กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 413 : หอกกระดูกกลืนโลหิต
เมื่อเข้าสู่สนามรบโบราณ อู่ อวี้ ก็ไม่ได้สนใจคำพูด
ที่อยู่ภายนอกอีก
ที่ไหนมีคน ย่อมมีติฉินนินทา การที่รอบด้านมีคน
นับล้านเช่นนี้ การจะไปห้ามปากของผู้คน เขาจะ
ไปทำได้เช่นไร
ในวันนี้ หากพ่ายแพ้ก็จะต้องพ่ายแพ้อย่างยับเยิน
แต่หากชนะก็จะก้าวไปข้างหน้าได้อีกหนึ่งก้าว
หากว่าไม่ก้าวข้ามไปให้ได้ ในใจก็ยากที่จะเดินต่อ
ได้!
สายตานับล้าน จับจ้องไปที่จุดเดียว!
บนเส้นทางการฝึกตน บางครั้งจะต้องต่อต้านขัด
กับความตั้งใจของคนนับล้าน!
ความสนใจทั้งหมดของ อู่ อวี้ ถูกรวมไว้อยู่บนร่าง
ของคู่ต่อสู้ ผู้ที่อยู่เบื้องหน้านี้เป็นบุรุษวัยเยาว์ผู้
หนึ่งสวมใส่เกราะเซียนจักรพรรดิเพลิงเช่นเดียวกับ
เขา หยาง เสวี่ยเฟิง มันเป็นเฉกเช่นเดียวกับใน
ข่าวลือ คนผู้นี้เป็นบุตรของหมาปั่านักล่า ทำให้มี
กลิ่นอายสัญชาตญาณเช่นเดียวกับนักล่าอยู่ติดตัว!
จากที่ฝึกตนมาหลายปี ผ่านการต่อสู้และ
ประสบการณ์ฆ่าฟันมานับไม่ถ้วน ทำให้เกิดเป็น
กลิ่นคาวโลหิตและกลิ่นอายสังหารติดตัวอยู่
กระทั่งบนเกราะเซียนจักรพรรดิเพลิง ก็มีกลิ่นอาย
โลหิตปะปนอยู่ไม่น้อย ทำให้ดูเป็นคนเลือดเย็นมาก
ยิ่งขึ้น
บุคคลที่อยู่เบื้องหน้า เป็นเหมือนกับมือสังหารที่
เกิดมาเพียงเพื่อคร่าชีวิตอย่างเดียว!
ในนครจักรพรรดิเพลิง มีอัจฉริยะอยู่นับไม่ถ้วน!อีก
ทั้ง หยาง เสวี่ยเฟิง ผู้นี้ยังอายุไม่มากนัก เมื่อมอง
จากลักษณะแล้ว มันเหมือนกับเด็กชายที่มีอายุ 10
ขวบปีเท่านั้น ผิวของมันดูหยาบกร้าน รูปร่าง
ปราดเปรียวเหมือนกับเสืออันว่องไว ดวงตาทั้งคู่
เป็นดวงตาของสัตว์ร้ายทั้งยังเป็นสีแดงโลหิต
“อู่ อวี้ ในเมื่อข้ามีโอกาสได้ต่อสู้กับเจ้า ข้าจึงรู้สึก
ตื่นเต้นทุกวันและเวลา การที่ได้ต่อสู้กับบุคคลใน
ตำนานเช่นเจ้า มันจะได้เพิ่มพูนชื่อเสียงของข้าให้
โด่งดังมากยิ่งขึ้น ในวันนี้ เจ้าอย่าได้ทำให้ข้าต้อง
ผิดหวังเสียล่ะ……”หยาง เสวี่ยเชิง เหินร่อนลงมา
อยู่ลยนพื้นราวกับเป็นเสือ ก้าวเหยียบลงบนพื้นดิน
เดินทะลวงผ่านปั่าไม้ไป พุ่งไปหา อู่ อวี้ อย่าง
เงียบๆ
ในขณะพวกเขาสนทนากัน มือข้างหนึ่งของมันก็
พลิกขึ้น ปรากฏเป็นหอกกระดูกสีขาวหนึ่งเล่ม มัน
คล้ายกับ หอกหนามกระดูกขาวของ กู่ซวน แต่ก็
ไม่เหมือนกันซะทีเดียว บนตัวหอกยาวเต็มไปด้วย
หลุมรูมากมาย รูแต่ละรูมีโลหิตไหลออก หยดลง
บนพื้นอย่างต่อเนื่อง กัดกร่อนพื้นดินจนเป็นรู
ขนาดใหญ่
ฟาง เฉาชิน ได้รวบรวมข้อมูลของอีกฝั่ายมาให้กับ
อู่ อวี้ ดังนั้น อู่ อวี้ จึงรู้ว่าศาสตราสถิตวิญญาณที่
อยู่ในมือของอีกฝั่ายมีชื่อว่า ‘หอกกระดูกกลืน
โลหิต’ เป็นศาสตราเต๋าที่ หยาง เสวี่ยเฟิง ต้องใช้
แต้มผลงานถึงล้านแต้มถึงจะแลกเปลี่ยนมาได้
คุณภาพของมันค่อนข้างยอดเยี่ยม!
นี่เป็นหอกกระดูกที่กระหายซึ่งโลหิต ราวกับมีปาก
อยู่นับไม่ถ้วน ยามที่อยู่ในมือของอีกฝั่าย มันได้จับ
จ้องมาที่ อู่ อวี้ ด้วยสายตาที่ดูโลภและกระหาย
เลือดเป็นอย่างยิ่ง
ทั่วทั้งรอบด้านของ อู่ อวี้ มีสายตานับไม่ถ้วนจับ
จ้องมา หนึ่งในนั้นคือนิกายเซียนซูซัน พวกมันเป็น
เหมือนกับตัวแทนของนิกายเซียนซูซันทั้งนิกาย ใน
วันนี้โดยไม่ต้องคำนึงถึงผลแพ้ชนะ ข่าวคราวนี้
จะต้องแพร่กระจายไปถึงนิกายเซียนซูซันได้อย่าง
รวดเร็ว เกรงว่า หนานกง เหว่ย เซียนกระบี่กุ้ย
หยาง และพวกเซียนกระบี่เทียนจี จะต้องรับรู้ข่าว
นี้อย่างแน่นอน!
เขาไม่อาจที่จะพ่ายแพ้ได้!
ประกายตาของ อู่ อวี้ กลายเป็นเย็นชา เมื่อเทียบ
กับ หยาง เสวี่ยเฟิง แล้ว เขาดูปั่าเถื่อนและดุร้าย
ยิ่งกว่าเสียอีก ในตอนนี้เขานำเขาเหยียนหวงเบิก
ฟั้าออกมา และเข้าสู่ร่างจำแรงเซียนวานร ที่สวม
ใส่ชุดเกราะเซียนจักรพรรดิเพลิงเอาไว้บนร่าง
สายตาที่ลุกโชนขึ้นด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรง ราว
กับเป็นดวงตะวันสีทอง 2 ดวงของราชาวานรสี
ทอง วานรสีทองตัวนี้มีขนาดสูงใหญ่ ดูดุดันรุนแรง
ด้วยพลังกายเนื้อที่อันแข็งแกร่งจึงมีความ
คล้ายคลึงกับพลังอันบ้าคลั่งของเหล่าปีศาจ นิสัยดุ
ร้ายที่เป็นเอกลักษณ์ ระเบิดออกมาอย่างฉับพลัน
พุ่งเข้ากดดันไปยัง หยาง เสวี่ยเฟิง
“ช่างเป็นพลังจิตใจที่แข็งแกร่งยิ่งนัก!” การ
แสดงออกของ อู่ อวี้ เช่นนี้ ทำให้เหล่าผู้คน
สามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน
หยาง เสวี่ยเฟิง เป็นคนแรกที่เผชิญหน้ากับการ
โจมตีนี้ อย่างไรก็ตามมันไม่ได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย
ปากพลันยกยิ้มเย็นชา มันกลับรู้สึกตื่นเต้นมาก
ยิ่งขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยโลหิตสีแดง ทำให้คน
จำนวนมากรู้สึกกระสับกระส่าย
“ถ้าหากเป็นเช่นนี้ ข้าก็จะไม่เกรงใจแล้ว!”
การต่อสู้ครั้งนี้ สามารถปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ!
จิตสังหารพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภา!
หยาง เสวี่ยเฟิง สำแดงเคล็ดมหาวิถีเชื่อมสวรรค์
พลิกมือขึ้นมาหนึ่งข้าง พลังอำนาจของเคล็ดมหา
วิถีเชื่อมสวรรค์ ม้วนกวาดผ่านออกไป!
ในเวลานี้ ราวกับว่าร่างกายของมันระเบิดแหลก
สลายออกไป โลหิตกระจายอยู่เต็มท้องฟั้าโดยไม่
รู้ตัว ฝนโลหิตเหล่านั้น มันได้ม้วนกวาดออกไป
คล้ายกับรูปแบบของ ลั่วผิน ภายในเวลาสั้นๆ ทุก
คนต่างรู้สึกตกใจที่พบว่าบัดนี้ อู่ อวี้ และ หยาง
เสวี่ยเฟิง ได้จมลงไปอยู่ภายในทะเลโลหิตแล้ว!
ถึงแม้ว่าระดับของมันจะไม่เท่ากับมหาสมุทรสี
ครามที่ ลั่วผิน เพิ่งจะสำแดงออกมา แต่มันมันได้
ส่งกลิ่นคาวเลือดออกมาอย่างรุนแรง ราวกับว่า
ภายในนั้นได้ซุกซ่อนซากศพอยู่นับล้าน จึงสามารถ
ก่อให้เกิดเป็นทะเลโลหิตได้เช่นนี้!
อู่ อวี้ ขี่กระบี่บินจักรพรรดิลอยตัวขึ้นไปเหนือบน
ฟากฟั้า ปรากฏตัวอยู่เหนือทะเลโลหิต ทำให้ไม่ถูก
กลืนเข้าไปภายในทะเลโลหิต
นี่เป็นเคล็ดมหาวิถีเชื่อมสวรรค์ของ หยาง เสวี่ย
เฟิง มีชื่อว่า ‘โลหิตไร้ขอบเขต’ หากเข้าไปภายใน
ทะเลโลหิตนี้ ราวกับว่าได้ตกเข้าไปอยู่ในมิติอื่น จน
ไม่สามารถออกมาได้!
หยาง เสวี่ยเฟิง ในตอนนี้กำลังควบคุมโลหิตไร้
ขอบเขตแห่งนี้ ทำให้ทะเลโลหิตเดือดพล่าน น้ำ
ทะเลโลหิตรวมตัวกันจนเปลี่ยนมาอยู่ในรูปแบบ
ของปากขนาดใหญ่ พุ่งเข้าหา อู่ อวี้ เขาทำได้
เพียงสามารถหลบแค่ชั่วคราวเท่านั้น เพราะยังไง
แล้วเขาก็ไม่สามารถทำลายทะเลโลหิตนี้ได้โดยตรง
ตูม ตูม ตูม!
บนสนามรบโบราณ โลหิตม้วนกวาดไปทุกหนแห่ง
กลิ่นคาวโลหิตฟุั้งกระจายออกไป กล่าวได้ว่าคน
จำนวนมากไม่อาจที่จะรับได้ไหว ทำได้เพียงแค่
ขมวดคิ้ว และก้าวถอยหลังออกห่าง
สามารถเห็นได้ว่า บนทะเลโลหิต มีปากขนาดใหญ่
กำลังพุ่งไล่กลืนกิน อู่ อวี้ เพื่อที่จะดึง อู่ อวี้ เข้าไป
ภายในโลหิตไร้ขอบเขตให้ได้ ตามข่าวลือแล้ว ถ้า
หากถูกกลืนเข้าไปเขาก็จะกลายเป็นดั่งลูกไก่ในกำ
มือของ หยาง เสวี่ยเฟิง
จอมกระบี่ชื่ออิงอดไม่ได้ที่จะกระแอมไอออกมา 2
ครั้ง พร้อมกล่าวว่า “ด้วยเคล็ดมหาวิถีเชื่อม
สวรรค์เช่นนี้ หากอยู่ในนิกายเซียนซูซันย่อมไม่ได้
รับอนุญาตให้ฝึกฝนเด็ดขาด ระเบียบวินัยของนคร
จักรพรรดิเพลิงช่างหย่อนยานเสียจริง…….”
“แต่หากยังเป็นเช่นนี้ ภายใต้การโจมตีของ หยาง
เสวี่ยเฟิง อู่ อวี้ ก็ทำได้เพียงแค่หนีหัวซุกหัวซุน”
เฉิน ฟูั่หยู กอดอก รู้สึกเพลิดเพลิน จนต้องการที่
จะหัวเราะเยาะ ความอัปยศอดสูที่ถูก อู่ อวี้ มอบ
ให้ ยังตามมาหลอกหลอนมันจนถึงเวลานี้ จึงกล่าว
ถ้อยคำที่เน่าเหม็นเช่นนี้ออกมา ตัวมันทำได้เพียง
แค่จินตนาการว่าตนเองเป็น หยาง เสวี่ยเฟิง และ
ไล่ล่า อู่ อวี้ เช่นในตอนนี้……
แต่ในความเป็นจริง หยาง เสวี่ยเฟิง ก็ไม่ได้เผยร่าง
จริงออกมา ซึ่งไม่ว่ายังไงทะเลโลหิตยังไม่สามารถ
ทำอะไร อู่ อวี้ ได้อยู่ดี อู่ อวี้ ยังคงอยู่เหนือทะเล
โลหิต รอให้อีกฝั่ายออกมาทำการต่อสู้อย่างซึ่งๆ
หน้าอยู่
คาดว่า หยาง เสวี่ยเฟิง ก็เข้าใจเช่นเดียวกัน ใน
เวลาเดียวกับที่ปากของทะเลโลหิตกำลังไล่ล่า
ทันใดนั้นมันก็มาปรากฏอยู่ที่เบื้องหลัง อู่ อวี้ หอก
กระดูกโลหิตในมือของมันพวยพุ่งออกมา เต็มไป
ด้วยจิตสังหาร! เมื่อ อู่ อวี้ หันกลับมา เขาถือเสาเห
ยียนหวงเบิกฟั้าด้วยมือเดียว โดยไม่กล่าวสิ่งใด
เท้า 1 ข้างเหยียบไปบนพื้นผิวของทะเลโลหิต
พร้อมระเบิดพลังออกมา ทันใดนั้นทะเลโลหิตก็เว้า
ไป จนเกือบสัมผัสกับพื้นดิน
ตูม ตูม!
การปะทะกันหลากหลายครั้ง ทำให้ หยาง เสวี่ย
เฟิง ถูกลากออกมา ทั่วทั้งตัวเต็มไปดวยกลิ่นอาย
โลหิต! ทำให้ตัวมันเข้าใจได้ว่า หากปะทะกันตรงๆ
มันย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ อู่ อวี้
“ร่างอวตารโลหิต!”
ในตอนที่บินออกมา ใบหน้าของ หยาง เสวี่ยเฟิง
กลายเป็นเย็นชา จากนั้นสำแดงเคล็ดมหาวิถีเชื่อม
สวรรค์อีกหนึ่งวิชา ในตอนนี้ความจริงแล้วมัน
สามารถฝึกเคล็ดมหาวิถีเชื่อมสวรรค์เคล็ดที่ 2 ได้
แล้ว อู่ อวี้ ได้จับตามองเคล็ดมหาวิถีเชื่อมสวรรค์
เคล็ดที่ 2 โดยไม่ละสายตา โลหิตหลั่งไหลออกมา
จากทั่วทั้งร่างกายของมัน ทำให้ทั่วทั้งร่างของมัน
ราวกับไร้ซึ่งโลหิต ทำให้ร่างกายมันแห้งเหี่ยวลงไป
ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ตาม มันกลับปลดปล่อย
บรรยากาศที่คล้ายกับยมทูต ดวงตาทั้งคู่ที่เว้าลงไป
ดูโหดเหี้ยมสยดสยองไร้ที่เปรียบ ดวงตาของมัน
เป็นสีแดงโลหิต ราวกับเป็นดวงตาของซากศพ!
โลหิตที่ออกมาจากร่างกายของมัน มาปรากฏอยู่ที่
ข้างกาย พริบตาเดียวก็กลายเป็นร่างอวตาร 1
ร่าง!
ทุกๆการเคลื่อนไหวของร่างอวตาร และ หยาง
เสวี่ยเฟิง ปรากฎให้เห็นถึงความแข็งแกร่งอย่างยิ่ง
ร่างทั้ง 2 ไม่พูดไม่จา มุ่งเข้าประจันบานในทันที
ยามพวกมันลงมือ ทะเลโลหิตพลันม้วนกวาดอีก
ครา ปากทะเลโลหิตจำนวนมากพุ่งกลับมาไล่ล่า
พยายามกลืนอีกครั้ง ถึงแม้จะปรากฏเป็นคลื่น
ขนาดใหญ่ที่พุ่งมา แต่ก็มีบางส่วนได้ควบแน่นจน
กลายเป็นท่อนแขนมหึมา 1 ท่อน พุ่งเข้าหา อู่ อวี้
จากบนท้องฟั้า หมายมาดจะกลืนกินให้จงได้!
“ร่างอวตาร!?”
เมื่อได้เห็นร่างอวตารโลหิต อู่ อวี้ ยกยิ้มขึ้น เขาไม่
พูดไม่จา หยิบเส้นผมสีทองที่อยู่บนหัวของเขา
ออกมา 10 เส้น พร้อมเปั่าออกไป เส้นผมเหล่านั้น
เกิดการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นร่างอวตารวานรสี
ทอง 10 ร่าง ปรากฎอยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ ใน
เวลานี้ร่างอวตารโลหิตของอีกฝังกำลังจะพุ่งเข้า
มาถึง ทันใดนั้นร่างมันก็ถูกร่างอวตารทั้ง 10 ร่าง
ของ อู่ อวี้ ใช้เคล็ดมังกรทรราชผนึกสวรรค์
ล้อมรอบปิดผนึก ทำให้ไม่สามารถทำการต่อสู้ได้
อีกในทันที!
อู่ อวี้ ถือโอกาสนี้ พุ่งเข้าไปเผชิญหน้ากับ หยาง
เสวี่ยเฟิง ตรงๆ!
“มังกรโลหิตคำราม!”
จู่ๆ หยาง เสวี่ยเฟิง ก็พุ่งเข้าไปภายในทะเลโลหิต
คลื่นทะเลโลหิตซัดพุ่งสูงเสียดฟั้า โลหิตหมาปั่าที่
อยู่ในร่างของมัน พริบตาเดียวก็ผสานรวมกันเป็น
มังกรสีโลหิต 1 ตัว มังกรสีโลหิตบินอยู่เหนือทะเล
โลหิตที่กำลังคลุ้มคลั่ง พุ่งกวาดไปอย่างรวดเร็ว ใน
ชั่วพริบตา ตัวมันก็เพิ่มขนาดเท่ากับครึ่งหนึ่งทะเล
โลหิต จากนั้นก็พุ่งมาทำลายร่างอวตารของ อู่ อวี้
มังกรขนาดมหึมาได้พุ่งขึ้นสู่ฟากฟั้า มีพลังโจมตีถึง
หลายร้อยล้านจิน และสิ่งที่ปรากฎออกมาให้
เด่นชัดที่สุดนั่นก็คือหอกกระดูกกลืนโลหิตของ
หยาง เสวี่ยเฟิง!
พลังทำลายของเคล็ดมหาแก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์นี้น่า
หวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง!
อู่ อวี้ ต่อสู้ประลองฝีมือกับมันอย่างต่อเนื่อง ผลัด
กันรุกผลัดกันรับ ในตอนนี้มังกรโลหิตที่ก่อตัว
ขึ้นมาบนฟากฟั้าอย่างกระทันหัน ก่อกำเนิดเป็น
พลังอันยิ่งใหญ่ พุ่งโจมตีลงมาที่ อู่ อวี้ เกรงว่ามัน
จะสามารถฉีกร่างกายของเขาให้ขาดเป็นชิ้นๆได้
อย่างง่ายดาย นับตั้งแต่เริ่มการประลองในวันนี้ ดู
เหมือนว่าการโจมตีนี้จะรุนแรงที่สุดแล้ว จึงทำให้
เหล่าผู้ฝึกตนของทวีปแห่งทวยเทพต้องเบิกตา
กว้างขึ้น ในตอนนี้มันเป็นช่วงเวลาที่พวกเขารู้สึก
สั่นสะท้านมากที่สุด!
อู่ อวี้ ในตอนนี้เมื่อเทียบกับมังกรโลหิตแล้ว ตัวเขา
กลับมีขนาดเล็กจ้อยเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่า อู่ อวี้
จะสามารถยับยั้งร่างอวตารของอีกฝั่ายได้อย่าง
ง่ายดาย แต่ในตอนนี้ เขากลับต้องตกอยู่ใน
สถานการณ์ที่อันตราย!
ในช่วงวิกฤตอันตรายร้ายแรง!
พริบตา เบื้องหน้า อู่ อวี้ ก็ปรากฏเป็นร่างอวตาร
ออกมาอีก 90 ร่าง!
ฉากเบื้องหน้าปรากฎเป็นวานรสีทองยืนเรียงราย
กันอยู่หนาแน่น อู่ อวี้ ได้ให้ร่างอวตารเหล่านี้
ฝึกฝนจนเทียบเท่าได้กับขอบเขตตำหนักม่วงทะเล
มรกต นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมหาศาล!
“มังกรทรราชผนึกสวรรค์!”
เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดินของ อู่ อวี้ ปรากฏเป็น
มังกรทมิฬขนาดใหญ่ล้อมรอบร่างของมังกรโลหิต
มังกรทมิฬทั้ง 8 ตัวพุ่งคำรามเข้าใส่ ถึงแม้จะไม่
อาจเทียบได้กับขนาดที่ใหญ่โตของมังกรโลหิตตัวนี้
แต่ความแข็งแกร่งของมังกรทั้ง 8 ตัวนี้กลับ
สามารถต่อสู้ได้อย่างทัดเทียม ภายในเสี้ยวพริบตา
เกิดเป็นอ่างน้ำวนสีดำขนาดใหญ่ และปรากฏเป็น
มังกรทมิฬมากกว่า 700 ตัว ถึงแม้ว่าจะมีขนาด
เล็ก แต่เพียงแค่ในเวลาสั้นพวกมันก็สามารถ
พันธนาการมังโลหิต พุ่งเข้าไปขัดขวางสิ่งมีชีวิตที่
อยู่เบื้องหน้าได้อย่างรวดเร็ว!
มังกรโลหิตคำรามและพยายามต่อสู้ดิ้นรน ภายใต้
การก่อกวนของมังกรทมิฬ 700 กว่าตัวนี้ ทำให้
ท้องฟั้าต้องสั่นสะท้าน ก่อให้เกิดเป็นฉากที่น่าตื่น
ตะลึงยิ่ง!
ร่างอันเล็กกระจ้อยร่อยของ อู่ อวี้ ได้ปรากฏขึ้นอยู่
เหนือศีรษะของมังกรอย่างฉับพลัน ในตอนนี้มังกร
โลหิตที่เพิ่งจะปรากฏได้ออกมาถูกมังกรทมิฬฉีก
กระชากทำลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ซึ่งในเวลานี้
เอง อู่ อวี้ ก็ฟาดเสาเหยียนหวงเบิกฟั้าเข้าไป!
“อ๊า!”
หยาง เสวี่ยเฟิง ที่อยู่ ณ ตำแหน่งนี้ ตรงช่วง
หน้าอกและช่องท้อง มันถูกฟาดเข้าไปโดยตรง ทำ
ให้เกิดเป็นรอยแหว่งตรงตำแหน่งหน้าอกและช่อง
ท้อง จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ถึงขนาดเบิกตากว้าง
ขึ้นด้วยความเจ็บปวดและตกตะลึง!
ตูม!
มังกรโลหิตสูญสลายไป!
ภายใต้ความนึกคิดของ อู่ อวี้ ทำให้มังกรทมิฬ
ทั้งหมดหายไปในพริบตา บนท้องนภาหลงเหลือแต่
เพียงความว่างเปล่า ในเวลานี้ทุกคนสามารถ
มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า อู่ อวี้ สามารถจัดการได้
อย่างหมดจด เพียงแค่หนึ่งพลองกลับทำให้ หยาง
เสวี่ยเฟิง ถึงกับบาดเจ็บสาหัส ร่างของ หยาง
เสวี่ยเฟิง ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟั้า กระแทกเข้า
กับพื้นดิน ตัวมันได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง
ในตอนนี้เสาเหยียนหวงเบิกฟั้าก็ได้พวงพุ่งลงมา
พร้อมกับอีกฝั่ายและกดทับบนร่างของมัน ทำให้
ร่างกายของ หยาง เสวี่ยเฟิง สั่นสะท้านไปครู่หนึ่ง!
ตึง!
อู่ อวี้ หยิบหอกกระดูกกลืนโลหิตที่เปือนหยดโลหิต
ขึ้นมา ไปปรากฏอยู่ด้านข้าง หยาง เสวี่ยเฟิง และ
ได้นำหอกกระดูกกลืนโลหิตไปจ่อไปที่ลำคอของ
หยาง เสวี่ยเฟิง พร้อมกล่าวออกมาว่า “เจ้าแพ้
แล้ว”
ดวงตาทั้งคู่ของ หยาง เสวี่ยเฟิง เบิกกว้างขึ้น มัน
กัดฟัน ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่ยินยอม
อย่างไรก็ตามสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า ก็เป็นใบหน้าที่ไม่
แยแสของ อู่ อวี้ ทำให้ความตั้งใจของมันต้องปลิด
ปลิวกระเด็นไปไกลนับพันลี้ มันสูดลมหายใจเข้า
ลึกๆ ก้มศีรษะลงแล้วกล่าวว่า “ข้าขอยอมรับ
ความพ่ายแพ้ในครั้งนี้”
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีอันรุนแรงเช่นนี้ ทำให้
ความเชื่อมั่นของมันถูกทำลายมลายสิ้นไปในทันที
ในเวลานี้ อู่ อวี้ เงยหน้าขึ้น ทำให้สายตานับล้านที่
จับจ้องมองมาที่เขาต้องเปลี่ยนไป
เขาเข้าใจดีว่า ชีวิตคนเราพูดมากไปก็เท่านั้น
กระทำให้เห็นเป็นผลลัพธ์เสียจะง่ายกว่า
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ