กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 357 : ถือกําเนิดใหม
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ยังจดจำสิ่งของมหัศจรรย์ที่ หวง
เหยียนอู่ มอบให้แก่เขาได้ เรื่องราวศิลา 1 ก้อน
และ ไข่ 1 ใบ มันทำให้เขานึกขึ้นมาได้ว่า ในเวลา
นี้ศิลายังคงอยู่ภายในถุงจักรวาล
นับตั้งแต่ได้มันมา อู่ อวี้ ไม่เคยค้นพบอะไรเป็น
พิเศษเกี่ยวกับศิลาก้อนนี้มาก่อน
” ไฉนข้าต้องไป นครจักรพรรดิ์เพลิง ? ตัวตนของ
ข้าในยามนี้เป็นศิษย์ที่ถูกขับไล่ออกจากซูซัน ข้า
สามารถไปยังสถานที่แห่งนี้ได้ด้วยงั้นหรือ? ” อู่ อวี้
ไต่ถาม
เฉิน ชิงหยู๋ ยิ้มแล้วกล่าวขึ้นว่า ” เจ้ากล่าวเช่นนี้
แสดงว่ายังไม่ทราบถึงสถานภาพของ นคร
จักรพรรดิ์เพลิง ถ้าเช่นนั้นข้าจะเล่าให้เจ้าฟังคร่าว
ๆ ก็แล้วกัน ”
” นครจักรพรรดิเพลิง คือนครที่ปกครองทวีปแห่ง
ทวยเทพตงเสิ้งแทบทั้งหมด ซึ่งเต็มไปด้วยความ
ลึกลับ จัดว่าเป็นขุมกำลังแปลกประหลาดที่มี
อิทธิพลอย่างยิ่ง ที่นั่นเปรียบได้ดั่งดินแดนสวรรค์
ซึ่งมีลักษณะเฉพาะเป็นเอกลักษณ์มากที่สุดในทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้ง และสิ่งสำคัญล้ำค่ามากที่สุดก็
คือ ‘ พลังฟั้าดินแห่งบรรพกาล ‘ ว่ากันว่ามีผลดีกับ
การฝึกตนเป็นอย่างยิ่ง กล่าวได้ว่ามีคุณภาพเหนือ
ล้ำยิ่งกว่ากลิ่นอายฟั้าดินที่อยู่บนเขาชิงเทียนซูซัน
ของเราเสียอีก ”
” นครจักรพรรดิเพลิง หาได้มีกฎข้อห้ามไม่ให้คน
นอกเข้าไป เพียงแค่เจ้าส่งมอบเงินทอง หรือ
สมบัติสิ่งของมีค่าให้จำนวนหนึ่ง ก็จะสามารถเข้า
ไปฝึกปรือวิชาที่ อาณาเขตจักรพรรดิเพลิง ได้ หรือ
แม้กระทั่งคุณสมบัติที่จะได้รับการคุ้มครองจาก
นครจักรพรรดิเพลิง ซึ่งที่นี่มีกฎข้อห้ามว่า เมื่อเข้า
มาภายใน นครจักรพรรดิ์เพลิง แล้วห้ามมิให้ผู้ใด
ห้ำหั่นต่อสู้กันอย่างเด็ดขาด มิเช่นนั้นจะถูกขับไล่
ออกจากนครทันที อีกทั้งยังจะถูกใส่รายชื่อไว้ใน
บัญชีดำ จากนั้น จะไม่สามารถกลับเข้ามาภายใน
นครจักรพรรดิเพลิง ได้อีกต่อไป ”
” นครจักรพรรดิเพลิง ที่ว่านี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน
หลัก ๆ ก็คือ เขตเมืองชั้นใน กับ เขตเมืองชั้นนอก
ด้านนอกจะมีชื่อเสียงว่าเป็นย่านการค้าสำหรับซื้อ
ขายแลกเปลี่ยน ถือเป็นแหล่งรวมตัวของผู้คนมาก
หน้าหลายตา ไร้ซึ่งการแบ่งแยกเผ่าพันธุ์
นอกจากนี้มันยังนับเป็นสถานที่ ๆ คึกคัก
เจริญรุ่งเรืองมากที่สุดใน ทวีปแห่งทวยเทพตงเซิ้ง
ด้วยเพราะไม่มีข้อจำกัดของด้านเผ่าพันธุ์ ฉะนั้น
นอกจากจะพบเห็นมนุษย์ที่อยู่ที่นี่แล้ว ก็ยังจะพบ
เห็นปีศาจ และ ผู้ฝึกตนนอกรีตปะปนอยู่ด้วย
ตราบใดที่ไม่มีการเคลื่อนไหวลงมือหรือทำผิดกฎ
คนของ นครจักรพรรดิเพลิง ก็จะไม่เข้าสอดแทรก
หรือ เคลื่อนไหวเด็ดขาด ”
” ส่วนเขตเมืองชั้นในนั้นมีขนาดเล็ก เป็นสถาน
ส่วนที่บุคคลภายนอกห้ามเข้าไปเด็ดขาด หากไม่ได้
รับอนุญาตให้เข้ามา เขตเมืองชั้นในถือเป็นหัวใจ
หลักของ อิทธิพลแห่งนครจักรพรรดิเพลิง และ
สถานที่ที่เจ้ากำลังจะไปก็คือเขตเมืองชั้นนอก
ภายในเขตเมืองชั้นนอกนี้เจ้าจะได้รับการคุ้มครอง
จาก นครจักรพรรดิเพลิง ต่อให้ สองผัวเมียจอม
กระบี่ พบตัวเจ้า พวกมันก็ยากจะสังหารเจ้าได้
นอกจากนี้ นครจักรพรรดิ์เพลิง ยังนับว่าเป็นหัวใจ
หลักของ ทวีปแห่งทวยเทพ ซึ่งมีความ
เจริญรุ่งเรืองคึกคักมากที่สุด สำหรับคนส่วนใหญ่
แล้วก็อาจจะคิดเช่นนั้น แต่สำหรับเจ้าสถานที่แห่ง
นี้มีโอกาสมากมายให้เจ้าไขว่คว้า เจ้าคงไม่อยาก
ให้ เปั่ยซาน ม่อ ทิ้งห่างใช่หรือไม่ ? ”
เมื่อฟังจากสิ่งที่ เฉิน ชิงหยู๋ อธิบายให้ตนเองฟัง
แล้ว ก็ทำให้ อู่ อวี้ พอเข้าใจรูปแบบของ นคร
จักรพรรดิเพลิง ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นสถานที่
ลึกลับมากที่สุดใน ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง
อันที่จริงแล้ว นครจักรพรรดิเพลิง หาได้มีส่วน
เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นภายใน ทวีปแห่ง
ทวยเทพตงเสิ้ง แต่อย่างใด แม้แต่สมบัติซึ่งถือเป็น
ตัวหลักสำคัญของผู้คน พวกเขายังตั้งตัวเป็นกลาง
และน้อยครั้งนักที่จะเห็นนครจักรพรรดิเพลิงเข้าไป
ห้ำหั่นแย่งชิงสมบัติกับขั้วอำนาจอื่น ๆ
สำหรับผู้คนในโลกแห่งการฝึกตนนี้ นิกายเซียนซู
ซัน กับ พรรซ่างหยวน ถือเป็นขุมมหาอำนาจชั้น
นำ ส่วนตระกูลเทียนอี้ จะนับเป็นตระกูลที่ทรง
อิทธิพลในอาณาเขตภายนอกเท่านั้น
แต่ไม่ได้หมายความว่า นครจักรพรรดิเพลิง เป็น
เพียงหมูในอวยให้ผู้ใดเข้ามายั่วยุได้โดยง่าย เพราะ
อย่างน้อย ๆ นิกายเซียนซูซัน กับ พรรคซ่างหยวน
ก็มิกล้ากระตุ้นยั่วยุ
เขตเมืองชั้นนอกของ นครจักรพรรดิ์เพลิง เป็น
สถานที่เปิด ซึ่งมีความคึกคักเป็นอย่างยิ่ง
เนื่องจากเป็นแหล่งรวมอย่างไม่แบ่งชั้นวรรณะหรือ
เผ่าพันธุ์ จึงทำให้ข่าวคราวต่าง ๆ แพร่กระจาย
อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีสมบัติมากมายเกือบ
แทบทุกชนิดหมุนเวียนอยู่ภายในนครแห่งนี้ มีข่าว
ลือว่าไม่มีสิ่งของ หรือ สมบัติชิ้นใด ที่ไม่สามารถ
หาซื้อแลกเปลี่ยนได้ภายใน นครจักรพรรดิเพลิง
ประตูเคลื่อนย้ายนับหมื่นนับพันภายใน ทวีปแห่ง
ทวยเทพ ทั้งหมดต่างมารวมตัวกันอยู่ที่ นคร
จักรพรรดิ์เพลิง
ถ้าหากว่ามีความขัดแย้งใด ๆ เกิดขึ้น ภายในเมือง
ก็จะมีสนามประลองเตรียมเอาไว้ให้โดยเฉพาะ
หรือจะออกไปประลองกันนอกกำแพงเมืองก็ยังได้
สถานะปัจจุบันของ อู่ อวี้ ถือได้ว่าเป็นอิสระแล้ว
แต่ทว่าก็ยังมีคนคอยติดตามไล่สังหารตน ฉะนั้นใน
สถานะดังกล่าวจึงถือได้ว่าเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะ
เดินทางไปยัง นครจักรพรรดิเพลิง เป็นสถานที่ซึ่ง
แม้แต่ปีศาจก็ยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างสบายอก
สบายใจ
” ตกลง ข้าจะลองไปที่นั่นดู ”
สำหรับผู้ฝึกตนแล้วสิ่งที่ต้องการมากที่สุดนั่นก็คือ
ทรัพยากร กับ โชควาสนา ในตอนนี้ อู่ อวี้
ศาสตราทุกชิ้นที่ติดตัว เขาได้ส่งคืนให้กับนิกายไป
หมดแล้ว ก็เท่ากับว่าเขาต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด
และเขาเองก็ต้องการสภาพแวดล้อมที่สามารถทำ
ให้เขากลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง ซึ่งเห็นได้ชัดว่า
นครจักรพรรดิเพลิง สามารถตอบโจทย์ในสิ่งที่เขา
ปรารถนาได้
” อู่ อวี้ เจ้าสามารถเข้าร่วมกับ ‘กองทัพเซียนหวง
เหยียน’ ภายในเขตเมืองชั้นในได้ ด้วยเพราะเจ้าถูก
ซูซันขับออกจากนิกาย จึงส่งผลให้พรรคนิกายต่าง
ๆ ไม่กล้าดึงเจ้าเข้าพักพรรคนิกายของตนเอง แต่
ไม่ใช่สำหรับ ‘กองทัพเซียนหวงเหยียน’ นคร
จักรพรรดิเพลิง พวกเขามิได้ใส่ใจในสถานะตัวตน
ที่เจ้าเป็นอยู่ สิ่งที่พวกเราต้องการคือระดับฝีมือ
ของเจ้า และ เจตจำนงแห่งความเที่ยงธรรมของ
เจ้า ด้วยเจตจำนงที่เจ้ายึดถือสามารถเข้าร่วมกับ
พวกเขาได้อย่างสบายหายห่วง แล้วยิ่งถ้าเจ้ามี
ศักดิ์ฐานะเป็นหนึ่งใน ‘กองทัพเซียนหวงเหยียน’
เจ้าสามารถเป็นผู้ตรวจการจัดการเรื่องต่าง ๆ ที่
เกิดขึ้นภายในภายนอก นครจักรพรรดิ์เพลิง หรือ
จะให้พูดชัด ๆ ก็คือ จอมกระบี่ชั่วฮวา ไม่กล้าแตะ
ต้องเจ้าเด็ดขาด ” เฉิน ชิงหยู กล่าว
เฉิน ชิงเหยา ยิ้มขึ้นจาง ๆ แล้วกล่าวสมทบขึ้นว่า
” สิ่งที่คนทั้งสองคิดไม่มีอะไรมากไปกว่าการ เด็ด
ลูกพลับอ่อน ฉะนั้นจึงต้องแก้ปัญหาให้แก่ตัวเจ้า
ก่อน มันคือการยืดลมหายใจดีๆนี่เอง สำหรับที่ข้า
คิดพวกเขาเพียงแค่ เอาเรื่องแก้แค้นให้แก่ลูกสาว
มาเป็นข้ออ้างเท่านั้น อันที่จริงพวกเขาเพียงแค่
พาลที่ไม่สามารถทำอันใดจึงมาลงกับเจ้า แต่จะ
ยืดหยุ่นกับผู้ที่แข็งแกร่ง ในทางกลับกันหาก
เหตุการณ์ครั้งนี้เปลี่ยนเป็น เปั่ยซาน ม่อ เป็นผู้ลง
มือสังหาร มู่ หลิงเช่อ พวกเขาทั้งสองย่อมไม่กล้า
เอ่ยปากเอ่ยใด ๆ ออกมา อู่ อวี้ เจ้าจงจำไว้ให้ขึ้น
ใจ หากไม่มีผู้ใดคอยสนับสนุนเจ้า เจ้าก็ต้อง
สนับสนุนตนเอง แล้วกลายเป็นนายของตัวเอง
เสีย!”
เมื่อฟังความเห็นจนรู้แจ้ง ก็ทำให้ได้รับแรงบันดาล
ใจ
ในเมื่อซูซันขับไล่ก็ออก ปล่อยให้เขาต้องเผชิญโชค
เพียงลำพัง แม้แต่ เฉิน ชิงเหยา ก็ยังไม่อาจ
ปกปั้องเขาได้นานนัก ฉะนั้นในภายภาคหน้าเขา
จะต้องพึ่งพาตนเอง ถ้าหากไม่สามารถพึ่งพา
ตนเองได้ เขาก็จะกลายเป็นเพียงผู้ฝึกตนที่ถูกตัด
หางปล่อยวัด แลไม่อาจอยู่บนโลกฝึกตนที่แสน
โหดร้ายนี้ได้ ต่อมาเหล่าศิษย์นับล้านของซูซัน ก็จะ
ลืมตัวตนเฉกเช่นเขาไป ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถ
ยินยอมได้เด็ดขาด
ซึ่งการที่ตนได้ถูกลืมเลือนไปก่อนที่จะได้ไปแก้แค้น
นั้น เป็นเรื่องที่ตนไม่อาจทนรับได้
เขามองไปยังทางทิศตะวันออก นั่นคือทิศทางของ ‘
นครจักรพรรดิ์เพลิง ‘
” ที่นั่น จะเป็นพื้นแผ่นดินถิ่นกำเนิดใหม่สำหรับ
ข้า!”
…
หลังจากนั้น อู่ อวี้ จากไป ณ ซูซันที่หนาวเหน็บ
และเงียบสงบอย่างสมบูรณ์
ท่ามกลางโลกแห่งหุบเขาหิมะแลน้ำแข็ง สถานที่
แห่งนี้เต็มไปด้วยเกล็ดหิมะมากมาย ลอยละลิ่ว
ปลิวละล่องตามกระแสสายลม เหล่าผู้คนต่างใช้
กระบี่บินทะยานผ่านไปมากันอย่างขวักไขว่
เสียงพูดคุยหัวเราะดังเซ็งแซ่เจี๊ยวจ๊าวขึ้นอย่าง
ต่อเนื่อง
เขาชิงเทียนซูซัน ตั้งตระหง่านทะลวงฝั่าหมู่เมฆา
สูงชะลูดขึ้นไปจนถึงสวรรค์ เป็นระดับความสูงซึ่งมิ
อาจมองเห็นจุดสิ้นสุดของมันได้
สถานที่แห่งนี้ เปรียบเสมือนกับโลกขนาดใหญ่ของ
ผู้ฝึกตนวิถีกระบี่ ถึงแม้สถานะของ อู่ อวี้ ยามนี้จะ
เป็นศิษย์ที่ถูกขับออกจากนิกาย ทว่าก็หาได้มี
ผลกระทบใดๆต่อเส้นทางของตนแม้แต่น้อย
หนานกง เหว่ย แล เปั่ยซาน ม่อ คนทั้งสองต่างพุ่ง
ทะยานรุดหน้าก้าวกระโดดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พวก
เขามุ่งมั่นฝึกฝนอย่างไม่มีใครยอมใคร ด้วย
พรสวรรค์เทียมฟั้านี้ ได้บังเกิดเป็นคลื่นความ
ปันปั่วนสั่นสะท้านสะเทือน ไปทั่วทั้งทวีปแห่งทวย
เทพ เหล่าผู้เยาว์ซึ่งเปียมล้นไปด้วยพรสวรรค์ จาก
ขั้วอำนาจอื่น ๆ มากมาย ต่างรู้สึกได้ถึงแรงกดดัน
อันมหาศาล ซึ่งกดทับลงมาจากนิกายเซียนซูซัน
เรื่องราวแลตัวตนของ อู่ อวี้ ถือเป็นเพียงสิ่งเล็ก
จ้อยเกินไป ดังนั้นจึงมีชะตากรรมที่ต้องถูกกำหนด
ให้ผู้คนลืมเลือนไปดั่งสายธาราไหลริน
……
อันที่จริงแล้ว ก่อนซูซันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไม่
คาดฝันขึ้น ภายใน ห้วงทะเลปีศาจอนันต์ ก็ได้
บังเกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ขึ้น
เมื่อมองลงมาจากท้องนภา จะสามารถแลเห็นผืน
มหาสมุทรทมิฬขนาดใหญ่ แผ่ขยายปกคลุมไปทั่ว
ผืนปฐพี ทั้งยังมีปราณพิษโคจรหมุนวนอยู่ภายใน
นับไม่ถ้วน ปราณเหล่านี้ได้ผสานหลอมรวม
กลายเป็นสัตว์เดรัจฉานหลากหลายชนิด
มหาสมุทรปราณพิษนี้ได้แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้ง
ท้องนภา ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนน่า
อเนจอนาถยิ่งดังขึ้น
ในวันเดียวกันนั้นเอง ห้วงทะเลปีศาจอนันต์ ก็
บังเกิดเหตุการณ์พลิกฟั้าพลิกปฐพีขึ้น เสียงกรีด
ร้องโหยหวนของเหล่าปีศาจนับไม่ถ้วนดังขึ้น
ท่ามกลางผืนพงไพรภายใน ห้วงทะเลปีศาจอนันต์
มีความปันปั่วนโกลหาหลปะทุขึ้นมาอย่างฉับพลัน
พฤกษาพงไพรมากมาย พลิกคว่ำถูกโค่นล้ม
ระเนระนาดอัดกระแทกลงสู่พื้นปฐพี เมฆหมอกฝุั่น
ควันลอยคละคลุ้งปกคลุมไปทั่วทั้งท้องนภา
มหาสมุทรหมอกพิษก่อตัวเป็นพายุโหมกระหน่ำ
เมื่อยามมันกวาดพัดผ่านได้บดขยี้ฉีกกระชากทุก
สรรพสิ่ง
ท่ามกลางความเลือนราง แม้กระทั่งผู้ฝึกตนที่อยู่
ห่างไกลออกไปจาก ห้วงทะเลปีศาจอนันต์ ยัง
สามารถแลเห็นเงาร่างของสัตว์อสูรขนาดยักษ์ดุ
ร้ายน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ภาพอันเลือนรางนั้นยัง
สามารถมองเห็นศีรษะที่มีหลายหัวของมันได้
ปีศาจตนนี้กำลังขับเคี่ยวห้ำหั่นกับบางสิ่งบางอย่าง
อยู่ภายใน ห้วงทะเลปีศาจอนันต์ การต่อสู้ในครั้งนี้
บังเกิดเป็นรอยแตกร้าวแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้ง
ผืนปฐพี โลหิตเจิ่งนองหลั่งไหลดั่งสายธารา ลึกเข้า
ไปใน ห้วงทะเลปีศาจอนันต์ สามารถแลเห็น
ซากศพจำนวนนับไม่ถ้วน นอนเกยทับถมกันอยู่บน
ผืนดิน
ในช่วงเวลาไม่กี่วันมานี้ ได้บังเกิดเสียงกรีดร้องของ
เหล่าปีศาจดังโหยหวนขึ้นอยู่ตลอดเวลา เสียงผืน
ปฐพีสั่นสะเทือนเลือนลั่น ทั้งยังมีเสียงระเบิด
กัมปนาทดังขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน
” เหล่าปีศาจได้เกิดหายนะครั้งใหญ่ขึ้นแล้ว! ”
ผู้คนที่ตระหนักถึงเรื่องนี้ ต่างอุทานขึ้นมาอย่างตื่น
ตระหนก
แน่นอนว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์นั้น ปรารถนาให้ปีศาจ
ห้ำหั่นกันเอง จนพวกมันตกตายไป ยิ่งมากเท่าไหร่
ยิ่งดี
อย่างไรก็ตามไม่คาดคิดว่า ผ่านไปได้เพียงไม่กี่วัน
การต่อสู้ครั้งใหญ่นี้ก็หยุดลง จากนั้น ห้วงทะเล
ปีศาจอนันต์ ก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบสงัดราวกับ
ตกตายอีกครา
ส่วนมหาสมุทรหมอกพิษทมิฬ หลังจากผ่านไปไม่
นานมันก็ถูกฟืนฟูคืนกลับมา แผ่ขยายปกคลุม
ความว่างเปล่า ห่อหุ้มโลกปีศาจด้วยเอกลักษณ์
เฉพาะ อย่างไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน
ภายในโลกหล้าอันมืดมิด แลเงียบสงัดราวกับความ
ตายนี้ จิ่วอิง กำลังเหยียบย่ำอยู่ด้านบนบึงโคลน
เขาสอดส่องสายตาแสนเย็นชากวาดมองไปรอบ ๆ
” บิดา วูซาน เซี่ยชือ ตกตายไปแล้วใช่หรือไม่?” จิ่
วอิง กล่าวขึ้นกับความว่างเปล่าเบื้องหน้า
“บทลงโทษด้วยคำสาปพิษมีผลแค่ภายใน 10 วัน
เท่านั้น ถึงจะอย่างไรมันก็เป็นบุตรบุญธรรมที่
จักรพรรดิจู้จะเลี้ยงดูมา”
ท่ามกลางความว่างเปล่า มีเสียงซึ่งเปียมล้นไปด้วย
ความโหดเหี้ยมอหังการตอบกลับมา
“ยังมีสิ่งใดที่ท่านไม่สามารถทำได้อีกงั้นหรือ ?” จิ่
วอิง ยิ้มขึ้นยังหนาวเย็น
“เหลวไหลสิ้นดี จักรพรรดิจู้มีความแข็งแกร่ง
เกือบจะเทียบเท่ากับข้า เว้นเสียแต่ว่าข้าปรารถนา
จะเริ่มต้นสงครามปีศาจขึ้นด้วยตนเอง มิเช่นนั้น
การสังหาร วูซาน เซี่ยชือ คงไม่ยากเย็นเช่นนี้”
จิ่วอิงกล่าวต่อว่า ” ข้าเข้าใจ หากท่านสั่งอาปาไป
ร่วมสังหารมันด้วย ข้าเกรงว่าปีศาจตนอื่น ๆ จะไม่
พอใจ เพราะอย่างไรเสียท่านเอง ก็ไม่อยากให้เกิด
ความขัดแย้งขึ้นภายใน มิเช่นนั้นพวกมนุษย์คงฉก
ฉวยจะโอกาสนี้ แฝงตัวเข้ามาในโลกของเราได้ ใช่
หรือไม่ ”
“ ไม่เสียแรงที่เป็นถึงบุตรชายของข้า ช่างเข้าใจ
กระจ่ายยิ่ง ” จักรพรรดิอิงกล่าว
“เพราะเหตุนี้ไง บุตรชายของท่านจึงเกือบถูก
สังหาร”
” เจ้ามีอาปาคอยคุ้มครองอยู่ ในใต้หล้านี้จะผู้ใด
กล้าบังอาจสังหารเจ้าได้อีก” จักรพรรดิ์อิงกล่าวขึ้น
อย่างมั่นใจ
” ข้าเข้าใจแล้ว ” จิ่วอิง รู้ดีว่าบทลงโทษที่ วูซาน
เซี่ยชือ ได้รับ มิได้รุนแรงเท่าใดนัก เนื่องจากว่า วู
ซาน เซี่ยชือ มีสายโลหิตอันสูงส่ง ทำให้จักรพรรดิ
อิงไม่เต็มใจที่จะสังหารมัน
” ข้าอยากปิดด่านฝึกตน จนกว่าจะแข็งแกร่งยิ่ง
กว่า วูซาน เซี่ยชือ แต่ท่านต้องหาข่าวคราวคนผู้
หนึ่งให้แก่ข้า”
” ผู้ใด? ”
“ สาวกซูซันคนหนึ่งนามว่า อู่ อวี้ ”
” เจ้าหนอนน่าสมเพชที่ถูก วูซาน เซี่ยชือ ควบคุม
ให้มาสังหารเจ้าเช่นนั้นน่ะหรือ ? ”
” เขาไม่ใช่หนอนน่าสมเพช ”
จักรพรรดิอิงกล่าวด้วยน้ำเสียงตึงเครียดขึ้น
เล็กน้อยว่า “บุตรรักของข้าเอ๋ย เจ้าอย่าได้ทำเช่นนี้
เลย บุตรชายตระกูลจิ่วอิงของเรา มิอาจชายตา
มองบุรุษคนอื่นได้! ”
” ท่านจะบ้าไปแล้วรึยังไง! ” จิ่วอิง ทำได้เพียงตอบ
กลับไปเท่านั้น
” จากนี้เจ้าก็อย่าประมาทเลินเล่อไปไหนอีก อย่าได้
กังวล ข้าจะหาข่าวคราวคนผู้นั้นให้ หลังจากที่ได้
ข่าวของมันแล้ว ก็ห้ามมาดื้อรั้นเกเรกับข้าอีก…”
……
ระหว่างการเดินทางไปยัง นครจักรพรรดิ์เพลิง อู่
อวี้ ได้รักษาฟืนฟูตนเองจนกลับคืนสู่สภาพปกติ
ระหว่างที่กำลังนั่งอยู่บนกระบี่บินของ จอมกระบี่
ชิงเหอ เขาก็ทำการยกระดับปรับแต่งแกนนภาไป
ด้วย
ในมือของเขาถือเม็ดยาปราณมรกตอยู่ 3-4 เม็ด
ขึ้นมา ซึ่งเม็ดยาปราณมรกตเหล่านี้คือสิ่งที่เขา
ได้มาจากปีศาจค้างคาว และของเหล่านี้เขาไม่ได้
มอบมันให้แก่ หนาน กงเหว่ย
อันที่จริงแล้ว หนานกง เหว่ย ก็มิได้นำเสาเก้าจัส
ตุรัสสยบมารและสิ่งของอื่น ๆ กลับไป ซึ่งใน
ท้ายสุดแล้วเขาก็ไม่รู้ว่าผู้ใดเก็บสิ่งของเหล่านั้นไป
จากนั้น อู่ อวี้ ก็ใช้เม็ดยาปราณมรกตเหล่านี้
ปรับแต่งยกระดับแกนนภาของตนเอง
บางทีอาจเป็นเพราะความขัดแย้งอย่างรุนแรง
ภายในสนามประลองเป็นตาย ทำให้ อู่ อวี้
ตัดสินใจก้าวเดินไปตามเส้นทางในวิถีแห่งเต๋าของ
ตนเอง ซึ่งในเวลานี้หลังจากเริ่มการบำเพ็ญเพียร
อีกครั้ง ทำให้ความคิดของเขากระจ่างแจ้งอย่างถึง
ที่สุด อีกทั้งเส้นทางในมหาวิถีแห่งเต๋าของเขายิ่งมา
ยิ่งชัดเจนยิ่ง เขารู้สึกราวกับว่าเส้นทางในภายภาค
หน้าของตนเองนั้นกว้างใหญ่ไร้สิ้นสุด
ถึงแม้จะมีเพียงเม็ดยาปราณมรกตสามหรือสี่เม็ด
อย่างไรก็ตามหลังจากใช้มันปรับแต่งยกระดับแกน
นภา อู่ อวี้ ก็สัมผัสได้ว่าหากเขาใช้แค่โอสถอีกสัก
นิดหน่อย ภายในระยะเวลา 1 เดือน เขาสามารถ
ฝั่าด่านบรรลุสู่สร้างแกนนภาขั้นที่ 8 ได้
นี่คือประโยชน์ที่เขาได้รับ จากการยืนหยัดในสนาม
ประลองเป็นตาย
ความมุ่งมั่นในครั้งนั้น ทำให้จิตใจของ อู่ อวี้
ตระหนักได้อย่างชัดเจนว่า ทั้งการยืนหยัด และ
ความไม่ยินยอมต่อโชคชะตา ทำให้เขาคล้ายคลึง
กับฉีเทียนต้าเซิ่นมากยิ่งขึ้น
” หัวใจของข้าหลุดพ้นพันธนาการสู่ความอิสระเสรี
นับจากนี้ มันจะคงอยู่ไปตราบชั่วนิรันดร์ ไม่มีวัน
ถูกทำลายลงได้! ”
ไม่มีผู้ใดคอยบีบบังคับ ไม่ต้องอยู่ภายใต้อำนาจ
อิทธิพลของผู้ใด จิตใจแห่งเต๋าอันกว้างใหญ่ ไร้ซึ่ง
ข้อจำกัดภาระผูกพันใด ๆ
ความรู้สึกนี้ช่างวิเศษยิ่งนัก!
ต่อให้บำเพ็ญตนบนกระบี่ มันก็มิได้ส่งผลกระทบใด
ๆ ต่อ อู่ อวี้ แม้แต่น้อย
ทั้ง เฉิน ชิงหยู๋ และ เฉิน ชิงเหยา คนทั้งสองต่าง
จ้องมองไปยัง อู่ อวี้ จากนั้นพวกเขาก็หันมายิ้มให้
กัน การที่ อู่ อวี้ สามารถบำเพ็ญตนบนกระบี่บินได้
ทำให้จิตใจของพวกเขาผ่อนคลายลงอย่างสิ้นเชิง
เพราะนี่แสดงให้เห็นว่า ต่อให้ อู่ อวี้ ถูกบดขยี้หรือ
เจอเหตุการณ์ร้ายแรงเพียงใด ก็ไม่มีทางจะสยบ
เขาลงได้
สิ่งที่พวกเขาไม่ทราบก็คือ การหลุดจาก
พันธนาการเหนี่ยวรั้งในครั้งนี้ ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึก
ราวกับว่าตนเองกำลังบินทะยานขึ้นสู่ฟากฟั้า
การที่เขาตัดสินใจเลือกทำตามเจตจำนงแห่งเต๋า
ของตนเอง แน่นอนว่ามันย่อมทำให้เขาไม่ได้รู้สึก
ถึงความอัปยศใด ๆ !
ภายในเวลาเวลา 1 เดือนนี้ ก่อนจะเดินทางถึงนคร
จักรพรรดิเพลิง เต๋าของ อู่ อวี้ ได้ไปเปลี่ยน
แปรเปลี่ยนกลายเป็นเที่ยงตรงอย่างถึงที่สุด ทั้ง
จิตใจยังไร้ซึ่งข้อจำกัดใด ๆ ส่งผลให้ยามนี้ เขาฝั่า
ด่านทะลวงเข้าสู่สร้างแกนนภาขั้นที่ 8 เป็นที่
เรียบร้อยแล้ว!
นอกจากนี้ยังทำให้แกนกำเนิดของเขา ยกระดับขึ้น
อีกหนึ่งจั้ง
ซึ่งในยามนี้ เขาได้มาถึงปลายสุดของหุบเขาแล
สายธาราแล้ว
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ