กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 385 : สงครามแหงความโกลาหล
“8 หน่วยที่ข้าเพิ่งจะขานชื่อไป จะเดินทางไปสู่ฝัง
ทิศตะวันออก ส่วนในเรื่องของตำแหน่งที่จะไปทำ
การเฝั้าระวัง ข้าจะบอกอีกที”
“อีก 6 หน่วยที่เหลือไปทางทิศตะวันตก ส่วนเรื่อง
จุดที่จะไปเฝั้าระวัง ข้าจะจัดการแจงรายระเอียด
อีกรอบเช่นกัน ก่อนอื่นข้าขอถามก่อน ผู้ใดมีข้อ
คัดค้านหรือไม่?”
เฉิน ชางซง ที่อยู่ในกลุ่มกล่าวว่า “ผู้บัญชาการฮ
วางฝูั่ ทำไมข้ากับ ชิงหลิว ถึงไปประจำการที่ทิศ
ตะวันตก พวกข้าก็ไม่ได้อ่อนแอเช่นนั้น?”
เมื่อกล่าวถึง 8 หน่วยที่เข้ามาสมทบ พวกเขาทั้งคู่
นับได้ว่าเป็นผู้ที่แข็งแกร่งมาก
ฮวางฝูั่ โพ่จุน กล่าวตอบไปว่า “พวกผู้ฝึกตนนอก
รีตเป็นพวกที่เจ้าเล่ห์ และภารกิจในส่วนตะวันตก
นั้นก็สำคัญเป็นอย่างมาก ข้าซึ่งประจำการทางทิศ
ตะวันออก ทำให้ในทิศตะวันตกจึงต้องการผู้ที่
แข็งแกร่ง เจ้าและ ฝาน ชิงหลิว เมื่ออยู่รวมกัน
แล้วฝีมือล้ำเลิศยิ่ง ทั้งกองร้อยของพวกเจ้าทั้งสอง
ก็มีความคุ้นเคยกันอยู่ เมื่อให้พวกเจ้าไป
ประจำการอยู่ทางทิศตะวันตก ข้าค่อนข้างที่จะ
รู้สึกวางใจยิ่ง”
เมื่อได้ยิน ฮวางฝูั่ โพ่จุน กล่าวเช่นนี้ เฉิน ชางซง
กลายเป็นยิ้มแย้ม กล่าวตอบไปว่า “ด้วยภารกิจที่
สำคัญนี้ ผู้แซ่เฉิน มิไม่กล้าที่จะปล่อยปะละเลยได้”
หลังจากที่ถูกคนอื่นเอ่ยชื่นชมต่อหน้า ไม่ว่าจะ
กล่าวอย่างไรในใจก็เกิดเป็นความรู้สึกเบิกบาน
ฝาน ชิงหลิว ก็มีความสุขด้วยเช่นกัน แต่ว่านาง
ยังคงขมวดคิ้วแล้วเอ่ยไปว่า “แล้วทำไมถึงให้ อู่
อวี้ ไปอยู่กับพวกเราที่ทิศตะวันตกด้วย?”
ค่ายชางซง ค่ายชิงหลิว และค่ายเทียมฟั้า เป็น
หนึ่งใน 8 หน่วย ที่ถูกแยกไปทางฝังตะวันตก
ฮวางฝูั่ โพ่จุน มองไปยัง อู่ อวี้ อย่างลึกล้ำหนึ่งครั้ง
พร้อมกล่าวว่า “ข้าเพิ่งจะเห็นถึงว่ากายเนื้อของ อู่
อวี้ แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก และลักษณะการต่อสู้
ของค่ายเทียมฟั้าค่อนข้างที่จะพิเศษมีความเป็น
ปึกแผ่น ในศึกครั้งแรก มีผู้บาดเจ็บล้มตายน้อย
ที่สุด อู่ อวี้ เป็นคนที่สามารถทำให้เกิดปาฏิหารย์
ได้ การที่ข้าให้เขาประจำการอยู่ที่ฝังตะวันตกนั้น
เป็นเพราะว่าข้ากลัวว่าจะเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันขึ้น
เมื่อถึงเวลานั้นข้าก็หวังว่าเขาจะสามารถก่อให้เกิด
ปาฏิหารย์ และสามารถปกปั้องคุ้มครองทุกคนได้”
เขาเอ่ยสรรเสริญยกย่อง อู่ อวี้ มากเสียกว่าที่เอ่ย
ชื่นชมพวก เฉิน ชางซง เมื่อพวก เฉิน ชางซง ได้
ยิน ความสุขในใจของพวกมันก็มลายหายไปสิ้น
เมื่อ ฮวางฝูั่ โพ่จุน ได้เห็นก็รู้สึกปวดเศียรเวียน
เกล้าขึ้นมา และกล่าวต่อไปว่า “บุณคุญความแค้น
ของแต่ละคนเป็นเพียงแค่เนื่องเล็กๆ ความขัดแย้ง
นิดๆหน่อยๆควรที่จะปล่อยวางมันไปซะ อย่าได้ทำ
ให้เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้มาพรากโอกาสดีๆไป และนี่
จะทำให้ข้าต้องผิดหวังในตัวพวกเจ้าด้วย พวกเรา
ต่างก็เป็นทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง อย่าปล่อยให้
คนอื่นมาหัวเราะเยาะเอาได้”
เมื่อได้ยินคำนี้แล้ว เฉิน ชางซง ฝาน ชิงหลิว ก็ปิด
ปากลง
ฮวางฝูั่ โพ่จุน ได้จัดการจัดแจงแบ่งคนภายใน
พรรคสมุทรคราม เขาแบ่งพรรคสมุทรคราม
ออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกมี กง ซูหมิง เป็นผู้นำ
ส่วนอีกกลุ่มให้ผู้อาวุโสของพรรคสมุทรคราม 2 คน
เป็นผู้นำกลุ่ม ผู้อาวุโสทั้งสองคนอยู่ในขั้นตำหนัก
ม่วงทะเลมรกตระดับที่ 2 ฮวางฝูั่ โพ่จุน ได้จัดให้
กง ซูหมิง ไปอยู่ในทิศตะวันตก และผู้อาวุโสของ
พรรคสองคนไปอยู่ทางทิศตะวันออก เพราะว่าผู้
ฝึกตนในพรรคสมุทรครามมีความเข้าใจเกี่ยวกับ
พวกผู้ฝึกตนนอกรีตอยู่บ้าง ทั้งด้านตะวันออกและ
ตะวันตกต่างก็มีคนของพวกเขาอยู่ มันอาจจะทำ
ให้ทัพเซียนจักรพรรดิเพลิงสามารถเข้าใจฝีมือของ
คู่ต่อสู้ได้บ้าง
การจัดแบ่งกลุ่มเป็นไปได้อย่างราบรื่น
ขั้นต่อไปก็คือการจัดการแนวรบ ตำแหน่งของ อู่
อวี้ ในฝังตะวันตกอยู่เกือบชิดชายขอบด้านซ้ายสุด
ทางด้านซ้ายของเขาเป็น กง ซูหมิง และด้านขวา
เป็น ฝาน ชิงหลิว ตำแหน่งของ ฝาน ชิงหลิว กับ
เฉิน ชางซง อยู่ตรงกลาง เป็นตำแหน่งที่ต้อง
เผชิญหน้ากับการโจมตีจากผู้ฝึกตนนอกรีตเยอะ
ที่สุด พวกมันเต็มไปด้วยความมั่นใจ แน่นอน
สถานที่เช่นนี้ ก็ย่อมจะสามารถเก็บเกี่ยว
ผลประโยชน์ได้อย่างมหาศาล
เมื่อจัดการแนวรบได้ลงตัวแล้ว จะต้องมีการวาง
กองหนุนกันอีกด้วย แน่นอนว่ามันจะต้องเป็น
ตำแหน่งที่กดดันอย่างมาก ฮวางฝูั่ โพ่จุน จึงได้
ควักแผ่นยันต์สื่อสารออกมาเพื่อใช้ในการติดต่อ
ช่วยเหลือสนับสนุน และเพื่อที่จะส่งกำลังเสริมไป
เสริมทัพในตำแหน่งที่เริ่มจะแตกพ่าย
“ถ้าหากว่าไม่มีใครคัดค้าน เช่นนั้นก็รีบเข้าประจำ
ตำแหน่งปั้องกันได้ ถ้าหากมีใครเชี่ยวชาญในด้าน
ค่ายกล ก็ให้ประจำอยู่ในตำแหน่งค่ายกลที่
เชี่ยวชาญซะ!”
“ขอรับ!”
ในเวลานี้ ทัพเซียนจักรพรรดิเพลิงและพรรคสมุทร
ครามแยกย้ายกันไปประจำการ ตำแหน่งของพวก
เขาค่อนข้างที่จะแข็งแกร่ง กล่าวได้ว่า ไม่เพียงแต่
สามารถปั้องกันตำแหน่งแนวหน้าเอาไว้ได้เท่านั้น
แต่ยังสามารถปั้องกันไม่ให้อีกฝั่ายลงไปยังเหมือง
ได้ และสุดท้ายด้านบนก็มีเรือรบจักรพรรดิเพลิง
ขวางกั้นเป็นปราการด่านสุดท้ายเอาไว้อยู่ ซึ่ง
ฮวางฝูั่ โพ่จุน สามารถสั่งการจากบนเรือรบ
จักรพรรดิเพลิงได้ ดังนั้นความกดดันด้านบนจึงมี
ไม่ค่อยสูงนัก
อู่ อวี้ นำพาทหารของค่ายเทียมฟั้า ไปทางทิศ
ตะวันตก
เมื่อคิดไปแล้ว เฉิน ชางซง และ ฝาน ชิงหลิว ยัง
ไม่ปล่อยวางเรื่องเล็กๆได้ ดังนั้นทั้ง 2 คนจึง
ล่วงหน้าไปก่อน
“ผู้บัญชาการอู่”
กง ซูหมิง เอ่ยเรียก อู่ อวี้
อู่ อวี้ ที่กำลังเดินนำหน้าค่ายเทียมฟั้าของเขา และ
พวกผู้ฝึกตนของพรรคสมุทรคราม ต่างกำลังไป
ประจำยังตำแหน่งของตนเอง
“เมื่อปีที่แล้ว ข้าก็ได้ยินชื่อเสียงของผู้บัญชาการอู่
ไม่คาดคิดว่าหลังจากนั้นผู้บัญชาการอู่จะมาเข้า
ร่วมกับทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง และยิ่งไม่คาดคิด
ว่าจะมาเจอกับท่านที่นี่ ในชีวิตนี้มีโอกาสได้พบกับ
อัจฉริยะผู้มากพรสวรรค์เช่นผู้บัญชาการอู่ ก็ถือว่า
เป็นวาสนาของข้าแล้ว” กง ซูหมิง เอ่ยกับ อู่ อวี้
ด้วยท่าทีสุภาพ
เห็นได้ชัดว่าในความคิดของเขา อู่ อวี้ นั้นแตกต่าง
จากหัวหน้ากองร้อยคนอื่นๆ
“ได้ยินมาว่าบ้านเกิดของผู้บัญชาการอู่ ก็อยู่ใกล้ๆ
กับทะเลตงไห่ พวกเราอยู่ชายฝั่ายทะเลตงไห่ มี
กลุ่มคนธรรมดาอยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่แล้ว
เป็นพื้นดินที่ค่อนข้างแห้งแล้ง ไม่คาดคิดว่าจะ
สามารถให้กำเนิดอัจฉริยะเช่นผู้บัญชาการอู่ได้ ถือ
ได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจของทะเลภาคตะวันออก”
ที่แท้เขามองว่าเป็นคนบ้านเดียวกันนั่นเอง
อู่ อวี้ ได้เข้าไปใกล้กับเขาอีกหน่อย พร้อมสนทนา
กับเขาด้วยท่าทีสบายๆ ทำให้เขาเข้าใจ
สถานการณ์ของพรรคสมุทรครามขึ้นอีกเล็กน้อย
“ในเวลาอีก 3 เดือน ยังมีผู้ฝึกตนนอกรีตอีก
จำนวนมาก ท่านมีแผนการอยู่ในใจแล้วหรือไม่?”
อู่ อวี้ ถาม
กง ซูหมิง ขมวดคิ้วขึ้นแล้วเอ่ยว่า “เรื่องนี้ไม่
อาจจะคาดเดาได้ เพราะที่แห่งนี้อยู่ในส่วนลึกของ
ทะเล ถึงแม้ว่าระยะห่างของพรรคสมุทรครามของ
พวกเราจะอยู่ไกลกับเกาะของผู้ฝึกตนนอกรีตเป็น
อย่างมาก แต่ว่าพวกมันก็สามารถหาข้ออ้างมาได้
เสมอ และถึงแม้พวกเราจะถูกโจมตีจนอยู่ใน
สถานการณ์ที่ยากลำบาก พวกเราก็จะต้องอดทน
เอาไว้ ในตอนนี้มีกองกำลังเสริมเข้ามาเป็นจำนวน
มาก อีกทั้งยังมีเรือรบจักรพรรดิเพลิงมาอีก ผู้ฝึก
ตนนอกรีตและทัพเซียนจักรพรรดิเพลิงเป็นอริกัน
แต่ทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้ศึกนี้ยากจะคาดเดานัก”
ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องตาต่อตาฟันต่อฟันสู้กลับไป
เท่านั้น
โดยทั่วไปแล้วมีน้อยครั้งยิ่งที่ทัพเซียนจักรพรรดิ
เพลิงไม่อาจกระทำภารกิจได้สำเร็จ แต่ทว่าการ
มาถึงของผู้ฝึกตนนอกรีตนั้นมีเยอะมากเกินไป อยู่
ไกลเกินกว่าระดับของภารกิจนี้ไปแล้ว กระทั่ง
หัวหน้ากองพันยังต้องมาลงสนามด้วยตนเอง เกรง
ว่าหากสถานการณ์ไม่ดีทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง
อาจจะถอนทัพออกโดยตรง เพราะพวกเขาไม่
จำเป็นที่จะต้องเอาชีวิตจำนวนมากมาทิ้งที่นี่
กง ซูหมิง ไม่อยากจะให้มีผู้ฝึกตนนอกรีตที่
แข็งแกร่งกว่านี้เข้ามาอีกแล้ว
“ได้ หลังจากนี้พวกเราจะคอยเป็นหูเป็นตาให้กัน”
อู่ อวี้ แยกกับเขาออกมาชั่วคราว ไปยังสถานที่ที่
ตนเองต้องไปประจำการ
ในตอนนี้ความเข้าใจเกี่ยวกับค่ายกลเวทของเขาไม่
ถือว่าลึกล้ำมาก ดังนั้นเขาจึงไม่อาจที่จะอยู่ใน
ตำแหน่งควบคุมค่ายกลได้ เช่นนั้นเขาก็ได้จัดแถว
อยู่รอบๆค่ายกล แบ่งคนออกเป็นสิบกลุ่ม จัดตั้ง
เป็นกลุ่มเล็กๆ ขยายแนวหน้าของเขาให้ปกคลุมไป
ทั่วพื้นที่ สองฝัง ฝังหนึ่งเป็น กง ซูหมิง อีกฝังเป็น
ฝาน ชิงหลิว ระยะห่างระหว่างพวกเขาไม่ไกลกัน
มากนัก
ส่วน อู่ อวี้ ประจำตำแหน่งอยู่ที่ด้านหน้า
ที่จริงแล้วสามารถมองเห็นเหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตได้
เพียงแต่มันไกลเกินไป ด้วยจำนวนที่มากทั้งคู่ จึง
ทำให้ทั้งสองฝังยังไม่คิดจะเข้าปะทะโรมรันกัน
ในทันที
คาดว่าเรื่องนี้จะต้องแพร่กระจายไปเป็นวงกว้าง
แล้ว ดังนั้นจึงมีผู้ฝึกตนนอกรีตแห่แหนเข้ามาเป็น
จำนวนมาก หลังจากที่พวกมันมาถึงที่นี่ ก็ทำให้ อู่
อวี้ ได้รู้ว่าผู้ฝึกตนนอกรีตบนทะเลตงไห่มีจำนวน
มากขนาดไหน!
เมื่อถูกล้อมรอบด้วยผู้ฝึกตนนอกรีต ภายในกระแส
ของมหาสมุทร ก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายโลหิต อีกทั้ง
ทุกคนก็ยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับการต่อสู้ใต้
ทะเลลึกเช่นนี้ได้
อย่างไรก็ตามเมื่อหันกลับไปมอง พวกเขากลับยัง
เต็มเปียมไปด้วยเจตจำนงค์แห่งการต่อสู้ กอปรไป
กับ อู่ อวี้ และร่างแยกอวตารที่ได้ยืนอยู่แนวหน้า
สุดอย่างห้าวหาญ
ภายในเหมืองแร่ทองคำวิญญาณคราม คนของ
พรรคสมุทรครามได้เร่งความเร็วในการขุดเหมือง
ขึ้น
ในช่วงเวลาที่กำลังเข้าประจำตำแหน่งปกปั้อง
เหมือง ทั่วทั้งอาณาเขตได้เงียบราวกับปั่าช้า
ในตอนนี้ทุกหน่วยกำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญ ทั้ง
ยังต้องคอยรายงานสถานการณ์ให้กับ ฮวางฝูั่ โพ่
จุน ที่อยู่ทางฝังตะวันออก เนื่องจากที่แห่งนี้เป็น
ปราการที่ต้องขัดขวางไม่ให้ผู้ฝึกตนนอกรีตเข้าไป
ข้างในเหมืองแร่ทองคำวิญญาณแห่งนี้ได้ ดังนั้นจึง
ไม่ใช่ครั้งแรกที่จะได้เห็นการต่อสู้แบบทิ้งชีวิต
ภายในที่แห่งนี้
โชคดีที่มีตราผนึกสื่อสาร จึงทำให้พวกเขาสามารถ
ติดต่อกันได้ง่ายดายขึ้น
เมื่อเวลาผ่านไป ผู้ฝึกตนนอกรีตยิ่งมายิ่งรวมตัวกัน
เยอะขึ้น เกรงว่าแค่ทางฝังตะวันตกก็มีคนมากกว่า
สามพันคนไปแล้ว
ถ้าหากว่าปล่อยให้พวกมันเข้ามาได้ และพุ่งเข้าไป
ถึงเหมืองแร่แล้ว พวกมันไม่เพียงเข้ายึดครอง
เหมืองอย่างเดียวเท่านั้น แต่ก็จะเข้าไปทำการ
สังหารคนของพรรคสมุทรครามอีกด้วย และการที่
จะเข้าไปแย่งชิงทองคำวิญญาณครามย่อมเป็นการ
ทำให้สถานการณ์ยากลำบากขึ้นไปอีกอย่างมาก
ดังนั้นถ้าหากเป็นไปได้ก็ไม่อาจที่จะปล่อยให้พวกผู้
ฝึกตนนอกรีตบุกรุกเข้าไปภายในเหมืองได้
อู่ อวี้ มองไปยังผู้ฝึกตนที่มารวมตัวกันมากขึ้น
เรื่อยๆ เขารู้สึกว่าถ้าหากมันเป็นเช่นนี้ต่อไปก็เริ่มที่
จะไม่ดีแล้ว
ในกรณีที่พวกมันจัดแถวเข้ามาเป็นขบวน มันจะ
ทำให้พวกมันสามารถเจาะทะลวงแนวปั้องกันมา
ได้โดยง่าย
“ไม่นึกว่าจะมีผู้ฝึกตนนอกรีตมารวมตัวกัน
มากมายขนาดนี้!” กู่ ซูหมิง ขมวดคิ้วของเขาจน
เกิดเป็นรอยลึกระหว่างหัวคิ้ว
“ทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง! พรรคสมุทรคราม!
สถานที่แห่งนี้เป็นของพวกเราเหล่าผู้ฝึกตนนอกรีต
พวกเราจะให้โอกาสพวกเจ้าได้จากไปในตอนนี้
มิฉะนั้นพวกเราจะย้อมสถานที่แห่งนี้ด้วยโลหิตของ
พวกเจ้า!”
เหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตกรีดร้องคำรามก้อง ข่มขู่
คุกคาม บริเวณน่านน้ำรอบตัวพวกมันถูกเปลี่ยน
ให้กลายเป็นแม่น้ำโลหิต ซ่อนเงาร่างของพวกมัน
เอาไว้ ทำให้ทางฝังของ อู่ อวี้ ไม่สามารถมองเห็น
ได้ว่าพวกมันมีจำนวนคนอยู่มากน้อยเท่าไหร่
และก็ไม่รู้ว่าได้ปิดบังยอดฝีมือเอาไว้หรือไม่
“ข้าจะเข้าไปสอดแนมสักหน่อย!” เขาเรียกร่าง
อวตารออกมาหนึ่งร่าง ร่างอวตารนี้ไม่เกรงกลัว
ความตาย เพราะว่าเป็นเพียงแค่ผมหนึ่งเส้น
เท่านั้น แน่นอนว่าเหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตไม่อาจที่จะ
แยกแยะได้
เขาได้รายงานเรื่องนี้ให้กับ ฮวางฝูั่ โพ่จุน แล้ว
หลังจากที่ได้รับอนุญาต ร่างอวตารของเขาจึงพุ่ง
ไปยังฝังของผู้ฝึกตนนอกรีต และเหล่าผู้ฝึกตนนอก
รีตก็ค้นพบเขาได้อย่างรวดเร็ว
“มีคนบุกเข้ามา!”
“เป็นทหารจากทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง!”
“มันมาเพียงแค่คนเดียว และยังเป็นถึงหัวหน้า
กองร้อย ทุกคนอย่าไปกลัว!”
“ไม่ใช่ มันไม่ได้ใส่ชุดเกราะเซียนจักรพรรดิเพลิง
มันไม่ใช่หัวหน้ากองร้อย แต่ดูเหมือนว่าคล้ายกับ
หัวหน้ากองร้อยยังไงอย่างงั้นเลย”
อู่ อวี้ ร่างอวตารไม่ได้กล่าวสิ่งใด คนเร่งพุ่งตรงเข้า
ไปที่มหาสมุทรโลหิตที่พวกมันได้สร้างขึ้นมา
ในตอนนี้เขาได้มอบศาสตราเต๋าเชื่อมจิตระดับสูง
ให้กับร่างอวตาร สามารถเทียบเท่าได้แม้กระทั่ง
ศาสตราสถิตวิญญาณ!
“เคล็ดวิชากระบี่แก่นแท้เซียนกำซรวล!”
ร่างอวตารพุ่งเข้าไปอย่างดุดัน เข่นฆ่าไปตลอด
เส้นทางที่พุ่งผ่าน อู่ อวี้ รู้ว่ามีผู้คนมารวมตัวกัน
มากน้อยเท่าไหร่ หลักๆแล้วเขาต้องการมองหาว่า
มีผู้แข็งแกร่งอยู่เท่าไหร่กันแน่
เพื่อที่จะทำให้ทุกคนสงบจิตใจลงได้สักหน่อย ดู
เหมือนว่าผู้แข็งแกร่งจะมีอยู่ไม่มากเท่าใดนั้น ที่
หลบซ่อนอยู่ก็เป็นเพียงแค่ผู้ฝึกตนขั้นตำหนักม่วง
ทะเลมรกตอยู่แค่ไม่กี่คนเท่านั้น
และพวกมันต่างไม่ได้รวมตัวกันเป็นกลุ่ม ซึ่งเต็มไป
ด้วยความวุ่นวาย ไม่มีใครที่เป็นผู้นำของพวกมัน
พวกมันทุกคนต่างเตรียมตัวที่จะฉวยโอกาสของกัน
และกัน สถานการณ์เช่นนี้ถือว่าค่อนข้างดีเลย
ทีเดียว
“ข้าจะต้องกระตุ้นให้พวกมันบุกโจมตีเข้ามา ก่อน
อื่นจะต้องทำให้พวกผู้ฝึกตนนอกรีตเหล่านี้กระจัด
กระจายกันไปก่อน! มิฉะนั้นหากรอให้พวกมันมา
รวมตัวกันมากกว่านี้จนมีผู้สั่งการขึ้นมา ถึงแม้ว่า
จะรวมทุกหน่วยมา จะต้องยิ่งลำบากอย่าง
แน่นอน!”
อู่ อวี้ ได้วางแผนเอาไว้ในใจ ดังนั้นเขาจึงได้สั่งการ
ให้ร่างอวตารของเขาสร้างความปันปั่วน ยั่วยุกลุ่ม
ผู้ฝึกตนนอกรีต!
“ผู้ฝึกตนนอกรีตทั้งหมดต่างก็เป็นเพียงแค่สวะ
เช่นนั้นหรือ? ในที่นี่มีอยู่นับ 1,000 คน แต่กลับไม่มี
ที่จะมาเป็นคู่มือของข้าได้เลย?” อู่ อวี้ อาศัยเพียง
ร่างอวตารเพียงหนึ่งร่างของเขา เข้าไปทำการ
สังหารพลางหลบถอยออกมาพลาง
หลังจากที่จัดการไปแล้วมากกว่าสิบคน เขาก็ยัง
สามารถถอนตัวออกมาได้อย่างปลอดภัย จากนั้น
ตะโกนออกมา “เจ้าพวกผู้ฝึกตนนอกรีตไร้ยางอาย
มีใครบ้างที่กล้าจะมาต่อสู้กับข้า!”
“อย่าไป!”
ในเวลาสั้นๆปรากฏเป็นผู้ฝึกตนนอกรีตจำนวนมาก
บินไล่ล่าเขามาด้วยความโกรธ ซึ่งมีหลายคนห้าม
ปราม แต่ก็สายไปเสียแล้ว
เหล่าหัวหน้ากองร้อยทางฝังตะวันตก ได้เตรียมตัว
พร้อมแล้ว
ถึงแม้ว่าพวกผู้ฝึกตนนอกรีตจะมารวมตัวกันเป็น
จำนวนมหาศาล แต่เมื่อตอนที่ถูกโจมตี หรือว่าถูก
คนอื่นเข้ามายั่วยุย่อมเกิดความโกลาหลขึ้น
ในตอนนี้พวกมันเริ่มทำการเปิดฉากโจมตีแล้ว
ภายในเวลาสั้นๆพวกมันได้วิ่งตะลุมบอนกันเข้ามา
พวกผู้ฝึกตนนอกรีตคนอื่นๆที่อยู่ด้านหลังได้เริ่มที่
จะพุ่งโจมตีเข้ามาอย่างมั่วซั่ว!
ในเวลานี้เกิดเป็นฉากเหตุการณ์ที่วุ่นวายเป็นอย่าง
ยิ่ง!
ทางฝังทิศตะวันออกยังคงอยู่ในความสงบ
“บุกได้!” อู่ อวี้ ถือเสาเหยียนหวงเบิกฟั้าเอาไว้ใน
มือ และเปลี่ยนตำแหน่งกับร่างอวตารของเขา ไป
ปรากฏตัวอยู่ในแนวหน้าของสนามรบ
ถึงแม้ว่าเขาจะทำการยั่วยุ แต่ผู้ฝึกตนนอกรีตไม่ได้
ทำการโจมตีมามากนัก พวกมันเพียงพุ่งเข้าไปยัง
ทิศทางของเหมืองแร่ทองคำวิญญาณคราม ดังนั้น
ตำแหน่งตรงกลางจึงเป็นตำแหน่งที่เกิดการปะทะ
มากที่สุด
ทางด้านของ อู่ อวี้ มีศัตรูกระจุกตัวอยู่ไม่น้อย แต่
ทว่าเขาก็มีแผนการอยู่ในใจแล้ว
“เตรียมการเสร็จแล้ว”
ค่ายเทียมฟั้าของเขา ทั้งอยู่ภายใต้การคุ้มครอง
จากร่างอวตาร ได้พุ่งโจมตีเข้าไปราวกับกระแสน้ำ
ที่ไหลหลาก
และตัวของ อู่ อวี้ ได้ถือเสาเหยียนหวงเบิกฟั้า
เอาไว้ในมือ ก่อนที่เหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตจะมาถึง
เขาก็พุ่งตรงเข้าไปทำการประหัตประหารไปทั่วทุก
ทิศ
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ