กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 368 : จิตวิญญาณแหงความกลาหาญ
อู่ อวี้ ให้คำมั่นแก่ เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า
อย่างไรก็ตาม เขาต้องแบกรับภาระในเรื่อง
ค่าใช้จ่ายอย่างหนักอึ้ง ทำให้เขารู้สึกกดดันเป็น
อย่างมาก
เหตุผลที่เห็นเขาเดินอยู่บนถนนในวันนี้ ด้วย
เหตุผลบางประการ ก็เพื่อหาหนทางชำระหนี้
ไม่เช่นนั้นเขาคงจะต้องผิดต่อ จาง เทียนเต๋อ ที่
อุตส่าห์ให้การรับรองไว้วางใจในตัวเขา
เมื่อดังนั้น อู่ อวี้ จึงขี่กระบี่บินตรงไปยังเมืองชั้นใน
ด้วยใจเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ อย่างไม่คิดจะหันหลัง
ย้อนกลับมาอีก
นี่คือความแน่วแน่ของเขา
เมื่อตัดสินใจจะไปแล้ว เขาจะไม่หันหลังอีก เขาจะ
มุ่งมั่นไปตามที่ที่ตนอยากไป โดยไม่จำเป็นต้อง
หลบซ่อนปิดบัง
ภายใน นครจักรพรรดิเพลิง นับว่าเขาเป็นที่เลื่อง
ชื่อเด่นดังอยู่ไม่น้อย เมื่อเดินอยู่ท่ามกลางนครอัน
กว้างใหญ่ ย่อมเป็นที่รู้จักของใครหลายคน
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังแซ่ซ้อนขึ้นทุกแห่งหน
ขณะที่ อู่ อวี้ กำลังเดินทาง ผู้คนอื่น ๆ ก็เริ่มพูดคุย
ทักทายตัวเขา โดยซักถามว่าเขากำลังจะไปยังที่
แห่งใด ในบทสนทนาหาได้มีสาระอันใดไม่
หลังจากพูดคุยกันได้สักระยะหนึ่ง อู่ อวี้ ก็เริ่มขอ
ตัวลาทีละคน
” เขาตั้งใจจะไปยังเมืองชั้นในจริง ๆ ด้วย ”
” มีคนบอกว่า เมื่อสองสามวันที่ผ่านมาเห็นจอม
กระบี่แห่งซูซัน จอมกระบี่ชั่วฮวา กับ จอมกระบี่ห
ลี่หั่ว ปั้วนเปียนอยู่ภายในนคร ควานหาตัวเขาให้
ควัก ”
ซึ่ง อู่ อวี้ ก็ได้ยินข่าวเรื่องนี้ด้วย
แต่เขาหาได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย เนื่องจากที่นี่มีฝูง
ชนมากมายขวักไขว่เดินกันให้ควัก อีกทั้งยังมี
ทหารของ กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง คอยเดิน
ลาดตระเวนอย่างเนืองนิจ ถึงแม้ทั้งสองจอมกระบี่
อยู่ที่นี่ก็จริง แต่ อู่ อวี้ ก็หาได้เกรงกลัวแม้แต่น้อย
ไกลออกไปภายในเมืองชั้นใน นครจักรพรรดิเพลิง
ได้ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกเซียนอย่างหนาแน่น
แม้แต่แสงสว่างเจิดจ้าจากด้านนอก ยังไม่สามารถ
ทะลุผ่านสาดส่อง เข้ามายังภายในเมืองชั้นในนี้ได้
ภายในเมืองชั้นในนี้ เปรียบได้ดั่งบรรยากาศบน
ยอดเขาสูงสุด ของ อาณาเขตเซียนแห่งซูซัน
กล่าวได้ว่าภายใน ทวีปแห่งทวยเทพ สถานที่แห่ง
นี้ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ๆ มีความลึกลับอย่าง
ยิ่งยวด ซึ่งคนธรรมดายากจะพบเห็น ไม่อาจ
ล่วงล้ำย่างกรายเข้ามาได้
ท่ามกลางกระแสสายลมโชยพัดผ่าน ยังสามารถ
สัมผัสได้ถึงความปันปวนของกลิ่นอายฟั้าดินมา
จากภายใน เสียงการต่อสู้ห้ำหั่นเข่นฆ่าดังอึกทึก
พร้อมทั้งเสียงร้องตะโกนดังออกมาจากภายใน
” เกรงว่าข้าคงต้องเข้าร่วมกับ กองทัพเซียน
จักรพรรดิเพลิง เสียก่อน เพราะอย่างไรแล้วที่นี่ก็
ไม่ใช่อาณาเขตของข้า ข้าจึงจำต้องกลายเป็น
ทหารจักรพรรดิเพลิง ถึงจะมีสิทธิ์ที่จะเข้าสู่นคร
จักรพรรรดิเพลิงชั้นในได้ ”
นครจักรพรรดิเพลิง นั้นพื้นที่กว้างใหญ่อย่างยิ่ง มี
ทั้งภูเขาแลลำธาร
เพียงไม่นาน อู่ อวี้ ก็ขี่กระบี่บินมาถึงหน้าประตู
เมืองชั้นใน ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้าของเขาใน
เวลานี้
เจียง เสวี่ยชวน ได้กล่าวว่า เพียงแค่ยื่นรายชื่อของ
อู่ อวี้ ส่งขึ้นเบื้องบนในเวลาใดก็ได้ เพื่อเขาจะได้
เป็นหนึ่งในพรรคพวก โดยไม่จำเป็นต้องผ่านการ
ประเมินตรวจสอบ หรือ คัดเลือกใด ๆ จาก
กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง ทั้งสิ้น
ถึงเวลาที่เขาจะเริ่มต้นใหม่!
อู่ อวี้ มองเข้าไปยังเมืองอันกว้างใหญ่นี้ ด้วยความ
ตื่นเต้นไม่น้อยทีเดียว
” อู่ อวี้ ”
ทันใดนั้น เสียงของสตรีผู้หนึ่งก็ดังขึ้นมาจาก
เบื้องหลัง น้ำเสียงเย็นยะเยือกเย็นชา ทำให้เขา
ต้องหยุดชะงัก ยามนี้ อู่ อวี้ ย้อนหันหลังกลับไป
มอง บนท้องนภามีผู้ฝึกตนกระบี่คู่หนึ่ง ควบคุม
กระบี่บินร่อนลงมา คนทั้งสองมาปรากฏตัวอยู่
เบื้องหน้า อู่ อวี้ สีหน้าของคนทั้งสองดำทะมึน
เปียมล้มไปแห่งโทสะอันพุ่งพล่านปันปั่วน พวกมัน
ได้ปลดปล่อยแรงกดดันมหาศาล เสมือนดั่งขุนเขา
ไท่ซานกดทับลงมาบนร่างของ อู่ อวี้
คนทั้งสองนี้ก็คือ จอมกระบี่ชั่วฮวา กับ จอม
กระบี่หลี่หั่ว
เป็นอย่างที่คิดไว้ พวกมันทั้งสองเข้ามาใน นคร
จักรพรรดิเพลิง เพื่อค้นหาตัวเขา
” พวกท่านทั้งสองมาทำอะไรที่นี่? ” เมื่อจอมกระบี่
ทั้งสองเข้ามาขวางกั้น อู่ อวี้ ไว้ ผู้คนที่อยู่โดยรอบ
ก็เริ่มสังเกตเห็นคนทั้งสอง
ท่ามกลางฝูงชนยังมีทหารลาดตระเวนนครชั้นนอก
ของ กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง ปะปนอยู่ด้วย
อันที่จริงข่าวคราวเรื่อง เจียง เสวี่ยชวน ได้เชื้อ
เชิญ อู่ อวี้ เข้าร่วม กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง
ซึ่งส่วนใหญ่ทหารภายในกองทัพต่างได้ยินข่าว
เกี่ยวกับเรื่องนี้ มานานกว่ายี่สิบวันแล้ว
อู่ อวี้ จึงหาได้เกรงกลัวพวกเขาทั้งสองแต่อย่างใด
เนื่องจากบริเวณโดยรอบมีผู้คนอยู่เป็นจำนวนมาก
จึงทำให้ในเวลานี้มีผู้คนมารวมตัวกันอยู่มากมาย
หลังจาก จอมกระบี่ชั่วฮวา สูญเสียบุตรสาวไป
ใบหน้าของนางก็เริ่มมีริ้วรอยขึ้นเป็นจำนวนมาก
นางจ้องเขม็งไปที่ อู่ อวี้ แล้วกล่าวว่า ” ข้าไม่คิด
ว่าเจ้าจะมามุดหัวอยู่ที่นี่ ฉลาดเป็นกรดเชียว
ความคิดฉลาดหลักแหลมเช่นนี้คงเป็นของ เฉิน ชิง
เหยา สินะ ”
อู่ อวี้ กล่าวว่า ” ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการตาย
ของบุตรสาว ของพวกท่านทั้งสอง เป็นเรื่องที่ข้า
ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ฟั้ารู้ดินรู้ว่าฆาตกรตัวจริงนั้น
หาใช่ข้าไม่ ว่าแต่พวกท่านทั้งสองไม่มีอะไรทำใช่
หรือไม่ ถึงได้มาตามไล่ล่าจับข้าถึงที่นี่ ? ถึงขนาด
จ้องจะเอาชีวิตข้าใน นครจักรพรรดิเพลิง เลยงั้นรึ
? ”
เมื่อเห็นสัญญาณว่าคนทั้งสองกำลังจะลงมือ ทหาร
ของ กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง ก็ได้รายล้อม
พวกเขาทั้งสองเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
ในเวลานี้หัวหน้ากองร้อย ยืนนำหน้าทหารภายใน
กองหลายร้อยคน สวมใส่ชุดเกราะทหารระดับ
หัวหน้ากองร้อยของ กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง
กล่าวขึ้นด้วยเสียงดังก้องว่า ” นับเป็นบุญยิ่งนักที่
วันนี้ได้มาพานพบกับจอมกระบี่ทั้งสอง ยินดี
ต้อนรับเข้าสู่ นครจักรพรรดิเพลิง หวังว่าพวกท่าน
ทั้งสองจะได้รับความสุขสำราญใจไม่มากก็น้อย แต่
ทว่าพวกท่านทั้งสองอย่าได้คิดใช้กำลัง หรือ ลงไม้
ลงมือ ภายในนครจักรพรรดิเพลิงแห่งนี้เป็นอัน
ขาด เพราะนี่คือกฎเหล็กที่ถูกตั้งไว้โดยท่านเจ้า
เมือง ไม่ว่าผู้ใดหน้าไหน ก็ห้ามล่วงละเมิดกฎนี้
อย่างเด็ดขาด! ”
นครจักรพรรดิเพลิง ไม่เคยรุกรานผู้ใดมาก่อน แต่
ภายในอาณาเขตของตัวนครนั้นกลับไม่ได้อ่อนแอ
กว่าขุมอำนาจใดๆแม้แต่น้อย
อย่างเช่นหัวหน้ากองร้อยในเวลานี้ หาได้พูดคุย
ด้วยความเกรงใจ หรือ สุภาพอ่อนน้อม กับคนทั้ง
สอง
ทว่า จอมกระบี่ชั่วฮวา ก็มิได้แยแสในคำพูดของ
เขาแต่อย่างใด การที่พวกมันสองผัวเมียมาถึงจุดนี้
ก็หาได้สนใจหน้าไหนไม่ พวกมันสาวเท้าตรงเข้าไป
หา อู่ อวี้ ในเวลานี้เปรียบเสมือนราชาราชสีห์บน
ทุ่งอันกว้างใหญ่ ที่กำลังเดินเข้าไปหากระต่ายน้อย
ตราบใดที่พวกมันสองผัวเมีย สบโอกาสโจมตีเพียง
ครั้ง เมื่อนั้นพวกมันก็สามารถเอาชีวิตของเขาได้
เนื่องจากทั้งหมดทั้งมวล พวกมันได้ฝึกฝนบำเพ็ญ
ตนมานานหลายร้อยปีแล้ว ท่ามกลางเหล่าสาวกซู
ซันนับล้าน มีเพียงแค่หยิบมือเท่านั้นถึงจะสามารถ
ขึ้นเป็นจอมกระบี่ได้
ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหารพุ่งตรงเข้า
มายังบริเวณเหนือศีรษะ!
“อู่ อวี้! ” ดวงตาของ จอมกระบี่ชั่วฮวา จับจ้อง
เขมรมายัง อู่ อวี้ ราวกับต้องการจะกลืนกินจิต
วิญญาณของเขา พุ่งโจมตีตรงเข้าจิตใจ น้ำเสียง
ของของนางดังก้องคำรามขึ้นภายในแก้วหูของ อู่
อวี้ ” ถูกต้องแล้ว ในวันนี้พวกข้ามิอาจลงมือปิด
ชีพเจ้าได้ แต่ข้าจะบอกสิ่งหนึ่งให้รู้ไว้… ตราบชั่ว
ชีวิตนี้เจ้าจงหดหัวอยู่แต่ใน นครจักรพรรดิเพลิง
เช่นดั่งเต่าในกระดองเสียเถอะ แต่เมื่อใดเจ้าก้าว
ออกจาก นครจักรพรรดิเพลิง เมื่อนั้นล่ะก็ ฮ่ะ ๆ
ๆ …”
นี่คือการข่มขู่
จอมกระบี่หลี่หั่ว กล่าวขึ้นว่า ” สำหรับผู้ที่สังหาร
บุตรสาวของข้า ข้านั้นย่อมล่วงรู้ดีว่าเป็นแผนการ
ของ วูซาน เซี่ยชือ แต่เจ้าคือผู้ลงมือ เจ้าไม่อาจ
ปฏิเสธ หรือ หลีกเลี่ยงความจริงในข้อนี้! เว้นแต่ว่า
เจ้าจะอยู่ที่นี่ตราบชั่วชีวิตนี้ ไม่เช่นนั้นแล้วสักวัน
หนึ่ง ก็ไม่มีผู้ใดรับประกันได้ว่า เจ้าจะมีชีวิตอยู่
รอดไปได้ ”
” ท่านพล่ามสาธยายให้ข้าฟังเสียตั้งมากมายเช่นนี้
ข้าขอถามจริง ๆ พวกท่านไม่รู้สึกเบื่อบ้างหรือไร?
” อู่ อวี้ พูดออกไปตามความรู้สึกอย่าง
ตรงไปตรงมา
แม้คนทั้งสองจะมีศักดิ์ฐานะสูงส่งเป็นถึง จอม
กระบี่ แต่กลับมีความคิดคับแคบยิ่งนัก
ในความเป็นจริง พวกมันปรารถนาจะได้เห็น อู่ อวี้
หวาดกลัว จนมิกล้าจะออกไปจากที่นี่ตลอดชีวิต
ต้องตกตายอย่างทุกข์ทรมานภายใน นคร
จักรพรรดิเพลิง การทรมานเช่นนี้สำหรับ อู่ อวี้
แล้ว อาจถือเป็นความทุกข์ทรมานอย่างถึงที่สุด
แม้แต่ อู่ อวี้ ก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่า อยู่มาวันหนึ่ง
ต้องมาเจอกับจอมกระบี่แห่งซูซันอยู่เบื้องหน้า
ตนเองแล้วแท้ ๆ แต่เขากลับไม่รู้สึกหวาดกลัว
แม้แต่น้อย
” หลังจากนี้อีกไม่กี่ปี หากเจ้ารู้ตัวว่าไม่สามารถ
ออกจากที่นี่ได้ แล้ววันนั้นเจ้าจะรู้ว่ามันอึดอัดมาก
เพียงใด ” จอมกระบี่ชั่วฮวา กล่าวพร้อมกับยิ้ม
อย่างเย็นเฉียบ
อู่ อวี้ คาดการณ์ว่า เซียนกระบี่เซียนจี คงไม่
ต้องการให้ทั้งสองกระทำเช่นนี้หลังจากที่เขาถูกขับ
ไล่ออกจะซูซัน ดังนั้นพวกมันจึงลอบมาจัดการ
เรื่องในครั้งนี้ด้วยตนเอง สิ่งที่พวกมันสามารถ
กระทำได้ คงมีแค่เพียงสร้างความลำบากทุกข์
ทรมานใจให้แก่ตัวเขา แต่ อู่ อวี้ ตระหนักถึงเรื่องนี้
อย่างชัดเจน จึงรู้สึกเกลียดคร้านที่จะแยแสพวก
เขาทั้งสอง
ผู้ที่มาเยือนยัง นครจักรพรรดิเพลิง จำต้องใช้จ่าย
เม็ดยาสร้างแกนนภาเป็นจำนวนมาก ถึงแม้หลาย
ๆ คนที่มาที่นี่ ล้วนต้องการที่จะหลบหนีจากศัตรูก็
ตาม
” จอมกระบี่ทั้งสอง โปรดสุภาพด้วย ” ในเวลานี้
เสียงหัวเราะอย่างน่าเกรงขาม ดังขึ้นจากเบื้องหลัง
อู่ อวี้ หันกลับไปมอง พบเห็นว่าที่มาของเสียงนี้คือ
เจียง เสวี่ยชวน สวมใส่ชุดเกราะเซียนเหยียนหวง
ช่างดูน่าเกรงขามองอาจยิ่งนัก สีหน้าของเขาดู
สุขุมเด็ดเดี่ยว ขณะจ้องมองไปยังจอมกระบี่ทั้งสอง
จากนั้นเขาก็มายืนเคียงข้าง อู่ อวี้ การกระทำ
เช่นนี้ของเขา ช่วยลดแรงกดดันให้แก่เขาอย่าง
มาก
“เจ้าคือใคร? ” เป็นเรื่องธรรมดาเพราะเขาเป็นหนึ่ง
ในหัวหน้ากองพัน จอมกระบี่ชั่วฮวา ย่อมไม่รู้จัก
” ข้าน้อยมีนามว่า เจียง เสวี่ยชวน เป็นผู้นำกอง
พันของ กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง เป็นสหาย
กับ อู่ อวี้ มีปัญหาหรือไม่? ” เจียง เสวี่ยชวน
หัวเราะจากนั้นก็นำมือไปตบไหล่ อู่ อวี้
คาดว่าคงได้ยินข่าว จึงรีบมาหา อู่ อวี้ ที่นี่ทันที
” ฮ่า ๆ ๆ กะอีแค่ทหารรไร้ชื่อ เรื่องนี้ไม่ใช่ธุระ
กงการของเจ้า อย่าได้เอามือเข้ามาสอดรู้! ” จอม
กระบี่ชั่วฮวากล่าว
เจียง เสวี่ย กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า ” หามิได้
ที่นี่คือนครจักรพรรดิเพลิงหาใช่ซูซัน ฉะนั้นข้าไม่
ขอต้อนรับพวกท่านทั้งสอง เนื่องจากพวกท่านทำ
ให้สหายของข้าต้องลำบากใจ ขอให้พวกท่านโปรด
ออกไปจากเมืองด้วย ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ จอมกระบี่ชั่วฮวา พลันปรากฎ
โทสะอย่างมาก
เจียง เสวี่ยชวน กล่าวต่อว่า ” ดูเหมือนพวกท่าน
ทั้งสองคงไม่ทราบอุปนิสัย ‘จอมจักรพรรดิ’ ของเรา
หากท่านหาญกล้าลงมือกับข้าที่นี่? เชื่อไหมล่ะว่า
จอมจักรพรรดิ จะโยนพวกท่านออกไปนอกเมือง
ทันที? ”
เมื่อ จอมกระบี่ชั่วฮวา ได้ยินนามของ จอม
จักรพรรดิ พวกมันทั้งสองก็แสดงสีหน้าหวาดกลัว
ในทันที หากดึงดันแข็งขืนย่อมเป็นเรื่องที่โง่เขลา
อย่างยิ่ง ถ้าเช่นนั้นสู้ยอมอดทนรับความอัปยศ
อย่างคนไร้ยางอายเสียยังดีกว่า
สิ่งที่ เจียง เสวี่ยชวน กล่าวมานั้น ทราบกันดีว่า
จอมจักรพรรดิ ได้กระทำมาหลายครั้งหลายครา
แล้ว
การที่ เจียง เสวี่ยชวน เข้าปกปั้องตนเองในครานี้
มันทำให้ อู่ อวี้ ตัดสินใจได้ในทันที เขารู้สึกถึง
เวลาเสียทีที่จะยุติเรื่องราวทุกอย่างเสียให้สิ้น ด้วย
เพราะการปรากฏตัวของ จอมกระบี่ชั่วฮวา จึงทำ
ให้ในเวลานี้ ผู้คนมากมายต่างมารวมตัวกันอยู่ที่นี่
ชั่วขณะต่อมา อู่ อวี้ ก็หันไปเผชิญหน้ากับฝูงชน
พร้อมกล่าวขึ้นด้วยเสียงดังก้องกังวาลว่า ” ทุก ๆ
ท่าน ข้า อู่ อวี้ ถูกขับไล่ออกจากซูซัน จึงทำให้
เวลานี้ข้าไม่มีพันธะใด ๆ เกี่ยวข้องกับซูซันอีก
ต่อไป ข้าต้องขอขอบคุณ นครจักรพรรดิเพลิง ที่ให้
เกียรติแก่ข้า ผู้บัญชาการ เจียง เสวี่ยชวน ได้เชื้อ
เชิญต้อนรับขับสู้ข้า วันนี้ข้า อู่ อวี้ อยากให้ทุก
ท่านเป็นสักขีพยาน ข้าจะเข้าร่วมกับ นคร
จักรพรรดิเพลิง! ”
คำกล่าวนี้ เปียมล้นไปด้วยความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว
ชัดเจนตรงไปตรงมา ทั้งยังเป็นการประกาศต่อ
หน้า จอมกระบี่ชั่วฮวา อีกด้วย
ฝูงชนลุกฮือปันปั่วนขึ้นในทันที
“ บุรุษผู้นี้ช่างกล้าหาญเป็นอย่างยิ่ง ”
“ กล้าทำกล้ารับ ไม่เกรงกลัวว่าตนเองจะเสื่อมเสีย
ชื่อเสียงแต่อย่างใด ช่างเป็นบุคคลที่เปียมล้นไป
ด้วยจิตวิญญาณแห่งความกล้าหาญอย่างแท้จริง ”
คำประกาศของ อู่ อวี้ ในครั้งนี้จริง แม้แต่ เจียง
เสวี่ยชวน ก็ไม่คาดคิดเช่นเดียวกัน ในวันนั้นมันได้
กล่าวเชื้อเชิญ อู่ อวี้ เข้าร่วมกองทัพ ไม่คิดว่าผ่าน
ไปเพียงไม่กี่วันจะได้รับข่าวดีเช่นนี้ เจียง เสวี่ย
ชวน หัวร่อขึ้นมาอย่างฉับพลัน พร้อมกับกล่าวขึ้น
ว่า ” อู่ อวี้ นครจักรพรรดิเพลิงยินดีต้อนรับเจ้า
นับจากนี้ไป ที่นี่คือบ้านของเจ้า! เราไม่ใช่พวกที่
ชอบลากจูงจมูกผู้อื่นดั่งเช่นซูซัน เมื่อมาแล้ว พวก
เราทุกคนก็คือพี่น้อง! ”
” อู่ อวี้! เจ้ามันต่ำช้าทำให้บรรพชนต้องอับอาย!
เพิ่งออกจากซูซัน แต่กลับหาญกล้าเข้าร่วมกับเห
ยียนหวงงั้นรึ? เหตุใดเจ้าถึงได้ไร้ยางอายเช่นนี้? ซู
ซันทั้งมอบที่พักพิง ดูแลเจ้าเป็นอย่างดี คอย
ส่งเสริมขัดเกลาเจ้า จนกลายเป็นอัจฉริยะดั่งเช่น
วันนี้ แต่ในวันนี้เจ้ากับหาญกล้าทรยศต่อนิกาย ไป
คบค้าสมาคมเข้าร่วมกับผู้อื่น ! เจ้ารู้หรือไม่ คำว่า
อัปยศแท้จริงแล้วสะกดอย่างไร? ” สีหน้าของ จอม
กระบี่ชั่วฮวา ในเวลานี้ดูน่าเกลียดน่ากลัวเป็น
อย่างยิ่ง นางชี้หน้า อู่ อวี้ พร้อมก่นด่าสาปแช่ง
ออกมาไม่หยุด
ซูซันขัดเกลา จนเขากลายเป็นอัจฉริยะอย่างเช่น
วันนี้งั้นรึ?
ไม่น่าจะใช่เช่นนั้นกระมั้ง…
เมื่อตัดสินใจไปแล้ว แน่นอนว่าย่อมไม่เกรงกลัว
หรือแยแสต่อลมปากของพวกสุนัขข้างทาง เขาจึง
กล่าวขึ้นง่ายดายว่า “ นับตั้งแต่ที่ข้าถูกขับไล่ออก
จากซูซัน ข้ากับนิกายเซียนก็ไม่มีอันใดเกี่ยวข้อง
กันอีก นับแต่นั้นมาไม่ว่าข้าจะไปที่แห่งใด ก็ไม่
เกี่ยวข้องอันใดกับพวกเจ้าทั้งสอง การใส่ร้ายให้ข้า
แบกชื่อคนทรยศ มันทำให้พวกเจ้าทั้งสองรู้สึกปิติ
ยินดีมากเลยเช่นนั้นรึ? ”
เมื่อ จอมกระบี่ชั่วฮวา เห็นท่าทางไม่แยแสของเขา
แน่นอนว่านางย่อมตัวสั่นเทาด้วยโทสะอย่างสุด
แสน
“ เจ้าตัวชั่วช้าทรยศบรรพชน! การที่ซูซันมีคน
อย่างเจ้าปรากฏตัวขึ้น ชั่งเป็นความอัปยศอย่าง
แท้จริง! ช่างต่ำช้า ! ข้าแหละละอายใจแทนเจ้า
จริง ๆ ! ” จอมกระบี่หลี่หั่ว กล่าวขึ้นด้วยเพลิง
โทสะที่ปะทุขึ้นมาอย่างฉับพลัน
ถึงแม้พวกมันจะเต้นระส่ำด้วยเพลิงโทสะ แต่ อู่ อวี้
ก็ยังคงสงบนิ่งเหมือนเช่นเคย เขากล่าวอำลา
พร้อมกับหันหลังแล้วจากไป อย่างไม่แยแสในทันที
ท่าทางของเขาแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าไม่
ปรารถนาจะข้องแวะกับสองคนนี้อีก
” อู่ อวี้! หากข่าวคราวนี้ไปถึงซูซันเมื่อใด เจ้าต้อง
ถูกผู้คนนับล้านด่าทอสาปแช่ง! นับตั้งแต่อดีต
จนถึงปัจจุบัน เจ้าคือความอัปยศแรกของซูซัน! ”
ในยามนี้ อู่ อวี้ มาไกลมากแล้ว
ในเวลานี้ เจียง เสวี่ยชวน หันไปมอง อู่ อวี้ พร้อม
กับยิ้มแล้วชูนิ้วโปั้งให้ แล้วกล่าวว่า ” ช่างเป็นคน
หนุ่มที่ไม่เบา ความกล้าหาญของเจ้าช่างวิเศษยิ่ง
นัก! เจียงผู้นี้ขอชื่นชม ”
อู่ อวี้ หาได้ภาคภูมิใจอันใดไม่ การปั่าวประกาศต่อ
หน้าฝูงชนในครั้งนี้เขาต้องใช้ความกล้าหาญเป็น
อย่างยิ่ง ครั้งหนึ่งเขาเคยชอบ นิกายเซียนซูซัน ที่
นั่นเป็นสถานที่งดงามดั่งเทพนิยาย ทั่วทั้งผืน
แผ่นดินปกคลุมไปด้วยหิมะน้ำแข็ง ช่างเป็นภาพ
งดงามตระการตาอย่างยิ่ง หากถูกอาจารย์หรือ
ศิษย์พี่น้องก่นด่าสาปแช่ง เขาคงไม่อาจจะยิ้มได้
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ถึงกระนั้นเขาก็จะเข้าร่วม
กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง …
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ