กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 393 : ตอใหหมื่นลี้ก็จะตามไปสังหาร!
เฉิน ชางซง กับ ฝาน ชิงหลิว ตายแล้ว!
อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ ต่างตื่นตกใจในเรื่องนี้ ทว่ามันก็
สายเกินไปเสียแล้ว
ซึ่งก็เป็นเพราะหลังจากที่ อู่ อวี้ สังหารมารขาว
จนตกตายไป พวกมันจึงรู้สึกอับอายกระดาก
กระเดื่องใจที่จะก้าวไปข้างหน้า พวกมันจึงต้อง
ประสบกับชะตากรรมน่าอเนจอนาถเช่นนี้
เนื่องจากเหตุการณ์นี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับตนเอง
ทว่าหลังจากที่ อู่ อวี้ ได้ใช้ เคล็ดระเบิดพลังคลั่งได้
เขาก็ยังไม่สามารถออกแรงได้เต็มที่นัก จึงทำให้ไม่
สามารถปั้องกันการโจมตีอย่างฉับพลันจากมารดำ
ได้
หลังจากทั้ง 2 ตกตาย หุ่นเชิดซากศพ กับ
วิญญาณหุ่นเชิด ก็มุ่งเข้าไปหา ฮวางฝูั่ โพ่จุน หาก
ฮวางฝูั่ โพ่จุน ถูกพวกมันห้อมล้อม เขาจะต้อง
ผจญกับภัยอันตรายอย่างถึงที่สุดเป็นแน่
ในช่วงวิกฤตบีบคั้นเป็นตายเช่นนี้ เขาไม่มีเวลา
แม้แต่จะมานั่งตำหนิตนเอง อู่ อวี้ และคนอื่น ๆ
ต่างช่วยกันไล่ล่าจัดการกับพวกมันเป็นลำดับแรก
หลังจากหุ่นเชิดซากศพ กับ วิญญาณหุ่นเชิด
กลับมาเคลื่อนไหวถูกควบคุมอย่างสมบูรณ์ครั้ง
ขณะนั้นเองเขาก็รีบร้อนเตือน ฮวางฝูั่ โพ่จุน อย่าง
รวดเร็ว
เฉิน ชางซง กับ ฝาน ชิงหลิว ตกตายไปยังไม่มี
โอกาสแม้แต่จะต่อสู้ปกปั้องชีวิตของตนเอง
อันที่จริง ฮวางฝูั่ โพ่จุน ล่วงรู้ทุกอย่างเสมือนดั่ง
รู้จักหลังมือของตนเอง
ยามนี้ดวงตาทั้งคู่ของมารดำมืดทะมึน จ้องมอง อู่
อวี้ อย่างลึกซึ้ง มันยิ้มอย่างเย็นชายแล้วกล่าวว่า ”
มีความสามารถเช่นนี้ คาดว่าเจ้าคงมีชื่อเสียงไม่
น้อย สำหรับคนรุ่นใหม่ใน นครจักรพรรดิเพลิง ใน
เมื่อมารขาวตกตายไปด้วยน้ำมือของเจ้าอย่าง
ไม่อยุติธรรม ในฐานะที่ข้าเป็นพี่ชายของเขา ข้าจะ
ทำให้เจ้าทุกข์ทรมานอย่างไม่อาจที่จะข่มตาหลับ
ได้ เด็กน้อยวิถีของผู้ฝึกตนนอกรีตอย่างเรา นั้น
แตกต่างจากผู้ฝึกตนอย่างพวกเจ้า ข้ามีวิธีมากมาย
ที่จะทำให้เจ้าต้องทุกข์ทรมานใจอย่างที่สุด
เว้นเสียแต่ว่าเจ้าไร้ซึ่งญาติพี่น้อง ไร้ซึ่งมิตรสหาย
ไร้ซึ่งอาจารย์ ไร้ซึ่งศิษย์พี่น้อง เจ้าอยู่เพียงแค่
ลำพังตัวคนเดียว!”
คำกล่าวนี้ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกขนพองสยองเกล้า
นี่คือวิถีทางการแก้แค้นของผู้ฝึกตนนอกรีต
สำหรับผู้ฝึกตนนอกรีต ที่ก่อกรรมทำชั่วอย่างไม่
เว้นวาย ไม่มีความชั่วใดที่มันกระทำไม่ได้ มันไร้ซึ่ง
คุณธรรม ไม่แยแสคำว่าถูกผิด พวกมันไม่สนใจว่า
เป็นผู้ใดหน้าไหน หากพวกมันคิดลงมือกระทำ ก็ไม่
มีผู้ใดหน้าไหนมาบังอาจขัดขวาง จิตใจของมัน
หยาบกร้านไร้ยางอายอย่างสมบูรณ์ จากสิ่งที่มัน
กล่าวหากมันแอบเข้าไปในทวีปแห่งทวยเทพ แล้ว
สืบเสาะหาข้อมูลของ อู่ อวี้ ซึ่งหาใช่เรื่องยากเย็น
อันใด สำหรับเวลานี้คนที่เขาห่วงกังวลมากที่สุด
นั้นหาใช่ใครอื่นนั่นก็คือ อู่ หยู๋ อาณาจักรบูรพาเยว่
อู่ และ นิกายกระบี่สวรรค์ จากสิ่งที่มารดำนั้น
กล่าวก็หมายความว่า มันจะทำให้ทั้งสองสถานที่
ซึ่งเขาหวงแหนรักใคร่ กลับกลายเป็นนรกบนดิน!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันได้ไปสะกิดเกล็ดมังกรของ อู่
อวี้เข้าให้แล้ว!
อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ ถือเป็นถิ่นฐานที่เขาถือ
กำเนิด ส่วน นิกายกระบี่สวรรค์ เป็นสถานที่แรกที่
เขาได้ออกเดินทาง อู่ อวี้ รู้สึกห่วงกังวลเกี่ยวกับ
ท่านพี่หญิง อู่ หยู๋ เป็นอย่างมาก ห่วงกังวลท่าน
อาจารย์ เฟิง ซัวหยา ห่วงกังวลศิษย์พี่ ซู หยานห
ลี่ ศิษพี่ โม่ ซือซู และ ชิงเหมิง รวมถึงศิษย์พี่น้อง
คนอื่น ๆ …
เวลานี้ อู่ อวี้ รู้สึกห่วงกังวลพวกเขาอย่างที่สุด ซึ่ง
ทำให้เขารู้สึกมีโทสะเกรี้ยวกราดอย่างไม่เคย
เป็นมาก่อน!
“มารดำาาาาา!!!!”
คราวนี้เขาต้องการช่วยเหลือ ฮวางฝูั่ โพ่จุน
สังหารมารดำอย่างถึงที่สุด บดขยี้มันให้แหลกเละ
เป็นหมื่น ๆ ชิ้น เมื่อต้นตอแห่งปัญหาตกตายทุก
อย่างก็จะจบสิ้น!
ทว่าเขาไม่เคยคาดคิด หุ่นเชิดซากศพ และ
วิญญาณหุ่นเชิดถูกมารดำควบคุมจะผสานเข้า
ด้วยกัน หลังจากที่มันประสานหลอมรวมกับ หุ่น
เชิดซากศพ และ วิญญาณหุ่นเชิด มันก็สลัด ฮวาง
ฝูั่ โพ่จุน ออกไปทันที จากนั้นร่างของมันก็สลาย
กลายเป็นหมอกสีดำหลบหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
ฮวางฝูั่ โพ่จุน รู้สึกลังเลใจว่าตนเองควรไล่ล่า
ติดตามมารดำไปหรือไม่
เมื่อทุกคนเห็นว่ามารดำได้หลบหนีออกไป ภาพ ๆ
นี้ทำให้พวกเขารู้สึกโล่งอกโล่งใจเป็นอย่างยิ่ง ด้วย
เพราะพวกเขาต่างหวาดกลัวมารดำ กับ มารขาว
เป็นที่สุด เพียงแค่ได้เห็นว่าพวกมันจากไป ต่างก็
รู้สึกว่าตนเองได้รับชัยชนะแล้ว เนื่องจาก
เจตนารมณ์แรก พวกเขาต้องการขับไล่มันออกไปก็
เท่านั้น…
วันนี้ นับว่าสามารถผ่านพ้นภยันตรายร้ายแรงไป
ได้
แม้ว่าในวันนี้หัวหน้ากองร้อยจะตกตายไปถึงสอง
นาย แต่ก็กล่าวได้ว่าในความโชคร้ายก็ยังมีความ
โชคดี ที่กาลนี้สามารถสังหารมารขาวจนตกตายลง
ไปได้ นับว่าประสบความสำเร็จอย่างไร้ที่ติ!
ด้วยเหตุนี้ จิตใต้สำนึกของพวกเขาได้บอกว่าควร
พักผ่อนได้แล้ว ส่งผลให้ในเวลานี้หลายคนนั่งกอง
ลงไปบนพื้น เรือรบจักรพรรดิเพลิง อย่างไม่รู้ตัว
ทันใดนั้นเอง เมื่อ ฮวางฝูั่ โพ่จุน หันกลับไปมอง อู่
อวี้ เขาก็ตัดสินใจในทันทีทันใด
” มารดำจากไปเช่นนี้ แสดงว่ามันจะต้องไปหา
ผู้ช่วยเหลือเป็นแน่ เมื่อถึงเวลานั้นเราก็จะยุ่งยาก
มากยิ่งขึ้น ในเมื่อสถานการณ์ตอนนี้เราเป็นฝั่าย
ได้เปรียบ ฉะนั้นข้ากับ อู่ อวี้ จะตามไปไล่ล่า
สังหารมัน!”
แม้ว่านี่จะเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญ แต่ก็ยังมีอีก
เหตุผลหนึ่งนั่นคือพวกเขาได้ยินสิ่งที่มารดำกล่าว
หากมารดำไม่ตกตาย เหล่าญาติสนิทมิตรสหาย
ของ อู่ อวี้ จะต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างถึงที่สุด
เวลานี้ อู่ อวี้ ได้ช่วยเหลือเขาไว้มากมาย ฮวางฝูั่
โพ่จุน รู้สึกว่าตนเองก็ควรจะทำเช่นนั้น
ตอนนี้หากมีผู้ใดต่อต้าน อู่ อวี้ กับ ฮวางฝูั่ โพ่จุน ก็
เท่ากับรนหาที่ตายแล้ว หัวหน้ากองร้อยคนอื่น ๆ
รู้สึกลังเล เนื่องจากต้องละทิ้งผู้ว่าจ้าง และ เหมือง
แร่ทองคำวิญญาณคราม ไปเป็นการชั่วคราว มี
ความเป็นไปได้ว่าผู้ฝึกตนนอกรีต อาจจะวกกลับ
มาฉกฉวยโอกาสนี้ ซึ่งอาจจะเกิดการสูญเสียขึ้นได้
บางส่วน ทว่าการสูญเสียนี้ ย่อมไม่อาจเทียบได้กับ
ความเคารพนับถือ ที่พวกเขามีต่อ อู่ อวี้!
ด้วยเหตุนี้ทหารทั้งหมดของ นครจักรพรรดิเพลิง ที่
อยู่ภายใต้การควบคุมของ ฮวางฝูั่ โพ่จุน ทั้งหมด
จึงรีบรุดกระโดดขึ้น เรือรบจักรพรรดิเพลิง จากนั้น
ฮวางฝูั่ โพ่จุน ก็รีบควบคุม เรือรบจักรพรรดิเพลิง
ไล่ลาติดตามมารดำไปในทันที!
“เกิดอันใดขึ้น! พวกเขาจะไล่ล่ามารดำไปใช่
หรือไม่? ไม่รักชีวิตแล้วรึยังไง !”
” จะไม่อยู่ปกปั้อง เหมืองแร่ทองคำวิญญาณคราม
เป็นการชั่วคราวเช่นนั้นรึ ? แล้วถ้าหากมีผู้อื่นมา
ครอบครองจะทำเยี่ยงไร? ”
” ในบริเวณใกล้ ๆ นี้หาได้มีผู้ฝึกตนนอกรีตอีก
ส่วนคนอื่น ๆ ก็ไม่อาจจะมาครอบครองที่นี่ได้ ข้า
คิดว่าผู้บัญชาการคงพยายามจะสังหารมารดำเสีย
ให้สิ้นซาก เพื่อปั้องกันไม่ให้มารดำกลับไปขอความ
ช่วยเหลือ ”
“ฆ่าก็ฆ่าสิ พวกเจ้าไม่ได้ลงมือเองเสียหน่อย จะ
กลัวทำซากอะไรกันเล่า! ”
ผู้ที่เสียหายมากที่สุดในสงครามครั้งนี้ก็คือ ค่ายชา
งซง กับ ค่ายชิงหลิว เนื่องจากบัดนี้ผู้บัญชาการทั้ง
สองของมันได้สิ้นชีพลงไปแล้ว ในอนาคตทั้งสอง
ค่ายนี้จะมีผู้บัญชาการคนอื่นมาดูแล เมื่อถึงเวลา
นั้นอาจะต้องเปลี่ยนชื่อค่ายด้วย
ยามนี้ อู่ อวี้ ปรากฏกายอยู่บนท้องเรือ เนื่องจาก
ด้านนอกมี ฮวางฝูั่ โพ่จุน คอยสั่งการไล่ล่าสังหาร
มารดำอยู่ เรือรบจักรพรรดิเพลิง นั้นเคลื่อนตัวได้
รวดเร็วกว่ามารดำ ทว่าข้อได้เปรียบของมารดำก็
คือ มันคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมเป็นอย่างดี จึงยัง
ไม่อาจไล่ล่าจับตัวมันมาได้
” พวกเจ้าต่อสู้มาเช่นนั้นรึ ?” เขามองไปที่ไพร่พล
ของค่ายเทียมฟั้า แลเห็นว่าหลายคนได้รับบาดเจ็บ
หลังจาก อู่ อวี้ กล่าวถ้อยคำนี้ขึ้นมา ทำให้พวกมัน
ทุกคนต่างต้องเงียบกริบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไพล่
พลจาก ค่ายชางซง และ ค่ายชิงหลิว พวกมันต่าง
สลดก้มหัวงุด
” ผู้บัญชาการอู่ ไม่สำคัญว่าเจ้าพวกนี้จะร่วมต่อสู้
ด้วยหรือไม่ ข้าเป็นผู้เริ่มลงมือก่อนเอง!” อู่ เทียน
หยี่ ลุกขึ้นยืนพร้อมกับปั่าวประกาศก้องอย่างหึก
เหิม
” สิ่งสำคัญสุดสำหรับตอนนี้ก็คือไล่ล่าสังหารมาร
ดำ อย่าให้เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ของพวกเรามา
รบกวนใจท่านเลย ข้ายังจำได้ว่าผู้ใดลงมือกับข้า
หลังจากนี้ข้าจะจัดการมันด้วยตนเอง ” อู่ เทียน
หยี่ กล่าว
ไพร่พลของ ค่ายเทียมฟั้า ทุกคนต่างก็คิดเช่นนี้
” ตกลง”
หากให้กล่าวอย่างสัตย์จริงไม่อ้อมค้อม ระหว่างที่
ตัวเขากำลังต่อสู้อยู่นั้น คนจาก ค่ายชางซง และ
ค่ายชิงหลิว ได้โจมตี ค่ายเทียมฟั้าของเขา ในตอน
นั้นพวกเขารู้สึกมีโทสะเป็นอย่างมาก ทว่า เฉิน ชา
งซง และ ฝาน ชิงหลิว ได้ตกตายไปแล้ว เขาจึงคิด
ว่าควรลืมเรื่องบาดหมางเมื่อครั้งเก่าก่อนไปเสีย
ดีกว่า มันอาจจะช่วยให้ทุกคนรู้สึกดีขึ้น อีกทั้งยัง
ไม่ดูว่าจิตใจของเขามันคับแคบเกินไป
อู่ อวี้ กลับไปยังห้องโดยสารของ เรือรบจักรพรรดิ
เพลิง ในยามนี้ เรือรบจักรพรรดิเพลิง กำลังทะลวง
ผ่านน่านน้ำห้วงมหาสมุทร เบื้องหน้ามีเงาร่างของ
มารดำปรากฎขึ้นมา ส่วน ฮวางฝูั่ โพ่จุน ก็กำลัง
ติดตามไล่ล่ามารดำอย่างจดจ่อ ด้วยระยะทางที่ยัง
ห่างเกินไปจึงไม่เหมาะสมที่จะทะยานเข้าไปเข่น
คร่าสังหาร จึงจำเป็นต้องให้เรือรบทะยานเข้าไป
ใกล้มันมากกว่านี้
” อู่ อวี้ หากมุ่งไปทางทิศบูรพา ที่นั้นจะเป็นอาณา
เขตของผู้ฝึกตนนอกรีต หาใช่เป็นอาณาเขตของ
พวกเรา ภารกิจของเราคือการ ปกปั้อง เหมืองแร่
ทองคำวิญญาณคราม สำหรับตอนนี้นับว่าพวกเรา
กระทำการบ้าบิ่นเกินเลยไปบ้างเล็กน้อย ดังนั้น
หากไล่ล่ามันไปได้ระยะหนึ่ง แล้วยังไม่อาจจับตัว
มารดำได้ ข้าคงต้องยกเลิกการไล่ล่าครั้งนี้ ด้วย
เพราะ … เราต้องคำนึงถึงไพร่พลคนอื่น ๆของ
กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง ด้วยเช่นเดียวกัน ”
หากต้องต่อสู้กับผู้ฝึกตนนอกรีต กล่าวได้ว่าในเวลา
นี้กำลังพลของ กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง นั้นไม่
เพียงพอ
ถ้าให้กล่าวตามความจริงแล้วนับตั้งแต่อดีตกาล
ฐานทัพของผู้ฝึกตนนอกรีต กับ ปีศาจ แม้แต่ นคร
จักรพรรดิเพลิง ก็ยังไม่กล้ารุกรานโจมตี
“อืม… ข้าเข้าใจในจุดนี้ดี” อู่ อวี้ พยักหน้า
ในช่วงเวลาบีบคันเร่งด่วนเช่นนี้ ถึงแม้ว่า ฮวางฝูั่
โพ่จุน จะพยายามติดตามไล่ล่ามารดำ ทว่า
ระหว่างการไล่ล่าติดตามนี้ อู่ อวี้ ก็ไม่ลืมที่จะ
ฟืนฟูกำลัง เผื่อเหลือเผื่อขาดเตรียมพร้อมในการสู้
รบครั้งต่อไปที่อาจจะเกิด
ส่วนมารดำนั้นค่อนข้างมีไหวพริบมากทีเดียว มัน
ได้เปลี่ยนทิศทางอย่างต่อเนื่องตลอดการหลบหนี
การกระทำนี้ถือเป็นอุปสรรคแลเป็นเรื่องยาก
สำหรับ เรือรบจักรพรรดิเพลิง หากไล่ล่าติดตามใน
ทิศทางตรงแน่นอนว่า เรือรบจักรพรรดิเพลิง
จะต้องเข้าใกล้ตัวมันมากแล้ว ทว่ามารดำกลับขึ้น
ๆ ลง ๆ ซอกแซกไปมาซ้ายทีขวาที ตลอดจนใช้
เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน ปิดบัง ซ่อนร่องรอย
เส้นทางหลบหนี
นับเป็นการต่อสู้ด้วยสติปัญญาของทั้งสองฝั่าย
ผลกระทบจากการใช้ เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง เมื่อ
ครั้งอดีตค่อย ๆ ผ่านพ้นไป
ชัยชนะที่ได้มาจากมารขาว ทำให้ทรัพย์สินของ อู่
อวี้ มั่งคั่งกว่าที่เคยเป็นประวัติการณ์ ไม่ต้อง
กล่าวถึงศาตราเต๋า ธวัชพันเนตรดูดวิญญาณ และ
สิ่งของบ่มเพาะไร้ค่ามากมายของผู้ฝึกตนนอกรีต
เพียงแค่คัดแยกจนเหลือเพียงโอสถสมุนไพรที่
สามารถนำมาใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็น เม็ดยาปราน
มรกต ผนวกกับ เม็ดยาสร้างแกนนภา ฯลฯ รวม ๆ
แล้วก็มีจำนวนมากกว่า 800 เม็ดยาปราณมรกต
ซึ่งก็เท่ากับว่ามีแต้มผลงานมากกว่า 800,000 แต้ม
แน่นอนว่าสงครามในครั้งนี้ ทำให้เขาเก็บเกี่ยว
ได้ผลกำไรมหาศาล
เขาได้รับ เม็ดยาปราณมรกต มามากกว่า 800 เม็ด
อู่ อวี้ ยากจะจินตนาการได้ว่า หากมอบโอสถ
ทั้งหมดนี้ ให้แก่ร่างอวตารของเขาปรับแต่ง
ยกระดับแกนนภาบน เรือรบจักรพรรดิเพลิง อีกทั้ง
อวตารทั้ง 90 ร่างที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นมานี้ ยัง
ห่างไกลจากขีดจำกัดนัก มันต้องการโอสถมากมาย
มหาศาล เพื่อยกระดับให้ถึงขีดจำกัด อีกทั้งพวก
มันยังอ่อนแอกว่าร่างอวตารจะขั้นที่ 1 อย่างไรก็
ตามเนื่องจากร่างอวตารนั้นมีจำนวนมากมาย
จะต้องส่งผลแลมีบทบาท กับกระแสการต่อสู้ของ
เขาเป็นอย่างยิ่ง !
อู่ อวี้ แบ่งแยกเม็ดยาปราณมรกต 400 เม็ดออกมา
ซึ่งคาดว่าน่าจะเพียงพอต่อการยกระดับของร่าง
อวตารทั้ง 90 ร่างไปสู่ขอบเขตใหม่
ระหว่างร่างอวตาร กำลังฝึกฝนยกระดับความ
แข็งแกร่งอยู่นั้น อู่ อวี้ ร่างจริงกับ ฮวางฝูั่ โพ่จุน
ได้ร่วมมือผสานกันไล่ล่าติดตามมารดำไปอย่าง
ต่อเนื่อง หลังจากเวลาล่วงเลยผ่านนานกว่าครึ่งวัน
สีหน้าของ ฮวางฝูั่ โพ่จุน ก็แปรเปลี่ยนเป็นน่า
เกลียด
เป็นเพราะว่าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป เรือรบ
จักรพรรดิเพลิง จะตกอยู่ในอันตรายมากยิ่งขึ้น!
เนื่องจากยังมีเหล่าทหารใน กองทัพเซียน
จักรพรรดิเพลิง อยู่มากมาย อีกทั้งเมื่อแลเห็นว่า
กำลังล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตลึกมากขึ้นเรื่อย ๆ
ภายในจิตใจของพวกมันก็ปรากฏความหวาดกลัว
ขึ้นไม่น้อยทีเดียว
โดยเฉพาะยิ่งเข้าไปลึกมากเท่าไหร่ อุณหภูมิความ
ร้อนของน้ำทะเลก็ดูเหมือนว่าจะเพิ่มสูงขึ้น เมื่อ
มองไปยังก้นทะเลจะแลเห็นได้ว่า มีเขาอัคคีธาร
ลาวาเรียงรายต่อยาวกันเป็นทอด ๆ
หลังจากผ่านไปอีกครึ่งวัน อุณภูมิของน้ำก็เพิ่ม
สูงขึ้นจนไม่เหมือนกับน้ำมหาสมุทรอีกต่อไป
เสมือนว่าทั่วทั้งอาณาเขตท้องสมุทรนี้เป็นธาร
ลาวาที่ไหลเวียนอยู่ อีกทั้งสภาพแวดล้อมบริเวณ
รอบ ๆ ยังพร่ามัวกลายเป็นสีเหลืองนวลยากจะ
มองเห็นได้ หลังจากไล่ล่ามาถึงจุดนี้ นับเป็นยากที่
จะแกะหาร่องรอยของมารดำได้อีก! จนไม่อาจจะ
ไล่ตามได้
” ไม่คาดคิดว่ามารดำจะเจ้าเล่ห์เพทุบายถึงเพียงนี้
มันอาศัยภูมิประเทศเพื่อสลัดเราออก! อู่ อวี้ เพื่อ
ความปลอดภัยของทุกคน ไม่มีหนทางอื่นที่เราจะ
ไล่ล่าติดตามมันได้อีกต่อไปแล้ว เจ้าเข้าใจใช่
หรือไม่?” ฮวางฝูั่ โพ่จุน กล่าวขึ้นเป็นเชิงขออภัย
อู่ อวี้ ย่อมเข้าใจอย่างแน่นอน หากฝืนดึงดันต่อไป
เป็นไปได้ว่า เรือรบจักรพรรดิเพลิง อาจถูกบดขยี้
จนพังพินาศ! ไม่มีผู้ใดหาญกล้า เข้าไปในอาณา
เขตของผู้ฝึกตนนอกรีตลึกไปมากกว่านี้
อีกทั้ง เรือรบจักรพรรดิเพลิง ยังถือว่ามี
ความสำคัญสูงมาก
“ ข้าเข้าใจ ” อู่ อวี้ กล่าวตอบอย่างรอบคอบ
อย่างไรก็ตามจิตใจของเขายังคงรู้สึกไม่ยินยอม
เนื่องจากคำข่มขู่ของมารดำเรื่องจะสังหาร
ครอบครัวของเขา ทำให้เขารู้สึกเกลียดชังมารดำ
เป็นอย่างยิ่ง!
ช่างหยาบช้าต่ำทราม ใช้เหล่าสหายญาติมิตรของ
เขามาข่มขู่คุกคาม
พวกเขาเหล่านี้เป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตของ อู่
อวี้
เมื่อ ฮวางฝูั่ โพ่จุน เห็นว่า อู่ อวี้ เข้าใจ เขาก็สั่งให้
หันหัวเรือรบกลับทันที เพื่อมุ่งหน้ากลับไปเฝั้าคุ้ม
กัน เหมืองแร่ทองคำวิญญาณคราม เพราะอย่างไร
แล้วก็ยังเหลือเวลาอีกกว่า 2 เดือน ซึ่งถือได้ว่า
ภารกิจของพวกเขายังไม่เสร็จสมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ก็กล่าวขึ้นมาอย่างฉับพลันว่า
” ผู้บัญชาการฮวางฝูั่ ข้าขออาสาไล่ล่าสังหารมาร
ดำเพียงลำพัง เมื่อเห็นว่า เรือรบจักรพรรดิเพลิง
ถอนตัวกลับไปแล้ว มันย่อมหยุดหลบหนีอย่าง
แน่นอน นี่คือการตัดสินใจของข้า โปรดเข้าใจข้า
ด้วย !”
หลังจากขบคิดพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว
เขาเหลือแค่ทางเลือกนี้เท่านั้น
ถือเป็นการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวเหี้ยมหาญเป็นอย่าง
ยิ่ง!
ฮวางฝูั่ โพ่จุน แลทหารคนอื่น ๆ ต่างรู้สึกตกตะลึง
พลางหวาดกลัวในความกล้าหาญของ อู่ อวี้ เขา
กล่าวขึ้นมาในขณะที่ตัวเอง มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ใน
ระดับ สร้างแกนนภา เท่านั้น อีกทั้งยังอยู่ในอาณา
เขตสถานที่ที่ไม่คุ้นชินอีกด้วย แต่เขาก็ยังตัดสินใจ
จะไล่ล่าสังหารมารดำต่อไป คงมีแต่สวรรค์เท่านั้น
ที่ล่วงรู้ว่ามารดำจะใช้วิธีการชั่วช้าต่ำทรามอย่างไร
บ้าง เมื่ออยู่ที่นี่!
ตั้งแต่ที่เขาสังหารมารขาว ฮวางฝูั่ โพ่จุน ก็ชื่นชม
อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง
มันเอ่ยถามขึ้นด้วยความตึงเครียดว่า ” อู่ อวี้ เจ้า
ครุ่นคิดเรื่องนี้อย่างถี่ถ้วนแล้วใช่หรือไม่? มั่นใจว่า
ไม่ใช่แค่อารมณ์ชั่ววูบ? หากเจ้าตัดสินใจกลับไป
คุ้มกัน หรือ โยกย้ายคนที่เจ้ารักตอนนี้ ก็ยังทัน เจ้า
ไม่ควรเดิมพันทุกอย่างที่มี เพื่อสังหารมารดำที่นี่
โปรดจงอย่าลืมว่าที่นี่คืออาณาเขตของมัน ส่วน
เจ้าอยู่ลำพังตัวคนเดียวเท่านั้น ”
อู่ อวี้ ยิ้มขึ้นจาง ๆ จากนั้นก็ตอบกลับไปยังเด็ด
เดี่ยว ” ข้าไม่สามารถโยกย้ายพวกเขามาได้ นั่นคือ
ถิ่นฐานกำเนิดที่พวกเขาเติบโต ข้าไม่ต้องการ
รบกวนพวกเขา ข้าไม่สามารถหันหลังกลับไปได้
เพราะบัดนี้มีใครบางคนต้องการสังหารพวกเขา
ข้าจะต้องชิงสังหารมารดำซะ! นอกจากนี้ ข้ายัง
ไม่ได้ตัวคนเดียวอีกด้วย!”
ด้านหลังของเขาคือร่างอวตาร 100 ตน พวกเขา
ทั้งหมดคือ อู่ อวี้ !
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ