กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 383 : เคลื่อนพลสูทะเลตงไห
“ นับเป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็น เรือรบจักรพรรดิ
เพลิง ช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก ว่ากันว่าพรรคนิกาย
อื่น ๆ หาได้มีพาหนะเช่นนี้ นี่คือพาหนะส่วนตัว
ของท่านเจ้าเมือง ที่สร้างขึ้นด้วยตนเองกับมือ ทุก
วงเวทย์ที่วาด กล่าวกันว่าล้วนมาจากวัสดุหาได้
ยากยิ่ง ต่อให้ควานหาทั่วทั้งทวีปแห่งทวยเทพก็ยัง
ยากที่จะพบพาน การมีอยู่ของเรือรบจักรพรรดิ
เพลิง ทำให้จำนวนผู้บาดเจ็บล้มตายลดลงเป็น
อย่างมาก ภายในทะเลตงไห่หาได้มี เรือรบ
จักรพรรดิเพลิง เช่นนี้ไม่ นี่คือเหตุผลที่เราใช้มัน
เดินทางข้ามผ่านในครั้งนี้ ”
เจินหยู๋ กล่าว
“ อู่ อวี้ นำค่ายเทียมฟั้าของท่านเข้ามา” ขณะนั้น
ค่ายอื่น ๆ ของทัพเซียนจักรพรรดิเพลิงต่างก็ขึ้น
เรือกันหมดแล้ว ด้วยเวลาเร่งด่วนเช่นนี้ ฮวางฝูั่
โพ่จุน จึงกล่าวเร่งรัดเขา
“ตกลง!”
อู่ อวี้ สั่งไพร่พลให้เร่งรีบขึ้น เรือรบจักรพรรดิเพลิง
แม้ในเวลานี้บนเรือรบจะมีผู้ร่วมพัน แต่ก็ยังมีพื้นที่
ว่างเหลือเฟือไม่มีความแออัดแม้แต่น้อย
ตอนนี้ทุกคนยืนอยู่บนดาดฟั้าเรือแล้ว ถ้าหากว่า
พบการโจมตี จากศัตรู ยังสามารถหลบเลี่ยงลงมา
อยู่ยังใต้ท้องเรือได้ แล้วเปิดใช้งานค่ายกลคุ้มภัย
รอคอยทัพกองหนุนจากนครจักรพรรดิเพลิง
อู่ อวี้ เหยียบขึ้นไปบนดาดฟั้าเรือรบ จ้องมองไปยัง
มหาสมุทรเมฆาอันไร้ที่สิ้นสุด ภาพที่เห็นอยู่เบื้อง
หน้า ทำให้เขาต้องตกตะลึงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
“นี่คือโลกแห่งเซียน!ช่างกว้างใหญ่ไพศาล!
มหัศจรรย์ยิ่งนัก!”
สิบปีก่อน เมื่อครั้งที่เขายังทำสงครามอยู่ในเขต
พรมแดนของนครเย่วอู่ ไม่คาดคิดเลยว่าวันหนึ่ง
จะมายืนอยู่บนกองทัพศึกจักรพรรดิเพลิงเช่นนี้
แหวกฝั่ามหาสมุทรเมฆา มุ่งหน้าไปยังทะเลตงไห่
อันกว้างใหญ่ไพศาล
นครจักรพรรดิเพลิง น่าเกรงขามอลังการเสียยิ่ง
กว่า นิกายเซียนซูซัน …
เขายืนอยู่ที่หัวเรือ ครุ่นคิดพิจารณา “ การเดินทาง
ไปยังทะเลตงไห่ครั้งนี้ถือว่าเร่งด่วนยิ่งนัก เมื่อเป็น
เช่นนี้ข้าคงไม่สามารถเดินทางไปยัง อาณาจักร
บูรพาเย่วอู่ ได้ เพราะอย่างไรเสียข้าคงไม่อาจ
เบียดเบียนเวลา ภารกิจของผู้อื่นจนทำให้เกิด
ความล่าช้า เช่นนั้น หลังจากนี้ก็ค่อยรอให้ครบ
กำหนด 3 เดือนแล้วกัน ให้ภารกิจลุล่วงเสร็จสิ้น
สมบูรณ์เสียก่อน ขากลับข้าค่อยแวะพักผ่อนอยู่ที่
นั่นสักระยะหนึ่ง ”
ถือเป็นครั้งแรกที่เขาได้ทำภารกิจร่วมกับกองทัพ
ศึกจักรพรรดิเพลิงเช่นนี้ ไม่นานนักพวกเขาก็เข้า
มาในอาณาเขตด้านในของซูซัน ซึ่งในเวลานี้เหล่า
ทหารของค่ายเทียมฟั้าต่างรู้สึกตื่นเต้นฮึกเหิมเป็น
อย่างยิ่ง ทุกคนพูดคุยหัวเราะสรวลเสเฮฮา ช่าง
เป็นบรรยากาศที่ผ่อนคลายสบายใจยิ่ง
ค่ายทหารอื่น ๆ สมควรรู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
เหล่าทหารนับพันบนเรือรบ ต่างตะโกนพูดคุย
แลกเปลี่ยนบทสนทนา ทำให้เวลานี้บรรยากาศบน
เรือดูครึกครื้นมีชีวิตชีวาเป็นอย่างยิ่ง
“ ดูเจ้าพวกค่ายเทียมฟั้านั่นสิ พวกมันไม่เคยแล
เห็นเรือรบจักรพรรดิเพลิงมาก่อน ”
“ เจ้าคนที่ถูกตราหน้าว่าเป็นศิษย์ทรยศเช่นนั้น
หรือ มันจะไปเคยเห็นได้อย่างไรเล่า ข้าล่ะไม่เข้าใจ
จริง ๆ คนที่ถูกขับไล่ออกจากซูซัน ทำไมถึงได้มา
ซุกหัวอยู่ในนครจักรพรรดิเพลิงของเรา ทั้งยังได้รับ
สิทธิพิเศษทุกอย่าง เห็นนครของเราเป็นสถานที่
รวบรวมขยะถูกทิ้งหรืออย่างไร?”
“ สำรวมคำพูดหน่อย เดี๋ยวผู้บัญชาการฮวางฝูั่ มา
ได้ยินจะแย่เอา ”
ถึงแม้พวกมันจะกลัว ผู้บัญชาการฮวางฝูั่ ได้ยิน
แต่พวกมันก็จงใจพูดดูถูกคนจากค่ายเทียมฟั้า
อย่างเห็นได้ชัด
คาดว่าคำพูดไม่เข้าหูพวกนั้น คงเป็นพวกคนจาก
ค่ายชางซง และ ค่ายชิงหลิว
“ ผู้บัญชาการอู่! ” คนจากค่ายเทียมฟั้า โกรธแค้น
จนหน้าแดงก่ำ
“ เจ้าต้องรู้จักเรียนรู้รอคอยเวลาที่เหมาะสม จง
ใช้ความแข็งแกร่งของตนเอง ตอกหน้าให้พวกมัน
หุบปากเสีย ไม่จำเป็นต้องไปโกรธเคือง ตามคำ
กระตุ้นยั่วยุติฉินนินทาพวกนี้ ” อู่ อวี้ พูดอย่างไม่
แยแส
พวกเขารู้สึกยกย่องชื่นชม อู่ อวี้ แท้จริง หาก
ลำพังพวกเขาต้องเจอกับคำพูดเหล่านี้ คงมิอาจอด
กลั้นไว้ได้แน่
ถึงแม้จะมีผู้คนคอยใส่ความให้ร้ายอยู่เบื้องหลัง แต่
ว่า อู่ อวี้ ก็หาได้แยแสไม่ เนื่องจากความต่างชั้น
กันในด้านสตินึกคิด และ ความแข็งแกร่ง เหตุใด
ต้องใส่ใจคำนินทาของมดปลวกพวกนี้ด้วยเล่า
เรือรบจักรพรรดิเพลิงมีความเร็วสูงล้ำยิ่ง แน่นอน
ว่ามันเร็วกว่าความเร็วสูงสุดของ อู่ อวี้ จนนำมา
เทียบกันไม่ได้ ในเวลานี้เรือรบบินทะยานฝั่า
มหาสมุทรเมฆาไปอย่างรวดเร็ว กระแสสายวาโย
พัดโหมกระหน่ำ แหวกเปิดสมุทรเมฆาไปตลอด
ทาง
อู่ อวี้ คาดการณ์ว่าหากเดินทางไปด้วยความเร็ว
ระดับนี้ น่าจะถึงจุดหมายปลายทางในอีก 5 วัน
อย่างไรก็ตามเขามิได้ปล่อยระยะเวลาห้าวันนี้ไป
อย่างสูญเปล่า อู่ อวี้ นั่งล้อมวงกับเหล่าทหารจาก
ค่ายเทียมฟั้า รับฟังพวกเขาพูดคุยกันถึงเรื่องแนว
ทางการฝึกฝนบำเพ็ญตน แท้จริงแล้วแต่ละคนนั้น
ต่างมีความตระหนักรู้ แลความเข้าใจเป็นของ
ตนเอง เมื่อได้รับฟังพวกเขาเทศนาเต๋า แม้ว่าผู้อื่น
จะอ่อนด้อยกว่าตนเอง แต่ อู่ อวี้ ก็ได้รับความรู้
แจ้งจากคำพูดของพวกเขา รวมถึงจุดผิดพลาด
แลข้อบกพร่องต่าง ๆ ที่คล้ายกัน
ก่อนหน้านี้ยามอยู่ในอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ เขาก็
ชอบฟังความคิดเห็นของพวกทหาร
พันคน หมื่นคน ย่อมต้องมีสักหนึ่งหรือสอง
ความเห็น ที่ทำให้เขารู้สึกชื่นชมสรรเสริญอย่างยิ่ง
แน่นอน ว่าเขาใช้ความเข้าใจของตนเอง
แลกเปลี่ยนพูดคุยกับผู้อื่นเช่นกัน
หลายวันมานี้ เขาจมอยู่ในห้วงแห่งความรู้แจ้ง
เข้าใจได้อย่างลึกซึ้งไม่น้อย
เรือรบจักรพรรดิเพลิงแหวกฝั่ากระแสสายวาโย ดู
องอาจน่าเกรงขามยิ่ง อู่ อวี้ ครุ่นคิดถึงวิถีแห่งเต๋า
ของตน เสมือนดั่งการก้าวเดินไปบนสนามรบอย่าง
กล้าหาญยิ่งใหญ่!
ล่วงเลยมาได้สี่วัน ฮวางฝูั่ โพ่จุน ก็บอกกล่าวแก่
ทุกคนว่าในเวลานี้ เราได้บินฝั่าน่านฟั้าของ ‘พรรค
สมุทรคราม’ แล้ว
พวกเขาไม่ได้เข้าไปในอาณาเขตของพรรคสมุทร
คราม แต่บินตรงเข้าไปในทะเลตงไห่ เมื่อเดินทาง
มาถึงน่านน้ำมหาสมุทร เรือรบก็บินทะยานลงสู่ก้น
ทะเลทันที เพื่อคอยเฝั้าคุ้มกัน เหมืองแร่ทองคำ
วิญญาณคราม
อู่ อวี้ ได้ยินว่า เพื่อปั้องกันพวกผู้ฝึกตนนอกรีต ใช้
กลยุทธ์ส่งเสียงบรูพาตีฝั่าประจิมลอบโจมตีพรรค
สมุทรคราม คาดว่าประมุขพรรคสมุทรคราม ก็อยู่
ที่เหมืองแร่ทองคำวิญญาณครามเช่นกัน กองทัพ
เซียนจักรพรรดิเพลิงทั้ง 8 กอง ได้แบ่งหน้าที่เฝั้า
คุ้มกันผู้คนจากพรรคสมุทรคราม ซึ่งในเวลานี้
กำลังเร่งรีบขุดแร่จาก เหมืองแร่ทองคำวิญญาณ
คราม
“ ผู้บัญชาการอู่ ข้าได้ยินมาว่าวันนี้ มีหัวหน้า
กองร้อยสองคนตกตายไปในการต่อสู้ ทั้งยังมีทหาร
อีกสองกองร้อยตายไปในสนามรบ ” เจินหยู๋ นั่งอยู่
ข้างกาย อู่ อวี้ กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดขึ้น
เล็กน้อย
“อืม.. เจ้ากลัวหรือไม่?” อู่ อวี้ ถามนาง และ
คนอื่น ๆ ที่อยู่ข้างกาย
“ กลัว แต่มันไม่มีผลต่อความตั้งใจบดขยี้ศัตรูของ
ข้า ” เจินหยู๋ ตอบอย่างแน่วแน่
“ ถ้าหากกลัว ก็ไม่สามารถก้าวเดินอยู่บนเส้นทาง
สายนี้ได้ ”
“ อยู่ใน นครจักรพรรดิเพลิง มันสะดวกสบาย
เกินไป หากไม่ผ่านการรบราฆ่าฟันเสียบ้าง แล้ว
มหาวิถีแห่งเต๋าจะราบรื่นได้อย่างไร! ”
“ ถูกต้อง!”
อู่ อวี้ หัวเราะ พร้อมกับเอ่ยว่า “ วางใจเถอะ มีข้า
อยู่ทั้งคน ไม่มีผู้ใดข่มเหงรังแกพวกเจ้าได้ แต่ข้า
อยากจะบอกอะไรพวกเจ้าไว้อย่าง เมื่ออยู่ในสนาม
รบ เผชิญหน้ากับอันตราย พวกเจ้าต้องคอย
ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถ้าไม่ได้ยินคำสั่งถอยทัพ
ห้ามละทิ้งหน้าที่ของตนเด็ดขาด จงอย่าทำให้พี่
น้องของเจ้าต้องผิดหวัง! ”
“ ขอรับ!! ”
เพียงพริบตาเดียว เรือรบจักรพรรดิเพลิงก็ค่อย ๆ
ลดระดับ ฝั่าหมู่เมฆลงสู่เบื้องล่าง ทุกคนลุกขึ้นยืน
เพื่อมองลงไปเบื้องล่าง แลเห็นทัศนียภาพอัน
งดงามตระการตา ผืนสมุทรอันกว้างใหญ่ไร้สิ้นสุด
ทั่วทุกแห่งหนล้วนเป็นสีฟั้าคราม คลื่นทะเลสาด
กระเซ็นม้วนกวาดผ่านอย่างรุนแรง ไม่อาจล่วงรู้ได้
ว่ามันกว้างใหญ่ไพศาลมากมายเพียงใด ไม่อาจ
ล่วงรู้ได้ว่ามันลึกล้ำสุดจะหยั่งถึงมากเพียงใด!
“ ข้าเคยเดินทางไปยังทะเลตงไห่ แต่ที่นั่นก็เป็น
เพียงมหาสมุทรตื้นเขิน เทียบกับคลื่นสมุทรอัน
เชี่ยวกรากรุนแรงของที่แห่งนี่ไม่ได้เลย ” อู่ อวี้
กล่าว
ทะเลตงไห่ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา
ห่างไกลออกไปบนที่ไหนสักแห่งเบื้องหลัง
มหาสมุทรนี้ มีอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ของเขาอยู่
“ ตามคำสั่งจากกองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง
เหมืองแร่ด้านล่างกำลังถูกผู้ฝึกตนนอกรีตโจมตีอยู่
เตรียมตัวออกรบ! ”
ระหว่างที่เขากำลังทอดถอนหายใจ หวนรำลึกถึง
ความหลังอยู่ ทันใดนั้นเองคำสั่งของ ฮวางฝูั่ โพ่จุน
ก็แพร่กระจายไปทั้งตัวเรือ ส่งผลให้บรรยากาศใน
ยามนี้แปรเปลี่ยนเป็นตรึงเครียดจริงจังขึ้นมาอย่าง
ฉับพลัน ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า เพิ่งมาถึงก็ต้องร่วม
การทดสอบกระโจนเข้าสู่สนามรบทันที
แม้ช่วงเวลาสามเดือนจะไม่นานนัก แต่อย่างไรเสีย
ย่อมต้องมีผู้คนล้มตาย
“ จงเกาะกลุ่มกันเอาไว้ ฟังคำสั่งข้า ห้ามกระทำ
การตามอำเภอใจเด็ดขาด! ”
อู่ อวี้ ออกคำสั่ง
ไม่ว่าจะอย่างไร เนื่องจากเขาเป็นผู้บัญชาการของ
กลุ่มคนเหล่านี้ ดังนั้นจึงมีหน้าที่ต้องปกปั้องพวก
เขาให้ปลอดภัย เมื่อกาลก่อนตอนที่เขาอยู่ในโลก
มนุษย์ ช่วงเวลาที่เคยนำทัพออกศึก เนื่องจาก
ความมุ่งมั่น แลเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของเขา ทำ
ให้นายทหารระดับสูง เชื่อมั่นเลื่อมใสศรัทธาในตัว
เขาอย่างยิ่ง
ภายใต้การควบคุมของ ฮวางฝูั่ โพ่จุน ท่ามกลาง
ความแข็งแกร่งของเรือรบจักรพรรดิเพลิง ซึ่งลด
ระดับลงอย่างรวดเร็ว เรือรบขนาดใหญ่นี้เป็น
เสมือนดั่งเกาะ ๆ หนึ่ง กระแทกลงสู่พื้นมหาสมุทร
บังเกิดเป็นคลื่นขนาดใหญ่โหมซัดสาดอย่างรุนแรง
พายุโหมกระหน่ำ คลื่นสมุทรคลั่งม้วนกวาดผ่าน
สูงขึ้นไปบนท้องนภานับสิบจั้ง คลื่นสมุทรซัดสาด
บังเกิดเป็นเสียงคำรามดังสะเทือนเลือนลั่น
“ ใช้เคล็ดวิชาลี้วารีซะ! ข้าจะคอยควบคุมเรือเอง
!”
สำหรับผู้ที่มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับสร้างแกน
นภา ย่อมไม่สะทกสะท้านต่อคลื่นมุทรเพียงเท่านี้
หลังจากทะลวงผ่านเข้าไปในห้วงสมุทรลึก ทุกคน
ก็สามารถยืนหยัดบนเรือรบจักรพรรดิเพลิงได้อย่าง
มั่นคง
เพียงแต่หลังจากลงสู่ห้วงสมุทร รูปแบบการหายใจ
ก็เปลี่ยนไป อย่างไรก็ตามหลังจากใช้เคล็ดลี้วารี
แล้ว พวกเขาจึงสามารถหลีกเลี่ยงธารสมุทรได้
อย่างง่ายดาย
“ ในท้องสมุทร การใช้เคล็ดวิชาเต๋า หรือตวัดกวัด
แกว่งศาสตรา ต่างก็ได้รับผลกระทบกันอย่างยิ่ง
ทุกคนต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงนี้
แม้กระทั่งเคลื่อนไหว หรือ ดำเนินการใด ๆ ต่างมี
แรงต้านทานคอยขัดขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน
ท้องสมุทรลึก ทุกคนจงเตรียมใจไว้ให้พร้อม เทียบ
กับผู้ฝึกตนนอกรีต ที่อาศัยอยู่ในทะเลตงไห่มาเนิ่น
นานหลายแรมปี แน่นอนว่าพวกเราย่อมตกเป็น
ฝั่ายเสียเปรียบ พวกมันมีความเชี่ยวชาญในการสู้
รบใต้ท้องทะเลลึกมากกว่าเรา ”
แท้ที่จริงรายละเอียดเหล่านี้ ฮวางฝูั่ โพ่จุน บอก
เล่าให้ฟังมาแล้วรอบหนึ่ง หลังจาก อู่ อวี้ ลงสู่ห้วง
ทะเล เขาก็รีบร้องเตือนทุก ๆ คนให้ทราบอีกครั้ง
เช่นกัน
เขายังคงพยายามต่อไป ยามนี้แรงดันจากมวลน้ำ
ยังไม่สูงมาก ฉะนั้นเขาจึงได้รับผลกระทบแค่เพียง
เล็กน้อย ต่อให้ใช้เคล็ดกระบี่บินจักรพรรดิ ก็มิได้
ส่งผลกระทบต่อความเร็วของเขาแม้แต่น้อย
อย่างไรเสีย เหมืองแร่ทองคำวิญญาณคราม อยู่ก้น
ทะเลลึกซึ่งใกล้กับสะดือทะเล จึงมีแรงดันจากมวล
น้ำมหาศาล แม้แต่เขาก็ยังได้รับผลกระทบ
หลังจากดำดิ่งลงสู่ห้วงทะเลลึก เมื่อเปรียบเทียบ
กับพื้นผิวสมุทรด้านบน กล่าวได้ว่าภายใต้ก้นบึ้ง
สมุทรแห่งนี้ช่างนิ่งสงบกว่ามาก โลกใต้สมุทรแห่ง
นี้มีสิ่งมีชีวิตน้อยใหญ่หลากหลายชนิด ทั้งยังมี กุ้ง
มัจฉา อยู่เป็นจำนวนมากมาย ถึงแม้ว่าจะมีปีศาจ
อยู่บ้าง ทว่าก็ไม่ได้ดุร้าย หรือ มีจำนวนชุกชุมแต่
ประการใด
ฝูงมัจฉาจำนวนมากที่กำลังแหวกว่ายพริ้วไหว
ตามกระแสสายธาราสมุทรอย่างรื่นรมย์ ต่างต้อง
ตื่นตกใจจากการมาถึงของ กองทัพศึกจักรพรรดิ
เพลิง ฝูงมัจฉานับไม่ถ้วนแตกฮือกระจายออกไป
คนละทิศละทาง
ตึง ตึง ตึง!
เรือรบจักรพรรดิเพลิง แหวกฝั่าคลื่นสมุทรลงสู่ห้วง
ทะเลลึก
อู่ อวี้ มองลงไปเบื้องล่างส่วนลึกของก้นสมุทร
ท่ามกลางความเลือนรางประหนึ่งว่าเขาได้เห็นริ้วสี
ครามพริ้วไหว ยิ่งเข้าไปใกล้มากเท่าใด ยิ่งทำให้
เห็นริ้วแสงสีครามชัดเจนมากยิ่งขึ้น ขนาดที่
ใหญ่โตของมันมากยิ่งขึ้น เป็นที่ชัดเจนว่าสิ่งที่เห็น
อยู่นี้ก็คือทิวเขาทอดยาวตั้งอยู่ก้นมหาสมุทร เมื่อ
พรรคสมุทรคราม ได้ขุดค้นพบ เหมืองแร่ทองคำ
วิญญาณคราม ที่นี่ หลังจากเริ่มทำการขุดค้น
ทองคำวิญญาณคราม ก็เริ่มส่องประกายแสงเปล่ง
ปลั่งสว่างสดใสออกมาเป็นที่สะดุดตา นี่ก็คือ
เหตุผลว่าเพราะเหตุใดผู้ฝึกตนนอกรีต ถึงพบเจอ
ที่นี่ได้อย่างง่ายดายยิ่งนัก
ยามนี้ กองทัพศึกจักรพรรดิเพลิง อันยิ่งใหญ่เกรียง
ไกร กำลังมุ่งหน้าตรงไปยัง เหมืองแร่ทองคำ
วิญญาณคราม!
เมื่อเข้าไปใกล้ อู่ อวี้ แลเห็นว่าบริเวณอาณาเขต
ของ เหมืองแร่ทองคำวิญญาณคราม มีบรรยากาศ
มืดทะมึนแผ่กระจายไปทั่ว ทั้งยังคละคลุ้งไปด้วย
กลิ่นคาวโลหิตอย่างเข้มข้นรุนแรง แท้จริงแล้วกลิ่น
คาวโลหิตนี้ ก็คือกลิ่นอายชั่วร้ายที่พุ่งทะยาน
ออกมา แน่นอนว่านี่เป็นร่องรอยการโจมตีของผู้
ฝึกตนนอกรีต เมื่อมองดูอย่างละเอียด จะสามารถ
แลเห็นได้ว่าท่ามกลางธาราสมุทรสีดำทมิฬ มี
กองทัพศึกจักรพรรดิเพลิง เฝั้าคุ้มกันเหมืองแร่
ทองคำวิญญาณคราม อยู่ทั้งสี่ทิศ ซึ่งในเวลานี้
ยังคงรักษาการที่มั่นเอาไว้ได้อยู่
“ ข้าศึกไม่ได้แข็งแกร่งแต่อย่างใด เพียงแต่มันมี
ไพร่พลจำนวนมาก ขอให้ทุก ๆ ท่านโปรดระวังตัว
ด้วย เดี๋ยวข้าจะจอดเรือรบจักรพรรดิเพลิง เอาไว้
เหนือ เหมืองแร่ทองคำวิญญาณคราม จากนั้นเรา
จะแบ่งกลุ่มกัน โดยให้ไปทางทิศตะวันออก 4 กลุ่ม
ไปทางทิศตะวันตก 4 กลุ่ม คอยสนับสนุนกองทัพ
เซียนจักรพรรดิเพลิง เราจะต้องจัดการปีศาจ
เหล่านี้ให้สิ้นซากไม่ให้เหลือแม้แต่ตัวเดียว จากนั้น
ก็ตรึงกำลังปั้องกันที่นี่ไปอีก 3 เดือน! ”
ฮวางฝูั่ โพ่จุน เริ่มครุ่นคิดคำนวณประมวลผลอย่าง
รวดเร็ว จากนั้นเขาก็ตัดสินใจจัดแจงสิ่งต่าง ๆ
ด้วยความเด็ดขาด
ค่ายเทียมฟั้าของ อู่ อวี้ ถูกมอบหมายให้ไปทางทิศ
ตะวันออก
นาวาเคลื่อนตัวลึกลงมายังก้นมหาสมุทร ยิ่งดำดิ่ง
ลึกลงมามากเท่าใด แรงดันนั้นก็ยิ่งหนาแน่นรุนแรง
มากยิ่งขึ้น มากพอที่จะส่งผลกระทบต่อพวกเขา
ในเวลานี้ทุกคนกระชับศาสตราเต๋าไว้ในมือ
เตรียมพร้อม ประจัญบานต่อสู้ห้ำหั่นชี้เป็นชี้ตาย
กับเหล่าผู้ฝึกตนนอกรีต
นับเป็นครั้งแรกในโลกแห่งเซียน ที่เขาได้ต่อสู้โรม
รันในรูปแบบของกองทัพ ด้วยเพราะไม่เคยทำมา
ก่อน เขาจึงตระเตรียมการมามากมายหลายอย่าง
เช่นก่อนที่เขาจะเดินทางมาถึง ก็ได้ทำการแยกร่าง
อวตาร 10 ร่างขึ้นมาเตรียมไว้แล้ว
“ นับจากนี้ไป ทุกคนจงฟังคำสั่งข้า และ ร่าง
อวตารทั้งหมดของข้า ” อู่ อวี้ ใช้ร่างอวตารของ
ตนเองแทนหัวหน้ากลุ่มแต่ละกลุ่ม และถึงแม้ว่า
จะต้องแยกกัน แต่อย่างไรร่างอวตารก็ถือเป็นตัว
ของเขาเอง พวกเขาล้วนแข็งแกร่งโดดเด่นอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ร่างอวตารทุกร่างยังสามารถใช้ เคล็ด
วิชากระบี่แก่นแท้เซียนกำสรวล กับ เคล็ดวิชา
มังกรทรราชผนึกสวรรค์ ได้อีกด้วย!
มันคือเคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน!
ฟาง เชาฉวิน คนอื่น ๆ ยังไม่คุ้นเคยกับ เคล็ดวิชา
แก่นแท้ฟั้าดิน ของเขาสักเท่าใดนัก
เมื่อคนใน ค่ายเทียมฟั้า เห็นการกระทำของ อู่ อวี้
ทว่าพวกมันก็มิได้แปลกใจแต่อย่างใดไม่ พวกมัน
ต่างล่วงรู้ดีว่าการกระทำทั้งหมดของ อู่ อวี้ เป็น
เพราะเขาห่วงใยในพวกตน
ณ เวลานี้ ฮวางฝูั่ โพ่จุน กับ เรือรบจักรพรรดิเพลิง
ลอยอยู่เหนือเหมืองแร่ทองคำวิญญาณคราม กอง
ทหารทั้งแปดพุ่งตัวทำการเข้าจู่โจมทันที อู่ อวี้
ออกหน้านำทัพทหารของ ค่ายเทียมฟั้า บุกทะลวง
เข่นฆ่าห้ำหั่นอริศัตรู
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ