กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 334 :
หากคิดจะเดิมพันก็ต้องยอมรับการสูญเสีย
ชั่วขณะวิกฤตแห่งความตายนี้!
หลังจากอดทนรอมาอย่างยาวนาน ชั่วพริบตาที่ มู่
หลิงเช่อ ลำพองใจถึงขีดสุด ก็เป็นช่วงเวลา
เดียวกันกับที่นางประมาทเลินเล่อถึงที่สุด
เช่นเดียวกัน
แท้จริงแล้วสิ่งที่อยู่ในมือของ อู่ อวี้ ยามนี้ คือ
ศาสตราสถิตวิญญาณสองชนิด ซึ่งยอมสยบอยู่
ภายใต้การควบคุมของเขา แสงที่สาดประกายขึ้น
ในมือขวาของ อู่ อวี้ คือกระบี่สีแดงเพลิงลักษณะ
เรียวยาวนามว่า กระบี่กงล้อตะวันผลาญฟั้า ตรง
ตำแหน่งใจกลางของด้ามจับ มีกงล้อตะวันส่อง
แสงประกายเจิดจ้าอยู่ วงเวทย์ศาสตราเต๋าเริ่ม
หมุนทำงานอย่างรวดเร็วถึงขีดสุด
ท่ามกลางแสงสว่างจากเปลวเพลิงอันร้อนระอุ มือ
ซ้ายที่ซ่อนอยู่ด้านหลังของเขา คือสุดยอดศาสตรา
วุธสังหารอันเย็นยะเยือกกำลังเร้นกาย รอคอย
ระเบิดการโจมตีสังหารอยู่ตลอดเวลา!
ขณะที่พลังปราณจากแกนกำเนิดหมุนวนโคจร วง
เวทศาสตราเต๋าทั้ง 99 ชนิดบนศาสตราสถิต
วิญญาณ ก็เริ่มต้นทำงาน อู่ อวี้ ใช้คุณสมบัติจาก
กงล้อกระบี่หยินหยาง หนึ่งใจแบ่งเป็นสอง ส่งผล
ให้มหาวงเวทกระบี่ทั้งสอง แทบจะปลดปล่อยการ
โจมตีออกมาในเวลาเดียวกัน
เมื่อพลังอำนาจจากทั้งสองวงเวทผสานเข้าด้วยกัน
ผลลัพธ์ที่ได้มิได้ง่ายดายเพียงแค่ หนึ่งผสานหนึ่ง
เท่ากับสองเท่านั้น!
“เวทตะวันผลาญฟั้า!”
หนึ่งกระบี่สังหารโจมตีออกไป ปลดปล่อยเป็น
ปราณกระบี่อันไร้เปรียบหมุนวนก่อกำเนิดเป็นดวง
ตะวันอันร้อนแรง ผลาญทำลายพุ่งทะยานไปเบื้อง
หน้าอย่างบ้าคลั่ง ก่อรูปเป็นค่ายกลกระบี่ ทุก
วิถีทางที่เกลียวคลื่นแห่งปราณกระบี่ทอง
คำเพลิงโลกันต์ม้วนกวาดผ่าน จะทำให้มหาสมุทร
ที่เคยสงบนิ่งเบื้องล่างเดือดพล่านอย่างรุนแรง ชั่ว
พริบตานั้นเองการโจมตีซึ่งเปียมล้นไปด้วยพลัง
ทำลายล้างมหาศาลก็พุ่งปะทะเข้าใส่ มู่ หลิงเช่อ!
บนผืนห้วงมหาสมุทรกระบี่ไร้ต้าน ชั่วขณะที่การ
โจมตีกระพริบผ่านส่งผลให้คลื่นความร้อนแผ่
กระจายไปทั่ว ผิวมหาสมุทรที่เคยเงียบสงบเริ่ม
เดือดพล่านคายไอความร้อนออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“เวทจันทราเดียวดาย!”
ท่ามกลางปราณกระบี่เพลิงโลกันต์ อู่ อวี้ ได้
ปลดปล่อยการโจมตีออกไปอีกหนึ่งสาย มันคือ
ปราณกระบี่สีน้ำเงินอันเย็นยะเยือกจำนวน
มหาศาลแฝงเร้นอยู่ท่ามกลางรัตติกาลอันมืดมิด
เบียดเสียดกันหนาแน่น เฉกเช่นดั่งแสงจันทราลี้ลับ
พิศวงยามราตรี หลอมละลายอยู่ภายในปราณ
กระบี่กงล้อตะวันอันร้อนแรง ลึกลับไร้ตัวตนถักทอ
เป็นตาข่ายผืนยักษ์อยู่ภายใน!
กล่าวได้ว่า ชั่วขณะที่มหาวงเวทกระบี่ทั้งสองพุ่ง
โจมตีออกไป มันก็ห้อมล้อมร่างกายของ มู่ หลิง
เช่อ ไว้อย่างสมบูรณ์
ภายในค่ายกลกระบี่ มีดวงตะวันอันร้อนแรงอยู่
มากมายนับไม่ถ้วน ผสานกลมกลืนกับจันทรากระ
จ่างลอยลอยละล่องอยู่ภายใน ตะวันจันทราโคจร
หมุนวน พันธนาการมู่ หลิงเช่อไว้อย่างสมบูรณ์
ชั่วขณะต่อมามหาวงเวทกระบี่ทั้งสองก็พุ่งทะยาน
เข้าปะทะกัน!
ตูมตูมตูม!
เวทกระบี่กงล้อตะวันผลาญฟั้าระเบิดผลาญทำลาย
อย่างบ้าคลั่ง รัตติกาลสิ้นหวังเวทกระบี่จันทรา
เดียวดาย ตัดผ่านซ้อนทับปลดปล่อยพลังอำนาจ
อันน่าสะพรึงกลัว ในเวลาเดียวกันนั้น มู่ หลิงเช่อ
ซึ่งอยู่ภายในโลกแห่งกระบี่อย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่
ก่อนที่จะตกอยู่ภายในกับดักของ อู่ อวี้ นางยังคง
นิ่งงั้นมิทันได้มีปฏิกิริยาตอบสนอง บัดนี้นางได้เริ่ม
กลางม่านคุ้มกัน แต่มันก็สายไปเสียแล้ว การโจมตี
ของ อู่ อวี้ พุ่งทะยานอัดกระแทกกลืนกินม่านคุ้ม
กันอย่างบ้าคลั่ง!
สรรพสิ่งหวนกลับ บดขยี้ทำลายสิ้น!
เปรี้ยง!! ตูมตูมตูม!
อู่ อวี้ ตระหนักดีว่าการโจมตีครั้งนี้ของเขาสามารถ
สังหาร มู่ หลิงเช่อ ลงได้ อย่างไรก็ตามเขาไม่มีเหตุ
ให้ต้องทำเช่นนั้น ทว่าถึงแม้จะเป็นการโจมตีที่
หลีกเลี่ยงจุดตาย แต่มันก็ทำให้ มู่ หลิงเช่อ ได้รับ
บาดเจ็บอย่างสาหัส อย่างน้อยสุดปราณกระบี่โล
กันต์เพลิงผลาญก็กรีดเฉือนเข้าใส่ทั่วทั้งร่างของ
นาง ยิ่งไปกว่านั้นปราณกระบี่จันทราเดียวดายยัง
ทะลวงแทงเข้าสู่สรรพางค์กายของนาง ค่ายกล
กระบี่ตะวันจันทราตวัดฟันกรีดเฉือนทะลวงแทง
เข้าใส่ร่างของนางอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการบด
ขยี้ผลาญทำลายอย่างบ้าคลั่ง ชั่วพริบตานั้นเอง
กายเนื้อก็เริ่มหลุดลอกสูญสลาย เพลิงโลกันต์เผา
ผลาญลึกลงไปถึงกระดูก มู่ หลิงเช่อ ส่งเสียงกรีด
ร้องแหลมเล็กดังสะเทือนเลือนลั่นไปทั่วทั้งสวรรค์
และปฐพี เสียงนี้แสดงให้เห็นถึงความเจ็บปวด
ทรมานอย่างหาที่สุดไม่ได้
เนื่องจากทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป ทำให้ เสี่ยว
หวนซาน และพรรคพวกของมันยังมิทันได้
ตอบสนอง แม้กระทั่งรอยยิ้มเหยียดหยามบน
ใบหน้าของพวกมันยังแข้งค้างไปอย่างสิ้นเชิง ไม่
ทราบว่าการเปลี่ยนแปลงอันมหาศาลในชั่วพริบตา
นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า มู่ หลิงเช่อ ต้องได้รับบาดเจ็บ
สาหัสอย่างแน่นอน
ปราชัยอยู่ภายใต้เงื้อมมือของ อู่ อวี้
ชั่วขณะต่อมาพวกมันก็แสดงท่าทางตกตะลึงพรึง
เพริดออกออกมาถึงที่สุด คนทั้งห้ามิได้เอื้อนเอ่ย
วาจาใด ๆ พากันชักเอาศาสตราเต๋าเชื่อมจิต
ออกมาอย่างพร้อมเพียง ปลดปล่อยเคล็ดวิชาเต๋า
โจมตีเข้าใส่ อู่ อวี้ ทันที เนื่องจากพวกมันเป็น
ลูกหลานของผู้อาวุโสภายในนิกาย เช่นนั้นพลัง
อิทธิฤทธิ์ที่แสดงออกมา ย่อมบังเกิดเป็นพลัง
อำนาจอันน่าตื่นตะลึงอย่างยิ่ง
แน่นอนว่าเมื่อพวกมันร่วมมือกัน อู่ อวี้ ย่อมไม่ใช่
คู่มือ ดังนั้นเขาจึงทะยานออกไปในทันที ชั่วขณะ
ต่อมาก็มาก็ปรากฏกายอยู่เบื้องหน้า มู่ หลิงเช่อ
พร้อมทั้งนำเสาเก้าจัตุรัสสยบมารออกมา
แปรเปลี่ยนกลับคืนสู่รูปแบบของเสาทั้งเก้าต้น
สะกดข่ม มู่ หลิงเช่อ ไว้ในทันที กักขังนางอยู่
ภายใต้การควบคุมของตน ท่ามกลางเสาเก้าจัตุรัส
สยบมารทั้งเก้าต้น อู่ อวี้ เดินเข้าไปภายในด้วย
ท่าทางผ่อนคลาย เหยียดเมื่อไปคว้าจับคอของ มู่
หลิงเช่อ เอาไว้ จากนั้นก็ชูร่างของนางขึ้น
เมื่อมองดูสภาพของ มู่ หลิงเช่อ ในยามนี้ จะแล
เห็นได้ว่านางตกอยู่ในสภาพน่าอเนจอนาถอย่างยิ่ง
ทั่วทั้งร่างของนางเต็มไปด้วยรอยกรีดเฉือนจาก
ค่ายกลกระบี่ตะวันและจันทรา ถึงแม้นางจะ
พยายามฟืนฟูร่างกายกลับคืนมา แต่มันก็จะถูก
ค่ายลกระบี่ของ อู่ อวี้ หยุดยั้งไว้ทันที หากนาง
ปรารถนาจะฟืนฟูร่างกายกับมาอย่างสมบูรณ์ คง
ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักเพื่อขับไล่ค่ายกล
กระบี่ของ อู่ อวี้ ออกไปให้จงได้ หลังจากนั้นนาง
จึงจะสามารถฟืนฟูร่างกายกลับคืนมาได้อีกครั้ง
ใบหน้าของนางซีดเผือด ท่ามกลางรอยกรีดเฉือน
ทั่วทั้งร่างของนาง จะสามารถแลเห็นปราณกระบี่
ทองคำเพลิงผลาญ และปราณกระบี่ครามรัตติกาล
เย็นยะเยือก ที่กำลังกัดกินผลาญทำลายอย่างบ้า
คลั่งอยู่ภายในได้!
“อู่ อวี้วว…!” มู่ หลิงเช่อ พยายามต่อสู้ดิ้นรนจ้อง
มองดวงตามายัง อู่ อวี้ ร่างกายอันแสนเย้ายวน ที่
สวมใส่ชุดคลุมกระโปรงยาวร้อยบุปผา บัดนี้กำลัง
สั่นเทาอยู่ภายใต้เงื้อมมือของเขา ผสมปนเปไป
ด้วยความรู้สึกโกรธแค้น ไม่ยินยอม รวมถึงความ
หวาดกลัว
บัดนี้ อู่ อวี้ คือผู้กุมชะตาชีวิตของ มู่ หลิงเช่อ
ขณะที่คนทั้งห้าเข้าห้อมล้อมรอบกาย อู่ อวี้ ไว้
พวกมันก็ต้องหยุดอยู่แค่นั้นไม่อาจทำอะไรต่อได้อีก
นอกจากนี้ม่านคุ้มกันของเก้าจัตุรัสสยบมารก็ไม่ใช่
สิ่งที่พวกมันสามารถทะลวงฝั่าเข้าไปได้โดยง่าย
หากยังดึงดันต่อไป อาจทำให้ มู่ หลิงเช่อ ได้รับมา
เจ็บมากยิ่งขึ้น
” หากยินยอมเดิมพันก็จงเตรียมใจรับการสูญเสีย
เอาไว้ด้วย หากเป็นฝั่ายปราชัยก็จงน้อมรับต่อ
ชะตากรรมเสีย ถึงดิ้นรนไปก็เปล่าประโยชน์อยู่ดี”
อู่ อวี้ กระชากร่างของ มู่ หลิงเช่อ มาไว้ด้านหน้า
พร้อมกล่าวเน้นย้ำทีละคำข้างหูของนาง
ด้านนอกมีเสียงเซ็งแซ่ดังขึ้น ต่างคนต่างตะเบ็ง
เสียงสาปแช่งสาดใส่ อู่ อวี้ ด้วยโทสะ
“อู่ อวี้ เจ้ารีบปล่อยนางลงเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นเราจะ
ส่งเจ้าไปลงนรก!”
” มู่ หลิงเช่อ เป็นถึงบุตรีของ จอมกระบี่ชั่วฮวา กับ
จอมกระบี่หลี่หั่ว หากเจ้ากล้าทำร้ายนาง เจ้าไม่ได้
ตายดีแน่! ”
“อู่ อวี้ ความอดทนของพวกเรามีขีดจำกัด เจ้า
อย่าบังคับให้เราต้องลงมือสังหารเจ้า! ” เสี่ยว หวน
ซาน ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันขณะกล่าว
อู่ อวี้ กำลังบีบคอ มู่ หลิงเช่อ เอาไว้ ถึงแม้จะถูก
ข่มขู่สารพัด แต่เขาก็ยังคงเงียบเฉย ด้วยพลัง
ความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ ทำให้ มู่ หลิงเช่อ ไม่
สามารถขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้
” ข้าไม่อยากวุ่นวายสุงสิงกับพวกเจ้า เอาล่ะ… ใน
เมื่อยามนี้ มู่ หลิงเช่อ ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าอีกต่อไป
นางพ่ายแพ้ให้แก่ข้าเป็นที่เรียบร้อย ฉะนั้นก็จงทำ
ตามข้อตกลงที่ได้เดิมพันกันไว้ก่อนหน้า เอา เม็ด
ยาสร้างแกนนภา 20,000 เม็ด ส่งมาให้ข้าเดี๋ยวนี้
ซะดี ๆ ไม่เช่นนั้นข้าจะไม่ยอมปล่อยนางให้ได้รับ
อิสระเด็ดขาด ”
หลังจากกล่าวจบ อู่ อวี้ ได้เพิ่มแรงบีบขึ้นอีก
เล็กน้อย ส่งผลให้ มู่ หลิงเช่อ หายใจหายคอ
ลำบากติดขัดมากยิ่งขึ้น จนใบหน้าของนาง
เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ
” จะจ่ายหรือไม่จ่าย ? ” อู่ อวี้ ไม่อยากฉีกหน้า
สร้างความอัปยศให้แก่นางไปมากกว่านี้ ฉะนั้นเขา
จึงยื่นมือออกไปเพื่อทวงถาม
จากผู้ที่เคยกำชัยชนะ กลับกลายเป็นฝั่ายพ่ายแพ้
เสียเอง คาดว่าจิตใจของ มู่ หลิงเช่อ คงแตก
สลายไม่มีชิ้นดี ภาพความทรงจำเมื่อครั้งที่นางโยน
เม็ดยาสร้างแกนนภา ทิ้งไปสู่อาณาเขตกระบี่
สามัญ ช่างเป็นภาพที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก แต่สภาพ
ของนางยามนี้กลับไม่ต่างอะไรจากลูกไก่ในกำมือ
ของ อู่ อวี้ ที่เขาจะบีบก็ตายจะคลายก็รอด สำหรับ
นางแล้วมันช่างเป็นเรื่องที่อัปยศสิ้นดี ต้องตกเป็น
เบี้ยล่างไม่ต่างจากสุนัขจนตรอกเยี่ยงนี้ ทั้ง ๆ ที่
เมื่อคราหนึ่งนางนั้นสูงส่งสง่างามเฉกเช่นดั่ง
เทพธิดาบุปผาก็ไม่ปาน
เสี่ยว หวนซาน กับพรรคพวกแม้จะอยากก้าวไป
ด้านหน้าใจจะขาด แต่ทว่า มู่ หลิงเช่อ ยังคงตกอยู่
ในกำมือของ อู่ อวี้ ฉะนั้นในช่วงเวลานี้พวกมันไม่
มีหนทางเลือกอื่นใด
” แล้วเจ้าจะเสียใจ! ” ใบหน้าของ มู่ หลิงเช่อ
เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำมากขึ้นเรื่อย ๆ
” เจ้ามันบ้า!? ” นางรู้สึกไม่พอใจ อู่ อวี้ เป็นอย่าง
มาก ถุงจักรวาลที่นางแขวนไว้ที่เอว ได้ถูก อู่ อวี้
ดึงออกมา ถึงแม้จะมีวงเวทวางไว้อยู่เขาก็สามารถ
บดขยี้ทำลายมันได้อย่างง่ายดาย จากนั้นเขาก็รีบ
จัดแจงเปิดมันออก ทันทีที่ถุงจักรวาลถูกเปิดออก
เขาก็เห็นว่าด้านในนั้น อัดแน่นไปด้วยสมบัติล้ำค่า
มากมาย แต่เขาหาได้สนใจสิ่งของเหล่านี้ไม่ เขา
กลับมุ่งความสนใจไปที่ เม็ดยาปรานมรกต ซึ่งมีอยู่
ไม่น้อยทีเดียว หลังจากนั้นเม็ดยาปรานมรกต 200
เม็ด ก็ลอยออกมาจากถุงจักรวาลนาง แล้วลอยใน
ถุงจักรวาลของ อู่ อวี้
“ขอบคุณ” หลังจากรางวัลเดิมพันได้ตกอยู่ในมือ
ของตนเองแล้ว เขาก็หันมามอง มู่ หลิงเช่อ อย่าง
เยาะเย้ย เรื่องธรรมดาที่อีกฝั่ายจะมีโทสะประดุจ
ดังลาวาเดือด แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังถูกยับยั้งโดย อู่
อวี้ หลังจากได้รับสิ่งที่ต้องการแล้วเขาก็ยกมือขึ้น
พร้อมกับตบลงบนใบหน้าของนางฉาดใหญ่
ตามมาด้วยเสียง เพี๊ยะ!! ดังสนั่น จากนั้นก้กล่าว
ขึ้นว่า ” หากวันหน้าข้าได้พบเจอเจ้าอีก แล้วยังคิด
รังควานข้าไม่เลิกลา ข้าจะเอาเม็ดยาปรานมรกต
มาจากเจ้าซัก 100 เม็ด ”
หลังจากเขากล่าวเสร็จสิ้น พลังอันมหาศาลกับพุ่ง
ทะยานขึ้นอย่างฉับพลัน เขาใช้แรงทั้งหมดเหวี่ยง
มู่ หลิงเช่อ ไปยังทิศทางที่ไกลที่สุด มู่ หลิงเช่อ
กรีดร้องลั่นแล้วก็หายลับไปจากสายตาของทุกคน
พวกมันรู้เพียงว่านางถูกโยนไปยังท้องสมุทรอัน
ไกลโพ้น ใช้เวลาอีกนานกว่านางจะร่วงตกลงสู่ผืน
สมุทร
” จะไม่ไปช่วยนางหน่อยหรือ?” อู่ อวี้ ปรบมือ แล้ว
หันมาพูดกับ เสี่ยว หวนซาน แล พรรคพวกของ
มัน ซึ่งกำลังอยู่ในอาการตกตะลึงพรึงเพริด ด้วย
ความไม่อยากเชื่ออย่างที่สุด
” หรือ.. เจ้าอยากประลองกับข้า ? แต่ขอบอกไว้
ก่อน ข้าจะไม่สู้หากไม่มีการเดิมพัน ฉะนั้นหาก
พวกเจ้าไม่ว่าคนใดต้องการสู้กับข้าจะต้องมี เม็ด
ยาสร้างแกนลมปราณ 10,000 เม็ด เป็นการวาง
เดิมพัน” อู่ อวี้ เผชิญหน้ากับพวกมันท่าทีผ่อน
คลายสบายใจ
ในความเป็นจริงหากพวกมันคิดปิดล้อม อู่ อวี้ ก็
ยังคงมีหนทางหลบหนีได้อยู่ดี ซึ่งหากพวกมันมุ่ง
หมายทำร้าย อู่ อวี้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน
หลังจากที่เขาสามารถเอาชนะ มู่ หลิงเช่อ ได้ อู่
อวี้ ก็ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวพวกมันอีกต่อไป
” ฝากไว้ก่อนเถอะ แล้วจะได้เห็นดีกัน! ” เฉิน ฟูั่หยู
คืนสติจากการตกตะลึงเป็นคนแรก พร้อมกับรีบล่า
ถอยออกไป ด้วยเพราะรู้ดีว่ามันไม่ใช่คู่มือของ อู่
อวี้ จากนั้นมันก็กล่าวขึ้นอย่างรวดเร็วว่า ” ข้าจะ
ไปหาศิษย์น้องมู่ ”
เมื่อมันจากไป คนอื่น ๆ ก็ไม่อาจทนอยู่ได้ หลังจาก
นั้นพวกมันทุกคนรีบหา มู่ หลิงเช่อ ทันที
” อู่ อวี้ วันนี้เจ้ากล้ากระตุกหนวดราชสีห์ เจ้า
จะต้องพบเจอกับภัยพิบัติใหญ่หลวง แล้วสักวัน
หนึ่งจะต้องเสียใจ ที่ทำตัวหยิ่งจองหองไม่เห็นผู้ใด
อยู่ในสายตา! ” ในคำกล่าวสุดท้าย เสี่ยว หวนซาน
กัดฟันแน่นพร้อมกับแผดเสียงคำรามขึ้น
” เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ เป็นเพียงแค่เรื่องเล็กจ้อย
เท่านั้น เจ้าจงอย่าสำคัญตนเองผิดมากเกินไป พวก
เจ้าคือกลุ่มคนพ่ายแพ้ ยังคิดว่าตนเองจะได้รับการ
ยกย่องสรรเสริญอยู่อีกหรืออย่างไร ? ” อู่ อวี้ ยิ้ม
เล็กน้อย แต่ภายในหัวของเขามีความคิดอยู่
มากมายทั้งคืน ฉะนั้นเขาจึงไม่อยากใส่ใจกับคน
เหล่านี้
“หึ! ไอ้คนน่ารังเกียจ! ” เสี่ยว หวนซาน ก่นด่า
สาปแช่งออกมาอีกหนึ่งประโยค จากนั้นมันก็รีบเร่ง
ไปดูอาการบาดเจ็บของ มู่ หลิงเช่อ
หลังจากคว้าชัยชนะ ทำให้ อู่ อวี้ ได้รางวัลตอบ
แทนเป็นจำนวนมาก รางวัลเดิมพันครั้งนี้คือ เม็ด
ยาสร้างแกนนภา 20,000 เม็ด ซึ่งทำให้เขารู้สึก
อารมณ์ดีไม่น้อยทีเดียว หลังจากพวกมันจากไป
เขาก็หมกมุ่นครุ่นคิดว่าจะนำ เม็ดยาสร้างแกนนภา
20,000 เม็ด ไปใช้ หรือ ทำอะไรดี
” เหว่ยเอ๋อ มอบกระบี่คู่ให้ข้าเป็นของกำนัล พลัง
อำนาจของมันเรียกได้ว่าน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
แม้แต่ มู่ หลิงเช่อ ก็ต้องยอมสยบอย่างราบคาบ
เท่ากับว่าปัจจุบัน ข้ามีศาสตราสถิตวิญญาณสอง
ชิ้นแล้ว เช่นนั้นจึงสามารถแก้ไขปัญหานี้ไปได้
ชั่วคราว ”
“ตามแผนเดิมที่วางเอาไว้ ข้าควรไปแลกเปลี่ยน
เคล็ดวิชากระบี่ และต้องเป็นวิชาที่ทำให้มหาวง
เวทกระบี่ทั้งสองของข้า มีอำนาจทำลายล้างเพิ่ม
สูงขึ้นอีกด้วย ”
เมื่อพิจารณาถึงเรื่องนี้ เขาก็ได้กำหนดเปั้าหมาย
ใหม่ขึ้นในใจแล้ว
เขามองไปยังมหาสมุทรกระบี่ไร้ต้าน ทันใดนั้นก็ฉุก
คิดขึ้นมาได้ว่า ” จริงสิ! มหาสมุทรกระบี่ไร้ต้าน มี
หุ่นเชิดกระบี่อยู่จำนวนมาก เป็นสถานที่ที่สามารถ
ใช้ขัดเกลาเคล็ดวิชาเต๋าแหง่กระบี่ได้ หากข้า
แลกเปลี่ยนเคล็ดวิชากระบี่มาเมื่อไหร่ ข้าสามารถ
ใช้สถานที่แห่งนี้ ฝึกฝนขัดเกลาฝีมือให้เฉียบคม
มากยิ่งขึ้น ”
เมื่อสามารถวางเปั้าหมายทุกอย่างได้ เขาจึงคิดจะ
ออกจากที่นี่ เพื่อแลกเปลี่ยนเคล็ดวิชาเต๋ากระบี่
จากนั้นก็กลับเข้ามาฝึกฝนในมหาสมุทรกระบี่ไร้
ต้านอีกครั้ง
แต่เขาก็ยังติดปัญหาอยู่ข้อหนึ่ง นั่นก็คือตรากระบี่
ไร้ต้านแต่ละชิ้น สามารถใช้ได้เพียงปีละ 2 ครั้ง
เท่านั้น ซึ่งถ้าหาก อู่ อวี้ ออกไปตอนนี้ จะนับเป็น
1 ครั้ง ด้วยเหตุนี้เขาจึงเหลือโอกาสเข้ามาภายใน
มหาสมุทรกระบี่ไร้ต้าน อีกครั้งเดียวเท่านั้นในปีนี้
โชคยังดีที่ อู่ อวี้ ลองนับวันเวลาดูแล้ว ปรากฎว่า
อีกเพียง3เดือนเท่านั้นจะขึ้นปีใหม่ ฉะนั้นภายในปี
นี้เขายังมีโอกาสอยู่เต็มที่ อีกทั้งปีหน้าก็ยังสามารถ
เข้าได้ใหม่อีก ซึ่งหากว่าในวันนี้เขาจะออกไป
หรือไม่ ผลก็เท่าเดิม
” สำหรับตอนนี้ เรากลับไปที่อาณาเขตกระบี่แก่น
แท้ก่อนดีกว่า ”
ด้วยอุปนิสัยที่มั่นคงเด็ดเดี่ยวของ อู่ อวี้ หากคิดที่
จะกระทำสิ่งใดแล้ว ก็จะเร่งรีบปฏิบัติในทันที เขา
จึงไม่พูดพร่ำทำเพลงอันใดอีก พร้อมทั้งพุ่งทะยาน
ออกจาก มหาสมุทรกระบี่ไร้ต้าน นี้ทันที
เป็นเวลากว่าหลายปีแล้ว คาดว่าคงมีเพียง อู่ อวี้
คนเดียวเท่านั้นที่เข้ามาภายในมหาสมุทรกระบี่ไร้
ต้าน และยังไม่เคยเห็นแม้แต่เงาของหุ่นเชิดกระบี่
เลยแม้แต่ตัวเดียว ก็ตัดสินใจออกจากมหาสมุทร
กระบี่ไร้ต้านเสียแล้ว ช่างเป็นคนที่ใช้โอกาสหนึ่ง
ครั้งอย่างสิ้นเปลืองเสียจริง
แน่นอนว่า มีเพียง อู่ อวี้ คนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าการ
เข้าไปในครั้งนี้ไม่ได้สูญเปล่า ไม่เพียงแต่ได้ล้าง
ความอัปยศ แต่ยังได้รับกำไรมหาศาล บางทีหาก
อยู่ในมหาสมุทรกระบี่ไร้ตาน นานนับ 3 เดือน
เกรงว่าความสำเร็จคงไม่ได้เท่านี้
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ