กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 42 : บดขยี้ปีศาจในนครหลวงเย่วอู่
หว่านชิง!
จากวิกฤตที่เกิดขึ้นได้ผลักดันให้ อู่ อวี้ พบกับปีศาจ
อสรพิษมฤตยูตัวนี้ ฉะนั้นไม่มีทางที่ อู่ อวี้ จะลืม
รูปร่างหน้าตาของมัน
นางเป็นปีศาจ
ตั้งแต่โบร่าโบราณปีศาจ และ มนุษย์ ไม่เคยอยู่
ร่วมกันได้ ซึ่งเผ่าพันธุ์ทั้งสองนี้เปรียบเสมือนน้่า กับ
ไฟ
หรืออาจจะพูดได้ว่านางเป็นศัตรูอีกผู้หนึ่งของ อู่ อวี้
ในหลาย ๆ ปีที่ผ่าน การด่ารงอยู่ของปีศาจตัวนี้ ได้
คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปมากมาย หลายคนต้องตกตายไป
เนื่องจากกลายมาเป็นอาหารของนาง
ขณะเดียวกัน อู่ อวี้ ได้ดึงผ้าที่พันพลองพิชิตมาร
ออก ตราบใดที่เขายังมีเวลา เขาจะฝึกต่าราพื้นฐาน
การใช้พลอง แล้วดูเหมือนว่าสถานการณ์ตอนนี้ ก็
เหมาะสมไม่น้อย
” เสิ่น อู๋เต้า!”
เมื่อปีศาจอสรพิษหว่านชิง หันหน้ากลับมามอง มัน
ก็เห็นร่างของ อู่ อวี้ ยืนตระหง่านอยู่ เขาปิดบัง
ใบหน้าด้วยการสวมใส่หน้ากากวานร
การที่นางปีศาจรู้จัก อู่ อวี้ ย่อมถือเป็นเรื่องปกติ แต่
การที่ อู่ อวี้ รู้จักร่างจริงของนางปีศาจว่ามีนามว่า
หว่านชิง นัันย่อมเป็นเรื่องยากจะเข้าใจได้ นางปีศาจ
ไม่สามารถไขปริศนาข้อนี้แต่ด้วยเวลากระชั้นชิด
อสรพิษร่างกายใหญ่โตจ้องมองแหวกผ่านความมืด
มาทาง อู่ อวี้
” เจ้าล่วงรู้ว่าเป็นข้าได้อย่างไร !? ”
หว่านชิงส่งเสียงอันแหบแห้งเย็นยะเยือก ผ่านช่อง
ปากของอสรพิษยักษ์
อู่ อวี้ หัวเราะ
นับว่าเป็นโอกาสทองโดยแท้
” เจ้ามันขวัญกล้าบังอาจกระท่าการชั่วช้าไม่เกรง
กลัวฟ้าดิน แม้แต่ภายในนครหลวงเยว่อู่ เจ้าก็ยังกล้า
ท่าร้ายผู้คน! ”
ในเวลาเช่นนี้ไม่มีผู้ใดที่จะสามารถช่วยนางปีศาจได้
ไม่ว่าจะเป็น ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน , ซีเฟย, หยวนฮ่าว
แต่ว่าปีศาจหว่างชิงตนนี้จักต้องไม่ยอมจ่านนแต่โดย
ดี อีกทั้งนางยังสามารถเคลื่อนไหวได้ และ อาจสร้าง
ความล่าบากให้กับเขา ฉะนั้นเขาจึงต้องถอดเขี้ยว
เล็บ ท่าให้นางไร้ซึ่งหนทางหลบหนี ไม่สามารถฟื้น
คืนกลับมาได้อีก โดยการสับนางให้แหลกเป็นชิ้น ๆ!
ฟึดดด!!!!
ท่ามกลางความมืดสลัวในยามราตรี ทันใดนั้น อู่ อวี้
ก็ดีดกระโดดตัวขึ้นสูงพร้อมกับพลองที่อยู่ในมือ
พลองพิชิตมารส่องแสงประกายเจิดจ้าท่ามกลาง
ความมืดมิด เปลวเพลิงสีแดงฉานที่ก่าลังเผาผลาญ
ปลายพลองทั้งสองด้าน ได้ปลดปล่อยอัคคีอัน
ร้อนแรงดุจดั่งเพลิงโลกันต์ออกมา
ความร้อนแรงประดุจดั่งเพลิงโลกันต์ ท่าให้ปีศาจ
ร้ายต้องประหวั่นพรั่นพรึง
ด้วยพละก่าลังที่มีมากกว่า 5000 อาชาศึก ในทันที
ที่ อู่ อวี้ ฟาดพลองลงสู่พื้นก็เกิดเสียงระเบิดขึ้น
ตู้มมม!!! ความรุนแรงนั้นส่งผลให้พื้นศิลาเกิดรอย
แตกแยกในบัดดล
อู่ อวี้ ไม่ต้องการให้ปีศาจตัวนี้หลบหนีไปไหนได้อีก!
แต่เพราะการเคลื่อนไหวที่รุนแรงดุดันของเขานั้น จึง
ท่าให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น หลายคนที่ก่าลัง
หลับฝันหวานอยู่ในห้วงนิทรา ก็จ่าต้องสะดุ้งตื่นเมื่อ
ได้ยินเสียงกึกก้องดังกังวานขึ้น เมื่อได้ยินว่ามีคนพบ
เห็นงูยักษ์ ชาวบ้านต่างหวาดกลัวลนลานจนอึฉี่แทบ
จะเล็ดราด
” นั่นมันเทพเซียนผู้พิทักษ์องค์ใหม่ ที่มาปกป้อง
อาณาจักรของเรา ดูเหมือนท่านจะมีนามว่า เสิ่น อู๋
เต้า ท่านก่าลังปกป้องพิทักษ์นครหลวงเยว่อู่ ให้รอด
พ้นจากเงื้อมือปีศาจ!”
“โอ้สวรรค์! แท้ที่จริงแล้วในนครหลวงเยว่อู่มีปีศาจ
หลบซ่อนอยู่ ”
“นะ…นั่น งูยักษ์ตัวนี้มีขนาดใหญ่โตมโหฬารยิ่ง
นัก!”
ชาวบ้านผู้อยู่ใกล้กับบริเวณจุดเกิดเหตุ ต่างส่งเสียง
กรีดร้องด้วยความอกสั่นขวัญผวา พวกเขาพยายาม
หลบหนีไปคนละทิศคนละทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ชายที่ตกอยู่ในอาการมึนเมาเพราะพิษสุรา ก่าลังนิ่ง
อึ้งตะลึงงันเพราะความหวาดกลัวแล่นเข้าสู่ขั้วหัวใจ
อย่างกระทันหัน เพราะความหวาดกลัวอย่างท่วมท้น
ท่าให้เขาไม่สามารถอัดอั้นปัสสาวะได้ ทันใดนั้นชาย
ขี้เมาก็ได้ปัสสาวะราดออกมาด้วยความตกใจกลัว
ในทันที
ข่าวนี้จักต้องแพร่กระจายเข้าไปในพระราชวังอย่าง
รวดเร็วเป็นแน่แท้
” เจ้าคือผู้ใดกันแน่! ”
หว่านชิงร้องตะโกนถามขึ้นมาอย่างเดือดดาล ด้วย
ความเร็วที่ อู่ อวี้ พุ่งทะยานเข้ามา ท่าให้ปีศาจร้าย
ไม่สามารถจะหลบหนีไปไหนได้ อสรพิษยักษ์ยก
ศีรษะสามเหลี่ยมชูชันตั้งตระหง่านขึ้น พร้อมกับพ่น
กรดพิษสีแดงสดออกมา ในเวลานี้มันก่าลังเผชิญหน้า
กับ อู่ อวี้ แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน
“เจ้าปีศาจชั่ว อย่าได้มีชีวิตอยู่เลย! ”
ภายในหัวใจของ อู่ อวี้ เสมือนดั่งมีเปลวเพลิงแผด
เผา ทั้งหมดนี้ถูกส่งผ่านออกไป กลายเป็นเพลิงที่
ก่าลังลุกท่วมพลองพิชิตมาร
แม้ในเวลานี้ เขาจะสามารถฆ่าตัดหัวของ หว่านชิง
ได้เป็นผลส่าเร็จ แต่นี่มันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น
เท่านั้น! ตั้งแต่ที่ได้เปลี่ยนเป็นร่างจ่าแลงเซียนวานร
ภายในหัวใจของเขาก็หื่นกระหายลุกโชนไปด้วย
ความบ้าคลั่งอย่างไร้ที่สิ้นสุด และเขาไม่มีโอกาสได้
ปลดปล่อยความบ้าคลั่งนี้ แต่ในช่วงเวลานั้นเอง
หว่านชิงก็ปรากฏตัวขึ้น
ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ไม่เพียงให้การสนับสนุนปีศาจ
หว่านชิง ซ้่ามันยังเจตนาปกปิดการกระท่าผิดของมัน
ปล่อยผ่านหลับหูหลับตาถึงแม้มันจะจับชาวบ้าน
น่ามากินเป็นอาหาร
ตู้มมมม!
ลักษณะของการใช้พลองพิชิตมารนั้น ช่างเรียบง่าย
ดุดัน เที่ยงตรง อู่ อวี้ พุ่งตัวลงมาจากท้องฟ้า ใน
ขั้นตอนนี้ท่าเท้าของเขาช่างดูยอดเยี่ยมสมบูรณ์
เพียงชั่วพริบตาของเขาก็กระโดดขึ้นไปอยู่บนหัวของ
ปีศาจอสรพิษ จากนั้นก็กระโดดสูงขึ้นไป แล้วฟาด
พลองลงมาอย่างเรียบง่าย การโจมตีของเขาในยาม
นี้ ดูราวกับเขาไท่ซานที่ถูกฟาดผ่านลงมา ที่หัว
อสรพิษปีศาจ
กร๊อบบบบ! โพล๊ะ!
ฉับพลัน! เสียงแตกร้าวของกะโหลกศีรษะปีศาจ
อสรพิษนั้นก็ดังขึ้น เสียงของมันดังสนั่นได้ยินอย่าง
ถนัดหู ศีรษะของมันยุบลงไปตามแรงฟาดของอู่ อวี้
ร่างของอสรพิษยักษ์ร่วงกระแทกลงสู่พื้นอย่างจัง
เมื่อชาวบ้านเห็นศีรษะสรพิษยักษ์ร่วงลงสู่พื้น พวก
มันก็ส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจกลัวอย่างสุดขีด
” ปีศาจที่น่ากลัวอะไรเช่นนี้ ! โอ้ ∼สวรรค์โปรด
เมตตาข้าด้วย! ” ท่ามกลางสายตาของฝูงชน มีหลาย
คนยังไม่เคยพบเห็นปีศาจยักษ์ตัวเป็นๆ เช่นนี้ สีหน้า
ของพวกเขาซีดเผือดไม่เห็นความน่าหวาดกลัวของ
มัน การได้พบเห็นปีศาจในช่วงชีวิตหนึ่งของพวกเขา
นั้นถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งส่าคัญ ที่พวกเขาจะเล่า
สืบต่อให้แก่ลูกหลานจากรุ่นสู่รุ่น
“ตาย!”
ปีศาจร้ายยังไม่สิ้นฤทธิ์ ความดุร้ายของมันเพิ่ม
ทวีคูณขึ้น อสรพิษยักษ์ฟาดหางขนาดใหญ่ราวกับแส้
โลหะ เข้าใส่ร่างของ อู่ อวี้ เพรี๊ยะ!!!
ใบหน้าของ อู่ อวี้ ในยามนี้เรียบเฉยไร้ความรู้สึก
พลองพิชิตมารของเขาในยามนี้ร้อนแรงอย่างถึงที่สุด
ทันใดนั้นเองอสรพิษก็ฟาดหางเข้าใส่ อู่ อวี้ ร่างของ
เขาถูกแรงอัดกระแทกถอยออกไปไม่กี่ก้าว ส่วนหาง
ของอสรพิษปีศาจนั้น ได้ถูกท่าลายยุบลงไปจน
สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน คาดว่ากระดูกที่อยู่
ภายในของมันคงต้องแตกหักเป็นแน่
ในตอนนี้หว่านชิง ไม่ได้กลายเป็นคู่ต่อสู้ของ อู่ อวี้
อีกต่อไป
” เสิ่น อู๋เต้า เจ้าไม่อาจสังหารข้าได้ ! ” จนถึงเวลา
นี้ปีศาจอสรพิษก็ยังคงตื่นตระหนกอย่างยิ่ง มัน
ปรารถนาที่จะบอกกล่าวกับ อู่ อวี้ ว่า มันนั้นมี
สัมพันธ์อันดีกับ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ซึ่งผู้พิทักษ์
อาณาจักรมนุษย์ก่อนหน้านี้ แต่ทว่า อู่ อวี้ ไม่เปิด
โอกาสให้มันได้พูด หรือ เอ่ยถ้อยค่าใด ๆ ออกมาได้
เลยแม้แต่น้อย
” เจ้าปีศาจชั่ว ในฐานะผู้พิทักษ์ข้าจ่าต้องผดุง
ความยุติธรรม กวาดล้างความชั่วช้า ทันทีที่ข้าพาน
พบเห็น ”
ภายใต้หน้ากากวานรนั้น อู่ อวี้ ก่าลังฉีกยิ้มออกมา
อย่างเย็นเฉียบ แม้ว่าเวลานี้เขาจะไม่รู้ว่าข่าวคราว
เรื่องปีศาจปะทะกับผู้พิทักษ์จะขจรไปไกลถึงเพียง
ไหน แต่สิ่งที่เขามั่นใจอย่างยิ่งคือข่าวคราวนี้จะต้อง
เข้าถึงหูในพระราชวัง และ ในไม่ช้าพวกมันจะแห่
กันมา
ทันใดนั้นเอง เขาก็ฟาดพลองพิชิตมารออกไป อัด
กระแทกลงไปที่ใบหน้าของปีศาจอสรพิษที่มีขนาด
ยาวกว่า 5 จ้าง ( 19 เมตร ) การวาดครั้งนี้เป็นเพียง
แค่การเริ่มต้นเท่านั้น แล้วการโจมตีรวดเร็ว ก็โหม
กระหน้าซัดเข้ามาราวดั่งพายุ!
ตูมมม! ตูมมม! ตูมมม!
ทุก ๆ ครั้งที่พลองพิชิตมาร ฟาดทุบลงไปบนร่าง
ของ ปีศาจอสรพิษ ก็จะเกิดเสียงแตกหักของกระดูก
ตามมา สาดผสมเข้ากับเสียงกรีดร้องโหยหวน
เจ็บปวดของมัน
‘เพลิงผนึกทะยานฟ้า’ ที่อยู่บนพลองพิชิตมาร
สามารถปลดเปลวเพลิงอุณหภูมิความร้อนอย่าง
รุนแรง เมื่อถูกฟาดเข้าใส่ร่างกายของปีศาจอสรพิษ
ถึงแม้ว่าจะเป็นเกร็ดอสรพิษของนาง ก็ไม่สามารถ
ต้านทานเปลวเพลิงนี้ได้ ส่งผลให้เกล็ดและผิวหนัง
ของมันฉีกขาด ปรากฏเป็นรอยเพลิงไหม้อย่าง
รุนแรง!
ปีศาจอสรพิษม้วนตัวอย่างหมดท่า มันต้องการจะ
หลบหนี ท่ามกลางพลองที่ฟาดกระหน่าลงมาไม่หยุด
ส่งผลให้บ้านเรือนที่อยู่รอบรอบหลายสิบหลังต่างพัง
ระเนระนาด โชคดีที่ผู้คนรอบ ๆ ได้อพยพกันไป
หมดแล้ว ท่าให้ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
“เจ้าเป็นใคร! เจ้าเป็นใคร!!!”
หว่านชิงกรีดร้องออกมา นางรู้สึกราวกับว่า ผู้ฝึกตน
ผู้นี้ก่าลังตั้งใจทรมานนาง พลองที่ฟาดกระหน่าลงมา
บนล่างของนางนั้น ไม่มีจุดใดที่โดนจุดส่าคัญของนาง
แม้แต่น้อย
“ข้าเป็นใครไม่ส่าคัญ”
เมื่ออู่ อวี้ กล่าวจบ อสรพิษปีศาจในยามนี้ ก็นอนจม
กองโลหิตไม่สามารถเคลื่อนไหวไปไหนได้อีก สภาพ
ของมันกล่าวได้ว่าแทบจะแหลกละเอียดอย่าง
สมบูรณ์ ถึงแม้ว่ามันจะหลบหนีไปได้ แต่ส่วนที่ถูก
ท่าลายของมัน ต่อให้ใช้เวลาอีกนับ 100 ปีมันก็ไม่
สามารถฟื้นคืนกลับได้
“เจ้ากับข้ามิได้มีความแค้นอันใดต่อกัน! ถึงจะไม่
สามารถอยู่ร่วมใต้ฟ้าดินเดียวกันได้แต่ก็ไม่เห็น
จ่าเป็นต้องท่ากันถึงเพียงนี้ เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่!”
ปีศาจอสรพิษกรีดร้องออกมาอย่างโหยหวน ซึ่งเป็น
ช่วงเวลาเดียวกันกับที่ร่างกายของมันเริ่มแหลก
ละเอียดกลายเป็นชิ้น สามารถมองเห็นได้อย่าง
ชัดเจนว่าวิญญาณ และ ร่างกายของมันอาจจะถูก
ท่าลายลงไปอย่างสมบูรณ์ และ ในยามนี้มันก่าลังจะ
สิ้นใจตาย
อู่ อวี้ มองย้อนกลับไปด้านหลัง และ เห็น อาชา
วิหค 2 ตัวที่ก่าลังตะบึงควบราชรถทะยานมุ่งหน้ามา
จากพระราชวัง รับรู้ได้ว่าอีกไม่นานพวกมันจะมาถึง
ทันใดนั้นเอง อู่ อวี้ ก็แทงพลองพิชิตมารเข้าไปที่ร่าง
ของปีศาจร้าย ฉึกก!!! ทะลวงผ่านหัวใจของอสรพิษ
แล้ว กระชากดึงกลับมาอย่างแรง จากนั้นเขาก็ควง
พลองหมุนกวาดฟาดใส่ลงไปบนหัวของอสรพิษอีก
ครั้ง ตามมาด้วยเสียงดัง ตุบ!! ศีรษะอสรพิษถูก
ท่าลายแหลกเหลวอย่างสมบูรณ์ ในยามนี้มั่นใจได้
เลยว่าความตายไปทั้งร่างกาย และ จิตวิญญาณ
“จงจดจ่าเอาไว้ ผู้ที่สังหารเจ้าคือข้า อู่ อวี้”
ชั่วขณะที่ดวงตาของ หว่านชิง ก่าลังมืดสลัวลง อู่
อวี้ ก็เปิดหน้ากากให้นางได้เห็นใบหน้าของตัวเขา
“อู่…”
อู่ อวี้ สามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
ภายในดวงตาของนาง ก่อนที่จะสิ้นใจตายได้อย่าง
ชัดเจน ภายในดวงตานั้น เต็มไปด้วยความตกตะลึง
ไม่อยากจะเชื่อ และ หวาดกลัวอย่างที่สุด เมื่อราชรถ
อาชาวิหคของ ฮ่าวเทียน และ หยวนเฉินมาถึง
ปีศาจอสรพิษหว่านชิงก็สิ้นลมไปเสียแล้ว ตอนนี้มัน
อยู่ในสภาพแหลกเหลวไม่เหลือชิ้นดีแล้ว
ในที่สุดเขาก็ลงมือแก้แค้นสังหารศัตรูไปได้แล้วหนึ่ง
ถึงแม้ว่าวันนี้ภายในพระราชต่าหนักเทียนอู่ อู่ อวี้
ได้ถูกสะกดข่มอย่างสาหัสจากคนเหล่านั้น แต่ในยาม
นี้เขากลับรู้สึกดีอย่างยิ่ง ความคิดบางส่วนของเขา
แจ่มชัดเป็นอย่างมาก
เขาเข้าใจอย่างสุดซึ้งว่า ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในนครหลวง
เย่วอู่ มันอาจจะกลายเป็นสนามรบได้ในชั่วพริบตา
ผู้คนเหล่านั้นก็คือศัตรูของเขา ศัตรูผู้ซึ่งไม่อาจจะให้
อภัย เท่ากับว่าเวลานี้หน้ากากวานรจึงเป็นสิ่งส่าคัญ
สุด เพราะมันจะช่วยให้เขาสามารถปิดบังรูปโฉม
แท้จริงเอาไว้ได้ มันคือวิธีแก้ปัญหาเพียงวิธีเดียวของ
เขา ในสถานการณ์ปัจจุบัน แม้ว่าเขาจะไม่ได้ก้าวย่าง
เข้าไปในสนามรบระหว่างตัวเขากับ ฮ่าวเทียน ซ่าง
เซียน แต่เขาก็มีสิทธิ์ตายได้ทุกเมื่อ
” ในที่สุดพวกเจ้าก็มา! ” ฮ่าวเทียน และ หยวน
เฉินร่อนลงมาจากราชรถอาชาวิหค อู่ อวี้ ก็หันหน้า
กลับมามองด้วยท่าทางผ่อนคลายจิตใจเบิกบานอย่าง
ที่สุด ราวกับว่าไม่มีอะไรต้องให้ห่วงกังวลอีกต่อไป
เขาหัวเราะออกมาแล้วกล่าวว่า ” ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ข้าไม่
เคยคาดคิดว่า จะมีปีศาจอสรพิษตัวใหญ่ยักษ์ขนาดนี้
อยู่ จิตใจมันช่างห้าวหาญยิ่งนัก ถึงได้ออกล่าเหยื่อใน
นครหลวงเย่วอู่ เช่นนี้ ช่างกล้าบ้าบิ่นไม่เกรงกลัว
ความตายเสียงจริง ๆ ! นับว่าสวรรค์ยังเข้าข้าง ที่ท่า
ให้ข้าได้มาพบเจอมันก่อน มิเช่นนั้นแล้ว มิรู้ว่าจะอีก
สักกี่ชีวิต ที่ต้องมาสังเวยภายใต้คมเขี้ยวของมัน”
ในยามนี้ตัวตนของ อู่ อวี้ คือ เสิ่น อู่เต้า ศิษย์จาก
นิกายกระบี่สวรรค์ ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่
มันจะไม่รู้จักตัวตนของ หว่านชิง เมื่อเขาพบเจอ
ปีศาจก่าลังกระท่าชั่ว ถือเป็นเรื่องสามัญที่เขาย่อมไม่
นิ่งดูดาย แล้วรีบกระโจนเข้าไปสังหารปีศาจตนนั้น
ทันที ฉะนั้น ฮ่าวเทียน จึงไม่อาจกล่าวสิ่งใดตอบโต้
กลับไปได้
แน่นอนว่าสีหน้าของ ฮ่าวเทียน ในยามนี้บิดเบี้ยว
เสียสูญเป็นอย่างยิ่ง
เขามองไปที่ซากศพของอสรพิษปีศาจหว่านชิง
เปลือกตาของมันกระตุกไม่หยุด เห็นได้ชัดว่าโทสะ
ของมันในยามนี้พุ่งทะยานไปจนถึงสวรรค์ อย่างไรก็
ตาม อู่ อวี้ เป็นศิษย์ของนิกายกระบี่สวรรค์ ท่าให้มัน
ท่าได้เพียงยับยั้งห้ามปรามตนเองไว้เท่านั้น มันไม่
สามารถกระท่าการบุ่มบ่ามได้ และ ด้วยสาเหตุซึ่ง
น่ามาด้วยจุดจบแห่งความตาย ก็เกิดจากการที่นาง
ก่าลังล่าเหยื่อจับมนุษย์มากินเป็นอาหาร
‘ หว่านชิง ข้าเตือนเจ้าแล้วว่าในวันนี้ เจ้าห้าม
ออกไปด้านนอกเด็ดขาด เหตุใดเจ้าจึงไม่ยอมฟังค่า
ตักเตือนของข้า! ‘ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ท่าได้เพียง
ต่าหนิในความโง่เขลาของ หว่านชิงอยู่ภายในจิตใจ
เท่านั้น สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ถือเป็นเรื่อง
ธรรมดาอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นศิษย์ของส่านัก พรรค
หรือ นิกายไหน เมื่อพบเห็นปีศาจคนผู้นั้นจะต้อง
จัดการสังหารมัน โดยเฉพาะศิษย์จากนิกายกระบี่
สวรรค์ พวกเขาเคร่งครัดในกฎข้อนี้เป็นอย่างยิ่ง
” พวกท่านทั้งสองสบายดีหรือไม่ ?” อู่ อวี้ เห็นสี
หน้าไม่สู้ดีของพวกเขา ถึงแม้เขาจะรู้ซึ้งอยู่แก่ใจก็
ตาม แต่ก็ยังแสร้งถามขึ้น ” ไฉนพวกท่านทั้งสอง ถึง
ได้ท่าสีหน้าไม่พอใจเช่นนั้นเล่า หรือว่า…เป็นเพราะ
นครหลวงเยว่อู่แห่งนี้อยู่ภายใต้อาณาเขตดูแลของ
ท่าน เมื่อเจ้าปีศาจชั่วตนนี้มันแอบลักลอบเข้ามา
กระท่าชั่ว เลยท่าให้ท่านคิดว่า ท่านควรจะเป็นผู้
สังหารมันด้วยตนเองใช่หรือไม่ หากท่านคับข้องใจใน
เรื่องนี้ ท่านเพียงแค่เอ่ยปากบอกข้ามาตรง ๆ ”
ค่ากล่าวของเขานั้นไม่มีจุดใด ให้น่าสงสัยแม้แต่น้อย
เพราะทุกอย่างที่ตัวของ อู่ อวี้ กระท่านั้น เขาท่าไป
เพื่อปกป้องนครหลวงเยว่อู่ก็เท่านั้น อีกทั้งการ
แสดงออกอย่างผ่าเผยนั้น ยังดูปกติ และ ให้เกียรติ
อย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามถ้าเขาท่าตัวหยิ่งผยอง หรือ
แสดงท่าทีดูถูกแม้แต่น้อย อาจส่งผลกระทบต่อ
แผนการในภายภาคหน้าของเขาได้
” หาใช่เรื่องนั้นไม่ ข้าแค่ฉงนเล็กน้อยว่าเพราะ
เหตุใด เจ้าปีศาจตนนี้มันถึงได้กล้าย่างกายเข้ามาใน
นครหลวงเยว่อู่ มันช่างขวัญบังอาจเสียจริง ไม่รู้ว่า
มันไปกินดีหมีมาหรือไร ชาวบ้านบริสุทธิ์ต้องตกตาย
ไปมากมายเพราะมัน น้องชายข้ารบกวนเจ้ามามาก
แล้ว ต่อไปยกให้เป็นหน้าที่ของพวกข้าจัดการเองก็
แล้วกัน ท่านกลับไปที่หุบเขาซ่างเซียนเถอะ ” ฮ่า
วเทียน โบกมือ ตอนนี้จิตใจของมันเต็มไปด้วยเพลิง
โทสะ เป็นธรรมดาที่มันย่อมไม่อยากเห็นหน้าของ อู่
อวี้
” ไม่มีปัญหา ”
อู่ อวี้ แสยะยิ้มออกมาอย่างหนาวเย็น จากภายใต้
หน้ากากวานร เขาเก็บพลองพิชิตมารไว้ที่เดิม
จากนั้นก็กล่าวลา ฮ่าวเทียน พอเป็นพิธี แล้วเขาก็
หายตัวไปในความมืดมิดยามราตรี อย่างไรก็ตาม
ส่าหรับชาวบ้านในนครหลวงเย่วอู่แห่งนี้ มันกลับเป็น
ค่าคืนที่ไม่สามารถข่มตาหลับลงได้
เซียนผู้พิทักษ์คนใหม่ ซึ่งรับหน้าที่ในการปกป้อง
อาณาจักรบูรพาเย่วอู่ ได้ท่าการสังหารปีศาจอสรพิษ
ถึงแม้ว่าตอนนี้จะอยู่ในยามราตรี แต่ข่าวลือก็แพร่
สะพัดกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานคน
ทั่วทั้งนครหลวงก็ได้ทราบข่าวถึงเรื่องนี้
ท่ามกลางความโกลาหล อู่ อวี้ได้มาปรากฏตัวอยู่ที่
พระราชวัง อู่ หยู๋
“ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน โทสะของเจ้าคงท่วมท้นจน
แทบคลั่งสินะ ช่างน่าเศร้ายิ่งนักที่มันไม่ได้เห็นโฉม
หน้าที่แท้จริงของข้า ช่างเป็นเรื่องน่าหัวร่อจริง ๆ ”
ก้าวแรกในการแก้แค้น บรรลุสมปรารถนา
อู่ อวี้มีความเชื่อมั่น ว่าหว่านชิงจะต้องตกตายไป
อย่างแน่นอน
“เรื่องที่ส่าคัญสุดในวันนี้คือพิธีอภิเษกระหว่าง
ท่านพี่หญิงของข้า กับ จิ่วซื่อจุน ข้าไม่ทราบว่าเซียน
ผู้พิทักษ์จากอาณาจักรตงเสิน (วิญญาณบูรพา) จะ
แข็งแกร่งมากน้อยเพียงใด ถึงฮ่าวเทียนจะบอกว่า
พวกมันไม่ใช่พวกนอกรีตก็ตามที แต่เรื่องนั้นก็ไม่
ส่าคัญอีกต่อไป”
มันท่าได้แม้กระทั่งชุบเลี้ยงปีศาจเอาไว้ในเมือง ซึ่ง
ถือเป็นเรื่องที่ผิดจารีตจนเรียกได้ว่านอกรีตอย่าง
ชัดเจน ช่างเป็นบุคคลที่ขวัญบังอาจเทียมฟ้าอย่าง
แท้จริง
คิดไม่ถึงเลยว่า ถึงแม้จะมืดค่าเช่นนี้แล้ว อู่ หยู๋ ก็
ยังคงอยู่ภายในห้องอักษร และ ไม่รู้เวลาเลื่อนคล้อย
ผ่านไปนานเท่าใด ถึงแม้เวลานี้นางจะไม่ได้ขีดเขียน
สิ่งใดแล้ว แต่นางยังคงนั่งซึมเศร้าอยู่บนขอบโต๊ะตัว
เดิม สายตาจ้องมองไปตรงด้านหน้าด้วยความงุนงง
ส่วนด้านข้างของ อู่ หยู๋ มีคนผู้หนึ่งก่าลังยืนอยู่ คนผู้
นี้อยู่กับนางมานับ 10 ปี เรียกได้ว่าพวกนางแทบจะ
โตมาด้วยกัน หญิงสาวคนนั้นก่าลังถือถ้วยน้่าซุปร้อน
มาให้ พร้อมกับจ้องมองไปทาง อู่ หยู๋ ด้วยสายตา
ห่วงกังวล นางกล่าวขึ้นว่า ” องค์หญิง อากาศในค่า
คืนนี้ช่างหนาวเย็น พระวรกายขององค์หญิงก็ผอม
ซูบลงไปมาก โปรดเสวยซุปร้อนๆถ้วยนี้ สักหน่อย
เถอะเพคะ”
อู่ หยู๋ ก่าลังจ้องมองลงไปที่โต๊ะ ด้วยท่าทางราวกับ
ก่าลังสูญเสียจิตวิญญาณ ท่าให้นางไม่ได้ยินสิ่งที่บ่าว
รับใช้กล่าวแม้แต่น้อย
“องค์หญิง ข้าได้ยินข่าวลือมาว่าผู้ลงมือสังหารตัด
หัวของอสรพิษปีศาจ แท้จริงแล้วเป็นฝีมือของซ่าง
เซียนผู้พิทักษ์คนใหม่ ปีศาจอสรพิษตนนี้มันหลบ
ซ่อนอยู่ภายในนครหลวงเยว่อู่ มีผู้คนมากมากมาย
เห็นเรื่องราวนี้ด้วยสองตาของพวกมัน ข้าไม่เคยนึก
ฝันว่าภายในนครหลวงเยว่อู่ จะมีปีศาจชั่วร้ายหลบ
ซ่อนตัวอยู่ด้วย” หลังจากพูดจบ บ่าวรับใช้ก็แสดง
ท่าทางขยาดหวาดกลัวออกมา
……………………………………
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน