กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 409 : มหาจักรพรรดิ และ จอมราชัน
” ท่านไม่ทำความรู้จักกับพวกเขาแล้วงั้นหรือ? มัน
ถือเป็นสิ่งที่เหมาะควรแล้ว ” เมื่อ อู่ อวี้ ปรากฏตัว
ขึ้นลั่วผิน ก็ซักถามไปอย่างแผ่วเบา
อู่ อวี้ ยิ้มแต่ก็ไม่ตอบอันใดกลับ
แน่นอนว่านางสามารถเข้าใจได้จากรอยยิ้มของ
เขา โดยไม่ต้องให้เขาตอบอันใดกลับมาเป็นถ้อยคำ
สำหรับทั้งสองแล้ว พระราชวังเหยียน นั้นอยู่ไม่
ไกลจาก ค่ายเทียมฟั้า
” นางเพิ่งปิดด่านฝึกตนมาเมื่อไม่นานมานี้ คาดว่า
พลังของนางน่าจะเพิ่มขึ้นไม่มากก็น้อย ด้วยเหตุนี้
จะทำให้นางสามารถปิดซ่อนตัวตนของสัตว์สวรรค์
ได้ดีมากยิ่งขึ้น ด้วยความสามารถปัจจุบันของนาง
หากข้าเพิ่งเคยพบเจอนางครั้งแรก คงไม่สามารถรู้
ตัวตนที่แท้จริงของนางได้เลย ” หมิงซวง กล่าวขึ้น
ด้วยความประหลาดใจ
คาดว่ามันคือการเตรียมความพร้อม ที่จะเข้าไปใน
คฤหาสน์เจ้านคร
” ลั่วผิน ท่านไม่มีสหายอยู่ใน นครจักรพรรดิเพลิง
บ้างเลยหรือ? ข้ามักจะเห็นท่านอยู่ลำพังเสมอ” อู่
อวี้ ซักถามขณะเดินกลับ
” ข้าชินแล้ว ” นางตอบ
อันที่จริงแล้วเขาไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นชวนนางพูดคุย
อย่างไร ด้วยเพราะอุปนิสัยของนางเป็นเช่นนี้
ฉะนั้นต่อให้ยืนอยู่ข้าง ๆ นางแล้วไม่พูดคุยอันใด ก็
มิได้ทำให้รู้สึกอึดอัดลำบากใจแม้แต่น้อย
ไม่นานทั้งสองก็เดินทางมาถึง ค่ายเทียมฟั้า อู่ อวี้
จึงกล่าวขึ้นว่า ” เอาล่ะ อีก 5 วันหลังจากนี้ค่อย
พบกันใหม่ ถึงวันนั้นจะไป ‘สนามรบโบราณ’
ด้วยกันรึไม่? ”
“ตกลง”
อย่างน้อยนางก็ไม่ได้ปฏิเสธ อู่ อวี้
ถึงแม้นางจะพูดไม่ค่อยเก่ง แต่อย่างน้อยนางก็มิได้
ปฏิเสธคำชักชวนของ อู่ อวี้
ค่ายมังกรคราม ค่อนข้างเงียบสงบ คาดว่าคนที่นั่น
น่าจะรู้อุปนิสัยของ ลั่วผิน เป็นอย่างดีจึงไม่ค่อย
อยากจะรบกวนนางมาก หากไพร่พลคนใดติดขัด
สงสัยในเรื่องการบ่มเพาะบำเพ็ญตน บางครั้งก็จะ
มาซักถามขอคำชี้แนะจากนาง ซึ่ง ลั่วผิน เองก็จะ
ตอบกลับไป
” ช่างเป็นคนแปลกประหลาดเสียจริง ๆ ”
อู่ อวี้ กล่าวพร้อมกลับถอนหายใจ หลังจากนั้นเขา
ก็เข้าไปใน ค่ายเทียมฟั้า อันที่จริงหลายคนภายใน
ค่ายเทียมฟั้า ได้ออกไปดู อู่ อวี้ ทำการทดสอบ
สงครามเหยียน ฉะนั้นหลังจากที่ อู่ อวี้ กลับมาถึง
พวกเขาก็ตามกลับกันมาติด ๆ
” บัญชาการอู่ จากการวิเคราะห์ของข้า คู่ต่อสู้ของ
ท่านคงจะมีเพียงเหล่า 3 อันดับแรกเท่านั้น! ” เมื่อ
อู่ เทียนหยี่ กับคนอื่น ๆ กลับมา ก็ต่างมาพูดคุยถก
กันอย่างตื่นเต้น
” คู่ต่อสู้คนแรกที่ท่านจะต้องพบ มีนามว่า ‘หยาง
เสวี่ยเฟิง’ ประวัติการต่อสู้ของมันผู้นี้ สังหารฝั่าย
ตรงข้ามของมันจนตกตายไปถึง 7 ใน 10 ส่วน!”
” หากผู้บัญชาการสามารถชนะ หยาง เสวี่ยเฟิง
ได้ คู่ต่อสู้คนที่ 2 ของท่านน่าจะเป็นชายชราผู้มี
นามว่า ‘ผู หยางอี’ ปีศาจเฒ่าแห่ง นครจักรพรรดิ
เพลิง ตั้งแต่ที่บรรพชนของเรายังไม่เกิด เขาก็
กลายเป็นหัวหน้ากองร้อยแล้ว ตาเฒ่าผู้นี้เหลี่ยม
จัดมากด้วยเล่ห์กลเพทุบาย แต่ถึงกระนั้นข้าก็เชื่อ
ว่าผู้บัญชาการอู่ สามารถเอาชนะเขาได้! ”
” คนที่ 3 ท่านก็จะเจอกับ อืมมม? น่าจะเป็น หลี่ ขู่
ไห่ คนผู้นี้ยากจะจัดการได้ ” ทุกคนเริ่มเริ่มขมวด
คิ้ว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้
” มีคนเคยบอกว่า ชายผู้นี้มีกายเนื้อแข็งแกร่ง
อย่างยิ่ง แม้ว่ามันจะเทียบไม่ได้กับผู้บัญชาการอู่
แต่ถ้าให้พูดถึงพื้นฐานการฝึกตนมันอยู่ในระดับ
ตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 3″
” อีกแค่ไม่กี่ปี ท่านผู้บัญชาการอู่ของเราก็จะเข้าสู่
ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 3 เมื่อถึงตอน
นั้นมันจะต้องถูกจัดการอย่างแน่นอนที่สุด แต่ถ้าให้
พูดถึงตอนนี้ก็ค่อนข้างจะยากอยู่ … ”
เมื่อรู้ว่าผู้บัญชาการของตนเอง จะต้องเผชิญหน้า
กับคนแข็งแกร่งระดับนี้ เหล่าพี่น้องของ ค่ายเทียม
ฟั้า ก็ยังรู้สึกว่ายากจะเอาชนะผู้เยาว์อัจฉริยะ
เหล่านี้ได้ แทบไม่ต้องกล่าวถึงผู้อื่นว่าคิดเช่นไร
อีก 5 วัน ณ สนามรบโบราณ จะกลายเป็น
สงครามแย่งชิงผู้มีคุณสมบัติ ว่ากันว่ามันเป็นการ
ต่อสู้ที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง เหล่าหัวหน้ากองร้อยผู้
แข็งแกร่งทั้ง 32 คนจะเริ่มการต่อสู้ห้ำหั่นกันอย่าง
เป็นทางการ การต่อสู้ในครั้งนี้ค่อนข้างหนักหนา
สำหรับ อู่ อวี้ เป็นอย่างมาก เนื่องจากคู่ต่อสู้คน
แรกที่เขาจะต้องเจอ คือผู้มีประวัติสังหารคู่ต่อสู้จน
ตกตาย
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ หาได้ใส่ใจอันใดมากนัก เพื่อ
เอาชนะการประลอง 3 ครั้งแรกให้จงได้ เขา
จะต้องเตรียมตัวให้พร้อม
ถ้าให้กล่าวถึงเคล็ดวิชาเต๋าอื่น ๆ เขาคงมีเวลาไม่
พอที่จะเรียนรู้ นอกจากนี้ยังมีกฏห้ามใช้ยันต์ เหลือ
เพียงหนทางเดียวเท่านั้นก็คือการทำพันธสัญญา
กับ ศาสตราเต๋า
อู่ อวี้ ขบคิดอยู่ชั่วครู่ ในเวลานี้เขามั่งคั่งเป็นอย่าง
มาก ซึ่งมีพอที่จะหาซื้อกระบี่มาใช้สัก 2 เล่ม
แม้ว่าเขาฝึกฝนวิถีกระบี่มาจากซูซัน แต่ก็ไม่มี
เหตุผลอันใดที่เขาจะต้องละทิ้งมันไป เพราะ
อย่างไรแล้วความรู้แจ้งในวิถีกระบี่ก็มาจาก นิกาย
กระบี่สวรรค์
กระบี่คู่
ในตอนนี้เขาสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนศาสตราใน
นครจักรพรรดิเพลิง ได้โดยตรง หรือไม่ก็ไปที่
‘วิหารบัญญัติเวหา’ อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ เขา
จดจำได้ว่า ‘วิหารบัญญัติเวหา’ ให้ส่วนลดกับเขา
ค่อนข้างเยอะ แต่ นครจักรพรรดิเพลิง มีทางเลือก
ให้กับเขามากกว่า ดังนั้นเขาจึงพร้อมจะไปที่นี่ก่อน
เป็นอันดับแรก
ในเวลานี้เขตเมืองชั้นนอก กำลังวุ่นวายอยู่กับการ
จัดงานดำเนินการเกี่ยวกับสงครามแย่งชิงผู้มี
คุณสมบัติ อู่ อวี้ จึงมุ่งหน้าไปยังร้านค้าขายศาสตร์
เต๋าภายในเมืองชั้นใน ที่นี่คือคลังศาสตราที่ใหญ่
มากที่สุดภายในทวีปแห่งทวยเทพ มีผู้บัญชาการ
หลายคนประจำอยู่ที่นี้ หนึ่งในนั้นก็คือ ขุนพล
จินหลวน ซึ่งพบเห็นได้ไม่บ่อยนัก
” อู่ อวี้ ?” เจียง เสวี่ยชวน ไม่คิดว่าเขาจะมาที่นี่
” ข้าคิดว่าจะมาเลือกซื้อศาสตราเต๋าสักชิ้น ” อู่
อวี้ กล่าว
” ช่างบังเอิญเสียเหลือเกิน ข้าเองก็เพิ่งมา
ประจำการอยู่ที่นี่ ว่าแต่เจ้าต้องการสิ่งใดล่ะ ข้าจะ
พาเจ้าไปเอง”
“กระบี่”
อู่ อวี้ กล่าวถึงสิ่งที่ต้องการอย่างหนักแน่นเด็ด
เดี่ยว
” กระบี่ที่นี่อาจไม่สามารถเทียบเคียงได้กับ นิกาย
เซียนซูซัน แต่ก็ไม่ได้ด้อยกว่ามากนัก ถ้าเช่นนั้น
ตามข้ามาเถอะ” เจียง เสวี่ยชวน ล่วงรู้ดีว่าเขา
จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับศึก ‘สงครามเห
ยียน’ ถึงแม้แต่ตัวเขาเองก็ค่อนข้างห่วงกังวล
เกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอย่างมากเช่นกัน
กระบี่ จะมีขายแยกอยู่เฉพาะในวังกระบี่เท่านั้น
“เจ้ามีแต้มผลการอยู่เท่าไหร่?” เจียง เสวี่ยชวน
ถาม
ความมั่งคั่งที่ อู่ อวี้ มีในยามนี้เทียบเท่าได้กับสาม
ล้านแต้มผลงาน ซึ่งเมื่อให้กล่าวถึงเรื่องนี้คราใด
เขาก็รู้สึกชุ่มชื่นหัวใจเสมอใจ ไม่มีของสิ่งไหนที่เขา
จะจับจ่ายซื้อสอยไม่ได้ ซึ่งเขาต้องการศาสตราที่ไม่
ด้อยไปกว่า เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า ดังนั้นเขาจึง
กล่าวว่า ” สักหนึ่งล้าน หรือ อาจจะมากกว่านั้น
ข้าต้องการสักสองชิ้น ”
หนึ่งล้าน!
รางวัลของสงครามเหยียนสามอันดับแรก อยู่ที่ห้า
ล้าน สามล้าน หนึ่งล้าน แต้มความสำเร็จ
ตามลำดับ แต่ยามนี้ อู่ อวี้ ก็มีความมั่งคั่งอยู่ใน
อันดับ 3 แล้ว เขาจึงได้ถ่อมาถึงที่นี่ ในเส้นทาง
แห่งการฝึกฝนบำเพ็ญตน เขามักคิดอยู่เสมอว่า ถ้า
เลือกได้ก็ปรารถนาจะครอบครองทรัพยากรที่ดี
ที่สุด
” ของที่นี่มีราคาค่อนข้างสูงมาก ฉะนั้นเจ้าอาจจะ
เลือกซื้อได้เพียงแค่ไม่กี่ชิ้น แต่ก็หายห่วงในเรื่อง
ของประสิทธิภาพแลพลังอำนาจของมัน กระทั่ง
บางชิ้น ขั้นกระบี่สวรรค์แห่งนิกายซูซัน ก็ยังมิอาจ
นำไปใช้ได้ ”
ความมั่งคั่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ ได้มาจากการที่ อู่ อวี้
ออกไปทำภารกิจที่ทะเลตงไห่ จนมีความมั่งคั่งกว่า
3 ล้าน เขาใช้เวลาในการทำภารกิจเป็นเวลากว่า
3 เดือน ซึ่งได้ต่อสู้ และ สังหารศัตรูตัวเปั้งไป 3
คน นอกจากนั้นก็ยังสังหารผู้ฝึกสอนนอกรีตระดับ
ธรรมดาสามัญไปนับพันคน
เจียง เสวี่ยชวน พา อู่ อวี้ เดินลึกเข้าไปภายใน
ห้องแสดงศาสตราของวังกระบี่
หลังจากประตูขนาดใหญ่เปิดออก ก็ปรากฏปราณ
กระบี่มากมาย บินฉวัดเฉวียวกวัดแกว่งอยู่ภายใน
โถงใหญ่นี้ บนผนังถูกประดับประดาไปด้วยสมบัติ
วิเศษมากมาย มีกระบี่หลากหลายชนิดทั้งขนาด
เล็กใหญ่คละเคล้าอยู่กว่า 300 เล่ม ถูกแขวนเรียง
รายเอาไว้บนผนังโดยรอบ เมื่อ อู่ อวี้ เดินเข้ามา
กระบี่ทั้งหมดก็สั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง ปลดปล่อย
เสียงหวีดหวิวแสบแก้วหู เสมือนดั่งสัตว์ร้ายที่ไม่
ยินยอมถูกตีตรวน!
อู่ อวี้ รู้สึกราวกับว่าภาพนี้เสมือนดั่งตอนที่เขาอยู่
ใน นิกายกระบี่สวรรค์ ในตอนที่เขาเหยียบย่างเข้า
สู่ วังเทพสวรรค์ เป็นครั้งแรก
” เชิญเลือกได้ตามใจ ”
กระบี่ยาวในที่แห่งนี้ มีราคาค่างวดตั้งแต่ ห้าหมื่น
แต้มผลงาน ไปจนถึง หนึ่งล้านห้าแสน แต้ม
ผลงาน
สามารถแลเห็นได้ว่า ศาสตราแต่ละชิ้นในที่แห่งนี้
ไม่ได้ด้อยไปกว่า เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า เลยแม้แต่
น้อย นอกจากนี้กระบี่แต่ละเล่มยังมีวงเวทศาสตรา
เต๋าประทับอยู่นับพันวง ช่างดูสมบูรณ์แบบอย่าง
ยิ่ง
อีกทั้งศาสตราส่วนใหญ่ ยังมีเวทศาสตราโจมตี
เสริมอยู่ภายในด้วย
ในวิถีแห่งกระบี่ อู่ อวี้ มีเคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดินอยู่
เพียงชนิดเดียวเท่านั้น นั่นคือ ‘ กระบี่แก่นแท้
เซียนกำสรวล ’ ซึ่งสำหรับเขาแล้ว มันมิได้
แข็งแกร่งเท่าใดนัก
ถึงแม้ว่าสภาพแวดล้อมโดยรอบ จะมีเสียงหวีด
หวิวเสียงดังรบกวนอยู่ แต่เพราะเขากำลังจะใช้
จ่ายเงินตราถึง 2 ล้านแต้มผลงาน จึงทำให้ในเวลา
นี้ อู่ อวี้ รู้สึกสงบอย่างยิ่ง กระบี่แต่ละเล่มดู
ละเอียดลออประณีตงดงาม ทั้งรูปแบบการหลอม
สร้าง ความเก่าแก่ ลักษณะการจัดเรียง และ ผล
จากวงเวทแต่ละวง สามารถแลเห็นทุกอย่างได้
อย่างชัดเจน แน่นอนว่าสิ่งที่เขาเห็นเด่นชัดมาก
ที่สุดก็คือราคาของมัน นอกจากนี้เขายังต้องการ
กระบี่ 2 เล่มที่สามารถใช้งานประสานกันได้อีก
ด้วย
ตราบจนถึงปัจจุบัน อู่ อวี้ พบว่ารากฐานเซียนกง
ล้อกระบี่หยินหยางของเขานั้น แท้จริงแล้วมี
คุณประโยชน์มหาศาลอย่างยิ่งยวด
คนอื่น ๆ สามารถควบคุมกระบี่ได้ทีละเล่มเท่านั้น
แต่เขาสามารถใช้งานมันได้ถึง 2 เล่มในเวลา
เดียวกัน!
แล้วเขาควรเลือกเล่มไหนดี?
อู่ อวี้ รู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้ายิ่งนัก
หลังจากรู้ถึงความต้องการของ อู่ อวี้ เจียง เสวี่ย
ชวน ก็หัวเราะ พร้อมกับกล่าวว่า ” ถ้าเจ้าต้องการ
กระบี่ 2 เล่ม ด้วยความคุ้นเคยในสถานที่แห่งนี้
ของข้า ข้าจะแนะนำให้เจ้าเอง รับรองว่าเจ้า
จะต้องถูกใจอย่างแน่นอน ตามข้ามา! ”
ในเวลานี้ อู่ อวี้ กวาดตามองกระบี่ทั้ง 200 เล่ม
เขารู้สึกว่ายังไม่มีเล่มใดที่เหมาะสมกับเขาเลย
ดังนั้น เจียง เสวี่ยชวน จึงพาเขามาด้านหลัง
จนกระทั่งมาถึงตำแหน่งที่มีกระบี่ 2 เล่มถูกแขวน
เอาไว้ใกล้กัน
อู่ อวี้ เงยหน้าขึ้นมอง ภาพที่เขาเห็นคือกระบี่สอง
เล่มซึ่งมีลักษณะเหมือนกัน! ใบกระบี่มีความยาว
กว่า 3 ฉือ กว้าง 2 ชุ่น คมกริบหาใดเปรียบ! ใบ
กระบี่ทั้งสองด้าน ด้านหนึ่งมีภาพของขุนเขาและ
สายธาราของทวีปแห่งทวยเทพสลักเอาไว้ ส่วนอีก
ด้านหนึ่งมีภาพของตะวันจันทรา แลดวงดาราแห่ง
สวรรค์สลักไว้
กระบี่ทั้งสองเล่มมีลักษณะรูปแบบดูย้อนยุคดั้งเดิม
เห็นได้ชัดว่ามันมีความเก่าแก่โบราณอย่างยิ่ง ทั้ง
ยังสามารถแลเห็นฝุั่นที่ปกคลุม ซึ่งแสดงให้เห็นว่า
มันไม่ได้ถูกหยิบจับใช้งานมานานแล้ว
แน่นอนว่ากระบี่ทั้งสองเล่มนี้ ยังมีบางอย่างที่
แตกต่างกันมากที่สุด
หนึ่งเป็นกระบี่ทองคำ เสมือนกับว่าถูกหลอมสร้าง
ขึ้นมาจากทองคำ แน่นอนว่า วัสดุที่ใช้สร้างมัน
มิได้เรียบง่ายดั่งเช่นทองคำ แค่มีลักษณะเหมือน
ทองคำเท่านั้น
ส่วนอีกเล่มหนึ่งเป็นสีดำบริสุทธิ์ ราวกับว่ามันถูก
หลอมขึ้นมาจากโลหะทมิฬ ดำมืดเฉกเช่นน้ำหมึก
นี่คือกระบี่สีดำ และ สีทอง!
เมื่อทั้งสองสีผสานกัน นี่จะเป็นดั่งตัวแทนของ นคร
จักรพรรดิเพลิง
กระบี่สีดำโบราณ สามารถแลเห็นเปลวเพลิงสีดำ
กระพริบวูบวาบ ผลุบ ๆ โผล่ ๆ ได้อย่างเลือนราง
ส่วนกระบี่ทองโบราณ มีแสงสีทองอันคมกล้าส่อง
สว่างเรืองรองออกมา
เจียง เสวี่ยชวน กล่าวอธิบายชี้แนะแก่เขา ” กระบี่
ทั้งสองเล่มถูกหลอมสร้างขึ้นมาในเวลาเดียวกัน ดู
เหมือนว่าจะมีความเก่าแก่โบราณเป็นอย่างยิ่ง
อย่างน้อย ๆ ก็มีประวัติศาสตร์กว่า 2 แสนปี ด้วย
ประวัติอันยาวนานมีศาสตราเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้นที่
เหลือรอดมาจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งวงเวทที่ถูกวาด
ประทับเอาไว้ยังแตกต่างจากปัจจุบันอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นกระบี่แฝดที่ถือกำเนิด
ขึ้นมาพร้อมกัน จึงจำเป็นต้องมีผู้ใช้งานสอด
ประสานหนุนเสริม ถึงจะสามารถแสดงความ
แข็งแกร่งของกระบี่คู่ออกมาได้ถึงขีดสุด ข้าจึงคิด
ว่าพวกมันช่างเหมาะสมกับเจ้าเป็นอย่างยิ่ง เพราะ
อย่างไรแล้วหากแยกพวกมันออกจากกัน โดยทำ
พันธสัญญาเพียงหนึ่งเล่ม ดูเหมือนว่าจะทำให้พลัง
อำนาจของมันมิได้แข็งแกร่งเท่าที่ควร ในแง่ของ
ราคา จัดได้ว่าถูกมากทีเดียว เพราะอย่างไรแล้ว
มันก็ถือเป็นกระบี่โบราณซึ่งมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่
สามารถควบคุมได้ นอกจากนี้ยังไม่มีผู้ใดอยากใช้
กระบี่ 2 เล่มในเวลาเดียวกันอีกด้วย ดังนั้นราคา
ของมันจึงถูกมาก เพียงแค่ หนึ่งล้านห้าแสน แต้ม
ผลงานเท่านั้น ถ้าเจ้าสามารถดึงศักยภาพของมัน
ออกมาได้ถึงขีดสุด บางทีกระบี่ทั้งสองเล่มนี้อาจมี
คุณค่าถึง 3 ล้านแต้มผลงานเลยทีเดียว ”
อู่ อวี้ ฟังเขากล่าว พร้อมทั้งพยายามจะตัดสินใจ
อย่างรอบคอบในการซื้อหาแลกเปลี่ยนกระบี่ทั้ง
สองเล่มนี้
ลวดลายบนใบกระบี่ บ่งบอกถึงความเก่าแก่โบร่ำ
โบราณของมัน เสมือนราวกับว่ากระบี่ทั้งสองเล่มนี้
เจาะทะลวงผ่านประวัติศาสตร์อันยาวนาน
สามารถอยู่รอดจนมาถึงในยุคปัจจุบันนี้ เฉกเช่นดั่ง
ผู้อาวุโสที่หลุดเข้ามาในยุคนี้
” อู่ อวี้ เลือกพวกมันนี่แหละ ” หมิงซวงกล่าว
กระบี่ทั้งสองเล่มนี้มีอายุมากกว่านาง
นางคือผู้ที่มาจากหนึ่งสมัยก่อน กว่า 120,000 ปีที่
แล้ว
ข้อมูลเกี่ยวกับกระบี่ทั้งสองเล่มนั้นมีค่อนข้างน้อย
เนื่องจากไม่ทราบว่าใครเป็นผู้หลอมสร้าง อีกทั้งยัง
ไม่มีคำอธิบายถึงพลังพิเศษของมันอย่าง
เฉพาะเจาะจง ผู้ครอบครองคนสุดท้ายก็ผ่านมา
นานมากกว่าหมื่น ๆ ปีแล้ว สิ่งเดียวที่ชัดเจนมาก
ที่สุดนั่นก็คือชื่อของกระบี่ทั้งสองเล่ม
กระบี่เล่มสีทองนี้มีชื่อว่า : มหาจักรพรรดิ
ส่วนกระบี่เล่มสีดำมีชื่อว่า : จอมราชัน
เมื่อฟังจากชื่อของมันแล้ว เห็นได้ชัดว่ากระบี่ทั้ง 2
เล่มนี้ถูกหลอมสร้างขึ้นมาพร้อมกัน อีกทั้งยังถูก
หลอมสร้างมาจากคนเดียวกันอีกด้วย
” ข้อมูลเฉพาะของกระบี่ทั้งสองเล่มนี้มีน้อยมาก
เจ้าต้องเป็นผู้ค้นหาทดลองขัดเกลาด้วยตนเอง
อย่างไรก็ตามเนื่องจากมันถูกวางเอาไว้ที่นี่ ตราบ
ใดที่เจ้ารู้สึกว่ามันเหมาะสม ก็มิใช่ปัญหาใหญ่อัน
ใด อย่างไรก็ตามเนื่องจากมีข้อมูลน้อยมาก เจ้าจึง
ต้องครุ่นคิดพิจารณาด้วยตนเอง ดังนั้นจึงมีความ
เสี่ยงอยู่บ้าง ” เจียง เสวี่ยชวน บอกกล่าวข้อดี
ข้อเสียให้แก่เขา
“ข้าเลือกพวกมัน”
บางครั้งการเลือกศาสตราเต๋า ก็จำเป็นต้องดูที่
โชคชะตาสัมพันธ์ต้องกัน
เมื่อ อู่ อวี้ มาที่นี่แล้วแลเห็น กระบี่มหาจักรพรรดิ
และ กระบี่จอมราชัน เขาก็ไม่มีกะจิตกะใจจะ
เหลือบแลมองกระบี่เล่มอื่นอีก
แม้ว่ายามนี้จะรู้สึกตื่นเต้นยิ่งกว่าที่ตอนเขาได้
ครอบครอง เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า เนื่องจากยาม
นั้นมีคนหยิบยื่นมาให้เขาโดยที่ไม่ได้ใช้
ความสามารถตนเอง แต่บัดนี้เขาได้กระบี่ทั้งสอง
มาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตน ซึ่งเปรียบกับเพชรที่
กำลังรอเขาให้มาให้เจียรไนขับให้งดงามโดดเด่น
ยิ่งขึ้น
แต่อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ยังคงสงบนิ่งมาก
เจียง เสวี่ยชวน ถามย้ำเขาอีกทีว่าเขามั่นใจหรือไม่
แล้วเขาก็ตอบกลับอย่างมั่นใจแน่วแน่
การที่ เจียง เสวี่ยชวน ถามย้ำเช่นนี้ก็เพราะว่า
สินค้าชิ้นใดที่ถูกซื้อออกมาแล้วจะไม่สามารถนำ
กลับมาคืน หรือ เปลี่ยนได้
“เยี่ยมมาก”
หลังจากนั้นเขาก็ส่งมอบ เม็ดยาปรานมรกต 1,500
เม็ด ทรัพย์สมบัติของเขาในตอนนี้เหลือไม่ถึงครึ่ง
ด้วยซ้ำ
อู่ อวี้ เก็บกระบี่มหาจักรพรรดิ กับ กระบี่จอม
ราชัน ใส่ลงไปในถุงจักรวาล หลังจากนั้นเขาก็
กล่าวคำลา เจียง เสวี่ยชวน แล้วขอตัวกลับไปยัง
ค่ายเทียมฟั้า
อย่างไรก็แล้วเมื่อซื้อมันมาแล้ว อู่ อวี้ ก็ต้องรีบ
ควบคุมฝึกฝนทำความคุ้นเคยกับมันให้เร็วที่สุด ซึ่ง
มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ