กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 378 : โชคลาภครั้งใหญ
อู่ อวี้ ตระหนักดีว่า สิ่งสำคัญที่สุดของเขาในยามนี้
ก็คือ การพัฒนายกระดับพื้นฐานฝึกตนของตนเอง
แม้อายุอานามของเขาจะยังไม่มากนัก ทว่าพื้นฐาน
ฝึกตนก็อยู่ในระดับสร้างแกนนภา ขั้นที่ 8 แต่
กระนั้นก็ยังคงมีช่องว่างกับคนอื่นอยู่มากมาย และ
ด้วยกายาสักการะราชันมณีจันทราพุทธเจ้าทองคำ
ของเขานั่นเองจึงสามารถมากลบความต่างชั้น
ทางด้านพลังได้
อย่างไรก็ตาม ในที่สุดเขาก็สามารถคว่ำฝั่ายตรง
ข้ามลงได้
ณ เวลานี้บรรยากาศโดยรอบเริ่มกลับสู่ความสงบ
อีกครั้ง อู่ อวี้ หันหลังไปมอง ฉิน ฝูเหยา ซึ่งยืนอยู่
ตรงเบื้องหน้าของเขา จากสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้นาง
รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย แล้วก็กล่าวกับเขาขึ้นด้วย
น้ำเสียงออดอ้อนอ่อนหวานว่า ” ที่แท้เจ้าก็เป็นคน
โหดเหี้ยมเช่นนี้นี่เอง แต่พี่สาวอย่างข้าก็ชอบที่เจ้า
เป็นแบบนี้ มีผู้คนมากมายที่คอยติดตามเกี้ยวพาน
ข้า ทว่าภายในกลุ่มพวกเขาเหล่านั้น หาได้มีผู้ใด
แข็งแกร่งเช่นดังน้องชาย เจ้านี่ช่างน่ารักมีเสน่ห์
เย้ายวนต่อสตรีเพศเสียนี่กระไร ”
อู่ อวี้ หาได้เคลิ้มเคลิ้มกับถ้อยคำของนาง เขา
ยังคงสงบสุขุมแลมองไปยังใบหน้าสงบลงใบหน้า
อันยั่วยวนใจของ ฉิน ฝูเหยา เนื่องจากตัวเขา
ล่วงรู้ดีว่า นางเป็นผู้มีอุปนิสัยชอบกระเซ้าเย้าแหย่
ผู้อื่น เขาจึงไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของนางแต่อย่างใด
เขายิ้มแล้วกล่าวว่า ” พี่สาวเป็นผู้สูงส่งดุจดั่งธิดา
สวรรค์ แน่นอนว่าในใต้หล้านี้ย่อมไม่มีผู้ใดคู่ควร
กับท่าน ”
” ถึงข้าจะรู้ว่าถ้อยคำของเจ้า เป็นเพียงแค่ถ้อยคำ
สอพลอ แต่ข้าก็ชอบที่จะฟัง ” ฉิน ฝูเหยา หัวเราะ
คิกคักอย่างมีจริต กล่าวได้ว่าท่าทางของนางช่างมี
ชั้นเชิงเย้ายวนอย่างยิ่ง
อู่ อวี้ เหลือบมอง ลั่วผิน ที่อยู่บนท้องฟั้า นาง
ยังคงมีท่าทีเย็นชาไม่แยแสเหมือนเช่นเคย นางเป็น
คนไม่ค่อยชอบพูดคุยเสวนาพร่ำเพรื่อ ซึ่งแตกต่าง
จาก ฉิน ฝูเหยา อย่างสิ้นเชิง ดังนั้น อู่ อวี้ จึงอด
ไม่ได้ที่จะซักถามอยู่ในใจ ” การที่สามารถเอาชนะ
ผู้มีพื้นฐานฝึกตนเหนือกว่าตนเองถึง 5 ขั้น แล้ว
นางไม่รู้สึกตื่นตระหนกบ้างเลยงั้นรึ ? ”
แต่สิ่งที่ทำให้ภายในหัวใจของเขา รู้สึกเป็นกังขา
มากที่สุดนั้นก็คือ หลังจากผู้ฝึกนอกรีตต่อสู้พ่ายแพ้
ไฉนพวกมันถึงได้รีบปลิดชีพตนเองในทันที จะบอก
ว่าสิ่งที่พวกมันตัดสินใจกระทำเพียงแค่ไม่ต้องการ
ให้ อู่ อวี้ รู้เปั้าหมายที่แท้จริงของพวกมันเช่นนั้น
หรือ ?
” พวกท่านทั้งสองไม่คิดว่ามันดูแปลก ๆ บ้างเลย
หรือไง? ” อู่ อวี้ ซักถาม
ฉิน ฝูเหยา กล่าวว่า ” เจ้าอย่าได้คิดมากเกินไปนัก
เลย พวกผู้ฝึกตนนอกรีตส่วนใหญ่ ต่างก็มีอุปนิสัย
บ้าคลั่งกันแทบทั้งสิ้น พวกมันล้วนก็ทำตาม
อารมณ์ของตนเอง อย่างเรื่องที่พวกมันจะทำลาย
เมือง หรือ เรื่องที่มันปลิดชีพตนเองทิ้ง มันก็คง
กลัวว่าพวกเราจะคาดคั้นซักถามเรื่องต่าง ๆ จาก
พวกมัน เพราะอย่างไรแล้วพวกมันก็ล้วนมีสหาย
พรรคพวก ซึ่งอาจจะไม่อยู่ใกล้ ๆ แถวนี้ ”
” สหายพรรคพวก? ” อู่ อวี้ ครุ่นคิดถึงสิ่งที่นาง
กล่าว เนื่องจากก็เป็นจริงอย่างที่นางว่า หลังจากที่
พวกมันตกตายไปก็ไม่มีผู้ฝึกตนคนใดเข้ามาสมทบ
อีก
” มั่นใจได้ว่า นครจักรพรรดิ์เพลิง จะได้รับเงิน
ค่าจ้างจาก เมืองเมฆาแรกอรุณ เมื่อข่าวคราวนี้
กระจายออกไป รับรองว่าจะไม่มีผู้ฝึกตนนอกรีตคน
ใดกลับมาที่นี่อีก หากยังหาญกล้าท้าทาย เท่ากับ
เป็นการกระตุ้น นครจักรพรรดิ์เพลิง ของข้า ” ฉิน
ฝูเหยา กล่าวอย่างภาคภูมิใจ
หลังจากนั้นนางก็เริ่มเดินทางกลับไปยัง เมืองเมฆา
แรกอรุณ โดยมี อู่ อวี้ กับ ลั่วผิน ตามหลังมาด้วย
โดยไม่ได้เลื่อนเอ่ยถ้อยคำใดออกมา แม้ อู่ อวี้ จะ
ไม่ได้แสดงความเห็นใดเพิ่มเติม ทว่าเขาก็ยังคงมี
ความสงสัยเคลือบแคลงซ่อนอยู่ภายใน
หัวใจ เนื่องจากตนเองนั้นยังถือว่าเป็นมือใหม่ จึง
ยังไม่คุ้นเคยเชี่ยวชาญเท่า ฉิน ฝูเหยา ฉะนั้นเมื่อ
นางมีความคิดเห็นดังกล่าวจึงไม่น่ามีข้อผิดพลาด
ใด ๆ
ขณะเดินทางมุ่งหน้ากลับ เมืองเมฆาแรกอรุณ เขา
ได้แอบตรวจสอบ ชี ถงกุ่ย ถุงจักรวาลของผู้ฝึกตน
นอกรีต!
” ผู้ฝึกตนนอกรีต ร่ำรวยเสียจริง ๆ ! ”
การเก็บเกี่ยวครั้งนี้ เขาได้ผลประโยชน์ใหญ่หลวง
ยิ่งนัก ภายในถุงจักรวาลของ ชี ถงกุ่ย มีเม็ดยา
ปรานมรกตกว่า 200 เม็ด! ซึ่งนับได้ว่าผิดปกติ
อย่างยิ่ง หากเทียบกับพื้นฐานฝึกตนของมัน ไม่
น่าจะครอบครองสมบัติมากมายได้ถึงเพียงนี้!
กล่าวได้ว่าพวกมันมักจะเข่นฆ่าสังหารผู้ฝึกตนคน
อื่น ๆ แล้วแย่งชิงสมบัติของคนเหล่านั้น
มา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในทวีปแห่งทวยเทพนี้
พวกมันยอมเสี่ยงชีวิตของตนเองเพื่อแย่งชิง
ทรัพย์สินของผู้อื่นมาครอบครอง ทั้งหมดที่กล่าว
มานี้ล้วนหาได้กล่าวเกินจริงแม้แต่น้อย
เพราะยังไงแล้ว หลักฐานแห่งความร่ำรวยก็อยู่บน
ตัวของมันนี่เอง
อย่างมันซึ่งมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับ ตำหนัก
ม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 3 ไม่น่าจะมี เม็ดยาปราน
มรกต ติดตัวมากกว่า 50 เม็ด
ตัวอย่างเช่น อู่ อวี้ หลังจากมาถึง นครจักรพรรดิ์
เพลิง เขาก็มีหนี้สินติดตัวมากกว่า 300,000 เม็ด
ยาสร้างแกนนภา
อู่ อวี้ เริ่มคำนวณผลกำไรที่เขาจะได้รับทั้งหมด
เมื่อบวกกับแต้มผลงาน 80,000 แต้ม จะทำให้เขา
มีเม็ดยาสุทธิอยู่ที่ 368,000 เม็ด หลังจากหักลบ
กลบหนี้เขาก็ยังเหลือเม็ดยาปราณมรกตมากกว่า
20 เม็ด!
กล่าวได้ว่าภารกิจครั้งนี้ ช่างสร้างผลกำไรไปกับ
เขาได้อย่างมหาศาล
นับว่าส้มหล่นไม่น้อยทีเดียว หาก ฉิน ฝูเหยา ไม่
ยกผู้ฝึกตนนอกรีดให้กับตนเอง เขาคงไม่ได้รับกำไร
ท้วมท้นมหาศาลเช่นนี้
ในความเป็นจริง อู่ อวี้ ไม่ทราบว่าภารกิจของ
นครจักรพรรดิ์เพลิง จะเกี่ยวข้องกับสามผู้ฝึกตน
นอกรีต ซึ่งจะทำให้ได้รับผลกำไรพิเศษเพิ่ม
มากมายเช่นนี้ แต่ทว่าก็ยังมีความเสี่ยงถึงแก่ชีวิต
ซึ่งอาจตกตายได้ทุกเมื่อเช่นกัน
ซึ่งเฉกเช่นเดียวกับปีศาจ หากยิ่งปีศาจตนใดมี
ทรัพย์สินเงินทองมาก นั่นก็หมายถึงว่าความเสี่ยง
ที่จะตกตายมากขึ้นตามไปด้วย
สิ่งเลวร้ายที่สุดก็คือ ผู้ฝึกตนที่ถูกไล่ล่าจัดการมา
จากพรรคนิกายอื่น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วล้วนมุ่งหน้า
ตรงมายัง นครจักรพรรดิ์เพลิง ถึงแม้ว่าจะมีสนาม
ประลองให้เอาไว้ต่อสู้ แต่ก็ไม่สามารถลงมือสังหาร
คู่ต่อสู้ของตนเองได้ ฉะนั้นหนทางนี้จึงถือเป็น
หนทางที่เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้เพียงแค่น้อยนิด
ยิ่งนัก ผู้คนส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยนิยมใช้ผลทางนี้หา
ความมั่งคั่งให้แก่ตนเอง ยกเว้นเสียแต่ว่าจะได้รับ
แต้มผลงานมากจริง ๆ
กล่าวได้ว่าภารกิจประเภทนี้นับเป็นภารกิจที่
ปลอดภัยมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เนื่องจากคนส่วน
ใหญ่แล้ว ไม่กล้าลงมือสังหาร คนของ กองทัพ
เซียนจักรพรรดิเพลิง ในที่สาธารณะ
จากหนึ่งภารกิจที่ได้รับโดยบังเอิญ ทำให้เขา
สามารถเก็บเกี่ยวความมั่งคั่งได้อย่างมหาศาล จน
สามารถชดใช้หนี้ทั้งหมดได้โดยในครั้งเดียว มันทำ
ให้ อู่ อวี้ รู้สึกอารมณ์ดีครึ้มอกครึ้มใจอย่างยิ่ง
ในที่สุดเขาก็ได้ผลสรุปจากประสบการณ์ครั้งนี้
” เป็นดั่งเช่น เจียง เสวี่ยชวน กล่าวไว้จริง ๆ การที่
เอาแต่หม้อหดหัวอยู่ใน นครจักรพรรดิ์เพลิง ไม่
ยอมออกไปต่อสู้ เป็นเรื่องยากที่จะได้รับความมั่ง
คั่ง หรือ ทรัพยากร ใช้ในการฝึกตน เส้นทางในการ
บำเพ็ญเพียรเป็นเซียน เป็นทางที่ต้องเสี่ยงเป็น
เสี่ยงตาย! ”
แน่นอนว่า หากออกมารับภารกิจนั่นก็หมายถึงการ
เสี่ยงอันตราย คนของ กองทัพเซียนจักรพรรดิ
เพลิง จำนวนมากต้องตายไป ขณะมาทำภารกิจ
ด้านนอกเช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากต้องต่อสู้กับ
ผู้ฝึกตนนอกรีต มีแนวโน้มว่าจะตกตายกันเสียเป็น
ส่วนใหญ่ เนื่องจากผู้ฝึกตนนอกรีตเป็นพวกไร้ซึ่ง
กฎเกณฑ์ จึงไม่เกรงกลัวที่จะขัดแย้งกับ กองทัพ
เซียนจักรพรรดิเพลิง
เมื่อมาถึง เมืองเมฆาแรกอรุณ เหล่าหญิงสาว
มากมายภายในเมืองได้เฝั้ารอต้อนรับพวกเขา
พวกนางต่างโค้งคำนับให้แก่ อู่ อวี้ และ คนอื่น ๆ
เพื่อแสดงความขอบคุณในการช่วยเหลือครั้งนี้
มู่เสวี่ย หยุนซี กล่าวว่า ” ต้องลำบากพวกท่านทั้ง
สามแล้ว ข้าได้แจ้งไปยัง นครจักรพรรดิเพลิง
เรียบร้อยแล้วว่าปีศาจทั้งสามตัวได้ถูกพวกท่าน
จัดการจนสิ้น ถือว่าภารกิจเสร็จสิ้นสมบูรณ์
หลังจากพวกท่านเดินทางกลับ นครจักรพรรดิ
เพลิง พวกท่านทั้งสาม สามารถไปรับรางวัลจาก
ภารกิจได้ในทันที ”
โดยทั่วไปแล้วการออกมาทำภารกิจภายนอก ผู้ว่า
จ้างจำเป็นต้องยืนยันว่าภารกิจเสร็จสิ้น ผู้รับ
ภารกิจถึงจะสามารถรับแต้มผลงานได้
ฉิน ฝูเหยา ยิ้มเป็นเล็กน้อย จากนั้นก็กล่าวว่า ”
วิเศษยิ่ง เช่นนั้นพวกเราขอตัว ”
ความจริงแล้ว อู่ อวี้ ยังมีข้อสงสัยบางอย่างติดค้าง
อยู่ภายในจิตใจ ขณะเขากำลังจะพูดคุย
แลกเปลี่ยนผลการทำภารกิจในครั้งนี้กับ มู่เสวี่ย
หยุนซี อยู่นั้น ฉิน ฝูเหยา ก็ขอตัวลากลับก่อนเอา
เสียดื้อ ๆ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้ว่าจ้างพึงพอใจ
กับผลลัพธ์ในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้มาก ดังนั้น
เขาจึงไม่ได้กล่าวอะไรอีก
ด้วยประสิทธิภาพจากผลงานในครั้งนี้ของตนเอง
เขาสังเกตเห็นว่าผู้ฝึกตนหญิงส่วนใหญ่ใน เมือง
เมฆาแรกอรุณ ต่างจับจ้องมาที่เขาเป็นตาเดียว
ความแข็งแกร่งที่ อู่ อวี้ แสดงออกมาให้เห็น ทำให้
เหล่าสาวน้อยสาวใหญ่เป็นอันต้องรู้สึกตกตะลึงไป
ตาม ๆ กัน เนื่องจากนับแต่พวกนางต่อสู้ ยังไม่เคย
มีสักครั้งที่พวกนางสามารถสะกดข่มคู่ต่อสู้ด้วย
ความเหี้ยมโหด ลงได้อย่างง่ายดายเช่นนี้
เนื่องจากตัวตนของ อู่ อวี้ ค่อนข้างขัดแย้งกลับ
ข่าวลือต่าง ๆ กอปรด้วย อู่ อวี้ สามารถเข้า
ร่วมกับ นครจักรพรรดิ์เพลิง ได้อย่างรวดเร็ว
ฉะนั้นจึงมีบางคนยังคงรู้สึกไม่เข้าใจ และ ยังกังขา
อยู่บ้าง
ด้วยเหตุนี้สายตาของพวกนาง ซึ่งจับจ้องมอง
มายังเขาในยามนี้ จึงเปียมล้นไปด้วยความซับซ้อน
แม้แต่พวกนางยังแสดงออกเช่นนี้ เขาจึงพอจะนึก
ภาพออกว่า หากซูซันได้ยินข่าวคราวเรื่องนี้ พวก
มันจะต้องก่นด่าสาปแช่ง อู่ อวี้ ด้วยความอิจฉา
ริษยาแลเกลียดชังอย่างแน่นอน
คาดว่า เซียนกระบี่กุ้ยหยาง คงได้กระอักโลหิต
ออกมากองโตเป็นแน่ เขารู้สึกเสียใจที่มิได้สังหาร
อู่ อวี้ ตั้งแต่ตอนนั้น ปล่อยให้ อู่ อวี้ สร้างความ
อัปยศทำให้แก่ซูซัน ต้องรู้สึกอับอายขายขี้หน้า
เช่นนี้
มู่เสวี่ย หยุนซี กล่าวคารวะ แสดงความขอบคุณ
แก่พวกเขาทั้งสามอีกครั้ง นี่คือความรู้สึกที่ออกมา
จากใจจริงของนาง เนื่องจากในเวลานี้ไม่มีผู้ใดใน
เมืองเมฆาแรกอรุณ ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย ทำ
ให้นางรู้สึกว่าจำนวนเงินที่ต้องสูญเสียไปช่างคุ้มค่า
เสียยิ่งนัก
ก่อนที่จะออกเดินทาง ลั่วผิน ก็กล่าวขึ้นมาอย่าง
ฉับพลันว่า ” ข้ามีความเข้าใจเกี่ยวกับค่ายกลวง
เวทอยู่บางส่วน ข้าสามารถช่วยเสริมสร้างความ
แข็งแกร่ง ให้กับค่ายกลคุ้มเมืองของท่านได้ เพื่อ
หลีกเลี่ยงอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับ เมืองเมฆาแรก
อรุณ อย่างน้อย ๆ ก็ช่วยถ่วงเวลาให้จากอันตราย
ที่จะเกิดขึ้น ให้นานขึ้นอีกหน่อย ”
คราแรก มู่เสวี่ย หยุนซี มองข้าม ลั่วผิน ไปอย่าง
สิ้นเชิง เนื่องจากว่านางเป็นเพียงหัวหน้ากองร้อย
สามัญผู้หนึ่ง แต่ในตอนนี้ เมื่อสังเกตนางอย่าง
พินิจ ว่าจะเป็นผู้ที่มีเส้นผมยาวสลวย แล
รูปลักษณ์ที่อยู่ภายใต้หมวกเกราะ กอปรกับ
อุปนิสัยที่ไม่ค่อยชอบพูดจาเสวนาพร่ำเพรื่อ เป็น
สิ่งทำให้หัวหน้ากองร้อยผู้นี้ดูลึกลับเป็นอย่างยิ่ง
การที่อีกฝั่ายเอ่ยปากช่วยเหลือออกมาเองเช่นนี้
แน่นอนว่านางย่อมพยักหน้าตอบรับอย่างเร่งรีบ
” นางต้องฝึกฝนมันมานานแล้ว อย่างน้อย ๆ ก็
อาจหลายพันปี! ความเข้าใจเกี่ยวกับวงเวทค่ายกล
ของนางย่อมสูงส่งมากอย่างแน่นอน ” อู่ อวี้ คาด
เดา
เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้ว นางก็ใช้เวลาน้อยกว่า
ครึ่งวัน ยกระดับค่ายกลคุ้มเมืองขึ้นไปอีกระดับ
หนึ่ง เนื่องจาก อู่ อวี้ ยังไม่ได้ศึกษามาหาค่ายกล
ฟั้าดินอย่างลึกซึ้งนัก ดังนั้นเขาจึงไม่ค่อยเข้าใจวง
เวทของนางสักเท่าใดนัก แต่เขาก็สัมผัสได้อย่าง
ชัดเจนว่า ค่ายกลนี้แข็งแกร่งขึ้นมาก
” ข้าเคยได้ยินมาว่า เจ้ามีความรอบรู้ในค่ายกลวง
เวทเป็นอย่างยิ่ง แสดงว่านี่เป็นเรื่องจริงสินะ ” ฉิน
ฝูเหยา จ้องมองไปยังลั่วผิน พร้อมกับแย้มรอยยิ้ม
ขึ้นเล็กน้อย
” แค่ความเข้าใจงู ๆ ปลา ๆ ไม่ควรค่าแก่การ
กล่าวถึง ”
ลั่วผินตอบกลับไปอย่างไม่แยแส
อู่ อวี้ มองไปที่ ลั่วผิน สองสามครั้ง เขาพบว่า
ถึงแม้ว่านางจะไม่ค่อยพูด แต่แท้จริงแล้วนางเป็น
คนจิตใจดีอย่างยิ่ง เนื่องจากว่าวันนี้ พวกเขายัง
รู้สึกสงสัยเกี่ยวกับการโจมตีของผู้ฝึกตนนอกรีตอยู่
บางส่วน ซึ่งนางคงรู้สึกเป็นห่วงว่าเมืองเมฆาแรก
อรุณจะถูกผู้ฝึกตนนอกรีตโจมตีอีกครั้ง ดังนั้นจึง
ช่วยยกระดับค่ายกลให้ อย่างไรก็ตาม ฉิน ฝูเหยา
ผู้ซึ่งมีประสบการณ์มากที่สุด ยังมิได้กล่าวอะไร
ดังนั้นพวกเขาจึงคิดว่าไม่น่าจะใช่ปัญหาใหญ่นัก
…
อย่างไรก็ตามก่อนที่จะจากไป อู่ อวี้ ก็หันไปมอบ
ยันต์สื่อสารให้แก่ มู่เสวี่ย หยุนซี แผ่นหนึ่ง พร้อม
กับกล่าวว่า ” ถ้ามีผู้ฝึกตนนอกรีตมาวุ่นวายอีก ให้
เรียกหาข้า ถ้ามีเวลา ข้าจะมาช่วย ”
“ ขอบคุณผู้บัญชาการอู่ ” เดิมที มู่เสวี่ย หยุนซี
ยังรู้สึกลังเลอยู่บางส่วน แต่เมื่อเห็น อู่ อวี้ ตั้งใจ
ช่วยเหลือนางอย่างจริงใจ ทั้งยังไม่ได้เรียกร้อง
อะไรเพิ่มเติม ทำให้ดวงตาของนางในยามนี้เปียม
ล้นไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ
หลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้น พวกเขาทั้งสามก็ใช้
กระบี่บินทะยานจากไป ลั่วผิน เป็นคนแรกที่บิน
ออกมา ส่วน ฉิน ฝูเหยา ก็ก้าวขึ้นมาบนกระบี่บิน
ของ อู่ อวี้ มุงหน้าบินทะยานไปยังทิศทางของนคร
จักรพรรดิเพลิง
” หิหิ แม้แต่ตำหนักม่วงทะเลมรกตขั้นที่ 3 เจ้าก็ยัง
จัดการได้ เจ้านี้ช่างผิดปกติยิ่งนัก นี่ถ้าบรรลุระดับ
ตำหนักม่วงทะเลมรกต เจ้าจะน่าสะพรึงกลัวมาก
แค่ไหน? ข้าคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้าแล้วกระมั้ง?
” ฉิน ฝูเหยา หัวเราะคิดคักพร้อมกล่าวขึ้นข้างหู
ของ อู่ อวี้
” ก็แค่เรื่องบังเอิญ ข้าเองก็เกือบตายเช่นกัน ” อู่
อวี้ ไม่ได้รู้สึกภาคภูมิใจไปกับคำเยินยอนี้แม้แต่น้อย
” ดี หลังจากทำภารกิจในครั้งนี้ ข้าก็รู้สึกว่าเราจะ
เป็นสหายที่ดีต่อกันในอนาคต ข้าคิดว่าครั้งต่อไปที่
ออกมาเล่นอีกครั้ง ข้าจะชวนพวกเจ้าออกมาด้วย
คิดว่าไง? หรือบางทีพวกเราอาจออกมาสองคน
เพียงลำพัง.. ” ฉิน ฝูเหยา กล่าวขึ้นด้านหลังของ
เขา น้ำเสียงของนางช่างเย้ายวนเป็นอย่างยิ่ง ซึ่ง
อู่ อวี้ จำต้องเปิดใช้งานภาพจำแลงหัวใจวานร
อย่างช่วยไม่ได้ มิเช่นนั้นอาจถูกสตรีผู้ทรงเสน่ห์
ยั่วยวนนางนี้ หลอกล่อจนจิตใจไขว้เขวได้
” ไม่มีปัญหา ข้าย่อมยินดีปกปั้องเทพธิดาบุปผาอ
ย่างแน่นอน ” เมื่อ อู่ อวี้ สงบลงแล้วเขาก็ตอบ
กลับไปพร้อมกับยิ้มขึ้นจาง ๆ
ถึงแม้ อู่ อวี้ จะไม่ต้องการใกล้ชิดกับ ฉิน ฝู
เหยา ไปมากกว่านี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะ
ปฏิเสธหรือผลักไสไล่ส่งนาง นอกจากนี้ถ้าพวกเขา
กลายเป็นสหายกันขึ้นมาจริง ๆ ก็นับว่าเป็นเรื่องดี
ทีเดียว อู่ อวี้ จดจำได้ว่าวันนี้นางได้ยกคู่ต่อสู้ให้แก่
เขา ทำให้ อู่ อวี้ ได้รับเม็ดยาปราณมรกตกว่า 200
เม็ด
พวกเขาพูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกันมาตลอดทาง
เนื่องจากว่า เมืองเมฆาแรกอรุณ อยู่ไม่ไกลจาก
นครจักรพรรดิ์เพลิงนัก เพียงไม่นานพวกเขาก็
เดินทางมาถึงหน้าประตู นครจักรพรรดิ์เพลิง อู่ อวี้
กวาดสายตาดูรอบ ๆ ผลปรากฏว่า จอมกระบี่ชั่วฮ
วา หาได้อยู่รอบ ๆ นครจักรพรรดิ์เพลิง แต่อย่าง
ใด เสมือนดั่งคำข่มขู่ที่นางเคยกล่าวเอาไว้ไม่
หลังจากเข้าสู่ นครจักรพรรดิ์เพลิง แล้ว ลั่วผิง
เป็นคนแรกที่แยกตัวหายไป
เนื่องจาก อู่ อวี้ กับ ฉิน ฝูเหยา เดินเข้ามาในเมือง
ชั้นในด้วยกัน ทำให้หลายคนจับตามองเป็น
ตาเดียว
” อย่าคิดมากเกินไป พวกเขาแค่ไปทำภารกิจ
ร่วมกันเท่านั้น ” หลายคนแลเห็นว่าพวกเขามี
ความสัมพันธ์ดูสนิทชิดเชื้อ พวกมันจึงทำได้แค่
เพียงคอยปลอบประโลมตัวเองเท่านั้น
เนื่องจาก ฉิน ฝูเหยา เป็นสตรีที่มากด้วยเสน่ห์ทำ
ให้มีผู้คนมากมายภายใน นครจักรพรรดิ์เพลิง
หลงใหลรักใคร่ชอบพอในตัวนาง นอกจากนี้ยัง
กล่าวได้ว่า นางถือเป็นความใฝั่ฝันของผู้ฝึกตนทุก
เพศวัย ที่ปรารถนาครอบครองนางมาเป็นคนรัก
ภายในหัวใจของพวกมันนางคือสหายเต๋าเคียงคู่ที่
สมบูรณ์แบบอย่างยิ่ง
แน่นอนว่าผู้คนส่วนใหญ่ล้วนไม่คู่ควรกับนาง
เมื่อพวกเขาทั้งสามเดินทางมาถึง ‘พระราชวังแห่ง
แสง’ ลั่วผิน อู่ อวี้ ฉิน ฝูเหยา ต่างก็ได้รับแต้ม
ผลงานตามสัดส่วนของแต่ละคน หลังจาก อู่ อวี้
ได้รับค่าตอบแทนของตนเองแล้ว เขาก็ตรงดิ่งไป
ยัง ‘วังโอสถ’ จากนั้นก็นำแต้มผลงานทั้งหมดที่มี
แลกเปลี่ยนเป็นเม็ดยาปราณมรกต กล่าวได้ว่าใน
เวลานี้เขามี เม็ดยาปราณมรกต มากกว่า 380 เม็ด
ก่อนที่เขากับ ฉิน ฝูเหยา จะแยกตัวกัน นางได้
แลกเปลี่ยนยันต์สื่อสารกับเขาสองสามแผ่น
และดูเหมือนว่ายามนี้นางอาจจะติดธุระเร่งด่วน
บางอย่าง จึงทำให้นางยอมลามือไม่เกาะแกะยุ่ง
เกี่ยวกับ อู่ อวี้ อีกต่อไป
อู่ อวี้ เดินทางออกมาจากเมืองชั้นใน มุ่งไปสู่
‘วิหารบัญญัติเมฆา’
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ