านฝึกฝนมรดกสืบทอด
หากยามที่นางออกมาจะต้องแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง
แน่นอน จอมกระบี่ชิงเหอกล่าวว่า นางในตอนนี้
โดดเด่นกว่าข้ามาก อีกทั้งตัวตนของนางก็ยังสูงส่ง
กว่าข้า เป็นถึงบุตรีของเซียนกระบี่กุ้ยหยาง ข้า
จะต้องแข็งแกร่งให้มากกว่านางถึงจะถือว่าดี ถ้า
หากถูกนางทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง ย่อมเป็นเรื่องที่น่า
ขายหน้าแล้ว……”
“ไม่รู้ว่าตอนที่นางอยู่ในถ้ำกำเนิดแห่งซูซัน นางจะ
ประสบพบเจอสิ่งใดมาบ้าง”
ตอนนี้นางกำลังปิดด่านฝึกตน อู่ อวี้ จึง
กระตือรือร้นที่จะยกระดับตัวเองอย่างต่อเนื่อง
“เพื่อกลายเป็นผู้แข็งแกร่ง ก่อนอื่นข้าต้องยกระดับ
ขอบเขตของตัวเอง ปรับแต่งแกนนภา ซึ่งแต่ละ
อย่างล้วนเกี่ยวข้องกับการรู้แจ้งแห่งเต๋าทั้งสิ้น
นอกจากนี้ยังมีทรัพยากรเม็ดยาสร้างแกนนภาใน
มือ เม็ดยาสร้างแกนนภายังต้องการเยอะยิ่งกว่านี้
เนื่องจากสำหรับเรื่องการรู้แจ้งแห่งเต๋า ผ่านการ
หลอมสกัดปรุงเม็ดยา ยกระดับการวาดสัญลักษณ์
เวทย์ ทั้งสองอย่างนี้ จะต้องใช้เวลาและวัตถุดิบ
เป็นจำนวนมาก และในหมู่วัตถุดิบก็ต้องการเม็ดยา
สร้างแกนนภาหรือว่าแต้มความสำเร็จเป็นจำนวน
มาก”
“ส่วนในด้านของกายเนื้อ คงยังเป็นไปไม่ได้ที่จะ
บรรลุ ‘กายาสักการะราชันตะวันฟั้าพระพุทธเจ้า
ทองคำ’”
“การยกระดับเคล็ดมหาวิถีเชื่อมสวรรค์
จำเป็นต้องยกระดับขอบเขตของข้าเสียก่อน ถึงจะ
สามารถยกระดับพลังอิทธิฤทธิ์ให้อยู่ในระดับที่สอง
ได้ แต่ละอย่างล้วนไม่ใช่ความคืบหน้าในระยะเวลา
สั้นๆ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลไป”
“ท้ายที่สุด ก็เหลือศาสตราเชื่อมจิตและเคล็ดวิชา
เต๋า”
ในด้านของศาสตราเต๋า เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร อู่
อวี้ ไม่เต็มใจที่จะหาสิ่งใดมาแทนที่ อีกทั้งของที่มา
ทดแทนย่อมไม่เหมาะแก่ตัวเขาอย่างแน่นอน แต่
กระบี่เต๋าหยินหยางนั้นย่อมไม่เพียงพอต่อความ
แข็งแกร่งของเขาในตอนนี้แล้ว ทำให้ อู่ อวี้
ตัดสินใจมอบมันให้แก่ร่างอวตารของเขาไป เมื่อ
ขบคิดแล้วจึงตระหนักได้ว่า ตนเองต้องการกระบี่ที่
ดีกว่านี้ อย่างน้อยก็ต้องเทียบเคียงได้กับ ‘กระบี่
แก่นชาดจำแลง’ ของ เฉิน ฟูั่หยู และ ‘กระบี่เทวะ
แปดขุนเขานรก’ ของ เซี่ยว หวนซาน
นิกายเซียนซูซันคือสถานที่ที่มีเคล็ดวิชากระบี่มาก
ที่สุด แต่ส่วนในด้านอื่นๆกลับไม่สูงมากนัก
ในด้านของเคล็ดวิชากระบี่ อู่ อวี้ ตระหนักได้ว่า
‘เคล็ดวิชากระบี่สวรรค์ปฐพีหยินหยางไร้ลักษณ์’
ถึงแม้ว่าจะไม่เลว แต่ว่าเมื่อเทียบกับอัจฉริยะคน
อื่นๆ ก็ยังถือว่าค่อนข้างด้อยกว่า เขาต้องการที่จะ
ฝึกฝนเคล็ดวิชากระบี่ที่แข็งแกร่งสักวิชา มิฉะนั้น
การพึ่งพา ‘เก้าจัตุรัสทำลายล้าง’เพียงวิชาเดียว
ย่อมเป็นเรื่องง่ายที่จะทำให้คนอื่นหาจุดอ่อนมา
เอาชนะเขาได้
ตอนนี้เขากำลังขบคิดอย่างพินิจ
“ข้าต้องการกระบี่สองเล่ม เคล็ดวิชากระบี่หนึ่ง
วิชา ส่วนในขอบเขตของข้าตอนนี้ ข้าต้องการเม็ด
ยาสร้างแกนนภาประมาณ 5,000 หรือมากกว่า ไม่
แน่อาจจะถึงหมื่นเม็ดก็เป็นได้ เพื่อที่จะใช้หา
ศาสตราเต๋าและเคล็ดวิชาที่เหมาะสมกับความ
แข็งแกร่งของข้า ซึ่งทุกสิ่งทั้งปวงต่างก็ต้องการ
เม็ดยาสร้างแกนนภาเป็นจำนวนมาก ดังนั้นไม่ว่า
จะมองทางไหน ข้าก็ยังขาดเม็ดยาสร้างแกนนภา
อยู่ดี!”
นี่คือสถานะการณ์ในปัจจุบันของ อู่ อวี้
ทรัพยากรฝึกตนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ก่อนหน้านี้เม็ด
ยาสร้างแกนนภาหนึ่งหมื่นเม็ดล้วนมาจากวิธีการ
อันน่าละอาย และตอนนี้เขาเหลืออยู่เพียง 2,000
เม็ดเท่านั้น จึงทำให้เขาค่อนข้างเป็นกังวล
“เจดีย์ปีศาจไม่ไป ภารกิจก็ยังไม่มีเข้ามาชั่วคราว
เนื่องจากอาณาเขตกระบี่แก่นแท้แห่งนี้มีผู้ที่
แข็งแกร่งอยู่ไม่น้อย จึงเหลือเพียง ‘สนามประลอง
เซียน’ เท่านั้นที่เป็นตัวเลือกของข้า”
อย่างไรก็ตาม เขาได้เอาชนะ เซี่ยว หวนซาน
อย่างเปิดเผย และมีผู้ร่วมชมอยู่เป็นจำนวนมาก
คาดว่าคนที่จะเข้ามาท้าทายเขาคงเหลือเพียงแค่
ไม่กี่คนเท่านั้น ถึงจะคาดหวังกับสนามประลอง
เซียนไว้มาก แต่ก็คงคิดว่าจะได้อะไรมาไม่มากนัก
แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงไปที่สนามประลองเซียนอยู่
ดี เนื่องจากอาจจะได้พบโชคลาภเล็กๆน้อยๆโดย
บังเอิญก็เป็นได้
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับมันมาก
นัก
“ก่อนจะไปที่สนามประลองเซียน คงต้องไปดู
เสียก่อนแล้วว่าจะต้องหาเงินเพิ่มอีกเท่าไหร่”
เขาจึงเลือกที่จะไปยัง วิหารศาสตราเต๋าของอาณา
เขตกระบี่แก่นแท้ ก่อน
เดิมทีเขาก็เตรียมตัวที่จะไปวิหารเคล็ดวิชาอีกที่
เพื่อหาเปั้าหมายดีๆในการเก็บเงินเช่นกัน แต่เมื่อ
อู่ อวี้ กำลังจะออกไปที่วิหารศาสตราเต๋า เขากลับ
ได้ถูกบางอย่างกระตุ้น ว่าไม่ให้ไปที่วิหารเคล็ดวิชา
ในวิหารศาสตราเต๋า มีศาสตราเชื่อมจิตวิญญาณ
อยู่จำนวนนับไม่ถ้วน ในอาณาเขตกระบี่แก่นแท้
นั้น ศาสตราวุธเต๋าที่แย่ที่สุด ก็มีมูลค่าตั้งแต่ห้าร้อย
แต้มความสำเร็จขึ้นไปแล้ว
ส่วนสำหรับศาสตราสามัญ ก็จะต้องใช้เม็ดยาสร้าง
แกนนภาถึง 1,000 เม็ดโดยประมาณ สำหรับพวก
ที่ดีกว่าหรือใกล้เคียงกับ ‘กระบี่แก่นชาดจำแลง’ ก็
มีมูลค่าถึง 2,000 เม็ดยาสร้างแกนนภา
ในการฝึกตนแต่ละด้านจะต้องมีการใช้จ่ายเม็ดยา
สร้างแกนนภา ซึ่งสำหรับสาวกขั้นกระบี่แก่นแท้
เม็ดยาสร้างแกนนภา 2,000 เม็ดก็ถือว่ามันยาก
เกินที่จะทนรับไหวแล้ว
อู่ อวี้ ได้ตรวจสอบกระบี่ยาวที่มีมูลค่าหนึ่งพันถึง
สองพันแต้มความสำรวจนับพันเล่ม ในหมู่กระบี่
เหล่านั้นมีที่เหมาะสมกับเขามากจนทำให้เขาแทบ
อดใจไม่ไหว แต่กระนั้นเม็ดยาสร้างแกนนภาที่เขา
มีกลับไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงทำได้เพียงแค่อดกลั้น
ความอยากเอาไว้
“ศาสตราเต๋ากระบี่สองเล่ม เล่มละ 2,000 แต้ม
ความสำเร็จ จำเป็นต้องมีเม็ดยาสร้างแกนนภาถึง
4,000 เม็ดถึงจะได้เป็นกระบี่คู่ ต่อไปก็เคล็ดวิชา
กระบี่ คาดว่าเขาจะต้องมีเม็ดยาสร้างแกนนภา
มากกว่า 3,000 เม็ด แสดงว่าเขาจำเป็นจะต้องหา
เม็ดยาถึง 7,000 เม็ด ข้าสามารถใช้ 2,000 เม็ดที่
อยู่ในมือนี้ได้ จากนั้นค่อยไปสอยมาอีก 7,000 ก็ไม่
สาย”
กล่าวได้ว่าเปั้าหมายนี้นับว่าเกินคาดไปอย่างยิ่ง อู่
อวี้ จึงเตรียมตัวที่จะจากไป
“ความจริงแล้ว เจ้าลองหา ‘ศาสตราสถิต
วิญญาณ’ ดู” หมิงซวง กล่าวอย่างฉับพลันด้วย
เสียงอันเย็นชา ทำให้ อู่ อวี้ ตกใจเป็นอย่างยิ่ง
เท่าที่เขารู้มาคือ ศาสตราสถิตวิญญาณ เป็น
ศาสตราเต๋าระดับที่สาม ซึ่งมันอยู่สูงกว่าศาสตรา
เต๋าสามัญ ศาสตราเต๋าเชื่อมจิต
ศาสตราเต๋าธรรมดา เช่น ศาสตราเต๋ากระบี่หยินห
ยาง ไร้ซึ่งสติปัญญา มีเพียงแค่วงเวทย์
ศาสตราเต๋าเชื่อมจิต ศาตราเต๋าจะเชื่อมกับจิต
วิญญาณ มีจิตสำนึกอยู่ กระทั่งมีความรู้สึกชอบ
และเกลียด
ศาสตราเต๋าสถิตวิญญาณ อยู่เหนือศาสตราเต๋า
เชื่อมจิต ที่มีการพัฒนาของสติปัญญา เป็น
เหมือนกับอสูรตัวจ้อยที่มีสติปัญญา และ
จำเป็นต้องมีวงเวทย์อยู่ในระดับสูง จึงจะสามารถ
เรียกได้ว่า ศาสตราเต๋าสถิตวิญญาณ
ว่ากันว่า ผู้ฝึกตนในขั้นตำหนักม่วงทะเลมรกต ต่าง
ก็ใช่ศาสตราสถิตวิญญาณ ในความเป็นจริงแล้ว
ศาสตราสถิตวิญญาณนั้นไม่ได้ดีกว่าศาสตราเต๋า
เชื่อมจิตเสมอไป อย่างไรก็ตามศาสตราสถิต
วิญญาณนั้นเฉลียวฉลาดกว่า และสามารถ
เชื่อมโยงกับผู้เป็นเจ้าของได้ดีกว่า หากสามารถ
สอดผสานกันได้ พลังที่ปลดปล่อยออกมาย่อมน่า
สะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ มูลค่าของศาสตราเต๋า ก็ไม่ได้ระบุถึง
ข้อดีข้อด้อยและความสามารถในการเข้ากันได้ได้
เช่น เสาเก้าจัตุรัสสยบมารและกระบี่แก่นชาด
จำแลง กล่าวตามตรงมูลค่าแต้มความสำเร็จของ
เสาเก้าจัตุรัสสยบมารถึงแม้ว่าจะยังไม่ถึงครึ่งหนึ่ง
ของ กระบี่แก่นชาดจำแลง แต่เมื่อผสานรวมเข้า
กับจิตวิญญาณของ อู่ อวี้ กลับสามารถก้าวข้าม
กระบี่แก่นชาดจำแลงไปได้
“ข้าอาจจะยังควบคุมศาสตราสถิตวิญญาณไม่ได้รึ
เปล่า”
ถ้าหากว่าขอบเขตสร้างแกนนภาสามารถควบคุม
ได้ เซี่ยว หวนซาน ก็สามารถใช้ศาสตราสถิต
วิญญาณมาต่อสู้ได้แล้ว
หมิงซวง กล่าวว่า “เจ้าได้สืบทอดมรดกของเซียน
อมตะ ด้วยจำแลงหัวใจวานรก็ทำให้จิตวิญญาณ
ของเจ้าแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกตนตำหนักม่วงทะเล
มรกตทั่วไปแล้ว สิ่งเดียวที่ด้อยกว่าก็คือแกนกำเนิด
เพียงเท่านั้น แต่ด้วยแกนกำเนิดไม่อาจจะทำให้
ศาสตราสถิตวิญญาณยอมจำนนได้”
“เจ้าแน่ใจรึ?” อู่ อวี้ เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ท่านย่าจะหลอกเจ้าให้มันได้อะไรขึ้นมา? ให้ตายสิ
ยังไม่ต้องกล่าวถึงศาสตราสถิตวิญญาณ ขนาด
‘เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน’ ที่เหนือกว่าเคล็ดวิชา
สร้างแกนนภา ผู้ฝึกตนคนอื่นๆอยู่ในขั้นสร้างแกน
นภาระดับที่สิบ ก็ยังไม่สามารถฝึกฝน ‘เคล็ดวิชา
แก่นแท้ฟั้าดิน’ ได้ แต่จิตวิญญาณของเจ้า
ในตอนนี้ยิ่งมายิ่งแข็งแกร่ง อีกทั้งยังมี
ความสามารถในการรู้แจ้งสูงส่ง จึงไม่จำเป็นว่า
ต้องมีผลลัพธ์เหมือนกับคนอื่น”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ