กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 396 :
ต้องต่อสู้ฝั่าฟันผ่านบททดสอบมาอย่างโชกโชน
ภายใน ‘ เขาอัคคีกลืนวิญญาณ ‘ เบื้องหน้าของเขา
ยามนี้คือ เตาหลอมจันทราใต้พิภพ ขนาดมหึมา
เตาหลอมจันทราใต้พิภพ นี้มีขนาดใหญ่กว่าที่ อู่
อวี้ เคยพบเจอก่อนหน้านี้ ถ้าหากเขาเริ่มดูดกลืน
เตาหลอมมณีจันทรา เพื่อใช้มันหลอมสร้าง กายา
เพชรอมตะ กายเนื้อของเขาก็จะแข็งแกร่งขึ้นกว่า
ที่เป็นอยู่ปัจจุบัน!
เบื้องหน้าของเขาคือ เตาหลอมที่บังเกิดจากสวรรค์
แลปฐพีสรรค์สร้าง มหาสมุทรอัคคีร้อนระอุเดือด
พล่านดูยิ่งใหญ่เกรียงไกร คลื่นความร้อนสาดซัด
เพียงแค่โดนไอความร้อนนี้แม้แต่โลหะธรรมดา
สามัญก็ยังสามารถหลอมละลายลงได้ หรือต่อให้
เป็นสมบัติวิเศษที่มีเส้นวิญญาณอยู่มากมาย ถ้า
ร่วงตกลงไปก็จะถูกหลอมละลายระเหยทันที
แม้แต่ ‘เกราะเซียนเหยียนหวง’ ก็ยังไม่สามารถ
ทานทนกับความร้อนระดับนี้ได้
ด้วยเหตุนี้ อู่ อวี้ จึงจำเป็นต้องถอดชุด ‘เกราะ
เซียนเหยียนหวง’ ออกทั้งหมด แล้วใช้ร่างกาย
เปลือยเปล่าดูดกลืน เตาหลอมมณีจันทราใต้พิภพ
ฉะนั้นเมื่อถึงเวลาที่เขาต้องลงไปดูดกลืน ท่าทาง
แลความรู้สึกของเขาประดุจดั่งมัจฉาแหวกว่ายใน
ธารธารา
สภาพปัจจุบันของเขาในยามนี้ ถูกโอบล้อมห่อหุ้ม
ด้วยทะเลลาวาสีทองอร่ามอันเหนียวหนืด อันที่
จริงแล้วมันหาได้แตกต่างจากกระแสสายธาราใน
มหาสมุทรแต่ประการใด สำหรับเขาแล้วรู้สึกว่า
อุณหภูมิของลาวาก็เริ่มอุ่นขึ้นเรื่อย ๆ
ทว่าเนื่องจากมารดำเองก็ยังมิได้ตกตายไป ทั้งตัว
มันเองก็เพิ่งเข้ามาที่นี่ แต่มันก็ต้องใช้ เคล็ดวิชา
แก่นแท้ฟั้าดิน เพื่อปั้องกันตัวเอง หากมีมนุษย์ร่วง
ตกลงมาในเตาหลอมนี้ คงตกตายอย่างไม่เหลือ
ซาก แต่เนื่องจากเป็นมัน จึงอยู่ในสภาพหายใจ
หอบ ร่างกายอาบโชกด้วยเม็ดเหงื่อ
สภาพของ ชางเสวี่ย ชิงเฟิง ดีกว่า มารดำ
เล็กน้อย ด้วยกายาราชสีห์ ทำให้มันทะยานไปมา
อยู่ท่ามกลางเตาหลอม ส่งผลให้ลาวาทองคำซัด
สาดโหมกระหน่ำขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง
” อู่ อวี้ เจ้าหลบซ่อนตัวอยู่ที่ใดกัน ?” ชางเสวี่ย ชิง
เฟิง กำลังตามไล่ล่าหาตัว อู่ อวี้
อู่ อวี้ ไม่ล่วงรู้ว่าเตาหลอมมีความลึกมากน้อย
เท่าใด
” หลังจากต่อสู้กับพวกมัน หากข้าแสร้งตบตาทำ
เป็นตกลงมาที่ด้านล่างแล้วก็ตกตายไป พวกมัน
จะต้องไปสร้างปัญหาให้กลับทางฝังของ กองทัพ
จักรพรรดิเพลิง อีกเป็นแน่ ข้าต้องดึงความสนใจ
สร้างความสับสนให้แก่พวกมัน โดยรั้งพวกมันอยู่
ที่นี่อีกสักสองสามวัน! ”
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ อู่ อวี้ ก็กระหยิ่มยิ้มย่องขึ้นมา
ในทันที ” ข้าหลบหนีมายังที่ ๆ เจ้าไม่สามารถ
ตามมาได้ คิดจะจับข้าก็ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายนัก
หรอก หึหึหึ…”
ระหว่างเขากำลังหัวเราะอย่างเล่ห์อยู่นั้น ร่างของ
เขาก็ดำดิ่งลึกลงไปเรื่อย ๆ ด้วยเช่นกัน
“เจ้าลงไปลึกแค่ไหนกัน?” ยามนี้ ชางเสวี่ย ชิงเฟิง
ถูกโอบล้อมด้วยเพลิงลาวาสีทอง นางรู้สึกว่ากาย
เนื้อแลเคล็ดวิชาเต๋าของตนไม่อาจทานทนได้อีก
ต่อไป ซึ่งนางไม่คาดคิดว่า แท้จริงแล้ว อู่ อวี้ นั้น
ได้ดำดิ่งลึกลงไปใต้ธารลาวา!
“เจ้ามันบ้าไปแล้ว!” ชางเสวี่ย ชิงเฟิง กล่าวอย่าง
หัวเสีย
” นี่คืออาณาเขตของข้า แน่นอนอยู่แล้วว่าข้าต้อง
ทำอะไรบ้า ๆ ถ้าเจ้าไม่พอใจก็เข้ามา” น้ำเสียงของ
อู่ อวี้ ไร้ซึ่งความแยแส เขาแหวกว่ายดำดิ่งลึกลง
ไป ประหนึ่งมัจฉาแหวกว่ายอยู่ในสายนที ผิวหนัง
ของเขาผสานหลอมรวม เข้ากับเพลิงลาวาสี
ทองคำอันเหนียวหนืด เตาหลอมขนาดใหญ่นี้เป็น
เฉกเช่นเดียวกับร่างกายของเขา กล่าวได้ว่าสภาพ
ร่างกายของ ชางเสวี่ย ชิงเฟิง ในตอนนี้ไม่ดีเท่า อู่
อวี้
อย่างไรก็ตามมารดำก็ยังอยู่ด้านหลังของนาง ถึง
ยามนี้จะปลอดภัยอย่างมาก แต่ก็ไม่สามารถ
ประมาทได้ สำหรับ อู่ อวี้ สิ่งที่เขาอยากรู้มากที่สุด
ในยามนี้ก็คือ ภายใต้เตาหลอมลาวามีสิ่งที่เขา
ต้องการอยู่หรือไม่ …
” หากยังคิดลงไปอีก ก็เท่ากับรนหาที่ตายชัด ๆ ! ”
ชางเสวี่ย ชิงเฟิง กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงหนาวเย็น
” หากข้าดำลึกลงไป ดูสิว่าเจ้าจะมีปัญญาทำอัน
ใด? ”
ทุกถ้อยคำของ อู่ อวี้ มีเจตนาแฝงเร้นอยู่ อย่าง
น้อย ๆ เขาก็สามารถถ่วงเวลามันทั้งสองเอาไว้ได้
สักระยะหนึ่ง ประเมินจากความสามารถในการ
ต้านทานความร้อนของ ชางเสวี่ย ชิงเฟิง ภายใน
เตาหลอมมณีจันทราใต้พิภพ นี้ หมายความว่ามัน
ไม่อาจลงมายังระดับความลึกที่ร้อนระอุมากไปกว่า
นี้ได้แล้ว
สำหรับตอนนี้คงต้องกล่าวว่า อู่ อวี้ ดำลึกลงมาถึง
ก้น เตาหลอมมณีจันทราใต้พิภพ นี่คือตำแหน่งที่มี
อุณหภูมิความร้อนสูงที่สุดแล้ว แต่หากดำลึกลงไป
ปรากฏว่ามีความร้อนที่สูงล้ำยิ่งกว่านี้อยู่! อู่ อวี้
เข้าใจในทันทีว่า ด้านล่างลึกลงไป ต้องมีความร้อน
จากเพลิงเผาผลาญที่สูงลำยิ่งกว่านี้อย่างแน่นอน!
” ต้องใช่แน่ ๆ จะต้องมีเตาหลอมขนาดใหญ่อยู่
ด้านล่างเตาหลอมมณีจันทราใต้พิภพทั้ง 8 เพราะ
ยังไงแล้วเตาหลอมเหล่านี้ก็มีขนาดมหึมาอย่างยิ่ง
ด้วยระดับความร้อนนี้ มันจะต้องเป็น ‘เตาหลอม
ตะวันฟั้าใต้พิภพ’! ซึ่งอยู่ด้านล่างอย่างแน่นอน ข้า
ไม่เคยคิดเลยว่า ‘เตาหลอมตะวันฟั้าใต้พิภพ’ จะไม่
ปรากฏอยู่บนผืนปฐพี แต่กลับมาปรากฏอยู่ที่นี่ช่าง
น่าอัศจรรย์เสียจริง ๆ! ” หมิงซวง กล่าวอย่าง
ตื่นเต้น
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อู่ อวี้ ก็ถอนหายใจออกมาอย่าง
โล่งอก อีกทั้งระคนไปด้วยความตื่นเต้นทวีเพิ่มมาก
ยิ่งขึ้น ด้วยเพราะเขารู้สึกรำคาญใจอย่างยิ่งที่มีผู้
ฝึกตนนอกรีต 2 คน ติดตามไล่หลังอย่างไม่ยอม
ลดละ
” แน่จริงก็เข้ามาเลย ! ”
อู่ อวี้ แผดเสียงคำรามขึ้น ด้วยยามนี้เขาเห็นว่ามี
เตาหลอมทองคำอยู่ลึกลงไปใต้ล่าง ท่วมท้นไปด้วย
ลาวาสีทองคำอร่าม ประดุจดั่งโลหะที่ถูก
หลอมเหลว ทะเลลาวาพุ่งพล่านปันปั่วนปะทุ
ออกมาอย่างเกรี้ยวกราด บัดนี้ตรงเบื้องหน้าของ
เขาบังเกิดเป็นเสียงระเบิดคำรามกึกก้อง ที่นี่คือใจ
กลาง เขาอัคคีกลืนวิญญาณ! เพลิงลาวาของ เขา
อัคคีกลืนวิญญาณ ทอดยาวไปไกลหลายพันลี้ ต้น
กำเนิดของมันมาจากที่นี่!
โลหิตภายในกายของ อู่ อวี้ กำลังเดือดพล่านอย่าง
ถึงขีดสุด บัดนี้เขาได้พุ่งทะยานเข้าสู่เตาหลอม ที่
ไม่เคยพบเห็นมาก่อน
ตูมมมม!!!!
เมื่อเพลิงลาวาสีทองต้องกระทบลงบนผิวของเขา
ทันใดนั้นร่างกายเขาก็ถูกเผาไหม้ สีหน้าของเขา
เหยเกเจ็บปวดอย่างที่สุด ด้วยความเจ็บปวดนี้ อู่
อวี้ จึงต้องแผดเสียงกรีดร้องออกมาอย่างช่วยมิได้
มันคือระดับความร้อนที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับ
ก่อนหน้านี้ เพียงแค่ดำลงมา ผิวหนังของเขาก็ถูก
เผาไหม้เกรียมจนดำเป็นตอตะโก กล่าวได้ว่าเป็น
ระดับความร้อนที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง มันแทรก
ซึมชอนไชเข้าสู่เลือดเนื้อทุกอณูร่างกาย อู่ อวี้
ยังคงถูกเผาไหม้ราวกับเถ้าถ่าน จนกระทั่ง
กลายเป็นไอ!
เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดทุกข์ทรมาน ดังขึ้นมา
จากใต้ฝั่าเท้า
ชางเสวี่ย ชิงเฟิง หมุนตัวกลายเป็นวงหลมทองคำ
แยกตัวออกมาจาก เตาหลอมมณีจันทราใต้พิภพ
เนื่องจากนางไม่อาจอยู่นานได้มากกว่านี้อีกแล้ว
ยามนี้ร่างกายส่วนบนของนางอาบท่วมไปด้วย
เหงื่อ ซึ่งโชยกลิ่นหอมออกมาเย้ายวนดึงดูดใจ
อย่างยิ่ง ท่อนล่างที่เป็นราชสีห์ของนางส่อง
ประกายแสงขึ้น ช่างดูแข็งแกร่งยังหาใดเปรียบ
แตกต่างจากท่อนบนอย่างสิ้นเชิง
อันที่จริงแล้วนางไร้ซึ่งเพศสถานะ เนื่องจากจะเป็น
หญิงก็ไม่ใช่ จะเป็นชายก็ไม่เชิง
ชางเสวี่ย ชิงเฟิง รู้สึกทรมานอย่างยากทานทน
ทว่าฉับพลันที่นางได้ยินเสียงของ อู่ อวี้ นางก็ยิ้ม
ออกมาอย่างช่วยไม่ได้แล้วกล่าวขึ้นว่า ” มารดำ
เจ้า อู่ อวี้ นี่ช่างโง่เขลาเสียจริง ๆ มันคงคิดจะล่อ
พวกเรามาในอาณาเขตต่อสู้ที่เชี่ยวชาญ แต่
บังเอิญผลที่ได้ออกมาตรงข้ามกับสิ่งที่มันคิด เกรง
ว่ายามนี้มันคงตกตายลงไปแล้ว ”
” เจ้าว่ากระไรนะ! ”
มารดำยืนอยู่ตรงใจกลาง เตาหลอมมณีจันทราใต้
พิภพ ทั่วทั้งร่างของมันอาบโชกไปด้วยเหงื่อ
ใบหน้าของมันขาวซีด พยายามอดทนต่อความ
ร้อนของเพลิงลาวาสีทอง เพลิงลาวาสาดกระเซ็น
เข้าใส่ ส่งผลกระทบต่อเคล็ดวิชาเต๋าม่านแสงคุ้ม
กันสีดำทมิฬที่ครอบตัวของมันอยู่ นับว่าเป็นวิกฤติ
อันตรายอย่างยิ่ง
” อู่ อวี้ ลงไปในตำแหน่งที่ข้าไม่อาจตามมันไปได้
ฟังจากเสียงกรีดร้องของมันแล้วคาดว่าคงจะอยู่ได้
อีกไม่นาน ” ชางเสวี่ย ชิงเฟิง กล่าวด้วยรอยยิ้ม
” เช่นนั้นก็แย่นะสิ ถ้าร่างกายของมันถูกเพลิงเผา
ผลาญ เราก็ไม่สามารถเอามรดกของมันได้ ?” มาร
ดำไม่กล้าที่จะลงไปลึกมากกว่านี้อีกแล้ว ด้วยเกรง
ว่าชะตากรรมของมันจะเป็นเช่นเดียวกับ อู่ อวี้
” จริงอย่างที่เจ้าว่า เจ้าเด็กเหลือขอผู้นี้มันช่างกล้า
บ้าบิ่นยิ่งนัก มันต้องไม่กล้าที่จะขึ้นมา ถ้าเช่นนั้น
เราก็เปิดทางให้มันขึ้นมาก็แล้วกัน ” ชางเสวี่ย ชิง
เฟิง กล่าวแล้วกลับไปยืนในตำแหน่งเดียวกับมาร
ดำ ทั้งสองมองลงไปยังลาวาเบื้องล่างพร้อมกัน
ถ้า อู่ อวี้ ยังคงมีความแข็งแรงอยู่บ้างเล็กน้อย ใน
เวลานี้เขาควรจะมาได้แล้ว
” ไม่ขยับเขยื้อนเลย มันถูกเผาตายไปแล้วเช่นนั้น
หรือ? ” มารดำกล่าวอย่างหดหู่
ชางเสวี่ย ชิงเฟิง กำลังจะพยักหน้าเห็นด้วย แต่
แล้วเสียงไม่คาดคิดก็ดังแว่วมาจากด้านล่าง ” คน
อย่างข้าไม่ตายง่าย ๆ หรอก! ก็ดีที่พวกเจ้าทั้งสอง
อยู่ที่นี่พร้อมกัน จะได้ไม่เปลืองเวลา แน่จริงก็ลงมา
ข้าจะได้จัดการพวกเจ้าทั้งสองพร้อมกันเลย! ”
ชางเสวี่ย ชิงเฟิง กับ มารดำต่างหันมามองหน้ากัน
แลกัน เมื่อเห็นว่าอีกฝั่ายยังไม่ตกตาย พวกมันก็
รู้สึกยินดีอยู่บางส่วน มิเช่นนั้นคงไม่ได้เก็บเกี่ยว
สมบัติอะไรเป็นแน่
ในเวลานี้พวกมันมีเวลาถมเถที่จะจัดการกับ อู่ อวี้
ด้วยเหตุนี้ มารดำจึงกล่าวขึ้นมาว่า ” อย่าพยายาม
ทำเป็นฝีปากกล้าไปหน่อยเลย ข้าเองก็อยากรู้นัก
ว่าเจ้าจะทนไปได้อีกนานแค่ไหน ”
เมื่อกล่าวจบ มันก็ตาม ชางเสวี่ย ชิงเฟิง ขึ้นไป
เพื่อเหลือหนทางทางไว้ให้ อู่ อวี้ หลบหนี หากมัน
ยังอยู่ที่นี่ต่อไปเกรงว่าจะไม่เป็นการดี หากให้เทียบ
ระหว่างปล่อยให้ อู่ อวี้ หลบหนี กับอยู่กดดันทำให้
เขาต้องถูกเผาตาย แน่นอนว่าอย่างไรเสียมันก็ต้อง
เลือกหนทางแรก มันอยากจะลงมือสังหารเขาด้วย
ตัวเอง เพราะพวกมันจะได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์
ได้บ้าง
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วกล่าวว่า ” ตกลง เช่นนั้นก็มาดูกันว่า
ใครกันแน่ที่ทนไม่ได้ ”
การรั้งพวกมันทั้งสองไว้ที่นี่ คือเปั้าหมายที่แท้จริง
ของ อู่ อวี้
ท่ามกลางการเผาผลาญจาก เตาหลอมตะวันฟั้าใต้
พิภพ เขาไม่สามารถแยกร่างอวตารออกมาได้ เมื่อ
เขาแยกร่างออกมา มันจะถูกเผาจนกลายเป็นเส้น
ผมสีทองทันที
หลังจากรั้งพวกมันได้สำเร็จ อู่ อวี้ ที่อยู่อีกด้าน
หนึ่งก็ชวนพวกมันคุยเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อยเปือย
ระหว่างที่ตะโกน เขาก็ตรวจสอบสภาพแวดล้อม
รอบ ๆ บริเวณนี้ ผ่านไปได้ไม่นานนัก อู่ อวี้ ก็จม
ลงมาในส่วนที่ความร้อนของการเผาผลาญพุ่ง
ทะยานถึงขีดสุด เมื่อตรวจสอบขนาดของเตา
หลอมตะวันฟั้าใต้พิภพ ยามนี้เขายังอยู่ในตำแหน่ง
รอบนอกของเตาหลอม แต่ความรุนแรงจากการ
เผาผลาญของมัน เขาก็แทบจะไม่สามารถทนรับ
เอาไว้ได้แล้ว
” เป็นไปได้ว่าหากควานหาจากทั่วทั้งดินแดนแห่ง
ทวยเทพ คงมีเพียงที่นี่ที่เดียวเท่านั้น เจ้านี่ช่างโชค
ดีจริง ๆ ”
กายาเพชรอมตะขั้นที่ 3 มีอยู่ทั้งหมด 2 ระดับ เมื่อ
สำเร็จ กายาสักการะราชันตะวันฟั้าพุทธเจ้า
ทองคำ ถึงจะสามารถกล่าวได้ว่าเขานั้นบรรลุขั้นที่
3 อย่างสมบูรณ์ ด้วยความรุนแรงจากการเผา
ผลาญของเตาหลอมตะวันฟั้าที่อยู่ใต้ฝั่าเท้าของ
เขา อู่ อวี้ มีโอกาส และ เงื่อนไขที่จะบรรลุกายา
เพชรอมตะขั้นที่ 3 อย่างสมบูรณ์แบบ!
อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ความรู้สึกที่เขาได้รับนั้น
มิได้เลวร้ายเหมือนกับครั้งแรกที่ดำดิ่งลึกลงไปใน
เตาหลอมมณีจันทราใต้พิภพ ยามนี้ลาวาสีทองคำ
ในส่วนลึกด้านล่างเป็นเสมือนดั่งเข็มอันแหลมคม
มันได้ทิ่มแทงเข้าไปในร่างของเขา บังเกิดเป็นการ
เผาผลาญอันน่าสะพรึงกลัว อีกทั้งยังผลักดันให้
เขาลงสู่ส่วนลึกของเตาหลอมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการ
ปล่อยให้เพลิงลาวาเคลื่อนผ่านร่างกายนี้ เป็น
เสมือนดั่งการบรรเทาแรงดันจากการเผาผลาญ
อันที่จริงแล้วสิ่งที่ตัวเขาต้องการคือการเผาผลาญ
เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
หลังจากปรับตัวได้แล้ว อู่ อวี้ ก็ท่องสัจจคาถาของ
‘กายาเพชรอมตะ’ ขั้นที่ 3 หลังจากนั้นลาวาก็เริ่ม
ถูกเขากลืนกินเข้าไป ไม่เพียงแต่กลืนกินเข้าไปทาง
ปากเท่านั้น แต่ยังมี ตา หู จมูก ฯลฯ หรือ
แม้กระทั่งรูขุมขนทั่วทั้งสรรพางค์กาย ซึ่งเหตุที่
ดูดกลืนลาวานี้เข้าไป ก็เพื่อกระตุ้นหนุนเสริมให้มัน
เผาผลาญร่างกายของเขามากยิ่งขึ้น
หลังจากการดูดกลืนครั้งแรก อู่ อวี้ ก็กรีดร้อง
ออกมาอย่างเจ็บปวดทรมานทันที ตอนนี้เขารู้สึก
ราวกับว่า ภายในร่างของเขากำลังถูกลาวาเผา
ผลาญจนกลายเป็นขี้เถ้า สิ่งที่เขารู้สึกในตอนนี้คือ
เปลวเพลิงกำลังจะกลืนกินมนุษย์ ราวกับว่าทั่วทั้ง
ร่างของเขากลายเป็นว่างเปล่า ทั่วทั้งสรรพางค์
กาย ทุกอณูทุกตารางนิ้ว ถูกเผาผลาญใจจน
เสมือนดั่งมีมีดกรีดเฉือนอยู่ในร่างของเขา ความน่า
สะพรึงกลัวนี้ แทบจะทำให้คนที่ถูกเผาผลาญสลบ
เหมือดเอาง่ายๆ
“ตูมมมม!!!”
ภายในจิตใจของเขายามนี้บังเกิดเสียงระเบิด
คำรามดังกึกก้อง
ชางเสวี่ย ชิงเฟิง กับ มารดำ ซึ่งอยู่ด้านบนต่างได้
ยินเสียงระเบิดดังกึกก้องนี้ มันทั้งสองต่างมองหน้า
กัน แล้วกล่าวอย่างกระหยิ่มขึ้นว่า ” อู่ อวี้ ไหน
เลยเจ้าถึงยังยืนกรานเช่นนั้น อยากออกก็ออกมา
อย่างน้อยเราจะได้ทำให้เจ้าสนุกครื้นเครงขึ้นมา
บ้าง”
” เจ้าจะบอกว่า ที่นี่คืออาณาเขตของเจ้า ซึ่งพวก
เราไม่สามารถล่วงล้ำเข้าไปยังด้านล่างได้ แล้วไฉน
เจ้าถึงต้องทนทุกข์ทรมานถึงเพียงนั้นด้วย? ” ชาง
เสวี่ย ชิงเฟิง ถามอย่างเย้ยหยัน
” หากไม่คิดจะลงมา ก็อย่ามาพูดจาให้เยิ่นเย้อ ” อู่
อวี้ ยังคงอยู่ในอาการเจ็บปวด หลังจากแผดเสียง
ตะโกนโต้ตอบกลับราวกับได้ระบายออก มันก็ทำให้
เขารู้สึกดีขึ้นมาก
” เจ็บปวดขนาดนี้ ยังมีอารมณ์มาต่อปากต่อคำ ”
” ข้าได้ยินนะ ”
” ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะคอยดูว่าเจ้าจะทนถูกลาวาเผา
ผลาญจนดำเป็นตอตะโกได้นานสักแค่ไหน ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อู่ อวี้ ไม่สนใจพวกมันทั้งสองอีก
ต่อไป ในเวลานี้เขากำลังจมอยู่ในห้วงภวังค์แห่ง
กายเผาผลาญของ กายาสักการะราชันตะวันฟั้า
พุทธเจ้าทองคำ
ในวันที่หลังจากที่เขาบรรลุผลสำเร็จ มันคือวันที่
คนทั้งสองจะถูกส่งลงไปยังนรกอเวจี!
ภารกิจนี้ เขาสามารถสังหารผู้มีพื้นฐานฝึกตนอยู่
ใน ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 4 ไปได้แล้ว
สำหรับ อู่ อวี้ การเก็บเกี่ยวนี้นับว่าเพียงพอ! หาก
เขาไม่ได้รับแต้มผลงาน 150,000 ก็ไม่ได้ยี่หระแต่
อย่างไร!
เขายังคงยืนหยัดอดทนต่อไป!
บางครั้งการหลอมสร้าง กายาเพชรอมตะ ก็ไม่มี
หนทางอื่นให้หลีกเลี่ยงช่วยเหลือ สิ่งที่พอจะ
กระทำได้คือยืนหยัดอดทนต่อไปเพียงเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้นนี่ไม่ใช่การยืนหยัดเพียงช่วงสั้น ๆ แต่
คือการยืนหยัดอย่างยาวนาน เขาก็ยังต้องยืนหยัด
อดทนให้จงได้ เพื่อปีนขึ้นสู่ระดับสูงสุด!
กายาเพชรอมตะ ก็มิได้ฝึกฝนอย่างง่ายดายมา
ตั้งแต่แรกเริ่ม
แต่ทว่าคุณประโยชน์ของมันนั้นอนันต์อย่างยิ่ง! ถ้า
ไม่ใช่เพราะ กายาเพชรอมตะ ไม่รู้ว่าปั่านนี้ อู่ อวี้
ต้องตกตายไม่รู้ว่ากี่ครั้ง ต่อกี่ครั้งแล้ว
ระหว่างที่เขาดูดกลืนเพลิงลาวาสีทอง ทุก ๆ การ
หลอมผสาน ทุก ๆ ลมหายใจ นั้นช่างเปียมล้นไป
ด้วยความทุกข์ทรมานอย่างสุดแสน
ท่ามกลางการเผาไหม้ อู่ อวี้ แหงนมองขึ้นไปบน
ท้องนภาเหนือทะเลลึก
” เพื่อจะเป็นเซียนอมตะ จะต้องต่อสู้ฝั่าฟันผ่านบท
ทดสอบมาอย่างโชกโชน!”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ