กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 335 : เคล็ดวิชากระบี่แกนแทเซียนกําสรวล
เมื่ออยู่ภายใน มหาสมุทรกระบี่ไร้ต้าน จะไม่
สามารถใช้ยันต์สื่อสารติดต่อกันได้อย่างเด็ดขาด
เมื่อ อู่ อวี้ ออกจาก มหาสมุทรกระบี่ไร้ต้าน ก็เห็น
แผ่นยันต์แผ่นหนึ่งลอยคว้างอยู่บนอากาศแผ่น
ยันต์นี้มีขนาด 1 จั้ง จากนั้นมันก็บินเข้ามาอยู่ใน
มือของ อู่ อวี้
มันเป็นลายมือของ หนานกง เหว่ย
” พี่ชาย ท่านเข้าไปยังมหาสมุทรกระบี่ไร้ต้านแล้ว
หรือยัง ? แล้วท่านจะออกมาเมื่อไหร่ ? ไม่รู้ว่านาน
แค่ไหนท่านถึงจะได้เห็นยันต์นี้ ข้าจะทำเปั้าหมายที่
ท่านพ่อตั้งไว้ให้สำเร็จ เมื่อข้าทำสำเร็จแล้วข้าจะ
มาหาท่าน ไม่ต้องเป็นห่วง (ระหว่างนี้ข้าไม่อาจรับ
ตราประทับสื่อสารได้ ท่านไม่จำเป็นต้องตอบกลับ
ข้า) ”
” ข้าไม่รู้ว่า ภารกิจที่ เซียนกระบี่กุ้ยหยาง เตรียม
ไว้ให้นางคืออะไร ? ” เขาซูซันมีความลับอยู่
มากมายเสียเหลือเกิน อู่ อวี้ ไม่ใช่คนระดับสูง
ฉะนั้นเขาจึงไม่มีโอกาสล่วงรู้ได้
เมื่อเห็นข้อความเหล่านี้ ก็ยืนยันได้ว่า หนานกง
เหว่ย ยังคงห่วงใยถวิลหาในตัวเขา ทำให้เขารู้สึก
อารมณ์ดีอย่างยิ่ง หลังจากเก็บตราประทับสื่อสาร
เขาก็บินทะยานขึ้นไปยังเขาเชิงเทียนซูซัน ผ่าน
อาณาเขตกระบี่ปฐพี ผ่านอาณาเขตกระบี่แก่นแท้
เขาสู่อาณาเขตกระบี่โลกา จากนั้นก็มุ่งตรงไปยัง ‘
วิหารบัญญัติเต๋า ‘
สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว เขาเพิ่งเคยมา วิหารบัญญัติ
เต๋า เป็นครั้งแรก การตกแต่งของที่นี่คล้ายคลึงกับ
วิหารศาสตราเต๋า วิหารบัญญัติเต๋า ที่ตั้งอยู่ภายใน
อาณาเขตกระบี่โลกา มี ‘เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน’
อยู่ประมาณสองร้อยเล่ม ‘เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน’
มีระดับเหนือกว่า เคล็ดวิชาสร้างแกนนภา เคล็ด
วิชาแก่นแท้ฟั้าดิน คือเคล็ดวิชาที่เหล่าผู้อาวุโสตก
ผลึกความรู้สร้างเป็นเคล็ดวิชาขึ้นมา มันมีประวัติ
ยาวนานอีกทั้งยังล้ำลึกอย่างยิ่ง ผ่านการขัดเกลา
ส่งต่อมายังรุ่นสู่รุ่น กว่าจะสร้างเป็นวิชาเต๋าซึ่ง
เปียมล้นไปด้วยพลังมหัศจรรย์ขึ้นมา ซึ่ง อู่ อวี้ ยัง
ไม่มีความสามารถพอที่จะทำเช่นนี้ได้
” ผู้ที่จะสามารถฝึกฝน เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน ได้
นั้นจะต้องมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ใน ระดับตำหนักม่วง
ทะเลมรกต ทั้งยังต้องมีเข้าใจมากเพียงพอ ซึ่งถือ
ว่ายังห่างไกลจากระดับของเจ้าในตอนนี้ ข้าขอ
แนะนำให้เจ้าอย่าเพิ่งไปสนใจมัน” สาวกกระบี่
โลกาให้คำชี้แนะ
” อย่าได้ใส่ใจ หาได้มีอะไรไม่ ข้าเพียงแค่จะ
พยายามขบคิดไตร่ตรองดูก่อนก็เท่านั้น” อู่ อวี้
เดินวนดูรอบ ๆ เพื่อหาเล่มที่ถูกใจ แต่เนื่องจากว่า
‘ เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน ‘ มีเพียงแค่ 200 เล่ม
เท่านั้น ด้วยเหตุนี้เขาจึงใช้เวลาไม่นานมากนัก
” เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน ต้องมีความรู้แจ้งต่อ
สวรรค์และปฐพีอย่างสมบูรณ์ ซึ่งแม้แต่ มู่ หลิง
เช่อ ยังไม่อาจบ่มเพาะเคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดินได้
ถ้าหากนางฝึกฝนสำเร็จล่ะก็ พลังของนางจะต้อง
เหนือกว่าขีดจำกัดของข้าเป็นแน่แท้”
อู่ อวี้ ไม่ได้รีบร้อนแต่อย่างใด เขาเปิดดูเลือกเฟั้น
ตำราเล่นอื่น ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าตนเองเลือกสิ่งที่
เหมาะสมสำหรับตนเองมากที่สุด
เมื่อเห็นว่า อู่ อวี้ ต้องการจะแลกเปลี่ยน ‘ เคล็ด
วิชาแก่นแท้ฟั้าดิน ‘ จริง ๆ เหล่าสาวกกระบี่โลกา
หอบหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ มันแอบก่นด่า
สาปแช่งกันอย่างลับ ๆ ว่า ” ดูสิ… เห็นบุตรีเซียน
กระบี่ปรนเปรอเข้าหน่อย มันก็ใช้จ่ายอย่าง
สิ้นเปลืองสุรุ่ยสุร่าย ในคราแรกมันก็แลกเปลี่ยน
ศาสตราสถิตวิญญาณมา 2 ชิ้นแล้ว คราวนี้ยังคิด
จะแลกเปลี่ยน ‘เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน’ อีก ช่าง
น่าริษยายิ่งนัก ”
พวกมันยังคงจดจำได้ดี กว่าที่พวกมันจะก้าวเข้าสู่
ระดับกระบี่โลกา ได้นั้น ยากลำบากจนเลือดตา
แทบกระเด็น อีกทั้งยังใช้เวลาอีกนานหลายปี กว่า
จะมี ศาสตราสถิตวิญญาณ และ ฝึกฝนบ่มเพาะ ‘
เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน ‘ ได้ ดังนั้นพวกมันจึงอด
ริษยาไม่ได้
อู่ อวี้ กำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงภวังค์ แห่งการ
เลือกสรรและบทนำของ ‘เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน ‘
” เคล็ดวิชากระบี่เจ็ดดาราดูดวิญญาณ อาศัยการ
กระตุ้นพลังจากแกนกำเนิด ดึงดูดอำนาจแห่งดวง
ดารา หลอมรวมเป็นปราณกระบี่เจ็ดดาราดูด
วิญญาณ ไม่มีทางแตกดับ เป็นอมตะคงกระพัน!
เจ็ดดารามิอาจทำลาย ปราณกระบี่คงกระพัน”
เคล็ดวิชากระบี่เล่มนี้ทรงอานุภาพมาก แต่มันมี
ราคาค่างวดถึง 23,000 แต้มความสำเร็จ ซึ่งมันมี
ราคาสูงเกินกว่าที่ อู่ อวี้ จะสามารถแลกเปลี่ยนมา
ครอบครองของตนเองได้
“เคล็ดวิชากระบี่วิญญาณโลหิตสะบั้นใจ”
ควบแน่นวิญญาณโลหิต ถือเป็นวิถีทางที่โหดร้าย
อย่างยิ่ง ซึ่งเป็นแนวทางไม่ต่างจากผู้ฝึกตนนอกรีต
ไม่เพียงเป็นเคล็ดวิชาที่ไม่เหมาะกับ อู่ อวี้ แต่มัน
ยังมีราคาถูกอย่างยิ่ง มีราคาค่างวดอยู่ที่ 10,000
แต้มความสำเร็จ
ในที่สุดเขาก็ได้ดู ‘ เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน ‘ จน
ครบ 200 เล่ม ในช่วงเวลานี้เขากำลังชั่งใจถึงข้อดี
ข้อเสีย รวมถึงวิชาที่มีความคุ้มค่ามากที่สุด เคล็ด
วิชากระบี่ที่เขาให้ความสนใจมากที่สุด คือวิชาที่
เน้นไปที่การเผด็จศึกศัตรู
” เคล็ดวิชากระบี่แก่นแท้เซียนกำสรวล มีราคาค่า
งวดอยู่ที่ 19,000 แต้มความสำเร็จ”
เคล็ดวิชากระบี่แก่นแท้เซียนกำสรวล หลัก ๆ อยู่ที่
คำว่า ‘กำสรวล’
ก่อนจะบรรลุถึงอาณาจักร ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ
จิตวิญญาณจะไม่สามารถแยกออกจากกายเนื้อได้
สามารถรับรู้ได้ถึงการดำรงอยู่ แต่ไม่สามารถ
มองเห็น ไม่อาจสัมผัส สิ่งนี้ถูกเรียกว่าความเข้าใจ
รู้แจ้งในเต๋า ท่ามกลางจิตวิญญาณซ่อนเร้น มีคำ
กล่าวที่ว่าจิตวิญญาณไม่มีวันดับสูญ มันมีชีวิตอยู่
อันเป็นนิรันดร์ เสมือนดั่งเช่น หมิงซวง ในยามนี้
เป็นจิตวิญญาณที่ไม่มีวันดับสูญ ซึ่งถูกดูดกลืนเข้า
มาอยู่ภายในพลองสมปรารถนา
มีข่าวลือว่า เคล็ดวิชากระบี่กำสรวล สามารถสยบ
จิตวิญญาณได้ หรืออาจสังหารได้เลยทีเดียว เมื่อ
ฝึกฝนบ่มเพาะเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ก็จะสามารถถอด
จิตไปสังหารศัตรูได้ แม้ว่าจะอยู่ในระดับที่ตื้นเขิน
ก็ยังสามารถสร้างความเสียหายร้ายแรงให้แก่ศัตรู
ได้
ที่สำคัญก็คือ ‘เคล็ดวิชากระบี่แก่นแท้เซียน
กำสรวล’ เมื่อโจมตีออกไปแล้ว ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่
ไม่อาจต้านทานได้ แลพึ่งพาได้เพียงความ
แข็งแกร่งของจิตวิญญาณเท่านั้น
แน่นอนว่าพลังกำสรวลของมันนั้น มีศักยภาพ
สูงส่งน่าสะพรึงกลัวยิ่ง นอกจากนี้มันยังเป็นส่วน
หนึ่งของเคล็ดวิชากระบี่ แลเคล็ดวิชาอีกส่วนหนึ่ง
คือ ปราณกระบี่ที่สามารถฉีกกระชากกายเนื้อของ
ศัตรูได้ หากคู่ต่อสู้สามารถสกัดกั้นปัดปั้องปราณ
กระบี่นี้ได้ จะทำให้พลานุภาพของมันลดทอนลง
ถึงกระนั้น มันก็ถือเป็นเคล็ดวิชาเต๋ากระบี่ที่น่า
สะพรึงกลัวอย่างยิ่ง!
หลังจากศึกษาอย่างรายละเอียดที่ถี่ถ้วน อู่ อวี้ จึง
ตัดสินใจแลกเปลี่ยน ‘เคล็ดวิชากระบี่แก่นแท้เซียน
กำสรวล ‘ ท่ามกลางสายตาริษยาของสาวกกระบี่
โลกา จากนั้นเขาก็เดินออกจากที่นี่โดยไม่เอื้อนเอ่ย
ถ้อยคำใด
หลังจากศึกษาตำราอยู่ภายใน ถ้ำเทียมฟั้า ได้
ประมาณ 2 – 3 วัน หลังจากทำความเข้าใจแล้ว
เริ่มฝึกฝนบ่มเพาะมาได้ประมาณหนึ่ง เขาก็คิดว่า
จะกลับเข้าไปยังมหาสมุทรกระบี่ไร้ต้านอีกครั้ง
” หุ่นเชิดกระบี่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณ ฉะนั้น เคล็ดวิชา
กระบี่แก่นแท้เซียนกำสรวล ไม่น่าจะมี
ประสิทธิภาพกับมัน นี่คงเป็นจุดอ่อนของเคล็ดวิชา
เต๋ากระบี่นี้ แต่ถ้าหากใช้เคล็ดวิชานี้โจมตีสิ่งมีชีวิต
ที่มีจิตวิญญาณ พลังของมันก็จะมหาศาลอย่างยิ่ง”
” แต่ด้วยเพราะมันไม่มีจิตวิญญาณนี่แหละ เราจึง
สามารถใช้มันฝึกฝนได้ครั้งแล้วครั้งเล่า หากไป
ทดลองมันกับผู้ฝึกตนทั่วไปแล้วก็ เป็นไปได้ว่าข้า
อาจพลาดพลั้งใช้ ‘เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน’ สังหาร
คนผู้นั้นลงได้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหายุ่งยาก
ตามมาในภายหลัง คาดว่าคงต้องใช้เวลาอีกสักพัก
ถึงจะสามารถควบคุมพลังของ ‘ เคล็ดวิชาแก่นแท้
ฟั้าดิน ‘ ได้ ”
หลังจากดูรายละเอียดคร่าว ๆ อู่ อวี้ ก็ค้นพบว่า ‘
เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน ‘ ระดับความยากของการ
ฝึกฝนถือว่าสูงมากทีเดียว แม้แต่ตัวเขาเองก็ยัง
แอบสงสัยว่าหากไม่มี มหาสมุทรกระบี่ไร้ต้าน เขา
จะสามารถฝึกฝนมันได้เมื่อใด
หลังจากกลับเข้ามาใน มหาสมุทรกระบี่ไร้ต้าน อีก
ครั้ง เขาก็ไม่เห็นพวกมันแล้ว ไม่รู้ว่าพวกมันเดิน
เข้าไปในส่วนลึก หรือ จากกันไปหมดแล้ว อู่ อวี้
เดินออกมาจากกระท่อมไม้เพียงลำพัง จากนั้นก็
เดินเข้าไปในส่วนลึกของ มหาสมุทรกระบี่ไร้ต้าน
ผืนมหาสมุทรใต้ฝั่าเท้าของเขาสงบนิ่งไร้ระลอก
คลื่น หมู่เมฆหมอกบนท้องนภาลอยละล่อง
แปรเปลี่ยนกลายเป็นรูปลักษณ์ของกระบี่อยู่ใน
เนือง ๆ
ท่ามกลางความเวิ้งว้างอันกว้างใหญ่ไร้สิ้นสุด อู่
อวี้ ค่อย ๆ ก้าวเหยียบลงไปบนผิวมหาสมุทร ทุก
สรรพสิ่งที่ถูกบันทึกไว้ใน เคล็ดวิชากระบี่แก่นแท้
เซียนกำสรวล เขาได้จดจำพวกมันจนขึ้นใจนาน
แล้ว สิ่งสำคัญสุดในตอนนี้ก็คือ การทำความเข้าใจ
แก่นวิชาเต๋ากระบี่นี้ให้จงได้
เพื่อโจมตีเข้าใส่จิตวิญญาณของผู้อื่น ผู้ฝึกฝน
จำเป็นต้องตระหนักถึง การดำรงอยู่ของจิต
วิญญาณของตนเองให้ได้เสียก่อน จำต้องสัมผัสแล
รู้สึกได้ถึงมันอย่างลึกซึ้ง
หลายครั้งหลายครา ที่ผู้ฝึกตนต้องพบเจออุปสรรค
ปัญญา ซึ่งทำให้ต้องรีดเฟั้นมันสมอง ขบคิดหา
วิธีแก้ไขอย่างหนักหน่วง บางครั้งบางคราอาจทำ
สำเร็จได้อย่างง่ายดาย แต่บางครั้งก็ไม่บรรลุผล
อันที่จริงแล้วคำตอบที่ค้นหา สามารถพบเจอได้
จากการใช้ชีวิตปกติในทุก ๆ วัน
เขาปรารถนาจะรู้แจ้งใน ‘เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน’
ซึ่งแน่นอนว่ามันต้องใช้ปัญญาอันลึกล้ำอย่างยิ่ง
หาก อู่ อวี้ ฝึกตนบำเพ็ญเพียรไปได้มากเท่าไหร่ ก็
ยิ่งรู้แจ้งได้มากขึ้นเท่านั้น การทำความเข้าใจใน
เคล็ดวิชานี้ เมื่อเทียบกับกับความแข็งแกร่งด้าน
กายเนื้อของเขาแล้ว มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไป
กว่ากัน
บางทีอาจเป็นเพราะมรดกแลอิทธิพลจากฉีเทียน
ต้าเซิ่น ทำให้ยามนี้เขาเพ่งความสนใจไปที่ภาพจำ
ในหัวใจวานร เมื่อจมลึกลงไปในห้วงภวังค์แห่งจิต
อู่ อวี้ สามารถแลเห็นได้ว่าท่ามกลางเพลิงสีทองที่
กำลังลุกโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง มีราชาวานรผู้
เกรียงไกรกำลังยืนอยู่ ทั่วทั้งสรรพางค์กาย
แม้กระทั่งเส้นขน ต่างประกอบไปด้วยเต๋าไร้สิ้นสุด
เส้นขนแต่ละเส้นต่าง เปียมล้นไปด้วยเต๋าที่
แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หากนำมาเปรียบเทียบกับ
ความรู้แจ้งในเต๋า การยกระดับปรับแต่งแกน
นภาาของ อู่ อวี้ ยามนี้ อาจกล่าวได้ว่าเขานั้นยัง
ห่างชั้นกับเส้นขนแต่ละเส้นอย่างเทียบกันไม่ติด
แน่นอนว่าการบำเพ็ญ ‘เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน’
นั้นยากเย็นแสนเข็ญ เสียยิ่งกว่าการทำพันธะ
สัญญากับศาสตราสถิตวิญญาณ ทว่า อู่ อวี้ ก็หา
ได้รีบร้อน เนื่องจากภายในเส้นทางแห่งการฝึกตน
นี้ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการควบคุมจิตใจอันร้อนรน
เอาไว้ให้ได้ ส่วนห้วงอารมณ์แห่งความรุนแรงดุดัน
บางคราก็สามารถนำมาใช้ได้แค่ระหว่างการต่อสู้
เพียงเท่านั้น
จิตใจสงบนิ่ง สอดคล้องเปลี่ยนผันไปตามวิถีแห่ง
เต๋า
” วงจรวิถีฟั้า วิญญาณไม่อาจดับสูญ ”
” ก่อนกายเนื้อคือ วิญญาณ ”
“ สามจิต เจ็ดวิญญาณ จึงถือเป็นรากฐานแห่ง
มนุษย์ เจตจำนงแห่งจิตวิญญาณ ตั้งอยู่ภายใน
ตำหนักความทรงจำ นำพาวิญญาณควบคุมกาย
เนื้อ ”
“ พื้นพิภพเสมือนดั่งทะเลทุกข์ไร้ขอบเขต กายเนื้อ
คือนาวา จิตวิญญาณดั่งมนุษย์ยืนอยู่บนนาวา เมื่อ
นาวาล่มสลายจิตวิญญาณก็แตกดับ ร่วงหล่นลงสู่
ห้วงอเวจีหมื่นชั้น ”
ถ้อยคำอันล้ำลึกเหล่านี้ เกรงว่าคงต้องรอให้เขาตก
ตายไปก่อน ถึงจะสามารถรู้แจ้งได้อย่างแท้จริง
บางทีการตกอยู่ในช่วงวิกฤตแห่งความเป็นความ
ตาย อาจทำให้เขาเข้าใจมันมากขึ้น
ผ่านไปครึ่งวัน ‘เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน’ มีความ
คืบหน้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากยังมีอีก
หลายส่วนที่เขายังมิได้ไตร่ตรองทำความเข้าใจ
อย่างไรเสียการที่ อู่ อวี้ ยืนอยู่บนผิวมหาสมุทรนี้
ทำให้เขาได้เผชิญหน้ากับหุ่นเชิดกระบี่ตัวแรก ซึ่ง
เขาก็พยายามครุ่นคิดอย่างหนัก เนื่องจากสิ่งที่อยู่
เบื้องหน้าท่ามกลางผิวมหาสมุทรยามนี้ก็คือ หุ่นที่
ถูกหลอมสร้างขึ้นมาจากโลหะกล้าอย่างสมบูรณ์
มันกำลังค่อย ๆ เคลื่อนขึ้นมาจากวารีอย่างช้า ๆ
เสียง ซ่า! ดังขึ้นตามมาด้วยคลื่นสมุทรสาดกระเซ็น
ตกลงสู่ผืนมหาสมุทร อย่างไรก็ตามหลังจากคลื่น
สมุทรร่วงหล่นลงไปแล้ว พื้นผิวมหาสมุทรก็ยังคง
สงบนิ่ง ไร้ระลอกคลื่นเหมือนเช่นเคย
อู่ อวี้ จับจ้องไปที่มันอย่างพินิจพิเคราะห์ หุ่นเชิด
กระบี่ตนนี้นอกจากร่างกายที่ถูกหลอมสร้างขึ้นมา
จากเหล็กกล้า ซึ่งเป็นสมบัติวิเศษแล้ว ส่วนอื่น ๆ
ก็ดูเสมือนดั่งมนุษย์อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น ตา หู
จมูก และ ริมฝีปากที่ไม่ใหญ่มาก มันสวมใส่ชุด
เกราะนักรบทับตัว
แน่นอนว่า สิ่งที่งดงามมากสุดบนร่างกายของมันก็
คือ วงเวทย์ โดยเฉพาะ ‘วงเวทย์หุ่นเชิด’ บน
บริเวณทรวงอกถือเป็นแกนหลัก ได้ปรากฏเวทย์
ผนึกซึ่งมีความสลับซับซ้อนอย่างยิ่ง มันเปรียบเช่น
ดั่งเป็นใจกลางแห่งขุมพลัง พื้นที่โดยรอบเต็มไป
ด้วยวงเวทย์ศาสตราเต๋าขนาดเล็ก ปกคลุมหน้าอก
ขนาดใหญ่ของมันจนมิด แม้แต่ดวงดาราจุดเล็ก ๆ
ที่อยู่บนร่างของหุ่นเชิดกระบี่ ก็ยังมีวงเวทย์อัด
แน่นอยู่กว่าประมาณ 100 วง
ยามนี้วงเวทย์ศาสตราเต๋ากำลังทำงาน ดูดกลืน
พลังฟั้าดินแห่งสวรรค์แลปฐพี ส่งผลให้มันมีพลัง
พุ่งทะลักออกมาอย่างหนาแน่นเข้มข้นไร้สิ้นสุด
เป็นวงเวทย์ที่จัดเรียงไว้อย่างสมบูรณ์ไร้ที่ติ ตรา
ประทับด้านบนส่องแสงกระพริบวิบวับ สีสัน
หลากหลายดูเร้นลับพิศวง เป็นครั้งแรกที่ อู่ อวี้ ได้
พบเจอกับผลงานของ จอมกระบี่ซวนจี การตก
ตะลึงจึงเป็นเรื่องธรรมดาสามัญอย่างยิ่ง เมื่อได้พบ
เห็นงานศิลปะชิ้นเอกอยู่ตรงหน้าเช่นนี้ จากผลงาน
ศิลปะชั้นเลิศที่ได้เห็น บ่งบอกได้ว่า จอมกระบี่ซวน
จี นั้นมีความรู้แจ้งในวิถีเต๋าของตนเองมากเพียงใด
” กล่าวได้ว่า ท่ามกลางวงเวทย์ แห่งสวรรค์และ
ปฐพี นี่คือวงเวทที่ถูกสร้างสรรค์ออกแบบมาได้
อย่างสลับซับซ้อนประณีตบรรจงมากที่สุด!”
” คาดว่าวิถีเต๋าของ จอมกระบี่ซวนจี คงเปียมล้น
ด้วยประสบการณ์ที่อัดแน่น ไร้ที่ติไม่มีข้อบกพร่อง
แม้แต่น้อย บางทีวิถีแห่งศิลปจมีนัยยะแฝงซ่อนเร้น
อยู่ อีกทั้งมันยังต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน เต๋า อย่าง
แนบแน่น”
เป็นเหตุผลว่าเพราะเหตุใดผู้แข็งแกร่ง ถึงได้เป็นผู้
ชอบธรรม
หุ่นเชิดกระบี่ที่อยู่ด้านหน้า ถือเป็นสิ่งที่กระตุ้น
เตือน อู่ อวี้ ครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ อู่ อวี้
แลเห็น กระบี่ในมือของหุ่นเชิดกระบี่ชี้มาที่ อู่ อวี้
ด้วยท่าทางเผยให้เห็นถึงความลึกล้ำอย่างยากแท้
จะหยั่งถึง นอกจากนี้หุ่นเชิดกระบี่ยังสามารถพูดได้
ด้วย มันกล่าวขึ้นว่า ” ภารกิจที่ จอมกระบี่ซวนจี
มอบหมายให้ข้า คือการเป็น ‘ผู้พิทักษ์วารี’ โปรด
ชี้แนะด้วย”
ช่างน่าสนใจยิ่งนัก
อันที่จริงแล้วการเผชิญหน้ากับหุ่นเชิดกระบี่ หาได้
แตกต่างจากการเผชิญหน้ากับมนุษย์ด้วยกันแต่
อย่างใด
มือข้างขวาของ อู่ อวี้ ถือจับ ‘กระบี่กงล้อตะวัน
ผลาญฟั้า’ เขาเลือกใช้กระบี่กงล้อตะวันผลาญฟั้า
เผชิญหน้ากับ ‘ผู้พิทักษ์วารี’ พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า
” ข้า อู่ อวี้ สาวกระดับกระบี่แก่นแท้ โปรดชี้แนะ!
”
บัดนี้ไม่ต้องสุภาพกันอีกต่อไป ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็
รู้สึกว่ากลิ่นอายพลังฟั้าดินทะยานสูงขึ้นถึง 10 เท่า
ฉับพลันตรงด้านหน้าก็บังเกิดเสียงหวีดหวิวหมุน
วนอยู่โดยรอบ ผิวทะเลที่เคยสงบนิ่ง ทันใดนั้นก็
เกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรง บังเกิดเป็นพลังอำนาจ
พลิกน้ำคว่ำสมุทร ณ บัดนี้ มหาสมุทรได้กลับ
กลายเป็นมังกรพิโรธ ขดพันอยู่รอบตัว ‘ผู้พิทักษ์
วารี’ จับจ้องมองมายัง อู่ อวี้ ดั่งพยัคฆ์ที่พร้อมจะ
ตะครุบเหยื่อ
เวทย์ผนึกที่อยู่บนหุ่นเชิดกระบี่ ส่วนใหญ่แล้ว
เกี่ยวข้องกับวารี
หนึ่งในเวทผนึกแปลงกายที่อยู่บนร่างของมัน เริ่ม
หมุนวนทำงานทำให้ยามนี้ร่างกายของ ‘ผู้พิทักษ์
วารี’ ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ขนาดของมัน
เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 3 เท่า บัดนี้ร่างกายของมัน
ใหญ่โตเฉกเช่นดั่งยักษาก็มิปาน ยืนตระหง่านขวาง
หน้า อู่ อวี้ แม้ใบกระบี่ก็ขยายใหญ่โตขึ้นมาก
เมื่อเวทย์ผนึกที่อยู่ถัดไปเริ่มทำงาน การโจมตีก็
กำลังบังเกิดขึ้น
จากการคาดเดารูปแบบของมันดูคล้ายคลึงกับ วง
เวทย์ตะวันผลาญฟั้า
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ