กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 391 : เทพมาร
” ลงมือ! ”
อู่ อวี้ กับทั้งเก้าที่กำลังโอบล้อม พุ่งเข้าโจมตีพร้อม
กัน!
หัวหน้ากองร้อยแต่ละคน ล้วนมีพลังอิทธิฤทธิ์
ด้วยกันทั้งสิ้น ฉะนั้นถ้าให้กล่าวถึงด้านพลังฝีมือใน
ปัจจุบัน จึงนับว่าไม่มีผู้ใดอ่อนด้อยกว่ากัน ทั้งหมด
ยังใช้ศาสตราสถิตวิญญาณเป็นอาวุธ ซึ่งมีมูลค่าไม่
ต่ำกว่า 200,000 เม็ดยาสร้างแกนนภา!
สำหรับเวลานี้ไม่ว่าจะเป็น เคล็ดวิชาแกนแท้ฟั้าดิน
หรือ มหาวิถีเชื่อมสวรรค์ ของทุกคนได้ถูก
ปลดปล่อยเข้าใส่ร่างกายของ ศัตรู
อาทิเช่น เฉิน ชางซง กับ ฝาน ชิงหลิว พวกมันใช้
เคล็ดวิชาแกนแท้ฟั้าดิน ธาตุไม้ เมื่อทั้งสองร่วมมือ
ผสานพงพนาอันหนาแน่น ก็ถูกสร้างสรรค์ขึ้นบน
ผืนแผ่นดินใต้ก้นมหาสมุทรในบัดดล ทุกสรรพสิ่งที่
มันสร้างสรรค์จะเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้
ร่างกายของมันจะแปรเปลี่ยนเป็นแมกไม้พฤกษา
หรือแม้ว่ากิ่งก้านใดจะมีการแตกหัก แต่ถึงกระนั้น
ก็งอกงามเติบโตขึ้นมาทดแทนอย่างฉับผลีฉับพลัน
ขึ้นมาในทันทีเช่นกัน
กงซู หมิง ประมุขพรรคสมุทรคราม ได้ปลดปล่อย
พลังอิทธิฤทธิ์จาก เคล็ดวิชาสมุทรคราม ก็บังเกิด
เป็นปรากฏการณ์มหัศจรรย์ขึ้น บัดนี้กระแสสาย
มหาสมุทรได้มีการม้วนตัวกลิ้งเกลือก ฉับพลันก็
กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งปรากฏอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง
ทอดยาวออกกว่าหลายพันลี้!
พลังอิทธิฤทธิ์ของ อู่ อวี้ นั้นเรียบง่ายกว่าผู้อื่นมาก
นัก ถึงแม้จะเรียบง่ายแต่ไม่ต้องสงสัยกังขาในเรื่อง
พลังการโจมตี!
เขาคือหนึ่งในผู้ยืนหยัดอยู่บนสมรภูมิ อีกทั้งยังเป็น
ผู้น่ากริ่งเกรงครั่นคร้ามมากที่สุด เมื่อเข้าไปใกล้
มารขาว อู่ อวี้ ก็กระโจนเข้าปะทะห้ำหั่นกับมัน
ทันที! ซึ่งถ้าให้กล่าวถึงผู้ฝึกตนทั้งหมด นอกจากผู้
ฝึกตนกระบี่แห่งซูซัน ส่วนใหญ่แล้วย่อมไม่เต็มใจ
ที่จะต่อสู้ในระยะประชิดกับฝั่ายตรงข้าม
” หึ! ” ในความเป็นจริงท่ามกลางกลุ่มคนทั้งหมด
ผู้ฝึกตนนอกรีตค่อนข้างดูถูกดูแคลนในพลังฝีมือ
ของ อู่ อวี้ มากที่สุด ซึ่งในยามนี้มารขาวได้
ตระเตรียมแผนการรับมือเอาไว้แล้ว ท่ามกลางการ
โบกสะบัดของธวัชพันเนตรดูดวิญญาณ ฉับพลัน
ดวงตานับพันคู่ก็เริ่มหมุนวนพร้อมกัน สร้างเป็น
กระแสน้ำวนขึ้น ทันใดนั้นเองก็มีร่างของคนผู้หนึ่ง
กระโจนออกมาจากกระแสน้ำวนของธวัชพันเนตร
ดูดวิญญาณ
” กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง ข้าจะนำซากศพ
ของพวกเจ้าไปปรับแต่งทำเป็นหุ่นเชิด ส่วน
วิญญาณของพวกเจ้าจะเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศของหุ่น
เชิด” มารขาว กล่าวขึ้นมาอย่างแผ่วเบา ระหว่าง
การต่อสู้ได้ครุ่นคิดวางแผนตระเตรียมการว่าจะนำ
พวกเขาไปทำอะไรบ้างแล้ว
สิ่งที่มันกล่าวไม่ว่าจะเป็นหุ่นเชิดซากศพ หรือ
วิญญาณหุ่นเชิด เห็นได้ชัดว่ามันคือสิ่งที่
ปรากฏการณ์ออกมาจากธวัชพันเนตรดูดวิญญาณ
ทั้งสิ้น หุ่นเชิดซากศพตอนนี้เห็นได้ชัดว่ามันคือ
ซากศพของผู้ฝึกตน ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่ามันใช้วิชาเวท
อะไร ลูกตาทั้งคู่ของเขาถูกควักออกมา ทั้งอักขระ
ชั่วร้าย และ วงเวทหยินแทบทุกชนิดถูกวางไว้บน
ร่างกายของเขา พลังทุกอย่างที่อยู่ภายในกายของ
ผู้ฝึกตนเหล่านี้ จะถูกหลอมรวมกลั่นสกัดไม่แตก
สลายหายไปไหน โดยมีมารขาวเป็นผู้ควบคุม หุ่น
เชิดซากศพที่ถูกนำออกมาใช้ โชยกลิ่นเหม็นเน่า
คละคลุ้งออกมาอย่างรุนแรง ด้วยเพราะมันตกตาย
มาหลายวันแล้ว หุ่นเชิดซากศพเหล่านี้ไร้ซึ่งดวงตา
เป็นที่น่าหวาดกลัวระคนอเนจอนาถอย่างยิ่ง
ในขณะที่คนทั้งเก้าพุ่งเข้าโจมตี หุ่นเชิดซากศพก็
พุ่งเข้าใส่พวกเขาเช่นกัน!
นอกจากหุ่นเชิดซากศพแล้ว ก็ยังมีวิญญาณหุ่น
เชิดอีกด้วย! สิ่งที่เรียกว่าวิญญาณหุ่นเชิด ทุกดวง
วิญญาณล้วนเป็นหมอกควันสีขาวหนาทึบ หมอก
ควันสีขาวเหล่านี้ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนจากหมอก
ควันธรรมดา กลายเป็นหมอกควันที่เริ่มมี ดวงตา
ปาก แล้วก็ใบหน้าในที่สุด มันเปล่งเสียงกรีดร้อง
โหยหวนโอดครวญออกมาอย่างต่อเนื่อง ขณะ
เคลื่อนไหวฉวัดเฉวียนไปมาอยู่รอบ ๆ กายของ อู่
อวี้ แลคนอื่น ๆ หมอกควันวิญญาณเหล่านี้มี
ด้วยกันอยู่ทั้งหมด 9 กลุ่ม!
วิญญาณหุ่นเชิด ถูกสร้างขึ้นมาจากวิญญาณของผู้
ฝึกฝนที่ตกตาย ส่วนกรรมวิธีการสร้างคาดว่ามัน
จะต้องโหดร้ายทารุณเสียยิ่งกว่าวิธีการสร้าง หุ่น
เชิดซากศพ เสียอีก!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามารขาว นั้นเหี้ยมโหดอำมหิต
มากเพียงใด ถ้าหากมันสามารถจัดการแล้วเก็บ
เกี่ยวดวงวิญญาณ และ ซากศพ ของ อู่ อวี้ กับคน
อื่น ๆ ได้ละก็ คาดว่า วิญญาณหุ่นเชิด เกือบจะมี
จำนวนเพียงพอตามที่มันต้องการ! และพวกเขา
อาจจะเป็นไพ่ตายในมือของมันไปได้อีกหลายปี
” ช่างยอดเยี่ยมอะไรปานนี้ ในไม่ช้าทั้งร่างกาย
และ จิตวิญญาณของพวกเจ้า จะกลายมาเป็นหุ่น
เชิดให้กับข้าผู้นี้ ”
มารขาวยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย
ไม่อยากจะคิดเลยว่า หากผู้ฝึกตนคนดังในตกอยู่ใน
เงื้อมือของมัน จะมีสภาพน่าสังเวชหดหู่มาก
เพียงใด! พวกเขาเหล่านี้ล้วนเป็นสหายรวมผืน
แผ่นดินแห่งทวีปทวยเทพตงเสิ้ง
ไม่ต้องกล่าวถึงผู้อื่น แม้แต่ อู่ อวี้ นึกภาพว่าเป็น
ตนเองที่ตกอยู่ในเงื้อมือของมัน ซึ่งเขาไม่มีทางให้
อภัยมันเด็ดขาด แม้จะตกตาย แต่ก็คงได้รับความ
ทุกข์ทรมานอย่างสุดแสนไปตลอดกาล อย่างไม่ได้
ผุดได้เกิด!
วิญญาณหุ่นเชิดเหล่านี้ เป็นวิญญาณแค้นที่ตกตาย
ไปอย่างอยุติธรรม ซึ่งน่าสะพรึงกลัวมากกว่า
วิญญาณบริสุทธิ์หลายต่อหลายเท่า วิญญาณ
เหล่านี้ล้วนเป็นของผู้ฝึกตน ซึ่งอยู่ในระดับตำหนัก
ม่วงทะเลมรกตด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งบัดนี้พวกเขาทุก
คนกำลังเผชิญหน้าต่อสู้กับ หุ่นเชิดซากศพ และ
วิญญาณหุ่นเชิด ที่ถูกมารขาวเรียกออกมา ทันทีที่
มันปรากฎกายก็สามารถสกัดกั้นการโจมตีของ อู่
อวี้ และคนอื่น ๆ ที่โจมตีเข้าใส่มารขาวได้ทันที
พวกมันเหล่านี้ไม่กลัวที่จะตกตาย ไม่กลัวที่จะ
เจ็บปวด พวกมันแผดเสียงร้องคำรามออกมาดัง
ลั่น สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งผืนปฐพี ร่างของมันเปียม
ล้นไปด้วยจิตสังหารอันหนาแน่น วิญญาณหุ่นเชิด
เหล่านี้ท่วมท้นไปด้วยพลังงานหยินอย่างน่าแปลก
ประหลาด หลังจากวิญญาณหุ่นเชิดปรากฏการณ์
ขึ้น พวกมันก็ดาหน้าพุ่งเข้าโจมตีมาดสังหารศัตรู
อย่างไม่ทันที!
“ร้ายกาจ!”
อู่ อวี้ เผชิญหน้าต่อสู้กับหุ่นเชิดซากศพที่กำลังพุ่ง
ทะยานเข้าใส่ เขารู้สึกว่ามันเป็นคู่ต่อสู้ที่น่า
สะพรึงกลัวยิ่งนัก โดยเฉพาะวิญญาณหุ่นเชิด หาก
พวกมันสามารถเข้าสู่ร่างกายผู้ใดได้ คนผู้นั้นจะถูก
ควบคุมร่างกายโดยสมบูรณ์ เขาคิดว่าหากปล่อย
ให้วิญญาณหุ่นเชิดพวกนี้เข้าสู่ร่างกายของเขาได้
เกรงว่าแม้แต่ร่างกายของเขาก็ยังอาจจะควบคุมได้
“เคล็ดวิชากระบี่แกนแท้เซียนกำสรวล!”
เขาดึงกระบี่ออกมาจากถุงจักรวาล โดยไม่คำนึงถึง
วิญญาณหุ่นเชิด เมื่อคมกระบี่ถูกตวัดเข้าใส่ใบหน้า
วิญญาณหุ่นเชิดส่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่าง
โหยหวน ด้วยความเจ็บปวดอย่างสุดแสนสาหัส อู่
อวี้ ไม่รอช้าตวัดกระบี่ฟันซ้ำลงไปเป็นครั้งสอง!
ส่วนคนอื่น ๆ หาได้มีวิชากระบี่เช่นดั่ง อู่ อวี้ เขา
สามารถหยุดยั้งดวงวิญญาณได้ ทว่าคนอื่น ๆ
กลับไม่สามารถทำได้ ด้วยเพราะความเร็วในการ
โจมตีของวิญญาณหุ่นเชิด นั้นรวดเร็วจนน่า
เหลือเชื่อ ส่งผลให้ดวงวิญญาณหุ่นเชิดพวยพุ่งเข้า
ใส่ร่างคนที่เหลือ อย่างไม่อาจทำอันใดได้ ทันใดนั้น
แววตาของพวกเขาก็ปรากฏเป็นความเจ็บปวด
อย่างสุดแสนสาหัสบังเกิดขึ้น จากความเจ็บปวดนี้
สามารถบอกได้ว่า อย่างน้อย ๆ พลังการต่อสู้ของ
พวกเขา ต้องถูกตัดทอนลงไปกว่าครึ่ง!
พวกเขากำลังพยายามดิ้นรนต่อสู้ แต่แล้วก่อนที่จะ
ผลักไสวิญญาณร้ายออกไปได้นั้น พวกเขาก็
กลายเป็นหุ่นเชิด พร้อมกลับมาต่อสู้หมายเข่นฆ่า
สังหารอย่างบ้าคลั่ง
” พวกนั้นแย่แล้ว ” อู่ อวี้ เห็นได้อย่างชัดเจนว่า
ตอนนี้พวกเขากลายเป็นหุ่นเชิดซากศพ และ
วิญญาณหุ่นเชิด ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยามนี้อย่า
ว่าแต่จะสังหารพวกเขาเลย เพียงแค่ตอนนี้จะหลุด
พ้นและต่อต้านจากพลังอำนาจของมารขาวได้
อย่างไรดีกว่า
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่ามารขาวจะใช้ไม้นี้ ทว่าอย่าง
น้อยทางมารดำก็ยังไม่กระทำอันใด ๆ ดังนั้นจึง
นับว่า ฮวางฝูั่ โพ่จุน ยังไม่อับโชคเกินไปนัก ที่
เลือกคู่ต่อสู้ได้ไม่ผิด
เนื่องจากทางฝังของมารขาว เป็นผู้ควบคุมหุ่นเชิด
ซากศพ และ วิญญาณหุ่นเชิด ซึ่งในเวลานี้ เฉิน
ชางซง ก็ตกอยู่ในชะตากรรมดังเช่นที่ว่า ในเวลานี้
มันต่อสู้แล้วก็ต่อสู้ สีหน้าไร้ซึ่งความเจ็บปวด
ร่างกายไร้ซึ่งจิตวิญญาณ เมื่อกลายเป็นหุ่นเชิด
ซากศพ ร่าง ๆ นั้นจะไม่มีชีวิตแลไม่อาจตายได้
เช่นเดียวกัน ต่อให้แขนขาจะหักหรือถูกบดขยี้
ทำลาย ก็ยังสามารถยืนหยัดสู้ต่อไป แม้แต่จะถูก
ตัดหัวมันก็ยังไม่ตาย เว้นเสียแต่ว่าบดขยี้ทำลาย
จนเป็นเสียงมันถึงจะสิ้นฤทธิ์
อู่ อวี้ ไม่สามารถช่วยเหลือพวกเขาได้อีกต่อไป
เพราะในเวลานี้พวกเขากลายเป็นเพียงหุ่นเชิด
ซากศพ เป็นเพียงเครื่องจักรล่าสังหารเท่านั้น!
มารขาวลูบคาง ขณะมองไปที่ อู่ อวี้ มันแสยะยิ้ม
แล้วเปล่งหัวเราะออกมาอย่างชั่วร้าย เสมือนดั่งว่า
มันกำลังแลเห็นบางอย่างในจิตวิญญาณของ อู่ อวี้
ซึ่งมันรู้สึกสนอกสนใจเป็นอย่างยิ่ง
” ปีศาจน้อยตัวนี้ นับว่าน่าสนใจไม่เบาทีเดียว ”
ทันทีที่มันกล่าวจบสิ้น ฉับพลัน อู่ อวี้ ก็ทะยานตัว
ขึ้นสูง จากนั้นก็ใช้ เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า ตวัด
ฟาดลงบนศีรษะของหุ่นเชิดซากศพ ต่อด้วย ‘ ทวี
ยอดเทวะ ‘ และ ‘ วงเวทย์มหากัมปนาท ‘ เมื่อ ‘
วงเวทย์มหากัมปนาท ‘ ถูกเปิดใช้งานก่อสร้าง
ผลกระทบอย่างใหญ่หลวงขึ้นกับหุ่นเชิดซากศพ
เพราะบัดนี้ร่างของหุ่นเชิดซากศพระเบิดแตก
ออกเป็นเสี่ยง ๆ ในทันที! ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม !!!!
บัดนี้หุ่นเชิดซากศพ ได้ถูกบดขยี้ลงแล้ว!
หุ่นเชิดซากศพไม่ยากที่จะจัดการ ส่วนที่ยากก็คือ
วิญญาณหุ่นเชิดยึดครองร่าง เมื่อร่าง ๆ นั้น
กลายเป็นหุ่นเชิดซากศพความรู้สึกหวาดกลัวที่จะ
ตกตาย ก็จะหายไปเป็นปลิดทิ้งในทันที ด้วยวิธีนี้
เพียงแค่ชั่วขณะหนึ่ง พวกมันก็ถูกกำจัดทิ้งจนสิ้น
ซากลงในบัดดล
” หืม? ไม่เลวนี่ เจ้ามีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในอาณาจักร
สร้างแกนนภาแค่นั้นจริงน่ะหรือ? ข้าชักไม่เชื่อเจ้า
แล้ว ” เดิมทีมารขาวคิดว่าแค่เพียงหุ่นเชิดซากศพ
กับ วิญญาณหุ่นเชิด ก็มากพอที่จะจัดการกับคน
เหล่านี้ลงได้ ขณะมันกำลังมุ่งหน้าไปยังเรือรบ
จักรพรรดิเพลิง โดยหวังยึดครองเรือรบเอาไว้ แต่
ไม่คาดคิดว่า อู่ อวี้ จะสามารถสยบหุ่นเชิดซากศพ
ลงได้ในชั่วพริบตา อีกทั้งในเวลานี้ยังปรากฏกาย
อยู่เบื้องหน้าสายตาของมัน
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นว่าไม่สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้แล้ว
เขาจึงมุ่งความสนใจมาที่มันเพียงอย่างเดียว แล้ว
เขาก็กล่าวขึ้นว่า ” ลองสักตั้งเดี๋ยวก็รู้เอง ”
มารขาวแสดงท่าทางประหลาดใจ ถึงกระนั้นมันก็
ยิ้มขึ้นมาอย่างหนาวเย็น ฉับพลัน ‘ธวัชพันเนตรดูด
วิญญาณ’ ก็ชี้ไปทาง อู่ อวี้ ทันใดนั้นมันก็พุ่ง
ทะยานเข้ามาหาเขาด้วยความเร็วน่าเหลือเชื่อ
ผู้คนบนเรือรบจักรพรรดิเพลิง สามารถมองเห็นทุก
ฉากภาพจากด้านนอกทั้งหมดได้อย่างชัดเจน ใน
เวลานี้ อู่ อวี้ กำลังทะยานเข้าต่อสู้ห้ำหั่นกับมาร
ขาวเพียงลำพัง เหล่าทหารจากค่ายเทียมฟั้า ต่าง
พากันร้องอุทานออกมาด้วยความตื่นตระหนก
ภายในจิตใจของพวกมันรู้สึกตึงเครียดเป็นอย่างยิ่ง
” ผู้บัญชาการอู่ ถอยเร็ว ! ”
สีหน้าของทุกผู้คนเปียมล้นไปด้วยความหวาดกลัว
พวกมันต่างได้ยินคำร่ำลือเล่าขาน ถึงวีรกรรมอัน
โหดเหี้ยมอำมหิตของมารคู่ขาวดำ พวกมันทั้งสอง
คือปีศาจชั่วช้าน่าสะพรึงกลัวอย่างที่ไร้เปรียบ
” เนตรดูดวิญญาณ !”
ระหว่างทะยานเข้าใส่ มันแสยะยิ้มขึ้นมาอย่างชั่ว
ร้าย ทันใดนั้นเองดวงตาของมันก็บังเกิดการ
เปลี่ยนแปลงขึ้น ดวงตาของมันแปรเปลี่ยนเป็นสี
ขาวซีด อนึ่งดวงตาของคนตาย
นี่คือมหาวิถีเชื่อมสวรรค์!
ทันใดนั้นจิตวิญญาณของ อู่ อวี้ ก็ถูกโจมตีอย่าง
รุนแรง ตอนนี้โลกเบื้องหน้าดวงตาของเขา หมุน
คว้างสับสนวุ่นวายไปหมด
เมื่อต้องเผชิญหน้า กับการโจมตีทางจิตวิญญาณ
อันน่าประหวั่นพรั่นพรึงจากมหาวิถีเชื่อมสวรรค์
เช่นนี้ ด้วยประสบการณ์อันโชกโชน อู่ อวี้
ตัดสินใจใช้ภาพจำแลงหัวใจวานรทันที ภาพ
จำแลงหัวใจวานร ได้เจาะทะลวงเข้าสู่โลกแห่งจิต
วิญญาณของมารขาวโดยตรง ในเวลานี้ อู่ อวี้
มองเห็นราชาวานรผู้ไร้เปรียบยืนอยู่ท่ามกลาง
เปลวเพลิงสีทองคำ ปรากฏขึ้นในโลกแห่งจิต
วิญญาณของมารขาว
” เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร? ” มารขาวจ้องมองไปยัง อู่
อวี้
มารขาวอึ้งงันด้วยความไม่อยากจะเชื่อ มันยัง
กล่าวไม่ทันจบ ทันใดนั้นเอง โลกแห่งจิตวิญญาณ
ของมัน ก็ถูกเปลวเพลิงทองคำลุกโหมกระหน่ำ
กลืนกินสลายหายไปในทันที
การคิดใช้ เนตรดูดวิญญาณ โจมตีใส่จิตวิญญาณ
ของ อู่ อวี้ ถือเป็นเรื่องที่ไร้ประโยชน์สิ้นดี!
ฟูม!
อู่ อวี้ ยก เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า ขึ้น จากนั้นก็ฟาด
ออกไปทันที
ตูม ตูม ตูม!
ชั่วพริบตา ธวัชพันเนตรดูดวิญญาณของมารขาวก็
ปะทะเข้ากับ เสาเหยียนหวงเบิกฟั้านับครั้งไม่ถ้วน
อู่ อวี้ พบว่า เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้มีพื้นฐานฝึก
ตนอยู่ในระดับตำหนักม่วงทะเลมรกตขั้นที่ 4 ข้อ
ได้เปรียบทางกายเนื้อของเขา ก็ลดลงอย่างน่าใจ
หาย
หากเขายังมีข้อได้เปรียบทางกายเนื้อดั่งเช่นก่อน
หน้านี้ การมีชัยเหนือมารขาวคงเป็นเรื่องง่ายดาย
อย่างยิ่ง
แน่นอนว่า หลังจากนี้ความได้เปรียบของเขาจะ
ค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ หากกายาเพชรอมตะยังมิได้
ยกระดับสูงขึ้น
ถึงแม้เขาจะบรรลุ สร้างแกนนภาขั้นที่ 10 แต่ก็ยัง
ห่างไกลจากการเป็นคู่ต่อสู้ของผู้อยู่ในระดับ
ตำหนักม่วงทะเลมรกตขั้นที่ 5
อย่างไรก็ตาม เขายังคงต่อสู้ต่อไป
” ไม่แปลกเลยว่าทำไมเจ้าถึงแข็งแกร่งเช่นนี้ กาย
เนื้อของเจ้าช่างน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง แต่ … ”
มารขาวแสยะยิ้มขึ้นมาอย่างชั่วร้ายอีกครั้ง
” เทพมารพันตา ! ”
ทันใดนั้นก็บังเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น ร่างกายของ
มันขยายใหญ่ขึ้นทันที แปรเปลี่ยนกลายเป็นเทพ
มารร่างซีดขาว จากนั้นธวัชพันเนตรดูดวิญญาณก็
เริ่มม้วนพันกับร่างของมารขาว ผืนธวัชซึ่งมี
ดวงตานับพัน ได้หลอมรวมเข้ากับร่างของมัน
แปรเปลี่ยนมันกลายเป็นอสูรกายร่างขาวซีด!
บนร่างของอสูรกายตนนี้ มีดวงตาอยู่นับพันดวง
เมื่อดวงตาเหล่านี้ลืมขึ้น สิ่งที่สะท้อนอยู่ในแววตา
เหล่านั้นคือความรู้สึกเจ็บปวดทรมานอย่างสุดแสน
” ช่วยข้า ช่วยข้าด้วย! ” ดวงตานับพันเหล่านั้น
อ้อนวอนร้องขอความช่วยเหลือกับ อู่ อวี้
อู่ อวี้ ตื่นตระหนกอย่างยิ่ง ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามาร
ขาวในขณะนี้ ดูน่าสะพรึงกลัวมากเพียงใด
” ร่างอวตารนอกวิถี! ”
เขาแยกร่างอวตารออกมาในชั่วพริบตา เมื่อหักร่าง
ที่ถูกทำลายไปก่อนหน้านี้ ร่างอวตารของเขาจึง
เหลือเพียง 9 ร่าง
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง อู่ อวี้ ทั้งสิบร่าง ก็
แปรเปลี่ยนกลายเป็นร่างจำแลงเซียนวานร!
วานรทองคำทั้ง 10 ห้อมล้อมมารขาวซึ่งอยู่ใน
สภาพเทพมารพันตา ช่างเป็นภาพที่ดูน่างดงาม
ตระการตายิ่ง
พร้อมเผชิญหน้ากันอย่างบ้าคลั่ง!
” เจ้าช่างน่าสนใจอย่างยิ่ง ข้าจะกลั่นเจ้าเป็นหุ่น
เชิดซากศพ ด้วยกายเนื้อนี้ เจ้าจะกลายเป็นสมบัติ
วิเศษชั้นยอดอย่างแน่นอน! ” มารขาวจ้องมองไป
ยัง อู่ อวี้ ดวงตาของมันสาดประกายขึ้นอย่างช่วย
ไม่ได้
สำหรับมันแล้ว อู่ อวี้ คือสมบัติวิเศษที่หาได้ยากยิ่ง
มันใช้สายตาซึ่งเปียมล้นไปด้วยความโลภจ้องมอง
ไปยังร่างกายของ อู่ อวี้
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้บังเกิดเสียงดังเซ็งแซ่ขึ้น จน
แม้แต่คนที่อยู่ด้านนอกก็ได้ยิน ผู้คนบนเรือรบ
จักรพรรดิเพลิงต่างพากันตื่นตระหนกตรึงเครียด
มากยิ่งขึ้น ” มี 8 คนตกตายไปอย่างสิ้นเชิง ถ้าผู้
บัญชาการพ่ายแพ้ เจ้ามารขาวนั้นจะเปลี่ยน
เปั้าหมายมาที่เราแทน! ”
” บัดซบ ตอนนี้ผู้บัญชาการฮวางฝูั่ ก็ถูกมารดำ
ขัดขวางเอาไว้ด้วย ”
” พวกเราจบเห่แล้ว! ข้าไม่รู้ว่าพวกเขากำลังคิด
อะไรอยู่ ถึงได้หาญกล้าเผชิญหน้ากับศัตรูที่น่า
สะพรึงกลัวเช่นนี้ ทำไมถึงยังไม่ยอมหนีอีก! ”
” ต้องโทษ อู่ อวี้ เพราะมันหยิ่งทะนงเกินไป! ถ้า
ไม่ใช่เพราะ อู่ อวี้ เราก็ไม่ต้องตกอยู่ในอันตราย
เช่นนี้ เจ้า อู่ อวี้ ตัวบัดซบ! ” คนจากค่ายชิงหลิว
ก่นด่าสาปแช่งขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
” เจ้าว่ากระไรนะ! ” อู่ เทียนหยี่ ได้ยินสิ่งที่พวกมัน
กล่าว โทสะของเขาก็ลุกโชนขึ้นทันที เขาวิ่งไป
ข้างหน้าอย่างฉับพลัน พร้อมกับตบใส่หน้าของคน
ผู้นั้นโดยไม่ได้พูดพร่ำทำเพลงใด ๆ จากนั้นก็กล่าว
ขึ้นว่า ” ผู้บัญชาการกำลังปกปั้องพวกเรา แต่เจ้า
กลับกล่าวคำพูดพล่อย ๆ เช่นนี้ออกมา บิดาผู้นี้จะ
ไม่ปล่อยให้เจ้าตายดีแน่! ”
“ เจ้าบังอาจลงมือกับคนจากค่ายชิงหลิวของเรา
เช่นนั้นรึ! ”
“ พี่น้องค่ายชางซง อย่าปล่อยคนพาลจะค่าย
เทียมฟั้าไปเด็ดขาด ! ”
“ จัดการพวกมัน! ”
ในเวลานี้ บนเรือจักรพรรดิเพลิงกลายเป็นสับสน
อลหม่านขึ้นมาอย่างฉับพลัน ถือเป็นความ
บาดหมางกันอย่างรุนแรง ค่ายเทียมฟั้าถูกปิดล้อม
จากทั้งสองค่าย ขณะนี้พวกเขาตกเป็นฝั่าย
เสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด อู่ เทียน หยี่ ซึ่งอยู่
ท่ามกลางความสับสนอลหม่าน ร่างของเขาล้มลง
กระแทกกับพื้นหลายครั้งหลายครา
” เจ้าคนเนรคุณ รนหาที่ตาย ! ”
” พวกเจ้าจากค่ายเทียมฟั้าหลงระเริงภูมิใจอะไร
อยู่? การที่ อู่ อวี้ ทำเช่นนี้ ก็แค่ยืดเวลาตายออกไป
เท่านั้น! ”
ระหว่างที่ความวุ่นวายสับสนกำลังเกิดขึ้น อู่ อวี้
กับ มารขาวซึ่งอยู่ในสภาวะเทพมารพันตากำลัง
ต่อสู้ห้ำหั่นกันอย่างรุนแรง
ตูมตูมตูม!
ระหว่างการเผชิญหน้า คนทั้งสองต่างงัดวิชา
กลเม็ดออกมาใช้อย่างเต็มที่
ปังปังปัง!
วิชากระบี่แก่นแท้เซียนกำสรวลใช้งานไม่ค่อย
ได้ผลเท่าใดนัก ร่างอวตารของ อู่ อวี้ ถูกฉีก
กระชากทำลายลงไปทีละตน ๆ หากปล่อยให้เป็น
แบบนี้ต่อไป อู่ อวี้ จะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ