กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 397 : ถือกําเนิดใหมทามกลางตะวันฟา
แน่นอนว่าระหว่างการกระบวนการนี้ อู่ อวี้ ไม่
ต้องการให้พวกมันทั้งสองรู้ถึงจุดประสงค์ที่แท้จริง
อย่างน้อยเขาก็สามารถถ่วงเวลาได้มากพอสมควร
ดังนั้นหลังจากเริ่มทำการหลอมสร้าง กายา
สักการะราชันตะวันฟั้าพุทธเจ้าทองคำ เขาก็ยังมี
จุดประสงค์บางอย่าง โดยพยายามใช้คำพูดหลอก
ล่อถ่วงเวลาคนทั้งสองเอาไว้ อีกฝั่ายหนึ่งมุ่งหมาย
หลอกล่อให้พวกมันเข้ามาหาตนเอง ส่วนอีกฝั่ายก็
พยายามหลอกล่อให้ อู่ อวี้ ขึ้นมา
ทั้งสองฝั่าย ไม่มีฝั่ายใดตกหลุมพรางของอีกฝั่าย
ด้วยเหตุนี้จึงต้องตรึงรั้งรออยู่ที่นี่
ซึ่งกินเวลานานถึงสองวันเต็ม!
อู่ อวี้ ดูดกลืนด้วยความยากลำบากตั้งแต่ต้น ใน
ยามนี้เขารู้สึกเจ็บปวดอย่างสุดแสนสาหัส ถึง
กระนั้นก็หาได้ท้อแท้แต่อย่างใด เขาพยายาม
ปรับตัวให้คุ้นเคยกับความเจ็บปวด กัดฟันสู้ มุ่ง
หน้าดูดกลืนด้วยเจตจำนงอันแน่วแน่เด็ดเดี่ยว
หลังจากร่างกายของเขาค่อย ๆ ยกระดับ การ
ดูดกลืนก็เริ่มง่ายดายขึ้นด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเขา
ปรารถนาที่จะเร่งความเร็วในการยกระดับร่างกาย
ให้ทวีเพิ่มขึ้นไปอีก หลังจากปรับตัวได้แล้ว
ความเร็วในการดูดกลืนก็เพิ่มพูนขึ้นมาก
นับตั้งแต่ต้นจนจบ ความเจ็บปวดทรมานจากการ
ถูกลาวาเผาไหม้ ไม่เคยหยุดนิ่งแม้แต่น้อย มีแต่ยิ่ง
ทวีเพิ่มมากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้นเรื่อย ๆ มัน
ช่างเป็นความเจ็บปวดที่แสนข่มขื่นน่าอเนจอนาถ
อย่างยิ่ง คนทั้งสองได้ยินเสียงร้องของเขาที่เต็มไป
ด้วยความเจ็บปวดทรมานอย่างสุดแสน แต่ว่าเขา
ก็ยังคงดึงดันอยู่ต่อไป ทำให้พวกมันทั้งสองต่างคิด
ว่า อู่ อวี้ อาจจะมีปัญหาทางสมองก็เป็นได้
วันนี้ผิวกายทั่วทั้งร่างของ อู่ อวี้ กลายสีทองเข้ม
ราวกับถูกหล่อสร้างมาจากทองคำ สามารถ
มองเห็นได้อย่างชัดเจน ลาวาสีทองถูกดูดกลืนเข้า
สู่ทุกอณูรูขุมขนของร่าง ปล่อยให้ร่างกายถูกแผด
เผา ยกระดับปรับปรุงกายเนื้อมากขึ้นเรื่อย ๆ
แม้กระทั่งอนุภาคเล็ก ๆ อื่น ๆ ได้หลอมละลาย
เป็นลาวาสีทอง ไม่ว่าอนุภาคใด ๆ ที่ถูกปลดปล่อย
ออกมาจากร่างของเขา ก็จะเกิดการเผาไหม้รุนแรง
เตาหลอมตะวันฟั้าใต้พิภพ ถูกเขาดูดกลืนไปได้
หนึ่งในสามแล้ว!
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ นั้นฉลาดปราดเปรื่องเป็น
อย่างยิ่ง เขาไม่ได้ดูดกลืนส่วนพื้นผิวด้านบน
ดังนั้นถ้าคนทั้งสองมองลงมา จะไม่เห็นข้อแตกต่าง
ใด ๆ ที่เกิดขึ้นกับภายในส่วนลึกลาวานี้ ผู้ฝึกตน
นอกรีตนั้นระมัดระวังตัวอย่างยิ่ง ดังนั้น อู่ อวี้ จึงรู้
ว่า หากเป็นเช่นนี้ต่อไป พวกมันย่อมไม่มีทางลงมา
ข้างล่างอย่างแน่นอน
” อู่ อวี้ ตายโง่ๆแบบนี้มันจะมีความหมายอันใดกัน
เล่า ?” มารดำกล่าวอย่างหดหู่
อีกด้านหนึ่ง อู่ อวี้ กำลังครุ่นคิดอย่างหนัก เขาคิด
ว่าพูดมาแค่นี้น่าจะพอแล้ว หากพูดมากไปกว่านี้
ศัตรูจะจับพิรุธเอาได้ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ตอบมารดำ
กลับไป
ถึงแม้พวกมันทั้งสองจะแสดงท่าทีคุกคาม หรือ ก่น
ด่าสาปแช่งเขามากเพียงใด เขาก็ยังคงมุ่งมั่นจมอยู่
ในห้วงภวังค์แห่งการเผาผลาญต่อไป เพลิงลาวา
ทองคำของ เตาหลอมตะวันฟั้าใต้พิภพ นั้นลด
น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด และในเวลานี้เอง ความ
แข็งแกร่งทางกายเนื้อของเขาก็เพิ่มขึ้นมาถึงระดับ
ที่น่าสะพรึงกลัวมาก ยิ่งเขารู้สึกตื่นเต้นมากเท่าไร
ก็จะยิ่งเร่งดูดกลืนมันก็ไปมากเท่านั้น
ท่ามกลางความตื่นเต้นอันยากจะบรรยาย ถึงแม้
จะต้องเจ็บปวดทุกข์ทรมานอย่างรุนแรงจากการ
เผาผลาญดูดกลืน ทว่าความทุกข์ทรมานนี้ ก็ไม่ได้
ยากเย็นเกินไปกว่าที่เขาจะอดทน
” ด้วย กายาเพชรอมตะ นี้! ต่อให้ทะยานขึ้นสู่
สวรรค์ทะลวงลงสู่ใต้พิภพ จักมีอำนาจเหนือทุก
สรรพสิ่ง ไม่มีวันถูกทำลายดับสูญ! หากข้าเป็น
อมตะยืนยงคงกระพัน ข้าจะไปได้ไกลสักเพียง
ไหน?”
เมื่อหวนนึกไปถึงครั้งแรกที่ได้เห็น พลองทองสม
ปรารถนา อู่ อวี้ มีความฝันมากมายในจิตใจของ
เขา
นิกายกระบี่สวรรค์ เขาซูซัน ห้วงทะเลปีศาจอนันต์
จักรพรรดิเพลิง ทะเลตงไห่ …
ผู้คนทั้งหลาย เรื่องราวทั้งหลาย
ภาพความทรงจำในอดีตยังประจักษ์อยู่เต็มสองตา
หนึ่งในความทรงจำอันตราตรึงใจมากที่สุด ย่อม
เป็นเรื่องราวที่มันเกิดขึ้นในสนามประลองเป็นตาย
ของซูซัน ในวันนั้นผู้คนนับหมื่นนับแสน ต่าง
กล่าวโทษตำหนิวิพากษ์วิจารณ์เขา
ถึงกระนั้นเขาก็ยังไล่ล่าในวิถีแห่งเต๋า!
” วิถีแห่งเต๋าไร้สิ้นสุด จิตใจคงไว้ซึ่งความเป็นนิ
รันดร์! ”
จิตใจยึดมั่นในวิถีแห่งเต๋า เจตจำนงมั่นคงเด็ดเดี่ยว
แม้กายาจะเจ็บปวด แต่หลังจากนี้มันก็จะชาไปเอง
ไม่นับว่าเป็นอะไรทั้งสิ้น
อู่ อวี้ มองเห็นภาพตนเองจากด้านนอก ซึ่งบัดนี้
กำลังดูดกลืนเพลิงลาวาอยู่ ท่ามกลางมหาเตา
หลอมนี้ เขาจะดูดกลืน ปรับแต่ง กลั่นสกัดมันให้
สิ้น !
ในช่วงสี่วันที่ผ่านมา เขารีบเร่งดูดกลืนเตาหลอม
แทบทั้งวันทั้งคืน แล้วในวันนี้เขาจะบรรลุอีกในไม่
ช้า!
อย่างไรก็ตาม มารดำ กับ ชางเสวี่ย ชิงเฟิง กำลัง
รอคอยเขาอยู่ อีกทั้งพวกมันยังหมดความอดทน
กับการรอคอยนานแล้ว พวกมันไม่ใช่คนโง่เขลา
ทันใดนั้นมารดำก็กล่าวว่า ” อู่ อวี้ เจ้ากำลังใช้เตา
หลอมนี้หลอมสร้างร่างกาย แล้วหลอกล่อเราทั้ง
สองให้เฝั้ารอเจ้าอยู่ที่นี่ เพื่อถ่วงเวลาให้กับ ฮวางฝูั่
โพ่จุน ”
นี่คือสิ่งที่มันคาดเดาได้
ทว่าก็ไม่ถึงกับถูกต้องทั้งหมด
นั่นเพราะว่า อู่ อวี้ ไม่ได้ใช้เตาหลอมหลอมสร้าง
ร่างกาย แต่เขากำลังกลืนกินเตาหลอมต่างหาก!
ท่ามกลางการดูดกลืนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เตา
หลอมตะวันเกือบจะว่างเปล่าแล้วในเวลานี้ ถ้า
พวกมันทั้งสองตามลงมาจะสามารถตรวจสอบได้
ในทันที แต่ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง จะเป็นการ
รบกวนความต่อเนื่องต่อการดูดกลืนเผาผลาญของ
อู่ อวี้ ซึ่งจะทำให้เขาไม่อาจบรรลุเข้าสู่ กายา
สักการะราชันตะวันฟั้าพุทธเจ้าทองคำ ขั้นที่ 3
อย่างสมบูรณ์แบบได้
ยังนับว่าโชคดีที่มารดำคิดไม่ถึงว่าเขาจะดูดกลืน
เตาหลอมตะวันจนแทบว่างเปล่าหมดเกลี้ยง
ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะคนทั่วไปไม่มี
ทางที่จะคิดเช่นนี้ ด้วยเพราะมันเป็นเรื่องที่ฟังดู
เหลวไหลเกินไป
ในเวลานี้ยังไม่เหมาะ ที่เขาพูดคุยกับพวกมันมาก
เกินไป ด้วยกังวลว่าพวกมันทั้งสองจะจากตรงนี้ไป
อีกทั้งก็ยังกลัวว่ามันจะลงมาก่อนที่เขาจะทำการ
ดูดกลืนเตาหลอมตะวันฟั้าเสร็จ เท่ากับว่าเขา
จะต้องต่อสู้โดยเสี่ยงเอาชีวิตเข้าแลก ซึ่งนับว่าไม่
คุ้มค่าสำหรับ อู่ อวี้ อย่างยิ่ง
ฉับพลัน ชางเสวี่ย ชิงเฟิง ก็ตะเบ็งเสียงหัวเราะ
ออกมาด้วยความเย้ยหยัน พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า ”
ฮ่ะ ๆ ๆ เยี่ยม! จะหลบซ่อนตัวอยู่ที่นี่ก็ตามใจเจ้า
ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ ไปยึด เรือรบ
จักรพรรดิ์เพลิง แล้วค่อยกลับมาหามันที่นี่อีกครั้ง
”
มารดำกล่าวว่า ” เจ้าเด็กผู้นี้มันจะต้องรอให้เรา
ออกไปก่อน จากนั้นก็จะรีบหลบหนีทันที ”
” เราไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้ตลอดหรอกนะ หรือเจ้าจะ
เฝั้ามันหลอมสร้างร่างกายอยู่ที่นี่ใช่หรือไม่ ? แล้ว
ถ้าเกิดมันหลอมสร้างกายาอยู่ที่นี่หลายปี แล้วจะ
ให้เฝั้ามันอยู่ที่นี่หลายปีตามมันเช่นนั้นหรือ? ”
ด้วยสิ่งที่มันรู้ มันจึงคิดว่าเขาจะต้องหลอมสร้างกา
ยาอยู่ที่นี่เป็นเวลาอีกนาน
พวกมันทั้งสองพูดคุยกันเรื่องนี้ แน่นอนว่าพวกมัน
ต้องถอดใจจาก อู่ อวี้ ก่อนชั่วคราวอย่างไร้
ทางเลือก ด้วยเพราะพวกมันเองก็ไม่กล้าที่จะลงไป
ในเตาหลอมตะวันฟั้า ฉะนั้นมันควรจะไปยึดครอง
เรือรบจักรพรรดิ์เพลิง ก่อน ซึ่งนับว่าเป็นทางเลือก
ที่เหมาะสมยิ่งแล้ว หากพวกมันสามารถยึดครอง
เรือรบจักรพรรดิ์เพลิง มาได้ ก็จะมีประโยชน์ใน
ภายภาคหน้าอย่างมาก แค่ดัดแปลงปรับเปลี่ยนอีก
เล็กน้อย พวกมันจะได้ครอบครองปั้อมปราการ
เคลื่อนที่ภายในทะเลตงไห่ ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์
อย่างใหญ่หลวง!
แต่ถ้าหากพวกมันรู้ความจริงว่า อู่ อวี้ ใช้เวลาใน
การดูดกลืนมากสุดอีกเพียงแค่ครึ่งวัน มันคงจะหด
หู่จนแทบอยากจะเสียสติ
” ข้าไม่คิดว่าเด็กผู้นี้จะมีความสามารถดังกล่าว
วันนี้ข้าจะให้เจ้าได้หลบภัยไปก่อนก็แล้วกัน ในวัน
หน้าเจ้าจะไม่โชคดีอย่างนี้อีก ความเกลียดชังที่เจ้า
สังหารน้องชายของข้ามารขาว ค่อยมาคิดบัญชี
แค้นกับเจ้าทีหลังแล้วกัน” มารดำกล่าว ขณะ
เหลือบมองไปทาง ชางเสวี่ย ชิงเฟิง ทั้งสองต่างอยู่
ที่นี่เป็นเวลานานเกือบ 4 วันแล้ว ซึ่งในยามนี้มัน
ต้องออกจากที่นี่อย่างไม่มีทางเลือกอื่น
ในความเป็นจริง พวกมันไม่สามารถเฝั้าเขาได้
ตลอด
แน่นอนว่าพวกมันไม่จำเป็นต้องออกไปก็ได้ แต่
สถานการณ์ยามนี้ของพวกมันค่อนข้างจะกลืนไม่
เข้าคายไม่ออก
อย่างไรก็ตามยามนี้เป็นช่วงสุดท้ายของ อู่ อวี้ แล้ว
จึงไม่อยากเสียเวลาถ่วงรั้งพวกมันทั้งสองเอาไว้อีก
เขามุ่งมั่นจดจ่ออยู่กับการกลืนกินเตาหลอมตะวัน
ฟั้า ในยามนี้ร่างกายของเขาเสมือนดั่งวังน้ำวนสี
ทองขนาดใหญ่ เขายังคงแผดเสียงร้องคำราม
ออกมาอย่างต่อเนื่อง หลังจากทั้งสองคล้อย
หลังจากไป เขาก็เริ่มดูดกลืนอย่างบ้าคลั่งมาก
ยิ่งขึ้น ทุกอณูร่างกายของเขา บัดนี้มันกำลังเผา
ผลาญดูดกลืนถึงขีดสุด!
อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของกายเนื้ออย่าง
ชัดเจน ทั้งความเร็ว การปั้องกัน ความยืดหยุ่น
และ อื่น ๆ !
ทุกสิ่งที่กล่าวมานี้ เพิ่มขึ้นอย่างสูงล้ำ มันคือการ
เปลี่ยนแปลงและพัฒนาเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิต! ในทุก
ๆ ครั้งที่กายาเพชรอมตะยกระดับขึ้นไปอีกขั้น มัน
คือการผลัดเปลี่ยนร่างกายถือกำเนิดใหม่!
ตึงตึงตึง!
ภายในร่างของเขาทุก ๆ ลมหายใจ บังเกิดเป็น
เสียงการหลอมสร้างขึ้นเป็นล้าน ๆ ครั้ง ทั้งหนัก
หน่วง และ รุนแรง เปียมล้นไปด้วยพลังแห่งการ
ทำลายล้าง
หลังจากผ่านไปครึ่งวัน กระแสน้ำวนทองคำจาก
เตาหลอมตะวันฟั้า ก็ถูกดูดกลืนช่วงชิงไปแทบ
ทั้งหมด
เขาประสบความสำเร็จในการผสาน เตาหลอม
ตะวันฟั้า เข้ากับร่างกาย!
อย่างไรก็ตาม แค่นี้ยังไม่พอ! กระแสน้ำวนทองคำก็
เริ่มหมุนวนอีกครั้ง เพียงไม่นานนัก กระแสน้ำวนก็
เริ่มม้วนกวาดผ่านเข้ากับ เตาหลอมมณีจันทราทั้ง
8 ผ่านไปอีกครึ่งวัน เตาหลอมมณีจันทราก็ถูก
ดูดกลืนจนเกลี้ยง แม้กระทั่งเปลวเพลิงจากเขา
อัคคี ก็ถูกดูดกลืนจนแห้งเหือด! อาณาเขตทะเล
ห่างไปนับหมื่นลี้ ได้ช่วยหนุนเสริมให้ อู่ อวี้ หลอม
สร้างร่างกายได้สำเร็จ!
อาณาเขตทะเลเผาผลาญเริ่มเจือจางลงเรื่อย ๆ
กระแสน้ำวนทองคำอันเดือดพล่านในที่สุดก็เริ่ม
หยุดหมุน และ หยุดดูดกลืน จากนั้นกระแสน้ำวน
ทองคำก็ค่อย ๆ หดตัวลง และผู้ที่ปรากฏอยู่ตรงจุด
กึ่งกลาง นั้นก็คือ อู่ อวี้!
ทันใดนั้นเอง กระแสน้ำวนก็หดตัวลงจนแห้งเหือด
เหลือเพียง อู่ อวี้ ที่ยืนอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรนี้
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีเปลวเพลิงทองคำลุกเผาไหม้
อยู่บนร่างกายของเขา ผิวกายของเขาเป็นเสมือน
ดั่งเช่นทองคำ ทั้งแข็งแกร่ง และ เปียมไปด้วยพลัง
อย่างยิ่ง! ภายในรัศมี 3 ลี้ คืออาณาเขตทะเลที่ไม่
สามารถย่างกายเข้ามาใกล้ได้ ทุกสรรพสิ่งที่เข้ามา
ใกล้จะสูญสลายกลายเป็นหมอกควันจนสิ้น!
แต่บัดนี้เขาอัคคีกลืนวิญญาณแทบทั้งหมด ได้ถูก
ดูดกลืนจนแห้งเหือด สามารถจินตนาการได้เลยว่า
มันน่าสะพรึงกลัวมากเพียงใด!
ฉับพลันเขาก็ลืมตาขึ้น ชั่วพริบตานั้นเองอาณาเขต
สมุทรหลายร้อยลี้ ก็เริ่มระเหย และ จางหายไป
ทันที
……
เรือรบจักรพรรดิ์เพลิง ตรึงกำลังอยู่บน เหมืองแร่
วิญญาณคราม
หลังจาก ฮวางฝูั่ โพ่จุน กลับมา เขาก็ใช้เวลากว่า
ครึ่งวัน จากนั้นก็เริ่มการแผ่ขยายอาณาเขตตรึง
กำลังคุ้มครอง เหมืองแร่วิญญาณคราม อีกครั้ง
เขาได้ฝั่าทะลวงเข้าไปภายในเหมืองแร่ขับไล่ผู้ฝึก
ตนนอกรีตออกไปทั้งหมด
อย่างไรก็ตามก่อนที่จะทำเช่นนั้น ฮวางฝูั่ โพ่จุน
ได้รับยันต์สื่อสารที่ติดต่อมาจาก อู่ อวี้
เมื่อได้รับข้อความแล้ว สีหน้าของเขาก็
เปลี่ยนแปลงไปอย่างยิ่ง แต่เขาก็ไม่ได้บอกเรื่องนี้
แก่ผู้ใด
หลังจากยึดครองอาณาเขตกลับมาได้อีกครั้ง เขาก็
เรียกรวมพลหัวหน้ากองร้อยทั้งหมด กับ กงซูหมิง
อธิบายสถานการณ์ให้พวกมันฟัง จากนั้นก็กล่าว
ว่า ” ข้าเชื่อว่า อู่ อวี้ สามารถถ่วงเวลาพวกมันได้
ระยะหนึ่ง ฉะนั้นพวกมันจะไม่มาหาเราในเร็ว ๆ นี้
แน่ นอกจากนี้ข้ายังเชื่อมั่นว่า อู่ อวี้ แข็งแกร่ง
พอที่จะปกปั้องตนเองได้ ดังนั้นข้าคิดว่า เราควร
อยู่ใน เรือรบจักรพรรดิ์เพลิง ตรึงกำลังประจำการ
อยู่ที่นี่ ส่วนพรรคสมุทรครามพวกเจ้าจงขุดแร่
ต่อไป หากพวกมันสองคนเข้าโจมตีเมื่อใด พวกเรา
จะถ่วงเวลาต้านทานมันไว้เอง หากสถานการณ์
ย่ำแย่จริง ๆ ก็ขับ เรือรบจักรพรรดิเพลิง ถอยทัพ
ออกมา ยกเลิกภารกิจ พวกเจ้าเข้าใจหรือไม่? ”
หลังจากเกิดเหตุการณ์กับ เฉิน ชางซง หัวหน้า
กองร้อยหลายคนจึงไม่อยากยอมรับความพ่ายแพ้
ถอนกำลังหนีไป ส่วน กงซู หมิง เขาไม่คิดจะยอม
แพ้อย่างง่ายดายเช่นนี้ เพราะอย่างไรแล้วแร่
ทองคำวิญญาณครามมากมายก็อยู่ใต้ฝาเท้าของ
มัน
” คงต้องตรึงกำลังไปก่อน แต่ว่าทหารทั่วไปอย่าพึ่ง
ออกมาเด็ดขาด ”
สำหรับตอนนี้ผู้ฝึกตนนอกรีตมีจำนวนค่อนข้าง
น้อย แต่กลับมีความเสี่ยงในอันตรายสูงมาก ซึ่ง
ฮวางฝูั่ โพ่จุน ก็เตรียมแผนจะถอนทัพออก
ชั่วคราวแล้วเช่นกัน
” พวกเรา ออกไปตรึงกำลังปั้องกัน ”
แนวการปั้องกันของพวกเขาหดกระชับลงมามาก
เนื่องจากการปั้องกันหลัก ๆ ของพวกเขาคือ ชาง
เสวี่ย ชิงเฟิง กับ มารดำ
ยามนี้ ฮวางฝูั่ โพ่จุน จริงจังเป็นอย่างยิ่ง
ไม่กี่วันมานี้ เหล่าหัวหน้ากองร้อยต่างอยู่ท่ามกลาง
ความตึงเครียด ด้วยเพราะกลัวว่า ชางเสวี่ย ชิง
เฟิง กับ มารดำจะปรากฏตัวขึ้น!
ฮวางฝูั่ โพ่จุน ห่วงกังวลคนจาก พรรคสมุทรคราม
ดังนั้นจึงรีบกลับมายัง เรือรบจักรพรรดิ์เพลิง ทันที
การต้องเผชิญหน้ากับผู้ฝึกตนทั้งสองไม่น่า
หวาดกลัวเท่า จะไม่ได้พบเจอกับ อู่ อวี้ อีก
เนื่องจากเขาไม่ได้รับการตอบกลับจาก อู่ อวี้ เลย
เมื่อเขาพยายามใช้ตราประทับสื่อสารติดต่อไปหา
มันทำให้เขารู้สึกห่วงกังวล อู่ อวี้ อยู่ในใจลึก ๆ
” พวกเจ้าคงอยากรู้ว่าตอนนี้ อู่ อวี้ เป็นอย่างไร
ใช่มั้ย? ” หลังจากการมาถึงของมารดำก็ยิ้มแปลก
ๆ ขึ้นอย่างน่าพิศวง
ฮวางฝูั่ โพ่จุน มองมันอย่างเย็นชา
มารดำโบกมือแล้วกล่าว ” ชายหนุ่มผู้นั้นช่างน่า
ประทับใจยิ่งนัก แต่ช่างน่าเสียดายที่ยังอ่อน
ประสบการณ์ ข้ากับ ชางเสวี่ย ชิงเฟิง แบ่งกันกิน
ร่างของชายหนุ่มผู้นั้น ข้าไม่คาดคิดว่าร่างกายของ
ชายหนุ่มผู้นี้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ”
” เจ้าหมายความว่าอย่างไร เขาตกตายแล้วเช่นนั้น
หรือ? ” ฮวางฝูั่ โพ่จุน ตื่นตกใจอย่างที่สุด
” ชิ! เหลวไหลสิ้นดี หากมันยังไม่ตาย แล้วเราจะ
มาอยู่ที่นี่ได้เช่นไร? วัตถุประสงค์การมาของเราใน
วันนี้นั้นง่ายดายมาก แค่พวกเจ้าส่ง เรือรบ
จักรพรรดิเพลิง มาให้กับเราซะดี ๆ เราก็จะปล่อย
พวกเจ้าไป โปรดจำเอาไว้ว่าสิ่งที่เราต้องการก็คือ
เรือรบจักรพรรดิ์เพลิง ”
ชางเสวี่ย ชิงเฟิง กล่าวอย่างแผ่วเบา
ฮวางฝูั่ โพ่จุน ล่วงรู้ดีว่าต่อให้เป็นตนเองผนึกกำลัง
กับหัวหน้ากองร้อยคนอื่น ๆ ก็ยังไม่ใช่ฝั่ายตรงข้าม
ของพวกมันทั้งสอง หากต้องต่อสู้แน่นอนว่าต้องมี
ผู้บาดเจ็บล้มตาย การย้อนกลับมาที่ เรือรบ
จักรพรรดิ์เพลิง ด้วยพลังปั้องการจากปั้อมปราการ
นี้ ทำให้เขาโล่งอกมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ไพร่พลทหาร กองทัพเซียนจักรพรรดิ
เพลิง ที่อยู่ภายใน เรือรบจักรพรรดิ์เพลิง หลายคน
ตื่นตระหนก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ค่ายเทียมฟั้า
พวกเขาไม่อาจยอมรับข่าวคราวเรื่อง อู่ อวี้ ถูก
สังหารได้
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ