กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 400 : เศษขยะที่ถูกเขี่ยทิ้ง
อู่ อวี้ มีสัมผัสไวต่อวิชากระบี่บินของ นิกายเซียนซู
ซัน
เคล็ดกระบี่บินจักรพรรดิของซูซัน ทะลวงฝั่า
กระแสแห่งห้วงทะเลลึกอันเชี่ยวกราก แหวกเปิด
เป็นเส้นทางยาวมุ่งตรงมายังทิศทางนี้
ไม่ใช่แค่ 2 เท่านั้นแต่มีถึง 3 สาย
การที่ อู่ อวี้ จัดการกับศัตรูแสนชั่วร้ายทั้งสองลง
ได้ ทำให้เขาเก็บเกี่ยวผลกำไรได้มากมายมหาศาล
หลังจากปัญหาคลี่คลาย เขาก็รู้สึกปิติยินดีเป็น
อย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามหลังจากพบเห็นคนของซูซัน
อู่ อวี้ ก็อารมณ์ขุ่นมัวขึ้นมาทันที
เมื่อผู้ฝึกตนกระบี่ทั้งสามเข้ามาใกล้ ไม่นานนัก อู่
อวี้ ก็สามารถแลเห็นได้อย่างชัดเจนว่าพวกมันเป็น
ใคร พวกมันทั้งสามคือคนที่ อู่ อวี้ รู้จักคุ้นเคยดี
ในซูซัน! 2 คนที่บินนำหน้ามาสีหน้าของมันน่า
เกลียดน่ากลัวอย่างยิ่ง เมื่อพวกมันเห็น อู่ อวี้ ก็
อดไม่ได้ที่จะแสยะยิ้มขึ้นมาอย่างโหดเหี้ยม
กล้ามเนื้อสั่นกระตุกอย่างรุนแรง
พวกมันทั้งสองคือคนที่หมายหัว อู่ อวี้ มาเนิ่นนาน
นั่นก็คือ ‘จอมกระบี่หลี่หั่ว’ และ ‘จอมกระบี่ชั่วฮวา’
พวกมันยอมทุ่มเททุกสิ่งเพื่อไล่ล่าติดตาม อู่ อวี้ มา
จริงๆ
สำหรับคนที่ 3 แล้ว อู่ อวี้ คือศัตรูคู่อาฆาตที่ต้อง
สังหารให้ตกตายไปเท่านั้น มันคือผู้เยาว์คนหนึ่งซึ่ง
มีรูปลักษณ์หล่อเหลา สงบนิ่งอ่อนโยนเหมือนวารี
แต่ท่ามกลางกระแสวารีนั้นมีความบ้าคลั่ง และ
ความรุนแรงซ่อนเร้นอยู่ ทั่วทั้งร่างปกคลุมไปด้วย
พลังอำนาจอันไร้สิ้นสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใน
ห้วงสมุทรลึกนี้ ราวกับว่านี่คือโลกของมัน
บุรุษหนุ่มผู้นี้คือ เปั่ยซาน ม่อ
อู่ อวี้ ไม่คาดคิดว่า พวกมันทั้งสามจะปรากฏตัว
ขึ้นที่นี่
เจียงเสวี่ยซวน ได้บอกกล่าวแก่เขาว่า อย่าใช้เวลา
กับกรทำภารกิจภายนอกนานเกินไป และช่วงเวลา
1 เดือนมานี้ เห็นได้ชัดว่าพวกมันได้ยินข่าวลือ
เกี่ยวกับการปรากฏตัวของเขา
” อู่ อวี้ ” สีหน้าของ จอมกระบี่ชั่วฮวา หนาวเย็น
ราวกับน้ำแข็ง นางทะยานเข้ามาหา อู่ อวี้ ทันที
จอมกระบี่หลี่หั่วที่บินติดตามนางมา ก็เข้ามา
ประกบอยู่ด้านหลังของ อู่ อวี้ ส่วน เปั่ยซาน
ม่อ มันได้บินมายืนอยู่ข้างกายของ จอมกระบี่ชั่วฮ
วา มุมปากของมันแสยะยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน
ทำท่าทางสูงศักดิ์ราวกับผู้เหนือกว่า จ้องมองไปยัง
อู่ อวี้ อย่างเย็นชา
มิได้เจอกันเพียงไม่นาน อู่ อวี้ พบว่า พื้นฐานฝึก
ตนของมันบรรลุถึงระดับตำหนักม่วงทะเลมรกตขั้น
ที่ 3 แล้ว
ด้วยพรสวรรค์และความสามารถของมัน คาดว่า
จะสามารถจัดการกับผู้ที่อยู่ในระดับตำหนักม่วง
ทะเลมรกตขั้นที่ 5 ได้ ซึ่งเทียบได้กับสาวกกระบี่
สวรรค์แห่งซูซัน หรือหัวหน้ากองพันในนคร
จักรพรรดิเพลิง
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ก็มิได้อ่อนแอไปกว่ามัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เขาบรรลุ กายา
สักการะราชันตะวันฟั้าพุทธเจ้าทองคำ ถึงแม้จะ
ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับ เปั่ยซาน ม่อ แต่ก็มิได้
อ่อนแอไปกว่ามันอย่างแน่นอน
หาก เปั่ยซาน ม่อ คิดจะสะกดข่มเขาเหมือนครั้ง
ก่อนหน้านี้ คงยากที่จะทำได้!
อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ อู่ อวี้ ยังมิใช่คู่มือของ
จอมกระบี่ชั่วฮวา
เมื่อเห็นคนจากซูซัน ฮวางฝูั่ โพ่จุน ที่อยู่ภายใน
กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง ก็เข้ามายืนล้อมรอบ
อยู่ข้างกายของ อู่ อวี้ โดยเฉพาะคนจากค่ายเทียม
ฟั้า เมื่อพวกเขาสังเกตเห็นคนจากซูซันทั้ง 3 ซึ่ง
แสดงท่าท่างข่มขู่คุกคามผู้บัญชาการของพวกมัน
พวกเขาก็รีบเข้าไปห้อมล้อมอยู่รอบกายของ อู่ อวี้
ทันที
” ดูเหมือนว่าเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้วสิเนี่ย
แม้แต่ผู้ฝึกตนนอกรีตเจ้ายังจัดการพวกมันได้อย่าง
ง่ายดาย ดูเหมือนว่าการสังหารเจ้าจะเริ่มยากมาก
ขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว คงต้องบอกว่าวันนี้คือโอกาส
สุดท้ายของเราจริงๆ ” จอมกระบี่ชั่วฮวา กล่าวขึ้น
อย่างหนาวเย็น จากนั้นนางก็ก้าวผ่านความว่าง
เปล่าเข้ามาหา อู่ อวี้
หลังจากกล่าวจบ นางก็แสดงให้เห็นถึงพลังอำนาจ
อันน่าสะพรึงกลัวของจอมกระบี่แห่งซูซันออกมา
อีกครั้ง! ในเวลานี้ได้บังเกิดเป็นหลุมลึกลงไปใน
กระแสมหาสมุทรนับหมื่นจั้ง พลังนี้อัดกระแทกเข้า
ใส่ ผู้คนจากกองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิงจน
กระเด็นกระดอนกระจายออกไป ผู้ฝึกตนจากค่าย
เทียมฟั้าต่างจับมือกันและกัน เพื่อรักษา
เสถียรภาพให้มั่นคง อย่างไรก็ตามเมื่อต้อง
เผชิญหน้ากับพลังอำนาจของจอมกระบี่เช่นนี้
พวกเขายังอ่อนด้อยกว่ามาก ส่งผลให้ใบหน้าของ
พวกเขาซัดเผือด อย่างยากจะต้านทานพลังอำนาจ
สะกดข่มนี้ได้
อันที่จริงแล้ว คมกระบี่ของนางได้จ่อมายัง อู่ อวี้
อย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีปลายกระบี่สองสาม
เล่มแทงเข้ามาในร่างของ อู่ อวี้ นำมาซึ่งความ
เจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งจิตใจ! และ จอมกระบี่ห
ลี่หั่ว ที่อยู่ด้านหลังในใช้ดวงตาซึ่งลุกท่วมไปด้วย
เปลวเพลิงจับจ้องมายัง อู่ อวี้ เสมือนดั่งมีที่คีบตรึง
อยู่บนไหล่ทั้งสองข้างของเขา
อู่ อวี้ ตระหนักว่า ถึงแม้ว่าเขาจะมีกายเนื้อเช่นนี้
แต่ช่องว่างระหว่างเขากับจอมกระบี่แห่งซูซันนั้นก็
ยังห่างชั้นกันมาก ซึ่งมันคือช่องว่างของพลังศักดิ
สิทธิ์ พลังจากแกนกำเนิด และ แก่นแท้ตำหนัก
ม่วง ซึ่งเป็นขอบเขตพลังที่มีความแตกต่างกันกว่า
10 ขั้น
ด้วยช่องว่างนี้ ต่อให้กายเนื้อของเขาจะแข็งแกร่ง
มากเพียงใด แต่ก็ยากที่จะเทียบเคียงกันได้ มันเป็น
เสมือนดั่งความแตกต่างระหว่างมนุษย์กับผู้ที่อยู่ใน
ขั้นหลอมรวมลมปราณ
ภายในใจของเขาย่อมรู้สึกไม่ชอบใจที่โดนสะกดข่ม
เช่นนี้
อันที่จริง มันมากพอแล้ว …
จุดเริ่มต้นมาจาก สนามประลองเป็นตาย ในซูซัน
นับจากวันนั้นก็มีเรื่องพัวพันยุ่งเหยิง อย่างยากที่
จะหลีกเลี่ยงให้อภัยได้!
ถึงบุตรีของพวกมันจะถูกสังหารลงด้วยน้ำมือของ
อู่ อวี้ ก็จริง ทว่าเขาหาได้ปรารถนาที่จะลงมือกับ
นางแต่อย่างใด ฆาตกรที่แท้จริงนั้นก็คือ วูซาน
เซี่ยชือ ถึงจะถูก
ยิ่งไปกว่านั้นแทนที่พวกเขาจะไปติดตามละลาน วู
ซาน เซี่ยชือ แต่กลับมาเกาะแกะวุ่นวายกับ อู่ อวี้
อย่างไม่ยอมเลิกรา!
ความเกลียดชัง ความเศร้าโศกเสียใจ
ในสายตาของเหล่าจอมกระบี่ เขาคงเป็นคนที่น่า
รังเกียจเดียดฉันท์เป็นอย่างยิ่ง จึงไม่เคยไว้หน้าเขา
แม้แต่น้อย
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ความเจ็บปวดแผ่ไปทั่ว
ร่าง แต่เขายังสามารถยืนหยัดแบกรับได้ ถึงกระนั้น
เขาก็ยังกล่าวว่า ” ข้ามิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับซูซัน
อีกต่อไปแล้ว ฉะนั้นพวกท่านจึงไม่มีสิทธิ์จะสังหาร
ข้า ”
” เจ้าลองพูดอีกครั้งดูสิ? ” จอมกระบี่ชั่วฮวา แผด
เสียงตะโกนจนทุกผู้คนรู้สึกแสบแก้วหู ผู้ฝึกตนของ
ค่ายเทียมฟั้า ยืนติดอยู่ด้านหน้า อู่ อวี้ พวกเขา
ทั้งหมดมองไปที่ จอมกระบี่ชั่วฮวา อย่างดุเดือด
เป็นตาเดียว
ฮวางฝูั่ โพ่จุน กล่าวขึ้นอย่างชัดเจนว่า ” จอม
กระบี่ อู่ อวี้ เป็นคนของนครจักรพรรดิเพลิงแล้ว
ท่านไม่มีสิทธิ์จะสังหารเขา อีกทั้งตอนนี้เขายังเป็น
อัจฉริยะสูงสุดของนครจักรพรรดิเพลิง ท่านเจ้า
เมือง กับ ท่านจอมจักรพรรดิ ของพวกเราให้
ความสำคัญกับ อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเขามี
โอกาสเป็นผู้สืบทอดของ นครจักรพรรดิเพลิง ใน
อนาคต ทั้ง นครจักรพรรดิเพลิง กับ นิกายเซียนซู
ซัน ต่างก็ยึดถือแนวทางที่ถูกต้องเช่นเดียวกัน หาก
ท่านยังคิดดึงดันที่จะสังหาร อู่ อวี้ ตามอำเภอใจ
เช่นนี้ คาดว่าท่านเจ้าเมือง กับ จอมจักรพรรดิ คง
ไม่ปล่อยเอาไว้แน่ แล้วจะต้องตามไปคิดบัญชีซูซัน
ในที่สุด ”
ฮวางฝูั่ โพ่จุน ฉลาดหลักแหลมเป็นอย่างมาก แม้
สิ่งที่เขาพูดล้วนเป็นถ้อยคำที่ปันแต่งเยินยอขึ้น
ทั้งหมด ทั้งเจ้าเมือง หรือ จอมจักรพรรดิ อาจจะ
ไม่รู้จัก อู่ อวี้ เลยก็ว่าได้ ทว่าผลงานจากภารกิจใน
ครั้งนี้ของ อู่ อวี้ ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว
เขายกระดับศักดิฐานะของ อู่ อวี้ ให้เทียบเท่ากับ
ฉิน ฝูเหยา ซึ่งถ้าหากนางสังหาร ฉิน ฝูเหยา อย่าง
ไร้เหตุผล ย่อมต้องเกิดความวุ่นวายอย่างใหญ่
หลวงแน่นอนที่สุด มันก็เป็นเหตุผลเดียวกันกับ
สังหารคนสำคัญของซูซันอย่าง เปั่ยซาน ม่อ
หลังจาก จอมกระบี่ชั่วฮวา ได้ฟังสิ่งที่เขากล่าวสี
หน้าของนางก็แปรเปลี่ยนไป นางได้เห็นศักยภาพที่
อู่ อวี้ แสดงออกมาแล้ว ภายในใจของนางยังคงตื่น
ตระหนก แต่นางก็ยังพยายามดึงดันต่อไป! ถึง
กระนั้นมันก็ยังคิดว่า อู่ อวี้ ที่อยู่เบื้องหน้าในตอนนี้
คือผู้ที่นางจะสังหารได้จริงน่ะหรือ ?
หากมีการสังหารเกิดขึ้นนางอาจต้องตกอยู่ภายใต้
แรงกดดันของ เซียนกระบี่เทียนจี กับ นคร
จักรพรรดิเพลิง เป็นแน่
หากไม่สังหาร ก็ยากจะระบายความเกลียดชัง ทำ
ให้บุตรีของนางตายตาหลับได้
แต่พอนางคิดถึงการตายของบุตรีของตนเองแล้ว
ความเกลียดชังภายในใจของนางก็ยากที่จะระงับ
ยิ่งนางมองหน้า อู่ อวี้ มากเท่าใด แรงปรารถนา
อยากจะสังหารภายในใจก็มากยิ่งขึ้นเท่านั้น! ถึงแม้
จะมีเหตุผลมากมายมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของ อู่
อวี้ ก็ตาม แต่นางก็ยังปักใจว่า อู่ อวี้ เป็นผู้ลงมือ
สังหาร มู่ หลิงเช่อ บุตรีของนาง!
ส่วนทางด้านของ เปั่ยซาน ม่อ มันกล่าวด้วย
น้ำเสียงหนาวเย็นขึ้นว่า ” ในเมื่อเจ้าเป็นคนของ
นครจักรพรรดิเพลิง ไฉนถึงได้มีมุมมองคับแคบ
เช่นนี้ พวกเจ้าตาบอดกันหรือไร ? มันเป็นฆาตกร
เจ้าก็ยังคิดปกปั้องมันอีกน่ะหรือ ? ข้าไม่คิดเลยว่า
นครจักรพรรดิเพลิง แม้แต่ขยะไร้ค่าที่ซูซันเขี่ยทิ้ง
ก็ยังคิดว่ามันเป็นสมบัติล้ำค่าอยู่อีก! ”
อู่ อวี้ ขมวดคิ้วถ้อยคำสามหาวของ เปั่ยซาน ม่อ
ชักทำให้เขามีโทสะขึ้นมาตะหงิด ๆ เสียแล้ว อันที่
จริงในคราแรกเขาหาได้เกลียดชัง เปั่ยซาน ม่อ แต่
อย่างใด ทว่าเมื่อได้ยินฝั่ายตรงข้ามใช้ถ้อยวาจา
รุนแรงจาบจ้วงเหน็บแนมตนเองเช่นนี้ เขาก็ชัก
รู้สึกว่ามันผู้นี้ช่างน่ารำคาญยิ่งนัก!
ไพร่พลจาก ค่ายเทียมฟั้า เมื่อได้ยินเช่นนั้นต่างก็
ขุ่นเคืองมีโทสะเป็นอย่างมาก จากนั้นก็กล่าวขึ้นว่า
” บัดซบ! ไอ้ปากสุนัข กล้าดีอย่างไรถึงมาพูดจา
สามหาวว่าผู้บัญชาการอู่เป็นขยะ! คนจากซูซันนี่
ช่างโง่เขลาไร้สติมีตาหามีแววไม่ ดี ตอนนี้ทำหยิ่ง
ผยองไปเถอะ รอดูจากนี้อีก 10 ปี ไม่เพียงแค่จะไม่
คู่ควรต่อกร แต่เจ้ายังไม่คู่ควรที่จะมาเป็นหิน
รองเท้าให้ผู้บัญชาการอู่เหยียบเสียด้วยซ้ำ! ”
ฟาง เชาฉวิน กล่าวเสริม ” หึ! อย่าว่าแต่ 10 ปีเล้ย
เกรงว่าแค่ 3 ปี ซูซันคงเสียใจจนลำไส้เขียวซะแล้ว
ล่ะมัง ”
” พวกเราจะพูดแล้วจะทำไม กลุ่มขยะไร้ค่าอย่าง
พวกเจ้าจะมาปากยื่นปากยาวจุ้นจ้านอันใดด้วย? ”
เปั่ยซาน ม่อ ต่อกลับด้วยน้ำเสียงหนาวเย็น
สายตาทั้งสองของมันสาดประกายขึ้น จากนั้นก็
แปรเปลี่ยนเป็นปราณกระบี่เยือกแข็ง แผ่จิต
สังหารออกมาอย่างรุนแรงขณะพุ่งไปยัง อู่ เทียน
หยี่ และ ฟาง เชาฉวิน
เคร้ง!
อู่ อวี้ ยื่นมือทั้งสองข้างออกไปบดขยี้ปรานกระบี่
ทั้งสองเป็นเสี่ยง ๆ เขาใช้แค่เพียงกายเนื้อก็
สามารถสกัดกั้นการโจมตีของ เปั่ยซาน ม่อ เอาไว้
ได้อย่างง่ายดาย
แม้สายตาของ เปั่ยซาน ม่อ จะจ้องมองดูอย่าง
สงบนิ่งก็ตาม แต่แท้จริงแล้วภายในใจของมัน
กลับปันปั่วนตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง เพียงแค่มัน
สะกดข่มเอาไว้ไม่ต้องการเผยออกมาให้เห็น อู่ อวี้
เพิ่งสังหารผู้ฝึกตนนอกรีตไป 2 คน ฉะนั้น
ความรู้สึก และ การตอบสนอง ต่อวิกฤติอันตราย
ของเขาจึงรุนแรงมาก
เดิมทีมันคิดว่าหลังจาก อู่ อวี้ ถูกขับไล่ออกจาก
นิกายเซียนซูซัน เขาจะต้องมีปัญหากับการขาด
ทรัพยากรฝึกตน ในเมื่อถูกตัดความช่วยเหลือใน
ด้านทรัพยากรจากซูซันแล้ว อู่ อวี้ จะต้องตกที่นั่ง
ลำบาก แต่ใครจะคาดคิดว่า อู่ อวี้ ได้เข้าร่วมกับ
นครจักรพรรดิเพลิง ทำให้มันมีโทสะจนแทบ
อยากจะบ้า
ด้วยความรู้สึกวิกฤตอันตรายที่ต้องเผชิญอยู่
ในตอนนี้ ทำให้มันคิดว่า จอมกระบี่ชั่วฮวา น่าจะ
สังหาร อู่ อวี้ ให้ตกตายไปเสียตั้งแต่ตอนนั้นซะก็ดี
จากนั้น ฮวางฝูั่ โพ่จุน ก็กล่าวขึ้นว่า ” เรื่องที่เกิด
ขึ้นกับบุตรีของ จอมกระบี่ชั่วฮวา นครจักรพรรดิ
เมือง ของเราก็ได้ทราบข่าวในเรื่องนี้แล้ว พวกเรา
ก็รู้สึกเห็นใจ และ สงสารท่านเป็นอย่างยิ่งเช่นกัน
ทว่าใครต่อใครต่างก็ล่วงรู้ดีว่าการตกตายของบุตรี
ท่าน นั้นเป็นฝีมือของ วูซาน เซี่ยชือ การที่ อู่ อวี้
ต้องมารับโทษทัณฑ์โดยการถูกขับไล่ออกจาก
นิกายเซียนซูซัน ก็นับว่าเพียงพอแล้ว บัดนี้ อู่ อวี้
เป็นคนจาก นครจักรพรรดิเพลิง ฉะนั้นจอมกระบี่
จึงไม่มีสิทธิ์ที่จะแตะต้องเขา ข้าได้ใช้ยันต์สื่อสาร
รายงานเรื่องนี้ไปที่ซูซันแล้ว คาดว่าทางนั้นก็น่าจะ
ได้รับข้อความแล้วเช่นกัน ทางเราได้แจ้งกับจอม
กระบี่เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่า ทางออกที่ดีที่สุด
สำหรับเรื่องนี้ก็คืออย่าได้มายุ่งเกี่ยวกันอีก
ไม่เช่นนั้นคงจะต้องได้มีปัญหากันเป็นแน่ ”
ก่อนหน้านี้ ฮวางฝูั่ โพ่จุน ได้หยิบตราประทับ
สื่อสารออกมา
ในความเป็นจริงนี่เป็นเพียงสถานกาารณ์ที่มัน
สร้างขึ้นมาเท่านั้น แต่ก็เพียงพอ ให้ จอมกระบี่
ชั่วฮวา ต้องไตร่ตรองเรื่องนี้อย่างรอบคอบ
หลังจากนางได้ยินข่าวคราวของ อู่ อวี้ นางก็เริ่ม
ไล่ล่าเขาอีกครั้ง ความปรารถนาที่จะสังหารเขานั้น
ช่างแรงกล้า โดยไม่สนใจคำทักท้วง หรือ
ความเห็นของผู้ใดทั้งสิ้น ยังคงยืนยันว่าจะสังหาร
เขาให้ได้ หลังจากในครั้งแรกนั้นล้มเหลว แล้วนาง
ก็กลับมาอีกครั้ง ทว่าเพียงไม่นาน อู่ อวี้ ยกระดับ
ขึ้นอีกขั้น! นางเข้าใจดีว่าความก้าวหน้าของ อู่ อวี้
นั้นไร้ซึ่งสิ้นสุด ซึ่งไม่ได้ด้อยกว่า เปั่ยซาน ม่อ เลย
แม้แต่น้อย นอกจากนี้ ฮวางฝูั่ โพ่จุน คนของ นคร
จักรพรรดิเพลิง ยังข่มขู่นานถึงสองครั้งสองครา
เมื่อพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ถ้านางยังคง
ดึงดันที่จะสังหาร อู่ อวี้ ต่อไป นครจักรพรรดิเพลิง
จะทำเช่นไรกับนาง?
ด้วยประวัติของ นครจักรพรรดิเพลิง มีชื่อเสียง
อื้อฉาวในเรื่องของความกล้าที่จะทำทุกสรรพสิ่ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งจอมจักรพรรดิ!
” ข้าคิดว่าจอมกระบี่คงยังไม่เข้าใจ ว่าจอม
จักรพรรดิของเราท่านชื่นชอบ อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง
ยกตัวอย่างเช่น เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า ที่อยู่ในมือ
ของ อู่ อวี้ ยามนี้ เป็นศาสตราที่ถูกสร้าง และ ใช้
โดยจอมจักรพรรดิ ทีนี้ท่านคงเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง
แล้วสิว่า อู่ อวี้ มีความสำคัญมากเพียงใดใน นคร
จักรพรรดิเพลิง ของเรา ข้าอยากจะขอแนะนำ
อะไรสักอย่างนะท่านจอมกระบี่ อย่าได้กระทำสิ่งที่
ตัวท่านเองจะต้องเสียใจในภายหลัง ”
อันที่จริงแล้วภายในใจของ ฮวางฝูั่ โพ่จุน รู้สึก
วิตกกังวลเป็นอย่างมาก เขาจึงได้พูดเสริมขึ้นไปอีก
ครั้ง
อู่ อวี้ รู้สึกขอบคุณในน้ำใจของเขาเป็นอย่างมาก
หากวันนี้เขารอดไปได้ ก็นับได้ว่า ฮวางฝูั่ โพ่จุน ได้
ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ไม่เช่นนั้นแล้วในวันนี้เขาคง
ถูก จอมกระบี่ชั่วฮวา สังหารเป็นแน่
แม้ใบหน้าของ จอมกระบี่ชั่วฮวา ยังคงดูสุขุมเยือก
เย็น แต่แท้จริงแล้วภายในใจของนาง ยังคง
พยายามดิ้นรนกระเสือกกระสนอย่างยิ่ง เมื่อเห็น
สถานการณ์ไม่สู้ดี จอมกระบี่หลี่หั่ว จึงออกรับหน้า
มันส่ายศีรษะแล้วกล่าวว่า ” ชั่วฮวา ปล่อยมันไป
ก่อนเถอะ โอกาสดี ๆ ของเราได้พลาดไปเสียแล้ว
”
จากคำพูดนี้แสดงให้เห็นว่าไร้ซึ่งทางเลือก จอม
กระบี่หลี่หั่ว มีสติกว่าจอมกระบี่ชั่วฮวามาก ตัดสิน
จากคำพูดอธิบายของ ฮวางฝูั่ โพ่จุน หากมันลงมือ
สังหาร อู่ อวี้ ผลกระทบที่จะตามมาคงหนักหนา
เป็นอย่างยิ่ง
แม้แต่ศาสตราที่ จอมจักรพรรดิ สร้างเองกับมือยัง
ยอมมอบให้แก่เขาเลย …
ถึงกระนั้นภายในใจของมันก็รู้สึกไม่พอใจ แลไม่
ยินยอมเป็นอย่างยิ่ง!
ดวงตาของ จอมกระบี่ชั่วฮวา กลายเป็นสีแดงก่ำ
เปั่ยซาน ม่อ เองไม่พอใจแลไม่ยินยอมเป็นอย่างยิ่ง
เช่นกัน
จิตใจของมันเต้นระส่ำ มันจ้องมองไปยังจอมกระบี่
ทั้งสองคน จากนั้นก็หันไปมอง อู่ อวี้ ทันใดนั้นมัน
ก็ยิ้มขึ้น แล้วกล่าวว่า “ตกลง อู่ อวี้ เจ้านี่ช่างโชคดี
เสียจริง สามารถหลบรอดไปจากความตายครั้งนี้
ได้ ชีวิตของเจ้าช่างยิ่งใหญ่เสียจริง ขอแสดงความ
ยินดีกับเจ้าด้วยที่วันนี้รอดตายไปได้ แต่เมื่อวันนี้
ข้ามาแล้ว ก็มีข่าวคราวเรื่องหนึ่งอยากจะบอก
กล่าวแก่เจ้า ข้าที่อาศัยอยู่กับพี่สาวหนานกง
เกือบจะสร้างรูปแบบบำเพ็ญคู่ได้แล้ว หลังจาก
สำเร็จเมื่อไหร่ ข้าจะต้องเชิญเจ้ามาร่วมยินดีด้วย
อย่างแน่นอน”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ