กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 355 : เนรเทศ (จบเลม3)
คำประกาศของนางคืออะไร?
หัวใจของ อู่ อวี้ รู้สึกผิดต่อนาง นอกจากเรื่องที่
นางขอซึ่งเขามิอาจกระทำให้ได้ ไม่ว่าจะนางจะ
ตัดสินเขาเช่นไร เขาก็จะไม่ปริปากบ่นแม้แต่คำ
เดียว นี่คือสิ่งที่เขาติดค้างนางอยู่
ทั่วทั้งนิกายเซียนซูซันเงียบสงัดลงอย่างไม่เคย
เป็นมาก่อน พวกเขาต่างกำลังรอให้ หนานกง
เหว่ย กล่าวออกมา
นางพยายามมองไปที่ตัวเขา
สาวกนับหมื่นไม่กล้าที่จะพูดคุยกัน เกรงว่าในตอน
ที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่ จะไม่ได้ยินว่า หนานกง
เหว่ย กล่าวอะไร
สังหารหรือไม่?
เมื่อผ่านไปสามสิบลมหายใจ หนานกง เหว่ย ก็ยัง
ไม่ได้ตอบออกมา
ยิ่งไม่อึดอัดเท่าไหร่ ก็ยิ่งทรมานมากเท่านั้น
“เหว่ยเอ๋อร์ จบปัญหานี้เสียเถอะ จงอย่าได้ปล่อย
ปีศาจกัดกินหัวใจเจ้า” จอมกระบี่กุ้ยหยาง มองไป
ที่บุตรสาวคนเดียวของเขา
“พี่สาวหนานกง ถ้าท่านปล่อยให้เจ้าสัตว์เดรัจฉาน
ตัวนี้มีชีวิตรอดต่อไป มันจะต้องทำให้ท่านเกิด
ความไม่สบายใจนับครั้งไม่ถ้วนเป็นแน่ ทำไมถึง
ไม่ให้ข้าจัดการเก็บกวาดเจ้าฝุั่นธุลีนี่แทนท่านเสีย
ล่ะ!” ท่าทางของ เปั่ยซาน ม่อ ดูกระตือรือร้น
อู่ อวี้ ก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดตอบ
ท่ามกลางความเงียบนี้ เฉิน ชิงเหยา ที่อยู่ไม่ไกลก็
กล่าวออกมาว่า “ข้ารู้สึกว่า ตามกฏของนิกาย
เซียนซูซันแล้ว อู่ อวี้ กลายเป็นเพียงแค่สหายกับ
ปีศาจตนหนึ่ง ความผิดในครั้งนี้ไม่ควรที่จะถูก
ลงโทษสถานตาย…..”
ไม่คาดคิดว่าในเวลานี้ยังมีคนออกหน้าแทนตัวเขา
จอมกระบี่ชิงเหอ เฉิน ชิงเหยา อู่ อวี้ จดจำอย่าง
ตราตรึงฝังรากในจิตใจ ทั่วทั้งนิกายเซียนซูซัน มี
เพียงแค่พี่น้องสองคนนี้ที่ดีกับเขา
แน่นอนยังมี ไปั๋หลี่ เฟยหง และคนอื่นๆ ที่ดีกับเขา
เช่นกัน
แต่ทว่าในเวลานี้ คำกล่าวของ เฉิน ชิงเหยา ไม่น่า
ว่าเป็นอันใด คำกล่าวของ เซียนกระบี่กุ้ยหยาง ใน
ยามนี้ถือเป็นประกาสิต และ จอมกระบี่กุ้ยหยาง ก็
ฟังเพียงแค่ หนานกง เหว่ย เท่านั้น
อย่างไรก็ตามในเวลานี้ ที่ด้านข้างของ เฉิน ชิง
เหยา ปรากฏเป็นชายชราคนหนึ่งขึ้นอย่างฉับพลัน
ชายชราผู้นั้นมีผมสีขาว แต่ใบหน้าของเขามีสีขาว
อมชมพู ไม่สามารถมองออกถึงสัญญาณของความ
แก่ชราได้เลย ชายชราผู้นี้สวมใส่ชุดคลุมยาวสีขาว
บริสุทธิ์ บนชุดคลุมมีลวดลายของดวงดารานับไม่
ถ้วนถูกสลักเอาไว้อยู่ ราวกับเป็นจักรวาลที่งดงาม
ยิ่ง
เขาปรากฎขึ้นในทันทีโดยปราศจากสิ่งเตือนแล
สัญญาณ ในพริบตาเดียวก็กลายเป็นจุดสนในของ
ทุกคนที่อยู่ในนี้
“อาจารย์” เฉิน ชิงเหยา ทักทายอย่างเงียบๆ
เขาก็คือเซียนอันดับที่สามในเจ็ดเซียนแห่งซูซัน—-
— เซียนกระบี่เทียนจี
และเป็นอาจารย์ของ เฉิน ชิงเหยา
เมื่อเหล่าสาวกซูซันนับหมื่นได้ยินว่า เซียนกระบี่
เทียนจี มาถึง ภายในเวลาสั้นก็เกิดเสียงฮือฮา ก้ม
ลงไปคุกเข่าบนพื้น พร้อมกล่าวคาราวะบุคคลใน
ตำนาน สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว โอกาสที่จะได้
เห็นเจ็ดเซียนแห่งซูซันนั้นมีน้อยมาก และการที่ได้
เห็นเซียนกระบี่สองคนในเวลาเดียว นับได้ว่าน้อย
ยิ่งกว่า!
เขามาทำไมกัน……..
อู่ อวี้ ที่กำลังอยู่ในช่วงหดหู่ ได้เกิดการ
เปลี่ยนแปลงขึ้นในจิตใจอย่างฉับพลัน
ในหมู่เจ็ดเซียนแห่งซูซัน การจัดอันดับจะขึ้นอยู่กับ
ความแข็งแกร่ง เซียนกระบี่เทียนจีผู้นี้ ไม่ต้อง
สงสัยเลยว่าเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งอันดับที่สามของ
นิกายเซียนซูซัน สถานะของเขายังอยู่เหนือกว่า
เซียนกระบี่กุ้ยหยาง
จอมกระบี่เทียนจี นั้น ราวกับเป็นเมฆหมอก
หลังจากที่ปรากฏตัวออกมาแล้วก็ได้เอ่ยขึ้นว่า
“กุ้ยหยาง เรื่องนี้เป็นเพียงแค่เรื่องเล็กๆ อย่าทำให้
มันกลายเป็นเรื่องที่ใหญ่เกินไป มันจะทำให้คน
ภายนอกมองพวกเรานิกายซูซันเป็นตัวตลกได้”
เซียนกระบี่กุ้ยหยาง รู้สึกไม่พอใจยิ่ง ดูเหมือนว่า
มันจะไม่ชอบการปรากฏตัวของเขาเท่าไหร่ จึง
กล่าวออกมาว่า “จริงๆแล้วมันเป็นเพียงเรื่อง
เล็กๆน้อยๆ เพียงแต่ว่ามันเกี่ยวพันธ์กับบุตรสาว
ของข้า อย่างไรก็ตามมันไม่ได้เกี่ยวกับท่านแม้แต่
น้อย ท่านอย่าได้มายุ่งให้ต้องเสียเวลาได้หรือไม่?”
เซียนกระบี่เทียนจี มองไปที่ อู่ อวี้ แล้วกล่าวว่า
“กล่าวตามตรง ข้าเห็นว่าเจ้าเด็กผู้นี้มี
ความสามารถในการเข้าใจที่สูงส่ง จึงให้ ชิงเหยา
คอยดูแลเขาเอาไว้ ข้ากำลังรอให้เขาขึ้นไปอยู่ใน
ขั้นตำหนักม่วงทะเลมรกต จึงจะรับเขาไว้เป็นศิษย์
คาดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น”
เมื่อ อู่ อวี้ ได้ยินเขาก็รู้สึกสั่นสะท้าน
ฝูงชนก็เกิดเสียงฮือฮา
อู่ อวี้ รู้ว่าถึงแม้ เฉิน ชิงเหยา ไม่ยอมรับตนเองเข้า
เป็นศิษย์ แต่กลับได้รับการดูแลจากเขามาโดย
ตลอด………ที่แท้ เป็น เซียนกระบี่เทียนจี ที่รู้สึก
สนใจในตัวเขา
ถ้าหากว่าสามารถกลายเป็นเช่นเดียวกับ เฉิน ชิง
เหยา กลายเป็นลูกศิษย์ของเซียนกระบี่เทียนจี
เช่นนั้นตัวตนของเขาในซูซันก็จะกลายเป็นสูงส่ง
ถึงแม้ว่าจะไม่อาจเปรียบเทียบกับ หนานกง เหว่ย
และ เปั่ยซาน ม่อได้ แต่ไม่ว่าจะกล่าวอย่างไรก็
นับเป็นตัวตนอันสูงล้ำอยู่ดี อีกทั้งยังเป็นตัวตนที่
คู่ควรกับ หนานกง เหว่ย
อย่างไรก็ตามในตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะสายไปเสีย
แล้ว
คำกล่าวของ เซียนกระบี่เทียนจี แม้แต่ เซียนกระบี่
กุ้ยหยาง ก็ยังคาดไม่ถึง ในความเป็นจริงแล้ว อู่
อวี้ มีพรสวรรค์ทีโดดเด่น คล้ายกับ เฉิน ชิงเหยา
ในตอนที่ยังเป็นผู้เยาว์ เพียงแต่ว่า หนานกง เหว่ย
และ เปั่ยซาน ม่อ ปรากฏตัวออกมาเสียก่อน ทำให้
ความสามารถของเขาถูกบดบัง ด้วยความสามารถ
ของเขาแล้ว หากว่าเจ็ดเซียนแห่งซูซันสักคนจะรับ
เขาไว้เป็นศิษย์ จริงๆแล้วก็นับว่าเป็นเรื่องที่
สมเหตุสมผล
เซียนกระบี่เทียนจี
อู่ อวี้ มองไปที่เขา รับรู้ได้ถึงความสงบบางอย่าง
นิกายเซียนซูซันไม่ได้มีแต่คนใจไม้ไส้ระกำไปเสีย
หมด อย่างน้อยก็ยังมีคนหรือสองคนที่ดูแลเขาเป็น
อย่างดี
และใบหน้าที่เปียมไปด้วยรอยยิ้มของ เซียนกระบี่
เทียนจี ก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน
เดิมทีเขาคิดว่า เฉิน ชิงหยู๋ จะรับเขาเป็นศิษย์
ต่อมาก็กลายเป็น เฉิน ชิงเหยา จนถึงตอนนี้กลับ
กลายเป็นอาจารย์ของ เฉิน ชิงเหยา เซียนกระบี่
เทียนจี นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว…
จอมกระบี่กุ้ยหยางหัวเราะออกมา แล้วกล่าวว่า
“ท่านก็น่าจะเพิ่งได้ยินนี่ ว่า อู่ อวี้ ผู้นี้กับบุตรชาย
ของจิ่วอิง เป็นสหายกัน และเขายังเชื่อว่าเหล่า
ปีศาจมีความดีอยู่ คนผู้นี้ไม่มีซึ่งรากฐานของนิกาย
เซียนซูซันของเรา ท่านต้องการรับมันไว้เป็นศิษย์
ไม่เพียงแต่ข้าไม่เห็นด้วย ทั่วทั้งนิกายเซียนซูซันก็
ยังไม่เห็นด้วย และพวกเขาก็ไม่เห็นด้วยอย่าง
แน่นอน”
พวกเขาที่ว่าก็คือ เจ็ดเซียนแห่งซูซันคนอื่นๆ
หากว่าเป็นไม่กี่วันก่อนหน้านี้ การที่เซียนกระบี่
เทียนจีจะรับ อู่ อวี้ ไปเป็นศิษย์ นั่นถือเป็น
เหตุการณ์ที่น่ายินดี แต่ในวันนี้ดูเหมือนมันจะสาย
ไปเสียแล้ว และขณะที่เซียนกระบี่กุ้ยหยางกล่าว
ในตอนนี้ทั่วทั้งนิกายเซียนซูซัน ก็ไม่ยอมรับในตัว
ของ อู่ อวี้ ไปแล้ว
ถึงแม้จะเป็น เซียนกระบี่เทียนจี ในเวลานี้ก็ไม่อาจ
ที่จะทำอะไรได้
อย่างไรก็ตาม เซียนกระบี่เทียนจี ก็ยังคงยิ้มอยู่ เขา
กล่าวออกมาว่า “เจ้าไม่ต้องกังวลไป เกี่ยวกับเรื่อง
นี้ ข้ารู้สึกว่าข้ากับเด็กหนุ่มผู้นี้มีวาสนาเชื่อมโยง
กัน ข้าจึงอยากรับเขาให้มาเป็นศิษย์ และเมื่อข้า
กับเขามีโชควาสนาที่จะได้เป็นศิษย์อาจารย์กัน ใน
วันนี้ข้าก็คงไม่อาจปล่อยให้เจ้าสังหารเขาได้ ตาม
กฏของนิกายเซียนซูซัน ความผิดของเขาก็ไม่ถึง
ขั้นตกตาย อย่างมากที่สุดก็คือการเนรเทศออกจาก
ซูซัน ให้ชั่วชีวิตนี้เขาไม่สามารถก้าวเข้ามาใน
อาณาเขตซูซันได้อีก”
จริงๆแล้ว ถึงจะเป็นวาสนาอันน้อยนิด แต่ก็ถือเป็น
วาสนาต่อกัน
อู่ อวี้ ไม่ได้คาดหวังว่า เซียนกระบี่เทียนจี จะ
ปรากฏขึ้น ก่อนหน้านี้เขาและคนอื่นๆต่างกำลังรอ
ให้ หนานกง เหว่ย ตัดสินเขาอยู่
การที่ เซียนกระบี่เทียนจี ปรากฏตัวออกมาเช่นนี้
ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ต้องตกตายแล้ว แต่เป็น
เช่นเดียวกับ เฟิง ซัวหยา ที่ถูกขับไล่ออกมาจาก
นิกาย และถูกเนรเทศออกไปในที่ที่ห่างไกล ชั่ว
ชีวิตนี้ไม่อาจที่จะเหยียบย่างเข้าไปที่นิกายเซียนซู
ซันได้อีก…….
เมื่อ เซียนกระบี่เทียนจีกล่าวประโยคนี้จบ มีทั้งคน
ที่รู้สึกอิจฉา ไม่พอใจ อย่างไรก็ตามนั่นเป็นเพียงแค่
เสียงส่วนน้อย ทันใดนั้นใบหน้าของ หนานกง
เหว่ย ก็ผ่อนคลายลง ถึงแม้ว่านางจะเป็นถึงผู้ฝึก
ตนขั้นตำหนักม่วงทะเลมรกต แต่นางก็เกือบที่จะ
เป็นลมล้มพับลงไป
“ถูกเนรเทศออกจากนิกายเซียนซูซัน จงไปเสีย
จากนี้ข้าไม่อยากจะเห็นหน้าเจ้าอีกต่อไป” ในที่สุด
หนานกง เหว่ย ก็กัดริมฝีปากของนางพร้อมกล่าว
ออกมา นางถูก เซียนกระบี่กุ้ยหยาง ประคองร่าง
เอาไว้ในอ้อมแขน พลันโบกมืออย่างแช่มช้า ดู
เหมือนว่าจะต้องใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดของนางเพื่อ
กล่าวประโยคนี้ออกมา
เซียนกระบี่กุ้ยหยาง และ หนานกง เหว่ย ประกาศ
คำตัดสินออกมาแล้ว นี่เท่ากับว่ามีเซียนกระบี่ถึง
สองคนที่ตัดสินใจยึดสถานะสาวกนิกายเซียนซูซัน
ของ อู่ อวี้
“ไม่ได้นะ ท่านอาจารย์สาม หากในวันนี้ปล่อย อู่
อวี้ ไป ในอนาคตมันจะต้องกลับมาแก้แค้นพวกเรา
แน่นอน! มันเคยเป็นสาวกนิกายเซียนซูซันของ
พวกเรา หลังจากออกไปแล้ว ก็เท่ากับมันจะต้อง
ทำให้นิกายเซียนซูซันของเราต้องขายหน้า!” เปั่ย
ซาน ม่อ รู้สึกไม่พอใจ ความจริงมันได้เตรียมพร้อม
ที่จะสังหาร อู่ อวี้ มานานแล้ว ไม่คาดคิดว่าอีก
ฝั่ายจะมีโอกาสปีนกลับขึ้นมาจากหุบเหวแห่ง
ความตายเช่นนี้ การที่ไม่ได้สังหาร อู่ อวี้ ทำให้มัน
รู้สึกไม่ปลอดภัย
เซียนกระบี่เทียนจี มองที่มัน กล่าวว่า “เสี่ยวม่อ
บางครั้งคนเรามันก็ต้องผิดพลาดกันบ้าง นิกาย
เซียนซูซันที่สง่างามของข้า จะเกรงกลัวแค่ อู่ อวี้
เพียงคนเดียวรึ?”
“ขอรับ” เปั่ยซาน ม่อ ทำได้เพียงแค่พยักหน้ากล้ำ
กลืนความเกลียดแค้นเข้าไป อาจจะเป็นเพราะว่า
จักรพรรดิกระบี่สวรรค์ความไม่ได้ปรากฏตัว
ออกมา และเนื่องด้วยเพราะยังไงแล้วมันก็เป็น
ผู้เยาว์คนหนึ่ง ดังนั้นจึงค่อนข้างที่จะมีนิสัยใจร้อน
คำตัดสินได้ถูกประกาศออกมาแล้ว
แต่ว่ายังคงมีคำถามอยู่ในใจของ อู่ อวี้
หากว่า เซียนกระบี่เทียนจี ไม่ปรากฏตัวออกมา
การตัดสินใจของ หนานกง เหว่ย ในท้ายที่สุดแล้ว
เขาจะต้องถูกสังหารให้ตกตายไปหรือไม่?
เกรงว่าตลอดชีวิตนี้เขาก็คงไม่มีทางที่จะได้รู้
“ไปซะ!” เซียนกระบี่กุ้ยหยาง ตะโกนคำราม
ออกมา ทำให้ตราประจำตัวสาวกภายในร่างเขาถูก
ทำลาย ต่อมาเขาก็ได้ปลิวกระเด็นลอยออกไป
เกลือกกลิ้งไปบนสนามประลองชี้เป็นชี้ตาย ใน
ตอนที่เขาลุกขึ้นมาอีกครั้ง มุมปากของเขาปรากฎ
เลือดไหลออกมาสายหนึ่ง อวัยวะภายในได้รับ
บาดเจ็บ
“ออกไปซะ!” เปั่ยซาน ม่อ กล่าวออกไปพร้อมกับ
หัวเราะเย้ยหยัน
“ออกไปซะ! ออกไปซะ! ออกไปซะ!”
“ตราประจำตัวสาวกได้หายไปแล้ว นับตั้งแต่วันนี้
เป็นต้นไป อู่ อวี้ เจ้าไม่ได้เป็นสาวกของนิกายเซียน
ซูซันของพวกเราอีกต่อไป หลังจากนี้ไป เจ้ากับ
นิกายเซียนซูซันไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆกันอีก!”
“ชั่วชีวิตนี้ ไม่อาจย่างกรายเข้ามาภายในอาณา
เขตซูซันได้แม้แต่ก้าวเดียว!”
“เมื่ออยู่ภายนอก เจ้าไม่อาจที่จะอ้างตัวว่าเป็น
สาวกนิกายเซียนซูซันได้! มิฉะนั้นข้าจะไม่ยอม
ปล่อยเจ้าไปอย่างแน่นอน!”
“อู่ อวี้ ออกไปซะ!”
ในเวลานี้ ผู้นับหมื่นต่างก็ตะโกนขับไล่เขา
อู่ อวี้ มองไปยีงใบหน้าของคนเหล่านี้ เขามอง
กวาดไปรอบๆ พลันปรากฎเต๋าที่อยู่ในจิตใจ ยิ่งมี
ความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่มากกว่าเดิม
“ถึงแม้ว่าโลกใบนี้จะขัดขวางข้า ข้าก็ยังยืนกรานที่
จะเดินไปบนเส้นทางสายนี้!”
วันนี้ยังไม่ตาย ถือเป็นการได้รับชีวิตใหม่!
สาวกนิกายเซียนซูซันทั้งหมดรู้สึกว่าเขาได้ทรยศ
ต่อนิกายเซียนซูซัน เขาทำให้นิกายต้องผิดหวัง แต่
เขากลับไม่คิดเช่นนี้ สิ่งเดียวที่เขารู้สึกตนเองได้ทำ
ผิดนั่นก็คือเขาได้ทำผิดต่อ หนานกง เหว่ย
ฝั่ามือนั้นของเซียนกระบี่กุ้ยหยาง!
สายตานับไม่ถ้วนที่ดูถูกเหยียดหยามเขา!
ถ้อยคำขับไล่มากมาย บางทีพวกมันจะโห่ร้อง
เช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆจนกว่า อู่ อวี้ จะออกไปจาก
นิกายเซียนซูซัน
ใบหน้าของ จอมกระบี่ชั่วฮวา จอมกระบี่หลี่ฮั่ว
กลายเป็นทุกข์ใจ ระหว่างคิ้วของพวกมันปรากฏ
เป็นความชั่วร้าย
ในวันนี้ อู่ อวี้ ไม่ตกตายไป พวกมันรู้สึกไม่พอใจ
……..
“อู่ อวี้ หากยังไม่ไปอีกข้าจะจัดการเจ้าซะไอ้ขยะ!”
เปั่ยซาน ม่อ ตะโกนเสียงดังออกมา มันเป็นผู้ชนะ
ในครั้งนี้ ดังนั้นในตอนที่กล่าวออกมา มุมปากของ
มันก็ปรากฎรอยยิ้มเย้ยหยันขึ้น
“ออกไปซะ!”
คำว่าออกไปซะ ดังก้องอยู่ข้างหูของเขาวนเวียนไป
มา เกรงว่าในชีวิตนี้ยากที่จะลืมมันลงไปได้
หลังจากนี้อีกหลายปี อู่ อวี้ ก็จะไม่ลืมถึงช่วงเวลา
ความเป็นความตายในอาณาเขตกระบี่สามัญแห่งนี้
ที่มีคนจำนวนมากตะโกนขับไล่เขา
นิกายเซียนซูซัน ไม่ต้อนรับปีศาจ และก็ไม่ต้อนรับ
เขาด้วยเช่นกัน
อู่ อวี้ เป็นคนที่ไม่มีที่มาที่ไปไร้ซึ่งภูมิหลัง อีกทั้งเขา
ยังก้าวเดินในเส้นทางซึ่งเต็มไปด้วยลมพายุ แถม
ยังเข้ามามีความเกี่ยวข้องพัวพันกับ หนานกง
เหว่ย การย่อมถูกริษยาย่อมเป็นเรื่องปกติ หากเป็น
เปั่ยซานม่อ ที่มีเจ็ดเซียนแห่งซูซันเป็นผู้หนุนหลัง
ยืนหยัดมั่นคงดั่งขุนเขา ใครจะหาญกล้าไปคิด
ริษยาและเกลียดชังต่อมัน?
อู่ อวี้ รู้สึกเกลียดชังนิกายเซียนซูซันแห่งนี้
โลกของผู้ฝึกตนวิถีกระบี่แห่งนี้ ไม่ใช่โลกของเขา
แน่นอนว่าเขาก็ระลึกถึงความเมตตาของคนบาง
คน เช่น เซียนกระบี่เทียนจี , เฉิน ชิงเหยา , เฉิน
ชิงหยู๋ ,ไปั๋หลี่ เฟยหง และคนอื่นๆ…….
และคนที่เขาไม่อาจจะตัดใจได้ นั่นก็คือ หนานกง
เหว่ย
แต่ว่าในตอนนี้ นางหวังที่จะให้เขาออกไปจาก
นิกายเซียนซูซันตลอดกาล ไม่ต้องการที่จะพบเขา
อีกตลอดชีวิตของนาง ทั้งยังให้เขาต้องหายไปจาก
โลกของนาง
บางทีนี่อาจจะเป็นจุดจบที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขา
ทั้งสองคน!
“หลังจากนี้อีกหลายปี เจ้าจะต้องดีใจที่ตนเองเดิน
ออกมาจากชีวิตนาง อู่ อวี้ เจ้าควรที่จะเข้าใจว่า
ความโดดเดี่ยวเป็นเรื่องปกติของเส้นทางในการ
กลายเป็นเซียนอมตะ ภายในคนหมื่นคน มีเพียง
แค่คนเดียวเท่านั้น ที่จะได้พบกับสหายเต๋าที่อยู่
เคียงข้างได้อย่างแท้จริง มีหัวใจเช่นเดียวกันและมี
เต๋าที่เหมือนกัน แต่ หนานกง เหว่ย ไม่ใช่คนที่เจ้า
กำลังตามหา”
แม้กระทั่ง หมิงซวง ก็ยังรู้สึกเห็นอกเห็นใจเขา
“ทำไมยังไม่ไปอีก?” เซียนกระบี่กุ้ยหยาง ที่กำลัง
โอบกอดบุตรสาวของเขา ไม่ต้องการที่จะให้นางได้
เห็น อู่ อวี้ อีก
อู่ อวี้ เช็ดรอยเลือดที่อยู่ตรงมุมปากของเขา เขา
คุกเข่าลงไปที่เบื้องหลังของ หนานกง เหว่ย ค่อยๆ
หยิบ กระบี่กงล้อตะวันผลาญฟั้า กระบี่ระบำ
จันทราพิสุทธิ์สูญ และเสาเก้าจัตุรัสสยบมาร
ออกมา
ศาสตราเต๋าทั้งหมด กองอยู่เบื้องหน้าของเขา
ยังมีแก่นแท้กระบี่ของนิกายเซียนซูซัน และสิ่งของ
ต่างๆ เขาได้วางลงมันไว้ทั้งหมด
“ในชีวิตนี้ข้าเป็นหนี้เจ้ามากมาย เพียงเท่านี้ก็
มากมายมหาศาลแล้ว ส่วนที่เหลือ ข้าขอใช้ความ
เจ็บปวดนี้ชดใช้ให้กับเจ้า”
เขาหยิบกระบี่ระบำจันทราพิสุทธิ์ขึ้นมา
หนานกง เหว่ย หันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา แต่ก็
ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา
อู่ อวี้ ใช้กระบี่แทงเข้าไปที่ร่างกายของตัวเอง ทำ
ให้เกิดเป็นหลุมโลหิตไหลออกมา
หลังจากนั้นใบหน้าของเขากลายเป็นซีดขาว ยืน
อย่างไม่มั่นคง บนพื้นเต็มไปด้วยโลหิตของเขา
“หวังว่าหลังจากนี้เราสองคนไม่มีอะไรติดค้างกัน
อีก”
เขาพยายามที่จะลุกขึ้น หันหลังกลับไป เดินออกไป
จากสนามประลองชี้เป็นชี้ตายทีละก้าวๆ
ใต้ฝั่าเท้าบัดนี้ เปรอะเปือนไปด้วยรอยโลหิตสีแดง
ฉาน
………………………..
*โน๊ตจากผู้แต่ง*
ผลลัพธ์แห่งนิกายซูซันได้ออกมาแล้ว
เล่มต่อไปจะเข้าสู่ภาค “นครจักรพรรดิเพลิง”
อย่างเต็มตัว
ที่จริงนิกายเซียนซูซันเป็นเพียงแค่ปฐมบทเท่านั้น
เนื้อเรื่องอันเข้มข้นจริงๆคือเล่มต่อไปต่างหากล่ะ
เหตุใดถึงตั้งชื่อว่า กลืนสวรรค์? เล่ม4นี้จะพบ
คำตอบอย่างแน่นอน
ในเล่มต่อไปนี้การต่อสู้ของ อู่ อวี้ จะยิ่งดุเดือดเป็น
ทวีคูณอย่างแน่นอน ยังไงก็โปรดติดตามรับชมกัน
ต่อไปด้วย
*โน๊ตจากผู้แปล*
ขอบคุณสำหรับการติดตามที่เหนียวแน่นนะครับ
ยิ่งรู้สึกได้แปลได้อ่านเรื่องนี้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึก
หลงรักมากขึ้นเท่านั้น ถึงเรื่องนี้จะไม่มีฉากต่อสู้ที่
สะใจ ไม่มีฉากล้างตระกูล แต่ทุกการก้าวเดิน ทุก
การตัดสินใจ ล้วนแต่เกิดขึ้นจาก ‘เต๋า’ ที่ลึกซึ้ง
ทั้งสิ้น
สุดท้ายนี้ขอฝากเรื่อง กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ
ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของทุกท่านด้วยนะครับ ทาง
เราจะฝึกฝนและปรับปรุงใส่ใจในทุกๆรายละเอียด
ให้มากขึ้นเพื่อให้ได้มาซึ่งคุณภาพที่ดีต่อไป
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ