กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 389 : มารคูขาวดํา
หลังจากได้หารือกับ ฮวางฝูั่ โพ่จุน เสร็จสิ้น อู่ อวี้
ก็ส่งร่างอวตาร 1 ตัว เข้าสู่ใจกลางห้วงมหาสมุทร
อันกว้างใหญ่ไพศาล
ความจริงแล้ว แม้แต่ผู้ที่แข็งแกร่งมากที่สุดของที่นี่
อย่าง ฮวางฝูั่ โพ่จุน ก็ไม่สามารถแยกแยะความ
แตกต่างระหว่างร่างอวตารกับตัวจริงของ อู่ อวี้
ได้
กลุ่มไพร่พลทหารจาก ค่ายเทียมฟั้า ของ อู่ อวี้ ยืน
เกาะกลุ่มอยู่ด้วยกัน ด้วยสีหน้าเศร้าหมองหดหู่
เนื่องจากพวกเขาไม่ทราบว่า จริงแล้วร่างไหนเป็น
ร่างจริงของ อู่ อวี้ กันแน่
ดังนั้นหลังจากหนึ่งในร่างอวตารจากไป ทะยานลง
สู่ห้วงสมุทรลึก พวกมันก็ยังไม่ทราบว่า ที่จากไป
นั้นเป็นร่างจริงของ อู่ อวี้ หรือร่างอวตาร
ถึงแม้ร่างอวตารที่ อู่ อวี้ ถูกส่งออกไปจะห่างไกล
จากการมองเห็นของเขา แต่แท้ที่จริงแล้วเขา
สามารถมองเห็นทุกอย่างที่ร่างอวตารเห็น สามารถ
รู้ตำแหน่งที่อยู่ โดยผ่านดวงตาทั้งคู่ของร่างอวตาร
การกระทำเหล่านี้เป็นเพียงแค่การแยกจิตบางส่วน
ออกไป ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อร่างต้น รวมถึงร่าง
อวตารตัวอื่น ๆ
ใจกลางห้วงมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล อู่ อวี้
ก้าวไปข้างหน้าอย่างเงียบ ๆ ด้วยการเคลื่อนไหว
แผ่วเบาอย่างที่สุด
หากมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกขึ้นไปยังผืนแผ่นดิน
ของทวีปแห่งทวยเทพ เขามองสำรวจรอบ ๆ
จากนั้นก็เลี้ยวกลับไปทางทิศตะวันออก
ไม่น่าแปลกใจเลยว่าสถานการณ์ช่วงนี้ ถึงได้เงียบ
เชียบนัก แม้แต่บริเวณใกล้เคียง จำนวนของผู้ฝึก
ตนนอกรีตก็ยังลดลง
มีผู้ฝึกตนนอกรีตอยู่เพียงแค่ไม่กี่แห่ง
ถึงจะตรวจพบว่ายังมีผู้ฝึกตนยังหลงเหลืออยู่
เพราะว่าพวกมันเหล่านี้หาได้มีเจตนาร้ายใด ๆ ไม่
กล้าแม้แต่จะลักขโมยปล้นชิง พวกมัน
เปรียบเสมือนกับปีศาจตัวน้อยที่เพิ่งเริ่มฝึกฝน
ครั้นเมื่อ อู่ อวี้ จับพวกมันมารีดเค้นซักสอบถาม
ข้อมูลต่าง ๆ อย่างดุเดือด แต่พวกมันก็ไม่สามารถ
จะตอบอะไรได้
ถึงแม้ อู่ อวี้ จะไม่ได้ข้อมูลคืบหน้า แต่เขาก็ยังไม่
ยอมแพ้
จากนั้นเขาจึงคิดค้นกลยุทธ์ขึ้นมาใหม่ โดยไม่
จำเป็นต้องมานั่งซักถามให้มากความอีกต่อไป เขา
จึงใช้แผนเปิดเผยตัวตนให้พวกมันทราบ
” อยู่ ๆ จำนวนของผู้ฝึกตนนอกรีตจะลดลงอย่าง
กะทันหันได้อย่างไร จะต้องมีสิ่งผิดปกติอะไร
บางอย่างแน่ ๆ”
” พวกมันรู้ดีว่า พรรคสมุทรคราม ต้องใช้เวลาอีก
2 เดือนถึงจะสามารถขุด เหมืองแร่ทองคำ
วิญญาณคราม”
พรรคสมุทรคราม ได้ยื่นข้อเสนอให้เป็นจำนวน
หนึ่งในห้าของ เหมืองแร่ทองคำวิญญาณคราม
ด้วยเกรงว่าหากพวกเขาขุดแร่ออกมาได้มากกว่านี้
พวกผู้ฝึกตนนอกรีตก็จะโหมกระหน่ำโจมตีหนัก
หน่วงมากยิ่งขึ้น
หลังจากที่เขาเข้าสู่ห้วงสมุทรอันกว้างใหญ่ ก็ได้
พบเจอประสบการณ์อันหลากหลายของชีวิตใต้
มหาสมุทร อีกทั้งยังเจอผู้ฝึกตนนอกรีตหลาย 10
คน ดูเหมือนพวกมันหัวเสียเป็นอย่างมากกับ
สถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้น หลังจากสิบวันผ่าน
ไป พวกมันก็ยังพูดว่า ยังมีผู้ฝึกตนนอกรีตหลาย
คนอยู่ใกล้บริเวณนี้
อู่ อวี้ ยังรู้สึกว่าเรื่องนี้ดูไม่ถูกต้อง
ร่างต้นของเขาอยู่ที่ เหมืองแร่ทองคำวิญญาณ
คราม ซึ่งในเวลานี้เขากับ ฮวางฝูั่ โพ่จุน กำลังยืน
อยู่ใกล้ ๆ กับเรือรบ
” เจ้าออกไปดูลาดเลาค่อนข้างไกล แต่กลับพบเห็น
ผู้ฝึกตนนอกรีตแค่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น ข้าคิดว่า
จะต้องมีอะไรผิดปกติขึ้นบางอย่างแน่ ๆ ” ฮวางฝูั่
โพ่จุน ขบคิดไตร่ตรอง
” แล้วมันคืออันใดกันแน่ ?”
” เช่นนั้นจงไปให้ไกลขึ้นกว่านี้ เพื่อค้นหาว่าผู้ฝึก
นอกรีตที่รู้ถึงสถานการณ์ในตอนนี้ ”
อู่ อวี้ ไม่ลังเลที่จะสั่งที่ร่างอวตารของตนเอง มุ่ง
หน้าไปทางทิศตะวันออกให้ไกลขึ้น ซึ่งอยู่เหนือขึ้น
ไปบนผิวมหาสมุทร เหนือพื้นผิวมหาสมุทรเป็น
ขอบนภาอันกว้างใหญ่ มหาสมุทรตัดกับเส้นขอบ
นภา ช่างเป็นภาพฉากที่งดงามตระการตาอย่างยิ่ง
ทว่าท่ามกลางความงดงามของทะเลตงไห่ ยังมี
เหลือบไรที่แอบแฝงซ่อนตัวอยู่
” มีเกาะอยู่ด้วย ”
หลังจากค้นพบเกาะแล้ว อู่ อวี้ ก็เดินหน้าต่อ โดย
ไม่พูดไม่พูดพร่ำทำเพลงอันใดอีก เกาะแห่งนี้มี
พื้นที่ขนาดเล็กโอบคลุมไปด้วยผืนทราย
เขาจำได้ดีว่าสิ่งมีชีวิตและผู้ฝึกตนนอกรีตที่อาศัย
อยู่ภายในทะเลตงไห่ ความเป็นจริงแล้วพวกมัน
อาศัยอยู่บนเกาะเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากภายใน
ท้องทะเลไม่เหมาะสำหรับการอาศัยอยู่ในระยะยาว
แล้วแทบไม่น่าเชื่อว่าบนเกาะแห่งนี้ จะมีผู้ฝึกตน
นอกรีตอาศัยอยู่ มีเพียงแค่หญิง 1 ชาย 1 เมื่อ อู่
อวี้ ปรากฏการณ์ขึ้นต่อหน้าคนทั้งสอง ก็บังเกิด
เรื่องไม่น่าเชื่ออีกครั้งนั่นก็คือ พวกมันทั้งสองกำลัง
‘บำเพ็ญตนคู่กันอยู่’
เมื่อ อู่ อวี้ ปรากฏกายขึ้นอย่างกะทันหัน ผู้ที่เป็น
สตรีก็ส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจ ทั้งสอง
กระโดดขึ้นพร้อมกับสวมใส่อาภรณ์อย่างเร่งรีบโดย
ไม่สนใจว่า อู่ อวี้ จะสังหารพวกมัน แม้ว่าการ
รบกวนคนทั้งสองที่กำลังเล่นจ้ำจี้กันนั้นหาใช่สิ่งที่ดี
ทว่า อู่ อวี้ ก็หาได้ใส่ใจไม่จากเขามีสิ่งที่สำคัญ
ยิ่งกว่านั้นอยู่ พื้นฐานฝึกตนของทั้งสองอยู่ในระดับ
สร้างแกนนภา ขั้นที่ 6 อู่ อวี้ สาดกำปันเข้าใส่สตรี
อย่างไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง จากนั้นก็คว้าจับลงไป
บนลำคอของบุรุษ ทุกขั้นตอนนั้นช่างง่ายดาย
ราบรื่น แค่เขาออกแรงเพียงเล็กน้อยผู้ที่เป็นบุรุษก็
แทบจะตกตาย
อู่ อวี้ ยกบุรุษผู้นั้นขึ้น จากนั้นก็เอากระบี่จี้ไปบน
ลำคอของสตรี พร้อมกับกล่าวว่า ” พวกเจ้าทั้ง
สองจงฟัง ข้าจะถามแล้วพวกเจ้าก็ตอบ โดยข้าจะ
เริ่มจากเจ้าก่อน แล้วค่อยถามผู้หญิงที่หลัง หาก
คำตอบของพวกเจ้าทั้งสองไม่ตรงกันล่ะก็ อย่าหา
ว่าข้าโหดเหี้ยมก็แล้วกัน ”
” บะ… บอก ข้าจะบอกทุกอย่าง ” ถึงแม้พวกมันทั้ง
สองจะเป็นผู้ฝึกตนนอกรีตก็จริง ดูเหมือนว่าทั้ง
สองจะอยู่ในช่วงอารมณ์ความรักชื่นมื่น อันที่จริง
อู่ อวี้ ไม่ได้เจตนาที่จะโจมตีจุดอ่อนของพวกมัน
” พวกเจ้าทั้งสอง จงบอกเล่าถึงจุดประสงค์อัน
แท้จริง ที่คิดจะลงมือในอีกไม่ช้ามาเดี๋ยวนี้ ” อู่ อวี้
ซักถาม
ใบหน้าของบุรุษขาวซีด แล้วมันก็รีบตอบว่า ” ได้
ยินมาว่าผู้ฝึกตนจากพรรคนิกายหนึ่ง ได้ค้นพบ
เหมืองแร่ทองคำวิญญาณคราม ใต้ก้นทะเลตงไห่
ของพวกเรา ผู้ฝึกตนนอกรีตที่อยู่บริเวณใกล้ ๆ
พยายามเข้ามามีเอี่ยวกับสมบัติในครั้งนี้ อย่างพวก
เราทั้งสองก็มาดูเช่นกัน โดยหวังว่าพวกเราพอจะมี
เอี่ยว สามารถได้รับส่วนแบ่งจากน้ำซุปถ้วยนี้ได้
บ้างไม่มากก็น้อย ”
อู่ อวี้ ซักถามอีกครั้งขึ้นว่า ” แล้วเรื่องที่ผู้ฝึกตน
นอกรีตกว่า 8,000 คนพ่ายแพ้ไปเจ้าล่วงรู้หรือไม่ ?
”
บุรุษผู้นี้หวาดกลัวอย่างสุดขีดแล้วมันก็กล่าวขึ้น ”
ขะ …ข้า หะ… เห็นท่านอยู่ที่นั่น …”
เมื่อเขาได้ยินเช่นนั้น ก็รู้ว่าต่อแต่นี้ก็จะเป็นเรื่อง
ง่ายแล้ว เนื่องจากมันรู้ว่า อู่ อวี้ คือผู้ที่กวาด
ผลาญบดขยี้ทำลายกองทัพผู้ฝึกตนนอกรีต คาดว่า
มันจะต้องหวาดกลัวเขาจนหัวหดเลยทีเดียว จนไม่
กล้าแม้แต่จะโกหกเขา
อู่ อวี้ ถามซ้ำอีกครั้งว่า ” แล้วอย่างไรต่อ? ”
” ในตอนนั้นข้ารู้สึกหวาดกลัวอย่างยิ่ง ถ้ามอง
สถานการณ์ดูแล้วหาโอกาสชนะมีเพียงแค่น้อยนิด
เท่านั้น ข้าจึงตัดสินใจลามือหนีออกมา ”
อู่ อวี้ จ้องมองไปที่มัน เพื่อต้องการใส่แรงกดดัน
เพิ่มเข้าไป
” ขะ ข้า … ข้ากลัวแล้วจริง ๆ มันเป็นเพราะว่า
ทหารทุกคนของ กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง นั้น
แข็งแกร่งมากเกินไป ”
” แล้วไฉนถึงไม่ออกจากที่นี่ไปเสียให้พ้น ๆ เหตุใด
ถึงยังรั้งรอยู่ที่นี่อีก หรือว่าพวกผู้ฝึกตนนอกรีต
อย่างเจ้า ไม่มีที่อื่นให้ไปแล้วหรือไร ? ” อู่ อวี้
ซักถามอย่างมุ่งเน้นประเด็น
“ข้า …”
อู่ อวี้ เพียงทำท่าทีขึงขังเล็กน้อย อีกฝั่ายก็ถึงกับ
ร้องไห้โฮพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า ” มันเป็นเพราะว่า
ท่านสังหาร ผู้มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับตำหนัก
ม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 3 ตกตายไป 2 คน ! ซึ่งทั้ง
สองเป็นคนของประมุข พรรคมารกลืนวิญญาณ
เดิมทีประมุขทั้งสองมิได้สนใจ เหมืองแร่ทองคำ
วิญญาณคราม มากนัก เมื่อรู้ว่าคนของตัวเองตก
ตายไป ในตอนนั้นข้าจึงได้ยินข่าวว่าพวกเขาทั้ง
สองกำลังมาที่นี่ ว่ากันว่าพวกเขาแค่สองคน
สามารถเอาชนะ กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง
ทั้งหมดลงได้ การที่ข้ายังอยู่ที่นี่ก็แค่เพียงต้องการ
… ”
มาฟังมาถึงตอนนี้ อู่ อวี้ ก็ล่วงรู้ว่ามันหาได้ปันแต่ง
เรื่องราวมาเล่าให้เขาฟังแต่ประการใด
ปรากฏว่าผู้ฝึกตนนอกรีตที่เขาสังหารไป เป็นคน
จากพรรคนิกายใหญ่โต ไม่แปลกใจว่าทำไมพวก
มันถึงมีฝีมือแข็งแกร่งเหนือกว่าคนอื่น ๆ มาก
จากคำบอกเล่านี้ สามารถอธิบายได้ว่าเพราะเหตุ
ใด บรรยากาศมันถึงดูเงียบเชียบพิกล นั่นเป็น
เพราะพวกมันหลบซ่อนตัวอยู่ในที่ห่างไกลออกไป
พวกมันรอคอยให้ประมุข พรรคมารกลืนวิญญาณ
ทั้งสองเดินทางมาถึง แต่ด้วยความหวาดกลัว พวก
มันจึงมาหลบซ่อนตัวอย่างห่างไกลเช่นนี้
อู่ อวี้ ตกตะลึงกับคำตอบที่ได้ จากนั้นเขาก็หันไป
ถามผู้หญิงอีกคนด้วยคำถามเดียวกัน ซึ่งคำตอบที่
นางตอบมานั้นก็คล้ายคลึงกับของบุรุษ
เขาซักถามเจาะลึกลงไปในรายละเอียดมากยิ่งขึ้น
แต่พวกมันก็ไม่รู้ว่า ประมุขพรรคทั้งสองมีพื้นฐาน
ฝึกตนอยู่ในระดับใด พวกมันล่วงรู้เพียงว่าประมุข
ทั้งสองถูกขนานนามว่า ‘มารคู่ขาวดำ’ ในอาณา
เขตทะเลตงไห่ มารคู่ขาวดำมีชื่อเสียงเลื่องลือเป็น
อย่างยิ่ง! ถึงแม้ พรรคมารกลืนวิญญาณ จะอยู่ห่าง
ออกไปข้างนอกชายฝังเล็กน้อย คงต้องใช้เวลาสัก
ระยะกว่าจะมาถึงที่นี่ แต่ระยะทางความห่างของ
มันก็ยังอยู่ใกล้กว่า พรรคสมุทรคราม มาที่นี่ แต่
ตราบใดที่พวกมันตัดสินใจที่จะเดินทาง เมื่อ
คำนวณจากระยะเวลา และ ระยะทาง คาดว่า
พรรคมารกลืนวิญญาณ กำลังจะมาถึงที่นี่ตอนนี้
แล้ว
นอกจากนี้พวกมันยังกล่าวอีกว่า มารคู่ขาวดำ ได้
สร้างวีรกรรมโฉดเป็นที่ร่ำลือ ว่ากันว่าพวกมัน
ฝึกฝนบำเพ็ญตนด้วยการกลืนกินจิตวิญญาณ
มนุษย์ เข่นฆ่าสังหารผู้คนนับแสน ด้วยการใส่พวก
เขาลงไปในเตาปรุงยา เผาผลาญหลอมพวกเขาทั้ง
เป็น หลังจากสร้างวิญญาณพยาบาทขึ้นมาแล้ว
พวกมันก็ใช้วิชาเวทหลอมสร้างกลั่นสกัด ปรับแต่ง
ผสานวิญญาณแค้นกลายเป็นโอสถ ในท้ายสุดก็
นำมาใช้ฝึกฝนบำเพ็ญตน ด้วยวิธีอันแสนโหดเหี้ยม
อำมหิตนี้ ทำให้พวกมันยกระดับก้าวรุดหน้าขึ้น
อย่างรวดเร็ว ชื่อของ พรรคมารกลืนวิญญาณ ก็
มาจากวิธีการอันโหดเหี้ยมอำมหิตนี้เอง
การกระทำของมัน อยู่เหนือเกินกว่าที่ อู่ อวี้
คาดคิดเอาไว้ โทสะของเขาพวยพุ่งขึ้นอย่าง
ฉับพลัน! อู่ อวี้ รู้สึกราวกับว่าสมองของตนเอง
ด้านชาไปหมด ใช้มนุษย์มาปรุงเป็นโอสถ! เมื่อเมื่อ
ไตร่ตรองดูอย่างละเอียดแล้ว มนุษย์ที่ถูกใส่ลงไป
ในเตาปรุงยา ถึงแม้ร่างกายจะตกตายไป แต่
วิญญาณของพวกเขาก็ยังถูกเผาผลาญหลอมเป็น
โอสถ การกระทำอันแสนชั่วช้าต่ำทรามนี้ นับเป็น
เดรัจฉานอย่างแท้จริง!
ร่างจริงของ อู่ อวี้ บอกกล่าวข้อมูลที่ได้มาใหม่
ให้แก่ ฮวางฝูั่ โพ่จุน ทันที
” พรรคมารกลืนวิญญาณ ? มารคู่ขาวดำ?” คิ้วของ
ฮวางฝูั่ โพ่จุน ขมวดเข้าหากัน อันที่จริงแล้วมันไม่
รู้จักคนทั้งสอง เนื่องจากว่ามันอยู่ อาณาเขตนอก
ชายฝังทะเล ระหว่างที่ผู้ฝึกตนนอกรีตจากพรรค
นิกายต่าง ๆ ต่อสู้ห้ำหั่นอยู่กับพรรคสมุทรคราม
หาได้รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของคนทั้งสองแม้แต่
น้อย เป็นไปได้ว่าพวกมันทั้งสองอาจอยู่ห่างไกล
ออกไปในทะเลตงไห่
ดังนั้นมันจึงเรียก กงซู หมิง เข้ามาหารือทันที
หลังจาก กงซู หมิง รู้เรื่องนี้ สีหน้าของมันก็ซีด
เผือดลงทันที จากนั้นก็กล่าวขึ้นว่า ” พรรคมาร
กลืนวิญญาณ มารคู่ขาวดำกำลังจะมา? พรรคของ
เราไม่ได้อยู่ใกล้เคียงอาณาเขตทะเล แต่อยู่
ใกล้เคียงกับหมู่เกาะตงหยางทั้ง 4 แล้วพวกมันทั้ง
สองจะมาได้เช่นไร? ”
” พวกมันบอกว่า ผู้ฝึกตนนอกรีตสองคนที่ข้า
สังหารครั้งล่าสุดเป็นคนจาก พรรคมารกลืน
วิญญาณ ดังนั้นข้าจึงอยากเตือนพวกท่านทั้งสอง
เอาไว้ ” อู่ อวี้ กล่าว
” เฮ้อ พวกเราไม่อาจหลบหนีไปได้จริง ๆ แท้จริง
แล้วท่ามกลางศัตรูของพรรคสมุทรคราม ไม่
คาดคิดว่าจะมีมารคู่ขาวดำด้วย … บางที สงคราม
ครั้งต่อไปที่จะมาถึงอาจยากลำบากอย่างยิ่ง บางที
เราอาจจะพ่ายแพ้ เว้นเสียแต่ว่า ท่านประมุขจะ
ตรึงกำลังรออยู่ที่นี่ และต่อสู้กับพวกมันอย่างสิ้น
หวัง ” กงซู หมิง กล่าวขึ้นพร้อมถอดถอนหายใจ
” รู้หรือไม่ว่าสองคนนี้มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับ
ใด ? ” อู่ อวี้ ไตร่ถาม
” ข้าไม่ทราบแน่ชัด แต่กล่าวได้ว่า พื้นฐานฝึกตน
ของมันอยู่เหนือกว่าระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต
ขั้นที่ 4 ซึ่งข้าได้แจ้งข่าวนี้ให้แก่ท่านประมุขทราบ
แล้ว ถึงแม้ท่านประมุขจะรีบเร่งมาสนับสนุน แต่
คาดว่าก็สายเกินไปอยู่ดี ข้ากลัวว่าผู้ฝึกตนนอกรีต
จะอาศัยโอกาสนี้ลอบโจมตีพรรคสมุทรครามของ
ข้า ”
กงซู หมิง รู้สึกวิตกกังวลตรึงเครียดเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากอวตารของ อู่ อวี้ รีดเฟั้นข้อมูลเสร็จสิ้น ก็
เตรียมพร้อมเดินทางจากออกมา
เนื่องจากแลเห็นว่าผู้ฝึกตนนอกรีตทั้งสองนั้น
อ่อนแอเป็นอย่างยิ่ง จึงเกิดความรู้สึกเมตตา
เล็กน้อย อู่ อวี้ ไม่อยากทรมานพวกมัน และกำลัง
จะปล่อยพวกมันไป
ทันใดนั้นเองก็มีเสียงดังขึ้นมาจากเบื้องหลังของ
เขา ” หนุ่มน้อย เจ้าถามข้อมูลของเราเช่นนี้ได้
อย่างไร ”
อู่ อวี้ ตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่ง!
โดยไม่คาดคิดว่าคนที่เขาพึ่งไถ่ถามถึง บัดนี้ได้มา
ยืนอยู่เบื้องหลังของตนเองแล้ว
ในชั่วขณะที่เขาหันหลังกลับไปมอง ทันใดนั้นก็มี
มวลพลังมหาศาลพวยพุ่งทะลวงผ่านร่างกายอย่าง
ฉับพลัน ทันทีที่คลื่นพลังทะลวงผ่านม่านคุ้มกัน
ของร่างอวตาร ส่งผลให้ร่างอวตารของเขาก็เกิด
การระเบิดกลายเป็นหมอกควันในบัดดล สลาย
กลับคืนสู่สภาพของเส้นขนวานรสีทอง แน่นอนว่า
ย่อมไม่มีผู้ใดมองเห็นว่าเส้นผมนั้นกำลังร่วงตกลง
ไปในมหาสมุทร
ร่างอวตารถูกสังหาร
แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร เป็นเพราะว่าร่าง
อวตารไม่ได้ถูกทำลายลงไปจริง ๆ มันกลายเป็น
เส้นขนวานรสีทองล่องลอยกลับไปหาร่างต้น ต้อง
ใช้เวลาฟืนฟูชั่วขณะหนึ่ง จากนั้นก็สามารถเรียก
มันออกมาใช้ได้ใหม่
ถึงแม้จะไม่มีอะไรเสียหาย แต่สีหน้าของเขาก็บิด
เบี้ยวน่าเกลียดอย่างยิ่ง
” ร่างอวตารของข้าถูกสังหาร เป็นฝีมือของ มารคู่
ขาวดำมันยืนอยู่เบื้องหลังของร่างอวตารของข้า!
หากประเมินจากระยะทาง และ ความเร็วของมัน
คาดว่ามันจะมาถึงที่นี่อีกไม่เกิน 60 ลมหายใจ!”
อู่ อวี้ กล่าวอย่างรวดเร็ว
” ว่าอย่างไรนะ!? ” ฮวางฝูั่ โพ่จุน กล่าวขึ้นด้วย
ความตื่นตระหนกหวาดกลัว
สมองของ อู่ อวี้ ประมวลผลอย่างรวดเร็วจากนั้นก็
รีบกล่าวขึ้นว่า ” เตรียมพร้อมรบ! หลัก ๆ น่าจะมี
พวกมันเพียงสองคน ไม่น่าจะมีผู้ติดตามมามากนัก
เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียโดยไม่จำเป็น ข้าจึงอยาก
เสนอว่า นอกเหนือจากหัวหน้ากองร้อยแล้ว ข้า
ขอให้ทหารทุกคนจากทุกหน่วยเข้าสู่สนามรบ
จากนั้นจากนั้นพวกเรา 10 คน จะผนึกกำลังต่อสู้
กับ มารคู่ขาวดำ ”
ฮวางฟู โพ่จุน เชื่อฟังแนะนำของ อู่ อวี้
ทุกคนพยักหน้า โดยไม่พูดพร่ำทำเพลงใด ๆ คำสั่ง
กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว บัดนี้ กองทัพ
จักรพรรดิเพลิงพร้อมทำศึก!
กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง รู้สึกประหลาดใจอยู่
ชั่วครู่ จากนั้นก็เร่งรีบปฏิบัติตามคำสั่งอย่าง
รวดเร็วแข็งขัน ในเวลานี้แม้แต่ พรรคสมุทรคราม
ก็ยังต้องหยุดการขุดเหมือง พร้อมกับเข้ามา
สนับสนุนกับ กองทัพศึกจักรพรรดิเพลิงอย่าง
รวดเร็ว!
” กงซู หมิง หากคู่ต่อสู้แข็งแกร่งกว่าเรามากเกินไป
พวกเรามีสิทธิ์สละภารกิจครั้งนี้ได้ เพราะอย่างไร
แล้วทุกคนก็ได้สร้างคุณประโยชน์ให้แก่ นคร
จักรพรรดิเพลิง ซึ่งในยามนี้มีแต้มผลงานมากกว่า
150,000 อยู่ในกำมือของเรา ถ้าหากเราตัดจะ
ตัดสินใจสู้กับพวกทั้งสอง มีความเป็นไปได้สูงว่า
แต้มผลงาน 150,000 แต้มอาจจะหลุดลอยไป
” ฮวางฟูั่ โพ่จุน กล่าวเตือน
แน่นอนว่า กงซู หมิง เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งชัดเจน
เขากล่าวว่า ” ถ้าถึงจุดนั้นจริง ๆ พวกเรา พรรค
สมุทรคราม จะขอยอมแพ้ แต่ขอให้ท่านวางใจได้
พรรคพวกข้าขุดเหมืองแร่มามากได้กว่าครึ่งแล้ว
ข้าจะชดเชยให้แก่พวกท่าน ซึ่งถือว่าเป็น
ค่าตอบแทนไม่น้อยทีเดียว ”
เขากล่าวเสริมเพิ่มเติมอีกว่า ” ทุกคนทำงานนี้เพื่อ
ได้รับแต้มผลงาน พวกเรา พรรคสมุทรคราม ไม่
อยากเห็นคนของ กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง
ต้องบาดเจ็บล้มตาย เสียมากกว่าได้ ซึ่งมันไม่คุ้มค่า
อย่างยิ่ง! ”
ถึงกระนั้น กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง จะต้อง
แบกรับความรับผิดชอบอย่างใหญ่หลวง พวกเขา
ยังต้องต่อสู้กับ มารคู่ขาวดำ อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ได้!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ