กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 346 : กังขา
อู่ อวี้ ไม่ได้รับการติดต่อจากยันต์สื่อสารของคนอื่น
ๆ ซึ่งก็แสดงว่าคนอื่น ๆ ไม่ได้ถูกปีศาจโจมตี
หนานกง เหว่ย อยู่ไกลจากที่นี่ หลี่ ชูเสวี่ย ยังไม่
โผล่มา เกรงว่าเขาคงต้องจัดการกับปีศาจตนนี้
ด้วยตัวเอง
หลังจากได้ต่อสู้ อู่ อวี้ ก็พบว่าไม่ใช่เรื่องยากที่จะ
จัดการกับปีศาจตนนี้ ฉะนั้นเขาจึงไม่รีบร้อน แล้ว
เฝั้ารอโอกาสเหมาะสมเพื่อจะจัดการมัน อัน
เนื่องจากว่ากลุ่มอัจฉริยะเหล่านี้ ใช้ชีวิตอยู่แต่ใน
นิกายเซียนซูซัน จึงไม่เคยประสบพบเจอเหตุการณ์
ระทึกขวัญ ที่ต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาก่อน!
แน่นอนว่าอันตรายในโลกแห่งความจริง ย่อม
แตกต่างจากในซูซันกันอย่างลิบลับชัดเจน
จากการคาดเดาของ อู่ อวี้ หนานกง เหว่ย คงต้อง
ใช้เวลาพอสมควร ส่วน หลี่ ชูเสวี่ย นั้นไม่ต้อง
กังวลเพราะนางได้เฝั้าอยู่จุดกึ่งกลาง เพียงแต่ว่า
นางคอยควบคุมไม่ให้ อู่ อวี้ กระทำการใด ๆ ได้
คาดว่า เปั่ยซาน ม่อ น่าจะเป็นผู้บงการอยู่
เบื้องหลัง
ชริ้ง!
ทันใดนั้นเอง ร่างกายของปีศาจก็บังเกิดการ
เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เป็นความเร็วที่ตาเปล่า
ไม่สามารถมองเห็นได้ ร่างกายดำทะมึนของมัน
ขยายใหญ่โตขึ้น เกิดเป็นเสียงแหลมคมไร้เปรียบ
เพียงชั่วพริบตาก็ปรากฏเป็นร่างค้างคาวขนาด
ยักษ์อยู่ต่อหน้าของ อู่ อวี้ บัดนี้ค้างคาวปีศาจ
กำลังบินทะยานอยู่บนฟากฟั้า ทั่วร่างของมันมีเส้น
โลหิตอยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนใบหน้าของมันก็น่า
สะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
บัดนี้มันได้กลายเป็นปีศาจค้างคาวบรรพกาล!
อีกฝั่ายหาได้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดออกมา มัน
ตัดสินใจอย่างรวดเร็วว่าจะสังหาร อู่ อวี้ ดังนั้น
หลังจากที่มันแปลงกลายเป็นปีศาจค้างคาวบรรพ
กาล มันก็ส่งเสียงกรีดร้องแหลมเล็กอยู่หลายครั้ง
ปีกของมันกางสยายปกคลุมผืนแผ่นฟั้า เท่ากับว่า
ในเวลานี้ อู่ อวี้ ได้ถูกปกคลุมอยู่ท่ามกลางเงามืด
อย่างสมบูรณ์
มันคือปีศาจที่อยู่ในระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต
มันมีความเข้าใจในเต๋าอย่างลึกซึ้ง แม้ว่า อู่ อวี้ จะ
เคยต่อสู้กับปีศาจมามากมายนับไม่ถ้วนแล้ว แต่
ปีศาจทั้งหลายที่พบเจอมา หรือแม้แต่วานรศิลา
ทองคำ ก็หาได้มีพลังการฝึกตนลึกล้ำเช่นดังปีศาจ
ค้างคาวบรรพกาลตัวนี้
สิ่งสำคัญที่สุดคือการโจมตีที่อีกฝั่ายปลดปล่อย
ออกมาคือ แก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่า
สะพรึงกลัวมากสุดของปีศาจ!
ปีศาจค้างคาวบรรพกาลโบกสะบัดปีก ทันใดนั้นมัน
ก็อ้าปากพร้อมกับพ่นหมอกควันสีดำออกมา เมื่อ
หมอกควันทมิฬพ่นกระจายออกมันก็กวาดกลืนทุก
สรรพสิ่ง เพียงชั่วพริบตาผืนปฐพีก็ถูกหมอกทมิฬ
ปกคลุมจนสิ้น ฉะนั้นภายใต้อาณาเขตเขตแดนนี้
วิสัยทัศน์จึงได้ถูกผนึกปิดกั้นอย่างสมบูรณ์ หาก
อยากออกจากเขตแดนนี้ ต้องฝั่าออกไปเท่านั้น
ไม่เช่นนั้นก็จะมีสภาพเช่นดั่ง เสี่ยว หวนซาน ซึ่งมี
มันเป็นจุดศูนย์กลาง และเป็นผู้ควบคุมเขตแดนนี้
อย่างสมบูรณ์ เป็นเขตแดนที่สร้างข้อจำกัด
มากมายให้แก่ฝั่ายตรงข้าม
ณ เวลานี้ ไม่อาจทราบได้ว่าปีศาจค้างคาวบรรพ
กาลอยู่ที่ใด ชั่วขณะที่แก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ถูก
ปล่อยออกมา ฉับพลันปีศาจค้างคาวบรรพกาล ก็
เปล่งเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยองออกมา เสียง
กรีดร้องแหลมเล็กของมันเสียดแทงแก้วหู สร้าง
ความเจ็บปวดแก่ผู้ได้ยินอย่างยิ่ง แม้แต่สาวกซูซัน
ที่ไม่ได้อยู่ภายในเขตแดนก็ยังได้รับผลกระทบนี้ไป
ด้วย พวกมันทั้งหมดต่างเอามืออุดหู สีหน้าซีด
เผือด ร่างกายทรุดลงกับพื้นไปด้วยความเจ็บปวด
อย่างสุดจะทานทน ไม่ต้องกล่าวถึงผู้ที่อยู่ใจกลาง
เขตแดนนี้ อู่ อวี้ เป็นผู้ได้รับการโจมตีมฤตยูของ
ปีศาจค้างคาวบรรพกาลรุนแรงอย่างถึงที่สุด!
มันโจมตีด้วยเสียง!
เมื่อมันเปล่งเสียงกรีดร้องแหลมเล็กกรีดเฉือน
ออกมา เห็นได้ชัดว่าไม่มีผู้ใดต้านทานพลานุภาพนี้
ได้ ต่อให้พวกมันจะเอามืออุดหูก็ตามแต่ก็ยังไร้ผล
อู่ อวี้ มีสีหน้าขาวซีด ทุ่มเทอุทิศทั้งพลังกายพลัง
ใจต่อสู้ด้วยความกล้าหาญ ถึงแม้ตนเองจะได้รับ
บาดเจ็บ ก็ยังพยายามกัดฟันสู้อย่างยากลำบาก
เพื่อประคับประคองรั้งมันไว้!
” แคว๊กกก! แคว๊กกก! ” ปีศาจค้างคาวบรรพกาล
ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนอย่าน่าอเนจอนาถเวทนา
อย่างยิ่ง เสียงกรีดร้องแหลมเล็กแผดออกมาอย่าง
ต่อเนื่อง ภายใต้การโจมตีนี้ มันไม่ปล่อยโอกาสให้
อู่ อวี้ ได้พักหายใจแม้แต่น้อย เมื่อไหร่ก็ตามที่เขา
ผ่อนการปั้องกันลง พลังโจมตีด้วยคลื่นเสียงที่ถูก
ปล่อยออกมานั้น ซึมผ่านเข้าสู่ร่างกายมากยิ่งขึ้น
อาจทำให้จิตวิญญาณของเขาแตกสลายได้ แม้แต่
หูทั้งสองข้างก็ยังไม่อาจได้ยินสุรเสียง หูหนวก
อย่างถาวร
” ถึงแม้แก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ จะร้ายกาจก็จริง
แต่ดูเหมือนว่าฝีมือคงจะมีแค่นี้” อู่ อวี้ หาได้หวั่น
เกรงมันแม้แต่น้อย แม้ว่าตนเองอยู่ในสถานการณ์
วิกฤติเจียนตาย แต่เขาก็สามารถหาหนทางออกได้
ในชั่วพริบตา
ท่ามกลางช่วงเวลาแห่งวิกฤตนี้ ขณะกำลังตกอยู่
ในที่นั่งลำบาก เขารีบดึงเส้นผมสีทองออกมาสิบ
เส้น ทันใดนั้นเสียงระเบิดก็ดังขึ้น ตู้ม∼ ตู้ม∼ ตู้ม
∼ ตู้ม∼ ตู้ม ! บัดนี้เส้นผมสีทองทั้ง สิบเส้นที่ถูก
ดึงออกมาได้กลายเป็นมนุษย์ ที่มีรูปร่างหน้าตา
คล้ายคลึงกับ อู่ อวี้ ทุกกระเบียดนิ้ว ทั้งในมือยังถือ
จับกระบี่ที่เป็นศาสตราเต๋าเชื่อมจิตชนิดเดียวกัน
หมด ซึ่งศาสตรานั้นก็คือกระบี่ ตามมาด้วยพลัง
อำนาจมหาศาลที่ระเบิดพวยพุ่งขึ้นมาอย่าง
ฉับพลัน สามารถค้นหาตำแหน่งของค้างคาวบรรพ
กาลได้ จากเสียงร้องของมันจึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะ
ระบุตำแหน่งของมัน
นี่เป็นครั้งแรกที่ ‘ร่างอวตารนอกวิถี’ ปลดปล่อย
พลังอำนาจออกมาอย่างแท้จริง โดยมีจุดมุ่งหมาย
เข่นฆ่าสังหารปีศาจค้างคาวบรรพกาล
ทันใดนั้น อู่ อวี้ ทั้งสิบคนพุ่งทะยานออกไป พวก
เขาทั้งสิบ เป็นร่างจำแลงของเส้นผม ฉะนั้นจึง
ไม่ได้รับผลของการโจมตีจากปีศาจค้างคาวบรรพ
กาลรุนแรงมากนัก ด้วยเหตุนี้ทันทีที่ทั้ง สิบปรากฎ
กายขึ้น ก็ควานหาร่องรอยของปีศาจค้างคาว
บรรพกาล จากนั้นก็พุ่งเข้าไปโจมตีอย่างรวดเร็ว!
“เคล็ดวิชากระบี่แก่นแท้เซียนกำสรวล!”
ทั้งหมดล้วนมีฝีมือพลังรบอยู่ในระดับสร้างแกน
นภา ขั้นที่ 9 หรือมากกว่านั้น ทุกคนล้วนสามารถ
ใช้ เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน ได้ทั้งสิ้น ทันใดนั้น
เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน ก็ระเบิดออก ปราณกระบี่
ทั้ง 10 อัดกระแทกเข้าใส่ปีศาจ ขณะที่มันพุ่งเข้า
มาใกล้ กิ๊ดดดดด!!!! ปีศาจค้างคาวบรรพกาลส่ง
เสียงกรีดร้องในทันที เสียงกรีดร้องของมันไม่ใช่
การโจมตีด้วยคลื่นเสียงอีกต่อไป แต่เป็นเสียงกรีด
ร้องที่ดังขึ้นอย่างแท้จริง ชั่วขณะที่ เคล็ดวิชากระบี่
แก่นแท้เซียนกำสรวล ถูกปลดปล่อยออกไปบดขยี้
ทำลายศัตรู ความรู้สึกเจ็บปวดวิงเวียนศีรษะ จิต
วิญญาณสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวดร้าว
ความคิดจิตใจว่างเปล่า ซึ่งผลจากอำนาจพลัง
อิทธิฤทธิ์ ก็ไม่อาจประคับประคองรักษาเอาไว้ได้
อีกต่อไป
บัดนี้เขตแดนทั้งหมดกระจายหายหายไปสิ้น!
การโจมตีด้วยเสียงที่ อู่ อวี้ ได้รับนั้น สูญสลาย
หายไปจนสิ้น แม้ว่าจะยังคงรู้สึกเจ็บปวดที่หูอยู่
บ้าง แต่อย่างน้อยในเวลานี้เขาก็ได้รับอิสระ
ในช่วงเวลาเป็นตายเช่นนี้นับเป็นโอกาสที่ดีอย่าง
ยิ่ง ดังนั้น อู่ อวี้ จึงเรียกเสาเก้าจัตุรัสสยบมาร
ออกมา จากนั้นก็กระจายเป็นวงเวทย์เก้าจัตุรัส
สยบมาร ส่งผลให้ปีศาจค้างคาวบรรพกาล ถูก
กักขังอยู่ภายในกึ่งกลางวงเวทย์ทันที บัดนี้ปีศาจ
ค้างคาวบรรพกาลกำลังสั่นสะท้าน เจ็บปวดทุกข์
ทรมานอย่างสุดแสนสาหัส
มือของ อู่ อวี้ ถือจับ ‘กระบี่ระบำจันทราพิสุทธิ์สูญ’
เขาไม่เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดออกมา แต่พุ่งทะยานเข้า
ไปภายในวงเวทย์เก้าจัตุรัสสยบมาร จากนั้นก็ใช้
เคล็ดวิชากระบี่แก่นแท้เซียนกำสรวล พุ่งทะลวง
แทงเข้าไปบนศีรษะของปีศาจค้างคาวบรรพกาล
มันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างน่าอเนจอนาถ
มันกำลังดิ้นทุรนทุรายอยู่ภายใน วงเวทย์เก้าจัตุรัส
สยบมาร น่าเสียดายที่การโจมตีนี้ของ อู่ อวี้ หมาย
มาดเด็ดชีพมัน ทำให้มันไม่สามารถทานทนได้นาน
นัก หลังจากนั้นเสียงกรีดร้องของปีศาจครั้ง
ค้างคาวก็ค่อย ๆ เบาลง ในที่สุดมันก็ตกตายไป
ดวงตาของมันแปรเปลี่ยนกลายเป็นสีขาว หัวทิ่ม
ทิ้งดิ่งลงมาไร้ซึ่งสุรเสียงร้องใด ๆ
แม้บนร่างกายของมัน ไร้ซึ่งร่องรอยบาดแผล แต่
จิตวิญญาณของมันได้ดับสูญตกตายไปเรียบร้อย
แล้ว
อู่ อวี้ ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกพร้อม
ถอดวงเวทย์เสาเก้าจัตุรัสสยบมารออก ปีศาจ
ค้างคาวอัดกระแทกลงกับพื้น บังเกิดเป็นเสียงดัง
ขึ้นอย่างฉับพลัน ตูม!! ฝุั่นละอองฟุั้งตลบอบอวล
อย่างต่อเนื่อง
อู่ อวี้ ก้าวไปข้างหน้า ก็พบเห็นถุงจักรวาลของ
ปีศาจค้างคาว ซ่อนอยู่ท่ามกลางใต้ผิวหนังของ
มัน ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะหาพบ แต่มันก็ไม่
อาจหลุดรอดสายตาของ อู่ อวี้ ไปได้
เมื่อเขาเปิดถุงจักรวาลออก ก็พบว่ามีเม็ดยาปราน
มรกตอยู่ด้านในเป็นจำนวนมาก เม็ดยาปรานมรกต
หนึ่งเม็ดเทียบเท่ากับ 1,000 แต้มความสำเร็จ
กล่าวได้ว่าตอนนี้เขามีแต้มความสำเร็จมากกว่า
20,000 แต้ม
เม็ดยาโอสถถือเป็นสกุลเงิน ที่หมุนเวียน
แลกเปลี่ยนมากที่สุดภายในทวีปแห่งประเทศนี้
แม้ว่าปีศาจจะมีฝีมือในการกลั่นสกัดปรุงโอสถได้
ไม่ค่อยดีนัก แต่ก็ยังพอมีผู้เชี่ยวชาญในการกลั่น
สะกัดปรุงโอสถอยู่บ้าง บวกกับว่าปีศาจชอบเข่น
ฆ่าแย่งชิงสมบัติ จึงทำให้ในมือของพวกมันมี
สมบัติอยู่ไม่น้อย
” แน่นอนว่าในแวดวงของผู้ฝึกตน การฆ่าสังหาร
ถือเป็นวิธีที่จะได้รับทรัพย์สมบัติได้อย่างรวดเร็ว
มากที่สุด เมื่อเทียบกับวิธีการเก็บสะสมแต้ม
ความสำเร็จในซูซันแล้ว นับว่าการสังหารแล้วรับ
สมบัติมาถือเป็นวิธีการที่รวดเร็วกว่ามาก ”
แน่นอนวิธีการนี้ย่อมมีความเสี่ยงสูงอย่างยิ่ง
เม็ดยาปรานมรกต 20 เม็ด เพียงพอสำหรับ อู่ อวี้
ที่จะเอาไว้ใช้ได้เป็นเวลานาน
ในขณะที่เขากำลังเก็บเม็ดยาปรานมรกต มาจาก
ปีศาจค้างคาว เขาก็สัมผัสได้ว่ามีสายตาจ้องมอง
เขาอยู่ ในเวลานี้สาวกคนอื่น ๆ ของซูซัน กำลัง
จ้องมองเขาด้วยอาการตกตะลึงอย่างที่สุด อย่างไร
ก็ตามภายในดวงตาของพวกมัน ก็แฝงไว้ด้วย
ความเกรงกลัวแลเคารพซาบซึ้ง อู่ อวี้ ในเวลา
เดียวกัน
ขณะเดียวกัน อู่ อวี้ ก็กวาดสายตามองไปที่คนอื่น
รวมถึงมองผ่านไปยังที่ห่างไกล เขาก็แลเห็น หลี่ ชู
เสวี่ย ลอยคว้างอยู่บนอากาศ สวมใส่ชุดกระโปรง
ยาวสีขาวบริสุทธิ์ กระพือพริ้วไสวตามกระแสสาย
ลม ดูราวประดุจดั่งเทพธิดาบนสรวงสวรรค์ที่จุติลง
มายังโลก
ในดวงตาของนางเผยให้เห็นถึงความประหลาดใจ
ราวกับว่านางไม่เข้าใจว่า อู่ อวี้ สังหารปีศาจ
ค้างคาวได้อย่างไร ชั่วระยะเวลาการต่อสู้ระหว่าง
อู่ อวี้ กับ ปีศาจค้างคาวนั้นสั้นมาก ใช้เวลาจัดการ
เพียงแค่ไม่กี่อึดใจเท่านั้น ดังนั้น หลี่ ชูเสวี่ย ที่อยู่
ไม่ไกล จึงไม่สามารถติดตามมาได้อย่างทันท่วงที
แน่นอนว่าหากเป็น หนานกง เหว่ย หรือ เปั่ยซาน
ม่อ พบเห็นปีศาจ อย่างน้อยนางต้องมีความเร็วใน
การสังหารกว่าเขาครึ่งหนึ่ง
เหตุผลที่พวกเขาไม่ได้ติดตามไปในทันที คาดว่า
น่าจะกำลังประเมินอยู่ฝังว่ามีปีศาจบุกรุกหรือไม่
“พี่ชาย!” อู่ อวี้ แลเห็นว่าเบื้องหลังของ หลี่ ชูเสวี่ย
มีเพลิง 9 สีกำลังบินทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็ว
จากนั้นก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้า อู่ อวี้ เมื่อนาง
ปรากฏตัวขึ้น แสงสว่างหลากสีก็แผ่ขยายปกคลุม
ร่าง หลี่ ชูเสวี่ย อย่างสมบูรณ์ คนผู้นี้ก็คือ หนาน
กงเหว่ย นางแสดงท่าทางหวั่นวิตกเล็กน้อย
จากนั้นก็กวาดตามองภาพที่อยู่เบื้องหน้าอย่าง
รวดเร็ว เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น นางจึงรู้สึก
ผ่อนคลายลงบ้างเล็กน้อย แต่ทันทีที่เห็นปีศาจ
ค้างคาวนอนตายอยู่ นางก็กล่าวขึ้นอย่าง
ประหลาดใจว่า “ดูเหมือนว่าปีศาจค้างคาวตนนี้
จะมีระดับการบำเพ็ญอยู่ในขั้น ตำหนักม่วงทะเล
มรกต ท่านเป็นคนสังหารมันงั้นหรือ? ”
” โชคช่วยหน่ะ ” อู่ อวี้ กล่าว
ถึงแม้คนอื่น ๆ จะไม่ได้ใช้ยันต์สื่อสารติดต่อกับ อู่
อวี้ แต่พวกมันก็ได้ยินเสียงการต่อสู้ ดังนั้น หลี่ ชู
เสวี่ย จึงบอกให้พวกมันประจำตำแหน่งของตัวเอง
เอาไว้ เนื่องด้วยเกรงว่าปีศาจจะลอบโจมตีเอาได้
ในเวลานี้ หลี่ ชูเสวี่ย พุ่งทะยานมายังทิศทางนี้
จากนั้นนางก็มองไปที่ซากศพของปีศาจค้างคาว
แล้วก็กล่าวกับ อู่ อวี้ ด้วยน้ำเสียงหนาวเย็นว่า ”
ในครั้งหน้าอย่าเพิ่งด่วนรีบร้อนจัดการ อย่างน้อยก็
ช่วยละเว้นชีวิตมันเอาไว้ เผื่อพวกเราจะได้รีดเค้น
ไต่ถามสิ่งที่เป็นประโยชน์จากมันได้”
อู่ อวี้ ยิ้ม พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า ” ศิษย์พี่หลี่ท่าน
ล้อข้าเล่นอยู่ใช่หรือไม่ ขนาดตัวข้าเองยังเกือบเอา
ชีวิตไม่รอด แล้วจะให้ข้าไว้ชีวิตมันได้อย่างไร หาก
แม้นข้าเมตตามันเล็กน้อย นั่นอาจหมายถึงจุดจบ
แห่งความตายของข้า หากครั้งหน้าท่านต้องการให้
ปีศาจมีชีวิตรอด เช่นนั้นท่านก็ควรมาให้เร็วกว่านี้
”
หลี่ ชูเสวี่ย ไม่รู้จะตอบกลับอย่างไรดี อีกทั้ง หนาน
กง เหว่ย ก็อยู่ที่นี่ด้วย เมื่อสัมผัสได้ถึงดวงตาที่เต็ม
ไปด้วยความไม่พอใจของนาง นางก็มิได้โต้ตอบต่อ
ล้อต่อเถียงอันใดกับ อู่ อวี้ อีก แต่เลือกที่จะก้าวไป
ตรวจสอบยังเบื้องหน้า พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า
“เนื่องจากเรายังต้องรออยู่ที่นี่ เราจึงจำเป็นต้องรู้
ว่าปีศาจตนนี้มีศักดิ์ฐานะเช่นไร ฉะนั้นเจ้าจงลองดู
ในถุงจักรวาลของมัน ว่ามีสิ่งของชิ้นไหนสามารถ
ระบุตัวตนมันได้บ้าง ”
อู่ อวี้ ตรวจสอบดูอยู่ครู่หนึ่ง แลพบว่าภายในนั้นมี
เหรียญคำสั่งสีดำอยู่หนึ่งเหรียญ นี่เป็นเพียง
เหรียญคำสั่งเหล็กนิลธรรมดาสามัญเท่านั้น บนนั้น
มีหยดโลหิต ซึ่งแผ่กลิ่นอายปีศาจออกมาอย่าง
รุนแรง แค่จ้องมองไปที่มันก็ทำให้ผู้คนต้องหายใจ
ติดขัดรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง
” ดูเหมือนว่าจะเป็นปีศาจที่อยู่ภายใต้สังกัดของ
‘ปีศาจโลหิต’ ” หลี่ ชูเสวี่ย กล่าว
“เช่นนั้นหรือ?” อู่ อวี้ ตกตะลึงเล็กน้อย แน่นอนว่า
เขารู้จักปีศาจโลหิตแดง แต่เขาไม่รู้ว่าควรบอกเล่า
ถึงศักดิ์ฐานะแลตัวตนของปีศาจโลหิตตนนี้ ให้ หลี่
ชูเสวี่ย ฟังอย่างไรดี
หลี่ ชูเสวี่ย ย่นคิ้วเล็กน้อย จากนั้นก็กล่าวขึ้นว่า ”
ไม่ต้องกังวลไป อาณาเขตของปีศาจโลหิตอยู่
ห่างไกลจากที่นี่ สำหรับนางมารตัวนี้ ที่นี่เป็นเพียง
แค่ เหมืองทองคำปีหลวน อันเล็กจ้อยเท่านั้นมัน
หาได้แยแสไม่ ต่อให้นางมารตัวนี้หาญกล้าบุกเข้า
มา ก็มีคนรอจัดการมันอยู่ดี ที่เราต้องทำก็แค่เฝั้า
พิทักษ์ที่นี่ต่อไป คาดว่าในครั้งนี้ ปีศาจค้างคาวคง
ตั้งใจบุกมาโจมตีด้วยตนเอง เจ้าไม่จำเป็นต้องคิด
อะไรให้มากความ กลับไปประจำตำแหน่งของ
ตนเอง แล้วสังเกตการเคลื่อนไหวต่อไป ”
เมื่อกล่าวเสร็จสิ้น นางก็รีบเร่งบินทะยานกลับไป
คาดว่านางคงรู้สึกกังวลว่าจะมีปีศาจโจมตีเข้ามา
จากทิศทางอื่น
” พี่ชาย ท่านพบอะไรเข้าอย่างนั้นหรือ? ” หนาน
กงเหว่ย เนื่องจากนางสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลง
บางอย่าง ในจิตใจของ อู่ อวี้ อย่างชัดเจน
อู่ อวี้ ส่ายศีรษะ เขาเคยผ่านอาณาเขตของปีศาจ
โลหิต เพื่อกลับมายังซูซัน เขาย่อมล่วงรู้ดีที่สุดว่า
ระยะทางนั้นห่างไกลกันมากเพียงใด เขาไม่คิดว่า
ปีศาจโลหิตจะปรารถนาครอบครองเหมือนทองคำ
ปีหลวนแห่งนี้ เนื่องจากนางเป็นคนของ วูซาน
เซี่ยชือ จึงไม่น่าจะเหลียวแลแยแสสถานที่แห่งนี้
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ พยายามครุ่นคิดถึงตรา
ประทับคำสาปในร่างของเขาที่ วูซาน เซี่ยชือ เป็น
ผู้ลงมือ ดังนั้นจึงทำให้เขารู้สึกจิตใจสับสนอยู่บ้าง
เล็กน้อย
” เปล่าไม่มีอะไรหรอก เจ้ากลับไปก่อนเถอะ ไว้มี
เรื่องอันใดเราค่อยใช้ตราประทับสื่อสารติดต่อกัน ”
อู่ อวี้ กล่าว
“ตกลง” เมื่อ หนานกง เหว่ย เห็นว่าเขาไม่ได้รับ
บาดเจ็บ จิตใจของนางจึงรู้สึกผ่อนคลายลง
อู่ อวี้ ปรารถนาอยู่เพียงลำพัง เพื่อครุ่นคิดถึง
เปั้าหมายที่แท้จริงของ วูซาน เซี่ยชือ
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ