กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 404 : สงครามเหยียน
อู่ อวี้ ย่างก้าวเข้าสู่ นครจักรพรรดิเพลิง ณ ขณะนี้
เขาบินอยู่เหนือน่านฟั้าเมืองชั้นนอก กำลังมุ่งหน้า
เข้าสู่เมืองชั้นใน การปรากฏตัวของเขาดึงดูดความ
สนใจของผู้คนจำนวนมาก ตลอดระยะการเดินทาง
ดูเหมือนว่าในวันนี้ เขาจะกลายเป็นบุคคลผู้ได้รับ
ความสนใจจากทั่วทั้งทวีปแห่งทวยเทพแล้ว
ทั่วทั้งร่างสวมใส่เกราะเซียนเหยียนหวง ดวงตาทั้ง
สองข้างส่องสว่างประดุจดั่งดวงตะวันอันเจิดจ้า
ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมเย็นชา ดูอ่อนเยาว์สมกับ
วัยหนุ่มสาว ถึงแม้ว่าเขาจะมีสมญานามอยู่ไม่มาก
นัก แต่ด้วยกายเนื้อของเขาที่เหนือล้ำกว่าปีศาจ
ทำให้ดูโดดเด่นอย่างยิ่งเมื่ออยู่ท่ามกลางฝูงชน
ท่ามกลางทวีปแห่งทวยเทพ เขตเมืองชั้นนอก คือ
สถานที่ที่ข้อมูลข่าวสารไหลเวียนรวดเร็วมากสุด ผู้
ฝึกตนจากทั่วทุกสารทิศ ตัวแทนของพรรคนิกาย
ใหญ่ แต่ละขั้วอำนาจต่างได้มารวมตัวกันอยู่ในที่
แห่งนี้ ซึ่งก็คือจุดศูนย์กลางแห่งข้อมูลข่าวสาร
” เด็กหนุ่มผู้นี้คือ อู่ อวี้ ”
” ข้าได้ยินมาว่าตอนเขาออกไปปฏิบัติภารกิจที่
ทะเลตงไห่ เขาสามารถสังหารผู้แข็งแกร่งไป 3 คน
ซึ่งมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับ ตำหนักม่วงทะเล
มรกต ขั้นที่ 4 ได้ นอกจากนี้พวกมันทั้งหมดยังเป็น
ผู้ฝึกตนนอกรีต ”
” ว่ากันว่าเขาถูกซูซันขับไล่ ตอนอายุประมาณ 20
ปี ซูซันปล่อยคนมีพรสวรรค์เช่นนี้ออกมาได้
อย่างไร ช่างโง่เขลาเสียจริงๆ … ”
” ซูซันมี เปั่ยซาน ม่อ กับ หนานกง เหว่ย อยู่แล้ว
จึงไม่ยินยอมให้มี อู่ อวี้ อยู่ด้วย แต่ใน นคร
จักรพรรดิเพลิง ไม่มีผู้ใดจะสามารถมาบงการชีวิต
เขาได้ เขาเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ นคร
แห่งนี้ก็เปรียบเสมือนดังโลกของเขา ”
” แต่อย่างไรก็ตาม เห็นว่าเขาตกปากรับคำจะไป
ต่อสู้กับ เปั่ยซาน ม่อ ที่สนามประลองเป็นตาย
อัจฉริยะหนุ่มผู้ล้ำเลิศทั้งสอง มีได้แค่เพียงหนึ่ง
เดียวเท่านั้น ”
” หลังจากที่ถูกขับไล่ออกมาแล้ว เขาก็เลือกที่จะ
กลับไปต่อสู้โดยวางชีวิตและความตายเป็นเดิมพัน
อีกทั้งเรื่องนี้ยังพัวพันเกี่ยวข้องกับรักสามเส้าแล
ความเกลียดชัง ช่างเป็นบทละครมหากาพย์ที่
ยิ่งใหญ่จริง ๆ! ข้าล่ะมีลางสังหรณ์ว่า หากการต่อสู้
วันนั้นมาถึง มันจะต้องน่าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง! ”
” ว่ากันว่า เปั่ยซาน ม่อ ได้รับมรดกบรรพชน
จักรพรรดิกระบี่สวรรค์คราม ทั้งยังเป็นศิษย์ร่วม
ของเจ็ดเซียนกระบี่แห่งซูซัน แค่เรื่องนี้ก็ได้เปรียบ
อู่ อวี้ มากโขแล้ว นอกเสียจากว่าเขาจะกลายเป็น
ศิษย์ของ ท่านเจ้านคร กับ จอมจักรพรรดิ ด้วย
เหตุผลทั้งหมดทั้งมวลข้าคิดว่า เปั่ยซาน ม่อ มี
โอกาสชนะสูง อีกทั้งการประลองในครั้งนี้ เปั่ยซาน
ม่อ ยังเป็นผู้เสนอเอง ”
ทุกคำพูดทุกความเห็นล้วนเป็นเรื่องของตัวเขา
ทั้งสิ้น
อู่ อวี้ สังหรณ์ใจเช่นนั้น
” คอยดูอีก 3 ปีต่อจากนี้ก็แล้วกัน ” เขายิ้มบาง ๆ
ในความทรงจำของเขาจากวันนั้น มีคำพูดดูถูก
เหยียดหยามมากมายนับไม่ถ้วน คำพูดเหล่านั้น
ยังคงเป็นเป็นเปลวไฟที่คอยเผาไหม้จิตใจของเขา
มาจนถึงปัจจุบัน!
ซูซัน ข้าจะต้องกลับไปให้จงได้
เขายังไม่ได้เข้าสู่เมืองชั้นใน แต่แวะไปที่ ‘ วิหาร
บัญญัติเวหา ‘
เมื่อ จาง เทียนเต๋อ เห็น อู่ อวี้ เข้ามายัง ‘วิหาร
บัญญัติเวหา’ เขาก็ยิ้มแย้มรีบทักทายทันที พร้อม
กับกล่าวว่า ” น้องชายอู่ มาถึงที่นี่ต้องไม่มาอย่าง
ธรรมดาๆแน่นอน ได้ข่าวว่าภารกิจที่ทะเลตงไห่
ท่านสังหารผู้ฝึกตนนอกรีตไปทั่วทั้งสี่สารทิศ คาด
ว่าด้วยความแข็งแกร่งของท่าน คงใกล้จะบรรลุ
กลายเป็นหัวหน้ากองพันเต็มที ถึงแม้ท่านจะเป็น
ผู้เยาว์ แต่กลับแข็งแกร่งถึงระดับนี้ได้ ผู้ที่มี
ความสามารถเช่นท่านภายใน นครจักรพรรดิเพลิง
มีอยู่ไม่เกิน 3 คน ”
อู่ อวี้ ยิ้มกับคำสรรเสริญเยินยอของเขา จากนั้นก็
กล่าวเข้าประเด็นทันที ” กลับจากภารกิจที่ทะเลตง
ไห่ครานี้ ข้าได้สิ่งของ ๆ ผู้ฝึกตนนอกรีตมาด้วย
บางส่วน ไม่ทราบว่าพี่ชายจาง ยังรับซื้อสินค้าของ
ผู้ฝึกตนนอกรีตอยู่อีกหรือไม่? ”
” รับสิรับ รับแน่นอน! ” การค้าขายนี้ถือเป็นกุญแจ
สำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ
อู่ อวี้ แน่นอนว่า จาง เทียนเต๋อ ย่อมกุลีกุจอตอบ
ตกลง
อู่ อวี้ วางสิ่งของที่อยู่ในถุงจักรวาลของ ชางเสวี่ย
ชิงเฟิง, มารดำ และ มารขาว ขายทิ้งเกือบทั้งหมด
มีแค่สิ่งของบางอย่างเท่านั้นที่สามารถเก็บเอาไว้ได้
อย่างเช่น วงเวทย์ที่ไม่ใช่วงเวทย์ของผู้ฝึกตนนอก
รีต โอสถสมุนไพรบางชนิดรวมถึงแผ่นยันต์ จาง
เทียนเต๋อ นับรวมยอดสินค้าทั้งหมด สุดท้ายก็สรุป
ยอดทั้งหมดได้
อู่ อวี้ คิดคำนวณ หลังจากขายสิ่งของไร้ประโยชน์
ไปหมดแล้ว ยอดที่ได้อยู่ที่ประมาณ 3,100 เม็ดยา
ปราณมรกต ซึ่งเทียบเท่ากับสามล้านแต้มผลงาน
ด้วยทรัพยากรการฝึกตนมากมายมหาศาลนี้ มาก
เพียงพอที่เขาจะใช้ในการฝึกตน โดยไม่ต้องออกไป
ทำภารกิจเป็นเวลานาน
นับว่าเป็นโชคลาภอันใหญ่หลวงอย่างยิ่ง
” ท่านยังต้องการศาสตราเต๋าหรือไม่? ” จาง เทียน
เต๋อ ไต่ถาม
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่แล้วตอบกลับไปว่า ” ตอนนี้
ข้ายังไม่เห็นชิ้นไหนต้องตา เพียงแค่ เสาเหยียน
หวงเบิกฟั้า ก็มากพอแล้ว ”
ปัจจุบันเขายังไม่สามารถควบคุม เสาเหยียนหวง
เบิกฟั้า ได้อย่างสมบูรณ์ จึงยังไม่จำเป็นต้องใช้
ศาสตราชิ้นอื่น ๆ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ กายาเพชร
อมตะ ซึ่งในตอนนี้ก็เข้าสู่ขั้นที่ 3 แล้ว ลำดับต่อไป
ก็คือการยกระดับขยายขอบเขตพื้นฐานการฝึกตน
อย่างน้อย ๆ เขาควรจะเข้าสู่ระดับตำหนักม่วง
ทะเลมรกต
สำหรับตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นศาสตราเต๋า เคล็ดวิชา
เต๋า หรือสิ่งของอื่น ๆ เขายังไม่ต้องการใช้มัน
ด้วยเวลาที่มีจำกัด เขารู้สึกว่าจำเป็นต้องยกระดับ
พื้นฐานการฝึกตนเข้าสู่ขอบเขตนี้
หลังจากกล่าวอำลา จาง เทียนเต๋อ อู่ อวี้ ก็กลับมา
ที่ค่ายเทียมฟั้า เหล่าทหารจากกองทัพเซียน
จักรพรรดิเพลิง ของ ค่ายเทียมฟั้า กำลังรอเขาอยู่
” ผู้บัญชาการอู่! ” ทุกคนกล่าวทักทายอย่างยินดี
พวกเขาจัดงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของ อู่ อวี้
จนโต้รุ่ง แล้วในวันถัดไป อู่ อวี้ ก็เริ่มปิดด่านฝึกตน
จดจ่ออยู่กับการยกระดับพื้นฐานฝึกตน
อันที่จริงในตอนที่เขาเดินทางกลับบ้านเกิด เขาก็
ยกระดับพัฒนาขึ้นมาได้บางส่วนแล้ว สำหรับยาม
นี้เขากำลังจดจ่อเพ่งสมาธิไปกับการวาดวงเวทย์
และ กลั่นสกัดปรุงโอสถ ซึ่งจิตใจของเขาได้สงบนิ่ง
มากกว่าที่เคย
หลังจากเวลาผ่านไปได้ประมาณครึ่งเดือน อู่ อวี้ ก็
รู้สึกว่าการเก็บเกี่ยวก่อนหน้านี้ช่างได้ผลกำไร
มหาศาลอย่างยิ่ง คาดว่าอีกไม่นานเขาจะเข้าสู่
ระดับ สร้างแกนนภา ขั้นที่ 10
พื้นฐานการฝึกตนของเขาจะก้าวรุดหน้าเข้าสู่ขั้น
ต่อไป แต่ทันใดนั้น ฟาง เชาฉวิน พร้อมกับคนอื่น
ๆ ก็ออกจากที่พักไปยังด้านนอก ซึ่งคาดว่าน่าจะมี
เรื่องบางอย่าง จากนั้นเขาจึงหยุดการฝึกตนลง
กลางคัน เมื่อ อู่ อวี้ ออกมาดูเหตุการณ์ก็พบว่า
เจียง เสวี่ยชวน กับคนจำนวนมากกำลังมาหา
ตนเอง
” อู่ อวี้ ไม่ได้เจอกันเสียนาน ” เจียง เสวี่ยชวน ยิ้ม
แล้วก้าวเดินเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่ ฟาง เชาฉวิน กับ ไพร่พลคนอื่น ๆ ขอ
ตัวลา เจียง เสวี่ยชวน ก็กล่าวว่า ” ข้าเพิ่งกลับมา
จากภารกิจเล็ก ๆ ชิ้นหนึ่ง ข้าได้ยินข่าวคราวการ
เคลื่อนไหวของเจ้า เจ้ามิได้รู้สึกกดดันใช่หรือไม่ ”
อู่ อวี้ ส่ายหัว
เจียง เสวี่ยชวน ตบไหล่ของเขาแล้วกล่าว ” นี่เป็น
เรื่องที่ดี ไม่ต้องสนใจผู้อื่นว่าจะมองเราอย่างไร ทุก
คนใน นครจักรพรรดิเพลิง จะคอยสนับสนุนเจ้า
เต็มที่ เจ้ารู้หรือไม่เมื่อถึงเวลาครบกำหนดที่เจ้า
จะต้องไปซูซัน ข้าจะเป็นตัวแทนของ นคร
จักรพรรดิเพลิง ไปกับเจ้าด้วย ข้าจะต้องช่วยเจ้า
ออกมาให้จงได้! ”
เมื่อได้ยินดังนั้นแววตาของ อู่ อวี้ ก็ส่องประกาย
ขึ้นทันที
เขารู้สึกขอบคุณในน้ำใจของ เจียง เสวี่ยชวน
อย่างลึกซึ้ง ในตอนแรกเขาคิดว่าจะไปที่ นิกาย
เซียนซูซัน เพียงลำพัง หากย้อนกลับไปในวันนั้นที่
ซูซัน เขาช่างหัวเดียวกระเทียมลีบอย่างยิ่ง อย่าง
น้อยในวันนี้ เจียง เสวี่ยชวน ก็คอยสนับสนุน ซึ่ง
อาจจะมีคนอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย
เขาไม่ใช่ตัวคนเดียว!
” ผู้บัญชาการเจียง น้ำใจที่ท่านมีให้ข้าในวันนี้ ข้า
จะไม่มีวันลืม ” อู่ อวี้ กล่าวอย่างจริงจัง
” อย่าพูดเช่นนั้นเราหาใช่คนอื่นไกล ภายใน นคร
จักรพรรดิเพลิง พวกเราทุกคนล้วนเป็นพี่น้อง เจ้า
อย่าได้เกรงใจไป ” เจียง เสวี่ยชวน เป็นคนจิตใจ
กว้างขวางกล่าวตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม
อู่ อวี้ ยิ้มอย่างเกรงใจอันที่จริง เจียง เสวี่ยชวน
นั้นดีกว่า จาง เทียนเต๋อ เพราะเขาเป็นคนของ
กองทัพจักรพรรดิเพลิง ซึ่งเป็นเช่นเดียวกับตนเอง
เจียง เสวี่ยชวน กล่างอย่างต่อเนื่องว่า ” อู่ อวี้
การที่ในวันนี้ข้ามาขัดจังหวะการฝึกฝนบำเพ็ญตน
ของเจ้า เพราะข้ามีเรื่องสำคัญอยากจะบอกเจ้า
อย่างหนึ่ง ”
” เชิญท่านกล่าวมาได้เลย ”
เจียง เสวี่ยชวน กล่าวต่อ ” อีกไม่กี่วัน ‘สงครามเห
ยียน’ กำลังจะเริ่มขึ้น เจ้ารู้หรือไม่ว่า ‘สงครามเห
ยียน’ กับ ‘สงครามหวง’ นั้นคืออะไร? ”
อู่ อวี้ ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน เขาจึงส่ายหัว
เจียง เสวี่ยชวน ยิ้มแล้วกล่าวว่า ” เจ้าเพิ่งมาอยู่
ที่นี่ได้ไม่นานข้าว่าเจ้าควรจะพูดคุยกับคนอื่น ๆ ให้
มากกว่านี้อีกเสียหน่อย แม้แต่คนใน ค่ายเทียมฟั้า
ของเจ้ายังรู้กันทุกคนว่า ‘สงครามเหยียน’ กับ
‘สงครามหวง’ คืออันใด ”
เหตุที่เขาไม่รู้ เพราะไม่มีอยู่ในบันทึกข้อมูลที่ได้
รับมา เมื่อครั้งที่เขาเข้ามาเป็นหัวหน้ากองร้อย
ตัวอย่างเช่น เรือรบจักรพรรดิเพลิง ก็ไม่ได้ถูก
บันทึกเอาไว้
เมื่อเห็นว่า อู่ อวี้ ไม่ทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้เอาซะเลย
เจียง เสวี่ยชวน จึงเริ่มอธิบายให้เขาฟัง ” ในทุก ๆ
สิบปี หรือ อาจจะมากกว่านั้น บางครั้ง 10 ปี
บางครั้งก็ 20 ปี เจ้านครของเราจะจัดเวลาว่าง
ให้แก่พวกเรา ภายในนครจะจัดการประลองต่อสู้
ขึ้น โดยเรียกว่า ‘สงครามเหยียน’ กับ ‘สงคราม
หวง’ ‘สงครามเหยียน’ จะทำการคัดเลือกหัวหน้า
กองร้อยที่แข็งแกร่งที่สุดทั้งหมด 32 คน แล้วเอา
มาดวลกันในแบบหนึ่งต่อหนึ่ง จากนั้นฝั่ายไหนแพ้
ก็จะถูกตัดออก จนสุดท้ายจะเหลือเพียงแค่ 3 คน
ส่วนทางฝัง ‘สงครามหวง’ ก็เช่นเดียวกัน แต่จะ
เป็นการคัดเลือกส่วนของหัวหน้ากองพันทั้งหมด
32 คน แล้วคัดออกจนเหลือเพียงแค่ 3 คนเท่านั้น
เจ้าเองก็เป็นหัวหน้ากองร้อยจึงสามารถมีส่วน
ร่วมกับ ‘สงครามเหยียน’ ได้”
เมื่อไม่นานมานี้ อู่ อวี้ เพิ่งจะเข้าสู่การปิดด่านฝึก
ตน เพื่อยกระดับพื้นฐานฝึกตนเข้าสู่ สร้างแกน
นภาขั้นที่ 10 ซึ่งเมื่อฟังจากคำอธิบายแล้วสิ่งนี้
น่าจะคล้ายกับ การประลองหมื่นเซียนกระบี่ เขา
จึงไม่ค่อยสนใจมากนัก เพราะเขาคาดว่าน่าจะเป็น
เพียงการจัดอันดับให้ตนเองมีเกียรติ อีกอย่าง
ในตอนนี้เขาค่อนข้างมีเวลาจำกัด เขาเลยส่าย
ศีรษะเบา ๆ แต่เมื่อ เจียง เสวี่ยชวน เห็นเช่นนั้น
เขาจึงยิ้มแล้วถามขึ้นว่า ” เจ้าไม่อยากรู้บ้างหรือไร
ว่ารางวัล 3 อันดับแรกมันคืออันใด? ”
” ข้าอยากฟังรายละเอียดเพิ่มเติม ” การที่ เจียง
เสวี่ยชวน มาหาตนเองถึงที่นี่ก็เพราะต้องการบอก
เขาเรื่องนี้ ฉะนั้นเขาจึงควรจะมีมารยาท และ
รักษาน้ำใจ โดยฟังเรื่องราวธุระที่เขาอยากจะเล่า
ให้จบสิ้น
เจียง เสวี่ยชวน กล่าวว่า ” รางวัลของมันก็คือแต้ม
ผลงาน ซึ่งแน่นอนว่าย่อมไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ ได้
ยินว่าสงครามเหยียนในครั้งนี้ รางวัลอันดับ 1 จะ
ได้รับแต้มผลงาน ห้าล้านแต้ม รางวัลที่ 2 ได้ สาม
ล้านแต้มผลงาน รางวัลที่ 3 ได้ หนึ่งล้านแต้ม
ผลงาน ส่วน 8 อันดับแรกจะได้ 500,000 แต้ม
ผลงาน ”
หัวหน้ากองร้อยที่แข็งแกร่งที่สุด ผู้ที่สามารถ
ครอบครองอันดับ 1 จะได้ 5 ล้านแต้ม
ความสำเร็จ! มันคือเม็ดเงินจำนวนที่มากมาย อู่
อวี้ ต้องออกไปทำภารกิจที่ทะเลตงไห่ ไล่ล่า
สังหารผู้ฝึกตนนอกรีตเป็นเวลานาน กว่าจะได้ 3
ล้านแต้มผลงาน
นอกจากนี้จากทั้งหมด 32 คน จะถูกคัดออกจน
เหลือเพียงแค่ 3 คน ในทางทฤษฎีหากต้องการ
ชนะการแข่งขัน จะต้องชนะฝั่ายตรงข้ามให้ได้ 5
ครั้ง ใน 5 ครั้งนี้จะกินเวลาไปประมาณครึ่งเดือน
ซึ่งก็นับว่าไม่ได้เสียเวลามากเกินไป
เมื่อได้ยินยอดรางวัล อู่ อวี้ ก็ชักเริ่มตื่นตัวขึ้นมา
เล็กน้อย ซึ่งเขาเองก็รู้ดีว่าหัวหน้ากองร้อยภายใน
นครจักรพรรดิเพลิง ปรารถนาใคร่อยากจะเป็นผู้
แข็งแกร่งมากที่สุด ซึ่งอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก
โดยเพราะ ฉิน ฝูเหยา นางก็ไม่ได้ด้อยไปกว่า เปั่ย
ซาน ม่อ เลย ซึ่งถ้าหากนางเข้าร่วมการประลอง
ครั้งนี้ อู่ อวี้ คาดว่าตนเองไม่น่าจะได้เป็นอันดับ 1
นอกจากนี้ นครจักรพรรดิเพลิง ยังมีหัวหน้า
กองร้อยอัจฉริยะคนอื่น ๆ อยู่อีก
เจียง เสวี่ยชวน ยิ้มบาง ๆ แล้วกล่าวว่า ” ตอนนี้
เจ้าก็มีเงินทองอยู่มากมาย ฉะนั้นรางวัลอย่าง 5
ล้านแต้มผลงานจึงยังไม่ค่อยดึงดูดเจ้าเท่าใดนัก
ข้าจะบอกความลับให้อันที่จริงผู้ที่เข้าร่วมการต่อสู้
ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะหวังรางวัลแต้มผลงาน แต่เพราะ
หวังรางวัลอีกอย่างหนึ่ง ”
อู่ อวี้ เริ่มหูผึ่งนิ่งเงียบเฝั้ารอคำตอบ
ห้าล้านแต้มผลงานยังไม่พอให้ดึงดูดใจจริงน่ะ
หรือ?
เจียง เสวี่ยชวน เงยหน้าขึ้นแล้วจ้องมองไปยัง
ทิศทางของเขตเมืองชั้นใน พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า ”
ภายในเขตเมืองชั้นใน อาณาเขตหวงห้ามมากที่สุด
ก็คือที่พำนักของเจ้านคร นั่นก็คือ ‘คฤหาสน์เจ้า
นคร’ แม้แต่ตัวตนระดับขุนพล หากไม่ได้รับคำสั่ง
ก็ไม่มีสิทธิ์เหยียบย่างเข้าสู่ ‘คฤหาสน์เจ้านคร’ ได้
”
” แล้วเช่นไรต่อ? ”
” สงครามจักรพรรดิเหยียน 3 อันดับแรก และ
สงครามจักรพรรดิหวง 3 อันดับแรก รวมเป็น
ทั้งหมด 6 คน พวกเขาจะได้รับโอกาสในการก้าว
เข้าสู่ คฤหาสน์เจ้านคร เป็นเวลาครึ่งปี ในช่วง
เวลานี้ จักสามารถถามคำถามเกี่ยวกับปัญหา และ
แนวทางการฝึกตนกับท่านเจ้านครได้อย่างอิสระ
เจ้านครของเราคือบุคคลอันดับหนึ่ง ซึ่งมีความ
แข็งแกร่งมากที่สุดในทวีปแห่งทวยเทพ ท่านคือผู้
ที่ใกล้จะบรรลุกลายเป็นเซียนอมตะ ความสำเร็จ
บนเส้นทางแห่งเต๋าของท่าน แม้แต่ 7 เซียนแห่งซู
ซันก็ยากที่จะเทียบเคียงได้ เจ้าเข้าใจสิ่งที่ข้า
ต้องการจะสื่อหรือไม่ ? อันที่จริง นี่ก็เกือบยี่สิบปี
มาแล้ว ที่ท่านเจ้านครไม่ได้จัดสงครามเหยียนกับ
สงครามหวงขึ้น ด้วยโอกาสที่หาได้ยากยิ่งนี้ ทำให้
เหล่าหัวหน้ากองร้อยทั้งหมดปรารถนาจะท้าทาย
โชควาสนากันสักครา เหล่าอัจฉริยะในนคร
จักรพรรดิเพลิงไม่ว่าจะเป็นผู้ใด แน่นอนว่าย่อมไม่
ปล่อยโอกาสอันล้ำค่านี้ให้หลุดลอยไป สามารถขอ
คำชี้แนะจากท่านเจ้าเมืองได้ถึงครึ่งปี นี่คือความ
ใฝั่ฝันปรารถนาของทุกผู้คน และมีเพียง 6
ตำแหน่งในช่วงหลายสิบปี ดังนั้นมันจึงมีค่า
มากมายมหาศาลอย่างยิ่ง ”
บุคคลอันดับ 1 แห่งทวีปแห่งทวยเทพ!
คำชี้แนะจากเขา?
อู่ อวี้ ไม่เคยพบเจอคนเช่นนี้มาก่อน แน่นอนว่า
ถึงแม้จะได้พบเจอกับตัวตนเฉกเช่น ลั่วผิน แต่โดย
พื้นฐานแล้วนางก็ไม่ได้ให้คำชี้แนะใด ๆ แก่เขา
อู่ อวี้ ฝึกฝนด้วยตนเองมาจนถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้เขาก็ยังมีความรู้สึกสับสนในบางอย่าง
หากมีโอกาสได้ขอคำชี้แนะจากเจ้านครถึงครึ่งปี ก็
นับว่าเป็นเรื่องดีไม่น้อยทีเดียว
ด้วยเพราะ เปั่ยซาน ม่อ สามารถเข้าไปในถ้ำ
กำเนิดใหม่ แต่เขากลับไม่มีผู้ชี้แนะเช่นนี้ เขา
จะต้องค่อย ๆ ฝึกฝนอย่างระมัดระวังเพื่อให้ตนเอง
ก้าวหน้า เช่นดั่งการลุยแม่น้ำฝั่าหินด้วยตนเอง
” โปรดจงเชื่อข้า หากเจ้ามีท่านเจ้านครคอยชี้แนะ
หากท่านยินดีจะสนับสนุนเจ้า อีก 3 ปีข้างหน้าเจ้า
จะไม่มีทางตกตายอยู่ในซูซัน ” เจียง เสวี่ยชวน
จ้องมองเขาอย่างจริงจังขณะกล่าว
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ