กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 401 : สามป
อู่ อวี้ มอง เปั่ยซาน ม่อ ด้วยสายตาเย็นชา
ถ้าให้พูดตามความจริงเขาไม่ค่อยอยากจะเชื่อสัก
เท่าไหร่นัก
ส่วนจอมกระบี่ทั้ง 2 อย่าง จอมกระบี่ชั่วฮวา กับ
จอมกระบี่หลี่หั่ว ฝึกฝนบำเพ็ญมาหลายร้อยปี อีก
ทั้งพวกมันยังอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ็ดเซียน
แห่งซูซัน ถ้ากล่าวถึงในเรื่องความแข็งแกร่งคงไม่
อาจปฏิเสธได้ แม้แต่ อู่ อวี้ ยอมรับว่าค่อนข้าง
หวั่นเกรงในฝีมือของพวกมันทั้งสอง
แต่เขาไม่เคยเกรงกลัว เปั่ยซาน ม่อ แม้แต่น้อย
ถึงแม้ว่าตัวเขายังคงไล่หลังมันอยู่ แต่กระนั้นเขาก็
ยังคงมั่นใจ เชื่อว่ามันจะนำหน้าเขาเพียงชั่วคราว
เท่านั้น! ถ้าให้กล่าวถึงในเรื่องนี้เขามีความเชื่อมั่น
เป็นอย่างยิ่ง
หนานกง เหว่ย ไม่เคยชอบพอตัวมันแบบชู้สาว
ฉะนั้นจึงไม่มีทางเป็นไปได้ที่มันจะได้ร่วมหอลงโรง
เป็นสหายเต๋าเคียงคู่กับมัน
เมื่อ เปั่ยซาน ม่อ แลเห็นท่าทางของเขา มันเลยยิ้ม
แล้วกล่าวขึ้นว่า ” ข้ารู้นะว่าเจ้าไม่เชื่อ หากวันนั้น
เจ้ามาแล้วก็ขอให้เตรียมใจเผื่อเอาไว้ด้วย
นอกจากนี้ยังมีเรื่องสำคัญอีกเรื่องที่ข้าอยากถาม
เจ้า เจ้าคิดว่า จอมกระบี่ชั่วฮวา กับ จอมกระบี่หลี่
หั่ว จะยอมหยุดเรื่องแก้แค้นเอาไว้งั้นหรือ? เจ้าคิด
ว่าวันหนึ่ง ตัวเจ้าจะสามารถย้อนกลับไปยังซูซัน
เพื่อพิสูจน์ตัวเองเช่นนั้น? ”
” ฮ่ะ ๆ ๆ ช่างผายลมสิ้นดี อย่ามาทำเป็นพูดจา
ยอกย้อนให้มากเรื่อง ” อู่ อวี้ เหลือบมองไปที่มัน
แล้วเปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างขบขันเป็นที่สุด
ถ้าให้กล่าวตามจริงแม้ว่าในตอนนี้ทั้งสองจอม
กระบี่ยากจะอยู่ที่นี่ เขาก็คิดจะต่อสู้กับมันที่นี่
ตอนนี้เลยเช่นกัน
เปั่ยซาน ม่อ กล่าวต่อ ” ง่ายมาก เจ้าคิดว่าจะเป็น
อย่างที่แมงหวี่แมงวันที่อยู่รอบตัวเจ้าพ่นออกมางั้น
หรือ ? เจ้าคิดว่าอีก 3 ปีข้างหน้าจะทำให้ซูซันรู้สึก
เสียดายในตัวเจ้า ? ข้าเองก็อยากเห็นนัก ในอีก 3
ปีข้างน้ำหน้าอย่างเจ้าจะทำให้ซูซันรู้สึกเสียดาย
อย่างที่พูดได้หรือไม่! ถ้าเช่นนั้นข้าจะให้โอกาสเจ้า!
นับจากนี้อีก 3 ปีข้างหน้า ให้เจ้ามาหาข้าที่ซูซัน
เพื่อประลองฝีมือกับข้าผู้นี้! หลังจากการต่อสู้ครั้งนี้
ในสนามประลองเป็นตาย โดยไม่สนใจว่าจะเป็น
หรือตาย ความบาดหมางระหว่างเจ้ากับจอมกระบี่
ทั้ง 2 ก็ให้มันจบลงไปเสีย เจ้ากล้าพอหรือไม่?”
ท่าทางของมันเปียมล้นไปความหยิ่งทะนง
ภาคภูมิใจ หลังจากที่มันกล่าวออกมาท่ามกลาง
ห้วงสมุทรเช่นนี้ ได้บังเกิดเป็นความปันปั่วนไปทั่ว
ทั้งสวรรค์และปฐพี
นี่เป็นการตัดสินใจของตัวมันเอง
อย่างไรก็ตามเมื่อ จอมกระบี่ชั่วฮวา กับ จอม
กระบี่หลี่หั่ว ได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของพวกมันก็
สาดประกายขึ้นในทันที พวกมันทั้งสองต่างมอง
หน้ากัน สีหน้าของพวกมันแปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง
พวกมันต่างคิดอยู่ในใจว่า เปั่ยซาน ม่อ ช่างฉลาด
หลักแหลมเสียจริง ๆ
” อู่ อวี้ ถูกขับไล่ออกจาก นิกายเซียนซูซัน อย่าง
ไม่ยินยอมพร้อมใจ แน่นอนว่ามันย่อมอยาก
กลับไปที่ซูซันเพื่อพิสูจน์ตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ความปรารถนาอยากจะเอาชนะ เปั่ยซาน ม่อ เพื่อ
พิสูจน์ตัวเอง มันย่อมไม่ปฏิเสธคำท้าทายนี้ได้ ซึ่ง
ถ้าหากมันตอบตกลงแล้วมันถูกฆ่าตายในสนาม
ประลอง ทั้งหมดทั้งมวลก็เกิดขึ้นเพราะตัวมันเอง
ฉะนั้นทาง นครจักรพรรดิเพลิง จึงไม่อาจเอาผิด
กับเราได้! ”
” ใช่ ศักดิ์ฐานะปัจจุบันของมันใน นครจักรพรรดิ
เพลิง นับว่ากำลังขึ้นหิ้งเป็นอย่างยิ่ง นี่เป็นวิธีเดียว
ที่จะหลอกล่อมันได้! ”
ทั้งสองแอบสนทนากันอย่างลับ ๆ ฮวางฝูั่ โพ่จุน รู้
ว่าทั้งหมดนี้เป็นแผนของพวกมัน เขาจึงรีบ
ตักเตือนห้ามปราม อู่ อวี้ ในทันที ” อย่าไปหลงกล
ตกปากรับคำพวกมันนะ อู่ อวี้ ด้วยความสามารถ
ของเจ้า ในภายภาคหน้าพวกมันไม่มีทางที่จะทำ
อันใดเจ้าได้แน่ เจ้าไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงที่
ซูซันอีก หากเจ้ารับคำท้าของมัน เป็นเรื่องยากที่
นครจักรพรรดิเพลิง จะช่วยเจ้าออกจาก
สถานการณ์นี้ได้ ”
เหตุผลเหล่านี้ที่เขาพูดมาแน่นอนว่า อู่ อวี้ ย่อม
เข้าใจอย่างลึกซึ้ง
อย่างไรก็ตาม มันให้เวลาเขาถึง 3 ปี!
ด้วยเวลาถึงสามปี แล้วเขายังต้องหวาดกลัวอันใด
อีกเล่า?
เขาเพียงแค่ยิ้มให้กับ ฮวางฝูั่ โพ่จุน รอยยิ้มจาง ๆ
รอยยิ้มนี้เปียมล้นไปด้วยความมั่นใจอย่างยิ่งยวด
จากนั้นก็กวาดสายตามองหน้าไพร่พลทุกผู้ของ
กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง รวมถึงผู้ฝึกตนนอก
รีตที่แอบหลบซ่อนตัวอยู่ พร้อมกลับหันมามอง
เปั่ยซาน ม่อ แล้วเขาก็กล่าวขึ้นว่า ” ตกลง นับ
จากนี้อีก 3 ปีข้าจะกลับไปที่ซูซัน เพื่อประลองกับ
เจ้า ”
เขาพูดช้า ๆ เนิบ ๆ แต่ก็หนักแน่น ชัดเจนในทุก
ถ้อยคำ คำพูดของเขาเปียมล้นไปด้วยความ
เด็ดขาดอย่างยิ่งยวด
” เยี่ยมมาก นับว่าเจ้ากล้าหาญไม่เบา” เปั่ยซาน
ม่อ กล่าวออกมาอย่างมีความสุข แต่มันพยายามที่
จะระงับความยินดีนี้ไม่ให้เผยออกมาให้เห็นทางสี
หน้า
พอ อู่ อวี้ ตอบตกลง มันก็เริ่มเพ้อฝันถึงวันรุ่งขึ้น
หลังจาก 3 ปี ในวันนั้นตัวมันจะได้พิสูจน์ตัวเอง
ต่อหน้าทุกผู้คน แน่นอนว่าการพิสูจน์ตัวเองของ
มัน นั้นยิ่งใหญ่ และ สำคัญกว่า อู่ อวี้ มากนัก!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นผู้คนก็เริ่มโกลาหลขึ้นทันที
อู่ อวี้ ถูกขับไล่ออกจากซูซัน ทั้ง ๆ ที่ยังมีเรื่อง
มากมายคั่งค้างอยู่ นอกจากนี้ จอมกระบี่ชั่วฮวา
กับ จอมกระบี่หลี่หั่ว ก็ยังคงมาตามราวีเขาไม่
เลิกรา
แม้แต่เรื่องของเขากับ หนานกง เหว่ย ก็ยังไม่ได้แก้
ปมปัญหาให้ชัดเจนแจ่มแจ้ง บางครั้ง อู่ อวี้ ก็รู้สึก
ว่ายังคงคิดถึงนาง แต่ในบางครั้งก็รู้สึกว่ามันเป็น
เรื่องราวหนหลังที่ผ่านมาแล้ว
วันนี้การที่ เปั่ยซาน ม่อ ฉุกคิดแผนการณ์นี้ขึ้นมา
ได้ ทำให้เขามีโอกาสพิสูจน์ตัวตนกับซูซันอีกครั้ง
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นพ้องด้วย เปั่ยซาน ม่อ ก็เดินเข้ามา
หาเขา มันสะบัดมือของไล่คนจาก กองทัพเซียน
จักรพรรดิเพลิงออก แล้วมาหยุดยืนอยู่ตรง
ด้านหน้าของ อู่ อวี้
ทั้งสองอยู่ตรงข้ามกัน เฉกเช่นเดียวกับอัคคี และ
วารี
เปั่ยซาน ม่อ แสยะยิ้มขึ้นอย่างเย้ยหยัน จากนั้น
กล่าวขึ้นอย่างนี้ด้วยเสียงแผ่วเบาว่า ” ข้าสัญญา
ว่าจะบอกข้อเสนอในวันนี้ให้ทุกคนได้ล่วงรู้ อีก 3
ปีต่อจากนี้ข้าจะตั้งหน้าตั้งตารอเจ้าอยู่ที่ สนาม
ประลองเป็นตาย เมื่อวันนั้นมาถึง เจ้าก็ไม่มีทาง
ถอยได้อีกแล้ว คนที่จะถูกผู้คนในใต้หล้าหัวเราะ
เยาะ ต้องไม่ใช่ข้า เปั่ยซาน ม่อ อย่างแน่นอน ”
” ไม่ต้องกังวล อีก 3 ปีต่อจากนี้ หัวของเจ้าได้หลุด
จากบ่าแน่” อู่ อวี้ กล่าวโดยไม่แยแส
เขาหาได้เกรงกลัวแต่อย่างใด เพราะเขาล่วงรู้ดีว่า
อย่างไรเสียสักวันหนึ่ง เขาจะต้องย้อนกลับไปที่ซู
ซันอยู่แล้ว เพื่อไปสะสางปัญหาเก่า ๆ ที่คั่งค้างให้
แจ่มแจ้งชัดเจน เวลานั้นเขาถูกขับไล่ออกมาอย่าง
ไม่ยินยอมพร้อมใจ ในวันนั้นเขาได้รับความอัปยศ
อย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาจึงต้องกลับไป
สะสางทุกอย่างให้เรียบร้อยเด็ดขาด
เปั่ยซาน ม่อ หัวเราะขึ้นในลำคอ จากนั้นก็กล่าว
เย้ยหยันขึ้นว่า ” หึหึ ข้าขอกล่าวตามตรง อันที่จริง
ถ้าไม่ได้คาดหวังว่าเจ้าจะหาญกล้าถึงเพียงนี้ ซึ่ง
มันก็ทำให้ข้ารู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก ข้ามีสองเรื่อง
จะบอกให้เจ้ารู้ไว้ พี่สาวหนานกงกับข้าจะกลับไปที่
ถ้ำกำเนิดใหม่อีกครั้งทันที เกรงว่าอาจใช้เวลา 2-3
ปี แต่ไม่ต้องรีบร้อนไป ยังไงข้าก็รอเจ้าอยู่ที่ซูซัน
อยู่ดี ก็ยังนับเป็นเรื่องที่ดีไม่เบา เพราะอย่างไรเสีย
เจ้าจะได้มีเวลาเตรียมตัว เจ้าอย่ามาตีอกชกตัวว่า
มันไม่ยุติธรรมล่ะ 3 ปีนี้ ข้ามีโอกาสถมเถที่จะได้อยู่
ลำพังกับพี่สาวหนานกง จงอย่าได้ริษยาตาร้อนไป
เลย ฮ่ะ ๆ ๆ ”
มันจะเข้าไปยังถ้ำกำเนิดใหม่อีกครั้ง!
เมื่อได้ยินเรื่องนี้เขาก็รู้สึกกดดันอยู่บ้างเล็กน้อย
ในครานั้น หนานกง เหว่ย ก็เข้าไปยังถ้ำกำเนิดใหม่
เมื่อครั้งที่นางกลับมาความสามารถรวมถึงพลัง
ฝีมือ ก็พุ่งทะยานเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าใจหาย
แล้วในครั้งนี้นาง กับ เปั่ยซาน ม่อ จะกลับเข้าไป
อีกครั้ง เกรงว่าจะบังเกิดคลื่นความเปลี่ยนแปลง
มหาศาล ช่างอยากรู้นักว่า 3 ปีหลังจากนี้
ช่วงเวลาที่ อู่ อวี้ กลับไปเยือนยังซูซันอีกครั้ง พลัง
ของมันจะเพิ่มพูนมากขึ้นสักเพียงใด
ในเรื่องโชควาสนาของผู้อื่น อู่ อวี้ หาได้รู้สึกริษยา
ตาร้อนแต่อย่างใด เขาไม่ได้รู้สึกหวั่นเกรงแม้แต่
เล็กน้อย เนื่องด้วยเขามีเวลาเตรียมความพร้อม
มากถึง 3 ปี ภายในระยะเวลาดังกล่าวเขาสามารถ
ทำอันใดได้มากมาย การเติมโตก้าวรุดหน้าของเขา
ย่อมไม่ด้อยไปกว่าถ้ำกำเนิดใหม่แห่งซูซันอย่าง
แน่นอน!
” คงต้องขอบคุณเจ้าจริง ๆ ” เนื่องเพราะมันทำให้
เขาได้มีโอกาสกลับไปสะสางเรื่องที่คั่งค้าง เขามี
เวลาเหลือเฟือถึง 3 ปีฉะนั้นจึงไม่จำเป็นต้องรีบ
ร้อน
เมื่อแสงแดดต้องกระทบขลับให้ เปั่ยซาน ม่อ ดู
หล่อเหลาสง่างามอย่างนี้ ทว่าไม่ได้ทำให้ความยี
ยวนกวนบาทาของมันลดน้อยลงแต่อย่างใด มันยิ้ม
แล้วกล่าวขึ้นว่า ” ประการที่สอง ข้าจะพยายาม
สร้างสายสัมพันธ์สหายเต๋าเคียงคู่กับพี่สาวหนาน
กง หลังจากการต่อสู้ หากเจ้ายังไม่ตาย คงมีโอกาส
ได้เข้าร่วม รับชมพิธีสร้างพันธะ ข้าไม่รู้ว่าพิธีนี้จะ
ช่วยผลักดันสร้างแรงบันดาลใจให้เจ้าได้บ้าง
หรือไม่ หรือ เจ้าจะพูดว่า ข้าควรพิจารณา
รอบคอบ? ”
” อย่าเพ้อฝันให้มากไป เปั่ยซาน ม่อ เจ้าไม่ใช่เด็ก
น้อยวัย 3 ขวบ ที่จะมาแสดงกิริยาพูดจากับข้าราว
กับเด็ก 3 ขวบก็ไม่ปานเช่นนี้ ” ในที่สุด อู่ อวี้ ก็
ต้องกล่าวขึ้นมาด้วยความเหลืออด
เมื่อเรื่องเก่าที่คั่งค้างต้องรอการสะสางได้รับการ
ยืนยันแล้ว ฉะนั้นจึงไม่มีประโยชน์อันใดจะต้องมา
เสวนา ต่อความยาวสาวความยืดกับมัน
นับจากนี้อีก 3 ปี แล้วมันจะได้เห็นดีกัน
หลังจากที่กล่าวจบ เขาก็หันกลับไป ฮวางฝูั่ โพ่จุน
ล่วงรู้ดีว่า อู่ อวี้ กำลังหมายถึงอันใด ดังนั้นมันจึง
มายืนอยู่ตรงด้านหน้าคนทั้ง 3 แล้วกล่าวกับ เปั่ย
ซาน ม่อ ว่า ” เอาล่ะในเมื่อ อู่ อวี้ ได้ตกปากรับคำ
แล้ว พวกท่านก็เชิญกลับไปได้แล้ว ”
” พวกเรากลับ ” จอมกระบี่ชั่วฮวา กล่าวเนื่องจาก
มันพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง ในวันนี้ทุกอย่างก็ได้
ดำเนินตามหมากที่พวกมันได้วางเอาไว้
นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า เปั่ยซาน ม่อ จะช่วย
นางได้มากถึงเพียงนี้
ทั้งสามมองหน้า อู่ อวี้ แต่เขายังคงมีสีหน้าไม่ยี่หระ
แล้วบินจากไป
” เสียวม่อ ข้าต้องขอบใจเจ้ามากกับเรื่องในวันนี้
ในที่สุด อู่ อวี้ ตกหลุมพรางเคลิบเคลิ้มตามคำยั่วยุ
ของเจ้า โดยปกติเจ้า อู่ อวี้ ผู้นี้มีอารมณ์มั่นคงแน่ว
แน่วไม่หลงกลกับคำยั่วยุง่าย ๆ แต่เจ้ากลับจับ
จุดอ่อนของมันได้อย่างง่ายดาย อีก 3 ปีนับจากนี้
คงต้องฝากเจ้าแล้ว ไม่มีปัญหาอันใดใช่หรือไม่ ? ”
จอมกระบี่หลี่หั่ว กล่าวขอบอกขอบใจในแผนชั่ว
ของ เปั่ยซาน ม่อ อย่างซาบซึ้ง
จอมกระบี่ชั่วฮวา รีบกล่าวในทันทีว่า ” เหลวไหล
เพ้อเจ้อ เสี่ยวม่อ กับ เหว่ยเอ๋อ จะกลับเข้าไปในถ้ำ
กำเนิดใหม่อีกครั้ง นี่เป็นเพราะเจ็ดเซียนกระบี่ได้
ตระเตรียมแผนการเอาไว้ให้ เสี่ยวม่อ โดยเฉพาะ
หลังจาก 3 ปีผ่านไป พอเขาออกจากถ้ำกำเนิดใหม่
ฝีมือของพวกเขาจะต้องใกล้เคียงกับจอมกระบี่
อย่างไม่ต้องสงสัย ทองปลอมอย่างเจ้า อู่ อวี้ ไม่มี
เทียบได้กับทองแท้อย่าง เสี่ยวม่อ เป็นอันขาด
ตอนที่มันอยู่ในซูซันก็หาได้มีผู้สนใจมัน ไม่ต้องพูด
ถึงแค่ 3 ปี ต่อให้เป็น 10 ปี คนอย่างมันก็ไม่ใช่ผู้ที่
จะเอามาเปรียบเทียบกับ เสี่ยวม่อ ของเราได้”
เปั่ยซาน ม่อ ยิ้มแล้วกล่าวขึ้นอย่างถ่อมตัวว่า ”
ท่านทั้งสองชมเกินไปแล้ว อู่ อวี้ เป็นผู้มีพรสวรรค์
อย่างแท้จริง อีกทั้งศักยภาพของมันยังไร้ขีดจำกัด
แต่ข้าจะหมั่นเพียรฝึกฝนอย่างหนัก เพื่อทำความ
ปรารถนาของพวกท่านทั้งสองให้สำเร็จจงได้ เรื่อง
นี้ไม่ใช่แค่พวกท่านที่ได้ผลประโยชน์ ตัวข้าเองก็ได้
ด้วยเช่นกัน ท่านทั้งสองเข้าใจใช่หรือไม่? ”
จอมกระบี่ชั่วฮวา พยักหน้าแล้วกล่าวว่า ” ข้า
เข้าใจ สำหรับ เหว่ยเอ๋อ แม้แต่ตอนนี้นางยังไม่
เข้าใจเลยว่าผู้ใดกันแน่ที่เหมาะสมกับนางมากที่สุด
…”
…..
หลังจากทั้งสามจากไป ไพร่พลของ กองทัพเซียน
จักรพรรดิเพลิง ก็มาโอบล้อม อู่ อวี้
” ผู้บัญชาการ ข้าคิดว่า เปั่ยซาน ม่อ ช่างหยิ่งยโส
โอหังยิ่งนัก! 3 ปีต่อจากนี้มันจะต้องพ่ายแพ้ให้แก่
ท่านอย่างแน่นอน! ”
” หากข้าเป็นมารดาของมัน จะตบมันซะ 2 – 3
ฉาดใหญ่ ”
” สิ่งนี้คือสิ่งที่บุรุษต้องก้าวข้ามผ่านไป มันจะเป็น
แรงผลักดันให้ก้าวข้ามผ่านไป ถ้าหากล้มเลิก
หรือไม่ยอมไป ย่อมถูกตราหน้าและไม่มีที่ให้มุดหนี
อย่างแน่นอน”
ทุกคนกำลังพูดคุยกันถึงเรื่องนี้อย่างหนาหู
ฮวางฝูั่ โพ่จุน กล่าวขึ้นว่า ” พวกเจ้าหุบปากกันได้
แล้ว อู่ อวี้ ล่วงรู้เรื่องนี้ดีแก่ใจ พวกเจ้าทุกคน
อย่าได้กังวลไปเลย ในเมื่อวันนี้เราได้ตัดสินใจลงไป
แล้ว พวกเราก็รอดูอีก 3 ปีนับจากนี้ เชื่อว่า นิกาย
เซียนซูซัน จะต้องอึ้งอย่างแน่นอน! ตอนนี้พวกเรา
อย่าพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้จะดีกว่า ปล่อยให้มัน
เป็นไปตามครรลอง ภารกิจที่เราต้องทำอยู่ตรงหน้า
ก็คือ การปกปั้องคุ้มครอง! รีบแยกย้ายกันไปได้
แล้ว! ”
แม้ว่าพวกเขาจะเป็นห่วงกังวล อู่ อวี้ กันมาก
เพียงใด แต่เมื่อ ฮวางฝูั่ โพ่จุน ได้ลั่นคำสั่งออกมา
เหล่าฝูงชนก็กระจายแตกหือกันไปอย่างแทบไม่ทัน
ถึงกระนั้นภายในจิตใจของพวกเขาทุกผู้คนก็ยังคิด
วนเวียนเกี่ยวกับเรื่องนี้
ตอนนี้ไม่มีผู้ฝึกตนนอกรีต ดังนั้น อู่ อวี้ จึงผ่อน
คลายขึ้นมาก เขาจึงใช้ช่วงเวลานี้ฝึกฝนบ่มเพาะ
ยกระดับแกนนภา
ฮวางฝูั่ โพ่จุน ยืนอยู่ข้าง ๆ เขา ได้กล่าวขึ้นว่า ”
อันที่จริงเรื่องนี้ค่อนข้างเร่งด่วน เจ้าจะกลับ นคร
จักรพรรดิเพลิง ก่อนหรือไม่? ภารกิจนี้เจ้าช่วยมา
มากแล้ว คาดว่าไม่น่าจะมีผู้ฝึกตนนอกรีตมากล้ำ
กรายแล้วล่ะ”
ถ้าให้กล่าวเวลา 3 ปี นั้นผ่านไปไวเหมือนโกหก
อู่ อวี้ ส่ายหัวแล้วตอบกลับว่า ” ไม่จำเป็น เราทำ
ตามกฎเกณฑ์เถอะ ”
” เจ้าไม่ร้อนใจแม้แต่น้อยเลยหรือ? ”
” ใช่ ข้าไม่รู้สึกกังวลใจแม้แต่น้อยอยู่แล้ว ” อู่ อวี้
ยิ้ม
ถึงแม้ว่านี่จะเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญ ทั้งยัง
ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของเขาบางส่วน แต่
จิตใจของเขาก็มิได้สั่นคลอนแม้แต่น้อย มันคือสิ่งที่
อู่ อวี้ เฝั้าปรารถนามานานแล้ว วันที่เขาจะกลับไป
ยังซูซันอีกครั้ง
วันที่เขาจะพิสูจน์ทุกอย่าง!
ตอนนี้ มันเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น!
สามปี!
ไม่นานหรือสั้นจนเกินไป!
” เยี่ยม เจ้าคือชายชาตรีอย่างแท้จริง! ข้าขอนับถือ
การประลอง 3 ปีหลังจากนี้หวังว่าจะทำได้สำเร็จ ”
ฮวางฝูั่ โพ่จุน มิได้กล่าวอะไรมากนัก
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ต้องแพร่กระจายออกไปอย่าง
แน่นอน
2 เดือนต่อมา อู่ อวี้ มิได้วิตกกังวลร้อนใจอย่างที่
ทุกคนคิด เขามิได้รีบเร่งหรือผ่อนคลายจนเกินไป
สิ่งที่เขากระทำคือผ่อนคลายยกระดับก้าวหน้าขึ้น
ไปอย่างช้า ๆ และ มั่นคง
ในที่สุดภารกิจก็เสร็จสิ้นลงอย่างเงียบสงบ
พรรคสมุทรครามนำ แร่ทองคำวิญญาณคราม
กลับไปที่พรรคของตน ส่วน อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ ก็
ขึ้น เรือรบจักรพรรดิเพลิง เพื่อเดินทางกลับไปยัง
นครจักรพรรดิเพลิง
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ได้ขอแยกตัวออกมาก่อน เขา
รอคอยวันนี้มานานแล้ว วันที่จะได้กลับไปยัง
อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ และ นิกายกระบี่สวรรค์
เพื่อไปเยี่ยมเยือนตรวจสอบความเป็นอยู่ของญาติ
สนิท มิตรมิตรสหาย
ด้วยความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ทำให้เขารู้สึกคิดถึงคน
ที่รักและอาจารย์ของเขา
ออกจากบ้านมานาน ถึงเวลาที่ต้องย้อนกลับไปดู
บ้างแล้ว
ฮวางฝูั่ โพ่จุน คิดว่าหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว
คิดว่า อู่ อวี้ จะรีบเร่งพัฒนาความแข็งแกร่ง
ทะลวงฝั่าด่านอาณาจักรพลังให้สูงขึ้น เพื่อ
เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ในอีก 3 ปีข้างหน้า
มันไม่คาดคิดว่า อู่ อวี้ ยังคงทำตัวเอ้อระเหย
ลอยชาย ทั้งยังไม่รีบเร่งกลับไปยังนครจักรพรรดิ
เพลิง
“ตกลง งั้นเรากลับกัน ”
อู่ อวี้ เฝั้ามอง เรือรบจักรพรรดิเพลิง กลับสู่ นคร
จักรพรรดิเพลิง จนลับตาหายไป เขาก็มุ่งหน้าเข้าสู่
ทะเลตงไห่ เพื่อไปยัง อาณาจักรบูรพาเยว่อู่
ยืนอยู่บนมหาสมุทร เมียงมองออกไปยังด้านหน้า
ซึ่งเป็นดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาล เขาครุ่นคิดว่า
ตัวเขาต้องใช้เวลาเดินทางนานมากเพียงใด? กว่า
จะไปถึง อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ สถานที่ที่เขาถือ
กำเนิด และ ถูกชุบเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ขึ้นมา
” ข้าจะไปหาท่านพี่หญิง เพื่อให้นางช่วยไขข้อข้อง
ใจที่ยังค้างคาอยู่ภายในใจของข้า ”
” ข้าเองก็ไม่ทราบ ว่าเพราะเหตุใดถึงได้รู้สึกทุกข์
ทรมานใจกับปัญหาเหล่านี้ ถ้านางฟังความจาก
ปากของข้า นางจะหัวเราะเยาะข้าหรือไม่นะ? ”
” ความจริงแล้วผู้ฝึกตน หาได้แตกต่างจาก
มนุษย์ปถุชนทั่วไป นอกจากนี้ยังไม่สามารถแยก
ออกจาก 7 อารมณ์ 6 ความปรารถนาได้โดยไม่
ต้องต่อสู้ หลังจากข้าได้กลายเป็นเซียนอมตะ ยัง
จะเป็นเช่นนี้อยู่ต่อไปหรือไม่? ”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ