กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 377 : เจ็ดเนตรวิญญาณ
ฉิน ฝูเหยา นั้นเหลือให้คู่ต่อสู้ของนางไว้ให้กับเขา!
ผู้ฝึกตนนอกรีตผู้นี้อยู่ในขั้นตำหนักม่วงทะเลมรกต
ระดับที่ 3 การที่ ฉิน ฝูเหยา จะจัดการกับมัน
จริงๆแล้วย่อมเป็นเรื่องที่ง่ายดาย
ตอนนี้ ฉิน ฝูเหยา อยู่ด้านหน้า อู่ อวี้ อยู่ด้านหลัง
ส่วนลั่วผินนั้นยังคงลอยตัวอยู่บนฟั้า เห็นได้ชัดว่า
ผู้ฝึกตนนอกรีตคนนั้นเข้าใจว่าตัวมันไม่อาจที่จะ
หลบหนีได้ ดั้งนั้นมันจึงจำต้องสู้แบบหมาจนตรอก
เพียงเท่านั้น
“ขั้นสร้างแกนนภาระดับที่ 8 กลับกล้ามาที่ต่อสู้กับ
ข้ารึ?” ผู้ฝึกตนนอกรีต รู้สึกว่าน่ามันช่างเป็นเรื่อง
ที่น่าตลก
แต่ว่าเจ้า อู่ อวี้ ผู้นี้กลับสามารถจัดการกับสหาย
ของมันได้รวดเร็วขนาดนั้นเลยหรือ?
เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า เมื่อมองไปแล้วจะเห็นว่า
เป็นศาสตราสถิตวิญญาณที่โดดเด่นเป็นอย่างมาก!
“วันนี้ที่แห่งนี้จะกลายเป็นที่ตายของเจ้า ข้าจะนำ
ศพของทหารแห่งทัพเซียนจักรพรรดิเพลิงกลับไป
ก็ยังได้!” ผู้ฝึกตนนอกรีตแสยะยิ้มขึ้น ในเวลานี้
ปรากฎสายลมพัดกระหน่ำ เสื้อคลุมสีดำของมัน
พลันพลิ้วไหว
พลังแก่นแท้ตำหนักม่วงของขั้นตำหนักม่วงทะเล
มรกตระดับที่ 3 ม้วนกวาดไปอย่างบ้าคลั่ง
ก่อให้เกิดเป็นแรงกดดันมหาศาล กดทับไปที่ร่าง
ของ อู่ อวี้ ในตอนนี้ อู่ อวี้ รู้สึกราวกับว่ากำลังถูก
ลากเข้าไปอยู่ในขุมนรก
“ฉมวกหมื่นวิญญาณ!”
ในตอนที่เริ่มลงมือ ศาสตราสถิตวิญญาณก็ปรากฏ
ขึ้นอยู่ในมือของมันอย่างฉับพลัน มันมีรูปร่างเป็น
ฉมวกสีดำทมิฬ เต็มไปด้วยกลิ่นอายอันชั่วร้ายและ
เย็นยะเยือก หากมองอย่างละเอียด บนตัวของ
ศาสตราสถิตวิญญาณชิ้นนี้จะมีใบหน้าเล็กๆ
เบียดเสียดกันอยู่ภายใน ใบหน้าเหล่านั้นดูบิดเบี้ยว
และน่าเกลียดเป็นอย่างยิ่ง ราวกับว่าพวกมันกำลัง
อยู่ในกะทะร้อนๆ ซึ่งถูกเปลวเผลิงแผดเผา
ใบหน้านับหมื่นเหล่านั้น ก็คือใบหน้าของเหล่า
วิญญาณบนฉมวกหมื่นวิญญาณเล่มนี้!
ศาสตราสถิตวิญญาณชิ้นนี้ไม่อาจที่จะเทียบกับเสา
เหยียนหวงเบิกฟั้าได้ ถึงจะเห็นได้ว่ามันมีพลัง
มหาศาลอย่างยิ่ง แต่ก็มิอาจนำมาเทียบได้กับ หอก
หนามกระดูกขาว ของ กู่ซวน
การต่อสู้กับผู้ฝึกตนนอกรีตนั้นเรียบง่ายเป็นอย่าง
มาก พวกผู้ฝึกตนนอกรีตได้บ่มเพาะเต๋าแห่งความ
ชั่วร้าย การต่อสู้ระหว่างผู้ฝึกตนกับผู้ฝึกตนนอกรีต
นั่นก็คือการตัดสินเป็นตายกัน!
เห็นได้ชัดว่าเมื่อออกมาจากนิกายเซียนซูซัน ผู้ฝึก
ตนส่วนใหญ่ของทวีปแห่งทวยเทพ เมื่อ
เปรียบเทียบกับปีศาจแล้ว พวกผู้ฝึกตนนอกรีตยัง
น่ารังเกียจมากกว่าหลายส่วน เพราะว่าสิ่งที่น่า
กลัวที่สุด มักจะเกิดขึ้นโดยฝีมือของผู้ฝึกตนนอกรีต
บนหมู่เกาะตงหยางทั้งสี่ เป็นสถานที่ที่เหมือนกับ
นรกบนดินก็มิปาน
“แปลงกายเจ็ดเนตรวิญญาณ!”
หลังจากที่ควบคุมฉมวกหมื่นวิญญาณแล้ว ผู้ฝึก
ตนนอกรีตก็กลายร่างกลับไปเป็นหมอกทมิฬ ทันใด
นั้นหมอกทมิฬก็พวยพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว กลืน
กินทุกอย่างเข้าไป ต่อมาร่างกายของผู้ฝึกตนนอก
รีตเกิดการเปลี่ยนแปลง ฉับพลันนั้นร่างกายของ
มันก็สูงใหญ่ขึ้นถึง 6 จั้ง! บนร่างมีเกล็ดสีม่วง
ปรากฏออกมา บนนิ้วมือ ข้อศอก หัวเข่า กระดูก
สันหลัง ต้องก็มีกระดูกสีแดงงอกออกมา สิ่งที่น่า
กลัวมากที่สุดก็คือใบหน้านั้น เปลี่ยนกลายเป็นดุ
ร้ายมากยิ่งกว่าเดิม และปรากฎดวงเนตรขนาด
ใหญ่เท่าชามผุดขึ้นมาอยู่เจ็ดดวง ดวงเนตรแต่ละ
บนใบหน้าอยู่ในตำแหน่งที่มั่วซั่วไม่เป็นระเบียบ
ซึ่งมันดูน่าขยะแขยงเป็นอย่างมาก ดวงเนตรแต่ละ
ดวง พลันส่องลำแสงสีคราม ภายในลำแสงจะมีเงา
สีขาวอยู่มากมาย ราวกับเป็นวิญญาณร้าย
แม้กระทั่งฉมวกหมื่นวิญญาณในมือก็ขยายขนาด
ใหญ่ขึ้น!
“ย่าห์!” หลังจากเปลี่ยนเป็นเจ็ดดวงเนตรวิญญาณ
แล้ว ดวงเนตรทั้งเจ็ดก็จ้องมองไปที่ อู่ อวี้ อย่างจะ
กินเลือดกินเนื้อ
เมื่อถูกจับตามอง ราวกับว่า อู่ อวี้ ถูกส่งเข้าไปอยู่
ในนรก นี่ทำให้ อู่ อวี้ นึกไปถึงหมาปั่าเนตรปีศาจ
ในบัดดล ผู้ฝึกตนที่อยู่เบื้องหน้าใช้มหาวิถีเชื่อม
สวรรค์ สำแดงเคล็ดวิชาที่คล้ายคลึงกับวิชาของ
หมาปั่าเนตรปีศาจเป็นอย่างยิ่ง!
“ฆ่า!”
ชั่วขณะจิต อู่ อวี้ รู้สึกถึงพลังชั่วร้ายของวิญญาณ
พุ่งเข้าไปข้างในดวงตาของเขา
นี่เป็นศัตรูที่ยากจะรับมือ ในใจของ อู่ อวี้ รู้อย่าง
ชัดเจนว่า ราวกับจิตใจของเขาอยู่ในเปลวเพลิง
การโจมตีอันแข็งแกร่ง ยิ่งลากเวลาไปนานเท่าไหร่
เขาก็จะยิ่งตกอยู่ในอันตรายมากกว่านี้!
ในตอนนี้ ฉิน ฝูเหยา และ ลั่วผิน ยังคงมองมาที่ตัว
เขาอยู่ เมื่ออยู่ต่อหน้าสาวงามล่มเมืองคนหนึ่งและ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งยังมีมังกรเทวะอีกหนึ่งตน หาก
ว่าพ่ายแพ้ขึ้นมา นั่นถือเป็นการขายหน้าเป็นอย่าง
มาก
“น้องชาย รีบๆลงมือสักที ทำให้พี่สาวคนนี้ดู
หน่อยว่าเจ้านั้นแข็งแกร่งอย่างที่ร่ำลือกันหรือไม่”
เมื่อเสียงหัวเราะของ ฉิน ฝูเหยา ดังเข้ามา เสียง
หัวเราะที่เต็มไปด้วยเสน่ห์น่าฟัง ได้เข้ามา
สั่นคลอนความรู้สึกนึกคิดของเขา ทำให้ อู่ อวี้
หลุดออกมาจากอิทธิพลของเจ็ดดวงเนตรวิญญาณ
“ร่างจำแรงเซียนวานร!”
อู่ อวี้ แปลงกายขึ้นอย่างฉับพลัน ต่อหน้าสาวงาม
ทั้งสอง เขากลายร่างเป็นวานรสีทองที่ดูหยาบ
กร้าน ต่อมาเกราะเซียนจักรพรรดิเพลิงก็ขยาย
ขนาดขึ้น เพราะว่าร่างกายของเขาเกิดการ
เปลี่ยนแปลง คุณสมบัติของเกราะเซียนจักรพรรดิ
จึงเริ่มทำงาน หลังจากที่ อู่ อวี้ แปลงกายมาเป็น
วานรสีทองแล้ว เกราะเซียนจักรพรรดิเพลิงที่แสน
จะดุดันและน่าเกรงขาม ก็ยังปกคลุมทั้งทั่งร่างกาย
ของเขาเอาไว้ ในเวลานี้ที่เขาถือเสาเหยียนหวง
เบิกฟั้าอยู่ในมือ อาบไล้อยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงสี
ทอง จริงๆแล้วยามนี้เขามีลักษณะคล้ายคลึงกับ ฉี
เทียน ต้าเซิ่ง เป็นอย่างยิ่ง!
“เป็นบุรุษนี่วิเศษจริงๆ แปลงกลายเป็นลิงเหม็น
เช่นนี้ย่อมไม่เกิดผลกระทบอะไร แต่หากว่าข้า
แปลงกายเป็นลิงเช่นนี้ ข้าคงตกใจกลัวตัวเอง
น่าดู” หมิงซวง กล่าวออกมาด้วยความอิจฉาและ
รังเกียจ
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ที่อยู่ในรูปลักษณ์เช่นนี้ ย่อมดูไม่
น่าเกลียดเลยแม้แต่น้อย เขาได้ปลดปล่อยกลิ่นอาย
อันรุนแรงออกมา ทั้งดวงตายังปรากฎเปลวเพลิง
ลุกโชนราวกับดวงตะวัน พร้อมกับระเบิดพลังจิต
วิญญาณอันแน่วแน่เที่ยงตรงออกมา!
ตูม!
พริบตาที่แปลงกายเป็นเซียนวานรเสร็จสิ้น เจ็ด
ดวงเนตรวิญญาณและ อู่ อวี้ ก็พุ่งเข้ามาห้ำหั่นกัน
อย่างรวดเร็ว ในเวลานี้ดูเหมือนว่าทั้งสองคนกำลัง
ปะทะกันอย่างเอาเป็นเอาตาย การปะทะกันทำให้
ฟั้าดินสั่นสะเทือน ความแข็งแกร่งที่เก็บซ่อนมา
ตลอดก่อนหน้านี้ได้ถูกปลดปล่อยจนสิ้น ปั่าไม้รอบ
ข้างแทบจะถูกทำลายจนราบเตียน ด้วยแรงระเบิด
ทำให้เศษต้นไม้กระจายอยู่เต็มท้องฟั้า!
เสียงระเบิดดัง ตูมมม สนั่นหวั่นไหว!
ทั้งสองคน ในครั้งแรกได้ปะทะกันด้วยเสาเหยียน
หวงเบิกฟั้าและฉมวกร้อยวิญญาณ ภายในเวลา
สั้นๆก่อให้เกิดเป็นแรงกระแทกกันอย่างรุนแรง
แม้แต่พื้นดินก็ยุบตัวลงไป ราวกับเป็นฉากการล่ม
สลายของโลก แม้แต่เมืองเมฆาแรกอรุณที่อยู่
ห่างไกลก็ยังได้รับผลกระทบนี้ด้วยเช่นกัน
เมื่อเสียงอันดังสนั่นหวั่นไหวมาถึงเมืองเมฆาแรก
อรุณ ทำให้สตรีนับหมื่นที่อยู่ในนั้นเกิดเป็นความ
กังวล มองไปที่การต่อสู้ระหว่าง อู่ อวี้ และเจ็ด
เนตรวิญญาณด้วยความคาดหวัง!
“ข้านึกออกแล้วว่าเขาคือใคร เขาก็คือคนที่เคย
เป็นสาวกของนิกายเซียนซูซัน ว่ากันว่าแม้กระทั่ง
เซียนกระบี่เทียนจีก็ยังได้เตรียมการที่จะรับเขาเข้า
ไปเป็นลูกศิษย์แล้ว และดูเหมือนว่าเขาจะชอบพอ
กับบุตรสาวของเซียนกระบี่กุ้ยหยางอีกด้วย แต่
เนื่องจากมิตรภาพระหว่างเขากับบุตรชายของ
จักรพรรดิอิง จึงทำให้ถูกขับไล่ออกจากนิกายเซียน
ซูซัน ไม่คาดคิดว่าเขาจะมาเข้าร่วมกับนคร
จักรพรรดิเพลิง ทั้งยังมีสถานะเป็นถึงหัวหน้า
กองร้อย…….”ในที่สุด มู่เสวี่ย หยุนซี จดจำได้ถึง
ตัวตนของ อู่ อวี้
นางเข้าใจได้อย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าจะอยู่ใน
ขอบเขตสร้างแกนนภา แต่คนผู้นี้ก็อาจจะเป็น อู่
อวี้ ที่ทุกคนต่างล่ำลือ!
“เป็นเขานั่นเอง!”
คนจำนวนมากจดจำเขาได้ในทันที
“เขาเพิ่งจะถูกขับไล่ออกมาจากนิกายเซียนซูซัน
แต่มาเข้าร่วมกับนครจักรพรรดิเพลิง แล้วเป็น
แบบนี้จะดีหรือ?”
“ข้าไม่รู้ แต่ว่าคนส่วนใหญ่คิดว่ามันเป็นเพียงแค่
เรื่องไร้สาระ………นอกจากนี้เขาก็ยังตกเป็นผู้ต้อง
สงสัยเกี่ยวกับการหลอกใช้และทรยศผู้เป็นอาจารย์
อย่างไรก็ตามเมื่อข้าได้สนทนากับเขา ข้ารู้สึกเด็ก
หนุ่มผู้นี้เป็นคนที่จริงใจและมีความรับผิดชอบเป็น
อย่างมาก อีกทั้งในตอนนี้เขาก็กำลังช่วยพวกเรา
อยู่” มู่เสวี่ย หยุนซี กล่าว
มีอีกคนกล่าวเสริมขึ้นมาว่า “แต่ว่า เขาก็ไม่ได้รัก
หนานกง เหว่ย มากขนาดนี้ เขาเพิ่งจะมาถึงนคร
จักรพรรดิเพลิงได้ไม่นาน แล้วทำไมถึงไปสนิทชิด
เชื้อกับ ฉิน ฝูเหยา ขนาดนั้นได้อย่างไร”
มู่เสวี่ย หยุนซี กล่าวว่า “เรื่องนี้อย่าไปพูดถึง พวก
เขาเพียงแค่รวมกลุ่มกันเพื่อรับภารกิจนี้เท่านั้น”
…………….
ครั้งแรกที่เผชิญหน้ากับผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วง
ทะเลมรกตขั้นที่ 3 อู่ อวี้ ก็ต้องเจอกับพลังแก่นแท้
ตำหนักม่วงที่แข็งแกร่งยากจะหาใครเปรียบกดทับ
มาแล้ว ในการเผชิญหน้ากันของความแข็งแกร่ง อู่
อวี้ นั้นอยู่ในสถานการณ์ที่ตกเป็นฝั่ายเสียเปรียบ
เป็นอย่างมาก!
ในการต่อสู้กันครั้ง หากไม่ใช่เพราะเกราะเซียน
จักรพรรดิเพลิง คาดว่าเขาจะต้องได้รับบาดเจ็บ
อย่างร้ายแรง ดังนั้นถึงเขาจะถูกกระแทกเข้ากับ
พื้นดินจนผืนดินระแวกนั้นทรุดตัวลงจนหมด แต่
เขาก็ยังคงไม่ได้รับบาดเจ็บมากมาย
“ตาย!”
เจ็ดเนตรวิญญาณนั้นระเบิดพลังโทสะขึ้นมาอีกครั้ง
ดวงเนตรทั้งเจ็ดปลดปล่อยลำแสงเสียงเขียว
ออกมาจาก ฉมวกหมื่นวิญญาณที่อยู่ในมือ และ
พร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันขึ้นอีกครั้ง ลำแสง
ของดวงเนตรเหล่านั้นกำลังจะกระทบเข้ากับ
พื้นดินที่ อู่ อวี้ อยู่ ไม่ว่าอะไรที่ถูกลำแสงนี้ส่องเข้า
ไปมันก็จะถูกหลอมละลายให้กลายเป็นเพียง
ของเหลวสีเขียว
อู่ อวี้ นั้นปีนปั่ายขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ในตอนที่ปีน
ขึ้นมานั้นเขาก็ได้ลองคิดกระทำบางสิ่งดู เพราะว่า
ในหัวของเขาคิดแผนการบางอย่างออก
“ตูม!”
สองมือของเขาที่ถือเสาเหยียนหวงเบิกฟั้า กำลังรอ
ให้เจ็ดเนตรวิญญาณพุ่งเข้ามา
ฟิวววว!
เขาเปิดใช้งานเคล็ดวิชาร่างอวตารนอกวิถี ร่าง
อวตารทั้งสิบปรากฏขึ้นอยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้
ร่างแยกแต่ละร่างถือศาสตราเต๋ากระบี่ยาว!
“เคล็ดวิชากระบี่แก่นแท้เซียนกำสรวล!”
ปราณกระบี่ทั้ง 10 สาย พุ่งเข้าไปปะทะโรมรันอีก
ครั้ง นี่ก็คือเคล็ดวิชาที่ อู่ อวี้ พึ่งจะใช้เอาชนะผู้ฝึก
ตนนอกรีต ร่างอวตารทั้งสิบพริบตานั้นก็ได้เข้า
โจมตีเจ็ดเนตรวิญญาณจากทุกทิศทาง
ภายใต้โจมตีด้วยเคล็ดวิชากระบี่แก่นแท้เซียน
กำสรวลของร่างจำแลง อู่ อวี้ ก็ได้ทำการถ่ายทอด
พลังจากแกนกำเนิดทั้งหมดเข้าไปอยู่ในเสาเหยียน
หวงเบิกฟั้า ในทันใดนั้นเอง เขาก็โจมตีศัตรูอย่าง
รุนแรงร่วมกับร่างอวตารทั้งสิบ!
“วงเวทย์จักรพรรดิเพลิงเหยียนแหวกฟั้า!”
เขาคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง วงเวทย์ของเสาเห
ยียนหวงเบิกฟั้า ระเบิดพลังอันบ้าคลั่งออกมา
เปลวไฟปะทุขึ้นในเวลาสั้นๆ เปลวเพลิงสีทองนับ
ไม่ถ้วนพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟั้า วงเวทย์ที่อยู่บนเสา
เหยียนหวงเบิกฟั้าในมือของ อู่ อวี้ ถูกกระตุ้นขึ้น
ระเบิดพลังอันรุนแรงพัดกวาดไปทั่วทุกสารทิศ
แก่นแท้วงเวทย์จักรพรรดิเพลิงเหยียนแหวกฟั้านี้
คือการกวาดล้างทำลายอย่างแท้จริง!
ส่วนแก่นแท้ของวงเวทย์จักรพรรดิหวงผ่าปฐพี นั่น
ก็คือการบดขยี้!
เคล็ดวิชาที่เป็นพื้นฐานของเสาเหยียนหวงเบิกฟั้าก็
คือการโจมตีทั้งสองอย่างนี้
สะกดข่มท้องฟั้า กวาดทำลายสวรรค์ เสาเหยียน
หวงเบิกฟั้ากวาดทำลายไปทั่ว คำรามออกมาอย่าง
บ้าคลั่ง
ในเวลานี้ เจ็ดเนตรวิญญาณถูกโจมตีโดยเคล็ด
กระบี่แก่นแท้เซียนกำสวรล กระโหลกศีรษะของ
มันรู้สึกปวดแสบปวดร้อน และต่อมาก็ได้เจอกับวง
เวทย์จักรพรรดิเหยียนแหวกฟั้า!
ตูม!
มันได้ยกแขนข้างขวาที่ขยายใหญ่ขึ้นของมันขึ้น
ปัดปั้องพลองนี้ของ อู่ อวี้ ภายในเวลาสั้นๆ
ภายใต้การกวาดล้างของเปลวเพลิงสีทอง แขน
ข้างขวาของมันก็ระเบิดออกเป็นชิ้นๆในทันที!
อย่างไรก็ตามในด้านความต่างของแก่นแท้ตำหนัก
ม่วง และ สร้างแกนนภา ก็ยังคงมีช่องว่างใหญ่
หลวงอยู่ ดังนั้นถึงแม้จะใช้วงเวทย์จักรพรรดิเห
ยียนแหวกฟั้า อีกฝั่ายก็ยังไม่ถูกโจมตีจนพ่ายแพ้
นอกจากนี้เขาก็ยังทำให้เจ็ดเนตรวิญญาณเกิดเป็น
ความรู้สึกหงุดหงิด!
ศัตรูระเบิดเสียงคำรามออกมา จากนั้นก็ใช้ฉมวก
หมื่นวิญญาณแทงเข้ามาที่เขา!
อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมา อู่ อวี้ โจมตีกวาดไปที่
เจ็ดเนตรวิญญาณอีกครั้งจนทำให้มันพลิกคว่ำลง
และเวลานี้เองเขาก็ได้ระเบิดพลังอันรุนแรงขึ้นมา
อีกครั้ง!
“เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง!”
ภายใต้ร่างจำแลงเซียนวานรซึ่งรายล้อมนั้น แขน
ทั้งสองข้างขยายใหญ่ขึ้นอย่างฉับพลัน พลังกาย
เนื้อพุ่งทะยานขึ้นมาอย่างมหาศาล พละกำลังของ
เขาทวีคูณขึ้นมาอีกเท่าตัว!
ในตอนนี้ อู่ อวี้ สวมใส่เกราะเซียนจักรพรรดิเพลิง
ทำให้เขาดูดุดันบ้าคลั่งและราวกับเทพสงครามก็มิ
ปาน!
“วงเวทย์จักรพรรดิหวงผ่าปฐพี!”
เสาเหยียนหวงเบิกฟั้าส่องประกายแสงขึ้น แสงสี
ทองสว่างเจิดจ้าทำให้สายตาต้องพร่ามัว แสงสี
ทองแผ่ขจรออกเป็นวงกว้าง ในพริบตานั้นรัศมี
หลายร้อยลี้รอบๆถูกกลืนกินเข้าไป แม้แต่เมือง
เมฆาแรกอรุณก็ถูกกลืนหายเข้าไปอยู่ในแสงสีทอง!
ทำให้ผู้ฝึกตนของเมืองเมฆาแรกอรุณในตอนนี้ ไม่
สามารถมองเห็นเหตุการณ์ของการต่อสู้ได้
ส่วนยามนี้ เจ็ดเนตรวิญญาณ ได้ถูกกลืนกินเข้าไป
ติดอยู่ในโลกของแสงสีทองอย่างสมบูรณ์
อู่ อวี้ ได้ฟาดพลองลงไปด้วยพลังทั้งหมดที่มี ถึงอีก
ฝั่ายจะใช้ฉมวกร้อยวิญญาณต่อต้านเอาไว้ แต่อีก
ฝั่ายก็ยังมิอาจต้านรับได้จนร่างของมันระเบิด
ออกเป็นเสี่ยงๆ!
เจ็ดเนตรวิญญาณกรีดร้องออกมาด้วยความ
เจ็บปวด
และในเวลานี้ แสงสีทองได้สลายหายไป ทำให้ทุก
คนเริ่มกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง เจ็ดเนตร
วิญญาณกลับคืนมาอยู่ในร่างของผู้ฝึกตนนอกรีต
ทั่งทั้งร่างชุมโชกไปด้วยเลือด เมื่อมองจากสภาพ
ของมันจะเห็นได้ชัดว่ามันได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่ง
บัดนี้ชีวิตมันได้ตกตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง!
ส่วน อู่ อวี้ ยังคงอยู่ในรูปแบบวานรสีทองอันบ้า
คลั่ง เขาร่อนลงไปอยู่ที่ข้างกายของผู้ฝึกตนนอกรีต
ในตอนที่เสาเหยียนหวงเบิกฟั้าปักลงไปบนพื้นดิน
พลันปรากฎแผ่นดินสั่นไหวอย่างรุนแรง
หลังจากที่ใช้เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง เขาก็รับรู้ถึง
ความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อ แต่ อู่ อวี้ ยังคง
ประคับประคองตัวเองเอาไว้อยู่ เขากลัวว่าผู้ฝึกตน
นอกรีตจะฆ่าตัวตาย!
แต่ว่าก็ช้าไปหนึ่งก้าว!
ในตอนที่เขาเพิ่งจะลงมาถึงพื้นดิน ผู้ฝึกตนนอกรีต
ผู้นั้นก็แสยะยิ้มแล้วมองมาที่เขา จากนั้นร่างของ
มันก็มีเปลวเพลิงสีดำปะทุขึ้น เพียงแค่ในเวลาสั้นๆ
ก็ถูกกลืนกินเข้าไปภายในเปลวเพลิง ถูกเผาไหม้
หลงเหลือเพียงแค่เถ้าธุลีสีดำ
อู่ อวี้ ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมผู้ฝึกตนนอกรีต
เหล่านี้ ถึงได้พร้อมที่จะเผชิญกับความตายได้
เช่นนี้?
อย่างไรก็ตาม อีกฝั่ายก็ได้ปลิดชีพตัวเองไปแล้ว
ตอนนี้เขาประคับประคองตัวเองจนถึงขีดจำกัด จึง
ได้ยกเลิกการใช้ร่างจำแลงเซียนวานร การต่อสู้ใน
ครั้งนี้สาหัสเป็นอย่างมาก หลักๆแล้วก็เพราะว่า
พลังของแกนกำเนิดนั้นแตกต่างจากพลังแก่นแท้
ตำหนักม่วงมากเกินไป ดังนั้น อู่ อวี้ จึงต้องใช้ไพ่
ตายทั้งหมดเพื่อที่จะสังหารศัตรูลงให้จงได้
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ