กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 347 : ราชันหมอกทมิฬกําลังมา
เฉิน ชิงเหยา กล่าวว่า “ วูซาน เซี่ยชือ ไม่
จำเป็นต้องใช้วิธีนี้จัดการเขา ถ้าจะให้กล่าวถึงคน
ที่มันอยากจะเล่นงานจริง ๆ ควรจะเป็นจิ่วอิง ”
จิ่วอิง ไม่อยู่ ปีศาจค้างคาวบรรพกาล ซึ่งเป็น
ผู้ติดตามของปีศาจโลหิตได้ปรากฏตัวขึ้น พร้อมทั้ง
มิได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด ๆ ก็พุ่งโจมตีหมายหมาด
สังหาร อู่ อวี้ ทันที กล่าวได้ว่าเรื่องนี้มีบางอย่างที่
ผิดปกติเล็กน้อย ซึ่งมันทำให้ อู่ อวี้ สงสัยอยู่
บางส่วน อย่างไรก็ตามเมื่อครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วน
เป็นไปได้ว่านี่อาจเป็นเรื่องบังเอิญ ปีศาจค้างคาว
อาจค้นพบบางคนที่ขุดค้นเจอสมบัติ ซึ่งอยู่
ใกล้เคียงกับห้วงทะเลปีศาจอนันต์ ดังนั้นมันจึงเข้า
มาในอาณาเขตศัตรู หมายมาดสังหารสาวกซูซันที่
ประจำการอยู่ แย่งชิงเอาสมบัติชิ้นนั้นไป
” มิเช่นนั้น หากมันรับคำสั่งจากปีศาจโลหิตให้มา
สังหารข้า คงไม่กระโจนเข้ามาสังหารข้า โดยไม่
กล่าวอันใดสักคำเช่นนี้ เพราะเมื่อดูจาก
สถานการณ์แล้ว วูซาน เซี่ยชือ ปรารถนาให้ข้าจะ
ทำเรื่องชั่วช้าบางอย่างเป็นแน่”
หลังจากที่ใช้ความคิดหลายๆอย่างที่จะเชื่อมโยง
กับความสัมพันธ์เกี่ยวกับปีศาจโลหิตแล้ว ก็พบว่า
ไม่น่าจะมีอะไรในกอไผ่
อู่ อวี้ ต้องต่อสู้ผ่านความเป็นตายมาแล้วหลายครั้ง
ดังนั้นเขาจึงมีประสบการณ์อยู่บางส่วน แลยังคง
จมอยู่ในห้วงภวังค์แห่งการปรับแต่งแกนนภาต่อไป
สถานการณ์ในตอนนี้นับว่าอยู่ในขั้นวิกฤต ศัตรู
หมายเอาชีวิตมีอยู่ทั้งด้านนอกด้านใน ด้านนอกมี
ปีศาจ ด้านในมี เปั่ยซาน ม่อ แลพรรคพวกของมัน
นับว่าตัวเขาอยู่ในสถานะเสี่ยงอันตรายถึงขีดสุด
ในวันนี้เขาเกือบจะเรียกได้ว่าหัวเดียวกระเทียมลีบ
ถ้าไม่มี หนานกง เหว่ย เขาก็จะไม่มีผู้ใดคอยให้การ
ช่วยเหลือตัวเอง หากว่าเขาไม่มีฝีมือแข็งแกร่งมาก
เพียงพอ ในตอนนี้ผู้ที่จะนอนกลายเป็นซากศพอยู่
บนพื้น คงไม่ใช่ปีศาจค้างคาวบรรพกาล แต่เป็น
ตนเอง
หากตามการคาดเดาของ อู่ อวี้ การที่ปีศาจ
ค้างคาวมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่เป็นเพียงแค่เรื่อง
บังเอิญเท่านั้น เนื่องจากในเดือนต่อมาก็ไม่มีปีศาจ
ปรากฏตัวขึ้นมาอีกแต่อย่างใด อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ
ได้เฝั้าพิทักษ์อยู่ที่นี่มาเป็นเวลานาน นอกจาก อู่
อวี้ แล้ว คนอื่น ๆ ก็ยังไม่ได้ต่อสู้กับปีศาจเลย
แม้แต่น้อย
ส่วนทางฝังของ นิกายเซียนซูซัน ซึ่งอยู่ภายใน
เหมืองแร่ทองคำปีหลวน บัดนี้ได้ขุดทองคำปีหลวน
ขึ้นมาได้เป็นจำนวนมาก อู่ อวี้ ลงไปดูเพียงแค่ไม่กี่
ครั้ง ในแต่ละครั้งเขาก็ได้พบเห็น ราชันทองคำปี
หลวน เปล่งประกายแสงสีทองสุกใสส่องสว่าง
ออกมาจากภายในเหมือง ว่ากันว่าแกนหลักของ
ราชันทองคำปีหลวน มีเส้นวิญญาณหกเส้นที่
สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
ว่ากันว่าหากเป็นสมบัติยอดเยี่ยมที่สุดในใต้หล้านี้
ในบัดนี้ คือรากฐานเซียนที่มีเส้นวิญญาณ 10 เส้น
ส่วน ราชันทองคำปีหลวน มีเส้นวิญญาณ 6 เส้น
ถูกกลบฝังอยู่ภายใต้พื้นพิภพจากทวีปแห่งทวย
เทพมาเนิ่นนานหลายแรมปีนับไม่ถ้วน ผ่านการ
หล่อเลี้ยงจากพลังแห่งฟั้าดิน จนแปรเปลี่ยน
กลายเป็นสมบัติวิเศษ
แม้ว่าเขาจะไม่ได้สัมผัส ราชันทองคำปีหลวน
โดยตรงทว่าขนาด อู่ อวี้ แค่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขายัง
สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายฟั้าดินแฝงเร้นเปียมล้นไปด้วย
คุณภาพสูงล้ำอย่างมหาศาลไร้สิ้นสุด
ด้วยคุณภาพที่สูงล้ำเช่นนี้ แน่นอนว่าหากนำไป
หลอมสร้างเป็นศาสตราเต๋าจะต้องมีคุณภาพล้ำ
เลิศอย่างที่สุด แต่ทว่าหากควานหาคนจากทั่วทั้ง
ทวีปแห่งทวยเทพ ผู้ที่สามารถหลอมสร้างศาสตรา
เต๋าได้ มีเพียงน้อยนิดเท่านั้น
เปั่ยซาน ม่อ กับ มู่ หลิงเช่อ แลพรรคพวกของมัน
มีความทะเยอทะยานอย่างใหญ่หลวง ใคร่อยากจะ
พานพบต่อสู้กับปีศาจ แต่ก็ต้องพบกับความ
ล้มเหลว ทำให้พวกมันทั้งสองรู้สึกไม่พอใจ ดังนั้น
พวกมันจึงเสนอจะเข้าไปในส่วนลึกของ ห้วงทะเล
ปีศาจอนันต์ เพื่อจะไปบั่นหัวปีศาจชำระแค้น
หนานกง เหว่ย ก็เห็นด้วยเช่นกัน แต่ หลี่ ชูเสวี่ย ก็
ยังห่วงกังวลในเรื่องความปลอดภัย รวมถึงความ
เสี่ยงที่อาจจะเกิดปัญหากับพวกเขา อีกทั้งเพื่อ
หลีกเลี่ยงไม่ให้ เปั่ยซาน ม่อ ต้องเสี่ยงพบเจอกับ
อันตราย ฉะนั้นนางจึงแนะนำให้ล้มเลิกความคิดที่
จะเคลื่อนออกจากที่นี้
ทำให้ในเวลานี้ เปั่ยซาน ม่อ รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย
เนื่องจากผู้ที่มีโอกาสได้ต่อสู้สังหารปีศาจมีเพียง อู่
อวี้ คนเดียวเท่านั้น ถึงแม้มันจะอ้างว่าตั้งใจเข่นฆ่า
สังหารปีศาจเพื่อ หนานกง เหว่ย ทว่าก็ยังยากที่จะ
กระทำอันใดร่วมกับ หนานกง เหว่ย ได้ เนื่องจาก
กระบี่ของพวกมัน ยังไม่มีโลหิตของปีศาจอาบ
ชโลมอยู่แม้แต่หยดเดียว
“ราชันย์ทองคำปีหลวนที่ถูกขุดค้นขึ้นมา แทบจะมี
จำนวนเทียบเท่ากับทองคำปีหลวนชนิดอื่น ๆ
อดทนรออีกสักครู่ เราจะเดินทางกลับไปยังซูซัน
โดยนำราชันทองคำปีหลวนไปด้วย” หลี่ ชูเสวี่ย
กล่าวตระเตรียมกำหนดการ
นี่คือแผน
เปั่ยซาน ม่อ กล่าวขึ้นอย่างหนาวเย็นว่า ” พวก
ปีศาจมันมัวไปมุดหัวอยู่ที่ไหนกัน? หรือเราต้องทำ
ให้เกิดเสียงดังมากกว่านี้ ถึงจะสามารถดึงดูดให้
พวกมันเข้ามาได้?”
หลี่ ชูเสวี่ย กล่าวขึ้นอย่างเสียไม่ได้ว่า ” เขาหยินห
ยางอยู่ใกล้เคียงกับห้วงทะเลปีศาจอนันต์ แต่อยู่
ห่างไกลจากนิกายเซียนซูซันของเรา ข้าคิดว่าเรา
ไม่ควรโหวกเหวกแหวกหญ้าให้งูตื่น หากเรา
เปิดเผยตำแหน่งออกไป เกรงว่าจะไปดึงดูดปีศาจ
ซึ่งยากจะจัดการได้ให้ปรากฏตัวขึ้น อย่างไรแล้ว
ทุกคนในที่นี้ก็ถือเป็นอนาคตของนิกายเซียนซูซัน
หากมีโอกาสสังหารพวกท่าน ปีศาจเหล่านี้ต้องลง
มืออย่างแน่นอน”
“ เจ้ากลัวอย่างนั้นหรือ ? ” การที่ หลี่ ชูเสวี่ย
ขัดขวางมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้ เปั่ยซาน ม่อ รู้สึก
ไม่พอใจ ในเวลานี้มันตัดสินใจจะเพิกเฉยต่อคำ
ทักท้วงของ หลี่ ชูเสวี่ย แลกำลังจะมุ่งออกไปเพื่อ
ค้นหาปีศาจ แต่ทันใดนั้นเองระหว่างที่พวกมัน
กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ทางทิศเหนือก็บังเกิดกลิ่น
อายปีศาจม้วนกวาดผ่านแผ่ขยายออกมาอย่าง
รุนแรง ทั้งยังหนาแน่นทรงพลังยิ่ง สีหน้าของทุก
คนแปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง จากนั้นก็ทะยานขึ้นไป
บนท้องนภาทันที เมื่อกวาดสายตามองไกลออกไป
แลเห็นว่าทิศทางของห้วงทะเลปีศาจอนันต์ มี
หมอกควันทมิฬกลุ่มหนึ่งกำลังแผ่ขยายออกมา
ชั่วขณะนั้นเองก็บังเกิดเสียงดังสะเทือนเลือนลั่นขึ้น
สั่นสะเทือนไปทั้งผืนปฐพี แม้กระทั่งเขาหยินหยาง
ก็มีรอยปริแตกปรากฎขึ้นมาให้เห็น
นอกจากความเสียหายบนเขา ไกลออกไปยังมี
ปีศาจปรากฏตัวขึ้น
“ทำไมพวกปีศาจ ถึงปรากฏตัวออกมาในตอนนี้
กัน?” อู่ อวี้ ยืนอยู่ข้างกาย หนานกง เหว่ย บังเกิด
ข้อสงสัยภายในใจ
หมอกทมิฬอันกว้างใหญ่นี้ แผ่ขยายออกไปมากขึ้น
เรื่อย ๆ ไม่ต้องกล่าวถึงท้องนภา บัดนี้มันได้ปก
คลุมไปทั่วทั้งผืนปฐพีแล้ว
อย่างน้อยระยะห่างอันกว้างใหญ่ระหว่าง เขาห
ยินหยาง กับห้วงทะเลปีศาจอนันต์ จะถูกปกคลุม
ไปด้วยหมอกควันทมิฬอย่างสมบูรณ์
ในเวลานี้ ทุกคนสามารถแลเห็นได้อย่างชัดเจนว่า
ท่ามกลางหมอกทมิฬอันกว้างใหญ่ไร้สิ้นสุดนี้ ได้
บังเกิดขึ้นจากการวิ่งตะบึงของเหล่าหมูปั่าจำนวน
นับไม่ถ้วน เมื่อกวาดสายตามองดูจักสามารถแล
เห็นหมูปั่านับหมื่น ๆ ตัว บางตัวมีขนาดใหญ่โต
มโหฬาร สูงใหญ่เท่าขุนเขา แต่ละครั้งที่เท้าของมัน
เหยียบย่ำลงบนพื้น จักบังเกิดเป็นเสียงดังสะเทือน
เลือนลั่นสั่นไหวไปทั้งพื้นปฐพี จนปรากฏเป็นรอย
แตกร้าวแผ่ขยายออกไป ดวงตาคู่สีโลหิต คมเขี้ยว
เหล็กกล้า ขนแต่ละเส้นของมันเป็นดั่งหอกแหลม
คมขึ้นปกคลุมไปทั่วทั้งร่าง ทั่วทั้งร่างมืดทะมึน ดู
น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง แม้แต่หมูปั่าตัวเล็กสุด ก็มี
ขนาดเท่าช้างสารตัวมหึมา
หมูปั่านับหมื่นที่เห็นอยู่นี้ มันคือปีศาจที่เปิดภูมิ
ปัญญาแล้ว !
” ปีศาจหมูปั่า ? ราชันหมอกทมิฬกำลังจะมา!”
หลิวจินร้องตะโกนออกมา
อู่ อวี้ ได้ยินพวกเขาพูดคุยกัน เขาหยินหยางอาณา
เขตที่อยู่ใกล้กับ ห้วงทะเลปีศาจอนันต์ มากที่สุด
โดยพื้นที่บริเวณนี้ถูกครอบครองโดยปีศาจหมูปั่า
ซึ่งมันได้กล่าวอ้างตนว่าเป็น ราชันหมอกทมิฬ มี
ปีศาจนับหมื่นตัวอยู่ใต้บัญชา อีกทั้งพื้นที่แถบนี้ยัง
เต็มไปด้วยหุบเขาจำนวนนับไม่ถ้วน จึงทำให้เป็น
เสมือนดั่งสรวงสวรรค์ของเหล่าปีศาจหมูปั่า พวก
มันบุกตะลุยไปทั่วทุกสารทิศของแนวอาณาเขต
ห้วงทะเลปีศาจอนันต์ บ่อยครั้งพวกมันมักจะ
ออกมาจับผู้ฝึกตนกลับไป แม้ว่าสติปัญญาของมัน
จะไม่สูงมากนัก แต่ก็มากพอที่เป็นเหตุให้ หลิวจิน
ตื่นตระหนกจนแทบสิ้นสติ อันที่จริงแล้วมันกลัวว่า
ราชันหมอกทมิฬ จะมาพานพบเจอพวกมันอยู่ที่นี่
ตอนนี้
จากการคาดการณ์พวกเขาต่างคิดว่าอีกในไม่ช้า
‘ราชันทองคำปีหลวน’ คงสามารถถูกขุดออกมาได้
แต่ไม่ได้คาดคิดว่า ‘ราชันหมอกทมิฬ’ จะมาที่นี่ อีก
ทั้งมันยังทรงพลังอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้
จะต้องไม่ธรรมดา แต่ก็ยังเป็นที่กังขาอยู่ว่ามันรู้ได้
อย่างไรว่าสาวกของซูซันกำลังทำอะไรอยู่ที่นี่ แล้ว
ผู้ใดกันเป็นผู้คาบข่าวไปบอกมัน ?
” ถึงแม้ว่าราชันหมอกทมิฬจะอยู่ใกล้ที่นี่มากที่สุด
แต่ก็ถือเป็นระยะห่างพอสมควร อีกทั้งการ
เคลื่อนไหวของพวกเรายังแผ่วเบามาก แล้วมันหา
เราเจอในเขาหยินหยางได้อย่างไรกัน !?” หลี่ ชู
เสวี่ย หน้าขาวซีดภายในหัวเต็มไปด้วยความสงสัย
กังขา
ทว่า เปั่ยซาน ม่อ กับพรรคพวกของมันหาได้สนใจ
มันยิ้มออกมาพร้อมกับแค่นเสียงเย็นชากล่าวว่า ”
อย่าได้ใส่ใจมากนัก ข้ารอเวลานี้มานาน หากมัน
อยากจะตายมากนักก็ให้มันมา ถึงแม้ว่าจะเป็น
เพียงแค่ปีศาจสุกรโง่ ๆ ก็ยังดีกว่าไม่มีตัวอะไรให้
ซ้อมมือ ”
เหล่าผู้ฝึกตนหนุ่มสาวแสดงท่าทางคึกคักฮึกเหิม
ในทันที
” พี่ชาย ” หนานกง เหว่ย ซึ่งอยู่ใกล้กับ อู่ อวี้ สี
หน้าของนางดูผิดปกติจากเดิมไปในทันที ในเวลานี้
ใบหน้าของนางดูบิดเบี้ยวเปียมล้นไปด้วยความ
เคียดแค้นชิงชัง มันคือความเคียดแค้นชิงชังปีศาจ
ที่ฝังลึกอยู่ในก้นบึ้งของจิตใจ ราวกับว่าในเวลานี้มี
หนอนแมลงสกปรกอยู่ตรงหน้าของนาง
เนื่องจากว่าในชีวิตนี้ของนางได้พบเจอปีศาจมา
เพียงแค่น้อยนิด ทำให้ภายในจิตใจยังคงมีความ
หวาดกลัวอยู่บ้าง แต่ในทางกลับกันมันจิตใจของ
นางกับเปียมล้นไปด้วยเจตนาฆ่า ฝั่ามือของนาง
สั่นเทา แต่ร่างกายกลับท่วมท้นไปด้วยพลังอำนาจ
จนเกือบจะระเบิดออกมา
“สงบลงหน่อย” เป็นเรื่องปกติที่ อู่ อวี้ จะไม่ชอบ
ปีศาจหมูปั่าเหล่านี้ แต่เขาไม่ต้องการให้ หนานกง
เหว่ย สูญเสียความยั้งคิดจนไม่อาจระงับได้
ในตอนนี้ทุกคนเห็นว่า ปีศาจหมูปั่าที่รั้งอยู่ท้ายฝูงมี
ขนาดใหญ่มากกว่าเพื่อน อีกทั้งแต่ละตัวยังมีคนขี่
อยู่ด้านบน ถึงแม้มันจะมีรูปลักษณ์เหมือนมนุษย์
แต่ใบหน้าของมันกลับเป็นสีดำ ส่วนฟันเป็นสี
เหลือง พวกมันดูน่าเกลียดเป็นอย่างยิ่ง เห็นได้ชัด
ว่าพวกมันทั้งหมดล้วนเป็นปีศาจหมูปั่า แต่อยู่ใน
ระดับสูงจึงได้ถูกปั้องกันอารักขาเป็นพิเศษ
เพียง อู่ อวี้ กวาดสายตามองพวกมัน ก็รู้ว่าพวก
มันเหล่านี้เป็นปีศาจระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต
หนึ่งในพวกมันที่อยู่ในตำหนักม่วงมีฝีมือสูงส่งมาก
ที่สุด ฟันสีดำของมันดูแข็งแกร่งอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ยังมีเขี้ยวยื่นออกมานอกปาก ดวงตา
ใหญ่โตเสมือนดั่งกระดิ่งทองเหลือง บนศีรษะของ
มันมีหมอกสีดำฟุั้งกระจายอยู่โดยรอบ จาก
รูปลักษณ์คาดว่ามันน่าจะเป็น ‘ ราชันหมอกทมิฬ
’ ที่ปกครองอยู่ในแนวอาณาเขตภูเขาของ ห้วง
ทะเลปีศาจอนันต์
ส่วนปีศาจตนอื่น ๆ ที่อยู่ในอาณาจักรตำหนักม่วง
ทะเลมรกต น่าจะเป็นขุนพลของมัน
” น้องสอง, น้องสาม, น้องสี่, น้องห้า, น้องหก, น้อง
เจ็ด! ในที่สุดเราก็มาถึงเขาหยินหยางแล้ว! ” เมื่อ
ราชันหมอกทมิฬ เห็น อู่ อวี้ กับสาวกคนอื่น มันก็
แผดเสียงตะโกนบอกปีศาจที่อยู่ในร่างมนุษย์
รอบตัวของมัน
” ใช่แล้วพี่ใหญ่ เขาหยินหยางอยู่ที่นี่แล้ว! ”
” พวกเราเหล่าพี่น้อง เขาหยินหยางอยู่ที่นี่แล้ว! ”
” ใช่ ในที่สุดพวกเราก็มาถึง จงมองดูเหล่าพี่น้อง
คนเหล่านี้คือผู้ที่อยู่บนชิงเทียน พวกมันล้วนเป็น
ลูกหลานแห่งซูซัน ”
ทั้ง 6 ล้วนเป็นพี่น้องของมัน จึงไม่น่าแปลกใจเลย
ว่าไฉนพวกมันถึงมีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกันนัก
ซึ่งดูจากความคล้ายนี้คาดว่าจะถือกำเนิดมาจาก
บิดามารดาเดียวกัน อีกทั้งยังเป็นฝาแฝด 7 คน
” พี่ใหญ่ ลูกหลานแห่งซูซันเหล่านี้ คิดจะมาแย่งชิง
สมบัติล้ำค่าของเรา เราจะทำเช่นไรดี ?”
ราชันหมอกทมิฬ แผดเสียงคำรามแล้วกล่าวว่า ”
เจ้าถามว่าข้าจะทำยังไงกับพวกมันกันรึ! ดี! ข้าจะ
บอกให้ ข้าจะกินพวกมันไม่ให้เหลือ! กินกินกินและ
กิน! กินพวกมันทุกอณู แม้แต่เส้นผมข้าก็จะกิน! ”
” ดี! ถามได้ดี ข้าจะกินให้หมดแม้แต่เสื้อผ้าอาภรณ์
ของมัน! ไม่เว้นแม้แต่กระบี่ ข้าจะกินไม่ให้เหลือ! ”
ปีศาจหมูปั่ากล่าว
ปีศาจหมูปั่าหันไปเคาะหัวปีศาจอีกตนหนึ่งอย่าง
รุนแรง พร้อมกับกล่าวว่า ” ผายลม! เจ้าโง่หรือ
อย่างไรด้ามจับมันสามารถกินได้ แต่ใบกระบี่มัน
กินไม่ได้ หากเจ้ากินใบกระบี่มันก็แทงปากเจ้า
เอาน่ะสิ!”
ปีศาจหมูปั่าอีกตัวเก่าขึ้นว่า ” เจ้าแหละโง่เสียยิ่ง
กว่ามันซะอีก ด้ามจับทำจากสมบัติ ถ้าเจ้ากินมันก็
เสียเปล่านะสิ! แล้วถ้าเกิดเจ้ากินมันแล้วเกิดอึไม่
ออกจะทำเช่นไร!? ”
” หุบปากเสียให้หมด! พวกเจ้าอยากกินอะไรก็กิน
ไป ส่วนข้าจะขยี้พรหมจรรย์หญิงสาวซูซัน ข้าจะ
ให้นางถือกำเนิดบุตรชายครึ่งมนุษย์ครึ่งหมูปั่า! ”
ราชันหมอกทมิฬ หัวเราะออกมาอย่างชั่วร้าย
ดวงตากลมโตของมันกวาดสายตาไปยังเบื้องหน้า
หลี่ ชูเสวี่ย ซึ่งมีเสน่ห์เย้ายวนใจมากที่สุด แต่ก็ยาก
ที่จะจัดการมากที่สุดจากนั้นมันก็กล่าวว่า ” กะอี
แค่ผู้หญิงคนหนึ่ง จะเก่งกาจสักแค่ไหนเชียว แต่ก็
เอาเถอะในเมื่อนางเป็นผู้หญิงในฝันของข้า ดังนั้น
จะต้องเอานางมาเป็นผู้หญิงของ ราชันหมอกทมิฬ
ผู้นี้ให้จงได้! ”
” พี่ใหญ่ของข้ามีวิสัยทัศน์กว้างไกลยิ่งนัก! ”
” ใช่แล้ว ผู้หญิงคนนี้ไม่เลวจริง ๆ ! นางเปียมล้น
ไปด้วยความชุ่มชื้นแห่งชีวิตชีวา! ” ราชันหมอก
ทมิฬอันดับ 3 กล่าว
” ระวังปากหน่อยเจ้าโง่ นั่นมันเป็นชาย! ” ราชัน
หมอกทมิฬอันดับ 2 เขกหัวมันอีกครั้ง นั่น
เพราะว่าปีศาจหมูปั่าหมายถึง เปั่ยซาน ม่อ
” เจ้ามนุษย์คนนั้นมันทำเช่นไร ถึงได้มีผิวพรรณ
ขาวผ่องถึงเพียงนี้! ”
” มันก็แน่ล่ะ เพราะมันหาใช่ครอบครัวหมูปั่าเช่น
ดังพวกเรา ถึงได้มีผิวพรรณขาวผ่องเหมือนหยวก
เพียงนี้!”
” อา นี่แสดงว่าหมูปั่าเก่าแก่อย่างข้า พบเห็นโลก
มาน้อยเกินไปอย่างนั้นหรือ”
ฝูงปีศาจหมูปั่าพูดคุยกันเสียงดังมาก แต่บท
สนทนาของพวกมันนั้นหาได้มีสาระอันใดไม่ เมื่อ
บวกกับฝูงหมูปั่านับหมื่น ซึ่งเปียมไปด้วยความ
สับสนวุ่นวายไม่เป็นระเบียบ ทำให้เสียงที่ดังขึ้น
ของพวกมัน แทบจะทำให้ผู้คนคุ้มคลั่งเป็นบ้าไป
ผู้ที่มีโทสะมีโอกาสมากที่สุด คงจะไม่พ้น หลี่ ชู
เสวี่ย เมื่อตนเองถูกปีศาจหมูปั่าเหล่านี้เหยียด
หยามเกียรติ นางแผดเสียงแหลมเล็กร้องตะโกน
ด้วยโทสะขึ้นว่า “หุบปาก!”
เสียงอันเกรี้ยวกราดได้ลอดผ่านออกไป ทำให้ฝูง
หมูปั่าตื่นตระหนกตกใจอย่างยิ่ง ปีศาจหมูปั่าส่วน
ใหญ่ที่ไม่เป็นระเบียบขบวนเช่นนี้จึงพากันตกใจ
และได้กลิ้งถลาลงกับพื้นเป็นระนาบ
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ