กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 344 : แมลงวัน
เรื่องราวต่างๆบนโลกยากที่จะคาดเดา อู่ อวี้ แทบ
จะจินตนาการไม่ออกว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น
บ้าง
หนานกง เหว่ย ปฏิบัติต่อตัวเองเช่นนี้ จริงๆแล้ว
ตัวเขาเองควรจะต้องเข้าไปช่วยเหลือนาง
แม้กระทั่งไปแก้แค้นให้นาง เพียงแต่ว่าในตอนนี้
กระทั่ง หนานกง เหว่ย ตนก็ยังไม่เชื่อเลยว่าจะ
สามารถก้าวข้ามนางไปได้
ส่วนเรื่องนี้นางคิดที่จะพึ่งพาตนเอง อู่ อวี้ เพียงแค่
ต้องไม่เข้าไปขัดขวางก็พอแล้ว
การเดินทางไปยังภูเขาหยินหยาง ทำให้ในใจของ
หนานกง เหว่ย มีการเปลี่ยนแปลงขึ้นๆลงๆอยู่
ตลอดเวลา อู่ อวี้ สามารถสัมผัสถึงมันได้อย่าง
ลึกๆว่า ยิ่งเข้าใกล้มากขึ้นเท่าไหร่ ในใจของนางก็
จะก่อให้เกิดเป็นความเกลียดชังโดยไม่มีที่สิ้นสุด
ยิ่งนางรักมารดาของนางมากเท่าไหร่ ในตอนนี้ก็ยิ่ง
เกลียดชังปีศาจมากเท่านั้น
“พี่สาวหนานกง ข้าต้องการที่จะสังหารปีศาจกลุ่ม
นี้ ให้โลหิตอาบชโลมท้องฟั้า ล้างแค้นให้กับฮูหยิ
นของท่านอาจารย์หก! จะต้องมีสักวัน ข้าจะไป
ทวงความยุติธรรมที่ห้วงสมุทรปีศาจอนันต์ ส่ง
จักรพรรดิอิงไปลงนรก ให้มันต้องตกตายไปอย่าง
ทุกทรมาน!”
เปั่ยซาน ม่อ ที่อยู่ไม่ไกล ได้แสดงความจงรักภักดี
ของมันจนพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องนภา พร้อม
กล่าวออกมาอย่างตัดตะปูเฉือนเหล็กกล้า
“อืม” หนานกง เหว่ย พยักหน้าตอบกลับไป
พวกเขาเติบโตขึ้นมาด้วยกัน จึงเข้าใจซึ่งกันและ
กัน ในด้านนี้ เปั่ยซาน ม่อ สามารถแสดงออกมาได้
เด็ดขาดมากกว่า อู่ อวี้
ความจริงแล้วบางครั้ง อู่ อวี้ ก็ไม่เข็มแข็ง เขารู้ตัว
ดีว่าตนเองเป็นผู้ฝึกตน แต่ทำไมบางครั้งเขาถึง
คิดถึงเรื่องต่างโดยมองจากมุมของเหล่าปีศาจ?
เขาไม่เข้าใจว่าแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าเขาทรยศ
เผ่าพันธุ์ของตนเองหรือทรยศต่อนิกายเซียนซูซันที่
สั่งสอนเขามาหรือไม่กันแน่
ในตอนที่เขาอายุยังน้อย ประโยคนั้นของจิ่วเซียน
ได้คอยหลอกหลอนเขาตลอดมากระทั่งในในฝัน
และมันได้มอบผลกระทบอันใหญ่หลวงให้กับจิตใจ
ของเขา
สิ่งมีชีวิตทุกชนิดนั้นเท่าเทียมกัน
ในตอนนี้เวลาค่อนข้างกระชั้นชิด ดังนั้นจึงต้องทำ
การเตรียมพร้อมต่อสู้ตลอดเวลา พร้อมกับมุ่งหน้า
ต่อไปเรื่อยๆอย่างระมัดระวัง เพื่อข้ามผ่านแม้น้ำที่
ไม่มีสิ้นสุดอย่างรวดเร็ว ทะลวงผ่านหุบเหวและ
ภูเขาจำนวนนับไม่ถ้วน กระโดดข้ามผ่านนิกาย
เล็กๆในดินแดนดั่งสรวงสวรรค์แห่งนี้ ในที่สุด
ภายใต้จักษุคลองพลันปรากฎห้วงสมุทรปีศาจ
อนันต์อยู่ทางทิศเหนือ มหาสมุทรทมิฬที่ไม่มีที่
สิ้นสุดทอดตัวอยู่เหนือท้องฟั้าที่ว่างเปล่า กลิ่นฉุน
แสบจมูกของหมอกพิษ สามารถปกปิดได้
แม้กระทั่งกลิ่นอายปีศาจ เพื่อไม่ให้ใครรู้ได้ว่าใน
ห้วงสมุทรปีศาจอนันต์มีปีศาจหลบซ่อนอยู่ภายใน
มากน้อยเท่าไหร่!
มีปีศาจบางตัว หลังจากที่เปิดสติปัญญาแล้ว และ
ได้ยินเรื่องของห้วงสมุทรปีศาจอนันต์ พวกมันทำ
ทุกวิถีทาง เพื่อเข้าไปอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่อยูใน
จิตใจของพวกมัน
อยู่ไม่ไกลจากมหาสมุทรทมิฬที่กว้างใหญ่และน่า
ขนลุก ก็คือภูเขาหยินหยาง ภูเขาหยินหยางอยู่ทาง
ทิศใต้ มีทุ่งหญ้าเขียวชอุ่ม ส่วนทางทิศเหนือได้รับ
ผลกระทบจากห้วงสมุทรปีศาจอนันต์ สิ่งมีชีวิต
ทั้งหมดตกตายไป ทั้งมืดมนทั้งดิบชื้น
ภูเขาหยินหยางมีขนาดใหญ่อย่างมาก จริงๆแล้วที่
แห่งนี้เป็นเทือกเขาที่ทอดยาวออกไปไม่มีที่สิ้นสุด
ดูเหมือนว่าฐานที่มั่นหลักของเซียนซูซันที่มายัง
‘เหมืองแร่ทองคำปีหลวน’ นั้นก็มีแนวโน้มว่าจะอยู่
แถวๆตีนเขาด้วย ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะใหญ่กว่า
ที่มาสำรวจในครั้งแรก ถ้าหากว่าขุดไปตาม
ร่องรอยของเส้นชีพจรเหมืองแร่ทองคำแห่งนี้ไป
เรื่อยๆ สำหรับนิกายเซียนซูซันแล้ว มันถือได้ว่า
เป็นทรัพยากรจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
หัวใจสำคัญของเหมืองแร่นี้ ‘ราชาทองคำปีหลวน’
คนงานขุดเหมืองของนิกายเซียนซูซันในตอนนี้ อยู่
ตรงตำแหน่งใจกลางของภูเขาหยินหยาง อยู่
ด้านบนของราชาทองคำปีหลวน
เมื่อ อู่ อวี้ และคนอื่นๆเข้าไปใกล้ ก็ได้พบว่า
ภายในมีหลุมขนาดใหญ่ มีคนงานเหมืองอยู่อย่าง
น้อยหลายสิบคน พวกเขาใช้ศาสตาเต๋าในการขุด
เจาะ เจาะลงไปด้านล่างของเหมืองแร่ทองปีหลวน
และเก็บเกี่ยวทรัพยากรเข้าถุงจักรวาล
ด้านข้างของหลุมก็มีผู้ฝึกตนของนิกายเซียนซูซัน
อยู่สิบกว่าคน เมื่อดูจากชุดที่พวกมันใส่แล้วก็รู้ได้
ว่าพวกมันส่วนใหญ่เป็นสาวกขั้นกระบี่แก่นแท้
คอยกระจัดกระจายไปทั่วทุกพื้นที่ รับผิดชอบการ
เฝั้าระวังและปั้องกันอันตราย
เมื่อกลุ่มของ อู่ อวี้ มาถึง ก็มีชายชราที่ดูอ่อนโยนผู้
หนึ่งก้าวออกมาจากกลุ่มฝูงชน ในใจของเขาช่างดู
ตื่นเต้นเป็นอย่างมากมาก จากนั้นก็ค่อยๆวิ่ง
ออกมาอยู่เบื้องหน้าพร้อมคุกเข่ากับพื้นแล้วกล่าว
ออกมาด้วยท่าทีที่ดูเลื่อมใสศรัทธา “ข้าหลิวจิน
สาวกขั้นกระบี่โลกา ขอคาราวะ หนานกง เหว่ย
เปั่ยซาน ม่อ สองอัจฉริยะแห่งซูซัน ขอคาราวะ
ศิษย์พี่หญิง หลี่ ชูเสวี่ย!”
หลี่ ชูเสวี่ย ผายมือและกล่าวขึ้น “ลุกขึ้นเถอะ
อย่าได้แตกตื่นไปเลย”
ชายชราอดไม่ได้ที่จะไม่ตื่นเต้น เมื่อไม่กี่วันก่อนเขา
ได้รับมอบหมายหน้าที่นี้ให้นำกลุ่มคนหนึ่งพันคน
มาทำการขุดเจาะเหมืองแร่ทองปีหลวน เหมืองแร่
ทองปีหลวนแห่งนี้ได้ถูกค้นพบโดยสาวกของซูซัน
เนื่องจากว่ามันมีทรัพยากรอยู่ไม่มาก ดังนั้นจึง
ไม่ได้ถูกพิจารณาอย่างจริงจัง หลิวจิน รับหน้าที่นี้
ก็เพื่อที่จะต้องการแต้มความสำเร็จ ไม่คิดที่จะ
สำรวจมันอย่างจริงๆจังๆ แต่เมื่อมาถึงแล้วตัวเขา
กลับพบว่าเหมืองแร่ทองปีหยวนนั้นมีขนาดใหญ่
กว่าที่ได้แจ้งเอาไว้ถึงสิบเท่า และกระทั่งมีตัวตน
เช่น ราชาทองคำปีหยวนดำรงอยู่
หลิวจิน จึงรู้สึกตื่นเต้นมาก อย่างไรก็ตามเขากังวล
ว่าความสามารถของเขาจะไม่พอ หากพบกับ
ปีศาจที่แข็งแกร่ง จะต้องพบกับหายนะอย่าง
แน่นอน ดังนั้นจึงส่งข้อความขอความช่วยเหลือไป
ที่นิกายเซียนซูซัน เขาไม่เคยคิดมาก่อน ว่านิกาย
จะส่งกองกำลังมาช่วยเหลือ กลับเป็นเสาหลักใน
อนาคตทั้งสองคนของนิกายเซียนซูซัน คนหนึ่งคือ
บุตรีของเซียนกระบี่ อีกคนเป็นศิษย์ของเจ็ดเซียน
แห่งซูซัน ในชีวิตนี้สามารถพบเห็นพวกเขาได้
หลิวจิน จึงรู้สึกปิติและตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อ หลิวจิน ยืนขึ้น เขาก็ยังคงก้มหัวให้กับ หนาน
กง เหว่ย และคนอื่นๆ หลี่ ชูเสวี่ย ที่เป็นผู้นำของ
กลุ่มเดินเข้ามาและกล่าวว่า “สงบสติลงหน่อย
รายงานสถานการณ์ตอนนี้มา ว่าขุดไปได้ลึก
เท่าไหร่แล้ว?”
หลิวจิน ได้เตรียมรายงานอย่างคล่องแคล่ว
“ในตอนนี้พวกเราได้ทำการขุดเจาะไปแล้วหนึ่ง
เดือน และเพิ่งจะรู้ว่ามีราชาทองคำปีหลวนอยู่
ราชาทองคำปีหลวนอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของเส้น
ชีพจรเหมือง ดังนั้นจึงต้องขุดลงไปอีก โดยทั่วไป
แล้วคาดว่าจะต้องใช้เวลาสองเดือนถึงจะเสร็จ
เพราะยังไงแล้วก็เป็นไปไม่ได้ที่จะทำลายแร่ปีหล
วนอันอื่นเพียงเพื่อนำราชาทองคำปีหลวน แร่ทอง
ปีหลวนของภูเขาหยินหยาง มีมูลค่าค่อนข้างมาก
การขุดเจาะทั้งหมดคาดว่าจะต้องใช้เวลาถึงหนึ่งปี
อย่างไรก็ตามที่กล่าวมาข้างต้น พวกท่านเพียงแค่
อยู่จนกระทั่งขุดราชาทองคำปีหลวนขึ้นมาได้
ภารกิจของพวกท่านก็ถือว่าสิ้นสุดลงแล้ว”
แน่นอนว่าหากเวลามันกระชั้นชิดก็จะต้องระเบิด
เหมืองทิ้งทันที หลังจากที่ทำลายเหมืองแร่ทองคำ
ปีหลวนไปจนถึงจุดลึกสุดแล้ว ก็สามารถที่จะขุด
เอาราชาทองคำปีหลวนออกมาได้ เพียงแต่ว่าแร่
ทองคำปีหลวนจำนวนมากจะกลายเป็นขยะไป
ทันที
หลี่ ชูเสวี่ย พยักหน้า นางไม่สนใจเรื่องของการขุด
เหมือง เพราะว่านางมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัด
เวรยามปั้องกัน
“แล้วเรื่องปกปิดซ่อนเร้นเป็นเช่นไรบ้าง ในตอนนี้
จะมีการโจมตีจากเหล่าปีศาจหรือไม่? พวกปีศาจรู้
หรือไม่ว่ามีการขุดเหมืองอยู่ที่นี่? ถ้าหากปีศาจรู้
แล้วมันรู้หรือไม่ว่าที่นี่มีราชาทองคำปีหยวนที่ล้ำ
ค่าอยู่รึเปล่า?” หลี่ ชูเสวี่ย สอบถามคำถามที่ทุก
คนกำลังกังวล
หลิวจินยิ้มอย่างมั่นใจและกล่าวว่า “พวกเรา
เคลื่อนไหวอย่างเงียบที่สุด และมีการก่อตั้งค่ายกล
บังตาอยู่ใกล้ๆ สำหรับเรื่องการขุดเหมืองของพวก
เรา แน่นอนว่าพวกปีศาจย่อมไม่รู้เลยสักนิด
อย่างไรก็ตามที่แห่งนี้อยู่ใกล้ห้วงสมุทรปีศาจอนันต์
ดังนั้นในเวลาปกติก็มักจะปรากฏเป็นปีศาจตัว
เล็กๆอยู่สองสามตัว เมื่อมันถูกพวกเราพบตัว เราก็
จะทำการสังหารอย่างเงียบๆ”
ดูเหมือนว่าสถานการณ์ของฝังนี้จะดูดีไม่น้อย
“ข้าจะลองลงไปดูสักหน่อย” หลี่ ชูเสวี่ย เดินนำ
กลุ่มของนางลงไปเพื่อสังเกตสถานการณ์ของการ
ขุดเจาะเหมืองแร่ทองคำปีหลวน
ทุกคนก็ลงไปด้วยกัน ด้านล่างสามารถอธิบายได้ว่า
เป็นพียงพื้นที่อันมืดสนิท แต่ด้วยสายตาของทุกคน
ก็ยังสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ชั้นแรกมัน
เป็นโคลนทั้งหมด หลังจากนั้นก็จะเป็นเหมืองแร่
ทองคำปีหลวนที่อยู่ในชั้นใต้ดินซึ่งลึกลงไปอีก ที่
แห่งนี้ไม่ได้ลึกน้อยไปกว่าเตาหลอมมณีจันทราที่ อู่
อวี้ ถูกคุมขังในครั้งที่แล้วเลย
ในตอนนี้ หลิวจิน ลอบจ้องมองไปที่ หนานกง
เหว่ย และ เปั่ยซาน ม่อ ด้วยใบหน้าซึ่งเต็มไปด้วย
ความเคารพและอิจฉา เขาทำได้เพียงแค่ยิ้มขึ้น
อย่างขมขื่นเท่านั้น
เมื่อลงไปประมาณครึ่งชั่วยาม ในที่สุด อู่ อวี้ ก็ได้
เห็นช่องว่างที่อยู่ด้านล่าง มีแสงสีเขียวส่อง
ประกายอยู่ท่ามกลางความมืดมิด เมื่อมองไป
รอบๆ ทุกทิศทางเต็มไปด้วยก้อนศิลาสีคราม ราว
กับว่าทุกคนกำลังอยู่ในท้องฟั้าที่เต็มไปด้วย
ดวงดาวสีคราม สวยงามเป็นอย่างยิ่ง โขดหิน
เหล่านี้ก็คือแร่ทองคำปีหลวน หากนำกลับไปสกัด
จะสามารถสกัดได้เป็น ‘ทองคำปีหลวน’ และ
นำมาใช้สำหรับการหลอมสกัดศาสตราเต๋า
มีสาวกของนิกายเซียนซูซันอยู่หลายสิบชีวิตที่
กำลังทำงานกันอย่างแข็งขัน
พวกเขาใช้กระบี่มาตัดก้อนศิลาเหล่านี้ พยายามที่
จะไม่ทำลายถูกเส้นวิญญาณของมัน
ตำแหน่งที่อยู่ใต้ฝั่าเท้า สามารถสัมผัสได้ถึงพื้นที่ที่
อยู่ห่างไกลว่ามีลำแสงอันแข็งแกร่งอยู่หนึ่งสาย
ทะลุผ่านเหมืองแร่ทองคำปีหลวนออกมา เห็นได้
ชัดว่ามันก็คือราชาทองคำปีหลวน
เมื่อมีตัวตนที่สั่นคลอนทั้งซูซันได้กำลังลงมา เหล่า
สาวกแห่งซูซันก็หยุดการเคลื่อนไหวในทันที และ
ต่างพากันมองไปยัง หนานกง เหว่ย กับคนอื่นๆ
ด้วยความยำเกรง ในหมู่พวกเขา หนานกง เหว่ย
และ เปั่ยซาน ม่อ เป็นจุดสนใจของฝูงชน แม้แต่
ความสนใจของ หลี่ ชูเสวี่ย ก็ยังห่างไกลจากพวก
เขามากนัก ไม่ต้องสงสัยเลย พวกจะเขาอิจฉา อู่
อวี้ ที่อยู่ท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านี้มากขนาดไหน ไม่
จำเป็นต้องมีการนิมิตเห็นอนาคตก็สามารถรู้ได้ว่า
เมื่อวันเวลาผ่านไป ตราบใดที่ไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้น
พวกเขาทั้งหลายนี้จะต้องกลายเป็นตัวตนอัน
ยิ่งใหญ่ของนิกายเซียนซูซัน
หลี่ ชูเสวี่ย พาทุกคนไปรอบๆ หลังจากที่ทำความ
เข้าใจสถานการณ์ได้บ้าง พวกเขาก็ขี้เกียจเกินไปที่
จะอยู่ในสถานที่ที่มืดมิดเช่นนี้ เขาก็ได้ทักทายทุก
คนและออกไปพร้อมกับ หลิวจิน
“ทำงานกันดีๆ หลังจากที่ทำงานชิ้นนี้ได้สำเร็จ
แน่นอนว่าแต้มความสำเร็จที่พวกเจ้าจะได้รับย่อม
มหาศาลอย่างแน่นอน” หลี่ ชูเสวี่ย กล่าวออกมา
อย่างจริงๆ
“ขอรับ!” เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสาวกขั้นกระบี่
สวรรค์ในตำนาน แม้แต่สาวกขั้นกระบี่แก่นแท้
ทั่วๆไปก็รู้สึกยำเกรงอยู่มาก
ใช้เวลาอีกชั่วครู่ จึงออกจากหลุมนี้มาได้ หลี่ ชู
เสวี่ย ได้จดจำรายละเอียดต่างๆเข้าไปในใจของ
นางเรียบร้อยแล้ว
ทุกคนในตอนนี้ต่างอยู่ด้านข้างของหลุมลึก และ
ทันใดนั้น หลิวจิน ก็กล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม “จริงๆ
แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร พวกปีศาจไม่ได้รู้การ
เคลื่อนไหวของพวกเรา ตัวตนของทุกท่านก็ไม่อาจ
ที่จะถูกเปิดเผยออกไปได้ ทุกท่านไปเดินเล่นรอบๆ
เพียงไม่กี่วันภารกิจก็เสร็จสิ้นแล้ว”
ในตอนที่สิ้นเสียง ขณะนั้น เปั่ยซาน ม่อ ที่อยู่ไม่
ไกลก็แค่นเสียงพร้อมยื่นมือออกไปยังเบื้องหน้า
ทันใดนั้นที่อยู่ห่างไกลจากทุกคนสิบจั้ง ปรากฎ
ก้อนน้ำแข็งกำลังควบแน่นอยู่กลางอากาศที่ว่าง
เปล่า ในชั่วพริบตาน้ำแข็งก้อนนั้นก็บินเข้ามาอยู่
ในมือของ เปั่ยซาน ม่อ เห็นได้ว่าจิตวิญญาณของ
เปั่ยซาน ม่อ กลายเป็นมืดครึ้มและหนาวเย็น ทุก
คนอดไม่ได้ที่จะมองอย่างสงสัย
“เกิดอะไรขึ้น?” หลี่ ชูเสวี่ย รีบมุ่งไปข้างหน้า
ในตอนนี้ อู่ อวี้ เห็นว่าภายในของก้อนน้ำแข็ง ดู
เหมือนว่าจะมีแมลงวันอยู่หนึ่งตัว แมลงวันตัวนั้น
ที่กำลังกระพือปีกบินอยู่ ทันใดนั้นมันก็ถูกการแช่
แข็ง ในตอนนี้คาดว่ามันคงได้แข็งตายไปแล้ว
“นี่ก็คือปีศาจที่มีสติปัญญา! เพียงแต่ว่าสติปัญญา
ยังต่ำอยู่ ดูเหมือนว่าจะยังไม่มีกลิ่นอายปีศาจอะไร
แต่ว่ามันยังพอมีสติปัญญา ซึ่งเพียงแค่นั้นก็
สามารถใช้ดักฟักพวกเราที่อยู่ที่นี่ได้แล้ว! การที่
พวกเราพึ่งจะมาแล้วพบกับปีศาจเช่นนี้ อาจจะ
เป็นไปได้ ว่าพวกปีศาจกำลังสงสัยสถานที่แห่งนี้
เรื่องของเหมืองแร่ทองคำปีหลวนไม่แน่ว่าพวก
ปีศาจอาจจะล่วงรู้แล้ว แม้กระทั่งตัวตนของพวก
เรา เป็นไปได้ว่าพวกปีศาจก็อาจจะรู้แล้วด้วย
เช่นกัน!” เปั่ยซาน ม่อ กล่าวออกมาด้วยสีหน้า
เคร่งเครียด
“อะไรนะ!” หลิวจิน ตื่นตระหนกจะสุ้มเสียงของ
มันหายไป หลายวันมานี้ เขาไม่สามารถรู้สึกถึงการ
เคลื่อนไหวของแมลงวันตัวนี้ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะ
เคยเห็นแมลงตัวนี้มาก่อนแล้ว แต่ก็ไม่ได้คิดมาก
เท่าไหร่…….
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ถ้านี่เป็นปีศาจที่ถูกส่งมาสังเกต
คาดว่าเรื่องในเหมืองแร่ทองคำปีหลวนน่าจะถูก
เปิดเผยออกไปแล้ว และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็คือ
ถ้าหากตัวตนของพวกเขาถูกเปิดเผย เกรงว่าฝั่าย
ปีศาจย่อมได้รับผลประโยชน์อย่างมหาศาลหากว่า
จับตัวพวกเขามาได้ เห็นได้ชัดจากการที่พวกแมลง
ทั้งหลายแห่กันไปรุมที่หัวของ เปั่ยซาน ม่อ และ
หนานกง เหว่ย
สถานการณ์ในตอนนี้กลายเป็นเรื่องเร่งด่วนไปแล้ว
เปั่ยซาน ม่อ สามารถค้นพบปีศาจแมลงตัวเล็กได้
ในพริบตา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถที่ไม่
ธรรมดาของมัน
แม้กระทั่ง หลี่ ชูเสวี่ย ก็ยังไม่สามารถสังเกตเห็นได้
อย่างไรก็ตาม หลี่ ชูเสวี่ย ไม่ได้เสียสติแต่ยังคุม
อารมณ์ได้อย่างเยือกเย็นพร้อมกล่าวออกมาว่า
“พวกเรามาที่แห่งนี้เพื่อฝึกฝน ข้ายังกลัวพวกมัน
จะไม่ปรากฏตัว ไม่ต้องสนใจเกี่ยวกับเรื่องที่ตัวตน
พวกเราถูกเปิดเผย พวกเราเพียงแค่ต้องทำทุก
อย่างที่ทำได้ เพื่อสังหารปีศาจเหล่านี้ก็พอแล้ว”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ