กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 345 : อันตรายคืบคลาน
เห็นได้ชัดว่า หลี่ ชูเสวี่ย มีแผนการอยู่ในใจ ความ
เสี่ยงในการเดินทางครั้งนี้ยิ่งมีมากเท่าไหร่ การ
ทดสอบผู้เยาว์เหล่านี้ก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น
เท่านั้น ส่วนเรื่องของความปลอดภัย นางไม่จำเป็น
ที่จะต้องกังวล เนื่องจากคนที่รับผิดชอบในเรื่องนี้
ไม่ใช่นาง แต่เป็นคนอื่น
เช่นหากว่า หนานกง เหว่ย และ เปั่ยซาน ม่อ ออก
เดินทางไปจากซูซัน ย่อมแน่ใจถึง 10 ส่วนว่าพวก
เขาจะไม่ได้รับอันตรายใดๆถึงชีวิต
เนื่องจากเจ็ดเซียนแห่งซูซันได้สร้างวิธีการปกปั้อง
พวกเขาเอาไว้แล้ว ในสภาพแวดล้อมที่อันตราย
ต่างๆ แน่นอนจะต้องมียอดฝีมือหลบซ่อนอยู่
ดังนั้น หลี่ ชูเสวี่ย รับผิดชอบเพียงแค่พาพวกเขา
ไปต่อสู้หาประสบการณ์ และการตัดสินใจเท่านั้น
ดังนั้นนางจึงสามารถตอบสนองและสุขุมลงได้ทันที
ในตอนนี้นางได้มองไปรอบๆ แล้วกล่าวว่า “ทุก
ท่าน ภูเขาหยินหยางนั้นมีขนาดใหญ่เกินไป
นอกจากนี้ยังมีทางเข้าของเส้นชีพจรอยู่มากมาย
ตั้งแต่ที่พวกเรามาถึงที่นี่ พวกเราก็ต้องปกปั้อง
ทรัพย์สมบัติที่เป็นของนิกายเซียนซูซันของพวก
เรา ปกปั้องสาวกของนิกายคนอื่นๆ ดังนั้นตอนนี้
เรื่องของเหมืองแร่ทองคำปีหลวนแห่งนี้อาจจะถูก
เปิดเผยออกไปแล้ว เช่นนั้นพวกเราต้องกระจายตัว
ออกไปเฝั้าระวัง ปั้องกันอาณาเขตทางเข้ารอบๆ
ของภูเขาหยินหยางแห่งนี้ทั้งหมด ”
“ถูกต้อง ถึงแม้ว่าจะถูกปีศาจโจมตี พวกเราก็ไม่
อาจที่จะยกทรัพยากรต่างๆที่อยู่ในนี้ให้แก่พวกมัน
ได้ไปแม้แต่ชิ้นเดียว” เปั่ยซาน ม่อ กล่าวออกมา
อย่างจริงจัง
จริงๆแล้ว หากมีปีศาจออกมาโจมตี ก็ไม่ควรที่จะ
ถอยไปอยู่ในระแวกใกล้ๆ ควรที่จะลากเข้ามาทำ
การต่อสู้ที่แนวหน้า และทำการควบคุมพื้นที่
ภูเขาหยินหยางทั้งหมดเอาไว้ มิฉะนั้นพวกปีศาจไม่
จำเป็นจะต้องมาเปิดศึกโจมตี เพียงแค่เข้ามาใน
ภูเขาหยินหยางได้ พวกมันก็สามารถเริ่มต้นการขุด
เหมืองแร่ทองคำปีหลวนได้เลย
“ต่อไปฟังคำสั่งข้า พวกเราต้องกระจายกำลังกัน
ออกไป ล้อมรอบภูเขาหยินหยางแห่งนี้เอาไว้ แต่ก็
ต้องแน่ใจว่าสามารถติดต่อกับคนอื่นๆได้ เมื่อพบ
กับปีศาจ จะสามารถไปสนับสนุนกันได้อย่าง
รวดเร็ว และจำเป็นจะต้องมีตราผนึกสื่อสารเพื่อ
การติดต่อกันได้อย่างรวดเร็ว”
หลี่ ชูเสวี่ย นำแผนที่ของภูเขาหยินหยางออกมา
แล้วกระแอมออกมาสองสามครั้ง จากนั้นก็เริ่ม
เขียนสัญลักษณ์ลงบนแผนที่สองสามจุด ซึ่งน่าจะ
เป็นทางเข้าที่อยู่กับชีพจรของเหมืองแร่ทองคำปี
หลวนซึ่งครอบคลุมอยู่ทั่วทั้งภูเขาหยินหยางและ
ระยะห่างของแต่ละจุดก็ไม่ไกลกันมาก
“พวกเจ้ากระจายตัวไปตามตำแหน่งเหล่านี้ ส่วน
ข้าจะคอยบัญชาการอยู่ตรงกลาง ซึ่งสามารถ
สนับสนุนพวกเจ้าได้ตลอดเวลาและยังปกปั้อง
‘ราชาทองคำปีหลวน’ได้อีกด้วย”
ตำแหน่งของนาง อยู่ใกล้กับทุกคน เมื่อศัตรูปรากฏ
ขึ้น นางสามารถสนับสนุนและตอบสนองทุก
ทิศทางได้อย่างรวดเร็ว
จากนั้น หลี่ ชูเสวี่ย ได้จัดการเรื่องตำแหน่งให้กับ
ทุกคน อู่ อวี้ สังเกตเห็นว่าในตำแหน่งที่ทำ
เครื่องหมายเอาไว้ มีมากกว่าคนในกลุ่มอยู่หนึ่ง
เห็นได้ชัดว่านางนับตัวเองเข้าร่วมในภารกิจและ
แผนงานครั้งนี้
“อู่ อวี้ เจ้าอยู่ตรงนี้ ” หลี่ ชูเสวี่ย ชี้ไปที่ตำแหน่ง
ทางทิศใต้ของภูเขาหยินหยาง ห่างจากทุกคน
เล็กน้อย และอยู่ไกลจากจุดของห้วงสมุทรปีศาจ
อนันต์ ถือว่าเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด
แต่ที่จริงแล้ว ตำแหน่งของ หนานกง เหว่ย และ
เปั่ยซาน ม่อ อยู่ทิศเหนือ และเป็นสถานที่ที่เหล่า
ปีศาจในห้วงสมุทรปีศาจอนันต์เข้ามาได้ง่ายที่สุด
สิ่งที่สำคัญก็คือ ตำแหน่งทั้งสองนี้อยู่ใกล้กันเป็น
อย่างมาก เพื่อที่จะสามารถสนับสนุนซึ่งกันและกัน
ได้อย่างง่ายดาย
หนานกง เหว่ย กล่าวออกมาอย่างไม่พอใจว่า
“เจ้ามอบตำแหน่งอะไรให้กับเขา ให้เขามากับข้า
ซะ หากเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในภารกิจนี้พวกเจ้า
ก็ไม่ยอมที่จะมอบแต้มความสำเร็จใดให้กับเขาอยู่
แล้ว เช่นนั้นจะให้เสียแรงเปล่ามาทำไม”
หลี่ ชูเสวี่ย ไม่กล้าที่จะขัดใจ หนานกง เหว่ย
จากนั้นจึงกล่าวอย่างสุภาพ “เจ้าวางใจเถอะ ข้าได้
ไปพูดคุยกับวิหารแต้มความสำเร็จแล้ว เมื่อ อู่ อวี้
ทำภารกิจนี้ได้สำเร็จก็จะได้รับแต้มความสำเร็จ
30,000 แต้ม เขาไม่สามารถได้รับผลประโยชน์โดย
ที่ไม่ทำอะไรได้ ซึ่งมันไม่เหมาะกับกฏของนิกาย
เซียนซูซันของพวกเรา ฉะนั้นวางใจเถิด”
แต่กระนั้น หนานกง เหว่ย ก็ไม่อาจยอมรับได้ นาง
จึงกล่าวขึ้นว่า “เช่นนั้นก็จงจัดให้ข้าและพี่ชายอยู่
ใกล้ๆกัน”
หลี่ ชูเสวี่ย อยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
เปั่ยซาน ม่อ รู้สึกไม่พอใจจึงกล่าวว่า “พี่สาว
หนานกง ตำแหน่งทางทิศเหนือนั้นสำคัญเป็นอย่าง
ยิ่ง เป็นจุดที่ง่ายที่จะเจอกับปีศาจ ท่านปล่อยให้
เขาไปเช่นนี้ ประการแรกมันเป็นอันตรายต่อเขา
ประการที่สองถ้าหากเขาไม่สามารถทำอะไรได้ มัน
อาจจะส่งผลกระทบกับภารกิจทั้งหมดในครั้งนี้ ”
ความจริงแล้ว จะอยู่ไกลหรือใกล้ก็ไม่สำคัญ หลี่ ชู
เสวี่ย ไม่มีอะไรมากนอกจากหาโอกาสจับ หนานกง
เหว่ย และ เปั่ยซาน ม่อ ให้อยู่ด้วยกัน ด้วยอุบาย
เล็กๆน้อยๆเช่นนี้ อู่ อวี้ จึงรู้สึกหมดคำพูด เขาโบก
มือแล้วกล่าวว่า “เหว่ยเอ๋อร์ ไม่เป็นไร การที่ข้าอยู่
ทางทิศใต้มันจะปลอดภัยกว่า หากมีเรื่องอะไรก็ใช้
ตราสื่อสารติดต่อมา แล้วข้าจะรีบไปให้เร็วที่สุด”
จริงๆแล้วเขาค่อนข้างจะไม่พอใจเกี่ยวกับความ
ปลอดภัยของ หนานกง เหว่ย อยู่นิดหน่อย
เพราะว่านางคือเปั้าหมายสำคัญที่จะต้องปกปั้อง
“ตกลง” หนานกง เหว่ย ก็ไม่ได้โต้แย้งอีกต่อไป
“พยายามรักษาตำแหน่งของตัวเองและ
แลกเปลี่ยนตราผนึกสื่อสารของกันและกันเอาไว้”
ภายใต้การจัดการของ หลี่ ชูเสวี่ย ทุกคนก็
แลกเปลี่ยนตราผนึกสื่อสารกัน ตรวจสอบให้แน่ใจ
ว่าสามารถติดต่อกับคนอื่นๆได้ อย่างไรก็ตาม อู่
อวี้ สังเกตเห็นว่า หลังจากที่เขานำตราผนึกสื่อสาร
ออกมา นอกจาก หลี่ ชูเสวี่ย กับ หนานกง เหว่ย
แล้ว คนอื่นๆก็บดขยี้ตราผนึกสื่อสารของเขาไป
ตรงๆ เห็นได้ชัดว่าพวกมันไม่ต้องการที่รับข่าวสาร
ใดๆของ อู่ อวี้ พวกมันทำเรื่องนี้ออกมาอย่าง
โจ่งแจ้ง ทำให้ อู่ อวี้ สามารถเข้าใจจอย่างถี่ถ้วน
ดูเหมือนว่านอกจาก หนานกง เหว่ย ทุกคนต่างก็
เป็นศัตรูกับตนเอง
จริงๆแล้วถ้าไม่เป็นเพราะ หนานกง เหว่ย ทำดีกับ
ตนเองเช่นนี้ พวกมันก็ไม่มีเหตุผลที่จะทำกับเขา
แบบนี้ พวกมันคนกลุ่มเดียวกัน แต่ อู่ อวี้ เป็นใคร
ก็ไม่รู้ที่จู่ๆก็ปรากฎตัวขึ้นมา นี่จึงเป็นเหตุผลที่พวก
มันดูถูกและไม่ต้องการที่จะอยู่กับเขา
ในที่นี้ เปั่ยซาน ม่อ เป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุด อย่างไร
ก็ตาม เปั่ยซาน ม่อ ก็ยอมให้กับ หนานกง เหว่ย
และ หนานกง เหว่ย ก็เชื่อฟัง อู่ อวี้ ในระดับหนึ่ง
นี่ทำให้พวก หลี่ ชูเสวี่ย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มู่ หลิง
เช่อ จะยอมรับมันได้อย่างไร?
หลังจากที่บดขยี้ตราผนึกสื่อสารของ อู่ อวี้ แล้ว
พวกมันก็จากไปอย่างรวดเร็ว อู่ อวี้ คาดว่าหากมี
ข่าวอะไร พวกมันก็จะไม่แจ้งให้ตนเองได้รู้อย่าง
แน่นอน
“ไปกันเถอะ” เขารู้สึกไม่พอใจอย่างมาก
“พี่ชาย อย่าไปสนใจพวกเขาเลย” หนานกง เหว่ย
กล่าว
ทั้งสองคนพูดคุยกันอีกครู่หนึ่ง จากนั้นก็แยกย้าย
กันไปคนละทิศคนละทาง อู่ อวี้ กระโดดข้ามภูเขา
มายังทิศใต้ของภูเขาหยินหยางฃซึ่งเป็นสถานที่ที่
อุดมสมบูรณ์มากที่สุด ในระแวกใกล้เคียงก็มีปาก
ทางเข้าเส้นชีพจรเหมืองอยู่ ขอบเขตของมัน
ค่อนข้างเล็ก ด้านในมีสาวกซูซันอยู่หกถึงเจ็ดคน
กำลังทำการขุดเจาะเหมือง ภารกิจของ อู่ อวี้ คือ
การปกปั้องพวกเขาและปกปั้องหลุมขุดเหมืองนี้
เอาไว้
“โดยทั่วไปแล้วก็คงไม่มีปีศาจเข้ามาทางทิศใต้
หรอก หลี่ ชูเสวี่ย ผู้นี้ไม่ต้องการที่จะให้โอกาสข้า
ได้ลองหาประสบการณ์ฝึกฝน” อู่ อวี้ ยิ้มเยาะ
ตัวเอง เขาถูกเลือกปฏิบัติมาหลายวันแล้ว จึงทำ
ให้เขาค่อนข้างหงุดหงิดเป็นอย่างมาก
บัดนี้เขานั่งขัดสมาธิอยู่บนกิ้งก้านของต้นไม้โบราณ
ต้นหนึ่ง พร้อมมองไปรอบๆ จริงๆแล้วที่แห่งนี้ก็
ยากที่จะพบเจอกับภัยคุกคามใดๆ เมื่อเป็นเช่นนี้
เขาจึงไม่จำเป็นจะต้องระมัดระวังและออกเดิน
ลาดตระเวน และต่อมาเขาก็ได้เริ่มนั่งขัดสมาธิลง
เพื่อปรับแต่งแกนนภา เรื่องที่เร่งด่วนที่สุดสำหรับ
เขาในยามนี้คือการยกระดับขอบเขตของตน
นอกจากนี้ยังมันยังเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการไล่ตาม
พวก หนานกง เหว่ย ให้ทัน
“ข้าไม่รู้จริงๆว่ามีอะไรอยู่ในถ้ำกำเนิดใหม่แห่งซู
ซัน จึงสามารถทำให้พวกเขาสองคนมี
ความก้าวหน้าที่ยิ่งใหญ่ได้เช่นนี้ เมื่อพิจารณาจา
ความก้าวหน้าใน 1-2 ปีหลังจากที่พวกเขาออกมา
ได้ปรากฎช่องว่างระหว่างข้าและพวกเขาจนยาก
จะถมได้ ข้าคิดว่าตนเองรวดแล้วแล้วนะเนี่ย…”
เห็นได้ชัดว่าพวก หนานกง เหว่ย มีการเติบอย่าง
รวดเร็ว ทั้งหมดนั้นล้วนแต่มาจากถ้ำกำเนิดใหม่
แห่งซูซันทั้งสิ้น
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงคิดว่า การจะไล่ตามพวกเขาให้ทัน
เป็นเพียงแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น เพียงแต่ว่าคน
อื่นๆกลับไม่คิดเช่นนั้น
“เต๋า”
ขั้นตอนการปรับแต่งแกนนภา ก็คือการไล่ล่าหาเต๋า
ขั้นตอนของการฝึกตน การรู้แจ้งเล็กๆน้อยๆในวัน
ธรรมดาสามัญ พวกมันทั้งหมดถูกรวมเข้าไปใน
ขั้นตอนของการปรับแต่งแกนนภา
อู่ อวี้ ในตอนนี้มีแต้มความสำเร็จถึง 80,000 แต้ม
เขาได้นำส่วนหนึ่งไปแลกเปลี่ยนเป็นเม็ดยาปราณ
มรกต มาใช้สำหรับการฝึกตน เม็ดยาปราณมรกต
นี้มีพลังมากเกินไป ดังนั้นถึงแม้จะมีกายเนื้อที่
แข็งแกร่ง เขาก็ทำได้เพียงแค่ปรับแต่งมันได้หนึ่ง
เม็ดเท่านั้น
การปรับแต่งแกนนภาบนเขาหยินหยางที่อยู่ในช่วง
วิกฤตเช่นนี้ ทำให้เขารู้สึกค่อนข้างตึงเครียด
พริบตาเดียวก็ผ่านไปแล้วสี่วัน
“ไม่มีข่าวคราวอะไรเลย น่าจะไม่มีใครที่พบกับ
พวกปีศาจ นี่แสดงให้เห็นว่ามันอาจจจะเป็นไปได้
ที่เหมืองแร่ทองคำปีหลวนจะยังไม่ถูกค้นพบ?”
ตอนที่ อู่ อวี้ เพิ่งคิดถึงเรื่องนี้ ฉับพลันก็รับรู้ได้ถึง
กลิ่นอายปีศาจ ในชั่วเสี้ยวพริบตานั้นเอง ไม่ไกล
จากหลุมขุดเหมืองก็ปรากฏเป็นเมฆหมอกทมิฬ
กลิ่นอายปีศาจที่ฉุนจมูกโชยมา แรงกดดันที่
มหาศาลเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่ามันไม่ใช่ปีศาจชั้นต่ำ
“ทำไมมันถึงมาโจมตีที่นี่ได้?” อู่ อวี้ รู้สึกตกใจ เขา
เคลื่อนย้ายกายอย่างรวดเร็ว เหล่าสาวกที่อยู่ใน
หลุมขุดเหมืองไม่ได้สังเกตถึงการดำรงอยู่ของพวก
ปีศาจ ยามนี้ อู่ อวี้ ก็ได้ปรากฏตัวเบื้องหน้าหลุม
แล้วกล่าวว่า “เจ้าปีศาจอยู่ที่ไหน ทำไมถึงไม่
ปรากฏตัวออกมาอีก?”
เมื่อได้ยินเสียงของ อู่ อวี้ สาวกซูซันที่อยู่ในหลุม
ขุดเหมืองกลายเป็นวิตกกังวลในทันที
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะฝึกฝนมานานกว่า อู่ อวี้ ซึ่ง
ส่วนใหญ่แล้วมีอายุมากกว่าร้อยปี แต่ก็ไม่สามารถ
อดทนต่อแรงกดดันของปีศาจได้
“ฮ่าห์!!!! ” ใจกลางหมอกทมิฬที่อยู่ด้านหน้า มี
เสียงกรีดร้องแหลมดังขึ้น ทำให้แก้วหูฉีกขาด
เหล่าสาวกที่อยู่ในถ้ำขุดเหมืองพากันกุมใบหูของ
ตัวเอง แสดงให้เห็นถึงความเจ็บปวดที่รุนแรง
หมอกสีดำทมิฬได้ควบแน่นผสานกันอย่างรวดเร็ว
รวมกันอยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ ปรากฎเป็นบุรุษผิว
สีขาวซีดผู้หนึ่ง บุรุษผู้นั้นแยกเขี้ยวยิงฟันออกมา มี
ท่าทางราวกับเป็นผีดิบ ดวงตาเรียวหลี่ลงและยาว
ชี้ขึ้น ลูกตาดำมีขนาดค่อนข้างเล็กมาก ดวงตาดู
มืดมนยิ่ง อีกทั้งยังปลดปล่อยจิตสังหารที่รุนแรง
ออกมาจนน่าขนลุก
อู่ อวี้ มาที่นี่พร้อมกับสาวกขั้นตำหนักม่วงทะเล
มรกตจำนวนมากมาย เขารู้ซึ้งถึงความแตกต่าง
ระหว่างขั้นตำหนักม่วงทะเลมรกตและขั้นสร้าง
แกนนภาเป็นอย่างดี
เห็นได้ชัดว่าปีศาจบุรุษที่อยู่เบื้องหน้าอยู่ในขั้น
ตำหนักม่วงทะเลมรกต แน่นอนว่ามันเป็นศัตรูที่
ร้ายกาจ ในพริบตาที่มันปรากฏตัวทำให้ อู่ อวี้
ตระหนักว่าภารกิจในการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่เรื่อง
ง่ายดายอีกแล้ว
เขาส่งตราผนึกสื่อสารออกไปสองชิ้น ชิ้นหนึ่งส่งไป
ให้ หลี่ ชูเสวี่ย หลักๆแล้วก็เพื่อที่จะรายงาน
สถานการณ์ ส่วนอีกชิ้นหนึ่งเขาส่งให้ หนานกง
เหว่ย ตามที่ หลี่ ชูเสวี่ย กล่าวมา ใครก็ตามที่พบ
ปีศาจจะต้องรายงานให้นางรู้
ถึงแม้ว่าคนอื่นๆ จะบดขยี้ตราผนึกสื่อสารของเขา
ไปแล้วก็ตาม
“ยังหนุ่มยังแน่นอยู่แท้ๆ ช่างน่าสงสารจริงๆ” เมื่อ
ปีศาจปรากฏตัวออกมา มันก็จ้องไปที่ อู่ อวี้ กล่าว
ออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่แยแสออกมา หลังจากนั้น
มันก็พุ่งเข้าโจมตีมาโดยตรง
มันไม่ได้ปลดปล่อยร่างที่แท้จริงของมันออกมา บน
นิ้วมือพลันปรากฎกรงเล็บงอกออกมา พร้อมพุ่ง
เข้าโจมตีโดยไม่รีรอ ฉับพลันร่างของมันกลายเป็น
เพียงภาพติดตาทิ้งไว้เบื้องหลัง จากนั้นมันก็ได้
ปรากฎมาอยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ อย่างไม่ทันตั้ง
ตัว
เมื่อดูจากคำพูดและท่าทางของอีกฝั่ายแล้ว พวก
มันน่าจะมีการวางแผนอย่างแน่นอน เห็นได้ชัดว่า
พวกมันรู้ถึงเรื่องตัวตนของเหมืองแร่ทองคำปีหล
วน จึงได้เริ่มเปิดฉากโจมตีเข้ามา
อู่ อวี้ ตอบสนองกลับไปพร้อมปะทะกันในระยะ
กระชั้นชิด ศัตรูไม่ได้เปิดเผยร่างของตัวเองออกมา
ส่วนเขาใช้มือเปล่าปราศจากซึ่งอาวุธโต้ตอบ
กลับไป ในตอนที่วิกฤตอันตรายใกล้เขามา
ความเร็วของกายเนื้อ อู่ อวี้ ก็รีดเร้นจนถึงขีดสุด
ก่อนที่กรงเล็บของศัตรูจะมาถึง เขาก็คว้าข้อมือ
ของศัตรูเอาไว้พร้อมออกแรงบิดอย่างรุนแรง ได้
ยินเพียงแค่เสียงหักของกระดูก เขาได้หักกระดูก
ข้อมือของฝั่ายตรงข้ามโดยตรง!
ฟิว!
ดวงตาของปีศาจกลายเป็นเยือกเย็น ระเบิดพลัง
อำนาจออก ทำให้ อู่ อวี้ ต้องปลิวกระเด็นถอยหลัง
ไป มันได้ดึงข้อมือของมันออก อู่ อวี้ เห็นว่าข้อมือ
ของมันงอกกลับมาด้วยความเร็วที่เห็นได้ด้วยตา
เปล่า อย่างไรก็ตามใบหน้าของมันก็ตกตะลึงเป็น
อย่างยิ่ง พร้อมกล่าวว่า “เจ้าช่างแปลกจริงๆ ไม่ได้
เป็นปีศาจ แต่ทำไมพละกำลังของกายเนื้อถึงได้
มหาศาลเช่นนี้ อีกทั้งเมื่อเทียบกับปีศาจเช่นข้า
แล้วมันก็ยังฝืนกฎเกณฑ์ความเข้าใจไปอีก?”
อู่ อวี้ ไม่ได้ตอบกลับไป แต่กล่าวออกมาว่า “เจ้า
เป็นใคร? หากเป็นคนที่ไร้ซึ่งชื่อเสียงเรียงนาม ข้าก็
เกียจคร้านเกินไปที่จะสังหารเจ้า”
“หึหึ ฝีปากอวดดีจริงนะ” อีกฝั่ายไม่ได้พูดอะไร
แต่คราวนี้ กลิ่นอายอันชั่วร้ายหมุนกวาดออกไป
รอบทิศ พร้อมด้วยร่างกายของมันที่เริ่มเกิดการ
เปลี่ยนแปลง
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ