กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 350 : ถูกสังหาร
เกรงว่า มู่ หลิงเช่อ เองก็คาดไม่ถึง ว่า อู่ อวี้ ไม่ได้
ใช้ตราผนึกสื่อสารแจ้งให้คนอื่นได้รู้
ภูเขาหยินหยางมีขนาดใหญ่เป็นอย่างยิ่ง เพียงแค่
คลื่นระลอกการต่อสู้ย่อมเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากที่
จะทำให้ผู้อื่นรับรู้
ส่วน มู่ หลิงเช่อ นั้นอยู่ใกล้กับเขาพอดีจึงสามารถ
รับรู้ได้และรีบมุ่งหน้ามาทันที
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลี่ ชูเสวี่ย กล่าวได้ว่าจริงๆ
แล้วนางอยู่ใกล้ๆกับ หนานกง เหว่ย และ เปั่ยซาน
ม่อ เลยก็ว่าได้ กระทั่ง ‘จอมกระบี่ชื่ออิง’ ก็อยู่ที่
นั่นด้วยเช่นกัน จึงทำให้ในตอนนี้ระยะห่างของอู่
อวี้ กับตำแหน่งพวกเขา นับได้ว่าอยู่ไกลที่สุด
นี่เป็นเรื่องบังเอิญที่ วูซาน เสวี่ยชือ ไม่ได้
คาดการณ์เอาไว้
ยามที่ มู่ หลิงเช่อ กำลังพุ่งเข้าไปจัดการ จิ่วอิง นั้น
อู่ อวี้ พลันสัมผัสได้ถึงตัวตนของนาง
ในชั่วประกายไฟลุก อู่ อวี้ และร่างอวตารทั้งสิบ
ของเขา ทันใดนั้นก็เปลี่ยนทิศทางของการโจมตี
ด้วยโทสะอันบ้าคลั่ง คลื่นกระบี่เปลี่ยนทิศทาง พุ่ง
เข้าหมายมาดสังหาร มู่ หลิงเช่อ
เคล็ดกระบี่แก่นแท้เซียนกำสรวล!
กระบี่ทั้งสิบเล่มบินรวมกัน มู่ หลิงเช่อ ที่อยู่ใกล้ๆ
กำลังต่อสู้กับ จิ่วอิง นางไม่ได้เตรียมตัวปั้องกัน
เอาไว้ ในเวลาสั้นๆเคล็ดวิชากระบี่พุ่งตรงไป
ใบหน้าของ มู่ หลิงเช่อ กลายเป็นซีดขาว ดวงตา
ของนางกลายเป็นสั่นสะท้าน แม้แต่เสียงกรีดร้องก็
ยังไม่ทันได้ร้องออกมา
“อู่ อวี้ !” จิ่วอิง รู้สึกตกใจ
แต่ว่ากระทั่งมันเองก็หยุดไม่ทันแล้ว
ในชั่วประกายไฟลุก อู่ อวี้ รีบพุ่งไปข้างหน้า กระบี่
กงล้อตะวันผลาญฟั้าที่อยู่ในมือพริบตาเจาะทะลุ
ร่างของ มู่ หลิงเช่อในทันที และในยามนี้เอง เคล็ด
วิชากระบี่แก่นแท้เซียนกำสรวล ได้ถูกสำแดงออก
อย่างเต็มประสิทธิภาพ
การโจมตีที่รุนแรงนี้ทำให้ มู่ หลิงเช่อ ต้อง
วิญญาณแตกดับไปในทันที ในช่วงเสี้ยววินาที
สุดท้าย นางพยายามหันกลับมาอย่างยากลำบาก
แต่การมองเห็นของนางเริ่มเลือนลาง คนจ้องมอง
ไปยัง อู่ อวี้ ด้วยดวงตาที่แดงก่ำ ซึ่งนั่นคือภาพ
สุดท้ายที่นางมองเห็น
“ม่ายยยยย”
ในใจของ อู่ อวี้ พลันตกตะลึงยิ่ง เป็นตัวเขาเองที่
สังหาร มู่ หลิงเช่อ กับมือ!!
อย่างไรก็ตาม ภายใต้การควบคุมของคำสาปเขาไม่
สามารถควบคุมตัวเองได้ บัดนี้เขาจึงกลายเป็น
เหมือนกับสัตว์ร้ายที่ดิบเถื่อน พุ่งสังหารอย่างบ้า
คลั่ง
เขาสังหาร มู่ หลิงเช่อ!
บุตรีสองคนของจอมกระบี่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์…..
ผลลัพธ์จากการที่เขาสังหารบุตรสาวของจอม
กระบี่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จะเป็นอย่างไร อู่ อวี้ ไม่
อยากจะคาดคิด เขาในตอนนี้ทำได้เพียงแค่ดิ้นรน
ออกจากการควบคุมเท่านั้น
ในความเป็นจริงเวลาที่เขาถูกควบคุมนั้นไม่นาน
นัก เพียงแค่ว่า มู่ หลิงเช่อ ไม่ทันได้เตรียมการ
ปั้องกันเอาไว้ ดังนั้นนางจึงต้องตกตายไปอย่าง
รวดเร็ว
“วูซาน เสวี่ยชือ!” อู่ อวี้ เข้าใจอย่างชัดเจน ผู้ร้าย
ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ในครั้งนี้ มันก็คือ วูซาน เสวี่
ยชือ!
ในใจของเขาเต็มไปด้วยโทสะและความเคียดแค้น
โทสะที่สั่งสมอยู่ ในเวลานี้มันแทบจะระเบิดออกมา
และจิตวิญญาณของเขาที่ถูกสะกดข่มมาเป็น
เวลานาน จริงๆแล้วมันได้ขับเคี่ยวกับแก่นพลัง
ชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของวูซาน เสวี่ยชือ มาโดยตลอด!
ตูม!
ทันใดนั้นพลองทองสมปรารถนาที่อยู่ข้างใน
ร่างกายซึ่งกำลังถูกรุกล้ำโดยแก่นพลังชีวิต
ศักดิ์สิทธิ์อยู่นี้ พลันเกิดการแปรปรวนขึ้น ดู
เหมือนว่าจะเป็นเช่นเดียวกับตอนที่ปีศาจโลหิต
ล่วงล้ำเข้ามา ตราคำสาปที่หลอมรวมเข้ากับโลหิต
ภายในร่างกายของ อู่ อวี้ นั้นได้ถูกทำลายหายไป
ในพริบตาจนไม่หลงเหลือ บัดนี้ อู่ อวี้ ฟืนสติขึ้นมา
ได้ในที่สุด แต่ว่าเขาก็เหนื่อยล้าและมีเหงื่อท่วมทั่ว
ทั้งตัว………
แต่ดูเหมือนว่าความผิดร้ายแรงนี้ได้เกิดขึ้นมาแล้ว
เขาเห็นมันด้วยสายตาของเขาเอง ร่างของ มู่ หลิง
เช่อ ที่สิ้นลมหายใจ ร่วงจากฟากฟั้าลงมาสู่พื้นดิน
กลีบดอกไม้นับไม่ถ้วนรอบตัวนางตกลงมา
แพร่กระจายปกคลุมและฝังร่างของนางเอาไว้
ควรที่จะเป็นพลังอำนาจของพลองทองสม
ปรารถนา ดังนั้นคำสาปของ วูซาน เสวี่ยชือ จึงได้
ถูกลบออกไปอย่างสมบูรณ์ ยามนี้ อู่ อวี้ ได้คืนสติ
กลับมาแล้วอย่างสมบูรณ์
“อู่ อวี้ ……. นี่ ” จิ่วอิง รู้สึกสับสน เขาไม่เคยมี
ประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน เต๋าที่อยู่ในจิตใจของ อู่
อวี้ ยามนี้อาจเกิดปัญหาขึ้นมาเสียแล้ว ในความ
เป็นจริงเขาควรที่จะหลบหนีจากไป หากเป็น
เช่นนั้น เรื่องแบบนี้ย่อมไม่เกิดขึ้น
“เจ้ารีบหนีไป” ในชั่วขณะนั้น อู่ อวี้ ตระหนัก
ขึ้นมาได้ ในตอนนี้ความผิดพลาดได้เกิดขึ้นมาแล้ว
คนสำคัญเช่น มู่ หลิงเช่อ ได้สิ้นชีวิตลงไป หาก จิ่
วอิง ยังอยู่ที่นี่ เมื่อพวก หลี่ ชูเสวี่ย มาถึง มัน
จะต้องกลายเป็นเรื่องร้ายแรงอย่างแน่นอน
นอกจากนี้บิดาของ จิ่วอิง เป็นศัตรูคู่อาฆาตกับ
บิดาของ หนานกง เหว่ย อีกด้วย
“แล้วเจ้าไม่ไปด้วยหรือ?” จิ่วอิง มองไปที่ มู่ หลิ่ง
เช่อ เขามีลางสังหรณ์บางอย่างว่า จะต้องเกิดเรื่อง
ร้ายแรงขึ้นกับ อู่ อวี้
แต่น่าเสียดายดูเหมือนว่ามันจะสายไปเสียแล้ว
เพราะยังไงแล้วก่อนหน้านี้ที่เขาได้สูญเสีย
สัมปชัญญะจนเกิดความบ้าคลั่งไปนั้น คลื่นระลอก
แห่งการต่อสู้ที่รุนแรงได้แผ่ขยายไปจนถึงจุดที่คน
อื่นๆอยู่
ในชั่วพริบตาได้มีพายุหิมะโจมตีเข้ามา ในเวลา
นั้นเองก็มีเงาร่างหนึ่งมาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้า อู่
อวี้ กับ จิ่วอิง ถึงแม้ว่าในตอนนี้ จิ่วอิง จะอยู่ใน
รูปแบบของมนุษย์ แต่เพียงแค่มองดูก็รู้ได้ทันทีว่า
เขาเป็นปีศาจ
เมื่อ หลี่ ชูเสวี่ย มาถึง นางก็สามารถมองเห็น
สถานการณ์นี้ได้อย่างชัดเจน
ดูเหมือนว่า อู่ อวี้ กำลังเผชิญหน้ากับ จิ่วอิง อยู่
ส่วน มู่ หลิงเช่อ นอนอยู่บนพื้น ไร้ซึ่งลมหายใจ
ในชั่วพริบตานั้นใบหน้าของ หลี่ ชูเสวี่ย เปลี่ยนไป
กลุ่มคนเหล่านี้เป็นตัวตนที่สำคัญที่สุดในอนาคต
ของนิกาย เป็นลูกหลานของจอมกระบี่จักรพรรดิ
ศักดิ์สิทธิ์แห่งซูซัน มีพรสวรรค์ไร้ขีดจำกัด
ถึงแม้ว่า มู่ หลิงเช่อ จะเป็นคนที่อ่อนแอที่สุดใน
กลุ่ม แต่นางก็มีจอมกระบี่ชั่วฮวาและจอมกระบี่หลี่
หั่วเป็นบิดาและมารดา นางมีภูมิหลังที่แข็งแกร่ง
จนสามารถสั่นคลอนได้ทุกหนแห่ง เมื่อ หลี่ ชู
เสวี่ย ต้องไปเผชิญหน้ากับจอมกระบี่ทั้งสอง นางก็
ไม่นับว่าเป็นตัวอะไรเลย
นางได้ยินเสียงขึ้นที่นี่จึงรีบมา เกิดการต่อสู้ขึ้นแต่
อู่ อวี้ กลับไม่ได้ส่งข้อความผ่านตราผนึกสื่อสารมา
ให้ ซึ่งตอนนั้นนางกำลังระมัดระวังตัวกับราชา
หมอกทมิฬที่อยู่เบื้องหน้า โดยมุ่งเน้นไปที่การ
ปั้องกัน หนานกง เหว่ย และ เปั่ยซาน ม่อ ทำให้
หลังจากนี้นางคงต้องไต่สวน อู่ อวี้ เกี่ยวกับเรื่องนี้
เพราะยังไงพวกเขาก็ยังมีตราผนึกสื่อสารเตรียมไว้
อยู่เผื่อว่าจะเกิดเรื่องฉุกเฉินเช่นนี้
จอมกระบี่ชื่ออิงให้นางมาดูสถานการณ์ด้วยตนเอง
เพราะยังไงแล้ว จอมกระบี่ชื่ออิง ก็ได้ออกปากเอง
ว่าเขาก็จะเป็นคนที่จะดูแล หนานกง เหว่ย และ
เปั่ยซาน ม่อ
ทั้งสองคนเป็นเปั้าหมายหลักที่จะต้องปกปั้อง จอม
กระบี่ชื่ออิงจึงไม่กล้าที่จะหลบฉากออกมาเพียง
แม้แต่อึดใจเดียว
ในความเป็นจริง หากไม่ใช่ว่า ทางฝังของ อู่ อวี้
ยังมีปากทางเข้าเหมือง อีกทั้งยังมีการขุดเหมืองแร่
ทองคำปีหลวนอยู่ หลี่ ชูเสวี่ย ก็คงจะส่งเขาไปไกล
กว่านี้แล้ว กระทั่ง เปั่ยซาน ม่อ ก็ยังไม่คาดคิดว่า
ปีศาจตาบอดที่ไหนจะไปปรากฏตัวอยู่ในสถานที่
ห่างไกลเช่นนั้น เพื่อให้ อู่ อวี้ ได้สังหารมันไป
นางเกิดความคิดขึ้นมาว่าด้วยอคติของตน กลับทำ
ให้ มู่ หลิงเช่อ ต้องตาย?
พริบตานางก็พุ่งเปั้าไปที่ จิ่วอิง เพื่อหมายมาดจะ
สังหารในทันที
บัดซบ หาญกล้าที่จะสังหาร มู่ หลิงเช่อ จะเป็น
เพียงแค่ปีศาจที่มีตาหามีแววไม่ได้อย่างไร
อย่างไรก็ตาม หลี่ ชูเสวี่ย ไม่กล้าที่จะสังหารมัน
เนื่องจากการตายของ มู่ หลิงเช่อ นางจะต้องเป็น
ผู้รับผิดชอบ ในตอนนี้ตัวนางเองสับสนจนทำอะไร
ไม่ถูก เมื่อคิดไปถึงว่าพวกจอมกระบี่ชั่วฮวาจะต้อง
มีโทสะ ผลที่ตามมามันจะต้องเลวร้ายจนไม่อาจจะ
นึกถึงได้ ในตอนนี้มีเพียงทางเดียวคือต้องจับกุม จิ่
วอิง พากลับไปให้พวกจอมกระบี่ชั่วฮวาจัดการ ให้
พวกนางได้ระบายความโกรธเกรี้ยว ถึงแม้ว่า
ตนเองจะตัดหัวจิ่วอิงไปก็ไม่คาดว่าการจะทำควาด
ดีเพื่อชดเชยความผิด จำเป็นจะต้องจับเป็น จิ่วอิง
เท่านั้น เพื่อที่จะเบี่ยงเบนความสนใจของพวกจอม
กระบี่ชั่วฮวา
หลี่ ชูเสวี่ย ไม่ได้โง่ นางรู้ว่าจะต้องจับเป็น จิ่วอิง
ไปมอบให้กับบิดามารดาของ มู่ หลิงเช่อ เท่านั้น
ดังนั้นนางจึงลงมือทันที ในพริบตาศาสตราสถิต
วิญญาณก็อยู่ในมือของนาง จากหนึ่งเปลี่ยนเป็น
สอง จากนั้นเปลี่ยนเป็นสี่ และยังคงเพิ่มจำนวนไม่
หยุด ในเวลาสั้นๆก็มีกระบี่รวมตัวกันนับร้อยเล่ม
กระบี่เหล่านี้เรียงซ้อนเข้าด้วยกัน ก่อตัวเป็น
รูปแบบของ ‘กรงกระบี่เหมันต์’ ฉับพลันก็พุ่งเข้า
ไปปิดผนึก จิ่วอิง ขังไว้ด้านในในทันที
นี่คือความแข็งแกร่งของ หลี่ ชูเสวี่ย ผู้เป็นสาวก
ขั้นกระบี่สวรรค์ เป็นเคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดินขั้น
สูง!
ใบหน้าของ จิ่วอิง พลันถอดสี มันรีบเปลี่ยนร่างสู่
ร่างเดิมอย่างรวดเร็ว หมายจะแหกกรงนี้ออกไป
แต่ช่องว่างของความแข็งแกร่งนั้นแตกต่างกันมาก
เกินไป เขาลองอยู่หลายครั้ง แต่กลับไม่ได้สามารถ
แหกออกไปได้
“จอมกระบี่ พาทุกคนมาที่นี่” หลี่ ชูเสวี่ย รู้สึกอก
สั่นขวัญหาย นางคิดว่าจอมกระบี่ชื่ออิงก็ต้องมี
ส่วนรับผิดชอบในเรื่องนี้ด้วย นางคนเดียวไม่อาจที่
จะรับผิดชอบเรื่องนี้ไหว ดังนั้นหลังจากที่จับกุม จิ่
วอิง แล้ว นางจึงรีบตะโกนออกมาสุดเสียง เพื่อ
เรียกจอมกระบี่ชื่ออิง
เสียงของ หลี่ ชูเสวี่ย หายไปไม่นาน ก็มีเงาดำเงา
หนึ่งพุ่งตรงมา ทันใดนั้นก็ปรากฏตัวอยู่บนฟากฟั้า
เงาดำกระจัดกระจายออกไป จอมกระบี่ชื่ออิงพา
หนานกง เหว่ย เปั่ยซาน ม่อ และคนอื่นๆในกลุ่ม
มายังที่แห่งนี้ ภายใต้คลองจักษุของพวกเขา
ปรากฎเป็น จิ่วอิง ที่ถูกคุมขังอยู่ภายใน กรงกระบี่
เหมันต์ ต่อมาเป็น อู่ อวี้ และท้ายที่สุดเป็นร่างไร้
วิญญาณของ มู่ หลิงเช่อ อยู่ท่ามกลางกลีบดอกไม้
“ศิษย์น้องมู่!”
ทุกคนตกใจและรีบพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว
ตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่า มู่ หลิงเช่อ ได้ตก
ตายไปแล้วจริงๆ
นี่เป็นข้อเท็จจริงที่ไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้
บัดนี้ อู่ อวี้ ได้มองเห็นจอมกระบี่ชื่ออิงที่หลบซ่อน
มาโดยตลอด เขาคือบิดาของ เฉิน ฟูั่หยู ผู้มี
ความสามารถในการลอบสังหารระดับสูง
เมื่อเชื่อว่า มู่ หลิงเช่อ ได้ตกตายไปแล้วจริงๆ เขา
ก็รู้ดีว่าสหายรักจอมกระบี่ของเขาทั้งสองจะต้อง
เกิดโทสะมากเพียงใด เพราะยังไงแล้วพวกเขาทั้งคู่
ก็วางใจส่งมอบ มู่ หลิงเช่อ ให้จอมกระบี่ชื่ออิงคอย
ดูแล
พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าแม้กระทั่งตราผนึกสื่อสาร
ก็ยังไม่รายงานมาให้พวกเขารู้ จึงได้เกิดการตาย
เช่นนี้ เรื่องนี้มันกระทันหันเกินไปสำหรับทุกคน ตัว
ของ อู่ อวี้ เองก็รู้สึกกดดันอย่างมาก เขาไม่คิดว่า
มู่ หลิงเช่อ จะไม่ได้เตรียมตัวปั้องกันเขาในตอนนั้น
หากว่ายามนั้นนางปั้องกันมันได้ นางก็คงจะไม่ตาย
“เป็นปีศาจตนนี้หรือที่เป็นคนสังหารนาง?” จอม
กระบี่ชื่ออิงเอ่ยด้วยเสียงต่ำ แล้วจ้องมองไปที่ จิ่
วอิง
หลี่ ชูเสวี่ย รีบกล่าวอย่างรวดเร็ว “จอมกระบี่ เป็น
มันเอง อย่างไรก็ตามข้าคิดว่าควรที่จะจับเป็นมัน
กลับไปส่งให้กับจอมกระบี่ชั่วฮวาและจอมกระบี่ห
ลี่หั่ว มู่ หลิงเช่อ ตายไปแล้ว แต่น่าเสียดายที่พวก
เราทำได้เพียงแค่ให้บิดามารดาของนางล้างแค้น
ด้วยตนเอง…….”
นางใช้ความโทสะของจอมกระบี่ชื่ออิง โยน
ความผิดทุกสิ่งอย่างให้แก่ จิ่วอิง แทน
ในใจของ อู่ อวี้ รู้สึกสั่นสะท้าน สถานการณ์เช่นนี้
ยากเกินจะควบคุมเกินไปแล้ว เขาเหลือบตามองไป
ยัง เปั่ยซาน ม่อ หนานกง เหว่ย และคนอื่นๆ
จากนั้นก็ได้พบว่าโทสะของทั้งสองคนนั้นพุ่ง
ทะยานจนราวกับทะลุสรวงสวรรค์ไปก็มิปาน จน
ทั้งคู่แทบจะรอไม่ได้ที่จะพุ่งเข้าไปเอาชีวิตของ จิ่
วอิง
สถานการณ์ยามนี้เลวร้ายมาก
ฉับพลันจอมกระบี่ชื่ออิงก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้อง
หน้าของ จิ่วอิง เขาหยิบเข็มสีดำออกมาหนึ่งเล่ม
กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ใช่ ข้าจะต้องส่งเจ้า
ไปให้กับชั่วฮวา ให้นางได้ลงมือเอง มันจะทำให้
เจ้าจะต้องรู้สึกเสียใจที่ได้เกิดมาบนโลกใบนี้
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น ข้าก็จะไม่มอบเจ้าให้
นางไปแบบสบายๆหรอก!”
เข็มสีดำนั้นเพียงแค่มองก็รู้สึกสยดสยองแล้ว หาก
ว่ามันถูกแทงเข้าไปในร่างของ จิ่วอิง เกรงว่าเขา
จะต้องอยากตายมากกว่ามีชีวิตอยู่ ในเวลานี้จิ่วอิง
ไม่สามารถทำลายกรงกระบี่เหมันต์ได้ แต่เขาก็
ไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มันใช้สายตาเย็นชา
มองไปยังเหล่าผู้ฝึกตนทั้งหลาย มีเพียงแค่ตอนที่
มองไปยัง อู่ อวี้ เท่านั้น สายตาของเขาจึงจะ
แปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน
เขาไม่ได้เป็นคนสังหาร แต่ดูเหมือนว่าจะกล่าว
อะไรไปก็เท่านั้น
จริงๆแล้ว อู่ อวี้ รู้ ตราบใดที่ตรวจสอบร่างของ มู่
หลิงเช่อ มันก็เป็นเรื่องง่ายมากที่จะรู้ว่านาง
เสียชีวิตด้วยเคล็ดวิชากระบี่แก่นแท้เซียนกำสรวล
แน่นอน อู่ อวี้ สามารถโกหกได้ว่าเป็นเพราะ จิ่
วอิง ควบคุมเขาเอาไว้
อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้เป็นคนเช่นนั้น เรื่องการ
สังหารคนในครั้งนี้ จิ่วอิง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เขาไม่
สามารถให้ผู้อื่นมารับผิดแทนตัวเองได้ ดังนั้น
ในตอนนี้ เมื่อ หนานกง เหว่ย ยืนอยู่ข้างกายเขา
และกำลังจะถามว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น อู่ อวี้ ก็
ตะโกนขึ้นในทันที “จอมกระบี่ฉื่ออิง ท่านอย่าได้
ทรมานเขาเลย ผู้ที่สังหาร มู่ หลิงเช่อ ก็คือข้า”
“ว่ายังไงนะ!” เมื่อคำพูดเหล่านี้หลุดออกมา ทุกคน
ทั้งหมดตกตะลึง และจ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยสายตาที่
อยากจะเชื่อ
เหตุผลที่พวกเขาคิดว่านี้เป็นฝีมือของ จิ่วอิง
เพราะพวกเขาคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นฝีมือ
ของ อู่ อวี้ ตอนนี้ไม่ว่า อู่ อวี้ จะเป็นคนสังหาร
หรือไม่ แต่เขาได้ออกมายอมรับแล้ว นี่มันเป็น
ปัญหาที่ใหญ่หลวงเกินไป บัดนี้ หนานกง เหว่ย ได้
ปล่อยแขนของเขาแล้วรีบผละรีบถอนตัวกลับไป
จากนั้นก็มองไปที่ อู่ อวี้ ด้วยสายตาที่หวาดกลัว
หลี่ ชูเสวี่ย ตกใจและกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
“อู่ อวี้ อย่าได้พ่นวาจาไร้สาระออกมา”
เสียงยังไม่ทันหายไป เปั่ยซาน ม่อ และ สาวกรุ่น
เยาว์หลายคนที่รายล้อมร่างไร้วิญญาณของ มู่
หลิงเช่อ ได้ตรวจดูร่างของนางอย่างละเอียด
ดวงตาของ เปั่ยซาน ม่อ เบิกกว้างขึ้น และมองไป
ที่ อู่ อวี้ ด้วยความตกใจ กล่าวว่า “ทุกท่าน
แท้จริงแล้ว มู่ หลิงเช่อ ตกตายไปด้วยเคล็ดวิชา
กระบี่แก่นแท้เซียนกำสรวล! มีเพียง อู่ อวี้ เท่านั้น
ที่ฝึกฝนเคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดินนี้”
จิ่วอิง ทำได้เพียงแค่มองไปยังเขาด้วยสายตาจน
ปัญญา
อย่างไรก็ตามนี่ก็คือปณิธานอันแน่วแน่ของ อู่ อวี้
เรื้องนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ จิ่วอิง อู่ อวี้ จึงรีบ
กล่าวออกมาว่า “ทุกท่านอย่าได้สร้างความ
ยากลำบากให้กับปีศาจตนนี้เลย เขาเพียงแค่ผ่าน
ทางมาเท่านั้น”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ