กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 402 : อาณาจักรบูรพาเยวอูแหงโลกมนุษย
อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ มีชั้นหมอกเมฆแพร่ขยายไป
สุดลูกหูลูกตา
เมื่อมองจากบนชั้นเมฆลงมา อาณาจักรแห่งนี้ ช่าง
เป็นอาณาจักรที่เงียบสงบสุขอย่างยิ่ง!
อู่ อวี้ ที่กำลังขี่กระบี่บินจักรพรรดิบินอยู่ท่ามกลาง
หมู่เมฆ มองไปยังใต้ฝั่าเท้าเห็นได้ถึงผืนแผ่นดินอัน
คุ้นเคย ถ้าหากมองไปยังชายเขตแดนก็จะพบกับ
เหล่าขุนเขาที่แสนคุ้นเคย ภาพต่างๆพลันหลั่งใหล
เข้าสู่จิตใจของเขาอย่างฉับพลัน
ย้อนกลับไปในความทรงจำ ในตอนที่ตัวเขายังเด็ก
และมุทะลุ ตัวเขาเป็นที่เลื่องลือเกี่ยวกับทักษะการ
นำทัพของเขา นำทัพอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ กวาด
ล้างไปทั่วทุกสารทิศ
ในเวลานั้นเขามีนิสัยเหย่อหยิ่งทรนง เป็นที่หนึ่ง
ยอมหักไม่ยอมงอ
แต่น่าเสียดาย ที่ขอบเขตในตอนเริ่มต้นนั้นยังต่ำ
เกินไป ต้องขอบคุณ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ถ้าหาก
ว่าไม่มีมัน อู่ อวี้ ก็ไม่อาจจะเข้ามาอยู่ในโลกของ
เหล่าเทพเซียนเช่นนี้ได้
ในตอนนี้ เขาอยู่ในโลกแห่งเซียน นับได้ว่าเป็นคน
หนึ่งที่ทุกคนกล่าวขานไปทุกหนแห่ง!
เมื่อมองจากระยะไกล ภายใต้เมฆหมอกเหล่านี้
พลันปรากฎอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ที่งดงามราวกับ
ภาพวาด โลกมนุษย์อันงดงาม ถึงแม้ว่าจะมีการ
เกิดแก่เจ็บตาย แต่ว่าด้านความรักโลภโกรธและ
หลง ไม่โหดร้ายเท่ากับโลกแห่งเซียน
“ถึงแม้ว่าโลกมนุษย์จะสวยงาม แต่มันก็
เปราะบาง”
อู่ อวี้ ถอนหายใจออกมาด้วยความเศร้าโศก
ในที่สุดหลังจากที่เขาเร่งรีบบินมาอย่างต่อเนื่อง
จนสามารถเห็นได้ถึงเมืองของอาณาจักรบูรพาเยว่
อู่
อู่ อวี้ นั้นยังดูไม่แก่ลง เพียงแต่ว่าเมื่อเทียบกับสิ่ง
ปลูกสร้างโลกมนุษย์เห็นได้ชัดว่ามันดูโทรมลงและ
เก่าแก่ แม้แต่ผนังก็มีร่องรอยของการชำรุด มีเชื้อ
ราเกาะอยู่เต็มไปหมด ดูเหมือนว่ามันจะเกิดการ
เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา
พระราชวังเยว่อู่ก็ดูเก่าแก่ลงด้วยเช่นกัน
วิหารแต่ละแห่ง ลานกว้างทุกลาน ถนนทุกสาย
เขาคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างมาก ในตอนที่เขามีอายุ
สิบกว่าปี เขาเติบโตขึ้นมาภายในวังวิหารแห่งนี้
ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นถึงองค์ชายรัชทายาท!
ในตอนนั้น เขาคิดว่าตนเองนั้นโด่งดังมีชื่อเสียงเป็น
อันดับหนึ่ง แต่ในตอนนี้เพิ่งจะรู้ว่าโลกที่เขาเคยอยู่
จริงๆแล้วมันเล็กจ้อยเพียงใด
เมื่อมองไปยังพระราชวัง ในใจของเขาเต็มไปด้วย
ความซับซ้อน
โดยเฉพาะอาณาจักรและวิหารเหล่านี้ ถึงแม้จะได้
เปลี่ยนชื่อไปแล้ว แต่รูปร่างของมันไม่ได้
เปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย เขาร่อนลงไปอยู่บน
ถนนเส้นหลักที่ปูไปสู่ประตูทางเข้าพระราชวัง คืน
หนึ่งในฤดูหนาวที่มีหิมะตก มีนักโทษคนหนึ่งที่อยู่
ในสภาพน่าสังเวช น้ำตาของ อู่ หยู๋…….ที่ไหลริน
อยู่ท่วมทั้งหัวใจ มันได้หล่อเลี้ยงหัวใจของเขา
เอาไว้
มันคือสถานที่แรกที่ทำให้เขาเข้าสู่เส้นทางแห่งวิถี
ฝึกตน
เมื่อกลับมายังอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ ในใจของ อู่
อวี้ บังเกิดเป็นความรู้สึกมากมาย ความรู้สึกที่อยู่
ในใจนี้เป็นเหมือนกับเต๋าอย่างหนึ่ง
“จักรพรรดินีอู่ ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี!”
ไม่คาดคิดว่ายามที่ดวงตะวันขึ้นจากทิศตะวันออก
แสงอาทิตย์ปกคลุมไปทั่วพระราชวัง อู่ หยู๋ จะอยู่
ในพระราชวังตั้งแต่เช้าเช่นนี้
เมื่อ อู่ อวี้ เดินเข้าไปในพระราชวัง ขุนนาง
ทั้งหลายกำลังประชุมเกี่ยวกับธุรการต่างๆใน
อาณาจักร อู่ หยู๋ ผู้ซึ่งสวมใส่เสื้อคลุมมังกร สายตา
เปียมด้วยความขึงขัง จัดการเรื่องราวต่างๆด้วย
ท่าทีที่สงบ ตัวนางเป็นคนที่จริงจังมุ่งมั่นแต่ทุนเดิม
และเนื่องจากการสนับสนุนของ อู่ อวี้ และ นิกาย
กระบี่สวรรค์ จึงทำให้ขุนนางทุกคนยังมีซึ่งความ
ภักดี
อู่ หยู๋ ไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นในอาณาจักรบูรพาเยว่อู่
มาเป็นเวลานานแล้ว
ถึงแม้รอบๆจะมีอาณาจักรอยู่มากมาย แต่นามของ
จักรพรรดินีหญิงแห่งอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ คนที่
รู้จักกลับสามารถนับจำนวนนิ้วได้เลย
ตัวนางไม่ได้เห็น อู่ อวี้ แต่ทว่า อู่ อวี้ นั้นมองเห็น
นางอย่างแช่มชัด นางกำลังนั่งอยู่บนบัลลังค์มังกร
นางเป็นเพียงแค่ปุถุชนคนธรรมดา ในตอนนี้อายุ
ของนางได้เลยวัย 30 ไปแล้ว อาจจะเป็นเพราะ
นางทำงานหักโหม ในตอนนี้จึงไม่ได้มีความงดงาม
ดั่งเช่นในวัยเยาว์อีกแล้ว
เมื่อแลเห็นเช่นนี้ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกปวดใจยิ่ง
ก่อนที่จะสรุปผลในตอนเช้าก็มีขุนนางผู้หนึ่งกล่าว
ว่า “ฝั่าบาท ตัวข้าน้อยรู้สึกว่า ท่านควรที่จะให้
กำเนิดทายาทมังกร เพื่อสืบเชื้อสายของราชวงศ์
ให้คงอยู่สืบไปได้แล้ว”
“เรื่องนี้ข้ามีแผนการอยู่ในใจแล้ว ไม่จำเป็นที่
จะต้องยกมากล่าวอีก” อู่ หยู๋ ผายมือไป และบอก
ว่าจะกลับแล้ว เหล่าขุนนางทั้งหลายต่างทำอะไร
ไม่ถูก จึงค่อยๆทยอยๆกันกลับไป
อู่ หยู๋ นั่งอยู่ในพระราชวังสีทองที่ว่างเปล่า โบกมือ
ไป ให้บริวารที่อยู่รอบกายออกไป จึงเหลือนางอยู่
เพียงคนเดียวในสถานที่แห่งนี้
อู่ หยู๋ ยืนด้วยท่าทีที่อรชรสวยงาม มองออกไปนอก
พระราชวัง ดูมีความกังวล พร้อมกับพึมพัมออกมา
ว่า “ในโลกแห่งเซียน นั้นเป็นมีชีวิตนิรันดร์ ไม่รู้ว่า
ในตอนนี้เขาจะเป็นอย่างไรบ้าง……”
ในตอนที่นางกำลังอาลัยอาวรณ์ ไม่ได้คิดถึงตัวเอง
แม้แต่น้อย
เมื่อเห็นเช่นนี้หัวใจ อู่ อวี้ พลันสั่นสะท้าน
ในตอนนี้เขาลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัว เลือดที่
อยู่ในกายย่อมเข้มข้นกว่าน้ำ
“พี่สาว” เขาร้องเรียกขึ้น หลายปีที่ไม่ได้พูดคุย
น้ำเสียงของเขากลายเป็นแหบแห้ง
“อู่ อวี้!” อู่ หยู๋ ตกอยู่ในความสับสน เมื่อมองเห็น
เขา นางคิดว่าตัวนางกำลังฝันไป นางจ้องเขาเป็น
เวลานาน จึงพบว่าตัวนางไม่ได้ฝันไป จึงก้าวไปหา
อู่ อวี้ อีก 2-3 ก้าว โผเข้าไปกอด อู่ อวี้
“เจ้ากลับมาได้อย่างไร…….” ใบหน้าของ อู่ หยู๋ ที่
ราวกับลูกแพร ใบหน้าเต็มไปด้วยหยดน้ำตา ทั้ง
หัวเราะแลร้องไหในเวลาเดียวกัน
อู่ อวี้ ตกอยู่ในความปิติของนาง รับรู้ได้ถึงความ
อบอุ่นที่ไม่ได้สัมผัสมานานจนแทบลืมเลือน เขา
เพิ่งจะเข้าใจว่าสำหรับเขาแล้ว บางที หนานกง
เหว่ย อาจจะไม่ใช่คำที่สำคัญที่สุดสำหรับเขา แต่
เป็นพี่สาวคนนี้ที่เติบโตมาด้วยกันกับเขา
“อะไรกัน ข้าไปทำการฝึกตนไม่ได้ไปติดคุกติด
ตารางที่ไหน จึงเป็นเรื่องปกติที่จะกลับมาได้” อู่
อวี้ กล่าวขึ้นมาพร้อมกับฉีกยิ้ม
อู่ หยู๋ รู้สึกมีความสุขยิ่ง นางจึงหลั่งน้ำตาออกมา
ก่อนจะคิดสิ่งใดได้ นางใช้ทั้งสองมือกุมมือ อู่ อวี้
เอาไว้ เกรงว่า อู่ อวี้ จะหายตัวไป นางกล่าว
ออกมาด้วยความตื่นเต้นพร้อมกับหลั่งน้ำตา
ออกมาโดยไม่หยุดและกล่าวว่า “เพียงแค่ว่า
พริบตาเดียวก็ผ่านไป 10 ปีแล้ว 10ปีผ่านไปทำไม
เจ้าถึงเพิ่งกลับมาเอาปั่านนี้ ข้าคิดว่า ข้าคิดว่าเจ้า
…….”
หัวใจ อู่ อวี้ รู้สึกเจ็บปวดสุดแสน
ใช่แล้ว ตั้งแต่ที่เขาออกจากนิกายกระบี่สวรรค์
จนกระทั่งถึงตอนนี้ ผ่านไปในแต่ละปีแต่ละปี จน
เวลาได้ล่วงเลยไปแล้วถึง 10 ปี!
10 ปี สำหรับเขาแล้ว เป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ!
แต่สำหรับ อู่ หยู๋ แล้ว ที่เป็นเพียงปุถุชน เวลา
พริบตาเดียวของเขามันกลับยาวนานมาก
“พี่สาวนั้นแก่ชราลงทุกวี่วัน ข้ากังวลจริงๆ หาก
มัวแต่รอว่าเมื่อไหร่เจ้าจะกลับมา ข้าคงจะ
กลายเป็นยายแก่ไปแล้ว………” ไหล่ของ อู่ หยู๋
เริ่มสั่น นางร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของเขา
เมื่อกล่าวคำพูดนี้ อู่ อวี้ ราวกับเกิดเป็นเสียงร้อง
ดังสะท้อนอยู่ภายในใจ เขาจุกจนเกือบจะหายใจไม่
ออก เขาจดจำได้ถึงคำสาบานในตอนที่จะออกไป
จากนครแห่งนี้ ในชีวิตของเขา ไม่เพียงแต่จะต้อง
ทำให้ตนเองกลายเป็นอมตะไม่แก่ไม่ตายเท่านั้น
แต่อีกอย่างคือเขาไม่ต้องการให้ญาติเพียงคนเดียว
ของเขาเช่น อู่ หยู๋ จะต้องตายจากตนเองไป คน
โบราณเคยกล่าวเอาไว้ว่า หากผู้ใดประสบ
ความสำเร็จกลายเป็นเซียน เหล่าบริวารของเขาก็
เปรียบเหมือนกับขึ้นสวรรค์! ตัว อู่ อวี้ เคยสาบาน
เอาไว้ ว่าหลังจากที่เขากลายเป็นเซียนอมตะแล้ว
เขาจะทำให้ อู่ หยู๋ มีชีวิตนิรันดร์ด้วยเช่นกัน!
ถ้าหากว่าวันนั้นมาถึงจริงๆ แล้วนางกลายเป็น
หญิงชรา แล้วตัวเขาจะช่วยสนับสนุนนางได้
อย่างไร?
พวกเขาทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน จะต้องมีคนหนึ่งที่แก่
ชราลงไป ส่วนอีกคนก็ยังคงมีรูปลักษณ์ที่เยาว์วัย
เช่นนั้นน่ะหรือ……
อู่ อวี้ ไม่ได้กล่าวคำสัญญาอันใดกับนาง เพียงแต่
เขาเก็บคำพูดเหล่านั้นเอาไว้ในหัวใจเพื่อสาบาน
กับตนเอง ในความเป็นจริง บางทีมันเริ่มต้นจาก
วันนั้น วันที่เขาเริ่มเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกตน
และมีอีกหลายเหตุผลที่คอยเป็นแรงผลักดันให้เขา
ไม่ยอมตายไป!
ภายในใจของเขา อู่ หยู๋ เปรียบเหมือนกับสมบัติ
อันล้ำค่า เขากลัวที่จะเห็นสมบัติล้ำค่าของเขาต้อง
แก่ชราลงไป เขากลัว กลัวอย่างมาก
เมื่อมองไปที่ใบหน้าของนาง จริงๆแล้วถึงแม้จะ
ผ่านไปเพียง 10 ปี แต่วันเวลาได้สลักร่องรอยแห่ง
วัยลงบนใบหน้าของนางอย่างแช่มชัด
“เล่าให้พี่สาวคนนี้ฟังหน่อย ว่าไม่กี่ปีมานี้ เจ้าไป
อยู่ในนิกายเซียนซูซันต้องพบเจอกับประสบการณ์
อันใดมาบ้าง?”
อู่ หยู๋ เห็นได้อย่างชัดเจนถึงการเปลี่ยนแปลงของ
เขา เขาได้ดูเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากยิ่งขึ้น
“ไว้ข้าจะค่อยๆเล่าให้ท่านฟัง” อู่ อวี้ จูงมือนาง
จากนั้นก็พานางบินขึ้นสู่บนภูเขาสูงที่อยู่ข้างๆ
อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ เทือกเขาลูกนี้มีนามว่า
เทือกเขาซ่างเซียน ซึ่งเคยเป็นสถานที่ฝึกตนของ
ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน นั่นเอง
ในตอนนี้ อู่ หยู๋ ได้ทำการฝึกฝนเคล็ดวิชาต่างๆ
เพียงแค่ไม่กี่วิชา พรสวรรค์ของนางนับว่าเลวร้าย
เมื่อเทียบกับคุณสมบัติของปุถุชนธรรมดาแล้วถือ
ได้ว่าค่อนข้างที่จะอ่อนแอ
แต่ทว่า อู่ อวี้ ไม่ยอมรับและอยากที่จะ
เปลี่ยนแปลงมัน
เขาได้เตรียมการมาก่อนแล้ว การกลับมาในครั้งนี้
เขาได้เตรียมสิ่งของมามากมาย เกรงว่ามีสิ่งของ
จำนวนมากที่ อู่ หยู๋ ไม่อาจที่จะรับมันได้ไหว แต่
อย่างน้อยเขาต้องการให้ อู่ หยู๋ บรรลุถึงขอบเขต
หลอมรวมลมปราณ เนื่องจากเมื่อเข้าสู่ขอบเขตนี้
แล้ว ก็จะทำให้มีชีวิตอยู่ไปได้อีกถึง 200 ปี
นิกายเซียนซูซันและนครจักรพรรดิเพลิงมีพลังฟั้า
ดินที่ล้ำค่าและหายากจำนวนมหาศาล ในหมู่พลัง
ฟั้าดินนั้นมีเพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้นที่เป็นพลังฟั้า
ดินระดับสูง และสามารถเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติ
ของคนธรรมดาได้ นอกจากนี้ อู่ อวี้ ยังได้ร่ำเรียน
การหลอมสกัดเม็ดยาที่เรียกว่า ‘เม็ดยาเปลี่ยน
ชะตา’ เขาได้ทำการหลอมมันออกมาหลายพันเม็ด
เพื่อใช้สำหรับการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติในตัวของ
อู่ หยู๋ โดยเฉพาะ ทำให้นางพื้นฐานการฝึกตนของ
นางมีความมั่นคงขึ้น
เม็ดยาเปลี่ยนชะตามีมูลค่าที่สูงมาก แต่สำหรับ
ระดับของ อู่ อวี้ ในตอนนี้มันถือเป็นไม่มีผลใดๆ
แล้ว อู่ อวี้ จึงได้นำทรัพยากรเหล่านั้นมาใช้ใน
สถานที่แห่งนี้
“ทั้งหมดนี้เป็นของที่เจ้าเตรียมเองทั้งหมดเลย
หรือ”
“กว่าจะได้พวกมันมา คงจะต้องพยายามอย่าง
หนักเลยใช่ไหม” อู่ หยู๋ กล่าวออกมาด้วยความ
กังวล
“สบายมาก ไม่ลำบากเลยแม้แต่น้อย”
อู่ หยู๋ กังวลว่าตนเองไม่สามารถจะปรับแต่งและ
เปลี่ยนชะตาชีวิตธรรมดาของนางได้ ดังนั้น อู่ อวี้
จึงต้องช่วยนางในด้านการปรับแต่ง กระบวนการนี้
ค่อนข้างที่จะยาวนาน ตามการคาดการณ์ของ อู่
อวี้ การที่จะช่วยให้นางทะลวงจนถึงขั้นหลอมรวม
ลมปราณ จะต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือน
หลังจากนี้ไปนางจะสามารถบ่มเพาะพลังตัวเองได้
อย่างช้าๆ
และ อู่ อวี้ ได้เตรียมการให้ เฟิง ซัวหยา เข้ามา
ช่วย เขาได้มอบทรัพยากรบางอย่างเอาไว้ให้กับ อู่
หยู๋ เมื่อถึงเวลานั้นก็จะให้ เฟิง ซัวหยา มาช่วย
แนะแนวทางในการฝึกตนกับนาง
ในเวลานี้ พี่น้องทั้ง 2 ได้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ
ในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา เรื่องราวของ อู่ หยู๋
ค่อนข้างที่จะเรียบง่าย ในตอนนี้อาณาจักรบูรพา
เยว่อู่อยู่ในช่วงที่สงบและเจริญรุ่งเรืองอย่าง
ต่อเนื่อง อาจจะมีบางครั้งที่เกิดความขัดแย้งกับ
อาณาจักรข้างเคียง แต่อีกฝั่ายก็ไม่กล้าที่จะบุก
ทะลวงเข้ามา เพียงแค่ตกลงเจรจากันพวกเขาก็
ยอมที่จะอ่อนข้อให้
ส่วนเรื่องของ อู่ อวี้ เขาได้เล่าถึงเรื่องราวในตอนที่
อยู่นิกายเซียนซูซันและนครจักรพรรดิเพลิงให้ อู่
หยู๋ ฟังทั้งหมด
อู่ หยู๋ เพิ่งจะรู้ว่า ในหลายปีมานี้นับตั้งแต่ที่เขา
จากไป ได้เกิดหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้ต้องอก
สั่นขวัญหายเช่นนี้
“พี่สาว ท่านคิดว่าการที่ข้าตัดสินใจออกจากนิกาย
เซียนซูซันในเวลานั้น มันถูกหรือว่าผิด และเป็น
การทำร้ายนางหรือไม่? ” อู่ อวี้ ถาม
อู่ หยู๋ ครุ่นคิดสักพักแล้วได้กล่าวว่า “แน่นอนว่า
มันต้องเป็นการทำร้ายสตรีผู้นั้น แต่ไม่ว่าจะกล่าว
อย่างไร เจ้าก็ไม่อาจที่จะทรยศต่อเจตจำนงของ
ตนเองได้ ใช่หรือไม่…… ถ้าหากว่าเจ้าไม่สามารถ
เปลี่ยนนางได้ เช่นนั้นก็ทำได้เพียงแค่ไปจากชีวิต
ของนางเท่านั้น บางทีการที่เจ้าออกไปจากชีวิต
นาง มันจะเป็นการที่ทำให้ทั้ง 2 ฝั่ายใจเย็นลงได้
ถูกหรือไม่?”
แล้วนางก็กล่าวขึ้นอีกว่า “ชะตากรรมของแต่ละ
คนไม่อาจที่จะฝืนบังคับได้ ถ้าหากว่ายังมีวาสนา
กันอยู่ ในอนาคตย่อมมีโอกาสที่จะได้กลับมาพบกัน
อีก เจ้าไม่ได้กลับไปที่นิกายเซียนซูซัน 3 ปีแล้ว?
คงจะถึงเวลาแล้วล่ะว่าสิ่งที่นางคิดนั้นคือสิ่งใด”
“อืม”
อู่ อวี้ พยักหน้า
“ท่านพี่ในหลายปีมานี้ ท่านยังไม่พบกับคนที่ถูก
ชะตาท่านอีกหรือ?” อู่ อวี้ รู้มาว่า นางอยู่ตัวคน
เดียวมาโดยตลอด จริงๆแล้วในโลกของคน
ธรรมดา ด้วยวัยเท่านี้ นางควรที่จะแต่งงานและให้
กำเนิดบุตรได้แล้ว
อู่ หยู๋ อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มขึ้น กล่าวว่า “ยังเลย มัน
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะต้องหาใครสักคนมาอยู่เคียงข้าง
การจะได้พบคนคนๆนั้นมันไม่ใช่เรื่องง่าย อาจจะ
เป็นเพราะว่านิสัยของข้าค่อนข้างที่จะเด็ดเดี่ยว”
ตัวนางนั้นดูอบอุ่นราวกับสายน้ำ จริงๆแล้วมีหลาย
สิ่งหลายอย่าง ที่คนอื่นๆไม่อาจจะเข้ามาแทนที่ได้
“หึ หากคิดที่จะแต่งงานกับพี่สาวข้า อู่ อวี้ จะต้อง
ไม่อ่อนแอกว่าข้าซิ๊… ถ้าหากท่านพี่อดทนต่อความ
เงียบเหงาได้ ย่อมมีสักวันหนึ่ง ข้าจะต้องทำให้ท่าน
เข้ามาสู่วิถีแห่งเซียนให้ได้ ทำให้ท่านเป็น
เช่นเดียวกับข้า ไล่ล่าหาความเป็นอมตะ! เมื่อถึง
เวลานั้น โลกของท่าน จะงดงามยิ่งกว่าที่เห็น
เป็นอยู่เช่นนี้!”
นี่คือสิ่งที่ อู่ อวี้ ได้วาดฝันเอาไว้
อู่ หยู๋ ยกยิ้มขึ้นแล้วกล่าวว่า “วิถีแห่งเซียนอมตะ
มันจะง่ายดายเช่นนั้นเลยหรือ”
“บนโลกใบนี้ไม่มีอะไรยากเกินไปสำหรับคนที่มี
ความพยายาม” อู่ อวี้ กล่าวอย่างหนักแน่น
เมื่อมองเห็นถึงสายตาที่หนักแน่นของเขา อู่ หยู๋
พลันรู้สึกตกตะลึง หลังจากนั้นก็พยักหน้าตอบรับ
เขากล่าวว่า “ตกลง ข้าเชื่อเจ้า ข้าจะรอจนกว่าที่
วันนั้นจะมาถึง ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป ข้าจะไม่
ยอมแพ้ จะไม่ทำให้เจ้าต้องผิดหวัง”
เมื่อได้สนทนากับนางในวันนี้ ได้พูดคุยกับญาติที่
สนิทสุด อู่ อวี้ ไม่ปกปิดบังสิ่งใดทั้งสิ้น ทำให้เขา
รู้สึกผ่อนคลายอย่างไม่ได้เกิดขึ้นมานาน ใน
บางครั้งพี่สาวคนนี้ก็เปรียบเหมือนกับเป็นแม่ของ
เขา อู๋ หยู๋ สำหรับเขาแล้วเป็นเหมือนกับมารดา
รอยยิ้มและคำพูดที่อ่อนโยนของนาง ทำให้ อู่ อวี้
สามารถปล่อยกายปล่อยใจเพลิดเพลินไปกับความ
อบอุ่นและเงียบสงบได้อย่างเต็มที่ ในเวลานี้
ความรู้สึกของ อู่ อวี้ ชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อเห็นสิ่ง
เหล่านี้ทำให้เต๋าแห่งความรู้แจ้ง ยิ่งมายิ่งเข้าใจได้
มากขึ้นกว่าเดิม!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ