กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 376 : วิญญาณรายสามพันดวง
ถึงแม้การเผชิญหน้ากันครั้งแรก ฝั่ายตรงข้ามจะ
หลบหนีกันไปคนละทิศคนละทาง แต่พวกเขาทั้ง
สามรวมถึง อู่ อวี้ ยังคงติดตามไล่ล่าปีศาจไปอย่าง
รวดเร็ว
ภารกิจนี้ไม่สามารถปล่อยให้ฝั่ายตรงข้าม หลบลี้
หนีรอดเงื้อมมือไปได้อย่างเด็ดขาด มิฉะนั้นจะต้อง
สูญเสียทรัพยากรและค่าใช้จ่ายมากขึ้น หากปล่อย
ให้เวลายืดเยื้อยาวนานออกไป
ซึ่ง อู่ อวี้ ล่วงรู้ดีว่าพวกเขาไม่มีเวลามากมาย
ขนาดนั้นนอกจากนี้ความเร็วในการไล่ล่าของ อู่
อวี้ นั้นถือได้ว่าล่าช้ามากที่สุด ลั่วผิน เป็นคนแรกที่
ไล่ติดตามสังหาร ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนว่าปีศาจไม่
เร็วเท่ากับนาง คาดว่าอีกแค่ประมาณ 30 ลม
หายใจ นางคงจะจับตัวมันได้
ฉิน ฝูเหยา เองก็ด้วย
จากสิ่งที่ อู่ อวี้ ประมาณการเอาไว้ ในขณะที่
ตนเองกำลังไล่ล่าจับศัตรู เขาก็ยังสามารถจับตา
มอง เมืองเมฆาแรกอรุณ ได้อีกด้วย แล้วก็เป็น
อย่างที่คิด ในเวลานี้เขาสามารถสังเกตสถานการณ์
มหาค่ายกลคุ้มเมือง ของ เมืองเมฆาแรกอรุณ ได้
อย่างชัดเจน ตราบใด มหาค่ายกลคุ้มเมือง ไม่ถูก
ทำลาย เมืองเมฆาแรกอรุณ ก็ยังคงอยู่ดี
นอกจากนี้ก็ยังมี มู่เสวี่ย หยุนซี คอยพิทักษ์ปกปั้อง
ดูแลอีก
เจตนาที่ อู่ อวี้ ให้นางอยู่ที่เมือง เพื่อให้นางคอย
ปั้องกันดูแล เมืองเมฆาแรกอรุณ ไม่ให้มีอุบัติเหตุ
ใด ๆ เกิดขึ้น
ไม่เพียงแค่เพียงต้องปกปั้องชื่อของ นครจักรพรรดิ
เพลิง เท่านั้น แต่ภายใน เมืองเมฆาแรกอรุณ ยังมี
ผู้ฝึกตนนับหมื่น ไม่อาจปล่อยให้พวกเขาเหล่านี้
ต้องพบเจอกับภัยพิบัติอันเลวร้าย
” อย่าคิดว่าจะรอดไปได้! ” อู่ อวี้ ไม่ได้ใช้กระบี่บิน
ในครั้งนี้เขาวิ่งไล่ติดตามจากทางพื้นดิน เนื่องด้วย
ความแข็งแกร่งทางกายเนื้อที่สูงล้ำ จึงทำให้ทุก ๆ
ย่างก้าวที่เหยียบลงสู่พื้น ทำให้พื้นดินบริเวณนั้น
ทรุดตัวลงอย่างสมบูรณ์ จากนั้นก็อาศัย
แรงสั่นสะเทือนจากพื้นดิน พุ่งทะยานกลายเป็น
ลำแสงกระบี่สีทองไปเบื้องหน้า เพียงชั่วพริบตา
เขาก็ปรากฏกายขึ้นอีกครั้งในระยะ 10 ลี้!
ปีศาจกำลังบินอยู่บนฟั้าด้วยความเร็วสูง แต่ อู่ อวี้
กลับใช้เพียงกายเนื้อที่แข็งแกร่งดั่งพญามาร วิ่ง
ทะยานย่นระยะห่างในช่วงสั้น ถึงแม้ว่ามันจะอยู่ใน
ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 2 แต่ความเร็ว
ของมันก็ด้อยกว่า อู่ อวี้ อย่างสิ้นเชิง มันหันหน้า
ไปมองแลเห็น อู่ อวี้ วิ่งไล่ตามมันอยู่ด้านล่าง ฝุั่น
ควันตลบอบอวล ยิ่งไปกว่านั้นแรงอัดกระแทก
พื้นดินในแต่ละครั้ง ส่งผลให้ผืนพลิกคว่ำแตก
กระจายเป็นวงกว้างขนาดใหญ่ เรียกได้ว่าช่างเป็น
ภาพที่น่าหวาดกลัวสะท้านจิตใจอย่างยิ่ง
เมื่อหญิงสาวภายใน เมืองเมฆาแรกอรุณ เห็น
ปีศาจหวาดกลัวจนขวัญหนีดีฝั่อ รีบหลบหนีกันจะ
เกิดกระเจิง ทำให้จิตใจของพวกนางรู้สึกผ่อน
คลายขึ้นมาก
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
ตูมมมมม!
ใช้เวลาน้อยกว่ายี่สิบลมหายใจ อู่ อวี้ วิ่งไล่ตามอยู่
บนพื้นเบื้องล่างอย่างบ้าคลั่ง เสียงตะโกนดังสนั่น
กึกก้องไปทั่วทั้ง เมืองเมฆาแรกอรุณ ทันใดนั้น
‘เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า ‘ ก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา
อย่างฉับพลัน ในช่วงเวลานั้นเอง ‘เสาเหยียนหวง
เบิกฟั้า ‘ ก็เปลี่ยนแปลงเข้าสู่รูปแบบที่แท้จริงของ
เสาเบิกฟั้า มันยืดขยายใหญ่จนมีความยาวนับสิบ
จั้ง ทันใดนั้นเอง ‘เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า ‘ ก็ถูกตวัด
ฟาดออกไปอย่างฉับพลัน เสียงหวีดหวิวดังขึ้น
เสมือนดั่งหนึ่งเสาค้ำแผ่นฟั้า!
เสาขนาดใหญ่พุ่งทะยานสู่ฟากฟั้า แหวกระชากผ่า
อากาศ บันดาลให้บังเกิดเป็นสุรเสียงดังกึกก้อง
แสบแก้วหู ประหนึ่งดั่งเย้ยฟั้าท้าสวรรค์ ชั่ว
พริบตานั้นเอง เสาเบิกฟั้าก็ถูกตวาดฟาดเข้าใส่
ปีศาจ จนร่างอัดกระแทกสู่พื้นธรณีบังเกิดเป็นเสียง
ดังกึกก้อง อู่ อวี้ ใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาในการวิ่ง
ไล่ล่าปีศาจ ณ บัดนี้เขาได้ปรากฏอยู่เบื้องหน้า
พร้อมเผชิญหน้ากับปีศาจแล้ว !
เวลานี้ อู่ อวี้ เป็นคนแรกที่ไล่ตามปีศาจได้ทัน!
เนื่องจากยามนี้ อู่ อวี้ ได้สกัดกั้นปีศาจเอาไว้
ดังนั้น เมืองเมฆาแรกอรุณ จึงอยู่คงอยู่ตรง
ด้านหน้าของเขา ในเวลานี้ เมืองเมฆาแรกอรุณ
ยังคงปลอดภัยไร้กังวล ทว่าเสียงที่ดังกึกก้องราว
กับอัสนีพิโรธ กอปรกับความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ
ของเขา ทำให้ทุกคนต่างตกตะลึง
ห่างออกไปเป็นพื้นที่ปั่าที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้สูง
ใหญ่หนาทึบ คาดว่า ฉิน ฝูเหยา วิ่งไล่ล่าศัตรูเข้า
ไปในทิศทางนี้ ด้วยภูมิศาสตร์ดั่งกล่าว คาดว่าศัตรู
คงคิดจะใช้ปั่าหนาทึบลอบสังหาร ฉิน ฝูเหยา
สำหรับ ลั่วผิน ซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายมือของ อู่ อวี้
ซึ่งถือว่าห่างไกลมากที่สุด เขาไม่จำเป็นต้องห่วง
นางแม้แต่น้อย ด้วยเพราะนางเป็นถึงสัตว์สวรรค์
ฉะนั้นจึงไม่มีอะไรให้ต้องห่วงกังวลทั้งสิ้น
ฉะนั้นแค่เพียงเอาชนะฝั่ายตรงข้ามก็เพียงพอแล้ว
เบื้องหน้าของเขาในยามนี้ คือชายคนหนึ่งสวมใส่
ชุดคลุมสีดำ ทั้งยังมีหมอกสีดำม้วนกวาดไปมาอยู่
ทั่วร่าง
ใบหน้าของมันขาวซีด จ้องมองเขาด้วยสายตาดุ
ร้าย น้ำเสียงของมันเฉยชาไร้ซึ่งความแยแส ซึ่งทำ
ให้ อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
” ฮ่ะ ๆ กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง! ” อีกฝั่าย
ยังคงใจดีสู้เสือ มันจ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยรู้ว่า
ความเร็วของมันไม่เร็วเท่าเขา
อู่ อวี้ กวาดสายตามองรายละเอียดต่าง ๆ และเขา
ก็พบเบาะแสบางอย่าง
” มันหาใช่ปีศาจ แต่เป็นผู้ฝึกตนนอกรีต” ในที่สุด
เขาก็เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของมัน
อันที่จริงกลิ่นอายปีศาจที่อยู่โดยรอบ ไม่ได้เข้มข้น
หนาแน่นเท่ากับปีศาจจริง ๆ แต่มันคือกลิ่นอาย
ปีศาจภายใน ห้วงทะเลปีศาจอนันต์ ผสมผสานกับ
ปราณปีศาจและปราณพิษ พวกมันน่าจะเก็บ
รวบรวมกลิ่นอายเหล่านั้นมาแล้วปลดปล่อยเมื่อ
ต้องการ ฉะนั้นจึงสรุปได้ว่ากลิ่นอายปีศาจที่สัมผัส
เป็นเพียงแค่ภาพลวงตา ที่พวกมันต้องการให้ผู้อื่น
คิดว่าตนเองเป็นปีศาจ
อันที่จริงแล้วพวกมันหาใช่ปีศาจแต่อย่างใด พวก
มันไม่สามารถแปลงกายเป็นรูปลักษณ์ของปีศาจได้
เฮยซาน กุ่ยอี้ ซึ่งเขาเคยเจอมาก่อนก็เคยกระทำ
เช่นนี้ เท่ากับว่าเขานั้นมีประสบการณ์ จึงมอง
สถานการณ์ทุกอย่างได้ทะลุปรุโปร่ง
” ผู้ฝึกตนนอกรีต ใช้ตัวตนของปีศาจกระทำเรื่อง
ต่ำช้าเลวทราม จากนั้นก็โยนความผิดทั้งหมดไปให้
ปีศาจ!” อู่ อวี้ จดจำได้เป็นอย่างดีว่ามีผู้บริสุทธิ์
จำนวนมาก ต้องบาดเจ็บล้มตายไปด้วยน้ำมือของ
เฮยซาน กุ่ยอี้ ผู้ฝึกตนนอกรีต โทสะของเขาเดือด
พลุ่งพล่านขึ้นมาในทันที เมื่อคิดว่าผู้ฝึกตนนอกรีต
ทั้งสาม คิดที่จะจัดการล้มล้างทำลาย เมืองเมฆา
แรกอรุณ คาดว่ามันจะต้องลงมือสังหารหมู่ซ้ำเดิม
อีกครั้งเป็นแน่!
” นับว่าสายตาเจ้าช่างหลักแหลม แต่น่าเสียดายที่
ชีวิตของเจ้ากำลังจะหาไม่!” ผู้ฝึกนอกรีตกล่าว
จากนั้นก็พุ่งเข้าโจมตีอย่างไร้ความปราณี
” วิญญาณร้ายสามพันดวง! ”
สิ่งนี้คือมหาวิถีเชื่อมสวรรค์!
เกี่ยวกับ มหาวิถีเชื่อมสวรรค์ ของผู้ฝึกนอกรีต อัน
ที่จริงแล้ว อู่ อวี้ นั้นรู้น้อยมาก เท่าที่เขารู้ มหาวิถี
เชื่อมสวรรค์ ของผู้ฝึกนอกรีต ยากที่จะจัดการลง
ได้ เนื่องจากพลังอิทธิฤทธิ์ของพวกเขาล้วนแล้วแต่
ชั่วร้ายปั่าเถื่อน อย่างเช่น สามพันวิญญาณร้าย ที่
เห็นกันอยู่นี้ สะบัดเพียงหนึ่งครั้ง ทันใดนั้นเงาดำ
ขนาดยักษ์ของสามพันวิญญาณร้าย พวยพุ่ง
ออกมาจากร่างของผู้ฝึกตนนอกรีต พวกมันส่ง
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังก้องสนั่น มันช่างเป็นเสียง
กรีดร้องโหยหวนสยดสยอง เปียมล้นไปด้วยโทสะ
อาฆาตแค้น ก่อตัวเป็นวายุสีทมิฬมืดครึ้ม พวยพุ่ง
โจมตีเข้าใส่ อู่ อวี้
หากโดนพวกมันล้อม ต่อให้เป็น อู่ อวี้ คาดว่าชีวิต
ของเขาคงได้แดดิ้นสิ้นชีวีด้วยฝีมือของวิญญาณ
ร้ายพวกนี้
แต่ทว่า อู่ อวี้ หาใช่หมูในอวยที่จะถูกเคี้ยวกลืนได้
ง่าย ๆ เขารีบสกัดกั้นวิญญาณร้ายที่โจมตีเข้ามา
ทันที
” ช่างรนหาที่ตาย! ”
เขาถอยหลังไปเล็กน้อย แล้วทันใดนั้นเขาก็ดึงเส้น
ผมสีทองออกมา 10 เส้น แล้วทันใดนั้นเสียงระเบิด
ก็ดังขึ้น เส้นผม 10 เส้นที่เขาดึงออกมากลายร่าง
เป็น อู่ อวี้ ในชั่วพริบตาทันที
” เคล็ดวิชากระบี่แก่นแท้เซียนกำสรวล! ”
อู่ อวี้ ทั้ง 10 คนในตอนนี้ ใช้เคล็ดวิชาเดียวกันนั่น
ก็คือ เคล็ดวิชากระบี่แก่นแท้เซียนกำสรวล ปราณ
กระบี่สิบสายพวยพุ่งเข้าใส่วายุสีทมิฬมืดครึ้มของ
วิญญาณร้าย ฉับพลันวิญญาณร้ายทั้ง สามพัน
ดวงก็ถูกกระชากเป็นชิ้นชิ้น ๆ ด้วยเคล็ดวิชาแก่น
แท้ฟั้าดิน!
มหาวิถีเชื่อมสวรรค์ อันตรธานหายไปจนสิ้น!
“หมอบลงไปซะ!”
ในขณะนี้ อู่ อวี้ ถือจับ เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า
ส่วนร่างอวตารทั้ง 10 ได้ใช้เคล็ดวิชากระบี่ฟาด
ทะลวงแทง ฉีกกระชาก วิญญาณร้ายทั้งสามพัน
ดวง เมื่อทะลวงผ่านไปได้ก็ฟาดเข้าใส่บริเวณ
หน้าอกของผู้ฝึกตนนอกรีต บัดนี้ ‘ทวียอดเทวะ’
กับ ‘ วงเวทย์มหากัมปนาท ‘ ได้ถูกใช้งานในเวลา
เดียวกัน ต่อมาผู้ฝึกตนนอกรีตส่งเสียงกรีดร้อง
ออกมาอย่างโหยหวน เพียงชั่วเวลาไม่นานบริเวณ
หน้าอกของมันก็เกิดการระเบิดออก ตู้มมมมม!!!!
เศษชิ้นเนื้อแลโลหิตสาดกระจายออกไปทั่วทุก
สารทิศ ร่วงตกประหนึ่งดั่งหยาดพิรุณ ร่างของมัน
อัดกระแทกเข้าใส่ยอดเขานับสิบลูก หมอกควันฟุั้ง
กระจายปกคลุมไปทั่วทั้งท้องนภา!
อู่ อวี้ ไม่ได้สังหารคนมาเป็นเวลานานแล้ว
ทันใดนั้นเขาก็มาปรากฏตัว อยู่ตรงเบื้องหน้าผู้ฝึก
ตนนอกรีต สภาพของมันในยามนี้โลหิตอาบชโลม
ไปทั่วทั้งร่าง ชีวิตเหลือเพียงครึ่ง จะตายแหล่มิตาย
แหล่
อู่ อวี้ ไม่ได้สังหารมันทิ้งในทันที เนื่องจากเขามี
บางอย่างติดค้างสงสัยอยู่ภายในใจ เขาอยากทราบ
ว่าวัตถุประสงค์ของอีกฝั่ายนั้นคืออะไรกันแน่ ?
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงชี้ปลาย เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า ไว้
บนหน้าผากของมัน แล้วซักถามขึ้นว่า ” เจ้าคือ
ผู้ใด ไฉนถึงต้องมาโจมตี เมืองเมฆาแรกอรุณ ? ”
” แน่จริงก็ตามไปถามข้าในนรกสิ ? ฮ่าฮ่าฮ่า ”
ทันทีที่ผู้ฝึกตนนอกรีตเป็นเสียงหัวเราะออกมา
ทันใดนั้นโลหิตก็ไหลพุ่งทะลัก จากนั้นบนร่างของ
มันก็มีเปลวเพลิงสีดำลุกท่วมขึ้น ในไม่ช้าเร็วเปลว
เพลิงสีดำก็เผาผลาญร่างมันจนสิ้น เพียงชั่วอึดใจ
ร่างกายของมันก็แตกสลายกลายเป็นเพียงเถ้าธุลี
ไร้ซึ่งซากศพเอาไว้ดูต่างหน้า แต่ทว่า อู่ อวี้ ก็
เคลื่อนไหวได้รวดเร็วเช่นกันเขาสามารถคว้าจับถุง
จักรวาลถุงของมันมาได้ ไม่เช่นนั้นแล้วแม้แต่
ทรัพย์สินเพียงเล็กน้อยเขาคงไม่ได้เก็บเกี่ยว
” ชิ! ตัดสินใจปลิดชีพตนเองเช่นนั้นรึ เฮ้อ∼ ข้าทำ
ดีที่สุดแล้ว เกรงว่าใต้หล้านี้คงจะค้นหาผู้ฝึกตน
นอกรีตดี ๆ ได้ยาก จะอย่างไรก็ตามก่อนที่มันจะ
ฆ่าตัวตาย ก็ยังไม่มิวายปกปิดว่าจุดประสงค์
แท้จริงของมันนั้นคืออะไรกันแน่!? ”
อู่ อวี้ ยากที่จะเข้าใจได้
หลังจากนั้นเขาจึงเปิดถุงจักรวาลของผู้ฝึกตนนอก
รีตดู ภายในถุงมีสิ่งของชั่วร้ายอยู่หลายอย่าง ไม่รู้
ว่ากี่คนแต่กี่คนที่ต้องสังเวยชีวิตถูกนำวิญญาณมา
หลอมสร้าง
ยกเว้นเม็ดปราณมรกตที่มีมากกว่า 80 เม็ด ส่วน
ของอื่น ๆ ล้วนไร้ประโยชน์กับ อู่ อวี้
การฉกฉวยทรัพย์สินของอีกฝั่าย ระหว่างปฏิบัติ
ภารกิจถือเป็นผลประโยชน์โดยตรงแก่ตนเอง ใน
เวลานี้ อู่ อวี้ มีเม็ดยาปราณมรกตมากกว่า 80 เม็ด
เทียบเท่าได้กับ 80,000 แต้มผลงาน เท่ากับว่าเมื่อ
เสร็จสิ้นภารกิจชิ้นนี้เขาจะได้รับแต้มผลงานอยู่ที่
160,000 แต้ม เขาซึ่งติดหนี้ จาง เทียนเต๋อ อยู่
360,000 เม็ดยาสร้างแกนนภา แต่การที่เขาจบ
ภารกิจนี้ภารกิจเดียว เท่ากับว่าเขาได้ชำระหนี้ไป
เกือบครึ่งแล้ว
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความสงสัยเคลือบแคลงที่
ยังคั่งค้างอยู่ภายในจิตใจของเขา จึงทำให้ในเวลา
นี้เขาไม่ได้รู้สึกมีความสุขสักเท่าใดนัก
เมื่อเขามองไปยัง เมืองเมฆาแรกอรุณ ก็พบว่าผู้คน
ภายใน เมืองเมฆาแรกอรุณ คาดวาดเขาคงคว่ำคู่
ต่อสู้ลงได้แล้ว ผู้คนภายในเมืองจึงร้องร่ำไห้ออกมา
ด้วยหยาดน้ำตาของความสุข
เมื่อเห็นว่า เมืองเมฆาแรกอรุณ ยังปลอดภัยดีอยู่
หลังจากการต่อสู้ทางฝังตนเองเสร็จสิ้น อู่ อวี้ ก็ไม่
ลังเลที่จะไปหา ฉิน ฝูเหยา ทันที อันที่จริงศัตรูทาง
ฝัง ฉิน ฝูเหยา ควรจะถูกจัดการได้อย่างง่ายดาย
มากที่สุด แต่ความเป็นจริงนั้นกลับตรงกันข้าม
นางไม่สามารถโค่นล้มศัตรูลงได้เร็วเท่า อู่ อวี้ เขา
จึงรีบวิ่งเข้าไปในปั่า แน่นอนว่าเขาสามารถ
ติดตามตัวมัน ได้จากกลิ่นอายปีศาจที่มัน
ปลดปล่อยออกมา เห็นได้ชัดว่ามันอยู่ไม่ไกลจากนี่
นัก แต่หน้าแปลกประหลาดตรงที่ว่าไร้ซึ่งเสียงของ
การต่อสู้ใด ๆ เล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน ซึ่งอาจ
เป็นไปได้ว่า ฉิน ฝูเหยา อาจจะสังหารศัตรูโดยที่ยัง
ไม่ทันได้เคลื่อนไหว ?
เมื่ออยู่ภายในปั่าพนา การเคลื่อนไหวของประดุจ
วานร อู่ อวี้ การเคลื่อนไหวของเขาช่างเงียบเชียบ
แผ่วเบาอย่างยิ่ง การที่ทำเช่นนี้สืบเนื่องจากว่า ตัว
เขายังไม่ค่อยแน่ใจถึงสถานการณ์ของที่นี่ว่าเป็น
เช่นไรกันแน่
ทันใดนั้นเขารู้สึกว่าตนเอง เริ่มจวนเจียนถึงตัวผู้
ฝึกตนนอกรีตที่เก็บรวบรวมกลิ่นอายปีศาจในไม่ช้า
เขาจึงเร่งฝีเท้าให้เร็วยิ่งขึ้น เพียงชั่วอึดใจเขาก็
มาถึงเปั้าหมาย ผู้ฝึกตนนอกรีตสวมใส่ชุดคลุมสีดำ
มันยืนรออยู่บนกิ่งไม้โดยหันหน้ามาทาง อู่ อวี้ ที่น่า
แปลกใจก็คือเมื่อมันเห็นเขาแล้ว แต่กลับไม่ไหวติง
ใด ๆ พฤติกรรมของมันทำให้เขารู้สึกแปลกใจยิ่ง
นัก
แล้วที่น่าแปลกประหลาดใจยิ่งขึ้นก็คือ ในเวลานี้
ฉิน ฝูเหยา หันหน้าเข้าหาผู้ฝึกตนนอกรีต และหัน
หลังให้กับ อู่ อวี้
จากนั้นแล้วนางก็ค่อย ๆ หันกลับมา เมื่อแลเห็น อู่
อวี้ นางยิ้มให้เขาด้วยรอยยิ้มที่แปลกประหลาด
พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า ” อู่ อวี้ ทำไมเจ้าถึงมาที่นี่ได้
รวดเร็วนัก เจ้าคว่ำศัตรูลงได้แล้วเช่นนั้นหรือ? ”
ผู้ฝึกตนนอกรีตไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย!
มันยิ่งทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกประหลาดใจมากขึ้น ว่า
เพราะเหตุใด ฉิน ฝูเหยา ถึงยังไม่ลงมือ ?
หลังจากนั้น เขาก็พุ่งตัวเข้าไปสกัดผู้ฝึกตนนอกรีต
เอาไว้ โดยไม่ยอมปล่อยให้มันหนีรอดพ้นเงื้อมือไป
ได้
เมื่อ ฉิน ฝูเหยา เห็นว่า อู่ อวี้ มีท่าทีเคลือบแคลง
สงสัย นางจึงกล่าวขึ้นว่า ” เจ้าคงเคลือบแคลง
สงสัยมากเลยใช่หรือไม่ ว่าเพราะเหตุใดข้าถึงยังไม่
ลงมือสังหารมัน ? ”
อู่ อวี้ พยักหน้า แต่ก็ยังคงตื่นตัวระมัดระวัง
เตรียมพร้อมรับมือต่อสู้กับฝึกตนนอกรีต
ในเวลานี้ใบหน้าของผู้ฝึกตนนอกที่ซีดเผือด เหงื่อ
บนหน้าผากของมันชุ่มโชค ไม่กล้าขยับเขยื้อน
เคลื่อนไหวแม้แต่น้อย
ฉิน ฝูเหยา ยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วกล่าวว่า ” ไม่เคย
เห็นเจ้าเล่าให้ข้าฟังว่าเจ้ากำลังร้อน เพราะติดหนี้
จาง เทียนเต๋อ อยู่อีกบางส่วน ด้วยเหตุนี้เจ้าจึง
กระตือรือร้นเร่งรีบรับภารกิจนี้นัก เช่นนั้นข้าจะ
มอบโอกาสให้แก่เจ้า หากข้าลงมือฆ่ามันด้วย
ตนเอง เกรงว่าเจ้าคงจะไม่ยอมรับรางวัลที่ข้ามอบ
ให้ ฉะนั้นข้าจึงเก็บมันไว้ให้แก่เจ้า เจ้ากล้าต่อสู้
สังหารผู้มีฝีมืออยู่ในระดับ ตำหนักม่วงทะเลมรกต
ขั้นที่ 3 แล้วแย่งชิงสมบัติมาจากผู้พ่ายแพ้หรือไม่
? ”
ยามที่ หนานกง เหว่ย ปรากฎตัวออกมาด้วยพลังที่
เทียบเท่า ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกตขั้นที่ 3 เป็น
ความแข็งแกร่ง ที่ทำให้ เฉินชิง หยู๋ พ่ายแพ้
อู่ อวี้ ได้รับเม็ดยาปราณมรกตกว่า 80 เม็ด จาก
การสังหารผู้ฝึกตนนอกรีตก่อนหน้านี้
กล่าวตามตรงการต่อสู้ในครั้งนี้ ถือว่าท้าทาย
ขีดจำกัดของเขาเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้จะรู้ดีว่าตนนั้น
มีโอกาสพ่ายแพ้ แต่จิตใจของ อู่ อวี้ ก็ยังไม่ย่อท้อ
ในเวลาเดียวกัน ความสงสัยในใจของเขาก็จาง
หายไป
ไม่แปลกใจเลยว่าเพราะเหตุใด ฉิน ฝูเหยา ถึง
ยังคงอยู่ที่นี่โดยไม่ยอมลงมือ สิ่งที่เขาเคลือบแคลง
สงสัยในคราแรกนั้นช่างกลับตาลปัตร ภาพที่เขา
เห็นก็เพราะว่านางกำลังตรึงฝั่ายตรงข้าม เพื่อเก็บ
เอาไว้ให้เขา นางรู้ดีว่าเขามีความภาคภูมิใจ
ศักดิ์ศรีของตนเอง แล้วรู้ดีว่าเขาย่อมไม่ต้องการ
เป็นติดค้างผู้ใด ด้วยเหตุนี้จึงเก็บศัตรูไว้ให้แก่เขา
คาดว่านางอยากรู้ว่า แท้จริงแล้วความแข็งแกร่ง
สูงสุดของ อู่ อวี้ นั้นอยู่ในระดับใดกันแน่
เนื่องจากก่อนหน้านี้ตอนที่ อู่ อวี้ จัดการ กู่
ซวน ซึ่งในครั้งนั้นเขายังไม่ได้เผยความแข็งแกร่ง
ทั้งหมดออกมาให้เห็น
” มอบเจ้านี่ให้ข้าจัดการเอง ”
อู่ อวี้ นำ เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า ออกมา พร้อมกับ
ฟาดออกไปทันที ส่งผลให้หมู่พงไพรหนาแน่น ซึ่ง
ตั้งตระหง่านอยู่โดยรอบโค่นล้มลงทันที บัดนี้
ด้านหน้าของเขาได้แปรเปลี่ยนเป็นอาณาเขตโล่ง
เตียนขนาดใหญ่
แน่นอนว่าสถานการณ์ยามนี้ทำให้ผู้คนจากทางฝัง
ของ เมืองเมฆาแรกอรุณ สามารถแลเห็น
สถานการณ์ของทางฝังของพวกเขาได้
ในเวลานี้ ดูเหมือนว่า ลั่วผิน จะจัดการคู่ต่อสู้ของ
ตนเองเรียบร้อยแล้ว นางจึงปรากฏกายมายังด้าน
นอก
“เป็นอย่างไรบ้าง?” อู่ อวี้ ไต่ถาม
” มันพ่ายแพ้การต่อสู้ แล้วชิงฆ่าตัวตายไปเสียก่อน
”
ฆ่าตัวตายอีกแล้ว!
อู่ อวี้ ทะยานร่างมาหยุดอยู่เบื้องหน้าผู้ฝึกตนนอก
รีต พร้อมกับกล่าวว่า ” รับมือ ”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ