กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 343 : เขาหยินหยาง
บัดนี้ มู่ หลิงเช่อ อยู่ในอ้อมแขนของ เปั่ยซาน ม่อ
นางได้รับบาดเจ็บสาหัส ร่างกายชุ่มโชกไปด้วย
เหงื่อ ราวกับว่านางกำลังอยู่ในฝันร้ายซ้ำแล้วซ้ำ
อีก ต่อมา เปั่ยซาน ม่อ ก็ได้มอบนางที่อยู่ในอ้อม
แขนให้แก่ หลี่ ชูเสวี่ย พร้อมจ้องมอง อู่ อวี้ ด้วย
สายตาอันแดงก่ำซึ่งเปียมด้วยโทสะ
” ดูเหมือนว่าเขายังอ่อนเยาว์นัก อารมณ์ถึงได้ผัน
ผวนแปรปรวน ประเดี๋ยวโทสะก็คงทุเลาเบาบาง
หายไปเอง ” อู่ อวี้ คิดอยู่ในใจ
อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อ เปั่ยซาน
ม่อ ก็สามารถควบคุมสีหน้า ให้กลับสู่สภาพปกติได้
อย่างรวดเร็ว ไม่นานนักมันก็สงบลง จากนั้นก็
ประสานมือคารวะกล่าวกับ อู่ อวี้ ขึ้นว่า ” ข้าไม่
คิดว่าเจ้าจะมีความสามารถอย่างแท้จริง เรื่องราว
ก่อนหน้านี้ขอเจ้าอย่าถือสาลืมมันไปเสีย นับจากนี้
ข้าจะไม่หยุดเจ้าอีก”
อันที่จริงแล้วโทสะของมันท่วมท้นถึงขีดสุด จน
อยากจะคลุ้มคลั่งเสียให้ได้ มันแทบจะอดไม่ไหวที่
จะเฉือนหนังหักกระดูกของ อู่ อวี้ แต่มันก็จำต้อง
ข่มจิตใจให้สงบลง แล้วคอยเฝั้ารอเวลาชำระบัญชี
แค้น พร้อมกับดอกเบี้ยทบต้นทบดอก
” กล่าวได้ว่า ด้วยความช่วยเหลือของ จักรพรรดิ
กระบี่สวรรค์คราม เป็นเรื่องยากที่จะจัดการกับ
เปั่ยซาน ม่อ” อู่ อวี้ รู้สึกราวกับว่า ตนเองกำลัง
พบเผชิญกับศัตรูที่ร้ายกาจ ในระหว่างที่ฝีมือของ
เขาพัฒนารุดหน้า ฝีมือของมันกลับก้าวรุดหน้าเสีย
ยิ่งกว่าตัวเขา!
“พี่ชาย” หนานกง เหว่ย ยิ้มอย่างร่าเริงมีความสุข
ท่ามกลางสายตาของทุกผู้คน นางเอื้อมมือออกไป
ออกกอดเอวของ อู่ อวี้ อย่างแนบชิดแล้วกล่าวขึ้น
ว่า ” เยี่ยมยอดไปเลย ข้ากับท่านจะได้ไม่ต้องเจอะ
เจอกับเรื่องน่าเบื่อแบบนี้อีก”
เมื่อสถานการณ์ได้กลับกลายเป็นเช่นนี้ แม้แต่
หัวหน้ากลุ่มอย่าง หลี่ ชูเสวี่ย ก็ยังรู้สึกสลดหดหู่ใจ
อย่างยิ่ง แม้ เปั่ยซาน ม่อ ไม่อยากเชื่อ แต่ภาพที่
เห็นก็ยากที่จะปฏิเสธได้ว่า บัดนี้ มู่ หลิงเช่อ พ่าย
แพ้ให้แก่ อู่ อวี้ ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้
ฉะนั้นแล้ว เปั่ยซาน ม่อ จำเป็นต้องยอมรับอย่าง
ไม่อาจบิดพริ้วได้อีก นางจึงได้แค่นเสียงออกมา
พร้อมรอยยิ้มที่แจ่มใสเลือนหายไปจากใบหน้า
เหลือเพียงความเรียบเฉยเย็นชา หลังจากนั้นนางก็
ได้เดินไปอยู่ด้านข้าง เปั่ยซาน ม่อ พร้อมกับ
กระซิบอะไรบางอย่าง
เมื่อข้อตกลงของทั้งสองฝั่ายจบสิ้น แม้สาวกหลาย
คนยังคงตกตะลึงกับอาการบาดเจ็บสาหัสของ มู่
หลิงเช่อ แต่ก็พร้อมจะเดินทางต่อ
เนื่องจากว่าทุกคนที่นี่ล้วนมีศักดิ์ฐานะสูงส่ง จึงไม่
จำเป็นต้องผ่านประตูหลัก แต่สามารถบินผ่านมัน
ไปได้โดยตรง แต่ด้วยการที่นี่เป็นภารกิจลับ จึงต้อง
ใช้ความเงียบและรัดกุมมากที่สุด
หลังเดินทางออกจากซูซัน มู่ หลิงเช่อ ก็เริ่มรู้สึกตัว
ฟืนคืนสติหลังจากตื่นขึ้นมา นางยังคงรู้สึกเจ็บ
แปล๊บที่ศีรษะ แต่เมื่อได้ยินเสียงของ หนานกง
เหว่ย กับ อวี้ พูดคุยหยอกล้อหัวเราะคิกคักอยู่
ด้านหลังแต่ หลี่ ชูเสวี่ย กลับคนอื่น ๆ หาได้แสดง
ท่าทีไม่พอใจอันใดออกมาแม้แต่น้อย เมื่อนางรู้ว่า
ไม่อาจกำจัดเขาออกไปให้พ้นทางได้ จิตใจของนาง
จึงรู้สึกเจ็บปวด ปันปั่วนสับสนอย่างที่สุด แม้นาง
มองไปที่ อู่ อวี้ ด้วยดวงตาเลื่อนลอย แต่ภายใน
หัวใจก็สั่นสะท้านหวาดกลัวอย่างช่วยไม่ได้ มัน
เป็นความเจ็บปวดที่มิอาจจับต้องได้ อาการ
บาดเจ็บของนางนั้นสาหัสมากเกินไปทั้งใจและกาย
” เห็นได้ชัดว่า อู่ อวี้ ฝึกฝน เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้า
ดิน สำเร็จแล้ว อีกทั้งยังสามารถควบคุมใช้งาน
ความสามารถของ ศาสตราสถิตวิญญาณ กับ
เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน ได้อีกด้วย! เท่ากับว่าพลัง
ฝีมือของมันในตอนนี้ ไม่ได้แตกต่างจากระดับ
ตำหนักม่วงทะเลมรกต! ”
ยิ่ง มู่ หลิงเช่อ ได้ยินว่าตนเองถูกหยิบยกนำมา
เปรียบเทียบกับเขามากขึ้นเท่าไหร่ นางก็ยิ่งรู้สึก
หมดหวังมากขึ้นเท่านั้น นางคิดว่าชั่วชีวิตนี้คงไม่มี
โอกาสได้ล้างอาย ลบล้างความอัปยศที่ตนเอง
ได้รับ
” อย่างไรเสียเหนือยอดภูเขาก็ยังมีท้องฟั้า ถึงแม้ อู่
อวี้ จะมีฝีมือสูงส่ง แต่ไม่ช้าก็เร็วมันต้องถูก เปั่ย
ซาน ม่อ สังหาร ถึงแม้ เปั่ยซาน ม่อ ผู้นี้จะยังดู
อ่อนเยาว์ แต่แท้จริงแล้วจิตใจของเขานั้นหนัก
แน่นดุจหินผา!” เมื่อได้ยินการพูดคุยเปรียบเทียบ
ความน่ากลัวระหว่าง เปั่ยซาน กับ ม่อ มู่ หลิงเช่อ
ทำให้นางยิ่งต้องระมัดระวังมากยิ่งขึ้น หลังจากนั้น
นางก็ฟืนคืนสติตื่นขึ้นมาอย่างเงียบๆ แม้ศรีษะของ
นางยังคงเจ็บปวดอย่างยิ่ง ถึงกระนั้นนางก็ยังคงดึง
ดันยืนกรานจะติดตามกลุ่มมาด้วย
กลุ่มคนหลายคน ได้ขี่กระบี่บินลัดเลาะแหวกฝั่า
ม่านเมฆาอย่างเงียบ ๆ โดยมุ่งหน้าไปยังทางทิศ
ตะวันออกเฉียงเหนือของซูซัน ซึ่งเป็นทิศทางที่จะ
ไปยัง ห้วงทะเลปีศาจอนันต์ …
เมื่อรู้ดังนั้น อู่ อวี้ จึงกล่าวกับ หนานกง เหว่ย ว่า
” ให้สาวกระดับกระบี่สวรรค์บอกหน่อยได้หรือไม่
ว่าให้เรามาทำภาระกิจอันใดกันแน่ ? ”
” อื้ม ” หนานกง เหว่ย ก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมา
ได้ จากนั้นนางกับ อู่ อวี้ ก็เร่งความเร็วเพิ่มขึ้นจาก
เดิมสองถึงสามเท่า เพื่อไปเทียบข้าง หลี่ ชูเสวี่ย
แล้วนางก็กล่าวขึ้นว่า ” หลี่ ชูเสวี่ย ท่านยังไม่ได้
บอกเล่าละเอียดเกี่ยวกับภารกิจนี้ ข้าไม่อยากงม
โข่งโดยไม่ล่วงรู้อะไรเลยเช่นนี้”
อันที่จริงนางจะต้องรู้รายละเอียดตั้งแต่ ถ้ำเทียม
ฟั้า หากไม่ได้ อู่ อวี้ ท้วงถาม นางก็คงลืมเสียสนิท
ไปแล้ว
หลี่ ชูเสวี่ย ไม่กล้าคัดค้าน นางจึงชะลอความเร็ว
ลงจากนั้นก็กล่าวขึ้นว่า ” ตำแหน่งของการปฏิบัติ
ภารกิจนี้คือ เขาหยินหยาง”
หากไม่กล่าวถึงเจตนาแท้จริงของภารกิจในครั้งนี้
คงต้องกล่าวว่า พวกเหล่าผู้อาวุโสต้องการให้หนุ่ม
สาวกลุ่มนี้ ได้พบเจอกับประสบการณ์ที่แท้จริงด้วย
ตนเอง หากพวกเขาจะต้องฝึกตนอุดอู้อยู่แต่
ภายในนิกายเซียนไปจนตราบชั่วชีวิต อนาคตของ
พวกเขาคงไม่อาจเติบโตพัฒนาได้ดี หากขาด
ประสบการณ์ต่อสู้ที่แท้จริง รวมถึงความสามารถ
ในการจัดการกับปัญหาเฉพาะหน้าต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
ด้วยเหตุนี้เหล่าผู้อาวุโสจึงคิดภารกิจนี้ขึ้นมา
เมื่อคนสำคัญอย่าง เปั่ยซาน ม่อ กับ หนานกง
เหว่ย ออกจากนิกายเซียนซูซัน อู่ อวี้ ก็ล่วงรู้ดีว่า
จะต้องมีองครักษ์ฝีมือดีคอยคุ้มครองพวกเขาอยู่
ลับ ๆ ฉะนั้นหัวหน้าอย่าง หลี่ ชูเสวี่ย ซึ่งอยู่ใน
ระดับกระบี่สวรรค์ จึงมีหน้าที่จัดการเรื่องเล็ก ๆ
น้อย ๆ เท่านั้น
หากกล่าวถึงเขาหยินหยางแล้วล่ะก็ อู่ อวี้ ย่อม
ล่วงรู้ดี เนื่องจากว่าเป็นเทือกเขาที่อยู่ใกล้กับ ห้วง
ทะเลปีศาจอนันต์มากที่สุด เทือกเขาซูซันที่อุดมไป
ด้วยแสงแดด แลแมกไม้พันธุ์ไม้อันเขียวชอุ่มนานา
ชนิด อยู่ใกล้กับห้วงทะเลปีศาจอนันต์ซึ่งมีสภาพ
พื้นที่แห้งแล้งทุรกันดาร ไร้ซึ่งแสงแดดมืดทะมึนชั่ว
กัปชั่วกัลป เมื่อเทือกเขาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
มาอยู่ใกล้ชิดกันเช่นนี้ มันจึงถูกขนานนามว่า เขาห
ยินหยาง ฉะนั้นเขาหยินหยางจึงเป็นสถานที่แห้ง
แล้งทุรกันดาร นอกจากนี้ยังเป็นอาณาเขตกั้น
กลางระหว่างเผ่าพันธุ์มนุษย์ กับ เผ่าพันธุ์ปีศาจ
ซึ่งแน่นอนว่าย่อมไม่มีสัญญาณแจ้งเตือนว่ามี
มนุษย์อาศัยอยู่
ครั้งล่าสุดที่ อู่ อวี้ ได้พบกับ วูซาน เซี่ยชือ ก็อยู่
ใกล้กับ เขาหยินหยาง แห่งนี้
ฉะนั้นเพื่อให้กลุ่มอัจฉริยะเหล่านี้ ได้รับ
ประสบการณ์สุดวิเศษ ก็ต้องเป็นสถานที่ที่อยู่ใกล้
กับ ห้วงทะเลปีศาจอนันต์ มากที่สุดเช่นนี้ อู่ อวี้ ไม่
ทราบว่าจะพบเจอสิ่งใดบ้าง แต่ที่แน่ ๆ ตำแหน่งที่
พวกเขาจะไป มีโอกาสที่จะได้พบเจอกับปีศาจมาก
ที่สุด
” จะไปทำอะไรที่ เขาหยินหยาง? ” หนานกง เหว่ย
ไต่ถาม
หลี่ ชูเสวี่ย ถามคำตอบคำว่า ” ใต้หุบเขาหยินห
ยางมี ‘ เหมืองแร่ทองคำปีหลวน ‘ แต่เป็นเมืองที่ยัง
ไม่เคยขุดค้นมาก่อน ทางนิกายเซียนซูซันได้ส่งคน
มาตรวจสอบ แล้วพบว่า ‘ แร่ทองคำปีหลวน ‘
แห่งนี้มีคุณภาพสูงล้ำจนน่าประหลาดใจ ขนาด
ด้านนอกยังมีเส้นวิญญาณถึง 3 สาย คาดว่าด้าน
ใน ‘ ราชันทองคำปีหลวน ‘ น่าจะมีเส้นวิญญาณถึง
5 สาย บางทีอาจจะมีเส้นวิญญาณถึง 6 สายเลย
เสียด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้พวกเราจึงต้องไปเฝั้าระวัง
เพื่อรอให้การขุดเหมืองแร่เสร็จสิ้น
ท่ามกลางสมบัติวิเศษแห่งผืนพิภพ มีพืชพันธุ์อยู่
มากมายหลากหลายชนิด ซึ่งถือกำเนิดขึ้นภายใน
สวรรค์แลปฐพีนี้ จึงถูกเรียกขานว่าวิญญาณเซียน
ส่วนใหญ่แล้วถูกนำมาหลอมปรุงยา ทั้งยังสามารถ
นำมาใช้กับผู้ฝึกตนได้โดยตรง
นอกจากนี้ภายในเหมืองยังมีแร่ธาตุอีกมากมาย ทั้ง
เหล็กกล้า ศิลา ฯลฯ ล้วนถือกำเนิดขึ้นด้านล่างใต้
พิภพ ผ่านการหล่อเลี้ยงจากกลิ่นอายฟั้าดินมาเนิ่น
นานหลายแรมปีจนนับไม่ถ้วน ถูกเรียกขานว่า
‘สมบัติวิเศษ’ แลสมบัติที่ถูกหล่อเลี้ยงอยู่ภายในบ่อ
เกิดแห่งพลังฟั้าดิน จักมีเส้นวิญญาณบังเกิดขึ้น
เหมือนแร่ทองคำปีหลวนแห่งนี้ คือหนึ่งในสายแร่
สมบัติ
โดยทั่วไปแล้วเมื่อเหล่าพรรคนิกายค้นพบสายแร่
สมบัติวิเศษ พวกมันก็จะปิดบังเรื่องนี้ไว้เป็น
ความลับ แล้วค่อยแอบส่งผู้คนจำนวนมากเพื่อมา
ขุดเหมืองและนำกลับไป หรือแม้กระทั่งกลายเป็น
ชนวนเหตุแห่งสงครามระหว่างพรรคนิกาย
เนื่องจากว่าสมบัติเหล่านี้คือวัตถุดิบที่นำมาใช้
หลอมสร้างศาสตราเต๋า จึงถือเป็นสิ่งที่มี
ความสำคัญอย่างยิ่งยวด สำหรับพรรคนิกายต่าง
ๆ ยกตัวอย่างเช่นศาสตราเต๋าหลากหลายชนิดของ
นิกายเซียนซูซัน ซึ่งถูกหลอมสร้างขึ้นมาโดยเหล่า
ผู้อาวุโส ก็จำเป็นต้องใช้สมบัติวิเศษเหล่านี้เป็น
วัตถุดิบเช่นเดียวกัน
หนานกง เหว่ย ตกตะลึงเล็กน้อย จากนั้นก็กล่าว
ขึ้นว่า ” หากว่าราชันย์ทองคำปีหลวน มีเส้น
วิญญาณถึง 5 เส้น ถ้าเช่นนั้นมันจะต้องหลอม
สร้าง ‘ศาสตราสถิตวิญญาณ’ ได้หลายชิ้นเลย
ทีเดียว แต่ถ้ามีเส้นวิญญาณถึง 6 เส้น สามารถ
นำมาให้ ‘เจ็ดเซียน’ สร้างเป็น ศาสตราสถิต
วิญญาณ ชั้นยอดได้ หรืออาจถึงระดับศาสตราเต๋า
วิถีแท้… ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าประสบการณ์ที่ได้รับ
จากภารกิจในครั้งนี้ ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง ”
หากมี 5 เส้นวิญญาณ จักถือเป็นระดับสามัญ แต่
ถ้ามี 6 เส้นวิญญาณ ก็จะถือเป็นระดับที่สูงมากขึ้น
ซึ่งหากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป มันอาจดึงดูด
เหล่าปีศาจที่โลภโมโทสันให้เข้ามาได้ เพราะ
อย่างไรเสียสถานที่แห่งนี้ก็อยู่ภายใน ห้วงทะเล
ปีศาจอนันต์
แต่แน่นอนว่า สมบัติวิเศษที่มีเส้นวิญญาณ 6 เส้น
ไม่สำคัญเท่ากับชีวิตของสมาชิกแต่ละคนในกลุ่มนี้
ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุด สำหรับเปั้าหมายในภารกิจ
ครั้งนี้คือประสบการณ์ที่ หนานกง เหว่ย แลเหล่า
สมาชิกคนอื่น ๆ ในกลุ่ม พึงได้รับเพียงเท่านั้น
“เรามีหน้าที่พิทักษ์ปกปั้องเพียงเท่านั้น เพื่อให้
แน่ใจว่าเหมืองแร่ทองคำปีหลวน ถูกขุดจนเสร็จ
สิ้นสมบูรณ์ ” หลี่ ชูเสวี่ย กล่าว
หลังจากทุกคนตกลงกันเรียบร้อยแล้ว หนานกง
เหว่ย กับ อู่ อวี้ ก็เดินติดตามด้านหลังกลุ่มไป
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ แลรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ปัญหา
ใหญ่อันใด อย่างไรก็ตามหลังจากที่รู้ว่าสถานที่ที่
พวกเขาต้องมาทำภารกิจ คือเขาหยินหยาง ก็เกิด
การเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้นกับจิตใจของ หนาน
กง เหว่ย นางกระทำตัวเงียบเคร่งขรึมลง คอย
เหลือบมองไปยัง ห้วงทะเลปีศาจอนันต์ อยู่เนือง ๆ
ภายในดวงตามีประกายแสงโลหิตแห่งโทสะปรากฏ
ขึ้น ดูเหมือนว่าจะมีความเกลียดชังพรั่งพรูขึ้นมา
บางส่วน
“เป็นอะไรไป?” อู่ อวี้ คว้าจะฝั่ามือขาวดั่งหยกของ
นางไว้ พร้อมกับกล่าวกระซิบข้างหู
“พี่ชาย เมื่อไม่นานมานี้ ข้าเพิ่งฝันเห็นมารดาของ
ข้า บางทีนางอาจต้องการให้ข้าทำบางอย่าง”
หนานกง เหว่ย ขบเคี้ยวเขี้ยวฟัน แล้วเหม่อมอง
ไกลออกไป
อู่ อวี้ ลังเลเล็กน้อย หวนนึกไปถึงสิ่งที่นางเคย
กล่าวว่ามารดาของนางได้ถูกปีศาจสังหารจนตก
ตายไป ซึ่งคนผู้นั้นก็คือฮูหยินของเซียนกระบี่กุ้ย
หยาง แล้วปีศาจตนใดที่สามารถสังหารนางได้?
” บิดาบอกว่าปีศาจที่สังหารมารดาของข้าคือ
จักรพรรดิแห่งปีศาจ นามจักรพรรดิอิง วันใดวัน
หนึ่ง ข้าจักสับร่างของเจ้าจักรพรรดิอิงนี่เป็นหมื่น
ๆ ส่วน ทำให้มันสูญสลายหายไปชั่วนิรันดร์
มารดาของข้าที่อยู่ในโลกหลังความตาย ถึงจะ
สามารถหลับได้อย่างสงบ ” เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้
หนานกง เหว่ย ก็สะอื้น สองสามครั้ง ภายใน
ดวงตาของนางแดงก่ำมากยิ่งขึ้น หนี้แค้นสังหาร
มารดา ภายในจิตใจของนางมีภาพความทรงจำที่
สวยงามของมารดาอยู่มากมาย ทำให้บิดาของนาง
ร่ำไห้หลายครา ภาพเหล่านี้ปรากฏขึ้นภายในใจ
ของนางอย่างต่อเนื่อง
จักรพรรดิอิง!
จิตใจของ อู่ อวี้ สั่นไหวเล็กน้อย
จักรพรรดิปีศาจผู้นี้
คือบิดาของจิ่วอิง
อู่ อวี้ หดหู่ใจอยู่บางส่วน เขารู้สึกว่าสวรรค์ช่าง
เล่นตลกกับตนเองยิ่งนัก จิ่วอิงเป็นปีศาจที่ดี แต่
เขาได้ยินมาว่าบิดาของมันนั้นโหดเหี้ยมมาก ถือ
เป็นศัตรูแห่งเหล่าผู้ฝึกตนทั้งหมด ฉะนั้น
จักรพรรดิอิง คือผู้สังหารฮูหยินของเซียนกระบี่กุ้ย
หยาง ไม่ผิดตัวแน่
“พี่ชาย ถ้าวันนั้นมาถึง ท่านจะช่วยข้าหรือไม่?”
ฉับพลัน หนานกง เหว่ย ก็หันมาจ้องมองเขา
พร้อมกับเอ่ยถามขึ้นด้วยความรู้สึกฮึกเหิมอยู่
บางส่วน
อู่ อวี้ รู้สึกเศร้าสลดเล็กน้อย เขากำลังคิดว่าหาก
ต้องสังหารจักรพรรดิอิง เขาจะไม่กลายเป็นศัตรู
สังหารบิดากับจิ่วอิงอย่างนั้นหรือ? แล้วเขาจะทำ
เช่นไรหากต้องเผชิญหน้ากับจิ่วอิง ?
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่ตอบอันได
หนานกง เหว่ย เงียบไปเล็กน้อยก่อนจะไต่ถามขึ้น
ว่า ” อันที่จริง ข้ารู้ว่าท่านอาจหวาดกลัวมัน ก็มัน
เป็นถึงจอมปีศาจนี่นา ความแข็งแกร่งของมันนั้น
เหนือล้ำยิ่งกว่าเจ็ดเซียนกระบี่ แต่ว่าพี่ชาย…
อย่างน้อย ๆ ท่านจะคอยสนับสนุนข้าใช่หรือไม่? ”
อู่ อวี้ เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งชัดเจน หนานกง เหว่ย
ได้ทุ่มเททุกอย่างให้แก่เขา ความรักในครั้งนี้ ถือ
เป็นเรื่องยากที่จะเสาะแสวงหาเกาะกุมมาได้ นาง
หาได้ใส่ใจ เปั่ยซาน ม่อ ไม่ นางยอมเผชิญหน้ากับ
บิดา หรือแม้กระทั่งยอมต่อสู้กับคนทั้งซูซัน เพียง
เพื่อจะได้อยู่กับตนเอง อู่ อวี้ ไม่สามารถทำให้นาง
ผิดหวังได้ ส่วน จิ่วอิง ถึงแม้ว่าจะเป็นเพื่อนแท้ที่
เสาะหาได้ยากยิ่ง แต่ก็กล่าวได้ว่า มันนั้นไม่ได้
สำคัญเท่ากับ หนานกง เหว่ย ถ้าตัวเลือกของนาง
คือให้เขาสนับสนุนการแก้แค้นของนางเพียง
เท่านั้น อู่ อวี้ ยอมเลือกช่วยเหลือนางอย่าง
แน่นอน
ทุกคนล้วนมีสิทธิ์จะแก้แค้น
ฉะนั้นเขาจึงเลือกตอบในสิ่งที่ หนานกง เหว่ย
พอใจว่า ” ฆ่าคนย่อมชดใช้ ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต
ย่อมเหมาะสมแล้ว จักรพรรดิอิงเหี้ยมโหดสังหาร
มารดาของเจ้า ย่อมมิอาจหลบหนีบ่วงกรรมได้พ้น
มันจะต้องถูกสวรรค์ลงทัณฑ์”
นางเป็นคนเปิดเผยเที่ยงตรง
อันที่จริง อู่ อวี้ กับจักรพรรดิอิง ไม่เคยรู้จักมักจี่กัน
มาก่อน เขาหวังเพียงอย่างเดียว เมื่อเวลานั้นมาถึง
จิ่วอิง จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เพราะมันเป็นผู้
บริสุทธิ์ อู่ อวี้ รู้จักจิ่วอิงดี มันเป็นปีศาจที่ไม่
เหมือนผู้ใด อู่ อวี้ สามารถเอาชีวิตของตนเองเป็น
เดิมพันได้ ถึงแม้มันจะเป็นบุตรชายของจักรพรรดิ
อิง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะต้องถูกแก้แค้น
ไปด้วย
หนานกง เหว่ย ร่ำไห้แล้วกล่าวขึ้นว่า ” ข้ากลัว
เพื่อท่านข้ายอมทุ่มเทไปมากมาย แต่ข้ากลัวว่า
สุดท้ายแล้วความเมตตาของท่านจะหยุดรั้งข้า ถ้า
เหตุการณ์เกิดเป็นเช่นนั้น ข้าคงผิดหวังอย่างยิ่ง
หัวใจของข้าคงแตกสลาย …”
” อย่าได้กังวลไปเลย ข้าจะไม่หยุดเจ้า ” อู่ อวี้
ประกบริมฝีปากของนาง
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ