กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 415 : ขูไหผูยิ่งใหญ
ฉิน ฝูเหยา นางสืบทอดมรดกเต๋ามาจากเทพธิดา
วายุ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิถีเชื่อมสวรรค์ หรือ เคล็ด
วิชาแก่นแท้ฟั้าดิน ล้วนยอดเยี่ยมล้ำเลิศเหนือกว่า
ผู้คนทั่ว ๆ ไป
เทพธิดาวายุ เป็นบรรพบุรุษผู้สร้างพรรคนิกาย
ย่อมไม่ด้อยไปกว่าจักรพรรดิกระบี่วิหคเพลิงหลาก
สี มรดกที่ หนานกง เหว่ย ได้รับสืบทอด อีกทั้งยังมี
ทักษะที่แปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง พื้นฐานฝึก
ตนของ ฉิน ฝูเหยา อยู่ในระดับตำหนักม่วงทะเล
มรกต ขั้นที่ 3 ทว่าพลังการต่อสู้ของนางเกือบจะ
เทียบเท่ากับระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 5
ผู้ที่มีฉายานามว่าสี่มหาจตุรเทพแห่ง นคร
จักรพรรดิเพลิง ควรจะเป็นผู้ที่มีความแข็งแกร่ง
เช่นเดียวกับ ฉิน ฝูเหยา หรือไม่ก็ มู่หรง ซวี่
แม้ว่า ฉิน ฝูเหยา จะไม่มีศาสตราเต๋าวิถีแท้ แต่ใน
ด้านอื่น ๆ ล้วนสมดุลหมดทุกด้าน
ในสนามรบโบราณ พายุพิโรธอันเกรี้ยวกราดม้วน
กวาดกระโปรงสีดำของนางพริ้วกระพือไหว
ท่ามกลางพายุโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง ไม่
สามารถมองเห็นการการเคลื่อนไหวของนางได้
ระดับความเร็วของนางนั้นน่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง
อาจกล่าวได้ว่า ฉิน ฝูเหยา นั้นเร็วที่สุด จาก
บรรดาผู้ที่มาเข้าร่วมประลองต่อสู้ใน สงครามเห
ยียน ครั้งนี้ทั้งหมดเลยก็ว่าได้ แม้กระทั่ง อู่ อวี้ ก็
ยังยากจะจินตนาการความเร็วของนางได้ ราวกับ
ว่าท่ามกลางพายุโหมกระหน่ำ นางคือส่วนหนึ่ง
ของมัน
ทันใดนั้นเองเสียงหัวเราะที่เสมือนดั่งเสียงของ
กระดิ่งเงิน ก็ดังขึ้นมาจากทุกหนทุกแห่ง
ดูเหมือนว่าในมือของนางจะถือพัดจีบอยู่คู่หนึ่ง พัด
จีบที่อยู่ในมือของนางนั้นสวยงามอย่างยิ่ง ประดุจ
ดอกโบตั๋นสีแดงสด ความสวยงามนี้ยิ่งขลับให้สตรี
นั้นดูงดงามมากยิ่งขึ้น ทุกสรรพสิ่งล้วนดูเสมือน
จริง
เมื่อ ฉิน ฝูเหยา โบกสะบัดพัดจีบคู่ที่ถืออยู่ในมือ
ในสนามรบโบราณก็เกิดพายุโหมกระหน่ำรุนแรง
ลมพายุโหมกระหน่ำสาดพัดกระจายไปทั่วทุกหน
ทุกแห่ง ล้วนปรากฏอยู่ภายใต้การควบคุมของพัด
จีบคู่นี้
ฉิน ฝูเหยา สวมใส่ชุดกระโปรงยาว รัดรูปกาย
ทรวดทรงช่างเย้ายวนส่งเสน่ห์อย่างยิ่ง ขณะที่มือ
ของนางกำลังโบกสะบัดพัดนั้น ให้ความรู้สึก
ประดุจดั่งหญิงสูงศักดิ์กำลังฟั้อนรำเริงระบำ
แน่นอนว่าการร่ายรำของนางแต่ละครั้งนั้น ได้
บังเกิดเป็นพลังวายุมหาศาลขึ้นบนสนามรบ
โบราณ
อย่างไรก็ตามการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ง่ายสำหรับ ฉิน ฝู
เหยา
คู่ต่อสู้ของนางเป็นถึงหัวหน้ากองร้อยระดับอาวุโส
มีฝีมือแข็งแกร่งล้ำเลิศ หัวหน้ากองร้อยระดับ
อาวุโสใน นครจักรพรรดิเพลิง ล้วนมีความรู้
ความสามารถอย่างล้ำลึกลึกซึ้ง นอกจากนี้เขายังมี
โอกาสสูงมากที่จะเข้าสู่รอบ 3 คนสุดท้าย
ภาพฉากการต่อสู้ของทั้งสองนั้นดุเดือดเลือดพล่าน
กล่าวได้ว่าเป็นการต่อสู้แบบพลิกฟั้าพลิกปฐพี
สั่นสะเทือนทลายภูผา ในที่สุดเวลาก็ผันผ่านไป
กว่า 1 ก้านธูป ฉิน ฝูเหยา อาศัยความเร็วกับมหา
วิถีเชื่อมสวรรค์ เผด็จศึกคว้าชัยชนะจากคู่ต่อสู้
แม้ว่าต้องเสียหยาดเหงื่อไปพอสมควร ถึงกระนั้น
นางก็แข็งแกร่งพอจะเข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้ายได้ ไม่
ปล่อยให้ผู้คนที่ชื่นชอบในตัวนางต้องผิดหวัง
ย่อมเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ ขุนพลฉิน จะรู้สึก
ยินดีเป็นอย่างยิ่ง หลังจาก ฉิน ฝูเหยา เข้าสู่รอบ 8
คนสุดท้าย นางก็มีโอกาสประสบความสำเร็จอย่าง
ใหญ่หลวงมากทีเดียว
ขณะที่ความสำเร็จของ ฉิน ฝูเหยา กำลังดำเนิน
ส่วน อู่ อวี้ ก็กำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงภวังค์แห่งการรู้
แจ้ง ซึ่งก็ดูเหมือนว่าทางฝัง เจียง จื่อซุน ก็
สามารถคว้าชัยชนะมาจากคู่ต่อสู้ได้เช่นเดียวกัน
อู่ อวี้ หวนคิดถึงตารางลำดับการต่อสู้ ก็พบว่าคู่
ต่อสู้ลำดับต่อไปของลั่วผินก็คือ เจียง จื่อซุน
อย่างไรก็ตาม เมื่อประเมินจากชัยชนะทั้งสองรอบ
ของ เจียง จื่อซุน กับ ฉิน ฝูเหยา อัจฉริยะวัยหนุ่ม
สาวเหล่านี้ เป็นไปได้สูงว่าจะได้รับชัยชนะใน
สงครามครั้งนี้ เนื่องจากมีทรัพยากรนานาชนิดกอง
พะเนินเทินทึกเอาไว้ฝึกฝนบำเพ็ญตน ซึ่งเวลานี้ยัง
นับเป็นช่วงรุ่งเรืองถึงขีดสุด แม้ว่าชนรุ่นก่อนจะมี
ประสบการณ์สูงมากเพียงใด แต่ด้วยความเก่าแก่
ชราทำให้หลายๆสิ่งหลายๆอย่างมิอาจทัดเคียง
เหล่ารุ่นเยาว์ได้แล้ว
การประลองในคู่ต่อไปก็คือ มู่หรง ซวี่
การโจมตีของ มู่หรง ซวี่ บังเกิดเป็นอัสนีฟาดผ่า
เก้าสาย สุรเสียงดังกึกก้องทรงพลังอำนาจมหาศาล
อย่างไร้ที่เปรียบ! ดูเหมือนมันจะถูกเรียกว่า ‘ยอด
มายาเก้าอัสนี’ ซึ่งเป็นเคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดินของ
มัน นับเป็นพลังอำนาจที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
บัดนี้ในสนามรบโบราณบังเกิดเป็นหลุมลึกขนาด
ใหญ่หลายแห่ง
มู่หรง ซวี่ กำลังแสดงความแข็งแกร่งของตนเอง
ออกมาให้เป็นที่ประจักษ์ คู่ต่อสู้ของเขา หาได้มี
ฝีมือเทียมเทียบเท่ากับ ฉิน ฝูเหยา ไม่ ฉะนั้นเขาจึง
ยังไม่ชักศาสตราเต๋าวิถีแท้ออกมาใช้ เขาสามารถ
สยบคู่ต่อสู้ให้ราบคาบด้วยพลังอำนาจของสาย
อัสนี ทำให้ชื่อเสียงของ 4 มหาจตุรเทพ ยกระดับ
พุ่งทะยานไปถึงขีดสุด!
ทว่าในยามนี้ 4 มหาจตุรเทพ ได้กำชัยชนะไป 3
คนแล้ว ยังเหลืออีกเพียง 1 มันผู้นี้เปรียบได้ดั่ง
ปีศาจเฒ่า ซึ่งฝึกตนบำเพ็ญเพียรมานานกว่า 200
ปี!
แม้กระทั่ง ขุนพลมู่หรง กับ ขุนพลคนอื่น ๆ ต่างไม่
คาดคิดว่า พวกเขาทั้ง 4 จะแสดงผลงานออกมา
ได้ยอดเยี่ยมมากเช่นนี้ เรียกได้ว่าเหนือกว่าความ
คาดหมาย
เวลานี้พวกเขาต่างได้รับคำชื่นชมสรรเสริญ จาก
ผู้คนทั่วทั้งใต้หล้า
ยังเหลือการต่อสู้อีก 2 รอบ ก็จะเข้าสู่การประลอง
ต่อสู้ในรอบ 8 คนสุดท้าย อีก 2 คู่ที่เหลือเป็นของ
หลี่ ขู่ไห่ กับคู่ต่อสู้อีกผู้หนึ่ง ส่วนอีกคู่เป็นของ อู่
อวี้ กับ ผู หยางอี
คู่ต่อสู้ของ หลี่ ขู่ไห่ น่าสะพรึงกลัวมากทีเดียว มัน
สวมชุดคลุมยาวสีดำ ฝึกฝนบำเพ็ญเพียรมานาน
นับร้อยปี ต่อสู้กับเหล่าปีศาจมาตลอดชั่วชีวิต ซึ่ง
บัดนี้กำลังยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า อีกทั้งมันผู้นี้
ยังเข้าใจถึง เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน ได้อย่างลึกซึ้ง
หลี่ ขู่ไห่ รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างที่สุด! อู่ อวี้ สังเกต
ได้อย่างแจ่มแจ้งเลยว่าก่อนจะเริ่มทำการประลอง
นั้น มันได้เบนสายตามาหาตนก่อนคราหนึ่ง ภายใน
ใต้หล้านี้ความแข็งแกร่งทางกายเนื้อของ หลี่ ขู่ไห่
นับว่าแกร่งกล้าล้ำเลิศอย่างยิ่ง แล้วการที่จู่ๆตนก็
ได้ปรากฎตัวขึ้นอย่างฉับพลันนี้ ย่อมเป็นเรื่อง
ธรรมดาที่มันไม่อาจจะยอมรับได้ มันจึงอยาก
พิสูจน์ตัวเอง เมื่ออยู่ภายใต้แสงตะวันในใต้หล้านี้
เพื่อวัดกันไปเลยว่ากายเนื้อของผู้ใดมันจะ
แข็งแกร่งกว่ากัน!
ในเวลานี้ หลี่ ขู่ไห่ กับคู่ต่อสูของมัน กำลังพุ่งเข้า
โรมรัน ต่อสู้ห้ำหั่นอย่างดุเดือดเลือดพล่าน
กายเนื้อของ หลี่ ขู่ไห่ นั้นน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
อันที่จริงแล้วพื้นฐานฝึกตนของมันอยู่ในระดับ
ตำหนักม่วงทะเลมรกต แต่ก็หาได้มีพรสวรรค์
เฉพาะตัวเทียมเทียบเท่ากับ ฉิน ฝูเหยา ทว่ากาย
เนื้อของมันช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก และแล้วมันก็
ระเบิดพลังหมัดออกไป! ทั่วทั้งร่างกายบังเกิดการ
เผาไหม้ ผิวหนังของมันถูกเผาไหม้กลายเป็นสีแดง
ประดุจดั่งเหล็กกล้า ราวกับว่ามีลาวาเกลือกกลิ้ง
อยู่ภายใน ไปว่าจะไปยังแห่งหนใดทุกสรรพสิ่งล้วน
ถูกกวาดผ่านทำลาย วิธีการต่อสู้ของมันคล้ายคลึง
ของ อู่ อวี้ เป็นอย่างมาก
สิ่งสำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ การต่อสู้โดยไม่คำนึงถึง
ความเจ็บปวดทางร่างกายยังคล้ายคลึงกับของ อู่
อวี้ เป็นอย่างยิ่งอีกด้วย มันต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง ใน
แบบที่เรียกว่าพังพินาศกันไปข้าง ไม่หวั่นเกรง
แม้ว่าจะต้องตกตาย ทำให้ผู้คนที่เฝั้าดูจากภาพ
การประลองต่างอกสั่นขวัญหายไปตาม ๆ กัน ทว่า
พลังทั้งกายเนื้อของ อู่ อวี้ นั้นเหนือกว่ามาก ถึง
กระนั้นก็ทำให้สามารถจินตนาการได้ว่า หลี่ ขู่ไห่
ต้องแบกรับความยากลำบาก ความขื่นขมทุกข์
ทรมาน จากการฝึกฝนมากมายเพียงใด ถึงจะได้
กายเนื้อเช่นนี้ ซึ่งความยากลำบากที่ได้รับย่อมไม่
แตกต่างจาก อู่ อวี้ อย่างแน่นอนที่สุด
ดังนั้นการต่อสู้ของ หลี่ ขู่ไห่ จึงดูดุดันรุนแรงเป็น
อย่างมาก ในขณะที่มันรเกือบจะพ่ายแพ้อยู่รอมร่อ
หลายต่อหลายครั้ง แต่แล้วในที่สุด มันก็พลิกผัน
สถานการณ์ขึ้นมาได้ครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นกัน มันพุ่ง
ทะยานเข้าใส่คู่ต่อสู้แบบไม่ยั้ง การจู่โจมแบบดุดัน
ของเขาทำให้ผืนปฐพีสั่นสะเทือน ภูผาต้องสั่น
สะท้าน ศิลาทลาย ต้นไม้น้อยใหญ่ต้องหักโค่นราบ
พนาสูร เมื่อ หลี่ ขู่ไห่ ระเบิดพลังออกมา
อีกทั้งคนผู้นี้ยังเชี่ยวชาญการต่อสู้ระยะประชิดเป็น
อย่างยิ่ง!
ทักษะยุทธของมัน แสดงให้เห็นว่าได้ผ่านการ
ฝึกฝนมาปีแล้วปีเล่า
อันที่จริงแล้ว อู่ อวี้ นั้นแลเห็น หลี่ ขู่ไห่ ซ้อนทับ
กับตัวตนของตนเอง
ความจริงแล้ว หลี่ ขู่ไห่ แสร้งปล่อยให้คู่ต่อสู้ของ
มันลุกไล่กดดันตั้งแต่เริ่ม
แต่ อู่ อวี้ รู้ดีว่า มันจะได้รับชัยชนะนี้อีกไม่ช้านี้
เนื่องจากการปั้องกันอันแข็งแกร่ของมัน อีกทั้ง
เจตจำนงความแน่วแน่ของมันยังน่าสะพรึงกลัวขีด
สุด หากฝั่ายตรงข้ามไม่สามารถจัดการมันได้ แล้ว
ถ้ามันพบโอกาสเพียงครั้ง มันสามารถจัดการ
สังหารฝั่ายตรงข้ามด้วยการโจมตีหนึ่งครั้งอย่าง
แน่นอน!
ไม่คาดคิดว่า หลังจากการต่อสู้เป็นตายผ่านไปได้ 2
ก้านธูป หลี่ ขู่ไห่ ก็พบโอกาสที่มันรอคอย ด้วย
หมัดที่ชกออกไปเพียงครั้ง ได้ส่งร่างคู่ต่อสู้ของมัน
ลอยละลิ่วออกจากสนามรบโบราณ จนตกอยู่ใน
สภาพอเนจอนาถ ได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างสาหัส
ทันที!
ในช่วงเวลานั้นเอง หลี่ ขู่ไห่ ก็เงยหน้าขึ้น พร้อม
แผดเสียงร้องคำรามดังสะเทือนเลือนลั่นไปทั่วทุก
สารทิศ เสียงคำรามอันดุร้ายปั่าเถื่อนนี้ ทำให้เหล่า
ผู้ฝึกตน ซค่งเฝั้าชมการต่อสู้อยู่โดยรอบ รู้สึกตก
ตะลึงไปตามกัน ๆ ส่งผลให้สนามรบโบราณจมลง
สู่ความเงียบอย่างสิ้นเชิง
หลังการต่อสู้จบลง 4 มหาจตุรเทพแห่ง นคร
จักรพรรดิเพลิง ขู่หลี่ ไห่ คือผู้ที่เอาชนะมาได้อย่าง
ยากลำบาก แต่ก็เป็นการประลองที่น่าตกตะลึงมาก
ที่สุดช่นกัน ไม่มีผู้ใดสงสัยความแข็งแกร่งของ หลี่
ขู่ไห่ แม้แต่น้อย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ฝูงชนตก
ตะลึงยิ่งไปกว่านั้นก็คือเจตจำนงอันบ้าคลั่ง และ
ความมุ่งมั่นในจิตใจซึ่งไม่ยินยอมรับความตาย
หลี่ ขู่ไห่ ทำให้ฝูงชนรู้สึกประทับใจถึงขีดสุด!
” อย่าคิดว่า หลี่ ขู่ไห่ จะตกเป็นฝั่ายเสียเปรียบ ใน
บรรดา 4 มหาจตุรเทพ ข้าคิดว่า เจียง จื่อซุน ก็
ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน”
” ถ้า หลี่ ขู่ไห่ ปราชัยให้แก่ มู่หรง ซวี่ ในบรรดา 4
จตุรเทพ เจียง จื่อซุน อาจเป็นผู้ถูกคัดออกเป็น
แรก ”
“ ใช่ เจียง จื่อซุน มีความเชี่ยวชาญในเคล็ดวิชา
กลไก อีกทั้งรูปแบบวิธีการต่อสู้ยังเฉลียวฉลาดเป็น
อย่างยิ่ง แต่ถ้าพูดถึงเจตจำนงแล้วล่ะก็ หลี่ ขู่ไห่
เรียกได้ว่ามีดหอกฟันแทงไม่เข้าอยู่ยงคงกระพัน
เลยเดียว ทั้งอาจหาญ และ น่าสะพรึงกลัวอย่าง
ยิ่ง”
“ ข้าคิดว่าผู้มีคุณสมบัติ 3 อันดับแรกในครั้งนี้ควร
จะเป็น มู่ห รง ซวี่ ฉิน ฝูเหยา และ หลี่ ขู่ไห่ ”
“ อันที่จริงแล้วนี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอันใด แน่นอน
ว่าข้าก็ไม่อาจมั่นใจได้ บางที ฉิน ฝูเหยา อาจตก
รอบ นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้สูงว่า หลี่ ขู่ไห่
กับ เจียง จื่อซุน การต่อสู้แย่งชิงที่ 3 กัน ”
“ ยังมีอีกคนหนึ่งในการประลองครั้งนี้ นั่นก็คือ อู่
อวี้ ผู้ถูกขนานนามว่า ‘อัจฉริยะคนที่ 5’ หากสงสัย
ว่าเขาสามารถเทียบเคียงกับ 4 มหาจตุรเทพได้
หรือไม่ ก็จงดูสงครามครั้งนี้ว่าเขาจะสามารถก้าว
เข้าสู่ 8 อันดับแรกได้หรือไม่! ”
ระหว่างที่ฝูงชนยังคงพูดคุยกันอยู่นั้น หลี่ ขู่ไห่ ก็ยัง
มิได้ก้าวออกจากสนามรบโบราณ หลังจากจบการ
ต่อสู้ มันก็แผดเสียงร้องคำรามดังสะเทือนเลือนลั่น
เพื่อปลดปล่อยอารมณ์ของตนเอง หลี่ ขู่ไห่ ก็
ประกายดวงตาจับจ้องมายัง อู่ อวี้ ภายในดวงตา
ของมันลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงอันน่าสะพรึงกลัว
จากนั้นก็กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดันหนักแน่นว่า ”
อู่ อวี้ ! หากเจ้าสามารถคว้าชัยจากคู่ต่อสู้ผู้นี้มาได้
ข้าจะมอบเม็ดยาปราณมรกต 2,000 เม็ดให้แก่
เจ้า! ”
สองล้านแต้มผลงาน!
ด้วยจำนวนมากมายมหาศาลนี้ ทำให้ผู้ฝึกตนกว่า
9 ใน 10 ส่วนต้องตัวสั่นเทาด้วยความตื่นตะลึง
2,000 เม็ดยาปราณมรกตนี่มันมากเกินไปแล้ว
หลี่ ขู่ไห่ ปรารถนาจะต่อสู้ห้ำหั่นกับ อู่ อวี้ อย่าง
แรงกล้า! นี่คือการต่อสู้ของกายเนื้อ หรือบางทีอาจ
เป็นสงครามแห่งความมุ่งมั่นและเจตจำนง อีกทั้ง
มันยังปรารถนาจะพิสูจน์ให้รู้ว่า ตัวมัน หลี่ ขู่ไห่
คือผู้มีกายเนื้อแข็งแกร่งมากที่สุดในใต้หล้านี้
เมื่อเป็นเช่นนี้ เหล่าผู้คนก็รู้สึกอิจฉาริษยา อู่ อวี้
ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
” เห่อ หากเป็นเช่นนี้ เกรงว่าแม้แต่เอาชีวิตเข้า
แลก อู่ อวี้ คงต้องทำให้ได้แล้ว! เพราะอย่างไรเสีย
2000 เม็ดยาปราณมรกต นี่คือจำนวนที่ไม่เคย
ปรากฏขึ้นมาก่อน ”
” สำหรับ อู่ อวี้ นี่คงเป็นความจริงที่ไม่อาจ
หลีกเลี่ยงได้ อย่างไรเสีย เขาก็ไม่ได้มีผู้หนุนหลัง
คอยเกื้อกูลช่วยเหลือเฉกเช่นอัจฉริยะคนอื่น ๆ
ดังนั้นถ้าคิดว่าเขาไม่น่าจะมั่งคั่งร่ำรวยเท่าใดนัก ”
“ หากชนะจะได้รับ 2,000 เม็ดยาปราณมรกต
คาดว่าตอนนี้ อู่ อวี้ คงดีใจจนเนื้อเต้นเสียแล้ว
กระมัง เขาช่างโชคดีเสียจริง บางทีคงเป็นเพราะ
ทั้งสองมีบางอย่างที่คล้ายคลึงกัน จึงทำให้ หลี่ ขู่
ไห่ ปรารถนาจะเผชิญหน้ากับเขาในสงครามครั้งนี้
ไม่แบ่งแยกชนชั้น ช่างโชคดียิ่งนัก ”
ด้วยจำนวน เม็ดยาปราณมรกต มากมายมหาศาล
นี้ เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนมากมายรู้สึกอิจฉาริษยา
พวกมันคิดว่า อู่ อวี้ ย่อมไม่ปล่อยให้โอกาสครั้งนี้
หลุดลอยไปอย่างแน่นอน
ในเวลาเดียวกันสาวกจาก นิกายเซียนซูซัน ก็
กล่าวขึ้นว่า ” อย่าไปสนใจมากนัก คู่ต่อสู้ของ อู่
อวี้ มิได้อ่อนแอ มันย่อมไม่ได้รับเม็ดยาปราณมรกต
2,000 เม็ดอย่างแน่นอน!”
” ใช่ นี่คือการใช้จ่ายเพื่อซื้อความสุขเพียงเท่านั้น
ไม่ต่างจากเคาะกะลาให้หมาดีใจ อย่าเพิ่งด่วนเพิ่ง
ด่วนสรุปมันยังเร็วเกินไปนัก ”
ในเวลานี้ทุกผู้คนบังเกิดความสับสนอลหม่าน
คนส่วนใหญ่ต่างคิดว่า อู่ อวี้ นั้นโชคดีเป็นอย่างยิ่ง
คนอื่น ๆ ตามปรารถนาใคร่อยากขึ้นสู่อันดับที่ 2
เนื่องจากพวกมันจะได้รางวัลตอบแทนถึง 3 ล้าน
แต้มผลงาน แต่เขาเพียงเข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้าย ก็
จะได้รับ 2 ล้านแต้มผลงาน! ผนวกกับรางวัลของ
นครจักรพรรดิเพลิง ที่ต้องมอบให้แก่ผู้เข้าร่วม
ประลอง เท่ากับว่าเขาจะได้ 2500 เม็ดยาปราน
มรกต!
อู่ อวี้ เปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างสุดจะกลั้น
ในครานั้น เปั่ยซาน ม่อ ยื่นข้อเสนอว่าจะมอบเม็ด
ยาปรานมรกตให้กับเขา 1000 เม็ด โดยมีข้อแม้ว่า
ให้เขาถอยห่างออกจาก หนานกง เหว่ย
ส่วนตอนนี้ หลี่ ขู่ไห่ ต้องการกระตุ้นเขาโดยจะ
มอบ เม็ดยาปราณมรกต 2000 เม็ด เพื่อให้เขา
พยายามเอาชนะคู่ต่อสู้ในรอบนี้ให้จงได้ จะได้มี
โอกาสหลุดมาต่อสู้กับตนเอง
ทั้งหมดล้วนช่างเป็นเรื่องน่าอัปยศสิ้นดี
” เห็นข้าไร้ความสามารถถึงเพียงนี้เชียวหรือ ถึงได้
ทำตัวสูงส่งเฉกเช่นฮ่องเต้ก็ไม่ปาน มาฉีกหน้าข้า
เช่นนี้? ”
อู่ อวี้ เย้ยหยันอยู่ในใจ
อู่ อวี้ กล่าวขึ้นด้วยเสียงดังฟังชัดว่า ” เม็ดยา
ปราณมรกตเช่นนั้นหรือ รอให้ข้าเอาชนะเจ้าได้
ก่อน เมื่อนั้นค่อยนำมันมามอบให้ข้า ”
ช่างเป็นถ้อยคำอาจหาญท้าทายยิ่งนัก!
ถึงแม้จะยอมรับเม็ดยาปราณทะเลมรกต แต่
แนวทางความคิดนั้นแตกต่างกัน! หลี่ ขู่ไห่
พยายามยั่วยุให้เขาพยายามเอาชนะ ผู หยางอี ให้
จงได้ เมื่อนั้นมันจะมอบเม็ดยาปราณมรกตให้แก่
เขา 2,000 เม็ด แต่ อู่ อวี้ กลับกล่าวว่า จะยอมรับ
เม็ดยาหลังจากที่เอาชนะมันได้แล้ว! นี่ไม่ใช่การให้
ทาน แต่มันคือ ความพ่ายแพ้ของ หลี่ ขู่ไห่ ต่อ อู่
อวี้ ! ”
โห่ห่ห่ห่ห่ห่!
ทุกผู้คนส่งเสียงโห่ร้องด้วยความริษยา
” เกรงว่า อู่ อวี้ ได้แหย่รังแตนเข้าเสียให้แล้ว”
” ยังกระทำตัวหาญกล้า เฉกเช่นกินดีหมีเหมือน
ตอนที่อยู่ ซูซัน มันไม่เคยรู้ว่าผู้ใดสามารถยั่วยุได้
หรือไม่สามารถไปยั่วยุได้”
” ในครานั้นมันกล้าบังอาจท้าทาย เปั่ยซาน ม่อ
แล้วในที่สุดมันก็ถูกขับไล่ออกจากซูซัน เกรงว่า
บทเรียนในครั้งนั้นยังไม่เพียงพอสาแก่ใจ ตามการ
คาดเดาของข้ามันต้องอยู่ที่นครนี้ได้ไม่นานอีกเป็น
แน่ นครจักรพรรดิเพลิง ไม่อาจยอมรับผู้โง่เขลา
หยิ่งผยองเช่นนี้ได้ ”
ทุกคนต่างเปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างขบขัน
โดยเฉพาะ หลี่ ขู่ไห่ สีหน้าของมันในตอนนี้น่า
เกลียดน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง จากนั้นมันก็กล่าวขึ้น
ว่า ” ได้ตามที่ต้องการ อย่างไรก็ตามหากเจ้าพ่าย
แพ้ นับแต่นี้เป็นต้นไป เจ้าอย่าได้บังอาจนำตนมา
เปรียบเทียบกับข้าอีก นั่นก็เพราะเจ้าไม่มี
คุณสมบัติเพียงพอที่จะเทียบเคียงกับข้าได้! ”
ในเวลานี้ชายชราผู้มีนามว่า ผู หยางอี ได้มาถึง
สนามรบโบราณแล้ว มันยิ้มแล้วกล่าวขึ้นว่า ”
หนุ่มน้อยทั้งสองเอ๋ย ไม่เห็นชายชราผู้นี้อยู่ใน
สายตาเลยใช่หรือไม่? ต่อให้เป็นมนุษย์ดินก็ยังมี 3
อารมณ์ หากพวกเจ้าปรารถนาต่อสู้กัน แน่นอน
ผู้ชายชราผู้นี้ย่อมไม่อาจยอมรับได้”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ