กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 416 : แผนซอนแผน
หลี่ ขู่ไห่ จับจ้องไปยัง อู่ อวี้ อย่างเอาเป็นเอาตาย
จนลืมตัวตนของชายชราเช่น ผู หยางอี ดังนั้นจึง
ทำให้ในใจของชายชราผู้นี้เกิดเป็นความรู้สึกไม่
พอใจอย่างยิ่ง
ผู้ฝึกตน ยิ่งแก่ชราก็ยิ่งมีนิสัยที่ดื้อรั้น จริงๆแล้ว ผู
หยางอี รู้สึกเดือดดาลเป็นอย่างยิ่ง ที่รู้สึกว่าตัวเอง
ถูกเพิกเฉย ทำให้มันต้องขายขี้หน้า
“หึ” หลี่ ขู่ไห่ มองไปที่ อู่ อวี้ อย่างไม่แยแส
จากนั้นจึงหลบออกมาจากภายในสนามรบโบราณ
ในตอนนี้เหลือเพียงแค่ อู่ อวี้ และ ผู หยางอี
เนื่องจาก อู่ อวี้ ได้เผชิญหน้าตาต่อตาฟันต่อฟัน
กับ หลี่ ขู่ไห่ ทำให้เหล่าฝูงชนทั้งหลายเกิดเป็น
ความอยากรู้อยากเห็น ผู้คนต่างก็กระตือรือร้น
ต้องการที่จะเห็นการเผชิญหน้ากันระหว่าง อู่ อวี้
กับ หลี่ ขู่ไห่ ดังนั้นการต่อสู้รอบสุดท้ายของ อู่ อวี้
นี้ เห็นได้ชัดว่าจะต้องตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง
“ในหลายปีมานี้ ใครก็ตามที่กล้ามองข้ามเหล่าฝู
มักจะลงเอยไม่ดีมาโดยตลอด ไม่ว่ามันผู้นั้นจะเป็น
อัจฉริยะหรือไม่ก็ตาม เจ้าเด็กน้อย หากเจ้า
ต้องการที่จะนำเม็ดยาปราณมรกตไป 2,000 เม็ด
เจ้าต้องถามข้าก่อนว่าข้ายินยอมหรือไม่!” ผู หยาง
อี ตะโกนด้วยน้ำเสียงอันดุร้าย มันจับจ้องมาราว
กับเสือที่จ้องเหยื่อ น้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยพลัง
ที่สะข่มคู่ต่อสู้ให้สยบ
อู่ อวี้ ไม่ต้องการที่จะพูดไปมากกว่านี้ ตอนนี้
สายตาของคนนับไม่ถ้วนได้จับจ้องมา สายตา
เหล่านั้นราวกับสามารถทำให้ร่างของคนผู้นั้นต้อง
ลุกไหม้ขึ้น จิตนาการได้เลยว่า การต่อสู้ในครั้งนี้ทุก
คนต่างคิดถึงผลลัพธ์ไปต่างๆนาๆ
ในการต่อสู้ของสงครามเหยียนอันรุนแรง ไม่ว่า
อะไรก็อาจจะเกิดขึ้นได้ เนื่องจากความแข็งแกร่ง
ของทุกคนไม่ต่างชั้นกันมากเกินไป
ซึ่งไม่ว่า อู่ อวี้ หรือ ผู หยางอี ก็สามารถชนะได้ทั้ง
คู่ ไม่อาจคาดเดาได้ เพียงแต่ว่า ผู หยางอี ดู
เหมือนจะมีโอกาสชนะมากกว่า เพราะยังไงแล้ว
ชายชราผู้นี้ก็มีความสามารถเทียบเท่าได้กับ 4
มหาจตุรเทพแห่งนครจักรพรรดิเพลิงได้เลย จึงทำ
ให้มีภาษีที่ค่อนข้างดีกว่า
“อู่ อวี้ ไม่อาจที่จะเข้าไปอยู่ในรอบผู้แข็งแกร่ง 8
คนได้หรอก!”
“ยิ่งมันเก่งกาจมากเท่าไหร่ นิกายเซียนซูซันของ
พวกเราก็ยิ่งขายหน้ามากยิ่งขึ้น! เจ้าเด็กผู้นี้
ต้องการที่จะพิสูจน์ตัวเอง เพื่อหวังที่จะตบหน้า
นิกายเซียนซูซันและเซียนกระบี่เทียนจีกับเซียน
กระบี่กุ้ยหยางของพวกเรา”
ในขณะที่เหล่าสาวกนิกายเซียนซูซันกำลังสนทนา
กันถึงเรื่องนี้ ทางด้านของ อู่ อวี้ และ ผู หยางอี ก็
เริ่มทำการต่อสู้กันอย่างดุเดือด
ผู หยางอี ช่างเป็นคนที่ผิดแผลกมากคนหนึ่ง ใน
ตอนที่พึ่งจะเริ่มการต่อสู้ ก็สำแดงเคล็ดวิชามหาวิถี
เชื่อมสวรรค์ ทำให้ผมสีขาวแผ่กระจายไปทั่ว นับ
หมื่นลี้ทั่วสนามรบโบราณ พันเลี้ยวไปทั่วทุก
ทิศทางราวกับเป็นอสรพิษ เริงระบำไปบนพื้นดิน
ก่อให้เกิดเป็นปั้อมปราการ!
“กล้าที่จะไม่เห็นข้าอยู่ในสายตา เช่นนั้นข้าจะทำ
ให้ตัวเจ้าต้องเต็มไปด้วยรูพรุนนับร้อยนับพัน!”
ใบหน้าของชายชรากลายเป็นสีแดง พร้อมคำราม
ออกมา ทันใดนั้นเส้นผมสีเงินของมันก็ม้วนขดไป
มาเหมือนเกลียวคลื่นทะเล ดูสวยสดงดงาม แต่
จริงๆมันคือเครื่องมือสังหารอันน่าหวาดกลัว มี
ข่าวลือว่า ผู หยางอี เพียงผู้เดียวก็สามารถ
เผชิญหน้าเข่นฆ่ากับปีศาจได้นับ 1,000 ตัว ผมสี
เงินที่กระจายออกไปทั่ว กลายเป็นหอกพุ่งเจาะ
ทะลวงไปตรงๆ สามารถสังหารเจาะทะลวงคนนับ
1,000 ได้เพียงเวลาไม่นาน
ตูม ตูม ตูม!
เส้นผมสีเงินพุ่งไปบีบรัด เจาะทะลวง ไม่ว่าจะเป็น
ต้นไม้หรือก้อนหิน ที่ถูกเส้มผมบีบรัดและเจาะ
ทะลวง พวกมันต้องแตกกระจายปั่นปี
อู๋ อวี้ เผชิญหน้ากับการโจมตีนี้โดยตรง!
ทุกคนอดที่จะอุทานอย่างตื่นตะลึงไม่ได้ พร้อมทั้ง
เป็นกังวลแทน อู่ อวี้ ทันใดนั้นเขาเกิดการ
เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ร่างอวตารนับร้อยของ
อู่ อวี้ มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าของ ผู หยางอี ใน
เวลาสั้นๆ เหล่าร่างอวตารได้ล้อมรอบมันเอาไว้
จากนั้นพลันแยกย้ายกระจายออกไปเป็นวงกว้าง
ทันที เพื่อปิดล้อม ผู หยางอี
ฉากอันอลังกาลเบื้องหน้านี้ ทำให้ทุกคนรู้สึกชื่นชม
ความสามารถของร่างอวตารของ อู่ อวี้
ผู หยางอี เหลือบมองไปรอบๆด้าน เพราะมันไม่รู้
ว่าร่างไหนคือร่างจริงของ อู่ อวี้
อย่างไรก็ตามมันก็สามารถตอบสนองได้ในทันที
เส้นผมสีเงินเริงระบำเต็มท้องฟั้า กลายเป็นเข็มสี
เงินเปล่งประกายพุ่งแทงทะลุออกไป แทงสังหาร
ทั้งร่างอวตารและร่างจริง อู่ อวี้ ไปตลอดทาง
ฟิวววววว!
ในพริบตานั้น ร่างอวตารของ อู่ อวี้ เคลื่อนไหว
อย่างรวดเร็ว สำแดงเคล็ดวิชาในการต้านทาน บิน
หลบหลีกออกไป หลังจากที่ ผู หยางอี ต้องการที่
จะจัดการร่างอวตารนับร้อย ทำให้พลังของเส้นผม
บนศีรษะของมันลดลงไปอย่างมหาศาล ดังนั้นจึง
เหลือเส้นผมอีกเพียงเล็กน้อยที่สามารถทำการ
โจมตีได้
อย่างไรก็ตาม มันได้คำรามออกมา พร้อมใช้พลัง
ทั้งหมด พุ่งไล่เข่นฆ่าร่างอวตารของ อู่ อวี้
บางครั้งมันก็โจมตีถูกร่างจริงของ อู่ อวี้ แต่เขาได้
รีบเข้าไปหลบอยู่ท่ามกลางร่างอวตาร มันจึงไม่รู้ว่า
นี่เป็นตัวจริงและมองข้ามผ่านไป
“อย่ามัวแต่หลบหนีเช่นนี้!”
ผู หยางอี คำรามออกมาด้วยโทสะ
“ประตูผนึกวิญญาณ!”
มันนำแสดงศาสตราสถิตวิญญาณออกมา วางไว้ที่
เบื้องหน้าของตนเอง ประตูผนึกวิญญาณ
ปลดปล่อยลำแสงออกมาหนึ่งสาย ไม่ว่าที่ใดที่ถูก
ลำแสงส่องไปถึง มันจะทำให้จิตวิญญาณต้องรู้สึก
สั่นสะท้าน ในเวลาสั้นทำให้เกิดเป็นความรู้สึกถึง
แรงกดดันอันยิ่งใหญ่ ราวกับหัวถูกทุบอย่างรุนแรง
จนต้องรู้สึกมึนงง
อย่างไรก็ตามร่างอวตารของ อู่ อวี้ ไม่มีวิต
วิญญาณ ดังนั้นประตูกลืนวิญญาณนี้ จึงไร้
ประโยชน์กับ อู่ อวี้ อย่างสิ้นเชิง จากนั้นร่าง
อวตารก็ได้แปรขบวนอย่างรวดเร็ว ตราบใดที่ร่าง
จริงของเขาไม่ถูกโจมตีอย่างรุนแรง และยังคงหลบ
ซ่อนอยู่ภายในนั้นก็ย่อมไร้ผล ในตอนนี้ประตูกลืน
วิญญาณและเข็มสีเงินที่กระจายอยู่ทั่วทั้งท้องฟั้า
ยังคงหาเขาไม่เจอ
สำหรับฉากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า จริงๆ
แล้วถือว่า ผู หยางอี อยู่ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบ
ทุกคนเห็นเพียงแต่ว่าถึงแม้ร่างอวตารของ อู่ อวี้
จะมีเยอะแยะ แต่ว่าเขาเป็นผู้ถูกไล่ล่าโจมตีอยู่ฝั่าย
ด้วย บางครั้งต้องสูญเสียร่างอวตารไปร่างหรือ 2
ร่าง
เมื่อเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ ร่างอวตารของ อู่ อวี้
จำต้องยิ่งมายิ่งลดน้อยลงไป
ทำให้ในการต่อสู้นี้เริ่มตกอยู่ในสถานการณ์ที่
อันตราย
“เคล็ดมหาวิถีเชื่อมสวรรค์ของ ผู หยางอี ‘เข็ม
เงิน’ที่น่าหวาดกลัวเช่นนี้ ทำให้ อู่ อวี้ หาโอกาสที่
จะโจมตีกลับไปไม่ได้เลยแม้แต่น้อย!”
“เห็นว่า อู่ อวี้ต้องการที่จะท้าทาย หลี่ ขู่ไห่ แต่ดู
เหมือนจะไม่มีโอกาสมากนัก”
“ดูไปแล้ว เขาอาจจะต้านทานได้อีกไม่นานนัก
แน่นอนว่าขิงยิ่งแก่ก็จะยิ่งเผ็ด ภายใต้สถานการณ์
เช่นนี้ อู่ อวี้ หาโอกาสที่จะเข้าไปใกล้ตัวมันไม่ได้
เลย”
เกิดเป็นหัวข้อพูดคุยกันมากมาย อย่างไม่ขาดปาก
อย่างไรก็ตามทั้งหมดทั้งมวลย่อมมิได้ส่งผลกระทบ
ต่อตัว อู่ อวี้ แต่อย่างใด
“เจ้าเศษสวะ เจ้าทำได้เพียงแต่หลบหนีหัวซุกหัว
ซุนเช่นนี้?” ชายชรา ผู หยางอี ผู้นี้ อยู่ใน
สถานการณ์ที่ได้เปรียบ มันจึงตกอยู่ในความ
ลำพองใจยิ่ง
ทันใดนั้น ร่างอวตารนับร้อยของ อู่ อวี้ ก็หยุดฝีเท้า
ลง ฉับพลันนั้นก็หันกายกลับมา สำแดงเคล็ดวิชา
มังกรทรราชผนึกสวรรค์ออกมาในเวลาเดียวกัน!
ฉากที่ดูคุ้นเคยปรากฏขึ้นอีกครั้ง เช่นเดียวกับตอน
ที่ อู่ อวี้ เอาชนะ หยาง เสวี่ยเฟิง ในตอนนี้ทำให้
เกิดเป็นกระแสน้ำวนขนาดใหญ่ มังกรทมิฬพุ่ง
ออกมานับร้อย บางส่วนพุ่งเข้าไปพัวพัน ผู หยางอี
อีกส่วนหนึ่งก็พุ่งไปหาผมสีเงินของอีกฝั่าย ในเวลา
สั้นๆ ผู หยางอี ก็ถูกควบคุมอย่างสมบูรณ์แบบ
มังกรทมิฬคำรามดังสนั่น พุ่งไปปะทะกับเส้นผมสี
เงินของ ผู หยางอี เกิดเป็นการเผชิญหน้าอย่าง
รุนแรง ผมสีเงินที่เหมือนกับอสรพิษจำนวนนับไม่
ถ้วนได้โหมโรมรันกับมังกรทมิฬอย่างกลืนไม่เข้า
คายไม่ออกจนถูกพันธนาการไป ฉากเบื้องหน้านี้ดู
แล้วช่างตื่นตาเป็นอย่างยิ่ง
ชั่วพริบตา วิชาของ อู่ อวี้ ได้ถูกนำกลับมาใช้อีก
ครั้ง ท่ามกลางฝูงชน อู่ อวี้ ชูเสาเหยียนหวงเบิก
ฟั้าขึ้น ทันใดนั้นคนเร่งพุ่งทะยานออกไป เมื่ออีก
ฝั่ายถูกเคล็ดมังกรทรราชผนึกสวรรค์พันธนาการ
อยู่ เสาเหยียนหวงเบิกฟั้าของเขา จึงได้ฟาดลงไป
อย่างรวดเร็ว เสาเหยียนหวงเบิกฟั้าแปรเปลี่ยน
ขยายเป็นขนาดมหึมาพุ่งลงมาจากท้องฟั้า หมาย
กระแทกไปที่ศีรษะของ ผู หยางอี อย่างรุนแรง!
“วงเวทย์จักรพรรดิเพลิงหวงผ่าปฐพี!”
ฉับพลันนั้นเอง แสงสีทองระเบิดพวยพุ่งออกไปทุก
ทิศทาง!
ภายใต้การโจมตีนี้ เปั้าหมายก็คือศีรษะของ ผู
หยางอี ที่ถูกมังกรทมิฬรัดพันเอาไว้อยู่! ในเวลานี้
ผู หยางอี ซึ่งกำลังต่อต้านอย่างรุนแรง เมื่อ อู่ อวี้
ถือกำเสาเหยียนหวงเบิกฟั้าเอาไว้ในมือปรากฎตัว
ออกมา มันก็ระเบิดเสียงหัวเราะขึ้นมา กล่าวว่า
“ในที่สุดข้าก็หาร่างจริงของเจ้าเจอ!”
ในพริบตานั้นเอง ประตูผนึกวิญญาณของมันก็ถูก
ควบคุม ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการยากที่จะทำลาย
มังกรทมิฬของ อู่ อวี้ แต่ประตูบานนั้นก็มาปรากฏ
อยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ ในเวลาเดียวกัน เส้นผมสี
เงินทั้งหลายทั้งปวงก็พุ่งเข้าไปฉีกกระชากมังกร
ทมิฬออกเป็นชิ้นๆ แม้กระทั่งร่างของมันเองก็
เกือบจะกลายเป็นอิสระ ในตอนนี้ อู่ อวี้ ไม่อาจที่
จะควบคุมมันได้อีกต่อไปแล้ว
“ผนึกวิญญาณ!”
ผู หยางอี ควบคุมประตูผนึกวิญญาณบานนั้น ทำ
ให้วงเวทย์จักรพรรดิหวงผ่าปฐพีของ อู่ อวี้ ที่พุ่ง
โจมตีมาตอนก่อนหน้านี้ถูกลำแสงของประตูผนึก
วิญญาณตีฝั่าทะลวงกระชั้นชิดเข้าไปเรื่อยๆ จน
กระทบเข้ากับร่างกายของ อู่ อวี้ เป็นเรื่องยากที่ ผู
หยางอี จะค้นหาร่างจริงของ อู่ อวี้ จนพบ
แน่นอนว่าการโจมตีนี้รุนแรงเป็นอย่างยิ่ง! การ
โจมตีในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่มีพลังผนึกวิญญาณ แต่
ยังรวมถึงแก่นแท้ตำหนักม่วงเข้าไปอีกด้วย!
ตูม!
เสาเหยียนหวงเบิกฟั้าบินปลิวกระเด็นออกไป
ร่างกายของ อู่ อวี้ ระเบิดออกในช่วงเสี้ยววิ
ชั่วขณะจิตทุกคนต่างรู้สึกตกใจ พวกมันไม่เคย
คาดคิดมาก่อน ว่า อู่ อวี้ จะต้องตกตายไปเช่นนี้!
“มันเกิดอะไรขึ้น!”
คนจำนวนมากกรีดร้อง
เกิดเป็นความโกลาหลวุ่นวายทุกหนแห่ง
กลอุบายของ ผู หยางอี ประสบผลสำเร็จ มันรู้ว่า
อู่ อวี้ จะต้องใช้เคล็ดมังกรทรราชผนึกสวรรค์
ดังนั้นจึงจงใจแสดงความเพรี่ยงพร้ำเปิดโอกาสให้
อู่ อวี้ โจมตีเข้ามา เพื่อเผยร่างจริงของ อู่ อวี้
จากนั้นก็ระเบิดพลังทั้งหมดที่มีออกไป ยามนี้ไม่
เพียงแต่จัดการ อู่ อวี้ ลงได้ แต่มันยังสามารถฉีก
กระชากมังกรทมิฬจนหลุดออกจากพันธนาการมา
ได้แล้ว
“อู่ อวี้!” ทุกคนตกใจและสั่นสะท้าน หัวใจเต้นแรง
ขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงเวลานี้ พื้นที่ด้านหลังใกล้ๆกับ ผู หยางอี มี
ร่างอวตารร่างหนึ่งของ อู่ อวี้ ทำการลอบโจมตีเข้า
มา ในมือคร่ากุมกระบี่ทมิฬพุ่งทะลวงแทงเข้าไปที่
ด้านหลังอย่างรวดเร็ว ผู หยางอี ที่กำลังอยู่ใน
อาการดีอกดีใจจนเผลอเรอ กลับปรากฎเป็นการ
โจมตีฉับพลันอย่างไม่ทันตั้งตัว ผู หยางอี จึงกรีด
ร้องคำรามออกมา ใบหน้ากลายเป็นซีดขาว ตกใจ
ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้!
ในเวลานี้เอง ร่างอวตารของ อู่ อวี้ เก็บกระบี่ทมิฬ
เข้าไป จากนั้นก็บินไปหยิบเสาเหยียนหวงเบิกฟั้า
ถือเอาไว้มาไว้ในมือ และฟาดเข้าไปที่ศีรษะของ ผู
หยางอี อีกคราจนร่างกายของ ผู หยางอี กระแทก
ลงไปบนพื้นดิน หลังจากได้รับการโจมตีที่หนัก
หน่วงเช่นนี้เข้าไป ผู หยางอี พลันสลบไสลไป
ในทันที ไม่สามารถสู้ต่อไปได้อีก
เดิมทีคิดว่า อู่ อวี้ พ่ายแพ้และตกตายลงไป
สถานการณ์พลิกผันอย่างฉับพลัน เมื่อทุกคนเห็น
ว่า ผู หยางอี นอนหมดสติอยู่บนพื้นดิน และร่าง
ของ อู่ อวี้ ร่วมร้อยกำลังล้อมตัวมันเอาไว้อยู่ ทุก
คนจึงรู้ว่า ดูเหมือนการต่อสู้ในครั้งนี้ อู่ อวี้ จะ
ได้รับชัยชนะมาครองแล้ว…….
ที่จริง อู่ อวี้ เพียงแค่ซ้อนกลอุบายเข้าไปอีกชั้น
เพียงเท่านั้น
วิธีการเช่นนี้ เขาได้เคยใช้มาก่อนจนคุ้นชินเสียแล้ว
เขาคาดว่า ผู หยางอี จะต้องเตรียมการรับมือเคล็ด
วิชามังกรทรราชผนึกสวรรค์ของเขามาอย่าง
แน่นอน การจะจัดการมันไม่ใช่เรื่องง่ายดาย ดังนั้น
เขาจึงเตรียมการแผนซ้อนแผนขึ้นมาอีกชั้น
ก่อนที่จะใช้เคล็ดมังกรทรราชผนึกสวรรค์ เขาได้ให้
ร่างอวตารร่างหนึ่งของเขา ถือเสาเหยียนหวงเบิก
ฟั้าพุ่งไปโจมตี ซึ่งในเวลานั้น ผู หยางอี จะต้อง
กำลังมองหาร่างจริงของเขาอยู่ และมันจะต้องคิด
ว่าร่างที่ถือเสาเหยียนหวงเบิกฟั้านี้จะต้องเป็นร่าง
จริงของ อู่ อวี้ อย่างแน่นอน
แต่หาใช่เช่นนั้นไม่
ร่างจริงของเขา ได้ถือกระบี่ราชันย์เอาไว้ หลบ
ซ่อนอยู่เบื้องหลังของอีกฝั่าย ในตอนที่ ผู หยางอี
กำลังโจมตีร่างอวตารของ อู่ อวี้ สำเร็จ และ
ในช่วงทีเผลอ เขาก็แทงออกไปด้วยเคล็ดวิชาแก่น
แท้เซียนกำสรวล นอกจากเคล็ดกระบี่แก่นแท้
เซียนกำสรวลแล้วยังใช้ออกด้วย ปราณกระบี่
จักรพรรดิ แทงทะลุผ่านการปั้องกันของ ผู หยางอี
เข้าไป ทำให้อีกฝั่ายชะงักไปชั่วขณะ
หลังจากนั้นก็ใช้พลอง ทำการโจมตีตอบโต้กลับไป
การต่อสู้ในครั้งนี้ สามารถเรียกได้ว่าตามแผนอย่าง
สมบูรณ์แบบ
สิ่งที่สำคัญก็คือ รูปแบบการต่อสู้ของ อู่ อวี้ ที่
แสดงออกมาจนถึงขีดสุด ทำให้ในตอนนี้ผู้คนจึงยัง
ไม่อาจจะตอบสนองได้ทัน จึงกล่าวได้อีกนัยหนึ่งว่า
ผู้คนจำนวนมาก ถูก อู่ อวี้ หลอกได้สำเร็จ
เขาครุ่นคิดเกี่ยวกับวิธีการใช้ร่างอวตารของตนให้
เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้นจึงต้องรู้ว่าจุดเด่น
ของร่างอวตารคืออะไร ไม่ใช่เพียงแค่ใช้ในการปิด
ล้อมอย่างเดียวเท่านั้น แต่ควรที่จะเพิ่มกลยุทธ์เข้า
ไป เพื่อสร้างความสับสันให้กับศัตรู
เคล็ดวิชาเต๋า ศาสตราเต๋า ของแต่ละร่าง ความ
จริงแล้วถ้าหากมีวิธีการใช้ที่แตกต่างกัน ก็จะได้
ผลลัพธ์ที่ไม่เหมือนกัน ในทุกวันนี้ อู่ อวี้ ก็ยัง
ครุ่นคิดเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการต่อสู้ต่างๆ เพื่อแสดง
ให้เห็นถึงขีดจำกัดและวิธีการต่อสู้ของมนุษย์
ปุถุชน จนกลั่นมาเป็นทักษะการรบผสานกับ
วิธีการต่อสู้ของผู้ฝึกตนนั่นเอง
ในตอนนี้ อู่ อวี้ คืนร่างอวตารกลับไป และมองไป
ทั่วทุกทิศทาง เห็นได้ว่าทุกคนยังตกอยู่ในอาการ
ตื่นตะลึง
จนกระทั่งขุนพลมู่หรงหัวเราะและกล่าวว่า “พลัง
ของทั้งสองฝั่ายนั้นสูสีกันมัก แต่ว่าเป็นเพราะ อู่
อวี้ ใช้ความสามารถที่ตนเองเชี่ยวชาญ ทำให้
สามารถโจมตีคู่ต่อสู้ได้อย่างสบายๆ ทั้งยังมอบ
บทเรียนให้กับทุกท่าน เขาได้รับชัยชนะในวันนี้
อย่างง่ายดาย ดังนั้นเขาจึงมีคุณสมบัติเข้าสู่รอบ 8
คนของสงครามเหยียน โปรดเชิญทุกท่านร่วม
แสดงความยินดีกับ อู่ อวี้ !”
กระทั่งมีคำปั่าวประกาศออกมา ทุกผู้คนจึงเรียกสติ
ของตนกลับมาได้
เดิมทีในช่วงเสี้ยววินาทีนั้น ในใจของทุกคนเกิด
การเปลี่ยนแปลงขึ้นมาอย่างมากมาย
ดังนั้นหลังจากที่พวกเขาตระหนักได้แล้ว จึงเกิด
เป็นเสียงปรบมือชื่นชม อู่ อวี้ ออกมาจากใจอย่าง
ล้นหลาม อู่ อวี้ เงยหน้าขึ้นมอง มองเห็นถึงสายตา
อันเร่าร้อนคนผู้คนจำนวนมาก ในใจพลันปรากฎ
ไปด้วยความภาคภูมิใจ!
นี่จึงจะเป็นโลกที่เหมาะกับตัวของเขา!
รอบผู้แข็งแกร่ง 8 คน!
การต่อสู้ครั้งต่อไปเป็นการพบกับ หลี่ ขู่ไห่!
รอบ 8 คน….เริ่มเข้าไปใกล้เปั้าหมายเดิมของเขา
เรื่อยๆแล้ว
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ