กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 380 : คายกลลานกระบี่
ในแต่ละครั้งที่เขามั่งคั่งร่ำรวย แต่ก็ต้องใช้หมดไป
ในพริบตา ทำให้ล่วงรู้ได้ความมั่งคั่งในสมบัติ
ทรัพยากร นั้นมีความสำคัญกับผู้ฝึกตนมาก
เพียงใด
นับตั้งแต่ที่เขาแลกเปลี่ยน ‘มังกรทรราชผนึก
สวรรค์’ เขาก็จำต้องซื้อวงเวทย์ค่ายกลมาเป็น
จำนวนมาก หลังจากหลอมสร้างสรรค์สกัดวัตถุดิบ
ส่วนผสมเพื่อปรุงโอสถ ก็ทำให้ร่างอวตารของเขา
ยกระดับขึ้น ทว่าเม็ดยาปราณมรกตกว่า 200 เม็ด
ก็อันตรธานหมดสิ้นด้วยเช่นกัน
เมื่อประกาศออกไปว่า เขาจะทำการปิดด่านฝึกตน
โดยปกติแล้วหากไม่ใช่ธุระสำคัญคอขาดบาดตาย
จริง ๆ แล้วก็ ย่อมไม่มีใครหาญกล้ามารบกวนเขา
อย่างเด็ดขาด
หลังออกจากเขาซูซัน จิตใจของเขาก็สงบนิ่งขึ้น
มาก โดยเฉพาะยามเมื่อเขาฝึกฝนบ่มเพาะ
หมดทั้งมวลอาจเป็นเพราะว่า นิกายเซียนซูซัน
หมายมาดสยบเขาให้อยู่หมัด และต้องการที่จะ
เปลี่ยนวิถีแห่งเต๋าของตน แต่เพราะเช่นนั้นเอง
เมื่อยามเขาฝึกฝนบ่มเพาะในตอนนี้ มันยิ่งทำให้
เขาเห็นเส้นทางของตนเองชัดเจนแจ่มแจ้งมาก
ยิ่งขึ้น บัดนี้เขาสามารถมองเห็นแสงสว่างที่คอย
สาดส่องเส้นทางให้แก่เขาอยู่เบื้องหน้า
หากกล่าวว่านี่คือ ‘ประตู’ ที่จะนำพาเข้าสู่เส้นทาง
เขาคงจะตั้งชื่อให้มันว่า ประตูไม่มีวันหวนคืน
“ ไม่มีวันหวนคืน หาใช่การต่อต้านสรรพสิ่งจาก
ภายนอก แต่คือการยึดมั่นในเจตจำนงของตนเอง
”
“ กล่าวได้ว่ายามนี้ข้าตระหนักรู้ เพียงแค่ปลาย
เส้นผมเท่านั้นกว่าจะเข้าใจรู้แจ้งอย่างแท้จริง
นับว่ายังอีกห่างไกลยิ่งนัก หากให้แยกแยะ
เปรียบเทียบ คงต้องกล่าวว่าห่างกันประหนึ่ง
สวรรค์แลปฐพี! ”
อีกทั้งเขายังต้องตระหนักรู้ในตนเอง
ฉะนั้นวิธีที่ อู่ อวี้ ใช้ฝึกฝน มังกรทรราชผนึก
สวรรค์ คือการไตรตรองศึกษาเมล็ดพันธุ์แห่งจิต
วิญญาณของ เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดินโดยตรง
สิ่งที่เรียกว่าผนึกสวรรค์นั้น แม้แต่สวรรค์ก็ยังกล้า
ผนึก นี่คือการฝืนชะตาฟั้าอย่างใหญ่หลวง!
เมื่อเข้าใจเจตจำนงอย่างลึกซึ้ง อู่ อวี้ ก็เริ่มไต่ตรอง
เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน อีกครั้ง เพราะว่าในครานี้
เขากลับรู้สึกว่ามันช่างง่ายดายอย่างน่าเหลือเชื่อ!
อันที่จริงนี่อีกหนึ่งเหตุผลที่เขาเลือก เคล็ดวิชา
มังกรทรราชผนึกสวรรค์!
หลังจากเขาอ่านคำชี้แนะเพียงสั้น ๆ ภายในใจเขา
ก็ครุ่นคิดอยู่หลายอย่าง ท่ามกลางเคล็ดวิชานับ
หมื่นชนิด กล่าวได้ว่าเคล็ดวิชานี้เหมาะสมกับเขา
มากที่สุดแล้ว
วิชา มังกรทรราชผนึกสวรรค์ มีทั้งหมดแปดขั้น
ภายในเดือนแรก อู่ อวี้ อาศัยความรู้แจ้งในเต๋า
ของตนเอง ผ่านการฝึกปรือซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนขึ้นใจ
ปฏิบัติตามแนวทางแลประสบการณ์ของชนรุ่น
ก่อน ในที่สุดก็สามารถก่อร่างกำเนิด มังกรทรราช
ตัวแรกขึ้นมาได้
เดือนที่สอง มังกรทรราช ตัวที่สองก็ถือกำเนิด
ขึ้นมาได้อย่างราบรื่นไม่ติดขัด การปรากฏตัวของ
มันในครานี้เป็นมังกรคู่ตัวพัวพันแหวกฝั่าออกมา
จากหลุมมิติ
เดือนที่สาม มังกรทรราชตัวที่สามก็ถือกำเนิดอย่าง
ไร้ซึ่งเหตุการณ์ไม่คาดฝันใด ๆ
ครึ่งปีผ่านไป มังกรทรราชก็ถือกำเนิดทั้งหมด 7 ตัว
คราแรก อู่ อวี้ ได้วางแผนเอาไว้ว่าเขาจะปิดด่าน
ฝึกตนเพียงแค่ครึ่งปีเท่านั้น แต่ในเวลานี้ มังกร
ทรราชผนึกสวรรค์ จวนเจียนใกล้สำเร็จเต็มที เขา
จึงตัดสินใจต่อเวลาปิดด่านฝึกตนเพิ่มขึ้นอีก 1
เดือน จนกระทั่งอยู่ห่างประตูจากความสำเร็จเพียง
แค่ก้าว และแล้วในที่สุดเขาบรรลุ เคล็ดวิชาแก่น
แท้ฟั้าดิน ได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
เขาใช้เวลามากกว่าครึ่งปี ถึงจะสามารถก้าวผ่าน
ประตู เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน ได้อย่างสมบูรณ์
แบบ ถึงแม้ว่าเขาจะจัดอยู่ในระดับอัจฉริยะ แต่ก็
ยังต้องใช้เวลาฝึกปรือนานถึงเพียงนี้
หลังจากทั้งหมดทั้งมวล ต้องใช้เวลากว่าหนึ่งปี
หรือ อาจจะมากกว่านั้น โดยทั่วไปแล้วสำหรับผู้
ฝึกตนช่วง 100 ปี นับเป็นช่วงเวลาดีที่สุด หลาย
คนภายใน 100 ปีนี้การฝึกตนของพวกเขาพุ่ง
ทะยานสู่จุดสูงสุด ทว่าต่อจากนั้นพวกเขาก็ถึงจุด
ตีบตันยากจะก้าวหน้าต่อไปได้
ซึ่งแน่นอนว่า อู่ อวี้ หาได้ใช้ทุ่มเวลาทั้งหมดไปกับ
การฝึกฝน เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน นี้
เขาประสบความสำเร็จอย่างล้นพ้น ในการฝึกปรือ
วงเวทย์ค่ายกล ทั้งยังสามารถหลอมสร้างปรับแต่ง
ศาสตราเต๋าเชื่อมจิตได้ด้วยตนเอง 1 ชิ้น! ชิ้นแรก
อาจจะยากเย็นอยู่นิดหน่อย ในภายภาคหน้า
จะต้องง่ายดายยิ่งขึ้นกว่านี้
หากกล่าวถึงยันต์ เขาสามารถสร้างยันต์ที่มีที่มี
ศักยภาพร้ายแรงอย่างยิ่งขึ้นมาได้ กล่าวได้ว่าด้วย
ระดับพลังความร้ายกาจของมัน ถึงแม้ในยามนี้จะ
ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากนัก ทว่า
ภายในกองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง อาจมี
เหตุการณ์ให้เขาสามารถนำมันมาใช้งานได้
นอกจากนี้เขายังค้นคว้าเกี่ยวกับ มหาเวทฟั้าดิน
ด้วยเพราะการออกไปปฏิบัติภารกิจครั้งล่าสุด ลั่ว
ผิน ได้ใช้เสริมสร้างความแข็งแกร่งของ ค่ายกลคุ้ม
เมือง ให้แก่ เมืองเมฆาแรกอรุณ ซึ่งในครั้งนั้นทำ
ให้ทำเขารู้สึกประทับใจอย่างยิ่ง
อันเนื่องจากข้อจำกัดทางด้านภูมิศาสตร์ ทำให้เขา
ไม่สามารถทดสอบกางค่ายกลภายใน ค่ายเทียมฟั้า
นี้ได้ ถึงแม้เขายังไม่ได้ทดสอบวางค่ายกล แต่ด้วย
ความรู้ความสามารถที่สั่งสมมา เขามั่นใจว่าหาก
ออกไปด้านนอก เขาก็สามารถสร้างค่ายกลนี้ได้
เช่นกัน
หลายวันมานี้เขาได้ศึกษาเกี่ยวกับ มหาเวทฟั้าดิน
หลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นมันมีชื่อว่า ค่ายกลล้าน
กระบี่ ซึ่งเป็นค่ายกลประเภทเดียวกับ นิกายกระบี่
สวรรค์ แต่มีระดับสูงกว่า ค่ายกลหมื่นกระบี่
สำหรับ ค่ายกลหมื่นกระบี่นี้ อู่ อวี้ รู้สึกลึกซึ้งกับ
มันเป็นพิเศษ
พลังอำนาจของ ค่ายกลล้านกระบี่ ทรงอานุภาพ
ร้ายกาจเป็นอย่างมาก ด้วยกรรมวิธีการวาดวง
เวทย์ อู่ อวี้ ต้องใช้เม็ดยาสร้างแกนนภาไปกว่า
สองหมื่นเม็ด เพื่อแลกเปลี่ยนวัตถุดิบจำเป็นต้องใช้
มา
“ หากข้าได้กลับไปยัง นิกายกระบี่สวรรค์ เมื่อใด
จะนำ ค่ายกลล้านกระบี่ ไปเสริมค่ายกลให้กับ
นิกายกระบี่สวรรค์ จากนั้นข้าจะไปวางที่ นครเยว่
อู่ อีกแห่งหนึ่ง ”
เนื่องจากในเวลานี้ เขาได้ตระเตรียมวัตถุต่าง ๆ ที่
ต้องใช้สร้างค่ายกลไว้พร้อมแล้ว
ความจริงแล้วจุดเริ่มต้นของการศึกษา ค่ายกลล้าน
กระบี่ มาจากความอาลัยอาวรณ์
อู่ อวี้ หวนคิดคนึงถึงเรื่องราวที่นครเย่วอู่ คิดถึง
ท่านพี่หญิง อู่ หยู๋ คิดถึงทุก ๆ คนใน นิกายกระบี่
สวรรค์
คิดถึงอาจารย์ ศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งหลาย ศิษย์พี่
หญิง…
ในเวลานี้เกรงว่า เฟิงซัวหยา ยังคงไม่ล่วงรู้ว่า
ตนเองเป็นศิษย์ถูกขับไล่ออกจากนิกายแล้ว
อู่ อวี้ อยากกลับไปหาเยี่ยมเยียนพวกเขาอีกครั้ง
ส่วนในเรื่องหลอมสร้างปรุงยา สำหรับยามนี้เขา
สามารถปรุงยาได้กว่าร้อยชนิด ท่ามกลางพวกมัน
ทั้งหลายนับได้ว่ามีคุณสมบัติยอดเยี่ยมล้ำเลิศไม่
อาจหาใดเปรียบ
นอกจากนี้กว่าครึ่งปีที่เขาปรับแต่งยกระดับแกน
นภา ยิ่งทำให้เขาเชื่อมั่นในวิถี โดยเฉพาะยามเมื่อ
วาดวงเวทค่ายกล ซึ่งได้ช่วยหนุนนำการปรับแต่ง
ยกระดับแกนนภาของ อู่ อวี้ ได้มากเลยทีเดียว
แล้วในช่วงเวลานี้เขากำลังอยู่ในจุดตีบตัน
เขาครุ่นคิดว่า หากเม็ดยาปราณมรกตนั้นมี
เพียงพอ เขาจะสามารถทะลวงข้ามผ่านก้าวสู่
สร้างแกนนภา ขั้นที่ 9 ได้อย่างไม่ยากเย็น
ซึ่งก็หมายความว่า เขาจำเป็นต้องใช้ เม็ดยาปราณ
มรกต อีกเป็นจำนวนมาก
ร่างอวตารของเขาถึงจะสามารถยกระดับขึ้นอีกขั้น
…
มหาวิถีเชื่อมสวรรค์ของเขาก็คือ อวตารนอกวิถี อู่
อวี้ จำต้องใช้เวลาอีกมากในการครุ่นคิดไตร่ตรอง
นานกว่า 3 เท่า นอกจากนี้ยังต้องใช้เวลาทำ
ความรู้แจ้งเพิ่มอีกเล็กน้อยด้วย
ก่อนการปิดด่านฝึกตนจะสิ้นสุดลง อู่ อวี้ ได้
วางเปั้าหมายของตัวเองในอนาคตเอาไว้เรียบร้อย
แล้ว
“ ความมั่งคั่งที่เก็บเกี่ยวมาจากภารกิจล่าสุด ได้
หมดสิ้นแล้ว ถือได้ว่ามันไม่ช่วยให้ข้าก้าวรุดหน้า
ขึ้นมากทีเดียว คงถึงคราวที่ข้าจะต้องออกไปรับ
ภารกิจอีกครั้ง เม็ดยาปราณมรกต 200 เม็ดยังไม่
เพียงพอสำหรับข้า ข้าต้องการมากกว่านี้! ข้าต้อง
มีมากกว่านี้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป! ”
“ ภารกิจในครั้งต่อไป ข้าจะต้องคัดเลือกภารกิจที่
ต้องเผชิญหน้ากับผู้ฝึกตนนอกรีต! โดยเฉพาะทะเล
ตงไห่! เพราะที่นั่นมีโอกาสที่จะเจอกับผู้ฝึกตนนอก
รีตมากที่สุด อีกทั้งที่นั่นยังถือเป็นดินแดนแห่งขุม
ทอง ซึ่งตัวข้าสามารถกอบโกยผลกำไรได้อย่าง
ง่ายดายเต็มที่ ทั้งยังผ่านเยว่อู่ ข้าจะถือโอกาสนี้
แวะกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดเสียเลย ”
อู่ อวี้ มองดูแผนที่ดินแดนแห่งทวยเทพชั่วครู่ เขา
เลือกพิกัดเปั้าหมายการเดินทางว่าจะไปยัง
คาบสมุทรทิศบูรพา ซึ่งอยู่ติดกับอาณาเขตของ
ตระกูลเทียนอี้ เขาได้กำหนดจุดต่อสู้ของตนเอง
เอาไว้ล่วงหน้า ซึ่งที่นั่นอยู่ในทิศตะวันตกของห่าง
จาก นิกายเซียนซูซัน แต่ใกล้กับผู้ฝึกตนนอกรีต
แห่งทะเลตงไห่ นับเป็นสถานที่อันตราย ที่นั่นผู้คน
มักตกเป็นเหยื่อบ้างก็ถูกทำร้ายจากผู้ฝึกตนนอกรีต
มากที่สุด ยกตัวอย่างเช่น โย่ว หลิงจี แห่งบูรพา
เยว่อู่ หรือ ปีศาจเจ็ดทะเลแดง แห่งทะเลตงไห่
กล่าวได้ว่าผู้ฝึกตนนอกรีตกระจายตัวอยู่ทุกหนทุก
แห่ง
สมบัติอันมั่งคั่งมากมายที่ติดกายของพวกมัน
นับว่าเป็นผลพลอยได้อันใหญ่หลวง กอปรกับ
รายได้หลักที่ได้มาจากผลงานของ นครจักรพรรดิ
เพลิง
พวกมันทำร้ายมนุษย์ในสามพันอาณาจักรเซียน
เนื่องจากมนุษย์มีอยู่ทุกหนแห่ง จำนวนของพวก
เขามากมายจนนับไม่ถ้วน สำหรับผู้ฝึกตนนอกรีต
แล้ว มนุษย์เหล่านี้ถือเป็นแหล่งฟาร์มชั้นเลิศที่มัน
สามารถสังหารได้อย่างไม่มีวันหมดสิ้น
ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลข้างต้น ภารกิจที่
เกี่ยวข้องผู้ฝึกตนแห่งทะเลตงไห่ จึงเป็นที่ต้องการ
เป็นอย่างมาก
ทุก ๆ ปีมีทหารจาก กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง
ต้องตกตายอยู่ในทะเลตงไห่ไม่น้อยเลยทีเดียว
ผู้ฝึกตนนอกรีตไปมาไร้ร่องรอย มีที่อยู่ไม่เป็นหลัก
แหล่ง การตอบโต้แก้แค้นพวกมันมิไม่ใช่เรื่องง่าย
ๆ เลย
“ ทรัพยากรสำหรับใช้บำเพ็ญตนของข้า ขึ้นอยู่กับ
มัน! ”
วันนี้เป็นวันที่ อู่ อวี้ ออกจากการปิดด่านฝึกตน
เหล่าพี่น้องแห่งค่ายเทียมฟั้า รอเฉลิมฉลองร่วม
ยินดีกับเขามานานแล้ว
อู่ อวี้ ใจคอกว้างขวางอย่างยิ่ง เขานำโอสถที่
หลอมปรุงขึ้นมาด้วยตนเองรวมถึงแผ่นยันต์ มอบ
ให้แก่ไพร่พลของตนเอง สิ่งของเหล่านี้ส่วนใหญ่
แล้วเขาไม่สามารถใช้งานได้ แต่สำหรับผู้ที่อยู่ใน
ขอบเขตสร้างแกนภา ยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง
“ ผู้บัญชาการอู่ หลังจากนี้ท่านมีแผนจะทำอะไร
ต่องั้นหรือ? ” ฟาง เชาฉวิน ชายหนุ่มร่างกำยำไต่
ถามขึ้นอย่างสุภาพ
อู่ อวี้ กล่าว “ ไปที่พระราชวังแห่งแสง เพื่อหา
ภารกิจทำ ตอนนี้ข้ายากจนข้นแค้นเหลือคณา ”
ทุกคนได้ยินดังนั้น ก็โห่ร้องขึ้นมาทันที “พาพวกข้า
ไปด้วย! ได้ยินมาว่า ที่พระราชวังแห่งแสง มี
ภารกิจที่สามารถทำร่วมกันทั้งค่ายด้วย พวกเราไม่
หวังอะไร เพียงแต่อยากติดตามท่านออกไปสู้รบ
ด้วยเท่านั้น ”
“ ใช่แล้ว ผู้บัญชาการอู่ ค่ายเทียมฟั้า ของเรา ไม่มี
ชื่อเสียงใน นครจักรพรรดิเพลิงเลย ”
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วพูดว่า “ ข้าไม่อาจรับปากพวกเจ้าได้
ด้วยเพราะภารกิจทุกชิ้นที่ข้าเลือก ล้วนมีอันตราย
ต้องเสี่ยงด้วยชีวิตแทบทั้งสิ้น ก็เท่ากับว่ามีโอกาส
ตกตายได้ทุกเมื่อ น่ากลัวว่าจะพาพวกเจ้าไปเผชิญ
อันตรายเปล่า ๆ”
ท่ามกลางไพร่พลทหาร เด็กหนุ่มผู้หนึ่งมีนามว่า อู่
เทียนหยี่ ก็กล่าวขึ้น “ ผู้บัญชาการอู่ ไหนเลยท่าน
ถึงกล่าววาจาห่างเหินเช่นนี้ พวกเราล้วนเป็นผู้ฝึก
ตน ไม่มีผู้ใดเกรงกลัวที่จะตกตาย!หากไม่เคยข้าม
ผ่านประสบการณ์แห่งชีวิตและความตาย แล้วจะรู้
แจ้งในมหาวิถีแห่งเต๋าได้เช่นไร!พวกข้าเองก็
เหมือนกับท่าน มีจิตใจฝักใฝั่ปรารถนาอยากเป็น
เซียนอมตะ! ”
ทุกคนคึกคักกระตือรือร้นกันเป็นอย่างมาก
เมื่อทุกคนยืนกรานเช่นนี้ อู่ อวี้ ไตร่ตรองอยู่ชั่วครู่
แล้วกล่าวว่า” เอาล่ะ ๆ ถึงแม้ในยามนี้ ข้าจะยังไม่
สามารถตบปากรับคำกับพวกเจ้าได้ ถ้าหากข้าไปดู
แล้วมีภาระกิจที่เหมาะสม เอาเป็นว่าข้าจะกลับมา
ฟังความคิดเห็นจากพวกเจ้าอีกที ”
“ ไม่จำเป็นต้องกลับมาสอบถามความเห็นพวกเรา
อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นภารกิจใด ต่อให้ต้องบุกน้ำลุย
ไฟ พวกเราทุกคนจะขอติดตามท่าน! ”
“ ต่อให้ข้าไปทะเลตงไห่ต่อสู้กับผู้ฝึกตนนอกรีต
พวกเจ้าจะยอมติดตามไปด้วยอีกหรือไม่ ? ” อู่ อวี้
ไต่ถามขึ้นอย่างจริงจัง
“ ไปแน่นอน! ถึงแม้พวกเราจะไม่แข็งแกร่งเท่ากับ
ท่าน แต่ข้ามันใจว่าผู้ฝึกตนนอกรีตที่พวกเรา
สังหารได้ ต้องไม่น้อยกว่าท่านอย่างแน่น่อน”
แท้จริงแล้ว พวกเขาล้วนอยู่ในวัยสุกงอม ถึงแม้
รูปลักษณ์ภายนอกของพวกเขาจะคงอยู่ในวัย
กลางคนก็ตาม แต่พวกเขาก็ล้วนเป็นผู้ฝึกตนที่มี
อายุอานามหลายร้อยปี หากเทียบกับช่วงวัยของ
มนุษย์ปุถุชนธรรมดาในโลกมนุษย์ อายุอานามของ
พวกเขานับว่าเป็นปูั่ทวดของ อู่ อวี้ ได้เลยทีเดียว
“ถ้าเช่นนั้นก็ย่อมได้”
ณ พระราชวังแห่งแสง ในเวลานี้หน่วยของเขา
กำลังรับภารกิจ
สำหรับกรณีนี้ กล่าวได้ว่ายิ่งคนมากเท่าไรก็ยิ่ง
อันตรายมากขึ้นเท่านั้น ด้วยเพราะจำนวนคนที่
ค่อนข้างมาก มีโอกาสที่ฝั่ายตรงข้ามจะตรวจพบ
ก่อนค่อนข้างสูง รวมถึงจำนวนของศัตรูก็ยิ่งมาก
ขึ้นตามลำดับ
แน่นอนนี่เป็นทหารเพียงกลุ่มเดียวใน กองทัพ
เซียนจักรพรรดิเพลิง ที่มีโอกาสร่วมรับภารกิจจาก
พระราชวังแห่งแสง ร่วมกัน
“ ร่างอวตารของข้ามีความแข็งแกร่งจนสามารถสู้
ข้ามขั้นได้ 3 ระดับ แล้วถ้าหากข้าสามารถแยกร่าง
ออกมาได้นับร้อยตน โดยทั่วไป 1 คนเทียบเท่าได้
กับ 1 กองพล! แน่นอนว่ามันย่อมเป็นกองทัพที่
แข็งแกร่งมาก ทั้งยังเป็นกองทัพที่ไม่มีวันตาย! ”
ในเวลานี้ ร่างอวตารนอกวิถี ของเขาแยกได้ 10
ร่าง
สิ่งนี้ถูกเรียกว่า วิถีเทวะเชื่อมต่อสวรรค์ อู่ อวี้ ยาม
นี้เขาจำต้องค่อย ๆ ทำความคุ้นเคยกับ ฉีเทียนต้า
เซิ่น ทีละขั้น ทีละขั้น
ความลี้ลับของพลังอิทธิฤทธิ์นั้น นอกจากนี้ยังมี
ตราสัญลักษณ์ประทับอยู่บนแกนนภาอีก มันมี
ลักษณะคล้ายคลึงกับวงเวท ซึ่งในเวลานี้ตรา
สัญลักษณ์อวตารนอกวิถีของ อู่ อวี้ ยังมีความ
สมบูรณ์เพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อย ไม่แน่ว่าวันใดวัน
หนึ่ง เขาอาจสามารถเข้าสู่ขั้นที่ 3 ได้อย่างสมบูรณ์
วันรุ่งขึ้น อู่ อวี้ ก็เดินทางมาที่ พระราชวังแห่งแสง
เขาไม่ได้มาที่นี่มานานกว่าครึ่งปีแล้ว ทว่า
พระราชวังแห่งแสง ก็ยังคงเหมือนเดิมทุกประการ
ยามนี้มีผู้นำกองร้อยหลายสิบคนกำลังมองหา
ภารกิจที่เหมาะสมกับตนเอง
“ อ้าว… ผู้บัญชาการอู่นี่เอง ไม่ได้ประสบพบหน้า
กันเสียนานเลย” ผู้นำกองร้อยบางคนรู้จักกับเขา
เมื่อพบหน้าก็ทักทายพูดคุยกันสองสามคำอย่าง
ผ่อนคลาย
“ จริงดั่งที่ท่านว่า… ข้าเพิ่งออกจากการปิดด่านฝึก
ตนเมื่อไม่กี่วันนี้เอง ”
“จริงสิ… ข้าได้ยินมาว่า ท่านกับ ฉิน ฝูเหยา ได้ไป
ทำภารกิจที่ด้านนอกมาด้วยกัน แหม่… ช่างน่า
อิจฉาเสียนี่กระไร บุรุษหลายคนอยากมีโอกาสเช่น
ท่าน แต่โชควาสนาของพวกเขาช่างอับเฉายิ่งนัก
ฮ่ะ ๆ ๆ ” หัวหน้ากองร้อยกล่าวพร้อมกับหัวเราะ
ร่วน
อู่ อวี้ เองก็หัวเราะร่วมด้วยเช่นกัน
“ ดูเหมือนภารกิจครั้งที่ผ่านมาจะคุ้มค่ามากใช่
หรือไม่ ตั้งแต่ที่ท่านกลับจากปฏิบัติภารกิจ ข้าก็
ไม่ได้พบเจอหน้าท่านอีกเลย นี่ก็ผ่านมากว่าครึ่งปี
แล้ว แม้แต่ผู้บัญชาการลั่ว กับ ฉิน ฝูเหยา เองก็
เช่นกัน หายหน้าหายตาไปกันหมด ทั้ง ๆ ที่ปกติ
นางจะมาเดินเที่ยวเล่นแกว่งไปแกว่งมาอยู่ให้เห็น
”
“ พวกนางล้วนปิดด่านฝึกตน กันหมดเช่นนั้น
หรือ? ”
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเพราะเหตุใด ค่ายมังกรคราม
ถึงได้เงียบเชียบราวกับค่ายร้าง
หากกล่าวถึงความแข็งแกร่งของ ลั่วผิน นางนั้นไม่
อาจหาผู้ใดมาเทียบได้อยู่แล้ว ทว่าสำหรับ ฉิน ฝู
เหยา ไม่แน่ว่าหลังจากกลับออกมาจากการปิดด่าน
นางอาจทะลวงข้ามผ่านระดับตำหนักมองทะเล
มรกต ขั้นที่ 3 แล้วก็เป็นได้
บางที หนานกง เหว่ย ก็อาจอยู่ในขั้นที่ 3 ของ
ตำหนักม่วงทะเลมรกตเช่นเดียวกัน
พอครุ่นคิดถึงตรงนี้ ก็ทำให้เขารู้สึกกดดันขึ้นมา
เล็กน้อย
กล่าวได้ว่ายามนี้ อู่ อวี้ ขาดแคลน เม็ดยาปราณ
มรกต อย่างที่สุด ฉะนั้นเขาจึงเร่งรีบหาภารกิจที่จะ
ทำ โดยเน้นเรื่องสถานที่อยู่ใกล้กับทะเลตงไห่มาก
ที่สุด หมายมั่นให้ศัตรูฝั่ายตรงข้ามเป็นผู้ฝึกตนนอก
รีต
ด้วยเพราะคำพูดของ ฟาง เชาฉวิน ทำให้ อู่ อวี้
ต้องมุ่งเน้นไปที่ภารกิจ ซึ่งสามารถทำงานเป็นกลุ่ม
ใหญ่ได้เป็นพิเศษ
หลังจากเลือกเฟั้นมานานกว่าครึ่งค่อนวัน ในที่สุด
อู่ อวี้ ก็ค้นพบภารกิจที่เหมาะสมกับหน่วยของ
ตนเองเสียที
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ