กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 323 : สุริยันจันทรา
อย่างไรเสีย วิหารศาสตราเต๋า ก็อยู่ภายใน อาณา
เขตแก่นแท้ ฉะนั้นเมื่อได้ยินสิ่งที่ หมิงซวง กล่าว
หลังจาก อู่ อวี้ ใครควรไตร่ตรองดูแล้วเขาก็ได้
ข้อสรุปว่า หากลองไปดูสักหน่อยก็ไม่ใช่เรื่อง
เลวร้ายอันใด
” สำหรับ ศาสตราสถิตวิญญาณ ขอบเขตวงเวทที่
ถูกประทับอยู่บนตัวศาสตราจะมีระดับสูงส่งเป็น
อย่างยิ่ง ทั้งวัสดุที่นำมาหลอมสร้างยังเหนือกว่า
ศาสตราเต๋าเชื่อมจิตหลายเท่านัก ซึ่งอย่างน้อย ๆ
จำต้องเป็นสมบัติวิเศษที่มีเส้นวิญญาณ 4 เส้นขึ้น
ไป และต้องใช้วงเวทบนศาสตราเต๋าเป็นตัวกลาง
ในการผนึกลงบน’ศาสตราเต๋าสถิตวิญญาณ’
โดยทั่วไปแล้ว ผู้ฝึกตนที่อยู่ในระดับ ตำหนักม่วง
ทะเลมรกต จะมี ศาสตราสถิตวิญญาณ อยู่ภายใต้
การครอบครอง คนผู้นั้นสามารถ โลดแล่นไปทั่วทั้ง
สวรรค์แลปฐพี พลิกฟั้าแหวกสมุทรได้อย่าง
ง่ายดายราวพลิกฟั่ามือ
ซึ่งแท้จริงแล้วภายในอาณาเขตกระบี่แก่นแท้ หา
ได้มี ‘ศาสตราสถิตวิญญาณ’ อยู่มากมายเท่าใดนัก
อีกทั้งสาวกกระบี่แก่นแท้เกือบทั้งหมด ยังไม่
สามารถควบคุม ‘ศาสตราสถิตวิญญาณ’ ได้
‘ศาสตราสถิตวิญญาณ’ ซึ่งถูกจัดแสดงตั้งเรียงราย
อยู่ในที่สถานแห่งนี้ เป็นเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น
ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกเก็บไว้ภายในวิหารหลัก
ขณะเดียวกันก็เป็นการกระตุ้นจิตวิญญาณของ
เหล่าสาวกกระบี่แก่นแท้ ซึ่งอยู่ในขอบเขตตำหนัก
ม่วงทะเลมรกต ให้มีความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวมาก
ยิ่งขึ้น
ส่วนใหญ่แล้ว เหล่า ‘ศาสตราสถิตวิญญาณ’ จะ
ถูกวางไว้ในตำแหน่งที่สามารถแลเห็นได้อย่าง
เด่นชัดมากที่สุด ถูกจัดเรียงไว้บนประตูทางเข้า
หลักของ ‘วิหารศาสตราเต๋า’
หาก อู่ อวี้ ต้องการออกจากวิหารศาสตราเต๋า ก็
จำเป็นต้องผ่านจุดนี้
ภายในมหาวิหาร มีศาสตราสถิตวิญญาณกว่า 100
ชิ้น ถูกวางเรียงรายเอาไว้ กว่า9 ใน 10 ส่วน เป็น
ศาสตรากระบี่หลากหลายชนิด มีทั้งหนา บาง
ใหญ่ เล็ก มากมายหลากสีสัน ทั้งยังมีวงเวท
ศาสตราเต๋า ซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างกันมากมาย
หลายชนิด อีกทั้งยังมีอำนาจการแสดงผลต่างกัน
ออกไปอีกด้วย
เมื่อก้าวเข้ามาภายในโถววิหารซึ่งมี ศาสตราสถิต
วิญญาณ ที่มีวางเรียงรายอยู่ ทันใดนั้นเอง เขาก็
สัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
ท่ามกลาง ‘ศาสตราสถิตวิญญาณ’ ราวกับว่ามีกลุ่ม
สัตว์ปั่าขนาดเล็กดำรงอยู่ เมื่อมีคนแปลกหน้าเข้า
มา พวกมันก็เริ่มกระสับกระส่าย ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว
ต่างพากันแสดงความเป็นปฏิปักษ์ออกมาอย่าง
รุนแรง ส่งเสียงดังหึ่ง ๆ แม้กระทั่งสั่นไหวไปมา
ราวกับว่ามันกำลังยั่วยุท้าทาย อู่ อวี้ อยู่ บังเกิด
แรงกดดันออกมาจากรอบทิศทาง ซึ่งแน่นอนว่ามัน
สามารถทำให้สาวกกระบี่แก่นแท้ส่วนใหญ่
หวาดกลัวขึ้นมาได้
” กระบี่เทียนเชวี่ย เป็น ศาสตราสถิตวิญญาณ
ภายในนั้นมี ‘เวทสะบั้นเทียนเซวี่ย’ ‘เวทเทียน
เซวี่ยพิฆาต’ แลวงเวทอีกกว่า 93 ชนิด โดยเฉพาะ
เสียงเลื่องลือในด้านพลังอำนาจอันมหาศาลของ
มัน ”
” กระบี่อัสนีสวรรค์ คือ ศาสตราสถิตวิญญาณ เป็น
กระบี่อัสนีบาต ที่สามารถชักนำอัสนีเก้าชั้นฟั้าลง
มาได้ มี ‘ วงเวทอัสนีสวรรค์ ’ และวงเวทชนิดอื่น
ๆ ประทับเอาไว้อยู่ ”
ถึงแม้ว่า อู่ อวี้ จะกวาดสายตามองอย่างผ่าน ๆ
แต่จิตใจของเขาก็รู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง
แน่นอนว่ามันได้จุดประกายแรงปรารถนาของเขา
ให้มากขึ้นเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามเมื่อเขาเห็น
ราคาค่างวดของศาสตราสถิตวิญญาณ เขาอด
แสดงสีหน้าขมขืนออกมาอย่างช่วยไม่ได้
หลังจากไล่ดูกว่าสิบชิ้น ส่วนใหญ่แล้วมีราคากว่า
10,000 แต้มความสำเร็จ หรือแม้กระทั่งไต่ขึ้นไป
สูงถึง 30,000 แต้มความสำเร็จ
ยามนี้เขามีเพียง 2,000 แต้มความสำเร็จเท่านั้น
คาดว่าคงซื้อได้เพียงครึ่งด้ามจับกระบี่เท่านั้น
กล่าวได้ว่าพลังอำนาจของมันเทียบเท่าได้กับมูลค่า
เลยก็ว่าได้ ศาสตราเต๋าเชื่อมจิตมีราคาประมาณ
2,000 แต้มความสำเร็จ ส่วนศาสตราสถิต
วิญญาณราคาประมาณ 10,000 แต้มความสำเร็จ
ไม่ว่าจะเป็นในด้านพลังอำนาจ หรือ ผลลัพธ์ คง
ต้องกล่าวว่าศาสตราเต๋าสถิตวิญญาณมีพลัง
อำนาจกว่า 3 – 4 เท่า หรือ อาจสูงเกินกว่า 5 หรือ
6 เท่าเลยก็ว่าได้
ครั้งหนึ่ง เทียนอี้จุน ซึ่งถือเป็นอันดับ 1 ในปีศาจ
เจ็ดทะเลแดง เคยใช้ศาสตราเต๋าเชื่อมจิตยกระดับ
พลังรบ จนเกือบจะสามารถต่อสู้ได้กับผู้อยู่ใน มหา
วิถีสร้างแกนนภา
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นศาสตราสถิตวิญญาณ แน่นอนว่า
ศาสตราเต๋าเชื่อมจิตทั้งหมดที่เขาเคยพบพานมา
บัดนี้ได้ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังอย่างสิ้นเชิง ความ
ปรารถนากระหายใคร่รู้ใน ศาสตราสถิตวิญญาณ
เสมือนกับความรู้สึกก่อนหน้านี้ที่ อู่ อวี้ ปรารถนา
ต่อศาสตราเต๋าเชื่อมจิต
หลังจากเดินวนอยู่รอบหนึ่ง เขาก็หยุดอยู่ที่
ศาสตราเต๋าสถิตวิญญาณสองชิ้น
ผู้ประจำการอยู่ในวิหารแห่งนี้คือ สาวกขั้นกระบี่
โลกา แน่นอนเมื่อมันรู้ว่าเป็น อู่ อวี้ ก็คอยให้
คำแนะนำเกี่ยวกับศาสตราต่าง ๆ มากมาย
จนกระทั่ง อู่ อวี้ หยุดเดิน มันกล่าวขึ้นว่า “กระบี่
2 เล่มนี้ ผู้ที่ใช้งานครั้งล่าสุด เป็นสหายเต๋าเคียงคู่
ต่อมาทั้งสองคนตกตายไปกลับคืนสู่ทะเล
ตะวันออก หลังจากผลัดเปลี่ยนผู้ครอบครองมา
มากมาย ในท้ายสุดก็มาตกอยู่ในมือของซูซัน
เฮ้อ… จนถึงวันนี้เวลาก็ผันผ่านมานานนับพันปี
แล้ว ร่ำลือกันว่าคนทั้งสองเป็นสหายเต๋าเคียงคู่ที่
รักกันมาก แม้จะมีศักดิ์ฐานะแตกต่างกัน แต่
กลับมาครองคู่กัน ครั้งหนึ่งได้ถูกโจษขานกันใน
ฐานะตำนาน สุดยอดกระบี่คู่ผู้แข็งแกร่งที่สุด
จัดเป็นอัจฉริยะคู่อย่างแท้จริง ช่างน่าเสียดายที่
พวกเขาตกลงไปในกับดักของผู้ฝึกตนนอกรีต ”
อาจเป็นเพราะผู้ใช้แต่ละราย มีสายสัมพันธ์เป็น
สหายเต๋าเคียงคู่ กระบี่ทั้งสองเล่มจึงมีความ
เหมาะสมกันอย่างสมบูรณ์ บางทีอาจเป็นสาย
สัมพันธ์ที่มิอาจแยกห่างจากกันได้ ซึ่งนี่เป็น
เจตจำนงของวิญญาณสถิต ดังนั้นศาสตราสถิต
วิญญาณทั้งสองชิ้นนี้ จึงเป็นเสมือนดั่งสัตว์ตัวน้อย
สองตัวที่มีความรักใคร่ให้แก่กัน เป็นสายสัมพันธ์ที่
เชื่อมโยงทั้งสองเข้าด้วยกัน
ซึ่งการเชื่อมโยงระหว่างกันนี้ สำหรับ อู่ อวี้ ผู้เป็น
เจ้าของ ‘กงล้อกระบี่หยินหยาง’ ถือว่าเหมาะสมกับ
เขาเป็นอย่างยิ่ง
ด้วยการเชื่อมโยงถึงกันนี้ เมื่อใช้กระบี่ทั้งสองเล่ม
ต่อสู้กันในระยะประชิด จะบังเกิดเป็นการ
ประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ
เมื่อสาวกกระบี่โลกากล่าวอธิบายถึงศาสตราสถิต
วิญญาณทั้ง 2 ชิ้นนี้ อู่ อวี้ ก็จมลงสู่ห้วงภวังค์แห่ง
คำอธิบายของกระบี่ทั้งสองเล่มนี้
กระบี่ที่อยู่ทางด้านขวานั้น ยาวกว่าเล็กน้อย ซึ่ง
หากนำมาเทียบกับศาสตราเต๋ากระบี่สามัญทั่วไป
มันยาวกว่าประมาณครึ่งฉือ ทั่วทั้งใบกระบี่เป็นสี
ทองอร่ามผสาน กับ เปลวเพลิงสีแดงฉาน มี
ลักษณะเรียวยาว ใบมีดแหลมคม ซึ่งเพลิงผลึกที่
กำลังลุกโชติช่วงอยู่นี้ มีวงเวทศาสตราเต๋าคอย
ควบคุมอยู่ตรงด้ามจับ ระหว่างที่วงเวทเริ่มหมุนวน
ทำงาน จะบังเกิดเป็นบอลเพลิง ซึ่งดูเสมือนกับ
ดวงตะวันลูกหนึ่งอยู่ภายในนั้น ระหว่างที่กำลัง
หมุนวนอยู่นี้ก็จะดูดกลืนเพลิงเข้าไป แล้ว
ปลดปล่อยเป็นคลื่นเปลวเพลิงแผดเผาออกมา อู่
อวี้ ที่ยืนติดขอบราวกั้นซึ่งถือว่าอยู่ห่างพอสมควร
ถึงแม้ว่าตัวเขาจะมีร่างกายที่สามารถต่อต้านเปลว
ไฟได้ แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงคลื่นความร้อนที่แผ่ขยาย
ออกมา
เห็นได้ชัดว่ามันมีพลังอำนาจไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง
มันทรงพลังเสียยิ่งกว่า ‘กระบี่เต๋าหยินหยาง’ นับ
10 เท่า
กระบี่ยาวนี้มีนามว่า ‘กระบี่กงล้อตะวันผลาญฟั้า’
มีวงเวทศาสตราเต๋าถูกประทับไว้อยู่ 99 ชนิด แล
วงเวทหลักสามส่วน
ส่วนกระบี่ที่อยู่ทางด้านซ้าย สั้นกว่ากระบี่สามัญ
ประมาณครึ่งฉือ ซึ่งดูราวกับกริชเล่มหนึ่ง ทั่วทั้งใบ
กระบี่ของกริชเล่มนี้เป็นสีน้ำเงิน เปล่งประกาย
สดใสดั่งแสงจันทร์ เสมือนดั่งอัญมณีสีคราม ตรง
ด้ามจับมีวงเวทศาสตราเต๋าประทับไว้อยู่ ระหว่าง
ที่วงเวทเริ่มหมุนวนทำงาน
เมื่อหมุนวนครบรอบจะดูราวกับว่ามีจันทรากระ
จ่างส่องสว่างสีไพลินอยู่ภายใน จากนั้นก็จะ
ดูดกลืนแล้วปลดปล่อยแสงจันทร์สีเงินออกมา ให้
ความรู้สึกเงียบสงบเฉกเช่นหิมะ
กระบี่สั้นเล่มนี้ มีนามว่า ‘กระบี่ระบำจันทราพิสุทธิ์
สูญ’
“เจ้าอย่าคิดว่ามันเป็นกระบี่คู่ล่ะ ความจริงแล้วมัน
ไม่ได้ถูกหลอกสร้างขึ้นมาจากคนเดียวกัน ทั้งยัง
ไม่ได้อยู่ในยุคสมัยเดียวกัน การที่กระบี่ทั้งสองนั้น
เชื่อมโยงผสานกันเป็นหนึ่งได้ เกิดขึ้นจาก
โชคชะตานำพา ดังนั้นวิหารศาสตราเต๋าของเราจึง
ได้จัดเรียงกระบี่ทั้งสองไว้ด้วยกัน เพราะกระบี่ทั้ง
สองเล่มต่างมีกลิ่นอายที่ผสานร่วมกันได้ ดังนั้น
ตามกฏแล้วจำต้องแลกเปลี่ยนไปพร้อมกัน ซึ่ง
โดยทั่วไปแล้วต้องเป็นสหายเต๋าเคียงคู่ ถึงจะ
สามารถแลกเปลี่ยนมันออกไปได้ ด้วยเหตุนี้เมื่อ
กระบี่ทั้ง 2 เชื่อมโยงถึงกัน จึงมีการกำหนดราคา
แต้มความสำเร็จไว้สูงพอสมควร”
หรือจะพูดอีกอย่างว่า กระบี่ทั้งสองเล่มนี้ขายเป็นคู่
เมื่อ อู่ อวี้ มองเห็นราคาค่างวดสูงถึง 45,000
แต้มความสำเร็จของมัน เขาก็ถึงกับอึ้งตะลึงงันใบ้
รับประทานไปในบัดดล ด้วยราคาอันสูงลิ่วนี้ มัน
แพงเกินกว่าที่จะไขว่คว้ามันมาครอบครองได้ อู่
อวี้ เสียใจเล็กน้อย แต่ยามที่เขามีเม็ดยาสร้างแกน
นภา 10,000 เม็ด ก็คงไม่คิดจะซื้อมันไปเช่นกัน …
” อันที่จริงมันก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีทีเดียว หากแยก
กระบี่ออกเป็น 2 เล่ม แต่ละเล่มน่าจะมีมูลค่าอยู่ที่
30,000 เม็ดยาสร้างแกนนภา จะเห็นได้ว่าวงเวท
หลักที่ประทับอยู่บนกระบี่ทั้งสอง มีพลังอำนาจ
มหาศาลอย่างยิ่ง อันที่จริงตัวข้าเองก็อยากได้ ‘
กระบี่กงล้อตะวันผลาญฟั้า’ ทว่าช่างน่าเสียดายที่
ข้าหาได้มีสหายเต๋าเคียงคู่ไม่ หลังจากเข้าสู่ระดับ
ตำหนักม่วงทะเลมรกต แลมีสหายเต๋าเคียงคู่ เจ้า
ค่อยพิจารณาถึงเรื่องนี้ในภายหลังก็ยังทัน ” ศิษย์
อาวุโสระดับกระบี่โลกา กล่าวขณะใช้มือลูบเครา
ยาวเหยียดของตน
แม้เขาจะอยู่ในวัยชรา แต่ก็หาได้มีสหายเต๋าเคียงคู่
ไม่ …
” ข้าขอพูดตามตรง ถึงยามนี้เจ้าจะมี กงล้อกระบี่ห
ยินหยาง แต่ก็แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่เจ้าจะสามารถ
สยบกระบี่ทั้งสองเล่มได้ อีกทั้งยามนี้เจ้ายังยากจน
เป็นอย่างยิ่ง ฮ่าฮ่าฮ่า …” หมิงซวง หัวเราะเยาะ
เย้ยอย่างสะใจ
ด้วยราคา 45,000 แต้ม ถือเป็นราคาที่สูงเกินเอื้อม
มันทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกคันยุบยิบขึ้นภายในหัวใจ
เล็กน้อย ความรู้สึกนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในตอนที่
เขาได้เห็น ‘เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร’ ทั้งหมดทั้งมวล
นี้เกิดจากว่า ตนเองนั้นมีแต้มความสำเร็จไม่มาก
เพียงพอ แล้วเขาก็ไม่อาจใช้จ่ายแต้มความสำเร็จ
อย่างคนโง่เขลา สำหรับยามนี้เขาคงคิดได้
เพียงแค่นี้เท่านั้น
อันที่จริงยามนี้กระทั่ง ศาสตราเต๋าเชื่อมจิต ราคา
เพียงแค่ 2,000 แต้มความสำเร็จ เขาก็ยังไม่มี
ปัญญาจะซื้อเลยด้วยซ้ำ
หากมองในแง่ดีสิ่งนี้จะเป็นแรงกระตุ้นให้เขา มี
ความมุ่งมั่นไปต่อสู้บน ‘ สนามประลองเซียน ‘ ด้วย
เหตุนี้หลังเดินทางออกจาก วิหารศาสตราเต๋า เขา
จึงตรงดิ่งไปยัง ‘ สนามประลองเซียน ‘ ทันที เขา
คิดขึ้นกับตนเองว่าจะต้องขุดหลุมเอาความยาจกนี้
ฝังลงไปให้ได้
ถึงแม้มันจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่เขาจะเก็บรวบรวม
แต้มความสำเร็จได้ถึง 45,000 แต้ม แต่อย่างน้อย
ๆ เขาน่าจะเก็บได้ 7,000 แต้มความสำเร็จ หาก
กำหนดไว้ประมาณนี้ ก็ยังพอเป็นไปได้อยู่
แม้ว่าสนามประลองเซียน ภายในอาณาเขตกระบี่
แก่นแท้ จะมีจำนวนผู้คนน้อยกว่า 1 ใน 10 ของ
อาณาเขตกระบี่ปฐพี แต่อาณาเขตกลับกว้างใหญ่
กว่ามาก อีกทั้งค่ายกลภายในสนามประลองเซียน
ยังมีความยิ่งใหญ่ซับซ้อนมากยิ่งกว่า ส่งผลให้
บัดนี้สนามประลองลอยคว้างอยู่บนอากาศอย่าง
สมบูรณ์ ไม่ว่าผลการต่อสู้ระหว่างสาวกกระบี่แก่น
แท้จะเดือดระอุรุนแรงเพียงใด ก็จะไม่ร่วงอัด
กระแทกลงสู่พื้นดิน
“อู่ อวี้ มาแล้ว!”
ด้วยภาพลักษณ์ชื่อเสียงอันโดดเด่น ทันทีที่เขาก้าว
เข้าสู่สนามประลองเซียน สาวกกระบี่แก่นแท้
มากกว่าร้อยคนที่อยู่รอบ ๆ บริเวณสนามประลอง
ก็บังเกิดความโกลาหลอลหม่านขึ้น ซึ่งความจริง
แล้ว สำหรับตอนนี้มีผู้ต่อสู้อยู่บนสนามประลอง
เพียงแค่ 2 – 3 สนามเท่านั้น
” อู่ อวี้ มาสนามประลองเซียนในวันนี้ หรือจะมา
เล่นงานตาเฒ่าอย่างพวกเรา ? ”
” พวกเราพูดคุยกันอย่างเดียวดีกว่า เพราะอย่างไร
แล้วข้าคิดว่าเราหาใช่คู่ต่อกรของเจ้าไม่ กระดูกผุ
ๆ แก่ชราของอย่างเรา คงไม่อาจยืนหยัดให้พวก
เจ้าหนุ่มสาวสะกำเข้าใส่แล้วซ้ำเล่าได้หรอก การที่
ข้ามาที่นี่วันนี้เพียงแค่มารับชมความตื่นเต้น หา
ความบันเทิงรื่นรมณ์ให้แก่ชีวิตในวัยบั้นปลายเพียง
เท่านั้น ฮ่า ๆ ๆ …”
สาวกกระบี่แก่นแท้หลายคนอยู่ในวัยแก่ชรา ถึงแม้
อายุไขของพวกเขาจะเก่าแก่ถึงปูนนี้แล้ว แต่ก็ยัง
ไม่สามารถทะลวงผ่านเข้าสู่ระดับตำหนักม่วงทะเล
มรกตได้ อายุไขของพวกเขาจึงหยุดอยู่ลงแค่ 300
ปี ซึ่งโดยทั่วไปแล้วผู้ฝึกตนที่มีอายุอยู่ราว ๆ 250
หรือ อาจจะมากกว่านั้น แล้วยังไม่สามารถก้าวเข้า
สู่ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกตได้ จะกล่าวได้ว่า
ผู้คนเหล่านี้ได้ไร้สิ้นซึ่งความหวังอีกต่อไป
สำหรับผู้ฝึกตนที่อยู่ในขั้นสร้างแกนนภา แล้ว ใน
100 ปีแรก จะถือว่าเป็นวัยหนุ่มสาว ส่วนร้อยปี
หลังจะถือว่าเข้าสู่วัยกลางคน หลังจากเข้าสู่วัย
กลางคนถัดไปอีก 100 ปี ถือว่าเข้าสู่วัยแก่ชรา
ร่างกายจะแก่ชราลง จนถึงสิ้นอายุขัยตกตายไปใน
ที่สุด
แต่ถ้าหากโชคดีมีวาสนาเพียงพอ ก็จะสามารถ
ทะลวงเข้าสู่ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต และจะ
สามารถมีอายุได้ถึง 400 ปี
ด้วยความต่างในข้อนี้ เผ่าปีศาจจึงมีความ
แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าการฝึกฝนบำเพ็ญตน
ของพวกมันจะล่าช้ากว่าผู้ฝึกตน แต่อายุขัยโดย
เฉลี่ยของพวกมันนั้นค่อนข้างยืนยาวมาก
อย่างเช่นปีศาจเก่าแก่ที่มีอายุขัยนับพันปี จะ
สามารถเห็นได้ดาษดื่นทั่วทุกหนทุกแห่ง นี่คือ
เหตุผลที่เผ่าพันธุ์ปีศาจสามารถต่อสู้กับเผ่าพันธุ์
มนุษย์ได้
การปรากฎตัวของ อู่ อวี้ ทำให้เกิดเป็นเสียงพูดคุย
ดังอื้ออึง ซึ่งแน่นอนว่าผู้คนส่วนใหญ่ล้วนไม่เข้ามา
ท้าประลอง หลังจากที่ได้ดูการต่อสู้ระหว่างตัวเขา
กับ เสี่ยว หวนซาน ทุกผู้คนต่างรู้ดีว่าการคว้าชัย
ชนะรับเงินทองจาก อู่ อวี้ นั้นหาใช่เรื่องง่าย
” ต้องล่อเหยื่อให้ผู้ที่มีความแข็งแกร่งอยู่ใน 8
อันดับแรกของรายนามเซียนกระบี่แก่นแท้ออกมา
” อู่ อวี้ กำหนดเปั้าหมายของตนเองได้ในทันที
หลังจากพูดคุยกับฝูงชนตามมารยาทอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นก็ขึ้นไปบนสนามประลองแล้วโยน เม็ดยา
สร้างแกนนภา 2,000 เม็ด ลงบนพื้นเวทีพร้อม
กล่าวขึ้นว่า ” ข้า อู่ อวี้ ขอท้าทายสาวกกระบี่แก่น
แท้ทั้งหลาย ไม่ว่าผู้ใดต้องการประลอง ข้า อู่ อวี้ ก็
จะต่อสู้กับท่าน”
ทันใดนั้นเองก็มีคนไปถามขึ้นว่า ” ที่เจ้ากล่าว
ออกมาแน่ใจแล้วเช่นนั้นหรือ หากเป็นอันดับ 1
ของรายนามเซียนกระบี่แก่นแท้ เจ้าจะยอมรับคำ
ท้า ? ”
อู่ อวี้ ไม่ทราบว่าผู้ใดคืออันดับ 1 ของรายนาม
เซียนกระบี่แก่นแท้ เขาจึงกล่าวว่า ” ย่อมได้ … ถ้า
เช่นนั้นท่านสุภาพบุรุษโปรดจงเร่งรีบเอ่ยชื่อแซ่ ”
ทุกคนต่างส่งเสียงหัวเราะ แล้วหนึ่งในนั้นก็กล่าว
ขึ้นว่า “อู่ อวี้ เจ้ารู้เช่นนั้นหรือว่าผู้ใดคืออันดับ 1
ของรายนามเซียนกระบี่แก่นแท้ ? ”
เนื่องจากรายชื่อ บนรายนามเซียนกระบี่แก่นแท้
นั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อู่ อวี้ จึงไม่
ทราบว่าเป็นผู้ใดเป็นอันดับ 1 ของรายนามเซียน
กระบี่แก่นแท้ ทั้งยังมีความแข็งแกร่งมากเพียงใด
? มีตัวตน หรือ ศักดิ์ฐานะสูงส่งเพียงไหน ?
อู่ อวี้ ส่ายศีรษะ
เมื่อพวกมันเห็น อู่ อวี้ ส่ายศีรษะจึงเปล่งเสียง
หัวเราะออกมาอย่างขบขัน
” หนุ่มสาวสมัยนี้ช่างเหลวไหลสิ้นดี ไม่ทราบ
แม้กระทั่งว่าศัตรูคือพวกใด แล้วยังกล้าขึ้นมาท้า
ประลองบนสนามประลองเซียนอีก”
” หากนางมาจริง ๆ เกรงว่า อู่ อวี้ จะต้องเสียเงิน
เสียทองเพื่อแลกกับบทเรียนราคาแพงชิ้นนี้ ความ
จริงแล้ว เสี่ยว หวนซาน มิอาจเทียบกับนางได้เลย
แม้ว่าศักดิ์ฐานะของ เสี่ยว หวนซาน เกือบจะ
เทียบเท่ากับนาง แต่คงจะต้องกล่าวว่านางนั้นเป็น
ที่รักใคร่ของอาณาเขตเซียนซูซันอยู่เสมอ อีกทั้ง
นางยังเดินทางมายังอาณาเขตกระบี่แก่นแท้นี้เพียง
ไม่กี่ครั้งเท่านั้น คาดว่ายามนี้ นางน่าจะกำลัง
ฝึกฝนบ่มเพาะอยู่ในอาณาเขตเซียนซูซัน ”
” นอกจากนางแล้ว รายชื่อบนรายนามเซียนกระบี่
แก่นแท้ตั้งแต่ อันดับ 2 – 8 เจ้าล้วนสามารถท้า
ทายได้หมด ”
เมื่อได้ยินบทสนทนาของคนเหล่า ก็ยิ่งทำให้ต่อม
สนใจใคร่รู้ของ อู่ อวี้ ตื่นขึ้นทันที ว่าผู้ใดคืออันดับ
หนึ่งของรายนามกระบี่แก่นแท้กันแน่ แล้วคนผู้นี้
จะน่าอัศจรรย์เพียงใด ?
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ