กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 395 : เขาอัคคีกลืนวิญญาณ
“ใครที่หาร่างจริงและร่างอวตารเหล่านี้ได้ก่อน จะ
ตบรางวัลให้อย่างงาม” ชางเสวี่ย ชิงเฟิง ยิ้มเย้ย
ขึ้น ภายในเวลาสั้นๆ ฝูงมัจฉาเพลิงพิโรธนับไม่
ถ้วนพลันกระจายตัวออกไปรอบๆตามการควบคุม
ของนางทั่วทุกทิศ!
ในตอนที่ฝูงมัจฉาเพลิงพิโรธกลุ่มนี้เคลื่อนไหว
ภาพที่เห็นเปรียบเสมือนกับมีเปลวเพลิงทั้งหลาย
กำลังเคลื่อนย้ายไปทั่วใต้ทะเลแห่งนี้ เมื่อมัจฉานับ
ล้านตัวขยับเคลื่อนไหวไปทั่วทั้ง 4 ทิศ เหตุการณ์ที่
เกิดขึ้นเบื้องหน้าช่างดูงดงามดูชมยิ่ง!
ตูม ตูม!
ทั่วทั้งทะเลดูเหมือนว่าจะเดือดพล่านขึ้นมา
ร่างอวตารของ อู่ อวี้ ถูกทำลายตนแล้วตนเล่า เขา
รู้ว่าอันตรายร้ายแรงกำลังจะมาถึง
มัจฉาเพลิงพิโรธเหล่านี้พุ่งมากจาทิศทางที่พวก
มารดำอยู่ อู่ อวี้ ครุ่นคิดพินิจอย่างเคร่งขรึม จึงได้
รู้ว่ามัจฉาเหล่านี้จะต้องอยู่ในการควบคุมของ ชาง
เสวี่ย ชิงเฟิง เพื่อทำการเคลื่อนไหวค้นหาร่าง
อวตารและร่างจริงของ อู่ อวี้ มัจฉาเพลิงพิโรธ
เหล่านี้มีจำนวนมากเกินไป อู่ อวี้ จึงไม่อาจที่จะ
หลุดรอดสายตาพวกมันไปได้!
ยกตัวอย่างเช่นร่างอวตารที่อยู่ใกล้ๆกับเขา ในครั้ง
แรกที่ถูกมัจฉาเพลิงพิโรธค้นพบ มัจฉาเพลิงพิโรธ
ตัวนั้นกรีดร้องออกมาด้วยเสียงที่ดังสนั่น เพียงแค่
เสี้ยววิเหล่ามัจฉานับพันก็เข้ามาโอบล้อมร่าง
อวตารของ อู่ อวี้ เอาไว้แล้ว เห็นได้ชัดว่ามัจฉา
เพลิงพิโรธได้ทำการแจ้งไปให้ ชางเสวี่ย ชิงเฟิง ได้
รู้ ดังนั้นในเวลาแค่อึดใจเดียวต่อมา ชางเสวี่ย ชิง
เฟิง ก็ได้พุ่งมาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้
และมีมารดำตามติดมาอยู่ด้านหลัง
ฉึกกก!
มารดำที่กำลังถือกระบี่สีดำอยู่ในมือ มันเคลื่อนไหว
อย่างรวดเร็ว พร้อมจ้วงแทงกระบี่สีดำออกไป ทำ
ให้ร่างอวตารของ อู่ อวี้ ตนนั้นถูกสังหารไปใน
พริบตา
“นี่ก็ยังคงเป็นเพียงแค่ร่างอวตาร แต่ถ้าหากเป็น
เช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ การที่จะจับกุมผู้ที่ถูกขับไล่ออก
จากนิกายเซียนซูซันก็คงใช้เวลาอีกเพียงไม่นาน
แล้ว”
มารดำกล่าวออกมาอย่างเย็นชา
อู่ อวี้ รู้ว่าเขาในตอนนี้กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่
อันตรายเป็นอย่างมาก แม้กระทั่งโอกาสในการตก
ตายก็ยังสูงอีกด้วย ในตอนนี้ร่างแยกอวตารเริ่ม
หายไปเรื่อยๆ คาดว่าเขาไม่อาจที่จะหลบหนีจาก
การตรวจจับของเหล่ามัจฉาเพลิงพิโรธเหล่านี้ได้
อีกนานนัก
โชคยังดี ความเร็วของ อู่ อวี้ รวดเร็วกว่ามัจฉา
เพลิงพิโรธอย่างมาก
ตราบใดที่เขาต้องการก็สามารถหลบหนีไปได้เลย
และเนื่องจากสถานการณ์มาถึงขั้นนี้แล้ว อีกทั้ง อู่
อวี้ ไม่อาจที่จะรับมือกับผู้แข็งแกร่งทั้งสองคนนี้ได้
ตามลำพัง เขาจึงเลือกที่จะหลบหนี
อย่างแรกที่ได้วางแผนกระทำ ในขณะที่มัจฉาเพลิง
พิโรธยังมาไม่ถึง เขาได้สั่งให้เหล่าร่างแยกอวตารที่
หลบหนีไปอย่างรวดเร็วกลับมาอยู่ข้างกายของเขา
ส่วนเหล่าร่างอวตารหลังจากที่ถูกสังหารไปก็ได้
กลับกลายมาเป็นเส้นผมดั่งเดิม หลังจากที่ใช้เวลา
ซุ่มเก็บรวมร่างอวตารจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว อู่ อวี้
จึงรีบหมุนกายจากไปในทันที
“ทำได้เพียงแค่ขอความช่วยเหลือจาก ฮวางฝูั่ โพ่
จุน ในตอนนี้มี ชางเสวี่ย ชิงเฟิง เพิ่มเข้ามา เกรง
ว่าการที่จะปกปั้องเหมืองแร่ทองคำวิญญาณคราม
จะเป็นไปได้ยากยิ่ง”
เขาแหวกคลื่นทะเลและมุ่งไปข้างหน้า ด้านหลัง
เกิดเป็นคลื่นโหมซัดสาดอย่างบ้าคลั่ง คาดว่า
ในตอนนี้มารดำน่าจะรู้ตัวแล้วว่าเขาได้เก็บ
รวบรวมร่างอวตารทั้งหมดกลับมา พร้อมทั้งเตรียม
ที่จะหลบหนี เช่นนั้นพวกมันจะต้องไล่ล่าเขาไปยัง
เหมืองแร่ทองคำวิญญาณครามอย่างแน่นอน
“อู่ อวี้ ไม่ใช่ว่าเจ้าต้องการจะสังหารข้าหรอกรึ?
ทำไมเจ้าถึงหลบหนีไปเสียล่ะ?”
“ไม่ใช่ว่าเมื่อครู่เจ้าทำเป็นจองหองอยู่งั้นรึ แล้ว
ทำไมตอนนี้ถึงวิ่งหนีราวกับหมาวิ่งหางจุกตูดเสียห
ล่ะ? ”
มารดำเอ่ยยั่วยุ
“หากเจ้าหนีไป จงจำเอาไว้ว่าครอบครัวและเหล่า
สหายทั้งหลายของเจ้าจะต้องตกอยู่ในอันตราย
พวกมันจะต้องถูกจัดการด้วยเงื้อมมือข้า วิธีการ
ของเหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตเช่นพวกข้า เจ้าน่าจะรู้
ดีกว่าใครๆ เชื่อข้าเถอะ ข้าจะต้องทำให้เจ้ากระอัก
เลือดออกมาจนตายด้วยความทุกข์ทนอย่าง
แน่นอน”
ถ้อยคำของมารดำจริงๆแล้วถือว่าน่าสยดสยอง
อย่างสุดขีด แต่ถ้าหากเขาปรากฎตัวออกไปเพียง
ครู่ เกรงว่าจะต้องถูกมันและ ชางเสวี่ย ชิงเฟิง
สังหารลงได้อย่างง่ายดายเป็นแน่!
อู่ อวี้ ทำได้เพียงแค่หลบหนีไปก่อน มารดำไม่อาจ
หาอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ได้อย่างรวดเร็ว ตอนนี้เขา
ยังคงมีเวลาอยู่ แน่นอนว่ายามนี้จึงไม่ต้องกังวล
มากนัก
ในตอนที่เขากำลังจะหลบหนี หมิงซวง ได้กล่าว
ออกมาอย่างเกียจคร้านว่า “ข้าเพิ่งจะบอกเจ้าไป
ถ้าหากว่าพลาดโอกาสนี้ไปจะทำเจ้าต้องเสียใจใน
ภายหลัง ทำไมถึงได้ลืมได้รวดเร็วเช่นนี้ เจ้าจะไม่
ตอบแทนท่านย่าของเจ้าสักหน่อยเลยหรือ?”
เป็นเพราะว่ามารดำปรากฏตัวอย่างกะทันหัน
พร้อมขัดจังหวะคำกล่าวของนาง
“เจ้าต้องการจะกล่าวสิ่งใด?”
“เหตุใดต้องกล่าววาจาขึงขังเช่นนี้ ท่านย่า
หมายความว่าจะชี้ทางสู่สมบัติให้กับเจ้ายังไงล่ะ”
หมิงซวง กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอันเย่อหยิ่ง
“ท่านย่า มีอะไรก็รีบส่งให้ข้าเถอะ อย่าได้รีรออีก
เลย” ในตอนนี้ อู่ อวี้ กำลังเร่งรีบอยู่ เขาคิดว่า หมิ
งซวง อาจจะพลิกสถานการณ์กลับมาให้ดีได้
“ฮ่าฮ่า เรื่องนั้นข้าไม่สามารถยืนยันได้แน่นอนนัก
แต่ว่าเจ้าในตอนนี้ต้องรีบลงไปเบื้องล่างก่อน ต้อง
เข้าไปใกล้จนกระทั่งข้าสามารถยืนยันได้ ” หมิ
งซวง เอ่ยขึ้น
“เบื้องล่าง?” ด้านล่างทะเลนั่นก็คือลาวา หากลง
ไปข้างล่างอีกรอบและพุ่งเข้าสู่ด้านในลาวา
ถึงแม้ว่าภายในนั้นจะใหญ่โตเพียงใด แต่ก็ยังเป็น
พื้นที่ปิด ถ้าหากตนเข้าไปข้างใน แน่นอนว่าพวก
มันย่อมตรวจจับได้ และหากทั้งสองคนนั้นไล่ล่า
ตามเข้าไป ตัวเขาก็ไม่อาจที่จะหลบหนีไปไหนได้!
“เจ้าแน่ใจรึว่าข้างล่างมีสมบัติอยู่แน่นอน?” อู่ อวี้
ยังคงรู้สึกลังเลอยู่ ในเวลานี้เป็นเรื่องของความเป็น
ความตาย เขาจะต้องไตร่ตรองดูให้ดี
“มีอยู่ 2 กรณีด้วยกัน อย่างแรกคือข้ามั่นใจว่าที่
แห่งนี้จะต้องมี เตาหลอมมณีจันทราใต้พิภพ ซึ่ง
การที่แห่งนี้เป็นใต้ท้องทะเลแต่กลับมีเตาหลอมใต้
พิภพได้เช่นนี้ ย่อมเรียกว่าปาฏิหารย์สูงสุด แต่ทว่า
ในตอนนี้เตาหลอมมณีจันทราใต้พิภพไม่มีผลอันใด
กับเจ้ามากนักจึงไม่ค่อยเกิดประโยชน์อันใดที่
จะต้องเสี่ยงเข้าไป แต่ข้าคาดว่าลาวาในที่แห่งนี้ซึ่ง
สามารถส่งผลกระทบไปทั่วทั้งทะเลผืนใหญ่แห่งนี้
ได้ บางทีด้านใต้อาจจะมีภูเขาไฟขนาดใหญ่
อยู่ และบางทีส่วนลึกที่สุด อาจจะมี ‘เตาหลอม
ตะวันใต้พิภพ’ดำรงอยู่ก็เป็นได้”
เตาหลอมตะวันใต้พิภพ!
นั่นเป็นเงื่อนไขที่สำคัญในการยกระดับกายาเพชร
อมตะของ อู่ อวี้
เขาได้มีการตรวจสอบข่าวคราวของเตาหลอม
ตะวันใต้พิภพบนทวีปแห่งทวยเทพอยู่ตลอด แต่ก็
ไม่อาจที่จะได้ข่าวคราวอันใดได้ กระทั่งที่ที่อาจจะ
มีแต่กลับแห้งเหือดไปจนสิ้นแล้ว เขาไม่เคยคาดคิด
เลยว่าสถานที่แห่งนี้ซึ่งเป็นโลกบาดาลจะมีสิ่งที่เขา
อยากจะได้มาไว้ครอบครองไว้เช่นนี้
“มีความเป็นไปได้ขนาดไหน” เขายังซักถามเพื่อ
ความแน่ใจ
“เกี่ยวกับเรื่องนั้นหล่ะก็มีความเป็นไปได้……สัก 2
3 4 5 6 7 8 ส่วนเลยแหล่ะ” หมิงซวง หัวเราะ
พรางกล่าวขึ้น
“โอกาสขั้นต่ำคือเท่าไหร่!”
“1ส่วน!”
อู่ อวี้ รู้สึกอึ้งงันไปชั่วขณะ คำกล่าวที่แปลกๆ
เช่นนี้มันทำให้คนที่ได้ยินต้องรู้สึกมืดมน เห็นได้ชัด
ว่ามีเพียงหนึ่งส่วนแต่ก็ยังกล่าวว่ามีความเป็นไปได้
ถึง 2-8 ส่วนออกมา……..
อย่างไรก็ตามเขาก็ยังคงครุ่นคิดเกี่ยวกับสิ่งที่จะ
กระทำต่อไป!
ถึงแม้ว่าเขาจะเข้าใจว่าโอกาสเป็นไปได้มีเพียงแค่
ส่วนเดียว แต่นี่เป็นสิ่งที่สำคัญ เขาจะต้องเข้าไป
ข้างในให้ได้! นอกจากนี้เบื้องล่างจะต้องมีเตา
หลอมมณีจันทราดำรงอยู่แน่นอน ถึงแม้ว่าจะไม่มี
เตาหลอมตะวันใต้พิภพ แต่การที่มีเตาหลอมมณี
จันทราใต้พิภพดำรงอยู่ สำหรับเขาแล้วมันถือว่า
เป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการต่อสู้อย่างมาก
อย่างน้อยมารดำก็ไม่อาจที่จะต่อสู้กับเขาใน
สภาพแวดล้อมเช่นนี้ได้ แม้จะเป็น ชางเสวี่ย ชิง
เฟิง ก็ตาม สายเลือดปีศาจของมันควรที่จะ
เกี่ยวข้องกับไฟ แต่ความสามารถในการต้านทาน
ไฟก็ไม่อาจจะเทียบเคียงกับ อู่ อวี้ ได้
“ดีที่สุดคือต้องให้พวกมันไล่ตามเข้ามา เช่นนั้น
อาจจะกระทั่งสามารถตรึงพวกมันได้ ทำให้พวก
มันไม่สามารถเข้าไปบุกเหมืองแร่ทองคำปราณ
วิญญาณ”
เขาเกรงว่าหากตนเองมาหลบซ่อนเช่นนี้ไม่ออกไป
แล้วถ้าพวกมันกลับบุกไปยังเหมืองแร่ทองคำ
วิญญาณคราม แล้วเขาจะถ่วงเวลาได้เช่นไร
แน่นอน เขาเชื่อว่าถ้า ฮวางฝูั่ โพ่จุน ทราบเรื่อง
ตัวตนของ ชางเสวี่ย ชิงเฟิง ก็ย่อมเลือกทำในสิ่งที่
เขากำลังจะทำในตอนนี้อย่างแน่นอน
เขานำแผ่นยันต์สื่อสารออกมา 1 แผ่น รีบแจ้งกับ
ฮวางฝูั่ โพ่จุน ว่ามีตัวตนอย่าง ชางเสวี่ย ชิงเฟิง
เข้ามาเสริมทัพให้กับมารดำ ถ้าแจ้งให้กับ ฮวางฝูั่
โพ่จุน ทราบก่อนพวกมันจะไปถึง ทางนั้นจะได้
เตรียมการรับมือได้ทัน
ด้วยความกังวลนี้ เขาประทับข้อความลงบนแผ่น
ยันต์พร้อมว่า “ชางเสวี่ย ชิงเฟิง แข็งแกร่งมาก
ข้าได้พบสถานที่ที่จะสามารถปกปั้องตัวเองได้แล้ว
เป็นไปได้ว่าอาจจะต้องปรับเปลี่ยนแผนสักหน่อย
ท่านรีบกลับไปที่เหมืองแร่ทองคำวิญญาณคราม
ก่อน แล้วจะส่งข่าวคราวไปอีกที จะเดินหน้าหรือ
ถอย จะให้ล้มเลิกภารกิจหรือว่าดำเนินงานต่อ
ขึ้นอยู่กับพวกท่านแล้ว”
หลังจากเสร็จสิ้น เขาได้จงใจสร้างเสียงดังโครมๆ
ขึ้นมาพร้อมมุ่งตรงไปยังลาวาที่อยู่เบื้องล่าง
ในทันที
ตูมมมมมม!
ลาวาพุ่งกระจายออกเผาไหม้ลำธารเบื้องล่าง
อู่ อวี้ พุ่งเข้าไปใจกลางลาวา บัดนี้ร่องรอยของเขา
ได้หายไปแล้ว
ต่อมา มารดำกับ ชางเสวี่ย ชิงเฟิง ปรากฏอยู่
เหนือจุดที่ อู่ อวี้ ดำลึกลงไป ทั้งสองคนรู้สึก
ประหลาดใจยิ่ง มารดำกล่าวว่า “ทำไม อู่ อวี้ ถึง
ไม่หนีไป แต่กลับพุ่งลงไปเบื้องล่างแทน? ไม่ใช่ว่า
ควรจะไปรวมตัวกับเรือรบจักรพรรดิเพลิง และมา
ต่อสู้กับพวกเรา นั่นจึงจะเป็นตัวเลือกที่ถูกต้อง
ที่สุดของมันไม่ใช่หรือ?”
ชางเสวี่ย ชิงเฟิง ยิ้มขึ้น กล่าวว่า “คาดว่าเขาจะ
อาศัยความได้เปรียบในเรื่องของสภาพแวดล้อม
มาทำการต่อสู้กับพวกเราเพียงลำพัง เจ้าเด็กผู้นี้
ช่างมีจิตใจที่เหี้ยมหาญยิ่ง ความสามารถในการ
ปรับตัวให้เข้ากับเปลวเพลิงของมันและ
ความสามารถในการต้านทานของมัน จริงๆก็ถือว่า
ไม่เลวเลยทีเดียว”
“ทำไมรึ?” มารดำถาม
“การที่เจ้าเด็กนี่หลบหนีเข้าไป ทั้งยังได้ยินมาว่า
กายเนื้อของมันได้รับการสืบทอดมรดกบางอย่าง
มา หากว่ามันตกมาอยู่ในมือของพวกเราล่ะก็ ด้วย
ทรัพยากรที่อยู่บนร่างของมัน มีความเป็นไปได้ว่า
จะสามารถพลิกชีวิตของเราได้เลย! ข้าได้ยินมาว่า
มันเข้ามาในนิกายเซียนซูซันอย่างกระทันหัน โดย
ได้รับสืบทอดมรดก ‘ผู้เปลี่ยนเต๋านิรมิต’ จากสมัย
โบราณมา มันจึงมีความสามารถในการสร้างร่าง
อวตาร 100 ร่างนี้ได้! เคล็ดวิชานี้จะต้องมาจาก ‘ผู้
เปลี่ยนเต๋านิรมิต’แน่นอน!”
มารดำ กล่าวออกมาด้วยความรู้สึกแปลกใจ “ไม่
คาดคิดว่าเจ้าจะได้รับข่าวสารได้รวดเร็วเช่นนี้ ทั้ง
ยังรู้อย่างละเอียดด้วย ข้าได้ปิดด่านฝึกตนไปหลาย
ปี จึงยังไม่รู้เกี่ยวกับตัวตนเช่นมัน หากเป็นเช่นนั้น
จริงก็อย่าปล่อยให้หลบหนีไปได้ ไปจัดการมัน
เสีย!”
ทั้งสองคนไม่กล่าวอะไรอีก คนเร่งมุ่งเข้าไปในลาวา
อย่างรวดเร็ว
“อู่ อวี้ พวกข้ามาแล้ว ข้าจะให้เจ้ามีโอกาสได้
สังหารข้า เจ้ากล้าปรากฏตัวออกมาหรือไม่?”
หลังจากที่มารดำได้กล่าวออกมา แต่ทว่ากลับไม่มี
การเคลื่อนไหวใดๆทั้งสิ้น
“ด้านล่างมีการเคลื่อนไหวบางอย่าง มันจะต้องมุ่ง
ลงไปในส่วนลึกของลาวาแน่นอน ช่างเป็นคนที่
บ้าบิ่นจริงๆ! ” ชางเสวี่ย ชิงเฟิง รู้สึกประหลาดใจ
จากนั้นทั้ง 2 คนจึงมุ่งลงไปเบื้องล่างต่อ
“ชางเสวี่ย ชิงเฟิง ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ของเจ้า
ด้านล่างมีสิ่งใด เจ้ารู้ใช่หรือไม่?”
ชางเสวี่ย ชิงเฟิ งกล่าวว่า “ใต้ท้องทะเลแห่งนี้ มี
ชื่อเรียกว่า ‘เขาอัคคีกลืนวิญญาณ’ มันอยู่ตั้งอยู่
ที่นี่มาหลายหมื่นปีแล้ว การแตกตัวของ
แผ่นดินใหญ่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ ภายในส่วนที่ลึก
มากๆมีเพียงแค่ลาวา ข้าใช้ลาวาในที่แห่งนี้มาช่วย
ในการฝึกตน ด้านล่างมีเตาหลอมอยู่ 8 เตา ในวัน
ปกติข้าจะเข้าไปอยู่ภายในเตาหลอมทั้ง 8 เพื่อ
ปรับแต่แก่นแท้ตำหนักม่วง และหลอมสกัดกาย
เนื้อ ข้าสามารถไปมาระหว่างเตาหลอมทั้ง 8 นี้ ได้
อย่างคล่องแคล่ว ถ้าหากว่าเจ้าเข้าไปอยู่ภายใน
เตาทั้ง 8 นี้ คาดว่าจะต้องมีผลกระทบต่อพลังการ
ต่อสู้ของเจ้าอย่างแน่นอน เนื่องจากกายเนื้อของ อู่
อวี้ ผู้นี้มีความแข็งแกร่งอย่างมาก คาดว่าอาจจะ
เทียบกับข้าได้เลย ”
“กล่าวเช่นนี้คือมันอาจจะได้เปรียบอยู่บ้างใช่
หรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามการสังหารมันก็ง่ายราวกับ
ปอกกล้วยเข้าปากเช่นกัน เจ้าเด็กนี้เป็นคนสังหาร
มารขาว มันคงคิดว่าจะจัดการพวกเราได้”
ทั้ง 2 คนไม่ลังเลอีกต่อไป ยังคงมุ่งไปยังพื้นที่ส่วน
ลึกอย่างต่อเนื่อง
“ด้านล่างก็จะถึงเตาหลอมทั้ง 8 แล้ว!” ชางเสวี่ย
ชิงเฟิง กล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น
มารดำเลยเอ่ยถามว่า “เตาหลอมทั้ง 8 นี่ถือเป็น
เขตสิ้นสุดของ เขาอัคคีกลืนวิญญาณแห่งนี้ใช่
หรือไม่?”
ชางเสวี่ย ชิงเฟิง ได้พยักหน้าก่อน จากนั้นจึงโบก
มือแล้วกล่าวว่า “ภายในนั้นมีเตาหลอมอยู่หนึ่งเตา
ซึ่งที่ด้านล่างของเตาดูเหมือนจะเป็นสถานที่ที่ว่าง
เปล่า แต่ทว่าอุณภูมิเบื้องล่างนั้นร้อนแรงมาก
เกินไป กระทั่งตัวข้ายังไม่อาจที่จะรับมันได้ไหว ข้า
ได้พยายามลงไปตรวจสอบหลายหนแล้ว แต่ก็ไม่
พบอะไร”
“หรือว่านั่นจะเป็นเตาหลอม ที่มีอุณภูมิที่สูง
ที่สุด?”
“เป็นเช่นนั้น!”
มารดำพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “อู่ อวี้ ผู้นี้ มีความ
มั่นใจมากยิ่งนัก หากว่าปล่อยให้มันเลือกเตาหลอม
ทั้ง 8 นี้เป็นสนามต่อสู้ แน่นอนมันจะต้องเลือกเตา
หลอมที่ร้อนมากที่สุด เช่นนั้นพวกเราก็ไปกัน
เถอะ”
ชางเสวี่ย ชิงเฟิง พยักหน้าตอบรับ กล่าวว่า “ที่
เจ้ากล่าวมาก็มีเหตุผล!”
ทั้ง 2 คนรีบมุ่งไปอย่างไม่ลังเล หลังจากที่พวกมันรู้
ทิศทางแล้ว ก็อาจจะหา อู่ อวี้ พบได้อย่างรวดเร็ว
มากขึ้น!
ที่พวกมันกล่าวมาก็ไม่ผิด จริงๆแล้ว อู่ อวี้ ได้มอง
หาสิ่งนี้อยู่ เขาต้องการที่จะหาเตาหลอมตะวันใต้
พิภพ!
“ที่นี่มีเตาหลอมจันทรามณีอยู่ถึง 8 เตา! ถ้าหากว่า
ข้าค้นพบสถานที่เช่นนี้ได้ตั้งแต่แรก กายาสักการะ
ราชันมณีจันทราพุทธเจ้าทองคำก็ย่อมสามารถ
แข็งแกร่งได้ยิ่งกว่านี้!”
ในตอนนี้เขายืนอยู่บนเตาหลอมมณีจันทราเตาหนึ่ง
ด้านหลังเกิดการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง เห็นได้ชัด
ว่าทั้ง 2 คนกำลังไล่ล่าตามเขามา
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ