กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 379 : มังกรทรราชผนึกสวรรค
จาง เทียนเต๋อ รีบออกมาพบเขาทันที
เมื่อมาถึงห้องรับรองพิเศษ อู่ อวี้ ก็กล่าวขึ้นว่า ”
ข้าต้องขออภัยที่ทำให้ท่านต้องรอคอยมาเสียนาน
ยามนี้ข้าได้รวบรวมโอสถมาชดใช้หนี้ให้แก่ท่าน
ทั้งหมดอยู่ในนี้ท่านลองนับดูว่าครบถ้วนหรือไม่ ”
จาง เทียนเต๋อ รู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง ขณะ
ล้วงมือลงไปภายในทุกจักรวาลที่ อู่ อวี้ เขายิ้ม
เจื่อน ๆ แล้วกล่าวว่า ” เป็นไปได้อย่างไร ท่านพึ่ง
ออกไปทำภารกิจด้วยเวลาสั้นๆ นี่มันได้ยังไงกัน…
”
เขายังพูดไม่จบดีแต่ก็เลือกที่จะหยุดกลางคัน
เนื่องจากภายในถุงจักรวาลที่เขามอบให้มามี เม็ด
ยาปราณมรกต อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีจำนวน
กว่า 360 เม็ด
เนื่องจากระยะเวลาผ่อนชำระ เสาเหยียนหวงเบิก
ฟั้า ยังเหลืออีก 9 เดือน ย่อมไม่มีผู้ใดคาดคิดได้ว่า
เขาจะสามารถชำระหนี้ ได้ทั้งหมด เพียงแค่ใน
เดือนที่สองเท่านั้น
” ท่านพี่ชายจาง ข้าคงต้องขอบคุณท่านอีกครั้ง
จากการไปทำภารกิจเมื่อไม่นานมานี้ เสาเหยียน
หวงเบิกฟั้า ช่วยข้ามากเลยทีเดียว ” อู่ อวี้ รู้สึก
ขอบคุณเขาจากใจจริง
ตอนที่เขาอยู่ในเขาซูซัน ด้วยเพราะมีสหายเพียง
น้อยนิด ในช่วงสุดท้ายในยามคับคัน คนที่ช่วย
หนุนหลังให้เขาจึงมีไม่มากนัก
ตั้งแต่ที่เขามาอยู่ที่นี่เพียงแค่ไม่กี่วันเท่านั้น เขาก็
ได้พบเจอกับ จาง เทียนเต๋อ, จี ชิงอัน, เจียง เสวี่ย
ชวน, ลั่วผิน, ฉิน ฝูเหยา และคนอื่น ๆ พวกเขา
เหล่านี้ล้วนเป็นสหายของตนเองทั้งสิ้น
” ท่านช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก ผ่านไปเพียงแค่เดือน
เดียวท่านกลับสามารถ สร้างความมั่งคั่งให้กับ
ตนเองได้มหาศาลถึงเพียงนี้ ดั่งคำกล่าวที่ว่ายอด
บุรุษ นั้นย่อมรวดเร็วยิ่งเสียกว่าแส้เฆี่ยนม้า อู่ อวี้
ท่านเป็นผู้ที่ยึดถือสัจจะยิ่ง แซ่จางผู้นี้ขอชื่นชม ข้า
ขอชื่นชมท่านจริง ๆ! ”
” ท่านอุตส่าห์ยอมให้ เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า มาใช้
ล่วงหน้า แล้วข้าจะทำให้ท่านผิดหวังได้อย่างไร? ”
อู่ อวี้ ยิ้ม
จาง เทียนเต๋อ ยอมรับ เม็ดยาปราณมรกตเหล่านี้
มา มันตบหน้าอกแล้วกล่าวว่า ” แค่เล็กน้อยน้องอู่
หากภายภาคหน้าท่านต้องการใช้สอยศาสตราเต๋า
ชนิดใดขอให้บอก ท่านสามารถมาที่วิหารบัญญัติ
เวหา ได้ทุกเมื่อ ข้าไว้ใจท่าน หากต้องตาศาสตรา
ชิ้นไหนสามารถเอาไปใช้ก่อนล่วงหน้าได้เลย ”
การที่ที่นี่มีคนเช่นดั่ง จาง เทียนเต๋อ นับเป็นเรื่องที่
ดีสำหรับ อู่ อวี้ เนื่องจากเขาสามารถเปลี่ยนอาวุธ
ชิ้นใหม่ ๆ ของตนเองได้เสมอ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเขาก็
ไม่รู้สึกคุ้นเคยที่ต้องเป็นหนี้ผู้ใด ฉะนั้นตอนนี้เขาจึง
ละเว้นไว้ชั่วคราว
ถึงแม้เม็ดยาส่วนใหญ่จะถูกนำไปชำระหนี้ แต่เขาก็
ยังคงเหลือเม็ดยาปราณมรกตอีก 20 คงต้องกล่าว
ว่าเขากลับมายากจนข้นแค้นอีกครั้ง เนื่องจากเขา
ยังมีร่างอวตารอีกจำนวนมากที่จะต้องคอยฟูมฟัก
ชุบเลี้ยง
อู่ อวี้ ไม่ได้เร่งรีบจากไป ทั้งสองยังคงเสวนาพูดคุย
กันในเรื่องต่าง ๆ แล้ว อู่ อวี้ ก็กล่าวขึ้นว่า ”
ภารกิจในครั้งนี้นับว่าข้าโชคดียิ่งนัก หากไม่ได้พบ
เจอกับผู้ฝึกตนนอกรีดสองคน ปั่านนี้ข้าคงไม่มีเม็ด
ยาปราณมรกตจำนวนมากมายเช่นนี้ มาจ่ายหนี้
ให้แก่ท่าน ”
ในที่สุด จาง เทียนเต๋อ ก็ล่วงรู้แหล่งที่มาของความ
มั่งคั่งในครั้งนี้ของเขา
จาง เทียนเต๋อ ตบต้นขาฉาดใหญ่จากนั้นก็กล่าว
ขึ้นว่า ” ช่างบังเอิญยิ่งนัก น้องชายเอ๋ยข้าเองก็เก็บ
รวบรวมสิ่งต่าง ๆ ของผู้ฝึกตนนอกรีตอยู่พอดี ไม่
ว่าจะเป็นศาสตรา หรือ วัตถุดิบ อย่างเช่นศาสตรา
เต๋าของผู้ฝึกตนนอกรีต โดยปกติราคาของมันจะ
อยู่ที่ 300,000 เม็ดยาสร้างแกนนภา หากเป็นผู้อื่น
ข้าจะรับซื้อ โดยตัดราคาเหลือเพียงแค่ครึ่งหนึ่ง
นั่นก็คือ 150,000 เม็ดยาสร้างแกนนภา แต่ถ้าเป็น
ท่าน ข้าจะรับซื้อในราคา 200,000 เม็ดยาสร้าง
แกนนภา! ข้าคิดว่าท่านคงต้องทำความเข้าใจเรื่อง
นี้เล็กน้อย คงต้องสารภาพว่าศาสตราของผู้ฝึกตน
นอกรีตบางคนใช้งานได้จริง แต่ก็ยากที่จะจะนำ
กลับมาขายใหม่ในราคาที่สูง หากรับซื้อในราคา
200,000 เม็ดยาสร้างแกนนภา ข้าสามารถนำมา
ขายได้สูงสุดแค่ 220,000 เม็ดยาสร้างแกนนภา
เท่านั้น แถมกว่าจะได้เงินก็ยากเย็นแสนเข็ญอีก
ด้วย ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อู่ อวี้ รู้สึกตื่นตกใจอย่างยิ่ง เขา
แอบคิดว่านี่คงเป็นอีกหนึ่งมหาโชคลาภครั้งใหญ่
ของเขา เนื่องจากสิ่งของเหล่านี้เขาหาได้นำมาใช้
ประโยชน์ใด ๆ ได้ภายใน นครจักรพรรดิเพลิง อีก
ทั้งยังไม่สามารถนำมาแลกเป็นแต้มผลงานได้อีก
ด้วย
สุดท้ายเขาก็หยิบ ฉมวกหมื่นวิญญาณ พร้อมกับ
สิ่งของต่าง ๆ ของผู้ฝึกตนนอกรีตออกมาขาย
ให้แก่ จาง เทียนเต๋อ ท่ามกลางสิ่งของมากมาย
ฉมวกหมื่นวิญญาณ นั้นมีราคามากที่สุด ส่วนของ
อื่น ๆ ส่วนใหญ่ไร้ประโยชน์ จาง เทียนเต๋อ คิด
ยอดโดยรวมทั้งหมดให้ อู่ อวี้ อยู่ที่ 200 เม็ดยา
ปราณมรกต ซึ่งเท่ากับ 200,000 เม็ดยาสร้างแกน
นภา เช่นเดียวกับที่เขามีมาก่อนหน้านี้
อันที่จริงแล้วสำหรับผู้ฝึกตนนอกรีต ฉมวกหมื่น
วิญญาณ นั้นขายได้มากกว่า 250,000 เม็ดยา
สร้างแกนนภา!
ส่งมอบเม็ดยาปราณมรกตกว่า 300 เม็ดไป และได้
กลับมาเกินครึ่งในทันควัน!
อู่ อวี้ รู้สึกประหลาดใจมาก ด้วยการนี้ทำให้เขา
กลายเป็นผู้ที่มั่งคั่งด้วยทรัพยากรมากมาย ที่จะ
นำมาใช้สำหรับการฝึกฝนบ่มเพาะ
หากก่อนหน้านี้ เขารู้เรื่องนี้แล้วนำสิ่งของเหล่านี้
มาขาย เขาคงไม่ประสบปัญหาในเรื่องเงินทองขาด
มือตั้งแต่แรก
” นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาขอขอบใจอะไร หากภาย
ภาคหน้าท่านมีสิ่งใดขาดเหลือ ก็ให้กลับมาหาข้า
ได้ทุกเมื่อ ” วัตถุประสงค์หลักของ จาง เทียนเต๋อ
คือการได้เป็นสหายกับ อู่ อวี้ การทดสอบจิตใจ
ด้วย เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า ในครั้งนี้ทำให้มันได้
เห็นธาตุแท้ลักษณะนิสัยของ อู่ อวี้ ซึ่งแน่นอนมัน
ย่อมล่วงรู้ดีแก่ใจว่า อู่ อวี้ นั้นเป็นคนซื่อสัตย์อย่าง
ยิ่ง
หลังจากกล่าวอำลา จาง เทียนเต๋อ อู่ อวี้ กลับมา
ยัง ค่ายเทียมฟั้า
ค่ายเทียมฟั้า ยังคงคึกคักมีชีวิตชีวาก็เสมือนเช่น
เคย หลังจาก อู่ อวี้ กลับจากภารกิจแรก เหล่า
ทหารภายใน กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง ต้อนรับ
การกลับมาของเขาอย่างอบอุ่น ทำให้ตลอดทั้งคืน
เต็มไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นชื่นมื่น โดยเฉพาะ
ทหาร 3 คน พวกเขาทั้งสามอยู่ในวัยหนุ่มแน่น ดู
อ่อนเยาว์กว่า อู่ อวี้ ทว่าพวกเขาทั้งสามกลับมี
พื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับ ตำหนักม่วงทะเลมรกต
กล่าวได้ว่าทั้งสามล้วนมีฝีมือโดดเด่นมากที่สุด
ภายในค่ายแห่งนี้
แม้ว่าพวกเขาจะยังดูอายุน้อย แต่แท้จริงแล้วกลับ
มีอายุอานามมากกว่า อู่ อวี้ คาดว่าปัจจุบันพวก
เขาน่าจะมีอายุประมาณ 50 ปี ซึ่งน่าจะใกล้เคียง
กับ เฉิน ชิงหยู๋
แน่นอนว่าช่วงอายุขัย 300 – 400 ปี ของผู้นที่อยู่
ในระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต ถึงแม้จะผ่านไป
100 ปีแรก พวกเขาทุกคนก็ยังคงดูเป็นหนุ่มสาว
อายุไม่เกิน 100 ปี
ซึ่งก็หมายความว่า อู่ อวี้ นั้นช่างอ่อนเยาว์ยิ่งนัก
ทั้งสามคนนี้ เป็นชาย 2 หญิง 1 มีนามว่า ฟาง
เชาฉวิน, อู่ เทียนหยี่, เจินหยู๋ พวกเขาอยู่ในระดับ
ตำหนักม่วงทะเลมรกตขั้นแรก ทั้งยังมีอายุไล่เลี่ย
กับ เฉิน ชิงหยู๋
ภายในเมือง นครจักรพรรดิเพลิง พวกเขานับเป็น
อัจฉริยะน้อยฝีมือไม่เลวเลยทีเดียว
แน่นอนพวกเขาทั้งหมดล้วนเลื่อมใสนับถือในตัว อู่
อวี้
ในระหว่างที่ ค่ายเทียมฟั้า เต็มไปด้วยบรรยากาศ
คึกคัก ส่วนทางค่ายมังกรคราม ของ ลั่วผิน
เนื่องจากความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างห่างเหิน ทำให้
ค่ายของนางราวกับค่ายร้างที่เงียบสงัด บ้างก็
ออกไปปฏิบัติภารกิจ บ้างก็ปิดด่านฝึกตนอยู่
ภายในที่พักของตนเอง
ยามนี้ อู่ อวี้ นับได้ว่าเป็นผู้มั่งคั่งได้รับโชคลาภ
ใหญ่หลวง แต่เขากลับรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก ถ้า
ไม่ใช้สอยมัน
ประการแรก เขาได้ใช้มันซื้อวัตถุดิบจำนวนมาก
สำหรับการหลอมสร้างปรุงยา และ ค่ายกลวงเวท
ทั้งยังยกระดับเตาหลอมสามขา ซึ่งถือว่านี่เป็นการ
ใช้จ่ายมือเปิบอย่างแท้จริง โดยสูญเสียเม็ดยา
ปราณมรกตไปกว่า 50 เม็ด ซึ่งในแง่ของการหลอม
สร้างปรุงยาและวงเวทค่ายกลแล้ว เขาได้เลือกใช้
สอย และ วัตถุดิบต่าง ๆ อย่างดีที่สุด! เนื่องจาก
การยกระดับขอบเขต เขาจำเป็นต้องพึ่งพาสิ่งของ
เหล่านี้
จากนั้น เขาก็มุ่งหน้าไปยัง ‘วังเต๋า’ ที่อยู่ในเมือง
ชั้นใน ซึ่งภายในห้องโถงของวิหารเต๋านั้น ได้
รวบรวมเคล็ดวิชาเต๋าเอาไว้มากมาย ซึ่งวังเต๋า
แบ่งเป็น 3 ชั้นเสมือนดั่ง พระราชวังแห่งแสง อู่
อวี้ มียศเป็นหัวหน้ากองร้อย จึงสามารถเข้าไปใน
พระราชวังเต๋าชั้นกลางได้
กล่าวได้ว่านี่คือประโยชน์ของการกลายเป็น
หัวหน้ากองร้อย เขาสามารถเลือกเฟั้น เคล็ดวิชา
แก่นแท้ฟั้าดิน ได้ด้วยตนเอง!
เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้ เขาฝึกฝนเคล็ดวิชากระบี่
มามากเกินไป จึงรู้สึกเบื่อหน่าย แน่นอนว่า เคล็ด
วิชาแก่นแท้ฟั้าดิน ที่ อู่ อวี้ จะเลือกเป็นนำมา
ฝึกฝนในครั้งนี้ ย่อมมีค่าใช้จ่ายเป็นการแลกเปลี่ยน
ซึ่งมันมีราคาค่างวดอยู่ที่ 100,000 เม็ดยาสร้าง
แกนนภา หรือ เท่ากับ 100 เม็ดยาปราณมรกต!
เคล็ดวิชาเต๋าภายใน นครจักรพรรดิเพลิง มี
หลากหลายชนิดมากกว่าเขาซูซัน ซึ่งเหมาะ
สำหรับ อู่ อวี้ ยิ่งกว่าเก้าในสิบส่วนของ นิกาย
เซียนซูซัน ล้วนเป็นวิชาของผู้ฝึกตนในวิถีกระบี่
ซึ่งทำให้ อู่ อวี้ ไร้ซึ่งหนทางเลือกอื่นใด
เคล็ดวิชาเต๋าครึ่งหนึ่งของ นครจักรพรรดิเพลิง
สามารถใช้งานได้ โดยไม่ต้องใช้ศาสตรา
ส่วนเคล็ดวิชาเต๋าอีกครึ่ง ต้องใช้ศาสตราชนิดต่าง
ๆ เมื่อผสานเข้ากับพลังฝีมือจะยิ่งหนุนนำ ทำให้
ศาสตรานั้นทรงอนุภาพสูงสุด!
เคล็ดวิชาที่ไม่จำเป็นต้องใช้ศาสตรานี้ มีรูปแบบ
การพลิกแพลงสูงล้ำ ทั้งยังลึกลับมหัศจรรย์ยิ่งกว่า
อีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าความสามารถในการโจมตี
กับกระบวนท่าปลิดชีพย่อมอ่อนด้อย
การใช้ศาสตราเต๋า ปลดปล่อยเคล็ดวิชากระบี่
ผสานพลังอำนาจจากวงเวท จะทำให้พลังอำนาจ
ในการโจมตีสังหารเพิ่มขึ้นอย่างสูงล้ำ
เนื่องจาก อู่ อวี้ มีเวทศาสตราโจมตีจาก เสาเห
ยียนหวงเบิกฟั้า อยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจ
เลือกวิชา ซึ่งสามารถใช้งานได้โดยปราศจาก
ศาสตราเต๋า แล้วต้องเป็นเคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดินที่
ทรงพลังอย่างยิ่งยวดอีกด้วย
เขาใช้เวลามากกว่าสิบวัน เลือกเฟั้นค้นหาเคล็ด
วิชาแก่นแท้ฟั้าดินจำนวนนับไม่ถ้วน ซึ่งการเลือก
ของเขาถือว่าละเอียดลออ และ ระมัดระวังอย่าง
ยิ่งยวด อย่างไรก็ตามหากเปลี่ยนเป็นคนธรรมดา
สามัญ พวกเขาอาจตัดสินใจได้ภายใน 1 หรือ 2
วัน
ในท้ายสุด หลังจากเลือกเฟั้นเคล็ดวิชาจำนวนนับ
ไม่ถ้วน เขาก็พบ เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน ซึ่งมี
มูลค่ากว่า 110,000 เม็ดยาสร้างแกนนภา
ชื่อของมันก็คือ : มังกรทรราชผนึกสวรรค์!
นี่คือเคล็ดวิชาพัฒนาการที่มีความแข็งแกร่งอย่าง
ยิ่ง หลังจากฝึกฝนได้สำเร็จ จะสามารถสร้างเป็น
สนามพลัง เมื่อตกอยู่ภายในเขตแดนนี้ ใช้พลังจาก
แกนกำเนิด ควบแน่นแก่นแท้ตำหนักม่วงบังเกิด
เป็น ‘มังกรทรราช’ หากฝึกฝนจนถึงขั้นสูงสุด จัก
สามารถเรียกมังกรออกมาได้ถึง 8 ตัว ทะยาน
ออกมาจากผืนปฐพี ห้อมล้อมผัวพันเป็นเกลียว
จองจำพันธนาการศัตรูไว้!
ในเวลานี้เขาไม่สามารถใช้เคล็ดตรึงกายาได้แล้ว
ซึ่ง อู่ อวี้ ต้องการเคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน ที่
สามารถหยุดยั้งพันธนาการศัตรูเอาไว้ได้ ด้วยวิชา
นี้เมื่อใช้งานสอดประสานกับ เสาเหยียนหวงเบิก
ฟั้า จะทำให้บังเกิดเป็นพลังอำนาจที่ทรงพลังมาก
ยิ่งขึ้น
สิ่งที่เรียกว่า ‘คุกมังกร’ แท้จริงแล้วคือการ
ควบแน่นพลังอันลี้ลับจากเคล็ดวิชาเต๋า ร่ำลือกัน
ว่าเกิดขึ้นจาก ผู้ฝึกตนโบราณที่สังเกตการต่อสู้ของ
มังกรเทวะ จนกระทั่งรู้แจ้งในเต๋าสร้างเป็นวิชานี้
ขึ้น ตามตำนานเล่าขานว่า หากมังกรทรราชทั้ง 8
ตนได้ผนึกผสานกำลังเข้าด้วยกัน แม้แต่สวรรค์ก็
ยังสามารถพันธนาการได้ แน่นอนว่านี่อาจเป็น
เพียงเรื่องที่กล่าวเกินจริง อย่างไรก็ตามเนื่องจากมี
ความเกี่ยวข้องกับมังกรเทวะ ทั้งยังบังเกิดจากการ
รู้แจ้งในมหาวิถีแห่งเต๋า ก่อกำเนิดเป็นร่างจำแลง
มังกรเทวะขึ้น เห็นได้ชัดว่า ‘วิชามังกรทรราชผนึก
สวรรค์’ ไม่ใช่วิชาที่อ่อนด้อยแม้แต่น้อย!
ในท้ายสุดแล้ว การเลือก เคล็ดวิชามังกรทรราช
ผนึกสวรรค์ ยังเกี่ยวโยงกับ ลั่วผิน อยู่เล็กน้อย
เนื่องจาก ลั่วผิน ทำให้ อู่ อวี้ สังเกตเห็นเคล็ดวิชา
แก่นแท้ฟั้าดินนี้
หลังจากจ่ายเม็ดยาปานมรกตไป 110 เม็ดแล้ว อู่
อวี้ ก็เหลือเม็ดยาปราณมรกตไม่ถึง 60 เม็ด เมื่อ
ออกจาก ‘วังเต๋า’ เขาก็กลับไปที่ค่ายเทียมฟั้าทันที
หลังจากกลับมาถึงค่าย เขาก็ประกาศว่าจะปิดด่าน
ฝึกตนทุ่มเทสมาธิกับการเรียนรู้ทำความเข้าใจ
วิชามังกรทรราชผนึกสวรรค์ เนื่องจากว่าในตอนนี้
ปัญหาเรื่องหนี้สินได้ถูกแก้ไขจนหมดแล้ว ทำให้
เขารู้สึกผ่อนคลายสบายใจอย่างยิ่ง จึงไม่ได้รีบร้อน
อะไรมากนัก
อู่ อวี้ ได้เตรียม เม็ดยาปราณมรกต 60 เม็ด พรั้ง
พร้อมไว้หมดแล้ว เขาได้มอบมันให้กับร่างอวตาร
คนละ 6 เม็ด หลังจากร่างอวตารกลืนกิน เม็ดยา
ปราณมรกต เข้าไปแกนกำเนิดของพวกมันก็
ยกระดับขึ้นอีกขั้น แล้วก็ถึงขีดจำกัดอีกครั้งเช่นกัน
” ข้าสามารถใช้เวลาขบคิด ‘อวตารนอกวิถี’ หาก
ข้าสามารถปรับแต่งยกระดับเป็นขั้นที่ 3 ได้ ข้าจะ
สามารถใช้ร่างอวตารได้หลายร้อยตน ” เมื่อ อู่ อวี้
จินตนาการนึกถึงภาพนั้น มันก็ทำให้เขารู้สึก
ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
ช่างเป็นการฝึกฝนที่แสนยากลำบากยิ่งนัก
ประการแรกต้องยกระดับปรับแต่งแกนนภา
ซึ่งเขาจำเป็นต้องใช้ความรู้แจ้งจากมหาวิถีแห่งเต๋า
เข้ามาเสริมด้วย อีกทั้งเขายังต้องใช้เวลาใน
การศึกษาไตร่ตรองค่ายกลวงเวทรวมถึงการหลอม
สร้างกลั่นสกัด ท่ามกลางการศึกษาทำความเข้าใจ
แก่นแท้จากผู้อาวุโส ซึ่งเขาจำเป็นต้องใช้เวลากว่า
ครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว
ประการที่สองฝึกฝนขัดเกลา มังกรทรราชผนึก
สวรรค์ เนื่องจากเขาเคยมีประสบการณ์ไตร่ตรอง
เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดินมาก่อนแล้ว บวกกับยามนี้
อู่ อวี้ มีความเข้าใจที่สูงล้ำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นจึง
ไม่ใช่เรื่องยากลำบากเท่าใดนัก
ทั้งสองเส้นทางนี้ต่างกินเวลาของเขาไปกว่าครึ่ง
ซึ่ง อู่ อวี้ จำต้องแบ่งแยกเวลาทั้งสองให้ชัดเจน
” บำเพ็ญเพียรเป็นเซียน เพื่อให้สามารถอดทนอด
กลั้นข้ามผ่านความโหดเหี้ยมดุร้ายจากการต่อสู้ ยิ่ง
จำเป็นต้องอดทนศึกษาไตร่ตรองเคล็ดวิชาเต๋า อีก
ทั้งยังต้องอดทนอนดกลั้นข้ามผ่านความเบื่อหน่าย
ไตร่ตรองทำความเข้าใจ ค่ายกลวงเวท และ การ
หลอมสร้างโอสถอีกด้วย ”
กล่าวได้ว่าสิ่งที่ยากสุดหาใช่อดีต ทว่าเป็นนับจาก
นี้
เบื่อหน่าย หงอยเหงาโดดเดี่ยว นับเป็นเรื่องยากที่
คนจะก้าวข้ามผ่านมันไปได้ หลายต่อหลายครั้งที่
ต้องพ่ายแพ้ให้กับมัน ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถทน
ต่อความโดดเดี่ยวหดหู่ได้
หลายปีที่ผ่านมา หนานกง เหว่ย อยู่เคียงข้างกับ
เขาไม่ห่าง ยามใดที่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า เขา
จะสามารถพูดคุยโอบกอดนาง ช่วยผ่อนคลายหาย
เหนื่อยได้
วันนี้ห้องฝึกช่างเวิ้งว้างว่างเปล่า มีเพียงแค่เงาของ
อู่ อวี้ เพียงลำพังเท่านั้น
” อย่าคิดให้มากความดีกว่า ถึงอย่างไรก็ไม่อาจ
ย้อนกลับไปยังซูซันได้อีก… ”
เขาไม่อาจหักห้ามให้ตนเองถวิลหาเขาซูซัน ไม่อาจ
หักห้ามให้ตนเองคำนึงคิดถึงความงดงามของ
หนานกง เหว่ย ไม่อาจหลงลืมภาพความทรงจำที่
เคยอยู่ร่วมกับนางภายใน ถ้ำเทียมฟั้า
เพราะว่าเรื่องราวในวันนั้น ที่เกิดขึ้นบนสนาม
ประลองเป็นตาย ภายในอาณาเขตกระบี่สามัญ
สายตาที่นางมองมายังเขาช่างน่ากลัวเสียเหลือเกิน
ความเป็นจริงในเวลานั้นนางเศร้าโศกระทมใจ
อย่างสุดขีด แล้วจะสามารถย้อนความรู้สึกดี ๆ ให้
กลับคืนมาเช่นดั่งอดีตจะได้อย่างไร
” ข้าคิดถึงเจ้าเสียเหลือเกิน ทว่าข้าคงทำได้เพียง
แค่ยืนนิ่งอยู่ตรงนี้ ไม่อาจก้าวไปข้างหน้าได้อีก ”
” เหว่ยเอ๋อ ในเมื่อเจ้ามีหนทางของที่เจ้าเลือกเอง
ตัวข้าก็จะไม่ไปรบกวนข้องแวะให้เจ้ารำคาญใจอีก
เพราะข้าไม่อาจเปลี่ยนให้เจ้าไปเลือกเส้นทางใหม่
ได้ ”
“ข้าหวังว่า สักวันหนึ่งเจ้าจะกลายเป็นเซียนอมตะ
สมดังใจปรารถนา ”
” ส่วนตัวข้า คงต้องฝึกฝนอย่างหนักต่อไป ”
เขาไม่เคยเกลียดหรือโกรธแค้น หนานกง เหว่ย
เลยแม้แต่น้อย ในวันนั้นที่เขาตัดสินใจลาจาก เป็น
เพราะพวกเขามีสองเส้นทางเดินที่แตกต่างกัน
สำหรับผู้ฝึกตน เรื่องราวระหว่างคู่รักถือเป็นเรื่องที่
โหดร้ายอย่างยิ่ง
หลังจากครุ่นคิด ทุกอย่างก็เริ่มชัดเจนแจ่มแจ้งขึ้น
ภายในใจเริ่มสงบนิ่งไม่ฟุั้งซ่าน ทำให้เขาสามารถ
ปรับแต่งยกระดับแกนนภาต่อได้ ทำให้เขาสามารถ
ไตร่ตรองถึง เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน ทั้งยังเริ่มรู้
แจ้งในเต๋าแห่ง ‘มังกรทรราช’ อีกด้วย
หากประสบความสำเร็จ อู่ อวี้ ตัดสินใจที่จะก้าวไป
ข้างหน้า เพื่อกระทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า
นับว่าเขาโชคดีอย่างมาก ความมั่งคั่งอันยิ่งใหญ่
ครานี้ล้วนได้มาจากผู้ฝึกตนนอกรีต ทำให้ อู่ อวี้
รู้สึกว่าจะต้องจับตาผู้ฝึกตนนอกรีตเป็นพิเศษ
ปีศาจเจ็ดทะเลแดง ต่อมา เฮยซาน กุ่ยอี้ หนนี้ก็
เป็นผู้ฝึกตนนอกรีตทั้งสาม ความเหี้ยมโหดของ
พวกมัน ได้ประทับตราตรึงอยู่ห้วงลึกภายในจิตใจ
ของ อู่ อวี้
หากกล่าวตามจริง เขาเองก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่า ผู้ฝึก
ตนนอกรีตจะชั่วช้าต่ำทรามไปเสียทุกคน
เพราะยังไงแล้ว เขาก็มีเกณฑ์ตัดสินเป็นของตัวเอง
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ