กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 386 : ทรราชผนึกสวรรค
ผู้ฝึกตนนอกรีตมากกว่า 3,000 คน อย่างน้อย
ประมาณ 2,000 คนที่ถูก อู่ อวี้ ทำการยั่วยุ และ
พุ่งมาโจมตีเขา
และมีอีก 1,000 คนกำลังมุ่งไปทางค่ายที่ ชิงหลิว
และ ชางซง กำลังดูแลอยู่
ทางฝังของ อู่ อวี้ เบื้องหน้าของเขาปรากฎเป็นผู้
ฝึกตนนอกรีตประมาณ 300 คน ซึ่งถือว่าความ
กดดันค่อนข้างน้อยกว่าทางฝังของค่ายชางซง
และภายในค่ายเทียมฟั้าของ อู่ อวี้ ยังมีร่างอวตาร
ทั้ง 10 ของเขาอยู่ ซึ่งเกือบจะมีความแข็งแกร่ง
เทียบได้กับผู้ฝึกตนขั้นตำหนักม่วงทะเลมรกต
เท่ากับว่าในหน่วยของเขามีผู้ฝึกตนตำหนักม่วง
ทะเลมรกตอยู่ 15 คน ความแข็งแกร่งนี้ช่างน่า
เหลือเชื่อยิ่งนัก อย่างน้อยในใจของ อู่ อวี้ มีความ
เข้าใจเป็นอย่างดีว่าถ้าหากไม่รวมตนเอง เฉิน ชา
งซง กับ ฝาน ชิงหลิว หากเผชิญหน้ากันตรงๆ อีก
ทั้งสองค่ายที่เหลือก็ยังไม่อาจที่จะต่อสู้กับค่าย
เทียมฟั้าที่มีร่างอวตารของเขาเพิ่มเข้าไปด้วยได้
เลยแม้แต่น้อย
ซึ่งภายในหน่วยของพวก เฉิง ชางซง มีผู้ฝึกตนขั้น
ตำหนักม่วงทะเลมรกตอยู่เพียงแค่ 2 – 3 คน
เท่านั้น
อย่างไรก็ตามภายในหมู่ฝึกตนนอกรีตสามร้อยคนนี้
ก็ไม่มีตำหนักม่วงทะเลมรกตเลย อู่ อวี้ จึงได้ปล่อย
ให้ผู้ฝึกตนนอกรีตส่วนใหญ่ไป เพื่อที่จะให้ค่าย
เทียมฟั้ามีโอกาสได้หาประสบการณ์ เขานั้น
เคลื่อนไหวจัดการแค่บางส่วนหรือว่าพวกที่มีความ
แข็งแกร่งมากกว่าขั้นสร้างแกนนภาระดับที่ 8 ขึ้น
ไปเท่านั้น และปล่อยให้ผู้ฝึกตนนอกรีตอีกจำนวน
สองร้อยกว่าคนให้พุ่งเข้าไปโจมตีทหารในค่าย
เทียมฟั้า
ภายใต้การนำของ อู่ อวี้ คนในหน่วยเขา 10 คน ก็
สามารถสกัดเหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตได้มากถึง 20
คน!
การต่อสู้เกิดขึ้นทุกที่ ภายในเวลาสั้นๆ ท่ามกลาง
ทะเลที่กว้างใหญ่ไพศาลเช่นนี้ เกิดเป็นกระแสน้ำ
ระเบิดกระจายไปทั่วทุกหนแห่ง ธารโลหิตกระจาย
อยู่เต็มฟากฟั้า ในสงครามระหว่างชีวิตและความ
ตายบนวิถีแห่งเซียนอมตะ ไร้ซึ่งความเมตตา
การปราณีผู้อื่น นั่นหมายถึงความตายของตนเอง
อู่ อวี้ ตระหนักถึงจุดนี้ดี ดังนั้นเขาจึงลงมืออย่าง
หนักหน่วงโดยไม่พะวงหน้าหลัง
เสาเหยียนหวงเบิกฟั้ากวาดไปถึงที่ใด ภายใน 1
ดาบจะต้องมีผู้ฝึกตนนอกรีต 1 คนกระเด็นออกไป
อย่างดับดิ้น
ปลิวกระเด็นกลับไปพร้อมกระอักโลหิตออกมา
พวกมันอาจถึงขึ้นพิการไม่ก็ตกตายไป!
เขาอยู่ในเขตทะเลน้ำลึก ทั่วทั้งร่างลุกโชนขึ้นด้วย
เปลวเพลิงสีทอง ดวงตาทั้งคู่ราวกับเป็นดวงตะวัน
อันร้อนแรง ไม่ต้องกล่าวถึงการเผชิญหน้าในด้าน
กายเนื้อ แค่เพียงต้องเผชิญหน้ากับดวงตาอัน
ร้อนแรงของเขาแล้ว ทำให้ดวงตาของผู้ฝึกตนนอก
รีตจำนวนมากลุกไหม้ขึ้นด้วยเปลวเพลิง และถูก
เผาจนบอดในทันที
“สังหารหัวหน้ากองร้อยผู้นี้ซะ!”
“จะจัดการโจรต้องจัดการที่ตัวหัวหน้า!”
ในใจของกลุ่มผู้ฝึกตนนอกรีตเกิดเป็นความรู้สึก
หวาดกลัว พวกมันได้ตะโกนร้องเรียกให้คนยี่สิบ
กว่าคนมาทำการรุมล้อม อู่ อวี้ จากนั้นผู้ฝึกตน
นอกรีตแต่ละคนก็ใช้พลังต่างๆพุ่งโจมตีเข้ามา
เพื่อที่จะบดขยี้ อู่ อวี้ ลงไปให้ได้
กระแสวิญญาณ คำสาป ทั้งยังมีพลังที่แสนจะชั่ว
ร้าย นอกจากนี้ยังผสมรวมเข้ากับความน่ารังเกียจ
และ เคล็ดวิชาซากศพอีกด้วย
อู่ อวี้ คำรามเสียงต่ำ บริเวณพื้นทะเลโดยรอบเกิด
การสั่นสะเทือน จากนั้นเสาเหยียนหวงเบิกฟั้าก็
ขยายขนาดใหญ่ขึ้น เพียงแค่ในเวลาสั้นๆเสาเห
ยียนหวงเบิกฟั้าได้ขยายขนาดจนมีความยาวถึง
30 จั้ง อู่ อวี้ ฟาดออกไป ราวกับว่าเขากำลังถาง
วัชพืช ซากศพของเหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตกปลิวว่อน
พวกมันถูกบดขยี้ด้วยความน่าเกรงขามของ
ศาสตราสถิตวิญญาณ ถูกตีจนร่างกายระเบิด
กระจายออกไป!
ใช้เวลาเพียงแค่ไม่ถึง 20 ลมหายใจ รอบด้านของ
เขาก็ไม่มีคนหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่คนเดียว
เมื่อหันกลับไปมองทางฝังของค่ายเทียมฟั้าแล้ว
เหล่าทหารกล้าทั้งหลายกำลังอยู่ท่ามกลางการ
ต่อสู้อันรุนแรง และร่างอวตารของเขาก็อยู่ภายใน
นั้นด้วย ในตอนนี้ได้สะกดข่มผู้ฝึกตนนอกรีตสอง
ร้อยกว่าคนอย่างอยู่หมัด อย่างน้อยในตอนนี้ผู้ฝึก
ตนนอกรีตก็ได้รับบาดเจ็บและล้มตายเป็นจำนวน
มาก แต่ทางฝังของค่ายเทียมฟั้าตั้งแต่ต้นจนจบ
กลับยังไม่ได้ปรากฏเป็นผู้ที่บาดเจ็บและล้มตายเลย
สักคนเดียว
เนื่องจากว่าหากที่แห่งใดภายในนั้นเกิดการพลาด
ท่าขึ้น ร่างอวตารของ อู่ อวี้ ก็จะรีบรุดเข้าไปทำ
การช่วยเหลือในทันที
เนื่องมาจากว่าการเคลื่อนไหวของทางฝังตะวันตก
จึงทำให้ในเวลานี้ผู้ฝึกตนนอกรีตในทางฝัง
ตะวันออก จึงได้เฮโลพุ่งเข้าไปเปิดฉากการโจมตี
อันที่จริงแล้วความคิดของ อู่ อวี้ ก็สอดคล้องมอง
กับ ฮวางฝูั่ โพ่จุน
เหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตเหล่านี้เป็นกองกำลังที่ไร้ซึ่ง
ผู้นำ ทำได้แค่รวมตัวและรอคอยอยู่ที่ด้านนอก
พวกมันมารวมตัวกันและรอคอยโอกาสที่จะบุกเข้า
มา
เมื่อเป็นเช่นนี้ผู้ฝึกตนนอกรีตที่มารวมตัวกันยิ่งมา
ยิ่งมาก ในเวลานี้ทั้งสองฝังรวมกันคาดว่าจะมีผู้ฝึก
ตนนอกรีตถึง 10,000 คน อีกทั้งยังมียอดฝีมือของ
ทางฝังผู้ฝึกตนนอกรีตมาสมทบอีก ในตอนนี้จึงได้
เวลาแก่การสมควรแล้ว อย่างมากพวกมันก็แค่ตก
ตายเท่านั้น!!
ก่อนหน้านี้หัวหน้ากองร้อยตกตายไปในสนามรบ
ถึง 2 คน ซึ่งทำให้ทั้งสองฝั่ายไม่ค่อยจะแตกต่างกัน
มากนัก
หากย้อนไปยามที่ ฮวางฝูั่ โพ่จุน ต้องการที่จะทำ
เรื่องเช่นนี้ อู่ อวี้ ก็ได้เข้ามาขอคำแนะนำจากเขา
พอดี ฮวางฝูั่ โพ่จุน จึงเข้าใจในทันทีว่า อู่ อวี้
จะต้องมีประสบการณ์ต่อสู้บนสนามรบมาอย่าง
โชกโชน
ในบางเวลา ในด้านของสติปัญญาและการ
วางแผน คนธรรมดาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้ฝึกตน!
เป็นเพราะว่าคนธรรมดามีความสามารถที่จำกัด
ดังนั้นบางครั้งนอกจากความสามารถในการรบ
แล้ว ก็จะต้องคิดถึงวิธีอื่นๆถึงจะสามารถตัดสินถึง
ผลแพ้ชนะได้
อย่างน้อยการตัดสินใจของ อู่ อวี้ ถือว่าเขาทำได้
ไม่เลว!
เหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตที่บุกโจมตีเข้ามา ใช้เวลาเพียง
แค่ไม่นานก็ต้องพ่ายแพ้จนหมดสิ้น! พวกมันได้รับ
บาดเจ็บ บ้างก็หลบหนี หรือตกตายไปเลยก็มี!
ต่อมาก็กลายเป็นคนของค่ายเทียมฟั้าที่ทำการปิด
ล้อมและโจมตีผู้ฝึกตนนอกรีตได้สำเร็จ
เมื่อได้เห็นความองอาจกล้าหาญของ อู่ อวี้ ผู้ฝึก
ตนนอกรีตคนอื่นๆ ก็ไม่กล้าที่จะโผล่มาทางฝังนี้
ทันใดนั้นก็มียันต์สื่อสารใบหนึ่งบินเข้ามา
อู่ อวี้ คว้ามันเอาไว้ และพบว่าเป็นข้อความที่ส่ง
มาจาก ฮวางฝูั่ โพ่จุน
“อู่ อวี้ จงไปทำการสนับสนุน เฉิน ชางซง กับ
ฝาน ชิงหลิวซะ”
เห็นได้ชัดว่า ฮวางฝูั่ โพ่จุน เข้าใจถึงสถานการณ์
ของทางฝังนี้ดี ค่ายของพวก เฉิน ชางซง ทั้งสอง
ค่าย ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูมากกว่าทางฝังของ อู่
อวี้ เป็นสองเท่าหรือมากกว่านั้น และดูเหมือนว่าผู้
ฝึกตนนอกรีตที่อยู่ที่นั่นจะมีฝีมือที่ค่อนข้างเก่งกว่า
ดังนั้นเขาจึงต้องรีบไปเคลื่อนพลไปทำการ
สนับสนุนทางฝัง เฉิน ชางซง โดยเร็ว
“คอยคุ้มกันที่แห่งนี้เอาไว้ให้ดีๆ” อู่ อวี้ ไม่ได้เป็น
ห่วงทางนี้มากนัก เพราะทางฝังนี้มีร่างอวตารของ
เขาอยู่คงจะไม่มีปัญหาอะไรมาก
สิ่งที่เหล่าทหารหาญทั้งหลายจะต้องให้
ความสำคัญคือการปฏิบัติตามคำสั่งและระเบียบ
วินัย ด้วยคำสั่งของเขาจึงไม่มีใครกังขาลังเลแม้
เพียงนิด
ในมือกุมเสาเหยียนหวงเบิกฟั้า พร้อมกระโดดเข้า
ไปที่ทะเลลึก เพียงในเวลาสั้นๆกลับสังหารเหล่าผู้
ฝึกตนนอกรีตได้ไปมากมายตามทาง คนเร่งรีบพุ่ง
ตรงไปยังบริเวณที่พวก เฉิน ชางซง ดูแลอยู่
บริเวณที่พวกมันดูแลนั้นตกอยู่ในความโกลาหล
เป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าเหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตมี
จำนวนมากเกินไป บนพื้นจึงเต็มไปด้วยซากศพ
ของเหล่าทหารทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง
เหตุผลที่เป็นเช่นนี้คือ ส่วนใหญ่แล้วเนื่องมากจาก
ว่า เฉิน ชางซง กับ ฝาน ชิงหลิว ได้ถูกตรึงกำลัง
เอาไว้ ทำให้ทหารทัพเซียนจักรพรรดิเพลิงใน
บริเวณนี้ แตกทัพกระเจิงกันออกไป ต่างคนต่างก็
ต้องต่อสู้ด้วยตนเอง เมื่อถูกผู้ฝึกตนนอกรีตทำการ
ปิดล้อม ความเป็นไปได้ที่จะตกตายไปในสงคราม
ครั้งนี้จึงพุ่งขึ้นสูง
เคล็ดวิชาของพวกผู้ฝึกตนนอกรีต เป็นพลังหยิน
อันชั่วร้ายที่เข้มข้น ตราบใดที่โดนวิชาเวทเหล่านี้
ไปจะต้องตกตายลงไปอย่างแน่นอน
ภายใต้การต่อสู้อันชุลมุน อู่ อวี้ ควานหาทั้งสองคน
ได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเขาได้พบกับผู้ฝึกตนขั้น
ตำหนักม่วงทะเลมรกตขั้นที่ 1 หรือ 2 ด้วยการ
โจมตีเพียงครั้งเดียว ก็ทำให้พวกมันต้องพ่ายแพ้
ให้กับ อู่ อวี้ ไปอย่างรวดเร็ว แต่ว่า ณ ตำแหน่ง
ตรงกลางนี้ กลับปรากฏเป็นผู้ฝึกตนตำหนักม่วง
ทะเลมรกตขึ้นอีก 2 คน
ผู้ฝึกตนนอกรีต 2 คนนี้ เป็นคนที่สามารถตรึงพวก
เฉิน ชางซง ได้อย่างสมบูรณ์
ด้วยเหตุนี้ เฉิน ชางซง จึงได้ส่งข้อความขอความ
ช่วยเหลือไปที่ ฮวางฝูั่ โพ่จุน จากนั้นเขาได้จึงเรียก
ให้ อู่ อวี้ มาช่วย
“ถุงเงินที่แท้จริงมาแล้ว!”
สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว ผู้ฝึกตนคนอื่นๆเป็นแค่พวก
ปลาซิวปลาสร้อย เขาได้จัดการผู้ฝึกตนนอกรีตไป
หลายสิบคนและชิงถุงจักรวาลมากแล้วจำนวนไม่
น้อย และผู้ที่ร่ำรวยมากที่สุดในหมู่พวกมันก็น่าจะ
เป็นคู่ต่อสู้ของ เฉิน ชางซง กับ ฝาน ชิงหลิว
“ทั้งสองนั้นจองหองยิ่งนัก แต่เมื่อต่อสู้กับผู้ฝึกตน
นอกรีต ไม่เพียงแต่ไม่สามารถเอาชนะได้ แต่กลับ
ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบแทน เห็นได้ชัด
ว่าพวกมันยังไม่อาจปรับตัวให้สามารถต่อสู้กับผู้
ฝึกตนนอกรีตใต้ทะเลลึกนี้ได้”
ดังนั้นพวกมันจึงไม่อาจแม้แต่จะเอาตัวเองให้รอด
ได้เลย เช่นนี้จะสามารถปกปั้องเหล่าทหารใน
กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิงของตัวเองได้อย่างไร?
เรื่องนี้ไม่อาจล่าช้าได้!
อู่ อวี้ พุ่งโจมตีไปอย่างดุดัน ในมือถือเอาไว้ด้วยเสา
เหยียนหวงเบิกฟั้าอันไร้เทียมทาน กวาดล้างผู้ฝึก
ตนนอกรีตได้นับไม่ถ้วน หลังจากที่ใช้กำลังบุกเข้า
ไปแทรกระหว่างกลางการต่อสู้ของ เฉิน ชางซง คู่
ต่อสู้ของ เฉิน ชางซง ที่เป็นผู้ฝึกตนนอกรีตชราคน
หนึ่ง มันได้เดินบนเส้นทางของการฝึกตนมาอย่าง
ยาวนาน มันมีร่างกายทีผอมแห้ง ใบหน้าเต็มไป
ด้วยจุดด่างดำ กระทั่งมีลูกกระตาข้างหนึ่งที่บอด
สนิท ยืนอยู่บนพื้นดินที่มีแสงสีเขียวกระพริบวิบ
วาบอยู่
ที่แห่งนั้นได้เกิดการต่อสู้อันรุนแรงระหว่างผู้ฝึกตน
นอกรีตชรากับ เฉิน ชางซง เฉิน ชางซง ได้สำแดง
เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดินออกมา เกิดเป็นต้นไม้
จำนวนมากโพล่ขึ้นมาในใต้ทะเลลึกแห่งนี้ ก่อเป็น
รูปแบบปั่าไม้ที่แข็งแกร่ง ผู้ฝึกตนนอกรีตชราผู้นั้น
โต้ตอบกลับด้วยเปลวเพลิงทมิฬที่อยู่ในรูปแบบ
พยัคฆ์นับพันตัว สามารถกดดันเขาได้อย่างอยู่หมัด
ในเวลานี้ผืนปั่าได้ถูกเปลวเพลิงทมิฬเผาไหม้และ
ได้ลุกลามไปอย่างรวดเร็ว พร้อมติดตามไล่ล่า เฉิน
ชางซง ที่กำลังจะทำการหลบหนีไปอย่างต่อเนื่อง
เปลวเพลิงทมิฬนี้ลุกโชนขึ้นอยู่กลางทะเลจึงทำให้
เกิดเป็นควันโขมงขึ้นมาจนบดบังทัศนวิสัย
หลังจากที่ อู่ อวี้ ปรากฏกายขึ้นต่อหน้าเหล่าผู้ฝึก
ตนนอกรีตอย่างกะทันหัน เหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตยัง
ไม่ทันได้สังเกตเห็นเขา มีเพียงแต่ เฉิน ชางซง ที่
มองเห็น
เฉิน ชางซง ตระหนักขึ้นได้ในทันที ว่า อู่ อวี้ มา
ที่นี่เพื่อสนับสนุนตน
อย่างไรก็ตามในใจของมันก็ยังเกิดเป็นความรู้สึกไม่
พอใจ และไม่เต็มใจที่จะให้ อู่ อวี้ เห็นถึงสภาพอัน
น่าเวทนาของตนเอง
โชคยังดี ที่มันได้ทำการต่อสู้กับผู้ฝึกตนนอกรีตคน
อื่นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยามนี้ศัตรูย่อมมิอาจต่อกร
กับ อู่ อวี้ ได้อย่างแน่นอน
บัดนี้ อู่ อวี้ ไม่เกรงใจอีกต่อไป!
ภายในเวลาสั้นๆเขามาปรากฏกายอยู่เบื้องหลังผู้
ฝึกตนนอกรีตชรา พร้อมโจมตีออกมาโดยไม่พูด
พร่ำทำเพลง เพียงแค่โจมตีครั้งเดียวก็สามารถ
สังหารผู้ฝึกตนนอกรีตอื่นๆที่ขวางทางไปได้แล้ว!
เขาเคลื่อนไหวอยู่ภายใต้กระแสน้ำราวกับมัจฉา
หนึ่งมือถือเอาไว้ด้วยเสาเหยียนหวงเบิกฟั้า ส่วน
อีกมือก็ขยับมือร่ายเวทอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาเพียง
ไม่นานมังกรทมิฬก็ปรากฎขึ้นมารวมตัวอยู่บนมือ
ของเขา เหินทะยานฉวัดเฉวียนไปมา ถ้าหากลอง
มองดูดีๆจะเห็นได้ว่ามีมังกรอยู่บนมือเขาถึง 8 ตัว!
ในเวลานั้น อู่ อวี้ คำรามออกมา ทำให้ฟั้าสะท้าน
ดินสะเทือน!
“มังกรทรราชผนึกสวรรค์!”
นิ้วมือทั้งห้าของเขาแทงลงไปบนพื้นดิน ก่อให้เกิด
เป็นเสียงระเบิดอันดังสนั่น ก้อนกรวดที่อยู่ใต้ผืน
ทะเลพวยพุ่งปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง น้ำวนสีดำ
ขนาดมหึมาปรากฏขึ้นที่ใต้ฝั่าเท้าของ อู่ อวี้ เฉิน
ชางซง และ ผู้ฝึกตนนอกรีตชรา ในเวลานี้ เฉิน ชา
งซง กำลังต่อสู้กับ ผู้ฝึกตนนอกรีตอย่าง
ดุเดือด แต่บัดนี้มันกลับพบว่าในชั่วพริบตาก็ถูก
กลืนกินเข้าไปภายในกระแสน้ำวนสีดำ ทำให้พวก
มันไม่สามารถแม้จะยืนได้อย่างมั่นคง
ผู้ฝึกตนนอกรีตผู้นั้นรู้สึกตกตะลึงยิ่ง ไม่คาดคิดว่า
จะปรากฏเป็นเคล็ดแก่นแท้ฟั้าดินขึ้นด้านหลังของ
มัน! มันกำลังเตรียมตัวที่จะถอนตัวออกไป และใน
เวลานี้เอง ภายในกระแสน้ำวนสีดำ มังกรเทวะ 8
ตัวที่ก่อตัวขึ้นมาจากกระแสน้ำวนสีดำทมิฬก็พุ่ง
เข้ามาพัวพันจากทั่วทุกทิศทาง มังกรเทวะ 8 ตัวที่
พุ่งออกมานั้น ม้วนกวาดไปทั่วทุกทิศทาง เพียงแค่
ในเวลาสั้นๆ ก็ได้พันธนาการผู้ฝึกตนนอกรีตเอาไว้
ภายใน!
“รนหาที่ตาย!” ผู้ฝึกตนนอกรีตผู้นั้นคำรามออกมา
ด้วยโทสะ
อย่างไรก็ตามนี่เป็นครั้งแรกที่ อู่ อวี้ ได้สำแดงเคล็ด
วิชามังกรทรราชผนึกสวรรค์ จะอนุญาตให้มัน
สามารถหลุดพ้นจากพันธนาการนี้ได้อย่างไร!
หลังจากที่เขาสำแดงเคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดินนี้
เสร็จสิ้น มือทั้งสองข้างของเขาก็ยกเสาเหยียนหวง
เบิกฟั้าขึ้นมา กระโดดขึ้นไป ทำให้ดูเหมือนกับดวง
อาทิตย์อันร้อนแรงแหวกทะเลลงมาแผดเผา!
“วงเวทย์จักรพรรดิหวงผ่าปฐพี!”
วงเวทย์บนตัวเสาเหยียนหวงเบิกฟั้าจำนวนมากถูก
กระตุ้นขึ้น ในเวลานั้น อู่ อวี้ ได้ปลดปล่อยแสงสี
ทองอร่ามออกมา แสงสีทองที่ทำให้สายตาพร่ามัว
ได้แพร่กระจายไปจนถึงบริเวณที่ค่ายเทียมฟั้า
กระทั่งทางฝังทิศตะวันออกเองก็ยังสามารถ
มองเห็นถึงลำแสงนี้ได้อย่างถนัดตา
ทางฝังทิศตะวันตก ราวกับว่ามีดวงอาทิตย์ขนาด
ใหญ่ปรากฏขึ้นมาอย่างฉับพลัน!
“อ้ากกกกก!”
ผู้ฝึกตนนอกรีตชราที่อยู่ท่ามกลางมังกรทรราช
ผนึกสวรรค์ ไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวได้ ในขณะ
ที่กำลังต่อสู้ดิ้นรน ก็ถูกเสาเหยียนหวงเบิกฟั้าของ
อู่ อวี้ ทุบลงมาบนหัว ซากศพของมันระเบิด
กระจายออกไปทั่วหนแห่ง
แสงสีทองจางหายไปอย่างฉับพลัน อู่ อวี้ ได้
จัดการลงมือเด็ดขาดรวดเร็ว ชิงถุงจักรวาลที่อยู่
บนตัวผู้ฝึกตนนอกรีต รวมถึงศาสตราสถิต
วิญญาณไปโดยฉับพลัน
ในขณะที่ เฉิน ชางซง ยังคงตกอยู่ในอาการตก
ตะลึง อู่ อวี้ ได้จัดการยึดสิ่งของทุกอย่างไป
เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ เฉิน ชางซง ได้เห็นถึงพลัง
ต่อสู้อันน่าสยดสยองของ อู่ อวี้ อีกด้วย!
นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆแม้แต่น้อย อู่ อวี้ ได้ใช้
เวลานานจึงจะสามารถหาเคล็ดวิชามังกรทรราช
ผนึกสวรรค์นี้พบ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนถูกจัดวางขึ้น
เพื่อปูทางสอดผสานให้กับการโจมตีของเสาเหยียน
หวงเบิกฟั้า
ในใจของ เฉิน ชางซงรู้สึกสั่นสะท้าน ตกตะลึง
และยากที่จะทำใจเชื่อได้ในเวลาเดียวกัน อีกทั้งยัง
เกิดความรู้สึกยากจะพรรณา! และมันได้เห็นว่า อู่
อวี้ ฉกชิงสิ่งของของคู่ต่อสู้มันไปต่อหน้าต่อตา เฉิน
ชางซง จึงกล่าวขึ้นอย่างมีโทสะว่า “อู่ อวี้ มันเป็น
คู่ต่อสู้ของข้า วางสิ่งของที่เจ้าหยิบฉวยไปซะ
สิ่งของเหล่านั้นเป็นของข้า!”
อู่ อวี้ หันหัวกลับไปมองและกล่าวขึ้น “วางไว้ให้
สุนัขอย่างเจ้ารึ เช่นนั้นมันก็ไม่ใช่ตัวข้าแล้ว แม้แต่
ขนเส้นเดียวยังไงเจ้าก็ไม่อาจที่จะชิงมันไปได้ ใช่
แล้ว ถ้าหากเจ้ายังคงมามัวเสียเวลากับข้า ค่ายชา
งซงของเจ้าก็คงจะจบสิ้น ณ วันนี้”
เฉิน ชางซง รู้สึกว่าโทสะของมันพุ่งสูงเสียดฟั้า
หลังจากที่มันตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบจึงได้
ส่งข้อความขอความช่วยเหลือ จนได้นำพา อู่ อวี้
มาหาตนเอง แต่ท้ายที่สุดคนที่โศกเศร้าที่สุดกลับ
เป็นตัวพวกมันเอง
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในตอนนี้ค่ายชางซงของมันใกล้
ที่จะจบสิ้นลงแล้ว ฉะนั้นเรื่องนี้ต้องมาก่อนเป็น
อันดับแรก
“รอให้เสร็จสิ้นสงครามก่อน แล้วข้าจะมาคิดบัญชี
กับเจ้า!” เฉิน ชางซง เอ่ยพร้อมกัดฟันของมัน
ออกมา
แต่ในตอนนี้ อู่ อวี้ ได้พุ่งตรงไปยังทิศทางที่ ฝาน
ชิงหลิว กำลังต่อสู้กับคู่ต่อสู้ของนางอยู่และไม่ได้
สนใจสิ่งที่มันเอ่ยแต่อย่างใด
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ